ตาม เรนยู [Yuri]

ตอนที่ 11 : 10 อดีต2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ต.ค. 61


เสียงปืนดังมาแต่ไกล แต่ฉันจะไม่อะไรเลยท่าทางที่เสียงปืนมันดังมา ไม่ได้เป็นทางเดียวกันกับทางที่ยูไป!!! หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างหวาดกลัว




ฉันรีบวิ่งตามเสียงปืนไป เพียงไม่ถึงนาทีฉันก็แทบทรุดเมื่อร่างของยูกำลังนอนจมกองเลือดโดยมีชายร่างสูงยืนถือปืนอยู่ห่างจากยูไม่กี่ก้าว แน่นอนว่าไอ้บ้านั้นต้องยิงยูแน่ๆ




ปังๆๆๆๆ!!!!!




เสียงปืนหลายหกระบอกจากคนของฉันดังไปทั่วบริเวณ ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดด้วยความร้อนรน



“ยู!!!” ฉันอุ้มยูขึ้นแนบอก ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย ฉันสั่นไปหมด


ยูลืมตาขึ้นมองฉันดูก็รู้ว่ามันฝืนขนาดไหนปากเล็กกำลังเอ่ยเรียกชื่อฉันทว่าไร้เสียง ยิ่งทำให้ฉันสั่นยิ่งกว่าเดิม ยูค่อยๆลับตาลงช้าๆ เหมือนกับใจฉันตอนนี้ที่แทบจะหยุดเต้นไปเสียแล้ว หยดน้ำเล็กหยดลงใบหน้าหวานเปื้อนเลือดช้าๆ



“พายูไปโรงบาลก่อน เร็ว!” เสียงโตชิเรียกให้ฉันออกจากภวังค์ ฉันรีบอุ้มยูขึ้นในท่าเจ้าหญิงแล้วรีบวิ่งไปที่รถของลูกน้องที่จอดอยู่ทันที




อย่าเป็นอะไรนะยู



@ห้องฉุกเฉิน




ฉันเดินวนไปเวียนมาหน้าห้องฉุกเฉินร่วมสองชั่งโมงแล้ว ไม่มีทีท่าว่าหมอจะออกมาเลย ส่วนพ่อแม่ยูฉันโทรไปบอกพวกท่านแล้ว อีกไม่นานท่างคงถึง



“เรน!! ยูละ ยูอยู่ไหน!” แทยอนโผล่ออกมาจากด้านหลังกระชากฉันให้หันไปหาตน และแน่นอนฉันบอกเพื่อนๆของฉันด้วย




“…” ฉันเงียบ เพราะตอนนี้ฉันก็เหนื่อยมากๆเช่นกัน

“กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหม กูเคยเตือนมึงเเล้วเรน” เสียงนิ่งๆของคริสตัลพูดขึ้นงานนี้ฉันไม่โทษใครหรอก เพราะมันคือความผิดของฉัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขอแค่ยูปลอดภัย ฉันยอมทำทุกอย่าง

ขอแค่ยูอย่าเป็นอะไร



“เรน” เสียงหวานของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ยูดังขึ้นพร้อมกับผู้เป็นสามี และป๊าม๊าของฉัน


“ยู ยูเป็นยังไงบ้าง” คุณแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ร่างคุณแม่ของยูแทบล้มลงไปกับพื้นแต่ยังดีที่มีคุณพ่อยูคอยพยุงให้นั่งบนเก้าอี้


“เรน เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง” ป๊าเดินมาหาฉันด้วยท่าทีโกรธไม่ใช่น้อย

“ความผิดเรนเอง” ฉันก้มหน้ารับผิด ป๊าถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วเดินกลับไปปลอบแม่ของยูตามม๊า




ฉันมองหน้าห้องฉุกเฉินอย่างมีความหวังร่วมแปดชั่วโมงแต่ยังไม่มีใครออกมา มันนานเกินไปแล้ว นานไปแล้วจริงๆ




“คุณหมอ” ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกเราแทบจะสิงหมอเขย่าเอาคำตอบ แต่ไม่ทันที่จะได้ถามอะไรต่อ หมอก็ยืนก้มหน้าเงียบ เหอะ ไม่เอาน่าาาา มันต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ มันต้องไม่ใช่แบบนั้น มันต้อง…


