ผึ้งไร้รวง

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 2 หัวใจของทัพพ์ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    28 พ.ค. 59

      “คุณทัพพ์ให้ผมมารับครับ

      พอถึงช่วงเย็น หญิงสาวก็ได้พบกับคนของชายหนุ่มซึ่งมายืนรออยู่ด้านหน้าอาคาร เขาคนนั้นคืออธิป หนุ่มรูปหล่อที่มีความสูงเทียบเคียงเจ้านาย และที่เหมือนกันเป็นอย่างมากคงจะเป็นหน้านิ่งๆ สายตาเรียบๆ ราวคนไร้ความรู้สึก

      ค่ะหญิงสาวรีบก้าวเท้าขึ้นรถแล้วนั่งเงียบไปตลอดทาง อดหวั่นใจไม่ได้ กลัวจะเกิดเรื่องขึ้น เธอไม่ได้ห่วงฝ่ายชายแต่กลัวใครบางคนจะถูกทัพพ์เล่นงาน

      ราวหนึ่งชั่วโมงรถคันโตได้แล่นเข้าไปยังชุมชนเล็กๆ ติดริมน้ำ บรรยากาศรอบๆ ยังเหมือนเดิมทุกอย่างเพียงแค่หล่อนไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่แล้วก็เท่านั้น ใจจริงไม่ได้อยากจากไป ทว่าโดนขับไล่ไสส่ง แววตาเปล่งประกายหลากหลายความรู้สึก

      ทั้งกลัวทั้งคิดถึง

      คุณธิปรอผึ้งอยู่ตรงนี้นะคะหลังจากก้าวเท้าลงจากรถได้เอ่ยบอกกับพ่อสารถีหนุ่มเสียงใส

      ได้ครับ

      คนสนิทของทัพพ์อย่างอธิปพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมบอกกล่าวในบางสิ่ง ย้ำเตือนความทรงจำของมธุรส

      อย่าลืมระวังตัว อย่าทำให้เจ้านายของผมต้องมาจัดการเองข้อนี้สำคัญมาก ในเมื่อหญิงสาวเป็นลมหายใจของคนเป็นนาย ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นรับรองไม่มีทางที่ทัพพ์จะอยู่เฉย และผลร้ายจะเกิดขึ้นกับคนกระทำอย่างสาหัสแน่นอนจึงอยากให้หญิงสาวจำให้ขึ้นใจ

      ค่ะเจ้าหล่อนไม่มีทางลืม ในเมื่อคนทั้งสองเป็นที่รักของตน พลางเดินไวๆ เข้าไปด้านใน ส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้กับอดีตเพื่อนบ้านที่ส่งเสียงทักทาย

      ประเดี๋ยวเดียวเท้าเล็กมาถึงยังหน้าบ้านขนาดสองชั้น สภาพเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา มือเรียวรีบเปิดประตูรั้วเข้าไปภายใน

      แม่เสียงสั่นเอ่ยเรียกหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งล้างผักอยู่ด้านหลังบ้าน

      มึงมาทำไมอีผึ้ง

      มธุรินตวาดแหวในทันใดเมื่อได้ยินเสียง นัยน์ตาตวัดมองอย่างหาเรื่องพร้อมขยับตัวออกห่าง กลัวความซวยจะมาติดตัว

      ผึ้งมาเยี่ยมแม่กับน้องสาวเจ้าบอกเสียงนุ่มนวล ประดับยิ้มขึ้นถึงวาจาซึ่งได้ฟังจะเผ็ดร้อน

      ใครแม่มึง ออกไปจากบ้านกูซะตัดขาดไปแล้วตั้งแต่วันที่ไล่ตะเพิดออกจากบ้าน ไม่อยากมีลูกสาวซึ่งเป็นตัวซวยสร้างแต่ความชิบหายให้ไม่รู้จบ แต่ก็ใช่ว่ามธุรสจากไปแล้วชีวิตที่เป็นอยู่จะดีขึ้น ย่ำแย่ลงในทุกวัน ตอนนี้ดันมาตกงานทำให้ราวกับมืดแปดด้าน

      แม่ แต่…” สุ้มเสียงเริ่มสั่นเครือ ไม่ว่ากี่ครั้งมารดาไม่เคยต้อนรับ กระนั้นยังเพียรมาเยี่ยมเสมอ

      ออกไปมธุรินชี้นิ้วไล่ กลัวเสนียดจัญไรจะมาติดตัว แววตานั้นสำแดงความเกลียดชังออกมาเต็มเปี่ยม แม้บุคคลตรงหน้าจะเป็นเลือดในอกที่เลี้ยงดูมากับมือ ทว่าสาวเจ้ากลับยังไม่ยอมขยับเท้าแถมยังร้องถามถึงน้องสาวต่างบิดา

