[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 6 : Section 5 Parselmouth [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    13 ต.ค. 61

Section 5 Parselmouth

 

คาถาพื้นฐานนักเรียนบ้านสลิธีริน

 

  เช้าวันต่อมาเรื่องที่ว่าห้องแห่งความลับถูกเปิดออกแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน บ้างก็รู้จักบ้างก็ไม่รู้จัก นักเรียนบ้านสลิธีรินทุกคนพอจะรู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร เพียงแต่ไม่มีใครทราบได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรก็เท่านั้น มีการถกเถียงกันตามทางเดินหรือตามซอกซอยต่างๆเป็นระยะถึงเหล่าศัตรูของทายาท และเสียงทั้งหมดก็พ้องต้องกันว่าเป็นพวกพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล

 

ไม่มีอะไรให้นักเรียนบ้านสลิธีรินต้องกังวลเพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นเลือดบริสุทธิ์ แต่ก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยแทบทุกครั้งที่กลุ่มพวกเขาเดินผ่าน ราวกับว่าทุกคนที่สวมใส่เครื่องแบบสีเขียวจะสามารถสาปให้ใครก็ตามที่เดินผ่านกลายเป็นหินได้ และเรื่องราวก็ทวีความเลวร้ายขึ้นอีกเมื่อมีคนถูกโจมตี ทุกคนพร้อมใจกันเดินเฉียดไปใกล้ห้องพยาบาลให้บ่อยที่สุดเท่าทีจะทำได้ หรือแม้แต่ไปห้องพยาบาลทุกครั้งที่มีอาการป่วยเพียงแค่เล็กน้อย

 

เดรโกนั่งทำการบ้านของเขาอยู่ที่ห้องสมุด มองดูการเคลื่อนไหวต่างๆรอบตัว มือหมุนควงไม้กายสิทธิ์จิตใจล่องลอยไปยังที่แสนไกล กระดาษเขียนรายงานปึกใหญ่กองอยู่ตรงหน้ามาชั่วโมงกว่าแล้ว แต่เขาไม่มีแม้แต่อารมณ์จะคลี่มันออก หูเงี่ยฟังโต๊ะข้างๆสนทนาเกี่ยวกับชมรมการต่อสู้ตัวต่อตัวของล็อกฮาร์ทที่จะมีขึ้นภายในค่ำนี้ เขาถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน ถ้าเขายังทำใจให้จดจ่ออยู่กับการบ้านไม่ได้เขาโดนเบลสบ่นยับแน่

 

ตลอดทั้งบ่ายเขาจึงตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านของทั้งอาทิตย์จนเสร็จหมดเพราะการฝีกซ้อมควิชดิชสำหรับเขาใกล้เข้ามาแล้ว ฟลินต์กัปตันทีมสลิธีรินมาพูดคุยกับเขาถึงแผนการซ้อมอาทิตย์นี่ว่าจะเอาชนะเรเวนคลออย่างไร ข่าวที่ว่าเขาเป็นซีกเกอร์คนใหม่ของสลิธีรินก็ดูจะขยายวงกว้างไปรวดเร็วเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าเนื้อหามันจะเป็นการที่เขาซื้อตำแหน่งโดยอัดฉีดไม้กวาดรุ่นใหม่ล่าสุดให้ทั้งทีมมากกว่า

 

เขาไม่สนใจนักว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร เพราะเขาก็ไม่ใช่ว่าไม่มีฝีมือเสียทีเดียว ถ้าขี่ไม้กวาดไม่เป็นเลยก็ว่าไปอย่าง เหล่านักเรียนทยอยออกจากห้องสมุดเกือบหมดแล้วในตอนนี้ ท้องเขาร้องครวญครางเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาแล้วตั้งแต่เที่ยง เขาเก็บของใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินออกจากห้องสมุดเพื่อไปยังห้องโถงกลาง เสียงพูดคุยค่อยๆดังขึ้นเมื่อเขาเดินไปถึง มองหากลุ่มเพื่อนเขาแล้วเข้าไปนั่ง

 