“คุณหมอ…”

“เราพยายามช่วยชีวิตคนไข้ไว้แล้ว แต่กระสุนโดนจุดสำคัญมากเกินไป หมอ…ขอโทษครับ”



ฮืออออออ” ทันทีที่หมอพูดจบประโยคร่างของแม่ยูก็ทรุดลงกับพื้นทันที



ไม่ต่างไปจากฉัน ฉันแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายอ่อนแรงลงทันที หัวใจบีบรัดกันอย่างรุนแรงจนเจ็บนึบไปหมด น้ำตามากมายไหลอาบแก้มอย่างไม่เคยมีใครเคยเห็น



ถ้าหากฉันไม่พายูไปที่นั้นเรื่องก็คงไม่เกิด หากฉันไม่สร้างศัตรูยูคงไม่ตกอยู่ในสภาพนั้น หากฉันไม่มาหายูบ่อยๆพวกมันคงไม่รู้ และหากฉันไม่รู้จักยู ยูก็จะไม่เป็นอันตราย

ทุกอย่างเป็นเพราะฉันเอง เพราะฉัน…



“หมอค่ะ!! คนไข้หัวใจกลับมาเต้นอีกแล้วค่ะ” พยาบาลสาววิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินอย่างรีบร้อน

“ห๊ะ!! งั้นไปเร็ว” ว่าจบหมอก็วิ่งกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง แต่เดี๋ยวก่อนยูยังไม่ตายงั้นหรอ

ฉันเริ่มมีความหวังอีกครั้งทุกคนก็เช่นกัน เราได้แต่เอาใจช่วยยูอยู่ข้างนอก



ยูกลับมาเถอะ ยูอย่าเป็นอะไรนะ เรนยอมแล้ว ยอมแล้วทุกอย่างเลย ขอแค่ยูอย่าหายไปจากเรนก็พอ…




ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงคุณหมอก็ออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูดีกว่าตอนเเรก

“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องคอยดูอาการอยู่ในห้อง ICU คนไข้อาจจะความจำเสื่อมเป็นบางเรื่อง เพราะหัวของคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างเเรง ช่วงแรกๆอาจจะจำใครไม่ได้เลยแต่เป็นเพียงความจำเสื่อมชั่วคราวเท่านั้น หมอขอตัวนะครับ”

หมอร่ายยาวเหยียดเรากล่าวขอบคุณหมอก่อนคุณหมอจะเดินไป

ฉันถอนหายอย่างโล่งอกพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างม๊า



อย่างน้อยยูก็ปลอดภัย



“เรน ฉันว่าคุณเลิกยุ่งกับยูเถอะ” อยู่ๆคุณนิตย์อาของยูก็พูดขึ้น


“คุณยังอายุน้อยเกินกว่าที่คุณจะดูแลยูได้ เรื่องของวันนี้มันบ่งบอกว่าคุณประมาทมากเกินไป คุณก็รู้ว่างานที่คุณทำมันอันตรายมากแค่ไหน คุณรู้ว่ายูคือจุดอ่อนของคุณ คุณรู้ว่ายูต้องเป็นอันตราย แต่คุณยังพายูไปเสี่ยงอันตราย ฉันว่าคุณยังไม่สามารถดูแลยูได้ ฉะนั้นห่างจากยูสะ” คุณนิตย์พูดด้วยท่าทีเรียบนิ่งแต่แฟงไปด้วยด้วยโกรธ และช่างบีบหัวใจฉันมากเหลือเกิน



เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่าติดที่คอไม่สามารถพูดออกมาได้ มันก็จริงอย่างที่คุณนิตย์พูดนั้นแหละ หากฉันไปยูก็จะปลอดภัย แต่ฉันก็ขาดยูไม่ได้เช่นกัน ถ้าฉันขาดยูไป มันก็เหมือนกับคนที่อยู่ไปแบบไร้หัวใจ



ชีวิตที่ไม่มียู ฉันอยู่ไม่ได้



“ฉันขอโอกาส”

“เหอะ!” ทันทีที่ฉันพูดจบคุณนิตย์ก็เค้นหัวเราะทันที คุณนิตย์เสตามองไปทางอื่นเหมือนระงับอารมณ์


