ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 80 : บทที่เจ็ดสิบสี่ ราชันย์มารเจ้าต้องตายด้วยน้ำมือเรา(แก้ไขเพิ่มเติม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    13 ก.ย. 56

บทที่เจ็ดสิบสี่ ราชันย์มารเจ้าต้องตายด้วยน้ำมือเรา

                ย้อนกลับไปทางด้านพรรคมังกรฟ้าขณะที่หลงเอ๋อและคณะกำลังเดินทางขึ้นสู้หุบเขาเทพโอสถ ภายในห้องโถงกลางของพรรคปรากฏร่างของหนีเปียนทงผู้เป็นประมุข นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง เบื้องหน้าของมันมีร่างของสองผู้คุมกฎซ้ายขวาแห่งพรรคมังกรฟ้า นั่งคุกเข่ารอคอยคำสั่งการอย่างสงบ

                สายตาคมกล้าดุจพญาเหยี่ยวกวาดตามองอดีตลูกน้องคนสนิททั้งสองที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่ อย่างใคร่ครวญคล้ายกำลังตัดสินใจกระไรบางอย่างอยู่ ท้ายที่สุดก็เป็นผู้คุมกฎฝ่ายขวา ที่อดรนทนไม่ไหวเอ่ยวาจาขึ้นท่ามกลางความเงียบงันว่า

“ท่านประมุขขอรับ ภายหลังจากที่ทางพรรคเราทุ่มทีเงินทองไปถึง สามหมื่นตำลึงทอง จึงสามารถง้างปากขอทานสกปรกเห็นแก่เงินทองคนหนึ่งแห่งพรรคกระยาจกได้ในที่สุด ทำให้เวลานี้ทางพรรคเรารู้ตัวผู้ที่ลงมือสังหารผู้คุมกฎฝ่ายขวาแห่งวิญญาณโลหิตอสูรหนีผิงฟาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิทราบว่าท่านประมุขจักให้พวกเราดำเนินการต่อไปอย่างไร กับราชันย์มารหลางหลงรึขอรับ”

                เมื่อได้ยินวาจาของสหายสนิทร่วมเป็นร่วมตายเอ่ยวาจาออกมาได้ตรงจุด ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายแห่งพรรคมังกรฟ้า ก็เกือบจักเก็บอาการไว้ไม่อยู่ แทบจักโห่ร้องออกมาด้วยความยินดี เพราะยามนี้ตัวมันและสหายต่าง เมื่อล้าตามเนื้อตัวเต็มที เนื่องจากนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นมาเป็นเวลานานแล้ว แม้ว่าแรกๆ จักด่าทอหนีเปียนทงย้อนไปถึงบรรพบุรุษไม่รู้กี่ชั่วโคตรภายในใจ แต่ก็แก้เบื่อได้แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น

                เมื่อได้ยินวาจาเอ่ยรายงานของหนึ่งในอดีตลูกน้องคนสนิท หนีเปียนทงก็ยังมิยินยอมเอ่ยวาจาใดออกมา กระทำเพียงแค่จ้องมองไปยังใบหน้าของสองผู้คุมกฎซ้ายขวาสลับไปมาก่อนจักยอมเอ่ยวาจาออกมาในที่สุดว่า

“พวกเจ้าคิดเห็นประการใดกับเรื่องนี้”

                เมื่อได้ยินวาจาของผู้เป็นนาย ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายก็หันกลับไปจ้องมองใบหน้าของสหายสนิทเป็น เล็กน้อยเป็นเชิงปรึกษาหารือ ก่อนที่มันจักพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้รับสัญญาณของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยวาจาขึ้นว่า

“ข้าพเจ้าคิดว่า ทางหนึ่งพวกเราจัดเตรียมกำลังพลให้เพียบพร้อม ส่วนอีกทางหนึ่งให้ท่านประมุขเขียนจดหมายรายงานส่งให้แก่ผู้อาวุโสแซ่หนี แจ้งให้ท่านผู้อาวุโสรับรู้เรื่องราวทั้งหมดโดยเร็วที่สุด เพื่อที่ท่านผู้อาวุโสจักได้เร่งรีบเดินทางมายังพรรคมังกรฟ้าของพวกเรา แทนที่จักมุ่งไปยังวัดเส้าหลิน จากนั้นท่านประมุขและท่านผู้อาวุโสแซ่หนี รวมถึงพวกข้าพเจ้าทั้งสองก็ค่อยออกเดินทางพร้อมกับกองกำลังไปคิดบัญชีแก้แค้นให้กับผู้คุมกฎฝ่ายขวา หนีผิงฟาง กับราชันย์มารหลางหลงขอรับ”

                “หมายความว่ายามนี้ท่านอาจารย์เดินทางไปยังวัดเส้าหลิน เพราะคิดว่าไต้ซือไร้ทุกข์เป็นผู้สังหารผิงฟางหรอกรึ”

หนีเปียนทงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ปกปิดความประหลาดใจเอาไว้ไม่มิด

                เฮอะ สุนัขบัดซบแซ่หนี เมื่อครู่เจ้ามิได้ยินที่สหายรักของเราเอ่ยวาจาบอกเจ้าหรือไรว่า ท่านผู้อาวุโสแซ่หนีกำลังมุ่งหน้าไปยังวัดเส้าหลิน ช่างโง่งมโดยแท้

ผู้คุมกฎฝ่ายขวาแห่งพรรคมังกรฟ้าด่าทอหนีเปียนทงอยู่ภายในใจ ก่อนจักกล่าววาจาออกมาว่า

“ท่านประมุขกล่าวได้ถูกต้องแล้ว อีกไม่นานผู้อาวุโสแซ่หนีคงบรรลุถึงวัดเส้าหลิน หากเรามิรีบส่งข่าวไปแจ้งว่ารู้ตัวผู้ลงมือสังหาร ผู้คุมกฎฝ่ายขวาแล้ว”

                เมื่อได้ยินวาจาของลูกน้องเอ่ยรายงาน ทำให้หนีเปียนทง พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจักเงียบเสียงลงพลางทำท่าทางครุ่นคิดกระไรบางอย่างเพียงครู่เดียวก่อนเอ่ยวาจาออกมาว่า

“มิต้องส่งข่าวให้ท่านอาจารย์ได้รับทราบ หากเรื่องนี้เล็ดรอดไปถึงหูอาจารย์ พวกเจ้าคงรู้ดีว่าจักเกิดอะไรขึ้น”

                เมื่อได้ยินวาจาของผู้เป็นประมุขเอ่ยขึ้น ทำให้สองผู้คุมกฎแห่งพรรคมังกรฟ้าถึงกับ บังเกิดความหนาวเหน็บสะท้านไปทั้งร่าง เพราะมิคิดมาก่อนเลยว่า คนอย่างหนีเปียนทงจักมีความคิดล้ำลึกถึงเพียงนี้

“หมายความว่า ท่านประมุขจักฉวยโอกาสที่ ท่านผู้อาวุโสแซ่หนี เข้าใจผิดคิดว่าผู้ลงมือสังหาร ผู้คุมกฎฝ่ายขวาแห่งวิญญาณโลหิตอสูร เป็นไต้ซือไรทุกข์เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินปล่อยให้ท่านผู้อาวุโสบุกขึ้นเขาซงซานเพียงลำพังรึขอรับ”

ผู้คุมกฎซ้ายขวากล่าววาจาออกมาโดยพร้อมเพียงกัน

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“สิ่งที่พวกเจ้ากล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว”

หนีเปียนทงหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันดังสนั่น ก่อนกล่าววาจาขึ้นด้วยใบหน้าเย้ยหยัน

                “แต่หากปล่อยให้ท่านผู้อาวุโสแซ่หนี เดินทางบุกวัดเส้าหลินเพียงลำพัง อาจเกิดเหตุการณ์มิคาดคิดขึ้นได้นะขอรับ เพราะถึงอย่างไรไต้ซือไร้ทุกข์แห่งวัดเส้าหลินก็ได้รับการยกย่องว่ามีพลังฝีมือในระดับเดียวกันกับเทพกระบี่เฟยเยี่ย”

ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายเอ่ยวาจาทักท้วงขึ้น เพราะหากผู้อาวุโสแซ่หนีพลาดท่าเสียทีให้แก่เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินขึ้นมา วิญญาณโลหิตอสูรย่อมต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวง เพราะผู้อาวุโสแซ่หนีถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของวิญญาณโลหิตอสูรนั่นเอง

                “เรื่องที่อาจารย์จักพลาดท่าเสียทีนั้น เห็นทีจักยากยิ่งนัก เจ้าอย่าลืมว่าตัวข้าในตอนนี้ก็มีระดับฝีมือที่ใกล้เคียงกันกับไต้ซือเพราะอยู่ในฐานะ สิบยอดฝีมือแห่งยุทธภพแผ่นดินภาคกลางเหมือนกัน ส่วนท่านอาจารย์นั้น มีฝีมือสูงล้ำเหนือข้าอยู่หลายขั้น รับรองว่าท่านอาจารย์มิมีทางพลาดพลั้งเสียทีให้แก่ไต้ซือไร้ทุกข์อย่างแน่นอน”

“พวกเจ้าลองคิดดู โอกาสที่จักทำลายล้างวัดเส้าหลิน ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของยุทธภพแผ่นดินภาคกลาง มิใช่จักหาได้โดยง่าย หากปล่อยผ่านเลยไป คงน่าเสียดายไม้น้อย”

หนีเปียนทงกล่าววาจาขึ้นด้วยน้ำเสียงลิงโลด ปกปิดความยินดีเอาไว้ไม่มิด

                สุนัขบัดซบแซ่หนี คิดยืมมือผู้อื่นฆ่าคน แม้แต่อาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา มันก็มิคิดจักละเว้น

