[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 7 : Section 6 The chamber of secrets [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

Section 6 The chamber of secrets

 

เรื่องเล่าของชายคนนั้น

 

   การแข่งขันควิชดิชของเขาเดินทางมาถึงแล้ว แต่โชคไม่ดีนักที่การแข่งขันนัดนี้ถูกยกเลิก มีนักเรียนถูกเล่นงานเพิ่มขึ้นอีกราย ศาสตราจารย์มักกอลนากัลวิ่งมาบอกพวกเขาท่าทางตื่นตระหนก แฮร์รี่ที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างเขาเริ่มใจเสีย ทันทีที่อาจารย์พูดชื่อเกรนเจอร์ทั้งเขา แฮร์รี่และวิสลีย์ก็วิ่งมาห้องพยาบาลทันที เป็นดังที่คาดเกรนเจอร์บัดนี้ถูกสาปให้เป็นหินไปเสียแล้ว

 

แฮร์รี่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง มองหน้าผู้เป็นเพื่อนอย่างโหยหา เวลานี้ทุกคนในโรงเรียนตกอยู่ในความหวาดกลัว ข่าวว่าโรงเรียนอาจถูกปิดทำนักเรียนหลายคนเริ่มร้องไห้ กิจกรรมในโรงเรียนเปลี่ยนไปทันที มีการเรียนการสอนเฉพาะบางวิชาที่อยู่ในปราสาทเท่านั้น การเปลี่ยนชั่วโมงเรียนมีอาจารย์ประจำวิชาคอยเดินนำหน้า และมีกฎห้ามออกจากหอนอนเกินเวลาที่กำหนด

 

หลายวันทีเดียวที่พวกเขาต้องทำแบบนี้ แฮร์รี่ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลยสักอย่าง เราใช้เวลาอันน้อยนิดที่สามารถเจอกันได้มานั่งหารือกันใหม่อีกรอบ แต่ก็ลงท้ายเหมือนเดิมพวกเขาไม่ได้อะไรเลย ระหว่างเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นพวกเขาได้ยินเสียงอาจารย์หลายคนคุยกันตามทางเดิน น้ำเสียงดูร้อนรนราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

 

พวกเขาแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง ผนังฝั่งตรงข้ามถูกเขียนด้วยหมึกสีแดงเหมือนเมื่อต้นเทอม เนื้อความบอกว่าโครงกระดูกของเธอจะนอนอยู่ในห้องนี้ชั่วนิรันดร์ พวกเขาได้ความว่ามีสัตว์ร้ายตัวหนึ่งลักพาตัวนักเรียนไป ซึ่งก็คือจินนี่น้องสาวของวิสลีย์ แฮร์รี่ตาเบิกโพลงเขารู้ทันทีว่าเจ้าตัวคิดหาทางช่วยอยู่เป็นแน่ อาจารย์ลงความเห็นกันว่าจะให้ล็อกฮาร์ทเป็นคนไปช่วยจินนี่ แต่เขาว่านั่นเป็นความคิดที่โง่ทีเดียว

พวกเราแยกย้ายกลับหอนอนก่อนที่จะหมดเวลา เดรโกเริ่มกระวนกระวายใจ มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้แฮร์รี่ออกไปผจญอันตรายกับวิสลีย์เหมือนตอนปีหนึ่ง และครั้งนี้เขาคงตามไปช่วยไม่ได้ เขาล้มตัวลงนอนกลิ้งเกลือกไปมาบนเตียง พลางนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยนาฬิกาข้อมือเขาส่งเสียงเตือนเบาๆว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงก๊อกแก๊กอยู่นอกหน้าต่าง นกฮูกหิมะสีขาวสว่างเกาะอยู่ตรงขอบ มันใช้จะงอยปากของมันเคาะหน้าต่างให้ส่งเสียง เขารีบลุกไปเปิดให้มันเข้ามา แกะม้วนกระดาษที่ผูกอยู่กับขามันก่อนจะคลี่ออกอ่าน

 

ชั้นเจอห้องแห่งความลับแล้ว กำลังไปหาล็อกฮาร์ท

เจอกันที่ห้องน้ำหญิงชั้นสาม ถ้าหากนายมาได้    แฮร์รี่.

