'เหว่ยชิงหลาน' สาวงามมือสังหาร (นิยายของพรนับพัน แปลโดย ยำรวมมิตร)

ตอนที่ 10 : รอยลโฉมงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    2 มี.ค. 63

รองแม่ทัพ ควบม้าฝีเท้านักออกจากจวนสกุลเหว่ยตรงไปยังวังหลวง เมื่อพ่อบ้านรายงานว่า ท่านจอมทัพเข้าวังหลวงพร้อมฮูหยินใหญ่และคุณหนูรอง ตั้งแต่ยามเช้า จนป่านนี้ตะวันตรงหัวยังมิกลับ

มิน่าเล่าท่านจอมทัพจึงยังไม่ทันทราบข่าวเรื่องคุณหนูสาม แต่อาจได้ข่าวว่ามีมังกรเพลิงปรากฎที่ทะเลดำ ด้วยวังหลวงมีสายข่าวทุกย่อมหญ้าในแคว้นฉู่ต้องได้คุยกันในวังหลวงและเข้าหูท่านจอมทัพบ้าง  


ดังสกุลเหว่ยก็มีสายข่าวคอยรายงานเช่นกัน หึ! แต่ยังช้ากว่าสายข่าวของพรรคมังกรเพลิง



เมื่อมาถึงหน้าประตูวัง ตัดสินใจตรงเข้าพบบิดาผู้เป็นราชครูเพื่อปรึกษาเสียก่อนแล้วค่อยรอพบท่านจอมทัพ

มาหยุดยืนหน้าหอสมุดชั้นใน มอบป้ายเงินสัญลักษณ์ทหารม้าเกราะเหล็กที่สามารถเข้าออกภายในวังหลวง หอสมุดชั้นในเป็นห้องทำงานสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งราชครูแคว้นฉู่

"ไปเรียนท่านพ่อให้ด้วย ว่าข้ามีเรื่องเร่งด่วนจะขอคำปรึกษา" 

"ขอรับท่านรองแม่ทัพเล่อ" ขันทีผู้น้อยที่ดูแลประจำหอสมุดชั้นในรับคำโค้งกายแล้วรีบเดินอย่างว่องไว

ไม่นานราชครูเล่ออั้นเทียน เดินออกจากห้องทำงานตามหลังด้วยมาขันที

"คาระท่านพ่อ" ประสานมือก้มตัวลงเคารพบิดา

"อืม คงมีเรื่องเร่งด่วนและสำคัญมากถึงได้มาหาพ่อถึงนี่" ร้องทักและพยักหน้า สองสามปีให้หลังบุตรชายไม่เคยต้องมาหาถึงนี้แทนที่จะรอพบปะที่จวนสกุลเล่อ แสดงว่าสำคัญมากและคงต้องเป็นความลับเสียด้วย

"ขอรับท่านพ่อ"

"เช่นนั้นไปคุยกันที่ศาลาสระบัวกันเถิด" แตะไหล่ลูกชายแล้วหันไปทางขันที

"ข้าขอชุดชาและขนมบนโต๊ะทำงานของข้า ไปที่ศาลาด้วย"

"ขอรับท่านราชครู"

สองพ่อลูกสกุลเล่อ เข้าไปนั่งยังศาลาและรอจนกว่าขันทีจะปลีกตัวออกไป

"ว่ามาสิ ว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญอันใดหว่านเทียน"


"ท่านพ่อคงพอได้ข่าวว่ามีมังกรเพลิงตามตำนานปรากฎตัวที่ทะเลดำแล้ว"


"อืม...พ่อได้ยินเหล่าขันทีคุยกันอย่างดีอกดีใจหน้าห้องทำงาน และไม่นานองค์ฮ่องเต้เรียกโหราจารย์ และประจวบเหมาะท่านจอมทัพเหว่ยถูกเรียกตัวเข้าวังเรื่องคู่หมายองค์รัชทายาทพอดี เลยได้ร่วมประชุม ข่าวต่อจากนั่นพ่อยังไม่ได้รับรู้ คงรอองค์ฮ่องเต้เรียกหา เมื่อนั้นคงได้ข่าว"


"ท่านพ่อไม่ต้องรอฟังข่าวแล้ว ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง ด้วยข้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย"