      แล้วพิ้งค์ไปไหนละจ๊ะสายตากวาดมองใบหน้าของมารดาพบว่ามธุรินแลดูโทรมลงไปมาก คงยังต้องทำงานหนักเช่นเดิม

      จะไปไหนก็ไม่เกี่ยวกับมึง ออกไป ก่อนที่กูจะหมดความอดทนหนนี้ไม่พูดเปล่าทำท่าจะหยิบแก้วใบหนึ่งที่อยู่ใกล้มือขึ้นหมายจะปาใส่แขกซึ่งไม่ได้รับเชิญ

      ได้จ๊ะ ผึ้งไปก็ได้

      หญิงสาวถอยเท้าในทันใด เกรงว่าจะถูกมารดาทำร้ายก็ยังไม่วายยื่นบางอย่างไปให้

      กูไม่เอา ขืนเอาของมึงความซวยจะมาเยือนกูอีกธนบัติสีเทาหลายใบถูกยื่นมาอยู่ด้านหน้า มธุรินปรายตามองแต่ไม่ยอมรับ กลัวในความโชคร้ายที่บุตรสาวจะนำพามาสร้างความเดือนร้อนให้อีกและไม่อยากรับเงินสกปรกของเจ้าหล่อน เนื่องจากเข้าใจผิดในบางอย่าง

      แม่ไม่เอา แต่พิ้งค์เอา ขอบใจมากพี่ผึ้งพริบตาต่อมามีหนึ่งเสียงดังขึ้นแล้วเดินไวๆ เข้าไปคว้าเงินในมือบอบบางทันที

      พิ้งค์ไปเอาเงินมันได้อย่างไร เดี๋ยวก็ชิบหายกันพอดี ไม่เข็ดอีกหรือไงมธุรินถึงกับร้องปรามไม่เห็นด้วยอย่างมากกับลูกสาวคนเล็กอย่างมยุรา

      แม่แต่พิ้งค์ต้องใช้เงิน ไหนจะค่าเทอม ค่าทำกิจกรรม พิ้งค์หาคนเดียวไม่ไหวหรอกสาวเจ้ายกเรื่องต่างๆ ขึ้นมาอธิบาย ยิ่งครานี้มารดาตกงานภาระของเธอจึงหนักขึ้น ได้เงินจากพี่สาวมาช่วยเหลือย่อมทำให้ปัญหานั้นคลายลง แบบนี้จะมามัวเล่นตัวไปทำไม

      หนนี้มธุรินพูดไม่ออก นึกสงสารลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนยิ่งนัก ไม่วายหันไปตวัดตาค้อนกับคนที่หล่อนจงเกลียดจงชัง

      ขอบใจอีกครั้งพี่ผึ้งมยุราหันไปขอบคุณแล้วเอ่ยถาม แล้วนี่มาคนเดียวเหรอหรือว่าคนของอาเสี่ยมาด้วย

      คำถามของน้องสาวทำให้มธุรสสะอึก คนทั้งคู่เข้าใจผิดว่าเธอเป็นพวกเมียน้อยเมียเก็บของอาเสี่ยกระเป๋าหนัก ไม่ลวงรู้ความจริงเกี่ยวกับทัพพ์ เนื่องจากชายหนุ่มไม่เคยมาที่นี่ มีแต่ส่งอธิปมาคอยดูแลเท่านั้น

      ไม่เห็นพี่ผึ้งพามาให้เจอบ้างเลย หรือว่าอาเสี่ยนั่นจะอ้วนลงพุง หน้าตาน่าเกลียดพี่ผึ้งถึงไม่เคยพามาพูดแล้วก็หัวเราะเยาะ มองหน้าราวดูถูกที่พี่สาวยอมสละเรือนร่างให้ผู้ชายเชยชม แล้วปรายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่เพียงเท่านั้นยังเอาเรื่องนี้ไปโพธนาบอกคนในชุมชนถึงเรื่องน่าอับอาย

      พิ้งค์จะไปอยากเห็นทำไม พามาให้พวกเราอายสิไม่ว่า ริจะเป็นเมียน้อย มึงออกไปจากบ้านของกูได้แล้วอีผึ้งและอย่ามาที่นี่อีก

      แค่ได้ยินหญิงสาวแทบครางในทรวง ถ้อยคำและวาจาของคนในครอบครัวแสนแสบสัน ร้อนไปถึงภายใน แต่ไม่มีน้ำตารินไหล ชินชากับมันเสียแล้ว ไม่ทันไรได้ยินเสียงขับไล่อีกรอบ