 

เขาอ่านทวนอยู่ถึงสามรอบจึงเข้าใจข้อความสั้นๆนี่ เขาไม่เคยคิดผิดเลยจริงๆโดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวกับแฮร์รี่ สองคนนั่นหาวิธีที่ทำให้รู้ทางเข้าห้องแห่งความลับนั่นจนได้ เดรโกใช้เลาอยู่นานทีเดียวกว่าจะย่องออกจากหอนอนได้สำเร็จ เขาต้องวิ่งให้เบาที่สุดเพื่อไปชั้นสาม นึกสงสัยว่าทั้งแฮร์รี่และวิสลีย์เดินไปมาในฮอกวอตส์ตอนดึกได้ยังไงโดยที่ไม่ถูกจับได้

 

เดรโกยืนงงอยู่หน้าห้องน้ำมองหลุมลึกใหญ่ที่ก่อนหน้ามันเคยเป็นซิงก์ล้างมือมาก่อน ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆถ้าซัลลซาสลิธีรินสร้างห้องนี้จริงก็น่าจะหาทางเข้าที่น่าอภิรมย์กว่านี้สักหน่อย เขาได้ยินเสียงระเบิดดังก้องมาจากในหลุมจึงตัดสินใจกระโดดลงไป กลิ่นสาบและน้ำเฉอะแฉะเปรอะเปื้อนตัวเขา แม่ต้องฆ่าเขาแน่ๆถ้าเกิดรู้เรื่องนี้เข้า

 

เขาเดินมาตามทางเดินเศษซากกระดูกใต้ฝ่าเท้าทำเอาแทบอ้วก ได้ยินเสียงทะเลาะกันอยู่ไกลๆ เป็นวิสลีย์กับล็อกฮาร์ทนั่นเอง เขาเข้าไปทันฉากทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงของวิสลีย์พอดิบพอดี เจ้านั่นใช้หินทุบหัวอาจารย์ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงโวยวายขึ้นมาอยู่หรอก แต่เป็นล็อกฮาร์ทเขาจะทำเป็นไม่เห็นแล้วกัน

 

“นายมาทำอะไรที่นี่” วิสลีย์ถามเขาขึ้น ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับเกรนเจอร์เมื่อตอนปีหนึ่ง เขาไม่สนใจกวาดสายตามองต่อไปและแน่นอนไม่เห็นแฮร์รี่อีกเช่นเคย

 

“แฮร์รี่” เขาลองตะโกนเรียกดู ถ้าจะให้ถามคนข้างหน้าคาดว่าน่าจะได้อย่างอื่นที่ไม่ใช่คำตอบ

 

“นั่นนายหรอเดรโก” เสียงแฮร์รี่ดังมาจากอีกฝั่งที่มีหินกั้นสูง เขาคิดว่าไอ้นี่น่าจะระเบิดลงมาขวางทางทั้งสองคน

 

“ใช่ นายอยู่ตรงไหนน่ะ” เขาตะเกียกตะกายขึ้นไปบนหินสูง มือหยิบก้อนหินออกมาเรื่อยๆเพื่อเปิดช่อง

 

“ตรงนี้” เสียงแฮร์รี่อยู่ใกล้จุดที่เขาอยู่ ผลักหินออกนิดหน่อยก็เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขายิ้มออกมาเมื่อเจอแฮร์รี่ ดันหินก้อนสุดท้ายออกให้มีที่ว่างพอจะลอดเข้าไปได้

 

เขากับแฮร์รี่พากันวิ่งไปตามทางเดินสกปรกๆ ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ บนพื้นเปียกแฉะคือจินนี่ที่นอนอยู่ แฮร์รี่พึมพำว่าทอมริดเดิ้ลซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นชื่อบนสมุดที่แฮร์รี่เคยเล่าให้ฟัง แต่ทำไมเขาคนนั้นถึงมายืนอยู่ตรงนี้ เขาควรจะอยู่ในสมุดไม่ใช่หรือ

 