ท่าทีที่เขาแสดงออกปกติเสียจนเบลสสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ แต่แพนซี่น่ะอยู่เฉยได้เสียที่ไหน ชี้ชวนให้เขาหันไปมองสามสหายแห่งกริฟฟินดอร์ที่กำลังเดินมาสมทบที่โต๊ะประจำบ้าน แฮร์รี่ก็เหมือนปกติในทุกๆวัน มีแต่เขาที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงจนน่าหงุดหงิด เขามองตามเจ้าตัวตั้งแต่หน้าประตูจนเกือบจะถึงที่ที่เขานั่ง เหมือนแฮร์รี่จะรู้ตัวว่าโดนมองจึงหันมามองกลับ

 

เขาคิดว่าแฮร์รี่จะหลบตาเขาแต่ผิดถนัด แฮร์รี่ยังคงยืนมองเขาอยู่อย่างนั้น สายตาอ่านยากยิ่งกว่าที่เขาเคยสัมผัส เหมือนว่าพยายามจะสื่อสารด้วยสัญญาณที่เขาไม่เข้าใจ เป็นเขาเองที่หลบเลี่ยงสายตาคู่นั้น ความรู้สึกที่เขาอธิบายไม่ได้ตีตื้นขึ้นมาจุกอก อยากโกรธให้มากที่สุดแต่อีกความรู้สึกก็อยากคุยกับแฮร์รี่อยู่

 

มื้อค่ำวันนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ตอนสองทุ่มทุกคนมีนัดกันที่ห้องโถงกลางเช่นเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การเลี้ยงฉลองหรือเทศกาลอะไรอีกแล้ว โต๊ะตัวยาวถูกจัดให้เป็นเสมือนเวทีแคบๆ เก้าอี้ถูกดันให้ชิดกำแพงทั้งหมด นักเรียนหญิงพากันตื่นเต้น ส่งเสียงเชียร์น้อยๆเมื่อล็อกฮาร์ทขึ้นมาพูด เขายืนอยู่ท้ายแถวให้ห่างจากเวทีมากที่สุด มองดูการประลองที่ล็อกฮาร์ทบอกว่าตัวต่อตัวแต่เหมือนว่าล็อกฮาร์ทจะต่อให้คู่ต่อสู้มากไปสักหน่อย

 

อาจารย์ประจำบ้านเขานั่นเองที่เป็นคู่ซ้อมในวันนี้ น่าขำทีเดียวเพราะเขาไม่เคยเห็นใครอยากจะใช้ตัวเลือกนี้หรอกถ้าไม่โง่จริงๆ ภูมิหลังของศาสตราจารย์สเนปน่ะไม่คิดจะเกรงเอาไว้สักหน่อยหรือ เขายืนคิดอยู่เงียบๆก็โดนเรียกให้ขึ้นไปประลองบนเวที เลยได้แต่งุนงงอยู่พักใหญ่เพราะเขาไม่ได้ฟังอะไรเลย จนเบลสต้องดันให้เขาเดินไปแต่โดยดี

 

“ถ้านายไม่อยากทำร้ายพอตเตอร์ ใช้คาถาพื้นฐานของเด็นบ้านสลิธีริน” เบลสกระซิบเขาก่อนที่ขาเขาจะก้าวขึ้นเวทีประลอง นึกสงสัยอยู่ว่าแฮร์รี่เกี่ยวข้องอะไรกับบทสนทนานี้ แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองคู่ต่อสู้ตัวเองก็ถึงได้ร้องอ๋อในใจ แต่แล้วเขาจะทำยังล่ะทีนี้ นั่นแฮร์รี่เลยนะ

 

ไม่ทันได้คิดทบทวนอะไรมากก็ต้องยกไม้ขึ้นเตรียมพร้อมเสียแล้ว ในหัวเขาตอนนี้คิดได้แต่คาถาสกัดภัยเพราะไม่ว่าคนตรงหน้าจะสาดอะไรมาเขาก็พร้อมรับมือ เสียงนับถอยหลังของล็อกฮาร์ทดังก้อง เขามองหน้าแฮร์รี่ที่ตอนนี้เจ้าตัวก็มองเขากลับ คล้ายว่าความบาดหมางที่มีถูกลืมไปชั่วขณะเพราะรอยยิ้มเอาจริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กๆนั่น แฮร์รี่สาดคาถาเข้าใส่เขาแต่โชคยังดีที่เขากันเอาไว้ได้ทันแต่ทั้งสองก็กระเด็นล้มลงไปนอนกับพื้น