“ฉันคงให้โอกาสนั้นกับคุณไม่ได้” พ่อของยูพูดขึ้นบ้างฉันหันไปมองหน้าท่านด้วยสายตาหม่นแสง


“เรนไม่ได้อยากมาทำให้ยูเป็นอันตราย แต่เรนจะกลับไปพิสูจน์ว่าเรนสามารถดูแลยูได้ และจะไม่ทำให้ยูเป็นอันตรายอย่างวันนี้ เรนรักยูมาก เรนอยู่ไม่ได้หากขาดยู ฉะนั้นเรนขอ ขอโอกาสอีกครั้ง เรนจะดูแลยูด้วยชีวิต ได้โปรดให้โอกาสเรนอีกครั้ง” ฉันพูดด้วยแววตาจริงจังปนอ้อนวอน พ่อของยูถอนหายใจอย่างคนหนักใจ



“อย่าเห็นแก่ตัวไปหน่อยเลย คุณเรน” คุณนิตย์พูดเสียงเรียบแต่คิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันอย่าคนโกรธจัด



“มันก็จริงที่ฉันพูดเห็นแก่ตัว แต่ฉันสัณญาว่าไม่ให้เกิดเรื่องอย่างวันนี้อีก” ฉันก้มหน้าลง ยอมรับความผิดทุกอย่าง แต่ฉันจะไม่ปล่อยมือจากยูเด็ดขาด



“…” ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครซ้ำเติม ด่าทอ หรือปลอบใจฉัน เหมือนกับทุกคนอยู่ในห่วงความคิดของตัวเอง ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อของยู ด้วยสายตาอ้อนวอน และจริงใจ



“เฮ้อ พ่อจะให้โอกาสก็ได้ แต่ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปอีก จะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง” ฉันยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อยูพูด




หลังจากวันนั้นผ่านไปแล้วสามวันฉันไม่มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมยูเลยวันนี้ก็เช่นกันฉัน ได้แต่ยืนมองร่างเล็กและครอบครัวอยู่ด้วยกันผ่านกระจกใสเล็กๆที่ประตู พวกเขากรีดกันฉันไม่ให้เข้าใกล้ยู ฉันก็เข้าใจพวกเขานะ ฉันทรมารเหลือเกิน ฉันอยากเข้าไปกอด ไปขอโทษ แต่ฉันไม่อาจทำได้



หมับ


ฉันหันหลังกลับไปมองคนข้างหลัง เป็นป๊าที่กำลังเอามืองตบบ่าฉันอย่างให้กำลังใจ ก่อนป๊ากับม๊าจะเดินเข้าไปเยี่ยมยู ฉันมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวด ยูส่งยิ้มให้ทุกคนด้วยท่าทีสดใสถึงแม้เจ้าตัวจะสภาพดูไม่จืดเลยก็ตาม ยูพูดคุยกับป๊าม๊า ถามคนที่อยู่ในห้องว่ามีคนนี้มั้ย เป็นเพื่อนกับเจ้าตัวรึเปล่า ยูพูดถึงทุกคน


ยกเว้นฉัน...


ยูจำฉันไม่ได้ 



ฉันน้ำตาตกทันที เป็นอีกครั้งที่ฉันแสดงความอ่อนแอออกมา ฉันรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกมันบีบรัดกันอย่างรุนแรง จนฉันแทบยืนไม่อยู่



แอ๊ด~

เสียงเปิดประตูเรียกสติฉันให้เช็ดน้ำตาออกลวกๆก่อนจะมองหน้าคนมาใหม่

คุณนิตย์


“เหอะ ฉันไม่คิดว่าจะมาเห็นคุณในสภาพแบบนี้ เอาเถอะคุณกลับไปสะ ถึงเวลาที่คุณพร้อมยูจะไปหาคุณเอง” น้ำเสียงเย็นชาถูกส่งออกจากปากร่างโปร่งตรงหน้า ก่อนร่างโปร่งจะเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างเย็นชา