พวกเขารีบเข้าไปหาจินนี่โชคยังดีที่เธอยังมีชีวิตอยู่แต่ก็หายใจรวยรินเต็มทีแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่คนเดียวในห้อง เป็นชายร่างสูงอายุราวๆสิบห้าถึงยี่สิบปีเขาสวมเสื้อคลุมของฮอกวอตส์ซึ่งไม่ใช่แบบในปัจจุบัน และเท่าที่เขาเห็นดูเหมือนว่าชายคนนี้จะอยู่บ้านสลิธีริน ในมือของชายคนนี้ถือไม้กายสิทธิ์ที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นของจินนี่ ทอมมองเขาตอบ ยกยิ้มให้เขาเล็กน้อยแต่เป็นยิ้มที่แสนเยือกเย็นในความคิดเขา

 

“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ ในนี้มีบาซิลิกซ์เราต้องพาเธออกไป” แฮร์รี่ร้องถามอย่างร้อนรน เดรโกไม่รู้ว่าบาซิลิกซ์คืออะไรแต่เดาว่ามันต้องเป็นสัตว์ร้ายแน่ๆ ตอนนี้จินนี่เริ่มซีดลงเรื่อยๆเนื้อตัวเย็นเฉียบเข้าไปทุกที

 

“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกแฮร์รี่” ทอมตอบสีหน้าเรียบนิ่งหมุนไม้กายสิทธิ์ในมือ มองพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย็น

 

“ทำไมล่ะ” เขาถาม ต่อสู้สายตาที่บัดนี้หันมาจ้องเขาแล้ว ทอมขยับเข้ามาใกล้ใช้ไม้กายสิทธิ์เชยคางเขาให้เงยขึ้น ไอเย็นแผ่เข้ามาปกคลุม เดรโกรู้สึกถึงความอันตรายในใบหน้าสงบนิ่งนั้น

 

“เพราะยิ่งจินนี่อ่อนแอลงเท่าไหร่ ชั้นก็เข้มแข็งขึ้นเท่านั้น” เขากระซิบให้เดรโกได้ยินแต่ก็ดังพอที่มันจะก้องไปทั่วห้อง แฮร์รี่เอื้อมมาจับมือเขาแน่นทั้งคู่รู้ตัวแล้วว่าชายตรงหน้าเป็นศัตรูอย่างแน่นอน

 

“คุณทำอะไรจินนี่” แฮร์รี่กัดฟันพูด มือเขาถูกมือแฮร์รี่บีบจนเจ็บ เหงื่อผุดซึมทั่วใบหน้าของเขา รู้สึกพะอืดพะอมแปลกๆ

 

“จินนี่เป็นคนอ่อนแอแฮร์รี่ เธอมีพี่ชายที่ไม่เอาไหน เธอเกลียดครอบครัวของเธอที่ให้ทุกอย่างสำหรับเธอไม่ได้ เธอมีพลังที่ชั้นต้องการ” ทันทีที่พูดจบทอมถอยออกไปจากพวกเขา วางท่าไว้ตัวให้ดูน่าเกรงขาม แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ขยะแขยงสิ้นดี

 

“จินนี่เป็นผู้เปิดประตูห้องแห่งความลับนี้ จินนี่เป็นผู้ปล่อยบาซิลิกซ์ไปจัดการพวกเลือดสีโคลนกับแมวของฟิลช์ จินนี่เป็นคนเขียนคำขู่ไว้บนกำแพง” ทอมพูดขึ้นเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เขาได้ยินแฮร์รี่พึมพำแต่คำว่าทำไม เท่าที่เขารู้เธอไม่น่าจะทำแบบนั้นได้ยกเว้นว่าเธอจะไม่รู้ตัว

 

“เพราะชั้นเป็นคนสั่งยังไงล่ะแฮร์รี่ ชั้นควบคุมเธอด้วยสมุดบันทึกนั่นจนเธอสติแตกและพยายามทำลายมัน แล้วใครล่ะที่จะเป็นคนไปเจอนอกจากนาย คนที่ชั้นต้องการพบเจอมากที่สุด” ทอมอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ตอนนี้สมองเขาตื้อไปหมดแล้วคำบอกเล่าต่างๆทำให้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกระจ่าง แต่เขาก็ยังสงสัยว่าชายคนนี้ทำไปเพื่ออะไร

