[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 4 : Section 3 Diagon Alley [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

Section 3 Diagon Alley

เจ้าชายสายขนมหวาน

 

  ใกล้วันเปิดภาคเรียนแล้ว วันนี้เป็นวันที่เขาต้องไปตรอกไดแอกอนกับพ่อ สังหรณ์ใจแปลกๆว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดี เขาหยิบเสื้อคลุมของฮอกวอตส์ขึ้นใส่ สายตามองร่างตัวเองที่สะท้อนมาจากกระจก เขาสูงขึ้นเยอะทีเดียวถ้าเทียบกับตอนปีหนึ่ง

 

เดรโกเดินลงบันไดมาสมทบกับพ่อที่รออยู่หน้าเตาผิงก่อนแล้ว วันนี้พ่อเขาจะพาเขาไปซื้อเหล่าตำราเรียนและเครื่องปรุงยาต่างๆที่ต้องใช้ในเทอมนี้ พ่อเขาเข้าไปในเตาผิงก่อนและพูดตรอกไดแอกอนพร้อมทิ้งผงฟลูลงให้เกิดแสงสีเขียว จากนั้นเขาก็ทำตาม

 

ที่ตรอกไดกอนยังมีผู้คนมากมายเดินเลือกซื้อของกันให้ขวักไขว่ พ่อเขาเดินนำมุ่งหน้าไปยังสถานที่หนึ่ง ที่เขาพอจะรู้ว่าคือที่ไหน ตรอกนอกเทิร์น เขาไม่สนใจธุระของพ่อเท่าไหร่ เลยเดินดูของในร้านไปพลางๆเห็นได้ชัดว่าเจ้าของร้านฝักใฝ่ในด้านมืดมากแค่ไหน มีแต่ของแปลกๆที่เกิดมาเขาก็ไม่เคยเห็น ถึงแม้ในบ้านเขาจะมีของประเภทนี้อยู่เยอะแยะก็ตาม

 

ถึงเวลาต้องซื้อของของเขาแล้ว พ่อพาเขาไปที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกเพื่อซื้อตำราเรียนก่อน เห็นว่าจะมีการแจกลายเซ็นของพ่อมดที่เขียนหนังสือเรียนนี้ พ่อเลยไม่อยากแออัดกับผู้คนเยอะๆ พอได้หนังสือครบทั้งหมดแล้วก็ไปซื้อสมุนไพรสำหรับปรุงยาต่อ ดูเหมือนว่าพ่อจะยังไม่หมดธุระกับร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์ ถึงได้รีบซื้อรีบไปแบบนี้ แต่เขาไม่อยากไปที่ร้านนั้นอีกแล้ว จึงขอพ่อว่าจะเดินเล่นแถวนี้รอจนกว่าพ่อจะเรียกกลับ

 

ร้านแรกที่เขาไปคือร้านขายอุปกรณ์ควิชดิช เขาอยากได้นิมบัสสองพันหนึ่งมาก เห็นทีคงต้องทำดีเพื่อแลกกับของรางวัลนี้อีกแล้ว พอดูจนพอใจแล้วเขาก็ออกจากร้านเพื่อตรงไปหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย เพราะว่าพ่อเขาคงเจรจาธุรกิจอีกนานโข ก็ทันได้เห็นแฮร์รี่และยัยเกรนเจอร์เดินไปทางร้านตัวบรรจงและหยดหมึก โชคช่างเข้าข้างเขาเสียจริงๆ ไม่คิดว่าวันธรรมดาวันหนึ่งจะพิเศษขึ้นมาได้

 

เขารอจนกว่าทั้งหมดจะซื้อหนังสือเสร็จ นานทีเดียวล่ะเพราะต้องรอพวกวิสลีย์ทั้งขโยง ไหนจะยังต้องต่อแถวเพื่อเอาลายเซ็นจากกิลเดอรอยล์ ล็อกฮาร์ท เขาว่าบุคลผู้นี้ดูไม่ค่อยหน้าไว้ใจเท่าไหร่ อันที่จริงเขายิ่งไม่ชอบใจใหญ่เลยล่ะพอเห็นว่าเขากระชากแฮร์รี่เพื่อไปถ่ายรูปด้วย มือคล้องอยู่ที่คออย่างกับว่าสนิทสนมกันมาก เห็นแล้วหมั่นไส้