 

เสียงเบลสวาบเข้ามาในสมอง คำร่ายคาถานั้นจุดติดขึ้นมาราวกับว่าอยู่ในสายเลือด เขารีบลุกขึ้นมองหาคู่ต่อสู้ของเขา แฮร์รี่กำลังจะสาปเขาในทันทีที่ยืนขึ้นได้

 

“เซอร์เฟนซอร์เทีย” เขาเสกคำสาปทันทีก่อนที่แฮร์รี่จะได้พูด งูตัวใหญ่พุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ เป็นอันที่รู้ดีว่าเด็กบ้านสลิธีรินต้องเสกคาถานี้ได้แม้ไม่มีในบทเรียน งูตัวใหญ่เลื้อยเข้าหาแฮร์รี่แต่เจ้าตัวไม่ยักกลัว เขาแปลกใจที่แฮร์รี่เดินเข้าหางูนั่นราวกับว่าจะสนทนากับมันรู้เรื่อง

 

และเหมือนเขาจะคิดถูก เสียงขู่ฟ่อๆที่ตอนแรกเขาคิดว่างูทำแต่มันไม่ใช่ แฮร์รี่ต่างหากที่ทำเสียงนั้น เขาขยับเข้าไปใกล้เจ้าตัวมากขึ้น แฮร์รี่เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ตาแข็งกร้าวจ้องมองงูตัวนั้นพร้อมส่งเสียงขู่ฟ่อๆออกมาไม่หยุด ศาสตราจารย์สเนปผลักเขาออกห่างแล้วทำลายงูตัวนั้นก่อนที่มันจะฉกนักเรียนคนหนึ่งของบ้านฮัฟเฟิลพัฟ

 

แฮร์รี่ดูงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ทุกคนในห้องเงียบเสียงมองมาข้างบนเวทีเป็นตาเดียว เขาอึ้งจนพูดไม่ออกสมองประมวลผลแค่คำถามเดียวคือ ทำไมแฮร์รี่ถึงพูดภาษาพาร์เซลได้ เจ้าตัวหันมามองหน้าเขาสายตาเต็มไปด้วยคำถาม ใจเขาอยากเดินเข้าไปกระชากแฮร์รี่มาถามให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจใบหน้านั้นแล้วเดินลงเวทีไป

 

ทุกคนแยกย้ายกลับเข้าหอนอนอย่างว่าง่าย ไม่ส่งเสียงใดๆ ไม่พูดคุยหรือเล่นกันตามทางเดิน ห้องโถงกลางร้างผู้คนอย่างรวดเร็ว เขาเดินเข้าหอนอนมาพร้อมกับคนอื่น และราวกับผึ้งแตกรังทุกคนพร้อมใจกันเปิดปากถกเถียงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง คำสันนิษฐานต่างๆถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งแต่เป้าหมายกลายเป็นแฮร์รี่เพียงคนเดียว

 

ความรู้สึกผิดเข้าประทะเดรโกอย่างรุนแรง เป็นเรื่องจริงที่แฮร์รี่มีส่วนให้สงสัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เขาเคยกล่าวหาแฮร์รี่แต่นั่นก็เพื่อให้เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ทำจริงๆ แต่ไม่ใช่กล่าวหาโดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พูด เป็นเพราะเขาเองที่เสกงูนั่นขึ้นมา

 

เขาวิตกกังวลกับเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ ในหัวคิดวิธีการเข้าไปถามแฮร์รี่สารพัดวิธี แต่ก็จบด้วยการย้ำกับตัวเองว่าแฮร์รี่ไม่ต้องการให้ใครห่วง เขาไม่ควรแสดงความเป็นห่วงมากเกินไป แต่นั่นทำให้เขาอยู่ไม่สุข ยิ่งห้ามตัวเองเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากทำมากขึ้นเท่านั้น ป่านนี้เด็กน้อยนั่นจะคิดมากไปถึงไหนแล้ว