 

“ทำไมคุณถึงอยากเจอผมนักทอม” แฮร์รี่พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขารู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อยของมือที่กอบกุมไว้อยู่

 

“คิดสิแฮร์รี่ ชั้นเป็นคนเปิดห้องแห่งความลับเมื่อห้าสิบปีก่อน และมีเลือดสีโคลนคนหนึ่งตาย หลังจากนั้นชั้นก็ทำให้ทุกคนคิดว่าแฮกริดเป็นคนทำ แต่ดัมเบิ้ลดอร์ดันจับตามองชั้น”

 

“แฮกริดไม่ได้ทำและที่ดัมเบิ้มดอร์ทำแบบนั้นเพราะเขารู้ตัวตนของคุณ”

 

แต่เขาไม่รู้ทั้งหมด ชั้นเก็บร่างเด็กอายุสิบหกเอาไว้ในหนังสือรอวันที่ชั้นจะได้กลับมาจัดการกับนาย” ทอมตะโกนขึ้นเสียงดัง ทั้งสองจ้องตากันเขม็ง เดรโกเห็นรังสีความเกลียดชังลอยอยู่รอบตัวคนทั้งคู่ เขาต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตไปมากกว่านี้

 

“ทำไมเด็กทารกตัวเล็กๆถึงได้รอดจากมือพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ ทำไมเด็กอย่างนายถึงทำลายพ่อมดอย่างลอร์ดโวลเดอมอร์ได้”

 

“ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องนี้นักทอม โวลเดอมอร์เกิดหลังยุคคุณนะ” บทสนทนาเดินทางมาจนถึงจุดที่ทุกอย่างเปิดเผย อย่างที่เขาเข้าใจมาตั้งแต่แรกผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขากระตุกมือแฮร์รี่ให้เตรียมพร้อมเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาแน่ใจว่าเขาจะไม่ปล่อยมือแฮร์รี่ไปไหนเด็ดขาด

 

“โวลเดอมอร์คืออดีต ปัจจุบัน และอนาคาตของชั้น” ทันทีที่พูดจบทอมวาดไม้กายสิทธิ์บนอากาศ เกิดแสงสีแดงเป็นตัวหนังสือว่าทอม มาโลโล่ ริดเดิ้ล และพอเจ้าตัวสะบัดมือขึ้นแรงๆหนึ่งทีตัวหนังสือสลับที่ซึ่งกลายเป็นคำอธิบายถึงคำพูดของชายคนนี้ได้ดีที่สุด

 

ฉันคือลอร์ดโวลเดอมอร์

 

ไม่น่าเชื่อว่าพ่อมดศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนั้นจะมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ เดรโกตัวสั่นสะท้านครอบครัวเขาถูกปลูกฝังให้กลัวชื่อนี้สุดหัวจิตหัวใจ เรี่ยวแรงที่เหลือในตอนนี้เริ่มจางลงเขากลัวตั้งแต่ที่เริ่มสงสัยแต่ไม่คิดว่าพอเจอเข้าจริงๆแล้วจะทำให้เขาเป็นหนักขนาดนี้

 

“หลายเดือนมานี้เป้าหมายของชั้นคือฆ่านายแฮร์รี่ หวังว่าคราวนี้นายจะพร้อม” ชายตรงหน้าเขาวาดไม้กายสิทธิ์ขึ้นสายตามุ่งตรงมาที่แฮร์รี่ คล้ายกับภาพตรงหน้าช้าลงไปชั่วขณะทอมร่ายคาถายาวเยียดที่เขาไม่เคยได้ยิน ฝาดลำแสงสีขาวใส่แฮร์รี่ ขาเขาขยับไปหาคนข้างๆอัตโนมัติ เอาตัวบังลำแสงนั่นได้ทันก่อนมันมาถึง

 