 

ดูเหมือนแฮร์รี่และเจ้าวิสลีย์ก็เบื่อกับการแออัดอยู่ในร้านหนังสือเล็กๆนั่นเช่นเดียวกัน เขาที่ยืนมองอยู่นานแล้วจึงเดินออกมาเมื่อเห็นว่าพวกนั้นกำลังจะออกจากร้าน สาวเท้าเร็วๆเพื่อไปดักข้างหน้าแฮร์รี่ไว้

 

“โอ้ นี่กลายเป็นวันที่แย่แล้วล่ะแฮร์รี่” เจ้าวิสลีย์ร้องขึ้นทันที่เมื่อเห็นเขา เขาหันขวับทันทีสายตาจดจ้องเข้าไปในดวงตาของเจ้าวิสลีย์ก่อนจะค่อยๆเลื่อลงต่ำไปเรื่อยๆ ยังดูซ่อมซ่อเหมือนเดิมช่างไม่เหมาะสมที่จะเป็นตระกูลใหญ่ของเลือดบริสุทธิ์เสียจริง

 

“ชั้นไม่สนใจว่ามันจะแย่สำหรับนายหรอกนะวิสลีย์” เขาเอ่ย ตากลับมาจ้องที่ใบหน้าตกกระ เจ้าวิสลีย์มองตอบ ราวกับว่ากำลังพ่นคำหยาบที่ซึ่งหยาบที่สุดเท่าทีจะคิดได้ใส่เขาอยู่

 

“นายมีอะไรหรือเปล่า” เป็นแฮร์รี่ที่ส่งเสียงมายุติสงครามประสาทนี้ เขาหันไปมองคนถามทันทีและทำราวกับว่าวิสลีย์ไม่มีตัวตน

 

“ชั้นอยากชวนนายไปร้านไอศกรีมของฟลอเรียน ฟอร์เตสคิว” พูดจบเสียงหัวเราะของเจ้าวิสลีย์ก็ดังขึ้น เขาหันขวับไปเพื่อหยุดพฤติกรรมนั้น และมันก็ได้ผลเสียด้วย เขาหันมามองหน้าแฮร์รี่เพื่อรับคำตอบ แต่เหมือนกับว่าเรื่องที่เขาพูดจะเป็นโค้ดลับร้ายแรงที่ต้องแกะรหัสให้ออก เพราะแฮร์รี่ตาเบิกกว้าง ปากค้างเติ่ง ซึ่งหมายความว่ากำลังทำความใจกับประโยคเมื่อสักครู่อย่างยากลำบาก

 

“ไม่เข้าอะไรแฮร์รี่ แค่จะชวนไปกินไอศกรีม” แฮร์รี่อึ้งหนักเข้าไปอีก แถมยังผสมโรงกับวิสลีย์ที่แสดงสีหน้าอึ้งกับประโยคนี้ได้น่าเกลียดที่สุด เขาว่าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรที่ดูเข้าใจยากไปนะ

 

“ว่ายังไงล่ะ” เขาถามซ้ำอีกเมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบรับอะไรจนเขาทนไม่ไหว จึงคว้ามือแฮร์รี่แล้วออกแรงลากให้เดินตามเขามา ดูเหมือนว่าวิสลีย์จะช็อกกับการกระทำนี้อยู่ทีเดียวเพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวว่ายืนค้างอยู่ท่าเดิมนานแล้ว

 

“นายจะทำอะไร ปล่อยชั้นนะ” เหมือนว่าคนข้างหลังเขาจะรู้ตัวเสียแล้ว เขาไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มให้กับการกระทำน่าเอ็นดูของแฮร์รี่ที่พยายามแงะมือเขาออกจากมือของตน แต่ก็นั่นแหละยังไงก็พ่ายแพ้ไปและยอมให้เขาจูงมาจนถึงหน้าร้านจนได้ เขาหันไปมองคนข้างหลังที่ตอนนี้กำลังทำเขาแพ้กับสีหน้าบูดบึ้งนั่นอีกแล้ว อยากจะเอื้อมมือไปบีบให้จบๆไป

 

“มาตั้งแต่แรกก็จบ ต้องให้ฉุดมา”

 