หัวใจฉันปวดหนึบเจ็บจนแทบทนไม่ไหว ฉันทำอะไรไม่ได้จริงๆ






หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เคยเห็นหน้ายูอีกเลย ไม่ว่าฉันจะพยายามตามหาแทบทั่วประเทศไทย พอรู้อีกทียูกลับไปเรียนที่ฝรั่งเศส ฉันก็ตามไป แต่คนของคุณนิตย์มีมากพอๆกับคนของฉัน เขาจึงให้ยูย้ายไปเรียนที่ใหม่เรื่อยๆ จนผ่านมาถึงตอนนี้ ตอนที่ยูมาเรียนที่เกาหลี บางทีนี้อาจจะเป็นโอกาสที่พวกเขาให้ฉันก็ได้


ฉันสัญญาว่าจะดูแลยูให้ดี จะไม่ยอมให้เป็นอันตรายอีก



ฉันสัญญา...






“อืออ ฟืดด” เสียงครางเบาๆเรียกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ ร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทีงัวเงียอ้าปากหาวหวอๆ แถมมีการสูดน้ำหมูกด้วย สงสัยหวัดเริ่มมาแล้ว


“เรน…” เสียงงัวเงียแหบๆพูดพลางเดินขากะเผลกๆมาหาฉัน ฉันวางงานทั้งหมดแล้วหันหน้ามาหาร่างเล็กแล้วดึงอีกคนให้นั่งลงบนตักแล้วกอดอีกคนแน่น



“หืม อยากได้อะไรค่ะ” ฉันก้มลงถามคนในอ้อมกอดเสียงนุ่ม เจ้าตัวไม่พูดอะไรได้แต่ส่ายหัวไปมาแล้วมุดเข้าหาอกฉันแล้วก็นิ่ง

ฉันผละตัวออกนิดหน่อยก็เห็นว่ายูหลับไปอีกแล้ว นี้ยังหลับไม่พออีกหรอเนี่ย



ฉันส่ายหัวไปมายิ้มๆแล้วก้มลงจุ๊บปากสีซีดเพราะพิษไข้อย่างเอ็นดูแล้วทำงานต่อ โดยมือข้างซ้ายคอยลูบหัวให้อีกคนหลับฝันดี ส่วนมืออีกข้างก็ใช่เซ็นเอกสาร



มีบางครั้งที่ยูกระตุกบ่นพึมพำเบาๆแต่ที่รู้ๆคือ ยูกำลังฝันไม่ดี



ไปเจออะไรมานะเด็กดี



“เฮ้ย! ห้าโหลวววววว” เสียงมาก่อนตัวนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฮียแจ็คสัน รุ่นพี่ฉันที่ทำธุรกิจด้วยกันเราสนิทกันมากพอสมควร เพราะเฮียแจ็คกับหมอโอก็เป็นเพื่อนกันนั้นแหละ



มาทำไม


“หวัดดีทะ…ชะ อ้าว ว้าวๆๆ เฮ้ย อะไร เฮ้ยยย” ทันทีที่ร่างสูงเเต่ทว่าขาสั้นเข้ามาถึงเจ้าตัวก็เล่นยืนตกใจเหมือนเห็นผีอยู่หน้าโต๊ะทำงานของฉัน ดวงตาเบิกกว้างแทบทะลุออกนอกเบ้า อ้าปากเหวอ ฉันส่ายหัวไปมาเบาๆอย่างเอื้อมละอา


“งืออ” ยูขยับหยุกหยิกคงเพราะเสียงเฮียแจ็คดังมากเกินไปละมั้ง

“เบาๆ มีอะไรก็รีบพูดมา” ฉันพูดปรามเฮียเเจ็คเสียงคลึม แล้วลูบหัวของคนบนตักไปมา


“เอ่อ... นี้คือ…” ยังไม่ทันที่เฮียแจ็คจะได้พูดจบประโยคคนตัวเล็กก็ลุกกอกจากตักฉันไปเฉยเลย แถมเดินผ่านเฮียแจ็คสันที่ยืนชี้นิ้วหน้าเหวอ ยูเดินงัวเงียก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาแล้วก็หลับไปอีกครั้ง



“เอ๊ะ? แบบนี้ก็ได้หรอ?” เฮียแจ็คพูดแล้วลดมือลง ฉันจะไม่อะไรเลยถ้าเฮียแม่งไม่ยิ้มอะ และอีกอย่าง กระโปร่งยูมันสั้นนะเฮ้ย!!



