'ลี่เซี่ย' องครักษ์หญิงคนที่สิบสาม

ตอนที่ 10 : ทั้งห้าต้องการลองของกลับเจอดี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    27 ก.พ. 63

(ต่อไปนี้ บางตอน บางประโยค อาจมีคำหยาบ ไม่น่าฟัง ด้วยให้เป็นไปตามเนื้อหา และเข้าถึงบทบาท ต้องขออภัยผู้อ่าน ณ ตรงนี้ และโปรดมองข้าม เพราะเป็นเพียงนิยายตามจินตนาการ)

..........


ภพภูมิยมโลก


ยมทูตอังคาร มองกริชประจำตัวของยมทูตวันอาทิตย์...นั้นถือเป็นการรับหน้าที่แทนยมทูตอาทิตย์ไปด้วย

"อ้าว ท่านจันทร์ไยสีหน้าเคร่งเครียดนัก" เงยหน้าเห็นยมทูตประจำวันจันทร์สีหน้าไม่สู้ดีจึงได้ร้องทัก

"สีหน้าท่านใช่จะต่างกับข้าเสียเมื่อไรกัน และนั้นกริชท่านอาทิตย์มิใช่ รึ เมื่อครู่ข้านำท่านอาทิตย์เข้ากรุจองจำจึงพอจะได้ฟังเรื่องราวจากปากท่านอาทิตย์อยู่บ้าง"

"อืมม เรื่องของท่านอาทิตย์นั้นละ และนี่พญามารปรากฎตัวแล้ว หน้าที่จับตัวพญามารคือของท่านอาทตย์แต่..." มองที่กริชในมือเหมือนบอกแทนคำพูด

"เรื่องนี้เอง ที่ทำให้ท่านมีสีหน้ายุ่งยากลำบากใจ ท่านจงอย่าได้กงวัลเลยในเมื่อมีตัวแทนท่านอาทิตย์ที่ภพภูมิพญามารปรากฎตัว และยังมีกริชของท่านที่ภพภูมินั้นด้วย เปรียบดังท่านและท่านอาทิตย์ร่วมมือกัน มีหรือจะไม่ได้ตัวพญามารมารับโทษทัณฐ์" ยมทูตวันจันทร์กล่าวด้วยสีหน้ายินดี

"มันก็ใช้อย่างที่ท่านกล่าวมา แต่ท่านอย่าลืมว่า พญามารรอดจากการถูกจับมารับโทษทัณฐ์มานับร้อยชาติ และยังบำเพ็ญเพียรเพิ่มอิทธิฤทธิ์และบารมี จะมาสิ้นชื่อเพราะน้ำมือมนุนย์ธรรมดาผู้หนึ่งได้หรือ ท่านมั่นใจได้อย่างไรกัน และอีกประการหนึ่ง ท่านเทพเซียนอยู่ระหว่างเข้าฌานไม่ยุ่งกับภพภูมิใด เช่นนี้เองที่พญามารมันถึงได้ปรากฎตัวและคิดว่าจะไม่มีผู้ใดต่อกรได้"

"ถึงไม่มีท่านเทพเซียนคอยขัดขวางข้าก็มั่นใจ...ท่านลองตรึกตรองดูเถิด ไยท่านท้าวไม่ทรงเรียกเก็บกริชคืนเล่า และยังทรงปล่อยให้กริชจากยมโลกลงสู่ภพภูมิของมนุษย์ที่มีแต่ความละโมบโลบมากไม่มีที่สิ้นสุด"

"นั้นสิ ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้เยี่ยงไร ว่าท่านท้าวจะทรงนิ่งเฉย ไม่ทรงคิดทำประการใด หึหึหึ ข้าเบาใจยิ่ง ที่ท่านท้าวทรงยินยอมให้มีตัวแทน"

"ปล่อยไปตามวิบากกรรมของพญามารเถิด ถึงจะบำเพ็ญเพียรนับพันๆหมื่นๆปีเพียงใด หากยังมีจิตใจมืดดำคงหมดบุญวาสนา และถึงคราวรับกรรมเสียที"

"อืมม...เช่นนั้นข้าขอตัว ต้องไปถวายรายงานท่านท้าว"

"ได้ ข้าก็จะลงไปรับดวงจิตที่ภพภูมิใต้บาดาล"



"บรู๊รูรูรู...."