 

 

 

นักเรียนบ้านสลิธีรินเป็นคนไม่คิดมาก

 

  เป็นไปตามที่คาดว่าวันรุ่งขึ้นจะมีการสนทนาที่พาดพิงถึงแฮร์รี่เกิดขึ้น ตอนนี้เขาเดินไปทางไหนก็มีแต่ชื่อเด็กน้อยจากบ้านกริฟฟินดอร์เต็มไปหมด เรื่องราวมีตั้งแต่วิเคราะห์ถึงการพูดภาษาพาร์เซลของแฮร์รี่ไปจนถึงว่าแฮร์รี่ต้องกำลังวางแผนฆ่านักเรียนที่บังเอิญไปสบตาเข้าแน่ๆ

 

อาจารย์ทุกคนทำตัวไม่ปกติที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น และที่สำคัญคือสีหน้าที่แสดงความวิตกกังวลออกมาอย่างชัดเจน เขาคิดว่ายิ่งเป็นแบบนี้แฮร์รี่ก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เดรโกสังเกตเห็นว่านอกจากแฮร์รี่จะพยามยามเดินผ่านผู้คนให้ไวที่สุดแล้วยังก้มหน้าก้มตาเวลาเดินอีกด้วย แต่ก็เท่านั้น คนพวกนี้เมื่อเห็นแฮร์รี่อยู่ตรงไหนก็จะพยายามพูดให้ดังขึ้นโดยไม่มีเหตุผล หรือจงใจเดินให้ห่างเมื่อแฮร์รี่เข้ามาใกล้

 

เขานั่งถอนหายใจยาว สายตามองสามสหายกริฟฟินดอร์สุมหัวคุยกันอยู่ที่โต๊ะในเย็นวันนั้น ผู้คนรอบข้างให้ความสนใจเยอะทีเดียวและหาว่าพวกนั้นคงกำลังหารือเรื่องเหยื่อรายต่อไป เขาว่านั่นออกจะไร้สาระอยู่สักหน่อยเรื่องอะไรแฮร์รี่จะหาวิธีฆ่าพวกเลือดสีโคลนกับยัยเกรนเจอร์ที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกัน

 

เสียงซุบซิบคุยกันเริ่มดังขึ้นเมื่ออาหารตรงหน้าเริ่มพร่อง เขาเห็นแฮร์รี่หัวเสียกับคำพูดที่ไร้การกลั่นกรองนั่น แล้วลุกเดินออกไปจากห้องโถงกลาง นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้คุยกับแฮร์รี่ตามลำพังเขาจึงรีบเดินตามไป ผ่านบันไดชั้นสามตรงไปยังทางเดินชั้นสี่ หรือว่านี่จะเป็นทางไปหอคอยกริฟฟินดอร์เขาคิด แต่ทันทีที่เลี้ยวตรงหัวมุมสุดทางเดินก็เห็นภาพที่เขาคิดว่าสยดสยองทีเดียว

 

แฮร์รี่ยืนค้างเติ่งมองภาพตรงหน้าเหมือนกันกับเขา ที่เห็นอยู่คือร่างโปร่งแสงของนิกหัวเกือบขาดห้อยต่องแต่งลงมาจากเพดานทั้งๆที่ไม่มีเชือก หัวเอียงกระเท่เร่เผยให้เห็นรอยแยกหยาบที่ตัดผ่านรอบคอนั่น ทั้งสองยืนนิ่งไม่มีใครเปล่งเสียงใดๆ แฮร์รี่ยังไม่รู้ตัวว่าเขามายืนอยู่ข้างหลัง

“เกิดอะไรขึ้น” เขาพูดอออกมาเบาๆแฮร์รี่หันขวับ สีหน้าตกใจที่เห็นเขายืนอยู่ เขาขยับไปข้างหน้ามีอะไรบางอย่างนอนอยู่ข้างหลังผีนิกหัวเกือบขาด แฮร์รี่ตามเขามาด้วย แล้วความจริงก็ปรากฏร่างที่เห็นคือนักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่เกือบถูกงูของเขาฉกในวันนั้น แฮร์รี่สูดลมเข้าปอดเสียงดังยืนค้างเติ่งหันมามองเขาเพื่อขอความเห็น