"จริง รึ" น้ำเสียงดีใจกว่าเหล่าขันทีที่รู้ข่าวก่อนหน้า "ว่ามา... รีบบอกมา" ขยับตัวอย่างตั้งใจฟัง


"ข้ากำลังฝึกทหารตามปกติ ก่อนหน้านั่นท้องฟ้าไร้เมฆหมอกไร้แววจะมีฟ้าฝนตก จู่ๆเกิดลมพายุ เมฆหมอกหนาตามด้วยฝนตกและสายฟ้าผ่าบริเวณขอบเหวและเหนือทะเลดำ ก่อนจะปรากฎมังกรเพลิงเหาะเหินตามอากาศและเล่นน้ำกลางสายฟ้าผ่า ประมาณครึ่งก้านธูปแล้วพุ่งลงทะเลดำไม่ปรากฎตัวอีก ขอรับ"


"แค่นั้น หรือ" เอยเสียงหายตื่นเต้นดีใจ


"มีอัศจรรย์กว่านั่นขอรับท่านพ่อคือเช่นนี้ขอรับ...และเรื่องนี้สายข่าวของวังหลวงคงไม่ทราบ และท่านจอมทัพก็ไม่ทราบเช่นกัน ขอรับ"


"สตรีไร้ค่า ลูกอนุต่ำศักดิ์เช่นคุณหนูสามนั้นหรือ จะเป็นร่างประทับของมังกรเพลิง!!?"


"ขอรับท่านพ่อ ข้าเห็นกับตาทั้งสองข้าง แผ่นหลังของนางเป็นมังกรเพลิงตามตำนานและคือมังกรเพลิงที่ปรากฎก่อนหายลงไปใต้น้ำ แล้วปรากฏร่างของนางขึ้นมาแทน ขอรับ"


"แล้วจู่ๆนางไปปรากฏตัวที่ทะเลดำได้เยี่ยงไร" ราชครูเล่ออั่นเทียน ยังคงกังขาหากมิใช่บุตรเป็นผู้เหล่าตนคงยากจะเชื่อได้


"ข้าไม่อาจทรายได้ และยังมีม้าประหลาดแสนจะพยศด้วยนะขอรับท่านพ่อ" รองแม่ทัพเล่อหว่านเทียนปิดบังบิดาเรื่องถูกเจ้าม้าเล่นงาน


'จะให้ท่านพ่อทราบได้อย่างไรเล่า ว่าบุตรชายที่รู้จักม้าและฝึกขี่ม้าพร้อมฝึกใช้อาวุธเป็นตั้งแต่อายุสี่ขวบเก่งกาจเพียงใดจนได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพทิศใต้ และถูกเรียกตัวให้เข้าสังกัดทหารม้าเกราะเหล็กสกุลเหว่ย โดยมิได้ให้สกุลเล่อส่งเสริม กลับมาแพ้ทางเจ้าม้าบ้าที่แสนประหลาด นั้น หึ!'


"หากเป็นดังที่เจ้าว่าจริง คุณสามต้องเป็นที่ต้องการของสกุลอื่นในแคว้นฉู่...และใช่นางหรือไม่ที่เจ้าเคยติดจะเอาไปเป็นอนุ"


"ใช่ขอรับท่านพ่อ แต่คราวนั้นท่านแม่มิยินยอมที่จะเอยปากขอจากท่านจอมทัพ เพราะท่านแม่รังเกลียดนางที่เป็นสตรีไร้ค่าแห่วแคว้นฉู่ และเพราะนางไม่คิดรับไมตรีจากข้าด้วย ข้าจึงปล่อยเลยตามเลย แต่ข้าหาโอกาสตลอดเวลาเพื่อจะได้นางมาเป็นอนุให้ได้ ด้วยนางงดงามจับตาและถูกใจข้านัก"


"นี่ใช่หรือไม่ที่เจ้ามาปรึกษาพ่อ"


"ขอรับ หากพ่อท่านช่วยออกหน้าขอนางให้ข้า ก่อนที่ท่านจอมทัพจะทราบเรื่องว่านาง..."