แกร๊ก!


เสียงเปิดประตูเรียกให้ฉันเเละเฮียแจ็คสันให้หันไปมองคนมาใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แทยอนกับคริสตัลนั้นแหละ


“อ้าว เฮียแจ็คหวัดดีวะ” คริสตัลทักเฮียแจ็คสันด้วยความเคารพ(?) ส่วนแทยอนไม่ได้สนอะไรเฮียแจ็คก็เดินไปหายูที่โซฟาทันที


“ยู” แทยอนนั่งลงยองๆบนพื้นแล้วกระซิบปลุกยูมือก็เกลี่ยแก้มนุ่มเบาๆเหมือนหยอกล้อ


 

ไอ้สึดเสียงสอง


“งือออ” ยูเอามือปัดมือแทยอนออกอย่างรำคาญแต่แทนที่แทยอนจะโกธรกลับยกยิ้มอย่างพอใจ เริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ฮึ้ม


“หึ แทมึงเล่นอะไรดูหน้าไอ้เรนมันด้วย มันจะแดกหัวมึงอยู่แล้ว” คริสตัลพูด แต่ทำไมมึงพูดแล้วมึงกลับเดินไปนั่งโซฟาเดียวกับยูด้วยวะ


“กูไม่ได้เล่นมึงก็เหมือนกัน มือมึงอะอย่าลูบให้มาก” ห๊ะ! นี้ถึงขนาดลูบเลยหรอ ไอ้คริสมึงเจอกูแน่!


“อืมม แทหรอ” ยูงัวเงียลุกขึ้นนั่งบนโซฟามือเล็กยกขึ้นขี้ตาไปมา



“อย่าขยี้สิเดี๋ยวเจ็บตา” คริสตัลจับมือเล็กให้ลดลง ยูขมวดคิ้วมองงงๆ เหมือนจะร้องไหออกมาแต่ก็ไม่ กลับเปิดปากหาวแทน



“หึหึ ตัวเล็กเอ่ย” แทยอนนั่งลงข้างๆยูอีกฝั่งก่อนเจ้าตัวจะเอามือขยี้ผมสีน้ำตาลอ่อนไปมา ยูหันไปมองแทยอนตาขวาง มึงเจอแล้วแทเอ่ย หึหึ มึงได้โอ๋จนปสกเปื่อย มือหลุดแน่ บอกเลยว่าเรนจะไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น!!




“แทอ่าา” แต่แล้วทุกอย่างก็กลับตะละปัดเมื่อยูทิ้งตัวมุดอกแทยอนอย่างออดอ้อน เฮ้ยๆๆ นี้มันมากเกินไปแล้วนะเว้ย



“เดี๋ยว หยุด เดี๋ยวมึง เดี๋ยวเฮ้ย ยืนงงในดงตีน เฮ้ย งงวะ ต้องการคำอธิบาย” พี่แจ็คสันพูดอย่างงงๆ แทยอนถอนหายใจออกมาเบาๆอย่าเอื่อมละอากับความโอเวอร์ของเฮียแจ็ค



“เมียไอ้เรน” คำอธิบายสั้นๆจากคริสตัลทำเอาเฮียเเจ็คเหวอแดกกว่าเดิม



“ไม่จริง! ไม่จริงไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อเราหน้าตาดีที่สุด!!” เฮียแจ็คสันกุมหัวใจแล้วถอยหลังไปจนแทบออกจากห้องไป แหกปากตะโกนลั่นจนลูกน้องฉันตกใจกันเป็นแถบๆว่าเกิดอะไรขึ้น เฮ้อออออออออ



“เฮ้ย จริงดิ คนที่ไอ้เรนตามหาอะนะ เฮ้ย!!” เฮียแจ็คยืนเอามือทาบอกเกาะประตูถาม สีหน้าก็ดูตื่นๆอึ้งๆอยู่อย่างนั้น


“เออ” คราวนี้ฉันตอบยิ่งทำให้เฮียแจ็คดูตกใจมากกว่าเดิมอีก

“พอเถอะเฮียมีอะไรก็รีบๆพูดมา” ฉันพูดเสียงเรียบนิ่งตากลับมองไปที่โซฟาตัวยาวที่ตอนนี้เพื่อนเวรทั้งสองกำลังคอยลวนลามยูอยู่ นั้นเพื่อนไง เรน เขาไม่ทำอะไรหรอก มั้ง?