"มันจะเห่าหอนอะไรนักหนา วะ" ลี่เซี่ยเผลอสบถคำหยาบที่สตรีไม่ควรจะทำ ด้วยรำคาญเสียงหมาป่ามันเห่าหอน


"เจ้ากล่าวว่าอะไร รึ?"


"ปะ เปล่าหนอก ข้าเพียงรำคาญเสียงหมาบ้าๆนั้น"


"มันไม่ใช่หมาบ้าๆนั้น แต่มันเป็นหมาป่าอสูร เจ้าต้องอยู่นิ่งๆ และนั่งแต่ตรงนี้ห้ามออกนอกเขตสีแดงนั้นเด็ดขาด" ชี้ไปตามรอยขีดของท่านรองเฉาที่ลงอักขระขีดเป็นเส้นวงกลมวงใหญ่ล้อมทุกคนไว้


ลี่เซี่ยแอบยิ้มเมื่อคนเตือนเธอเข้าใจความหมายของเธอไปคนละทาง 'อ้อ...มันเป็นหมาป่าอสูร'


"นั่นๆ!! โอ้...ตัวมันใหญ่เกือบเท่าม้า...มันมาทางนี้แล้วท่านรองเฉา มีเงาดำๆเป็นกลุ่มก้อนสามก้อนตามมันมาด้วย"


"ใจเย็นๆ สงบใจ ตั้งสมาธิ อย่าจ้องตามันเป็นอันขาด"


ลี่เซี่ย ดัดตัวลุกขึ้นยืมเพื่อมองด้วยความอยากรู้ อยากเห็น เพราะที่โลกของเธอไม่มี จะมีแต่ในละครทีวีที่เคยเห็นผ่านๆตาเท่านั้น 


"อ้าวๆ แม่นางนั่งลงเดี๋ยวนี้และห้ามเจ้าจ้องตาของมัน" ร้องบอกและตระตุกข้อมือให้นั่งลงตามเดิม


"ข้าจ้องมันไปแล้ว" หันมาบอกคนที่ห้ามและเยื้อยุดฉุดข้อมือเธอเพื่อดึงให้นั่งลงตามเดิม


"ตายแล้ว เจ้าจ้องสบตามัน รึ...ท่านรองเฉา" แล้วหันไปขอความเห็นจากคนเป็นหัวหน้ากลุ่มอย่างร้อนใจ


"โชคดีของนาง ที่มันยังไม่ร่ายมนต์สะกดจิต"


"กรรรรรรรส์"


ลี่เซี่ยยืดคอมองเมื่อหมาป่าอสูรมันขู่คำคราม ดวงตาของมันแดงจัด ความมืดสมัวสามารถมองเห็นชัดและชัดที่สุดมันคือคู่เขี้ยวยาวแหลมคมเป็นเงาประกาย


อยู่ๆกริชที่เหน็บข้างเอวขยับก่อนจะเปล่งประกายเรืองแสงและกริบเหมือนไฟเลี้ยวซ้ายขวาของยานยนต์ เธอไม่มีแก่ใจนั่งหัวเราะเป็นเรื่องขำ เมื่อทุกคนต่างตื่นตระหนกมองไปนัวทิศร่างใหญ่โต เขี้ยวคู่ยาวคมและดวงตาที่แดงกล่ำของหม่าป่าอสูร


'กริชปลิดวิญญาณของท่านยมทูตอังคาร นินา' มือขวาจับด้ามกริชดึงออกมาจากที่คาดเอวกำแน่นด้วยมือข้างขวา แล้วต้องเลิกคิ้วยกสูงเมื่อรูปดวงอาทิตย์ที่ข้อมือเปล่งแสงเช่นกัน 'อ้าาา...สัญญาลักษณ์ของท่านยมทูตอาทิตย์'


'นี้ใช้หรือเปล่า งานแรกและภารกิจแรกที่เธอต้องจัดการ'


อยู่ๆ ลมพัดวูบ เหมือนให้เธอเข้าใจว่านั้นคือคำตอบ



"กรรรรรรรส์"


"ข้าได้กลิ่นของไอปราณจากยมโลก ไยมีกลิ่นไอเช่นนี้จากคนในกลุ่มนั้นได้เล่า"