“ว่ายังไงนะ” แฮร์รี่แหวใส่เขา เขาว่านอกจากแฮร์รี่จะเข้าใจอะไรยากแล้วยังหูตึงอีกเสียด้วย หรือต้องให้กระซิบใกล้ๆหูกันถึงจะได้ยิน

 

“นายได้ยินไม่ผิดหรอกแฮร์รี่”

 

“พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจสักอย่าง”

 

“งั้นช่วยเลิกสงสัยแล้วเข้าไปในร้านกับชั้นได้มั้ย” เขาถามคนตรงหน้า แฮร์รี่ย่นคิ้วใส่เขาเหมือนพยายามหาคำตอบจากใบหน้าเรียบนิ่งของเดรโก เดาว่าเขาคงไม่ได้อะไรมากนักกรอก

 

“ทำไมนายถึงมาชวนชั้น” คำถามปรากฏขึ้นอีกแล้ว เขาว่าเขาอยากได้ยินคำตอบมากกว่าจะเป็นคำถามนะ แต่ซึ่งเป็นสิ่งที่แฮร์รี่ไม่เคยทำให้เขาได้

 

“นายลืมหรอแฮร์รี่” เขาถามกลับ หวังให้ครั้งนี้เขาจะได้รับคำตอบเสียบ้าง

 

“ลืมอะไร” แต่มันก็ไม่เคยเป็นไปได้ สรุปว่าถ้าจะคุยกับแฮร์รี่ต้องห้ามถามเพราะเขาจะได้คำถามกลับมาตลอด

 

“นายพูดไว้แล้วว่าจะยอมทำตามที่ชั้นสั่งทุกอย่างตอนปีหนึ่ง” เขาเว้นจังหวะให้แฮร์รี่นึก

 

“และคำสั่งของชั้นคือนายต้องมาหาชั้นทุกครั้งที่ชั้นเรียกหา” แฮร์รี่เหมือนเริ่มนึกออก สายตาหลุบต่ำจดจ้องอยู่ที่ปลายเท้าคล้ายว่ากำลังหลบตาเขา

 

“ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าทำไมชั้นถึงลากนายมา” เขาอธิบายช้าๆเหมือนกำลังสอนหนังสือเด็กเล็กๆ แฮร์รี่ยังคงก้มหน้าต่ำลงไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆก็เงยขึ้นมามองหน้าเขาด้วยสายตาเหมือนแมวขู่

 

“ชั้นไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะทำตาม” เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าแฮร์รี่จะไม่ยอม ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ คนอย่างแฮร์รี่ไม่ยอมโดนหยามอยู่แล้ว

 

“แต่นายเป็นคนพูดเองนะแฮร์รี่ นี่นายเป็นคนพูดจาโกหกหลอกหลวงไปตั้งแต่เมื่อไหร่” เขายิ้มกริ่มอยู่ในใจ แผนนี้ได้ผลดีมากทีเดียว แฮร์รี่พ่นลมหายใจหนักๆก่อนจะก้มหน้าลงไปตามเดิม คงจะหาอะไรมาเถียงไม่ได้แล้วล่ะเขาคิด

 

“ก็ได้ แล้วแต่นายเลย” แฮร์รี่พูดขึ้นทั้งที่ยังก้มหน้า เขาว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งในบรรดาพฤติกรรมน่าเอ็นดูของแฮร์รี่อีกแล้ว เขายิ้มให้คนตรงหน้าถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เห็นก็ตามที จูงมือที่กุมเอาไว้จนเปียกแล้วออกแรงดึงให้เดินเข้าไปนั่งในร้าน สั่งไอศกรีมสองสามอย่างให้เพราะเจ้าตัวไม่ยอมพูดอะไรเลย แต่ก็กินจนเกลี้ยงทุกถ้วยแม้แต่ถ้วยของเขาที่เดรโกเต็มใจยกให้

 

ความอบอุ่นแปลกๆตีวนขึ้นในท้องเขายามที่ได้นั่งมองคนตรงหน้า สายตาไม่อาจละจากทุกการกระทำราวกับว่าถ้าละสายตาแล้วทุกอย่างจะหายไป ความรู้สึกนุ่มๆอุ่นๆยังติดอยู่ที่ฝ่ามือไม่หายไปไหน ดีใจเหมือนได้ของขวัญที่อยากได้แต่ก็ใจหายเมื่อรู้ว่ายังไงก็ต้องจากไป คงต้องภาวนาให้ถึงวันเปิดเรียนเร็วๆเสียแล้วล่ะเดรโก