 

ไม่เพียงแค่ร่างที่คล้ายว่าจะไร้วิญญาณเท่านั้น แต่ราวกับว่านักเรียนคนนี้จะกลายเป็นหินเหมือนแมวของฟิลช์ เขายื่นมือออกไปจับมือของแฮร์รี่ เจ้าตัวมือเย็นเฉียบแต่เหงื่อผุดซึมออกทั่วใบหน้า คาดว่าแฮร์รี่กำลังพยายามจะรับมือกับสิ่งที่พบเจอให้มากที่สุดแต่ก็ยากเกินกว่าจะเก็บไว้ได้ไหว

 

“อย่ากังวลเลยแฮร์รี่ ถ้านายไม่ได้เป็นคนทำ” เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองเขา มือเปลี่ยนจากการโดนกอบกุมมาเป็นกำมือเขาแน่น ราวกับว่าอยากให้เขาเชื่อในตัวแฮร์รี่ให้มากที่สุด เดรโกกลัวเหลือเกินกับสิ่งที่เห็นแต่ดูเหมือนคนที่โดนกล่าวหาอยู่ก่อนแล้วอย่างแฮร์รี่จะกลัวยิ่งกว่าเสียอีก

 

“นาย...” แฮร์รี่เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ยากเกินกว่าจะเปล่งเสียง เขายิ้มให้แฮร์รี่น้อยๆเพื่อเป็นกำลังใจ ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะดูไม่เข้าท่าอยู่ก็ตาม

 

“นายเชื่อชั้นหรือเปล่า” แฮร์รี่ถามเขา สายตาคาดหวังกับคำตอบ เขาเห็นว่าเจ้าตัวตัวสั่นน้อยๆเหมือนพยายามควบคุมมันอยู่ เดรโกพยักหน้าเป็นคำตอบ แฮร์รี่ดูใจชื้นขึ้นทันทีอย่างน้อยเขาก็เป็นพยานได้ว่าแฮร์รี่ไม่ได้เป็นคนทำ

 

เราแจ้งเรื่องกับศาสตราจารย์มักกอลนากัลแล้วพยายามทำให้เรื่องเงียบที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้องมีคำอธิบายเรื่องที่มีนักเรียนหายไปอยู่ที่ห้องพยาบาลอีกแล้วอยู่ดี เมื่อทั้งโรงเรียนรู้ว่าคนเห็นที่เกิดเหตุก่อนใครเป็นเขากับแฮร์รี่เนื้อหาในข่าวก็เปลี่ยนทันที แต่เปลี่ยนไปในทางที่ว่าแฮร์รี่กำลังร่วมมือกับเขาจัดการกับพวกเลือดสีโคลนและเมื่อตอนที่เรียนการต่อสู้ตัวต่อตัวเป็นการแสดงอภินิหารถึงความสามารถของแฮร์รี่

กลายเป็นว่าตอนนี้ตอนนี้เขากับแฮร์รี่กลายเป็นคู่หูฆาตกรที่ไล่สาปคนให้กลายเป็นหิน เรื่องราวทั้งหมดส่งผลให้เขากับแฮร์รี่ต้องเจอกันมากขึ้นเพื่อถกถึงประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ เขากับแฮร์รี่จะได้เจอกันก็ต่อเมื่อแฮร์รี่หาทางปลีกตัวออกมาจากเพื่อนได้เพราะเขาไม่อยากให้เกิดการทะเลาะกันระหว่างเดรโกกับวิสลีย์

 

วันนี้พวกเขาจึงคลุกอยู่ที่ห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องแห่งความลับ เดรโกไม่รู้อะไรมากนักแต่ก็เล่าพอที่รู้มา แฮร์รี่บอกว่าเขาได้เจอกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ปกหลังเขียนชื่อของใครบางคนที่เดรโกก็ไม่รู้จัก มันพาแฮร์รี่ย้อนเวลาไปเมื่อห้าสิบปีก่อนและเล่าถึงเรื่องราวเมื่อครั้งที่ห้องแห่งความลับเคยถูกเปิด และชี้ให้พวกเขาสงสัยตัวแฮกริด