"เป็นไปได้เช่นใดกัน นั้นมันมนุษย์ธรรมดาๆ ทั้งหมดมันมีปราณขั้นแปดเพียงผู้เดียวเท่านั้น นะขอรับเจ้านาย" ภูติปีศาจกล่าวตอบเมื่อเห็นท่าเจ้านายออกอาการเกรงกลัวขึ้นมา


"ใช่ แต่ทำไมถึงมีไอปราณจากยมโลกได้"


"ดีเสียอีก ขอให้ข้าเป็นผู้จัดการได้หรือไม่ ข้าจะได้สูญวิญญาณของมันเพื่อเพิ่มปราณของข้า ฮ่ะๆๆ" ภูตปีศาจอีกตนกล่าวอย่างหยามใจ คิดว่าตนชั่งโชคดีที่คืนนี้เจ้านายเรียกใช้ กี่ร้อยปีตนถึงจะได้สูญวิญญาณของผู้ที่มีลมปราณขั้นแปดได้สักครั้ง


"ไม่ต้อง ข้าจะจัดการเสียเอง เพราะข้าข้องใจนักว่าเหตุใดถึงมีกลิ่นไอปราณของยมโลกที่นี้ได้ หากกำจัดได้จะปลอดภัยสำหรับภูตและอสูรเช่นพวกเรา"


"ขอรับ" ภูติปีศาจที่ถูกห้ามให้นึกเสียโอกาส


"กรรรรรรรรส์" คำรามข่มขู่เสียงดังและปล่อยลมปราณขั้นเก้าไปเบื้องหน้าก่อนกระโจนไปยืนหน้างวงกลมที่ลงอักขระ


"คิดว่า ลงอัดขระเพียงขั้นแปดแล้วจะขว้างข้าได้รึ กรรรรรรส์"


"หว๋อออ...!!! เห็นใกล้ๆ กลับตัวใหญ่เท่าม้า ท่านรองเฉา!!"


"ห๊าาา...แม่เจ้า!! หม่าป่ามันพูดได้ด้วย และเสียงยะโสดีแท้" ลี่เซี่ยผวาตั้งแต่เห็นมันกระโจนเข้ามาแต่ไกล นึกว่ามันจะลงกลางวง เพราะตั้งท่าจะกระโดนหนีเหมือนอีกห้าคน แต่มันกลับยืนท่าทางลังเลหน้าวงกลมพูดเสียงข่มขู่ชั่งต่างกับท่าทางมันนัก


ลี่เซี่ยมองจมูกของมันที่ทำเสียงฟุตฟิต เหมือนหมาตำตรวจที่ถูกฝึกให้ดมหากลิ่นของผิดกฎหมาย แล้วต้องหูผึ่งตาเหลือกเมื่อมันกล่าวยะโสอีก


"ปล่อยสตรีคนงาม นางคนนั้นมาให้ข้าไปเป็นนางทาสรับใช้ไว้อุ่นเตียงนายท่านของข้า แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป...ว่าอย่างไรเล่า กรรรรรรรส์"


"เหอะ...ไอ้หมาบ้า ปากหมามันxเลย ถ้าไม่กลัวและอยากได้ข้า เข้ามาสิวะ แม่จะถลกหนังเอาไปเป็นที่เช็ดเท้าหน้าห้องส้วมให้...อืมมม" ยังตอบกลับด้วยอารมณ์เดือดดาน และด้วยคำหยาบไม่ทันจบแต่ถูกคนสองคนกระโดนเข้ามาปิดปากและจับตัวไว้แน่น เธอดิ้นส่ายไปมาให้หลุดพ้นแต่แรงเธอมีไม่มากพอ ได้แต่ฮึดฮัด คำรามในคออตาจ้องคมดุจ้องมองทันอย่างเอาเรื่อง


'คิดจะเอาไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียง ก็คือนางบำเรอดีๆนี้เอง หน่อยแน่ะ!!!'


"เงียบปากหาเรื่องของเจ้าเสีย มันให้จะนำพาความตายมาให้ทุกคน และหากไม่อยากให้ถูกฝูงหมาป่าจับฉีกเนื้อกินหนังเป็นอาหารค่ำของพวกมัน จงเงียบ!!!"