ข่าวที่ทำเอาเจ้าชายใจหายใจคว่ำ

 

  วันเปิดภาคเรียนมาถึงแล้ว วันนี้ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนทุกวัน ตั้งแต่ผู้ปกครองมาส่งลูกๆของตัวเอง หรือพวกเด็กปีหนึ่งที่ส่งเสียงตื่นเต้นกันใหญ่ เดรโกเดินหาตู้ว่างๆไปจนถึงตู้สุดท้ายของขบวนเลยทีเดียว เขานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงเบลสเดินมาพร้อมกับแพนซี่ ทั้งคู่นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา เขาพยักหน้าให้ทีหนึ่งเป็นการทักทายแล้วรถไฟก็เคลื่อนตัวออกไป

 

ตู้สุดท้ายนี่ค่อนข้างเงียบทีเดียวเมื่อเทียบกับกลางขบวน เพราะเท่าที่เขาเดินสำรวจเมื่อตอนบ่ายมีแต่ปีสูงๆเท่านั้นและที่สำคัญคือมีแต่เด็กบ้านสลิธีริน เห็นได้ชัดว่ารสนิยมเหมือนกันทั้งบ้าน รถไฟชะลอความเร็วและหยุดลงในตอนค่ำ พวกเขาถึงที่หมายแล้ว เดรโกเก็บของ สำรวจตัวเองให้เรียบร้อยแล้วปีนลงรถไฟมา พาหนะที่เขาต้องใช้เพื่อไปให้ถึงปราสาทฮอกวอตส์คือรถม้าที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวมันเอง

 

ทุกคนนั่งเรียบร้อยกันที่โต๊ะประจำบ้านตัวเองในห้องโถงกลาง เพดานห้องเป็นท้องฟ้ายามเย็นเหมือนเช่นเคย เทียนไขนับพันเล่มลอยเด่นอยู่เหนือหัวพวกเขา ข้างหน้ามีโต๊ะยาวสำหรับอาจารย์ทุกคน เขาสังเกตเห็นว่าเก้าอี้ที่เคยเป็นของศาสตราจารย์ควีเรลล์ตอนนี้เป็นของบุคคลผู้หนึ่งที่ซึ่งเขาไม่ชอบขี้หน้าที่สุด กิลเดอรอยล์ ล็อกฮาร์ท เขาว่าชั่วโมงเรียนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคงน่าเบื่ออีกเช่นเคย

 

พิธีคัดสรรบ้านเริ่มขึ้นเมื่อหมวกคัดสรรร้องเพลงจบ เขาร่วมปรบมือไปกับทุกคนเมื่อเด็กๆถูกส่งมายังบ้านของเขา เขาชำเลืองไปที่โต๊ะบ้านกริฟฟินดอร์ ไม่เห็นแฮร์รี่นั่งอยู่ เขาพยายามเพ่งมองให้ละเอียดขึ้นอีกก็เห็นยัยเกรนเจอร์นั่งกระวนกระวายอยู่ ไม่มีวิสลีย์อยู่ที่นั่นด้วย การคัดสรรจบลงแล้วอาหารต่างๆผุดขึ้นมาจากที่ว่างบนโต๊ะ แต่เขาไม่มีอารมณ์จะกินอะไรอีกแล้ว เพราะแฮร์รี่หายไปเขาแน่ใจว่าเขาหาดีแล้วแน่ๆ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะหายไปเฉยๆแบบนี้

 

เขามองไปที่โต๊ะอาจารย์ใหญ่ ทุกคนดูปกติ เขาหันไปสบตากับอาจารย์ประจำบ้านของเขา ศาสตราจารย์สเนปมองตอบ เขาขยับปากว่าแฮร์รี่พอตเตอร์พร้อมทำมือบอกว่าไม่อยู่ ศาสตราจารย์สเนปเข้าใจทันทีพลางเพ่งมองไปที่โต๊ะกริฟฟินดอร์แล้วลุกเดินออกไป ความไม่สบายใจผุดขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับแฮร์รี่กันแน่ เบลสถามเขาเมื่อเห็นว่าเขาไม่แตะต้องอาหาร เขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วเอาแต่มองหาอะไรบางอย่างที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ราวกับหวังว่าแฮร์รี่จะโผล่มากลางโต๊ะ