 

เดรโกคิดว่าเรื่องนี้ซับซ้อนอยู่มากทีเดียว อีกอย่างเขารู้ว่าแฮร์รี่เป็นเพื่อนกับแฮกริดไม่มีทางที่แฮร์รี่จะปรักปรำเพื่อน แต่ข้อมูลที่มีตอนนี้น้อยเกินไปเพราะแฮร์รี่บอกว่าหลังจากนั้นสมุดเล่มนั้นก็หายไปแล้ว พวกเขาหมดหนทาง อีกทั้งเกรนเจอร์ที่แฮร์รี่บอกว่าเป็นสมองของกลุ่มก็ไม่ได้อะไรเช่นกัน

 

“นายว่าใครเป็นคนเปิดห้องแห่งความลับ” แฮร์รี่ถามเขาตามองไปข้างหน้า พวกเขานั่งหลบมุมอยู่ในซอกชั้นหนังสือของห้องสมุด เหยียดขาออกให้สุดความยาวหลังพิงกับกำแพง

 

“ไม่รู้สิ” เขาตอบเสียงเบา มองหน้าแฮร์รี่ที่ตอนนี้คิดไม่ตก คิ้วขมวดเข้าหากันจนยับยู่ยี่ กรอบแว่นตาเอียงเล็กน้อยแต่เจ้าไม่คิดจะจัดมันให้เข้าที่ เหมือนว่าเดรโกหลุดเข้าไปอยู่ในความฝันของใครสักคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่คิดว่าจะไม่ได้คุยกับแฮร์รี่เสียแล้วแต่ตอนนี้กลับได้คุยกันง่ายกว่าที่คิด ในหัวคิดภาพว่าหลังจากวันนี้เขาจะยังรักษาความสัมพันธ์แบบนี้อยู่ได้หรือไม่

 

“เดรโก” อยู่ๆแฮร์รี่ก็เรียกชื่อเขา เขาอืมในลำคอตอบรับ เหมือนว่าเจ้าตัวจะพยายามเรียบเรียงถ้อยคำอยู่นานเลยทีเดียว

“ทำไมถึงได้เป็นห่วงชั้นนักล่ะ” คำถามของแฮร์รี่นับว่าตอบยากมากทีเดียว จะให้อธิบายยังไงในเมื่อเขาแค่เป็นห่วงเท่านั้นจริงๆ

 

“ไม่มีเหตุผลหรอ” ราวกับว่าแฮร์รี่อ่านความคิดเขาออก เขาพยักหน้ารับอีกรอบ บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปลกไปหมดทุกอย่าง ในห้องสมุดเงียบเสียจนเขาไม่กล้าหายใจเสียงดัง

 

“นายทำแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า” แฮร์รี่ถามขึ้นมาอีกรอบ สายตายังคงจดจ้องอยู่กับที่ว่างข้างหน้า

 

“หมายความว่าอะไร” เขาไม่เข้าใจคำถามของแฮร์รี่ ที่ว่าทำแบบนี้มันคือแบบไหนกัน

 

“ก็...นายเป็นห่วงทุกคนแบบนี้หมดเลยหรือเปล่า” ที่แท้สิ่งที่แฮร์รี่กังวลคือกลัวว่าสิ่งที่เขาแสดงออกจะเป็นแค่ความเป็นห่วงที่ให้ได้กับทุกคน เขาลอบยิ้ม หัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่ใช่ว่าแฮร์รี่อยู่คนเดียวจนไม่รู้จักความห่วงใยหรือไม่เข้าใจมัน แต่แฮร์รี่แค่อยากได้มันเพียงคนเดียวก็เท่านั้น

 

“ชั้นเป็นแบบนี้กับนายคนเดียวแฮร์รี่” เขายืนยันกับแฮร์รี่ และยังไม่หยุดรอยยิ้มที่ตอนนี้หน้าบานไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

“จริงหรือเปล่า” แฮร์รี่หันขวับมาถามเขา ทำหน้าคาดคั้นเอาคำตอบแต่ก็แสดงความกังวลอยู่มากมายเหลือเกิน

 

“วางใจเถอะแฮร์รี่ ที่บอกว่านายคนเดียวก็คือนายคนเดียว”