“เอ่อ แล้ว…” เฮียแจ็คพูดด้วยท่าทีเอ๋อๆแล้วมองไปที่ยู ตอนนี้ก็หลับคาอกคริสตัลไปเรียบร้อย นอนได้นอนดีจริงๆ


“มันไม่เป็นไรหรอก” แทยอนพูดด้วยท่าทีนิ่งๆ สีหน้าราบเรียบ แบบนี้สิถึงจะเป็นแทยอนของจริง หึหึ


“เอ่อ…เออ เรื่องหนอนบ่อนไส รู้ตัวเเล้วนะ” เฮียเเจ็คสันพูดน้ำเสียงจริงจัง แล้วเดินมานั่งที่โซฟาตัวเล็กข้างๆกับที่แทยอนอยู่



“ใคร” ฉันถามเสียงเย็น

“ไอ้จุนแจ”

“จิ๊!” ทันทีที่เฮียแจ็คพูดจบประโยคคริสตัลก็จิ๊ปากอย่างไม่พอใจ

“คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นมัน” แทยอนพูดขึ้นเอามีดพกขึ้นมาเช็ดเหมือนกับเป็นการบอกกลายๆว่า กูพร้อมฆ่าตลอดเวลา



“หึ จัดการได้เลย” ฉันตอบแบบไม่ทุกข์ร้อนนัก ในเมื่อเลี้ยงไม่เชื่องก็ไม่ควรเก็บไว้ไม่ใช่หรอ? แทยอนยกยิ้มอย่างพอใจ


“ออ อีกเรื่อง วันเสาร์นี้ไอ้มาร์คจะกลับมาเกาหลี” เฮียแจ็คบอกด้วยท่าทีสบายๆ เฮียมาร์คจะมางั้นหรอ


“มาทำไมอะเฮีย” คริสตัลถามขณะที่แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างของยูไว้ ตีนกระตุกหยิกๆๆละ


“เอ้า ไอ้นี้ บ้านมันก็อยู่นี้จะให้มันไปอินเดียรึไง” คำตอบกวนๆของเฮียแจ็คทำเอาเท้าคริสตัลกระตุกเบาๆ


“กวนตีนน่าเฮียเอาดีๆ”

“เออ ไอ้มาร์คมันจะกลับมารับช่วงต่อธุรกิจกับป๊ามัน ป๊ามันจะไปประจำอยู่ที่ไทย” เฮียแจ็คตอบ งั้นเฮียมาร์คก็อยู่นี้ยาวเลยดิ



ทุกคนคงสงสัยสินะว่าเฮียมาร์คเป็นใคร มาร์คต้วน หรือเฮียมาร์ค เป็นเพื่อนกับเฮียเเจ็ค แล้วทั้งสองก็เป็นเพื่อนของเฮียมุนบยอนนั้นแหละ งงมั้ย? โอเค ไม่งงเนอะ (เอิ่ม…:แปะโป้งงงงงง)


“ไม่มีอะไรก็กลับไปได้แล้วไป” ฉันเอ่ยปากไล่ทันทีที่ธุระของเฮียแจ็คหมดลง และอีกอย่าง ทนเห็นไอ้พวกนั้นทำแบบนั้นกับยูไม่ได้อีกแล้ว


“แหม ไล่อย่างกะหมูกะหมา อยากกกเมียก็พูดมา ฮี่ๆๆ” ไอ้เฮียแจ็คสันพูดพลางเอามือปิดปากหัวเราะอย่างจริต กูขอเกลียดหน้ามันได้มะ



“เออ” จบประโยคฉันก็ลุกขึ้นเต็มความสูงเดินไปหาร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนตักของคริสตัล



ฉันยืนจ้องตากับคริสตัลเมื่อคริสตัลไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยยูเลยสักนิด คริสตัลเองก็จ้องหน้าฉันกลับอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดก็เป็นคริสตัลเองที่ยอมแพ้