แรงกระแทกประทะเข้ากลางหลังเดรโกอย่างรุนแรง ความร้อนวิ่งไล่ตั้งแต่กลางลำตัวสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ในท้อง ใบหน้าเล็กๆของคนตรงหน้ามีน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาล้มลงคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง ได้ยินเสียงแฮร์รี่ตะโกนก้อง เขาล้มลงนอนสายตามองไปที่คนสองคนที่ยืนประจันหน้ากัน

 

เสียงน้ำแตกซ่าดังขึ้นอยู่รอบตัวเขา งูตัวมหึมาโผล่พ้นผิวน้ำ ได้ยินเสียงขู่ฟ่อๆสะท้อนไปมาอยู่ในห้อง สายตาเขาพร่าเลือนราวกับว่าทุกโสตประสาทโดนปิดตาย ยังรู้สึกตัวทุกอย่างแต่เหนื่อยมากเสียจนไม่อยากหายใจ เขาภาวนาให้ให้มันจบเสียทีทำให้เขาตายไปเสีย แล้วภาพในหัวเขาก็ดับวูบลงเสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงของแฮร์รี่พอตเตอร์

 


ความเสียใจของครอบครัววิสลีย์

 

  เดรโกเดินเข้ามาในห้องนอนของเขาที่บ้าน ในบ้านเงียบมากจนเขาไม่กล้าทำเสียง บนที่นอนมีขนมเยลลี่ของเบอร์ตี้บอตต์แล้วสักพักมันก็กลายเป็นกบช็อกโกแลต เดรโกตกใจจนอยากส่งเสียงแต่ไม่ว่าเขาพยายามที่จะพูดเท่าไหร่ปากเขาก็อ้าไม่ออก

 

เดรโกวิ่งไปที่หน้าต่างมองลงไปข้างล่าง แปลกมากทั้งที่เขาคิดว่านี่เวลากลางวันแต่ทำไมมันถึงมืดขนาดนี้ ทันใดนั้นเขาถูกเขย่าตัวจากด้านหลัง เขาหันไปทันทีแต่ไม่ยักมีใครเขาได้ยินเสียงพ่อตะโกนขึ้นมาจากชั้นล่าง พ่อเรียกชื่อเขาแต่เขาลงไปไม่ได้ เขาลองเดินไปที่ประตูแต่มันก็ไม่ถึงเสียทีเอื้อมมือไปลองบิดลูกบิดประตู แต่เอื้ออมเท่าไหร่ก็ไม่ถึงทั้งที่มันอยู่ใกล้มาก

 

“เดรโก” พ่อเรียกเขาอีกแล้ว แต่น้ำเสียงฟังดูร้อนรนพ่อต้องกำลังรอเขาอยู่เป็นแน่ เดรโกยืนนิ่งทำยังไงเขาถึงจะลงไปข้างล่างได้ เขาหลับตาปี๋พยายามที่จะลืมตาแต่ก็ยากเหลือเกิน

 

“เดรโก” คราวนี้เป็นเสียงแฮร์รี่ แฮร์รี่มาอยู่ที่บ้านเขาได้ยังไง หรือว่ามาหาเขา เขาพยายามจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนเปลือกตาอันหนักอึ้งจะยอมคลายออก แสงจ้ากระทบเข้าที่ดวงตาทันที เขาแสบตามากแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะยกมือขึ้นมาบดบังแสง แต่เหมือนใครบางคนจะรู้ความคิดเขา แสงจ้านั่นหายไป

 

เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสง เจอเข้ากับหน้าแฮร์รี่ซึ่งอยู่ใกล้กับเขาไม่ถึงคืบ เจ้าตัวชะงักเล็กน้อยแล้วถอยออกไป เขารู้ตัวทันทีว่าตอนนี้อยู่ที่ห้องพยาบาลที่ข้างเตียงเขามีแฮร์รี่และเกรนเจอร์ เดาว่าคนที่ถูกสาปให้เป็นหินน่าจะได้รับการรักษาแล้ว

 

เขาย้อนนึกไปว่าเขามาที่นี่ได้ยังไง แต่ก็นึกอะไรไม่ออกเลย อย่างเดียวที่เขาจำได้คือความเจ็บปวดที่ถูกสาปก็เท่านั้น เขามองหน้าแฮร์รี่อยากถามถึงเรื่องราวทั้งหมด เห็นแล้วว่าแฮร์รี่ปลอดภัยดีอย่างนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องราวดีๆที่เขาจะได้ยิน