 

“งั้น...เชื่อก็ได้” เขายิ้มหน้าบานอีกครั้งเมื่อแฮร์รี่เชื่อใจเขา ดูเป็นการปรับความเข้าใจกันได้ดีมากทีเดียว อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เบลสแนะนำให้เขาบุกหอคอยกริฟฟินดอร์เป็นไหนๆ

 

แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติแบบที่เคยเป็นเพราะเขาต้องซ้อมควิชดิชทั้งอาทิตย์ การค้นคว้าหาข้อมูลของห้องแห่งความลับจึงกลายเป็นหน้าที่ของสามสหายแห่งกริฟฟินดอร์ต่อไป เขาไม่ได้เจอแฮร์รี่อีกเลยเมื่อพวกเราทั้งคู่ต้องต่อสู้กับกิจกรรมการเรียนที่หนักหน่วงขึ้น

 

ข่าวในโรงเรียนเริ่มซาลงแต่ก็มีให้ได้ยินบ้างประปราย คนในบ้านเขาเองไม่มีใครสนใจกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเบลสยิ่งแล้วใหญ่ เจ้านั่นจะสนใจอะไรนอกจากการพักผ่อนที่เพียงพอ และอาหารครบสามมื้อในแต่ละวัน แต่แพนซี่ผู้หญิงที่ทันทุกข่าวคราวมีหรือจะไม่สนใจว่าเขาแยกตัวออกไปไหนในเวลาที่ผ่านมา

 

แพนซี่เล่าว่าตัวเองสืบหาจนรู้ว่าเขาชอบออกไปนั่งในห้องสมุดกับพอตเตอร์ตรงไหน อีกทั้งยังพยายามหลอกถามเขาด้วยว่าคุยอะไรกันไปบ้างแล้ว แต่เขาไม่ใช่เด็กๆที่หลอกแค่นี้แล้วจะติดกับดัก แพนซี่คะยั้นคะยอจนเหนื่อยแล้วเลิกไปเอง แต่พอวันต่อมาข่าวนี้ดันถูกพูดถึงอย่างออกรสไปทั่วโรงเรียน

 

ในสลิธีรินจะมีนักเรียนคนไหนสนใจคนอื่นได้มากกว่าแพนซี่ พาร์กินสันกันล่ะ

 





#เจ้าชายสลิธีริน

สมก๋อย 13102018

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #148 Copper (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 11:46
    ดูแลแฮร์รี่ดีๆนะคะ
    #148
    0
  2. #113 Tiab_East (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
    เขายอมรับตรงๆกันแล้วค่า
    #113
    0
  3. #105 lp-ventus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:09
    โอ๊ย 5555 น่ารักมากคนนิสัยเข้าใจยากแบบเดรโกนะหรอ ห่วงแค่หนูแหละค่ะพอตเตอร์
    #105
    0
  4. #59 notyourjem (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:29
    แง้งงงง ไรท์คะะ เราเขินมากๆๆๆเลยอ่ะ น้องรี่ไม่ได้ไม่เข้าใจ น้องรี่แค่อยากเป็นคนเดียวที่ได้ความเป็นห่วงจากเดรก แง้งงงงง มันดีมากๆๆๆๆ😭😭😭😭😭
    #59
    0
  5. #49 msyokky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:48
    คุยกันดีๆซักทีน้าา
    #49
    0
  6. #48 เด็กสาวขี้แย/Baby Girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 08:17
    กรี๊ดดดด เขาคุยกันดีกรี๊ดดด
    #48
    0
  7. #47 เด็กสาวขี้แย/Baby Girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 08:17
    กรี๊ดดดด เชขาคุยกันดีกรี๊ดดด
    #47
    0
  8. #46 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 22:51
    น่ารักกกกกก
    #46
    0
  9. #45 โลลิค่อน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 22:34
    รักกันๆๆๆๆๆๆ
    #45
    0
  10. #44 J'name Rbt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:55
    เขารักกัน เขารักกัน เขารักกันนนนนนนน
    #44
    0
  11. #43 MEANtioN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:51

    อัพแล้วววววว​//กรีดร้อง
    #43
    0