“หึ เออๆ” คริสตัลเค้นหัวเราะเบาๆแล้วยอมครายอ้อมกอดออก ฉันช้อนตัวร่างเล็กขึ้นแนบอกอย่างหวงแหน แล้วมองหน้าเพื่อนทั้งสามอย่างเอาเรื่อง



“ของกู” เป็นเอาว่ารู้เรื่อง เฮียเเจ็คเหมือนช็อคอีกครั้ง อ้าปากกว้างแทบกินโลกเข้าไปทั้งใบได้



“หึ”

“เหอะ” คริสตัลกับแทยอนเค้นหัวเราะเสียงดังแล้วทำหน้าพะอืดพะอม ฉันไม่ได้สนใจเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง พร้อมกับพวกที่เหลือ



ฉันสั่งให้โตชิเก็บของออกมาให้แล้วขึ้นรถกลับบ้าน ดูเหมือนยัยจอมจุ้นนี้จะไข้ขึ้นด้วย


“เรน”เสียงแหบๆกังขึ้นขณะที่รถกำลังเลี้ยวเข้ารั่วบ้าน

“หืม ว่าไงคะ” ฉันมองหน้าคนนอนซบอกฉันด้วยสายตาเอ็นดู ดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ ปากซีดๆนั้นยิ่งทำให้อยากรังแกคนป่วยอย่างห้ามไม่อยู่ ให้ตายเถอะฉันจะอดทนได้นานเเค่ไหนกัน



“ปวดหัว”ยูว่าจบก็กอดฉันแน่น เปลือกตาสีมุกปิดสนิทเหมือนเจ้าตัวเพียงแค่ละเมอเท่านั้น

“ถึงบ้านแล้ว ขึ้นไปพักข้างบนไหมกัน” ฉันกำลังจะช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มเเต่ ยูกลับขืนตัวไว้น้อยๆ ฉันมองอย่างงงๆ


“อยากเดินเอง” ยูช้อนตาขึ้นมองฉันเหมือนลูกหมาอ้อนขอของกินจากเจ้านายไม่มีผิด

“หึ เดินไหวหรอ” ฉันถามยิ้มๆ แค่เงยหน้ามองฉันนี้ก็รู้สึกว่าเซเเล้ว นี้จะเดิน ไม่ถึงห้องหรอกฉันว่า หึหึ



“ได้สิ~~~”

“อะ เดินเองก็เดินเอง” ในที่สุดก็อดตามใจไม่ได้สินะเรน เฮ้อออ

ฉันมองคนอวดเก่งกำลังพยายามออกจากรถให้ได้ ทั้งๆที่เเค่นั่งก็แทบจะล้มลงนอนอยู่แล้ว

“เดินเองได้แน่หรอ” ฉันพยุงยูขึ้น พลางถามด้วยความเป็นห่วง


“ได้ๆ” คนดื้อด็ยังคงดื้ออยู่ในวันยังค่ำสินะ

ฉันเดินพยุงยูเข้าไปในบ้าน



 เหล่าแม่บ้านต่างวิ่งออกมาต้อนรับเหมือนอย่างทุกครั้งที่เห็นยูกลับมา ยูแค่ยิ้มบางๆส่งให้เหล่าแม่บ้าน




ฉันพายูเข้าไปนอนในห้องของฉัน ฉันมองหน้าร่างเล็กผ่านความมืด แม้จะผ่านมากี่ปีๆ ยูก็ยังเหมือนเดิม น่ารักเหมือนเดิม ตัวสูงขึ้นจากตอนนั้นนิดหน่อย แต่ตัวเล็กมากๆถ้าเทียบกับฉัน ไม่คิดว่าจะได้อยู่กับยูอีกครั้ง

ฉันกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แล้วก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน กล่อมให้อีกคนนอนหลับฝันดี

“ฝันถึงเรนด้วนนะค่ะ” ฉันกอดร่างเล็กอยู่อย่างนั้นแล้วค่อยๆเข้าสู่ห่วงนิทราตามอีกคนไป 





ฮู้ววววว หมดไปแล้วกับอดีตระหว่านเรนกับยู เอิ้กๆ

ถ้ามีคำผิดหรืออะไรยังไงติกันเข้ามาได้นะครับผมโป้งจะได้เอาไปปรับปรุง


เจอกันตอนหน้าครับ



ตุ๊ยตู๊ยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น