 

งานเลี้ยงวันเปิดเรียนเลิกแล้ว เขาเดินไปที่ห้องเรียนวิชาปรุงยาทันที ก็ทันได้เห็นศาสตราจารย์มักกอลนากัลกับศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ตรงไปที่นั่นเช่นเดียวกัน เขาแอบอยู่ใกล้ๆทางเข้าเพื่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้นกันแน่ และที่ได้ยินทำให้เขาตกใจเอามากๆ แฮร์รี่กับเจ้าวิสลีย์ขับรถของพวกมักเกิ้ลเพื่อมาโรงเรียนและชนเข้ากับต้นวิลโลว์และที่สำคัญคือพวกเขาโดนต้นไม้โจมตีกลับ เป็นอันสรุปว่าทั้งสองคนไม่โดนไล่ออกเพียงแต่โดนทำโทษกับศาสตราจารย์มักกอลนากัลเท่านั้น

 

เสียงฝีเท้าเดินออกมาจากห้อง อาจารย์ทั้งสามคนเดินออกมาแล้ว เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปเพื่อหาแฮร์รี่ ทั้งสองคนกำลังนั่งกินแซนวิชกันอยู่ที่โต๊ะ เขาเข้าไปกระชากแฮร์รี่ให้ลุกขึ้น เสียงวิสลีย์ร้องตะโกนไม่เป็นศัพท์ เดรโกสำรวจตามร่างกายแฮร์รี่และพบว่าไม่ได้เป็นอะไรมากก็โล่งอก แต่อาการโมโหจนปวดหัวตุบๆยังไม่หายไป เขาเงยหน้าขึ้นมองตัวต้นเรื่อง แฮร์รี่ทำหน้าตกใจและมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจ

 

“ทำไมนายถึงได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในอันตรายอีกแล้วแฮร์รี่” เขาพูดรัวเร็วแล้วพ่นลมหายใจหนักๆ เหมือนกับว่าทุกอย่างกำลังระเบิดออก

 

“จะเป็นยังไงถ้านายบาดเจ็บจนไม่ได้มายืนอยู่แบบนี้” เสียงเดรโกเริ่มดังขึ้น เขามองหน้าแฮร์รี่แบบคาดคั้ดเอาคำตอบ แฮร์รี่นิ่งอึ้งได้แต่มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

 

“ทำไมถึงได้ชอบเสี่ยงชีวิตนักหนา นายกลัวว่าการมาฮอกวอสต์ของนายจะไม่มีความหมายหรือไงถ้ามาแบบปกติเหมือนคนอื่นเขา นายคิดว่าการที่นายมีชื่อเสียงในโรงเรียนจะทำอะไรก็ได้หรอแฮร์รี่ ทำไมนายจะต้องเจ็บตัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เรื่อย” เขาพ่นคำพูดทุกอย่างที่อยู่ในหัวเขาออกไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ผิด ตอนนี้จากที่เขาเป็นคนโมโหได้กลายมาเป็นแฮร์รี่แทนเสียแล้ว เขาพูดแรงไปแน่ๆ และนั่นเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดที่เขาเคยทำ

 

“ชั้นไม่ได้คิดว่าตัวเองสำคัญ ชั้นไม่ได้อยากจะเข้าไปเสี่ยงอันตราย ถ้าเลือกได้ก็คงไม่อยากมีชีวิตแบบนี้หรอกเดรโก” แฮร์รี่ตะโกนใส่เขา คิ้วขมวดเป็นปมและถ้ามองไม่ผิดขอบตาแฮร์รี่เริ่มแดง

 

“และชั้นก็ไม่เห็นว่าการที่ชั้นทำอะไรแบบนี้มันจะเดือนร้อนนายตรงไหนเดรโก” เหมือนมีเสียงฟ้าผ่าลงตรงกลางกระหม่อมเขา สิ้นเสียงแฮร์รี่วิ่งออกจากห้องไป และวิสลีย์ก็ตามไปติดๆ เขายืนเคว้งอยู่ในคุกใต้ดินร้อนชื้น คำพูดของแฮร์รี่ดังสะท้อนอยู่ในหัว คำพูดที่เขาสามารถแปลออกมาได้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ไม่เกี่ยวกับเขาแม้แต่สักนิดเดียว