      ออกไปมธุรินสะบัดมือไล่พลางขยับตัวไปดึงลูกสาวคนเล็กให้ห่างออกมา ใจจริงไม่อยากจะให้มธุรสวนเวียนกลับมาหา แต่ไม่ว่าด่าทอกี่หนอีกฝ่ายยังหน้าด้านหน้าทน ถ้ากำลังทรัพย์มีพอเหลือใช้อยากจะย้ายบ้านหนีด้วยซ้ำ อยากจะเริ่มต้นใหม่โดยไม่มีมารผจญ

      คนฟังยังนิ่ง คิดถึงมารดาและน้องสาวอยากจะได้กอดสักหน โดยทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อเจ้าตัวเลยสักนิด

      ไม่ออกใช่ไหม นี่ในเมื่อพูดไม่รู้ฟัง ความอดทนของมธุรินจึงหมดลง พริบตานั้นมือหยาบกร้านปาแก้วในมือออกไปเต็มแรง เป้าหมายคือบริเวณศีรษะของนังตัวซวย

      แม่เดี๋ยวคนของอาเสี่ยก็มาเล่นงานเราอีกหรอกมยุรามองตาโตส่งเสียงร้องห้ามแต่ไม่ทัน พร้อมรีบถลาตัวเข้าไปหาพี่สาว พี่ผึ้งเจ็บมากไหม พิ้งค์ขอโทษแทนแม่ด้วยนะ พี่อย่าบอกผัวพี่นะเข็ดขยาดเป็นอย่างมากในอำนาจและความน่ากลัวของสามีพี่สาว

      โดยครั้งหนึ่งที่มารดาเคยทำให้ลูกสาวแสนชังต้องเจ็บตัว มธุรินก็โดนไล่ออกจากงาน และไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานอีกเลยจนบัดนี้ ส่วนคนโดนทำร้ายยกมือขึ้นแตะยังหัวคิ้วเนื่องจากรู้สึกเจ็บ

      พี่ไม่เป็นไร งั้นพี่กลับก่อนนะ ดูแลแม่ด้วยพิ้งค์มธุรสไม่ดื้อรั้นอีกต่อไป กลัวจะเป็นเรื่องรุกราม พลิกตัวเดินออกจากบ้านที่เคยอาศัย อย่างน้อยก็ยังมีน้องสาวคอยดูแลมารดา พลางเม้มปากเกิดอาการกลัดหนองในอก ไม่รู้จะกล่าวอย่างไรกับความรู้สึกที่เป็นได้แค่ส่วนเกิน

      น้ำตารื้นขึ้นเมื่อพ้นประตูรั้วมาทั้งเสียใจและเจ็บปวด ตั้งแต่เด็กน้อยครั้งจะได้รับความอบอุ่น แต่เมื่อเดินใกล้จะถึงรถคันโตต้องรีบยกมือปาดน้ำตาออกพร้อมก้มหน้างุด กลัวสารถีหนุ่มจะเห็นรอยแดงบริเวณคิ้ว ทว่าก็ไม่พ้นสายตาคมกริบอยู่ดี

      อย่าบอกคุณทัพพ์นะคะ

      ผมคงต้องรายงานเจ้านาย

      เพียงเห็นร่างน้อยหลบหน้าหลบตา อธิปรู้ได้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น

      โธ่ถือว่าผึ้งขอ เถอะนะคะมธุรสเงยหน้ามองอธิปแล้ววอนขอ ไม่อยากให้มารดาต้องเดือดร้อน รู้ดีว่าคำพูดของทัพพ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงไหน เขาไม่มีทางปล่อยคนซึ่งทำร้ายเธอไว้แน่ พลางส่งสายตาไปเว้าวอนอีกรอบ กระนั้นชายตัวใหญ่นิ่งเงียบไปพร้อมชั่งใจ

      และการที่ชายหนุ่มไม่ขัดแย้งอะไรออกมาตลอดทาง มธุรสจึงแย้มยิ้มนั่นหมายถึงอีกฝ่ายเห็นใจและรับปากจะไม่บอกทัพพ์

      ขอบคุณนะคะคุณธิป

      หลังนั่งรถมานาน สุดท้ายล้อสีดำได้เลี้ยวเข้ามายังประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่ ถึงจะไม่ได้โออ่าเท่าคฤหาสน์กลับทำให้หญิงสาวมีความสุขได้ในทุกวัน ชอบที่จะอยู่แบบนี้ มีคนที่รักรายล้อม แต่ถ้าได้น้องสาวและมารดาเพิ่มเข้ามาคงสุขจนเหลือล้น

      เท้าน้อยจึงก้าวเข้าไปด้านใน ไม่นานก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าคนตัวโตนั่งรออยู่ในห้องอาหาร