 

แฮร์รี่ทำหน้าพะอืดพะอม ขมวดคิ้วใส่เขา มือทั้งสองข้างบีบกันเป็นพัลวัน เขาเลยหันไปหาเกรนเจอร์แต่ทั้งคู่อาการเดียวกันเปี้ยบเว้นแต่ว่าเกรนเจอร์ดูอาการหนักกว่าหน่อย เขาเลยพยายามจะเปล่งเสียงแต่ลำคอแห้งผากจนไออกมารุนแรง แฮร์รี่รีบยกน้ำให้เขาดื่มเขาจึงอาการดีขึ้น เขามองตามร่างกายตัวเองไล่ตั้งแต่แขนไปจนถึงเท้าทั้งสองข้างทุกอย่างดูปกติและเรี่ยวแรงเขากลับมาแล้ว

 

“แฮร์รี่” เขาเรียกคนตรงหน้า แฮร์รี่ยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วประคองให้เขานอนลง ดึงผ่าห่มขึ้นมาจนถึงอกแล้วพยายามไม่มองหน้าเขาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พฤติกรรมของแฮร์รี่ทำให้เขาสงสัยดูเหมือนว่าสองคนที่ยืนอยู่ตรงนี้พยายามปกปิดเรื่องบางเรื่องเอาไว้อยู่

 

“เกิดอะไรขึ้นหรอ” เขาถามออกไปในที่สุด แฮร์รี่ชะงักมือที่กำลังดึงผ้าห่มเขาให้ตึง เกรนเจอร์หายใจเฮือกใหญ่ก่อนกระซิบกับแฮร์รี่ให้ได้ยินกันสองคน แฮร์รี่หันมองเขาแล้วก้มหน้างุดเจ้าตัวควานหามือเขาใต้ผ้าห่มแล้วใช้สองมือกอบกุมมือของเขาเอาไว้หลวมๆ

 

“มีเรื่องเกิดขึ้น แต่ชั้นอยากแน่ใจว่านายจะไม่โทษตัวเอง” แฮร์รี่บอกเขา เริ่มบีบมือเขาแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มใจไม่ดีเสียแล้ว สังเกตจากแฮร์รี่เดาว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย

 

“เรื่องอะไรหรอแฮร์รี่” เขาพยายามถามไม่ให้เสียงสั่นที่สุด เขาเริ่มจะกลัวแล้วเมื่อเห็นท่าทางของแฮร์รี่เป็นแบบนี้

 

“คือชั้นก็มีส่วนผิดกับเรื่องนี้ อันที่จริงเป็นความผิดชั้น คือ...คือว่า” เสียงแฮร์รี่ติดขัดเหมือนกับว่าจนถึงตอนนี้เจ้าตัวหาเสียงตนไม่เจออีกแล้ว เขามองกลุ่มผมสีดำสนิท ที่เจ้าของของมันซบลงไปที่มือของเขา เขาหันไปหาเกรนเจอร์ที่ตอนนี้ก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย

 

“บอกมาเถอะ ยังไงชั้นก็ต้องรู้อยู่แล้ว” เกรนเจอร์ถอนหายใจมองเขาด้วยสายตาลำบากใจที่สุด เขาจ้องเจ้าตัวนิ่งกดดันให้พูดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“หลังจากที่นายถูกโวลเดอมอร์สาป” แฮร์รี่พูดขึ้นทั้งๆที่ยังก้มหน้า เสียงฟังดูอู้อี้เมื่อพยายามพูดอัดใส่มือเขา เขาดันหัวคนข้างๆเพื่อพยายามให้แฮร์รี่เงยหน้าขึ้น แต่เจ้าตัวก็ยังยืนยันที่จะเล่าแบบนั้นต่อไป

 