"เอาละๆ ข้าก็เห็นดีด้วย หากไม่รีบจัดการวันนี้ วันข้างหน้า นางอาจไม่ได้แต่งเข้าสกุลเล่อ หากทุกคนเห็นนางเป็นคนสำคัญขึ้นมา และสกุลเล่ออาจพลาดโอกาสการเป็นใหญ่ ฮ่ะๆๆ"


"แต่...ท่านพ่อขอรับ ตอนนี้นางถูกชินอ๋องพาตัวไปยังพรรคมังกรเพลิง แล้วเราจะทำประการใดขอรับ" 


"ห๊าาา!!! เจ้าปล่อยนางไปได้เยี่ยงไร" ราชครูเล่ออั้นเทียนแสนจะเดือดดาน


'ก็เจ้าม้าบ้า นั้น อย่างไรเล่า' ได้แต่คิดแค้นในใจมิกล้าบอกบิดา




พรรคมังกรเพลิง ตั้งบนภูเขาและมีป่าไม้ร่วมรื่น เขตแดนพื้นที่ราบและในที่สูงเกือบโอ้บล้อมทั้งแคว้นฉู่ เสมือนเป็นเกาะป้องกันภัยสำหรับศัตรูคิดคิดรุกราน


อดีตหมอหลวงที่รับใช้พระสนมเอก ขอติดตามรับใช้องค์ชายใหญ่ ยืนรอต้อนรับและเพื่อคินดูแบคนป่วยที่ส่วข่าวมาบอกล่วงหน้าแล้ว


"ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้าได้ข่าวว่าท่านประมุขพาคนป่วยที่เป็นสตรีมาด้วยและจะให้พักที่เรือนใหญ่ หมายความว่ากระไรเจ้าค่ะท่านพ่อ" บุตรีอดีตหมอหลวงรีบกระหือกระหอบเข้ามาถามอย่างไร้กิริยาสตรีผู้ได้รับความเห็นจากทุกคน ว่า นางผู้เพรียบพร้อมและงามสง่า


"เจ้าช่างไม่สำรวมเลยนะ เหม่ยเหยา" ไม่ตอบบุตรีแต่หันใบหน้าที่บึ้งตึงและรอยย่นยับด้วยวัยชรา ตำหนิ


"ลูกขอภัยเจ้าค่ะท่านพ่อ เพราะลูกรีบร้อนต้องการทราบข่าวว่าจริงหรือไม่" โค้งตัวลงต่ำและยืดตัวตรงก่อนย่อเข่าเป็นการขอโทษที่แสดงกิริยาไม่สมควรต่อหน้าบิดา


จะไม่ให้นางรีบร้อนได้อย่างไรกัน เมื่อได้ยินทหารพูดกันเรื่องการปรากฎตัวของมังกรเพลิงและสุดท้ายท่านประมุขพาอิสตรีเข้ามายังพรรคและสั่งให้เตรียมหมอและที่พักบนเรือนใหญ่ เรือนที่นางใฝ่ฝันต้องการเป็นนายหญิง 


ตั้งแต่เด็กจนกระทั้งเติบโตเป็นสาวผ่านพิธีปักปิ่นเตรียมออกเรือน ท่านประมุขเคยนำพาอิสตรีเข้าพรรคสักคนที่ใดกัน แต่เมื่อได้ยินเต็มสองหูจะไม่ให้นางร้อนรนได้หรือ!


"ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว มิใช่รึ ว่าอย่าคิดใฝ่สูงเกินเอื้อม"  มีหรือจะไม่รู้ถึงนิสัยและจิตใจบุตรีคนโตว่าเป็นเช่นไร ค่อยเตือนตลอดเวลา แต่นางก็ยังถล้ำลึกและรักปักใจเพียงท่านประมุขผู้เดียว ประมุขที่คนใต้หล้าคิดเสมือนว่า เป็นบุรุษไร้ใจ


"ท่านพ่อ...!" นางตะลึงอึ้งมองหน้าบิดาที่สีหน้าเคร่งเครียด แล้วต้องก้มหน้าหลบด้วยไม่อาจสู้สายตาบิดาได้


"เจ้าคิดว่า ที่เจ้าได้มีโอกาสคอยรับใช้บนเรือนใหญ่ โดยไม่มีสตรีของบุตรหลานอดีตทหารได้เหยียบย่างแม้บันไดเรือน เพราะท่านประมุขมีใจให้เจ้า นั่น เจ้าคิดผิดถนัด จงเลิศคิดเข้าข้างตนเองได้แล้ว"


"ท่านพ่อ...!!!" นางเรียกบิดาอีกครั้งอย่างตกใจและคาดไม่ถึงว่าบิดาจะกล่าวได้รุนแรงและเสียนแทงหัวใจนางได้ถึงเพียงนี้ น้ำตาพานไหลอาบแก้มแล้วหันหลังวิ่งกลับเหมือนคราวที่นางวิ่งมา