      นั่งสิ

      เมื่อเดินเข้ามาหยุดเท้าอยู่หน้าของร่างกำยำ คำสั่งได้ดังขึ้นทำให้เจ้าหล่อนทิ้งตัวลงนั่ง ใบหน้าก้มลงเล็กน้อย สองมือกำแน่นเพราะรู้ว่าคงไม่รอดพ้นสายตาคู่ทรงอำนาจ

      ไม่มีแม้แต่คำสั่งให้เงยหน้าขึ้น ทัพพ์รู้ใจคนของตัวเองดีจึงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ในพริบตามือแกร่งกำเข้าหากัน ความโกรธวิ่งปราดเข้ามาก่อกองเพลิง ไม่เข้าใจคนพวกนั้นเลยจริงๆ ทำไมต้องกล่าวโทษมธุรสว่าเป็นคนก่อเหตุร้าย ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

      ลำตัวบอบบางเริ่มสั่นในความเงียบจนน่ากลัว จนต้องเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตัวโต ในวินาทีนั้นรับรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่พอใจ

      อย่านะคะคุณทัพพ์

      ไม่มีวาจาดุกระด้าง ไม่มีถ้อยคำกรุ่นโกรธ ทัพพ์ทำเพียงลุกขึ้นก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างทรงอำนาจ ทำเอาสาวเจ้าถลาตัวไปดึงรั้งต้นแขน

      ผึ้งขอร้องกลัวใจเหลือเกินกับท่าทางนิ่งเงียบ ไม่อยากให้ทุกคนต้องมีเรื่องกันในเมื่อต่างเป็นคนที่เธอรักทั้งสิ้น

      ฉันเคยบอกเธอแล้วชายหนุ่มย้ำในสิ่งซึ่งเคยกล่าวออกไป

      แต่นั่นแม่ของผึ้งนะคะ ได้โปรด...

      ทัพพ์ไม่ได้สนใจเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เห็นมธุรสเป็นลูก เขาจึงไม่จำเป็นต้องให้ความเคารพเพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำดีกับคนหน้าเศร้าเลย

      อย่าเลยนะคะถือว่าผึ้งขอน้ำเสียงใสสั่นเครือมากขึ้นเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่กระด้างยังมุ่งมั่นจนต้องซบอกอุ่นร้อน อยากให้ใจนั้นเย็นลง คุณทัพพ์ ได้โปรดเห็นใจผึ้งสักครั้งเธอหวังว่าคำขอร้องจะสัมฤทธิ์ผล

      จะไม่มีครั้งหน้า

      นัยน์ตาคมทอเปลวเพลิงพุ่งออกมา ใครก็ห้ามแตะต้องหัวใจของเขา เนื่องด้วยมันเป็นสิ่งต้องห้าม โดยถือสิทธิ์คุ้มครองร่างระหงไปตลอดลมหายใจจะดับสูญ ใจจริงไม่อยากจะยอมแต่ไม่อยากเห็นมธุรสต้องเศร้า

      ค่ะ ผึ้งสัญญาใจชื้นขึ้นเมื่อบุรุษร่างโตยอมถอย ไม่เช่นนั้นมธุรินและมยุราแย่แน่พร้อมยกมือขึ้นโอบเอวสอบ น้อยครั้งที่ทัพพ์จะเป็นฝ่ายกอด โดยมธุรสเริ่มชินชาและมักเป็นคนโน้มตัวเข้าไปหาเขาก่อน ในเมื่อภายในทรวงมีรักอยู่เต็มเปี่ยมจะมามัวรีรออยู่ทำไม

      ถึงทัพพ์จะเย็นชา คาดเดายากว่าคิดอะไรอยู่ แต่อย่างน้อยเขามีความห่วงใยมอบให้เสมอจึงทำให้สาวเจ้าสามารถหยัดยืนข้างกายมาได้ถึงทุกวันนี้ โดยไม่รู้เลยว่าบางทีอาจจะใกล้ถึงจุดแตกหักระหว่างกันเสียแล้ว

ฝากหนูผึ้งคุณทัพพ์ด้วยค่ะ
เห็นพระเอกแข็งๆ ทื่อๆ แต่ฮีร้อนแรงนะต้องรอพิสูจน์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. #19 มิลิน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 10:33
    ชอบคุณทัพพ์ค่ะพระเอกในฝันเลย

    เย็นชาแข็งๆทื่อๆ
    #19
    0
  2. #18 Amil (@amilgaul) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 08:06
    คุณทัพดีอย่างเสียอย่าง แต่อย่าดีแตกนะคะ

    #18
    0
  3. #17 sugarplum.ordinarygirl (@namtanchanikan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 23:42
    รอพิสูจน์อยู่นะคะ
    #17
    0
  4. #16 aoryen1 (@aoryen1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:28
    อ้าวผึ้งจะอาพับเยี่ยงนั้นเชียวหรือ
    #16
    0