 

เดรโกกลับมายังห้องนั่งเล่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาเหวี่ยงใส่แฮร์รี่ ตะโกนใส่เขา และสิ่งที่ได้กลับมาคือการบอกว่าอย่ายุ่งเรื่องของเขาให้มากนัก มันหนักมากสำหรับเดรโกเพราะที่เขาทำก็คือการแสดงออกว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน เขาพูดจารุนแรงไปแต่นั่นล่ะเขา เดรโกก็เป็นเดรโกจะให้เขาควบคุมตัวเองยังไงในเมื่อรู้สึกห่วงจนโมโหได้ขนาดนั้น

 

อาการปวดหัวยังคงอยู่ เขานั่งอยู่หน้าเตาผิงจนทุกคนขึ้นไปนอนกันหมดแล้ว ไฟในเตาผิงดับลงเขานอนเอนหลังอยู่บนโซฟาสีเขียวตัวยาว ซึ่งเป็นที่ประจำของเขาและแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าไล่ พลางคิดย้อนไปเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนที่ตรอกไดแอกอน

 

ภาพแฮร์รี่ในวันนี้ซ้อนทับภาพแฮร์รี่ในวันนั้น รอยยิ้มปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ลมเย็นๆจากหน้าต่างที่แง้มอยู่ประทะเข้ากับหน้าเขา ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในคุกใต้ดินแล้วพร่ำบอกตัวเองว่าแฮร์รี่ยังปลอดภัยดีและไม่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน พรุ่งนี้เขาจะยังเจอแฮร์รี่และเขาสัญญากับตัวเองไว้ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เด็กคนนี้ไปผจญภัยกับเรื่องบ้าบออะไรอีกแล้ว

 

เขาผล็อยหลับไปตรงโซฟารู้ตัวอีกทีก็ตอนเบลสลงมาปลุกเขากลางดึก เจ้านั่นสังเกตเห็นสีหน้าหนักใจของเขาได้อีกแล้ว เขาเล่าให้เบลสฟัง เจ้านั่นไม่ได้พูดอะไรแต่นั่งเป็นเพื่อนเขาถึงเช้าเมื่อเห็นว่าเขานอนไม่หลับ พรุ่งนี้คงเป็นวันแสนโหดร้ายกับเขาแน่นอนเพราะเขาแน่ใจว่าแฮร์รี่จะหลบหน้าเขาทุกครั้งที่บังเอิญเจอ

 

และก็อยากจะร้องไห้เหลือเกินเมื่อสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง นับว่าการบังเอิญเจอแฮร์รี่ในวันนี้มากกว่าตอนปีหนึ่งรวมกันเสียอีก แต่ที่แย่คือแฮร์รี่ทำเหมือนไม่เห็นเขาทุกครั้งและเดินผ่านไปอย่างนั้น เบลสถึงกับช่วยทักเกรนเจอร์และปรึกษาเรื่องคาถาที่พึ่งเรียนในชั่วโมงคาถาอยู่นานสองนาน แต่สิ่งที่ได้ก็มีเพียงแต่การที่แฮร์รี่หันมองผู้คนและไม่แม้แต่จะหันมาทางเขาด้วยซ้ำ

 

เบลสบอกว่าสิ่งเดียวเขาจะทำได้คือการบุกเข้าหอนอนกริฟฟินดอร์หรือไม่ก็ทำใจซะ ทำไมหนทางช่างอเนจอนาถแท้เขาคิด ชำเลืองมองแฮร์รี่ที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามเขาในห้องโถงในตอนเที่ยง แม้แต่นั่งยังนั่งหันหน้าไปทางที่ไม่ใช่โต๊ะบ้านสลิธีรินเลย เขาโดนโกรธโดยสมบูรณ์แบบแล้วสินะ

 