อดีตหมอหลวง ส่ายหน้าและมองตามหลังบุตรสาวคนโต จำต้องกล่าวคำรุนแรงเช่นนั่นออกไปเพื่อให้นางได้คิด ตัดใจและเลิกฝันหวานราวเด็กสาวเสียที เห็นบุตรีเจ็บใช่ว่าตนจะไม่เจ็บ ตนนั้นเจ็บปวดใจแทบขาดยามเห็นบุตรีต้องเสียใจ 


หากท่านประมุขรับไมตรีนาง ตนมีแต่คิดส่งเสริม แม้จะไม่ได้เป็นฮูหยินเอก ฮูหยินรองก็ตาม


"ท่านประมุข ใกล้ถึงแล้วขอรับท่านหมอ"


"อืม" อดีตหมอหลวงพยักหน้ารับ และมองเส้นทางเมื่อใดจะได้เห็นสตรีผู้นั้น ตนใช่ว่าจะไม่ใจร้อนต้องการเห็นเหมือนบุตรีตนโต


ทุกคนต่างยืนรอต้อนรับการกลับมาของท่านประมุข และด้วยต้องการเห็นใบหน้าสตรี ที่ข่าวแจ้งมาว่าท่านประมุขพามาด้วย 


นางคือ สตรีหนึ่งเดียว เพียงคนเดียวที่ท่านประมุขพามา และยังให้พักที่เรือนใหญ่ ยังเป็นห้องที่ติดกับห้องท่านประมุขเสียด้วย เรื่องนี้เองที่ทุกคนต่างคิดไปต่างๆนาๆ 


'อยากรู้นัก จะมีสตรีนางใดที่จะเทียบความงาม เพรียบพร้อมไปกว่า เหม่นเหยา หรือ เหยาเหยา บุตรีตนโตของอดีตหมอหลวง...!'


"กุบ กุบ กุบ"

"เสียงม้าใกล้เข้ามาแล้ว..."


สิ้นเสียงของคนหูดีร้องบอก ต่างยึดคอมองไปทางถนนเข้าประตูใหญ่ของพรรคมังกรเพลิง ต่างใจร้อนที่จะยลโฉมงาม 


'งดงามเพียงใด ประมุขจึงคิดให้พำนักบนเรือนใหญ่เรือนที่อดีตประมุขพรรคตั้งกฎไว้ว่า สำหรับนายหญิงพำนักเท่านั้น'


และทุกคนต่างเสียดาย เมื่อสตรีถูกคลุมจนมิด และในอ้อมแขนท่านประมุข ไม่สามารถเห็นนางได้


'แต่....แอ๊ะ นั่นเสื้อคลุมมังกรเพลิง คลุมให้นาง หมายถึง...!'


ต่างแตกตื่นตกใจ บางคนหันมองใบหน้าท่านหมอ และมองหาเหม่ยเหยา...ไร้วี่แววของนาง ดีแล้วที่นางไม่ได้อยู่ตรงนี้ หากนางเห็นคงเสียใจเป็นแน่


เหม่ยเหยา แอบยืนมองข้างมุมเสาเรือนรอง 


เรือนรองที่เชื่อมด้วยสะพานไม้เป็นทางสู่เรือนใหญ่ คือ เรือนสำหรับเรียกประชุมและสำหรับลูกน้องพรรคที่ใกล้ชิดพำนักอาศัย


นางยืนขบฟันกัดปากจนห่อเลือด กำมือแน่น เล็บเท้าจิกร้องเท้าผ้าแทบขาด ทำไม นะ ทำไม...คนได้คลุมเสื้อแพรดิ้นทองปักรูปมังกรเพลิงและอยู่ในอ้อมแขนไม่ใช่นาง!!!


ิและนางได้แต่ยืนทุบตีเสาเรือนจนฝ่ามือและนิ้วมือแตกเป็นแผล เมื่อท่านประมุขอุ้มนางเข้าสู่เรือนใหญ่ มีบิดานาง และคนสนิทเดินตามไปติดๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

103 ความคิดเห็น

  1. #29 Dar699699 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 13:57

    เปิดตัวแบบอลังการงานสร้างแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่(^•^)
    #29
    0