“คืออันที่จริงเขาจะสาปชั้นแต่นายมาบังเอาไว้ก่อน คือ หลังจากที่นายสลบซึ่งชั้นคิดว่านายตายไปแล้วเสียอีก เขาก็สั่งให้งูทำร้ายชั้น แล้วชั้นก็สู้กับงูด้วยดาบของกริฟฟินดอร์ คือ ชั้นไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงคือมันมาพร้อมนกฟีนิกซ์ซึ่งมันอยู่ในหมวก โอ้ยชั้นพูดอะไรออกไป”

 

แฮร์รี่ทึ้งผมตัวเองแต่ก็ยังมุดอยู่ในมือเขาอยู่อย่างนั้น จนตอนนี้ทั้งมือรู้สึกชาวาบไร้การควบคุมไปเสียแล้ว

 

“คือ เอาเป็นว่าชั้นฆ่างูนั่นได้ แล้วก็พยายามจะช่วยนายกับจินนี่ ชั้นพยายามจะทำลายสมุดนั่นแต่มันไม่สำเร็จ โวลเดอมอร์หนีไปได้ และจินนี่” ใจเขากระตุกเมื่อแฮร์รี่เล่าถึงตรงนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจินนี่ก็ต้องตาย ถ้าเป็นอย่างนั้นโวลเดอมอร์ก็หนีออกไปได้ด้วยร่างเด็กอายุสิบหก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เป็นเพราะเขาที่อุตส่าห์ไปถึงที่นั่นแต่ช่วยอะไรไม่ได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรเป็นเขามากกว่าที่ต้องตาย

 

“จินนี่ตายแล้ว ชั้นช่วยเธอไว้ไม่ได้”

 

มือขวาของเขาสัมผัสกับความร้อนของน้ำตาคนข้างๆ ไหล่แฮร์รี่สั่นกระเพื่อมไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมา เขารู้สึกผิดที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต เสียงนกร้องลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ฟังดูหม่นหมองเหมือนร้องให้กับเรื่องที่จินนี่ต้องพบเจอ

 

แสงสีทองของยามเย็นไล่เข้ามาเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าเขาหลับไปนานแค่ไหนหลังจากเกิดเรื่อง เขาจะพูดยังไงต่อหน้าพ่อแม่ของจินนี่ วิสลีย์จะโทษพวกเขาไหม หรือคนอื่นจะเกลียดพวกเขาหรือเปล่า แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาจะไม่ให้อภัยคนที่ทำการกระทำที่น่ารังเกียจนี้เด็ดขาด

 

ทันทีที่เขาออกจากห้องพยาบาลได้เขาก็ได้รับเชิญให้ไปที่งานฝังศพลูกสาวคนเดียวของครอบครัววิสลีย์ พ่อของเขาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ครอบครัววิสลีย์เข้าใจเขากับแฮร์รี่ถึงแม้ความเศร้าจะกัดกินหัวใจพวกเขาไปหมดแล้วก็ตาม

 

เขารับรู้ถึงความเศร้าโศกเสียใจของทุกคน ฮอกวอตส์ให้เกียรติครอบครัววิสลีย์ด้วยการช่วยเหลือเรื่องต่างๆให้มากที่สุด ครอบครัวเดรโกก็เช่นกัน ท่านรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับนายวิสลีย์เช่นกัน ดัมเบิ้ลดอร์มาที่บ้านวิสลีย์ทุกครั้งที่มีโอกาส ครอบครัวถูกเยียวยาจิตใจอย่างถึงที่สุด จนความเศร้าจางหายเหลือเพียงความทรงจำ

 

รอนกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมเมื่อเรื่องนี้ผ่านไป วิสลีย์ทุกคนดูปกติเมื่อเวลาเดินทางไปนานแสนนาน ฮอกวอตส์ปิดตัวลงเพื่อจัดการกับเรื่องทั้งหมด และจะเปิดเรียนก็ต่อเมื่อปีการศึกษาใหม่เข้ามาถึง ทุกคนสนุกกับเทศกาลอีสเตอร์ เขาเขียนจดหมายให้แฮร์รี่ตลอดหน้าร้อน เราคุยกันทุกเรื่องไปจนถึงความชอบในด้านต่างๆ เบลสมาที่บ้านเขาบ่อยขึ้นเพราะพ่อของเบลสต้องไปฝรั่งเศสบ่อยๆ