"อืออออ"


"ว่าอย่างไร หนึ่งคนแลกห้าคน ไม่คุ้มหรือ ข้าชอบที่นางงดงาม และนายท่านของข้าคงชอบเช่นกัน กรรรรรรส์"


'คุ้มบ้าน _ ่อ บ้านแ_ ่ แก่อ่ะดิ' ลี่เซี่ยนึกด่ามันด้วยคำหยาบ ในเมื่อมันมาหวังเข่นฆ่ามุ่งร้าย จะพูดดีพูดอ่อนน้อมให้ทำไมกัน รู้จักสาวห้าว หญิงเหล็ก ปากกล้าน้อยไปแล้ว


สายตาเอาเรื่องของลี่เซี่มองทุกคน เธอใจชื่นอยู่บ้างที่ทุกคนมีสายตาแข็งกร้าวและแสดงอาการไม่ยินยอม เธอคิดไว้หากใครมันคิดเอาเธอแลกเปลี่ยนเพราะกลัวตามคำข่มขู่ของไอ้หมาบ้า เธอจะเจี๋ยนไอ้คนนั้นเป็นคนแรก และจะตามไล่ถลกหนังไอ้หมาบ้าต่อและจะเอาหนังมันทั้งโครตเหง้าเลย ฐานดูหมิ่นคิดจะเอาไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงให้เจ้านายมัน 


"พรึบบบ...." เงาดำๆที่เป็นกลุ่มก้อนทั้งสามกลายร่างเป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์สิ้นดีในสายตาคนทั้งหก "ว่าอย่างไรเจ้านายข้า ยื่นข้อเสนอเปิดทางออกให้ชีวิตรอดแก่พวกเจ้าแล้วนะ"


"ใช้ๆ ว่ายังไง ถือว่าเจ้ายังดวงดีที่เจ้านายข้าเปิดโอกาสให้" ภูตปีศาจพูดเสียงแหลมจนแสบแก้วหู


"เป็นโอกาสดี และวาสนาของนางที่มีโอกาสได้รับใช้นายท่านของข้า พวกเจ้าไม่คิดส่งเสริม รึ ฮ่ะๆๆ หรือหากนายท่านของข้าไม่สนใจนางยังมีบริวารนายท่านที่สูงส่งรับช่วงนางให้คอยรับใช้ต่อก็ได้  หรือไม่ก็เป็นข้าเสียเอง ฮ่ะๆๆ" มันกล่าวอย่างคะนองปาก และลิ้นเล็กยาวยื่นออกจากปาก ตวัดเลียตามใบหน้าของมันเอง ชั่งน่าขยะขะแยงสิ้นดี


"กรรรรรรส์ ส่งนางคนงามมาให้ข้า ข้าเสียเวลามากพอแล้ว"


ลี่เซี่ยจ้องมองด้วยสายตาสังหาร มือกำด้ามกริชแน่น ไม่สนใจคำห้ามปรามของหัวหน้ากลุ่มที่ห้ามมองสบตามัน และให้อยู่นิ่งๆภายในวงกลม ความโกรธของเธอถึงจุดเดือดทะลุปรอทพุ่งสูงเสียบฟ้าไปแล้ว แรงมหาศาลของคนโกรธจึงทำให้ดิ้นหลุดและผลักทั้งสองจนกระเด็นแทบถลาออกนอกวงกลม


"จับนางไว้...!! จับนาง อย่าให้ออกไป"


"บ้าสิ้นดี นางคิดว่านั้นเป็นเพียงหมาเฝ้าบ้านหรืออย่าง ไรกัน" ทั้งสบถ และก้นด่าลี่เซี่ยที่กระโจนเข้าหากลุ่มภูติปีศาจอย่างคนเสียสติ


"พวกเจ้าห้ามออกไป ข้าจะตามไปดึงตัวนางกลับ"






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #7 06TR (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:32

    จัดการมันนนนนนน
    #7
    0
  2. #6 ทิพย์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:58

    แนวจีนจะเรียกว่า สาวใช้อุ่นเตียง จ้า

    อ่านตรงคำว่านางบำเรอ ต้องกลับไปดูใหม่ว่าแนวจีนจริง ๆ หรือเปล่า

    #6
    0