สองอาทิตย์ผ่านไปกับอารมณ์ขึ้นลงของอาจารย์แต่ละวิชา ที่ซึ่งสั่งการบ้านราวกับกลัวว่าพวกเขาจะว่างเกินไป แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมที่สุดคือการเมินหน้าเขาของแฮร์รี่ และอารมณ์เบื่อสุดขีดเพราะคิดถึงสีหน้าของแฮร์รี่ยามที่ได้แกล้ง

 

ความรู้สึกเก่าในวันที่ได้นั่งกินไอศกรีมจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีสิ่งใดช่วยชโลมจิตใจเขาได้อีกแม้แต่วิชาฝึกบิน หรือวันหยุดที่ใกล้จะถึง เบลสพูดในห้องนั่งเล่นวันหนึ่งตอนที่กำลังทำรายงายแผ่นสุดท้ายจากหลายๆวิชา

 

“เป็นเอามากนะเดรก” และแพนซี่ยังตอกย้ำเขาด้วยน้ำเสียงอวดขั้นสุด

 

“ชั้นเจอแฮร์รี่ห้องสมุด และเขาพูดกับชั้นทั้งๆที่เราสองคนไม่เคยคุยกันเลย”

 

สลิธีรินเป็นหนึ่งในด้านทับถม และป่วยเรื่องการให้กำลังใจเป็นที่สุด

 






ถ้ามีคำผิดสะกิดบอกแรงๆเลยนะคับ และอีกอย่างอยากมีแท็กบ้าง 5555ไปแสดงความคิดเห็นกันได้คับ


#เจ้าชายสลิธีริน



                                                                           สมก๋อย 10102018

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #146 Copper (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:21
    รีบไปง้อเร็ววว
    #146
    0
  2. #103 lp-ventus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:50
    โธ่ สงสารเลย จากใจ 555 ง้อให้หนักกว่านี้หน่อยหน่า ขอโทษเขาด้วยที่ห่วงมากไปหน่อย สู้หน่อยเดรก ชอบประโยคสุดท้ายจัง 5555
    #103
    0
  3. #86 Em.S.End (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 15:39

    ป่วยเรื่องให้กำลังใจจริงๆด้วย 555

    #86
    0
  4. #34 pikafoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:13
    แอบสงสารพ่อเดรโก เป็นห่วงเขาแต่ก็พูดแรงไป แฮร์รี่นอยด์เลย มาต่อตอนต่อไปอีกนะคะ ชอบมากเลย น่ารักดี
    #34
    0
  5. #33 Mirin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 18:50

    ปวดใจไปเลยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา

    #33
    0
  6. #32 msyokky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:54
    วงวารเดรโก555555 สู้นะคะคุณชาย
    #32
    0
  7. #31 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:31
    วงวารคุณชายแสดงออกในแบบบ้านงูสินะ
    #31
    0
  8. #30 GPYW (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:05
    ขำแพนซี่ ชอบตรงสลิธีรินเป็นหนึ่งในด้านทับถม และป่วยด้านให้กำลังใจ คือจริงมาก55555555
    #30
    0
  9. #29 wang nai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:57
    สงสารคุณเค้านะคะ สู้นะคุณชาย
    #29
    0
  10. #28 J'name Rbt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:10
    เดรโกผู้แสดงความเป็นห่วงแบบคนปกติไม่เป็น สมกับที่เป็นสลิธีริน เหมือนสเนปเด๊ะเรยจ้าาา

    เกลียดความอวดของแพนซี่มากเวอร์ ฟีลนางคือแบบ วั้ย ฉันได้คุยกับคนที่แกชอบด้วยว่ะแกรรรร
    #28
    0
  11. #27 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 00:37
    แหมคุณชายยยยถ้าจะฉุดเขาตั้งแต่แรกไม่เห็นต้องมากความเลยน้าาา
    #27
    0
  12. #26 โลลิค่อน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:10

    ฟินนนา
    #26
    0
  13. #25 wang nai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:55
    อ่ะแหม ฟินไปอีกดิ
    #25
    0
  14. #24 สีเหลืองขนฟู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 19:08
    จะชวนทำไม แฮร์รี่ยังไม่ทันตกลงก็ฉุดแล้ว ฉุดตั้งแต่แรกก็จบ
    #24
    0
  15. #23 J'name Rbt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:30
    นี่คือวิธีที่นายพาเขาไปกินไอติมเหรอเดรโก ฉุดเขามาเลยเนี่ยนะะ555555
    #23
    0