 

พวกเขามักรวมพลกันที่บ้านของแพนซี่เพราะแม่ของเธอไม่เคยหัวเสียเวลาที่พวกเขาทำของตกแตก แกล้งแครบให้กลิ้งหลุนๆลงเนินเล็กในสวนหลังบ้าน หรือเล่นน้ำคลายร้อนในทะเลสาบกว้างใหญ่ที่ต้องเดินไปมากกว่าห้ากิโลเมตร พวกเขาไม่ใช้ไม้กวาดเพราะเบลสอย่างดื่มด่ำกับต้นไม้ข้างทาง ซี่งนั่นขัดใจแพนซี่มากจนเกือบทะเลาะกัน นั่งกินคุกกี้ในวันที่แดดแรงจนขี้เกียจออกจากบ้าน

 

แฮร์รี่แสดงความอิจฉาอย่างมากในจดหมายถึงกิจกรรมที่เจ้าตัวทำไม่ได้สักอย่าง เขาปลอบแฮร์รี่ด้วยการส่งคุกกี้โหลใหญ่ที่ต้องใช้นกฮูกถึงสองตัวในการส่ง แต่นั่นยิ่งทำให้แฮร์รี่ฉุนเข้าไปใหญ่เพราะแฮร์รี่อยากนั่งกินข้างนอกไม่ใช่ในห้องนอน และจดหมายฉบับต่อมาเป็นจดหมายยาวยืดพรรณนาถึงความเบื่อหน่ายที่สุดในซอยพรีเว็ตกับญาติดิดดี้ตัวน้อย เขาเกือบจะเหาะไปหาแฮร์รี่เสียแล้วพออ่านจบ แต่ติดตรงที่ไม่รู้ว่าซอยพรีเว็ตอยู่ตรงไหนเท่านั้นเอง

 

ทุกคนกำลังมีความสุขโดยที่ไม่รู้เลยว่าเด็กอายุสิบหก สวมเสื้อคลุมฮอกวอตส์เมื่อสมัยก่อนคนนั้นไปอยู่ที่ไหนในตอนนี้




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แง คนที่เป็นแฟนคลับจินนี่ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้เลยนะคะ เราก็เสียใจที่ต้องเป็นแบบนี้ อย่าเศร้าไปเลยน้า//กอดปลอบ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


#เจ้าชายสลิธีริน


สมก๋อย16102018

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #149 Copper (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:40
    ม่ายยย สาวน้อยใจดวงใจของเค้า;-;;;
    #149
    0
  2. #114 Tiab_East (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:25
    สงสารจินนี่
    #114
    0
  3. #106 lp-ventus (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:31
    ช็อกเลยเรื่องจินนี่ แต่ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไป ควาทสัมพันธ์เป็นไปด้วยดีทีเดียว
    #106
    0
  4. #62 ShamanWcat (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:03
    ฮือออ จินนี่ งืออออ ทอมอยู่ไหนเนี่ย อย่าทำน้องนะ!
    #62
    0
  5. #56 Hosan23505 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 18:43
    รออยู่เด้ออออออไรท์
    #56
    0
  6. #54 p0021 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 12:44
    เสียดายที่เดรโกไม่รู้ว่าซอยพรีเว็ตอยู่ไหน ดีใจที่เขาทั้งสองคนเริ่มคุยกัน
    #54
    0
  7. #53 msyokky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 09:25
    ง้าา จินนน ;_; เดรโกน่าจะไปรับแฮร์รี่ที่บ้าน จะได้อยู่ด้วยกันช่วงปิดเทอมไงล่ะคุณเจ้าชาย
    #53
    0
  8. #52 fantaQwQ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 08:06
    งื้ออออออ
    สงสารอ่าาา
    #52
    0
  9. #51 fantaQwQ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 17:06

    ม่ายยยยย
    ฮืออออ
    มาอัพเดี๋ยวนี้!!!!!
    ค้างค้าาา
    #51
    0
  10. #50 grita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 16:39
    ฮือน้องจะเป็นไรไหม
    #50
    0