ผู้คุมกฎฝ่ายขวาส่งเสียงผ่านลมปราณคุยกับสหายร่วมตาย ทำให้อีกฝ่ายรีบลอบพยักหน้าทันที ก่อนที่มันจักกล่าววาจาออมาว่า

                “แล้วทางด้านราชันย์มารหลางหลง มิทราบว่าท่านประมุขจักสั่งการอย่างไรดีขอรับ”

ผู้คุมกฎฝ่ายขวาเอ่ยถามขึ้น

                เมื่อได้ยินวาจาของลูกสมุนทรยศเอ่ยถาม หนีเปียนทงรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด ก่อนจักกล่าววาจาออกมาว่า

“เวลานี้ ตัวบัดซบนั่นอยู่ที่ใดในแผ่นดินนี้”

                “เรียนท่านประมุข ยามนี้ราชันย์มารอยู่บนหุบเขาเทพโอสถของ แพทย์ประหลาดไป๋หลิน หนึ่งในสิบสุดยอดฝีมือแห่งแผ่นดินภาคกลางขอรับ”

ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายรีบกล่าววาจารายงานทันที เพราะหากมันกระทำการชักช้า มิแน่ว่าอาจทำให้ประมุขบัดซบเกิดอาการบันดาลโทสะ ลงมือทุบตีตัวมันและสหายก็เป็นได้

                “เหตุใด ตัวบัดซบน่าตายนั่นถึงเดินทางขึ้นหุบเขาเทพโอสถของแพทย์ประหลาด พวกเจ้ารีบบอกมาเร็วเข้า”

หนีเปียนทงตวาดวาจาออกมาทันที

                “เรื่องนี้เป็นเพราะ ราชันย์มารหลางหลงได้รับบาดเจ็บสูญเสียการมองเห็นจาก การลงมือครั้งสุดท้ายของผู้คุมกฎฝ่ายขวาแซ่หนี ทำให้ต้องเดินทางไปยังหุบเขาเทพโอสถของแพทย์ประหลาด เพื่อทำการรักษาดวงตาขอรับ”

“แต่คิดว่าการรักษาดวงตาของราชันย์มารคงเป็นไปได้ยากยิ่งนัก เพราะหนึ่งในกระษัยยาสำคัญคือรากไม้เต่ามังกร ที่แพทย์ประหลาดไป๋หู่หวงแหนยิ่งนักขอรับ”

ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายรายงานขึ้นบ้าง

                “หมายความว่ายามนี้ มันตาบอดกลายเป็นคนพิการไปแล้วใช่รึไม่”

หนีเปียนทงเอ่ยถามทันทีใบหน้าของมันยามนี้มีรอยยิ้มอันแสนน่าเกลียดประดับอยู่ และเมื่อเห็นสมุนซ้ายขวาต่างพยักหน้ารับโดยพร้อมเพียง หนีเปียนทงก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างสาสมใจเรายิ่งนัก ผิงฟางเอ๋ย ผิงฟาง แม้ว่าเจ้าจักจากไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถทิ้งบาดแผลสาหัสติดตัวมันเอาไว้ นับว่าประเสริฐยิ่งนัก”

                “หากเรื่องราวเป็นอย่างที่เจ้าว่ามาจริง ครานี้ก็ถือว่าฝ่ายเราได้เปรียบยิ่งนัก”

“สั่งการลงไป จัดเตรียมกำลังพลให้พรักพร้อม อีกสองวันเตรียมเคลื่อนพล ออกเดินทางมุ่งสู่หุบเขาเทพโอสถของแพทย์ประหลาดได้”

หนีเปียนทงสั่งการอย่างดุดันทันที

                “เคลื่อนพลสู่หุบเขาเทพโอสถรึขอรับ มะ...หมายความว่าท่านประมุขคิดจัก จัดการกับแพทย์ประหลาดไป๋หู่ไปด้วยในคราเดียวกันเลยรึขอรับ”

ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักทันที เนื่องจากมิเคยคิดมาก่อนเลยว่า หนีเปียนทงจักมีแผนการลึกล้ำ เดินหมากพิสดารได้ถึงเพียงนี้

                “หึ หึ”

“เรื่องจู่โจมหุบเขาเทพโอสถนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ ขึ้นอยู่กับโอกาสเสียมากกว่า การเดินทางในครานี้เป้าหมายหลังของเราคือ สังหาร ราชันย์มารบัดซบด้วยมือของเราเอง แก้แค้นให้แก่ผิงฟางผู้น่าสงสารของเรา”

“ส่วนเรื่องจัดการกับแพทย์ประหลาดไป๋หู่ และกองกำลังแพทย์ในหุบเขาของมันนั้น เอาไว้ค่อยหารืออีกที พวกเจ้าไปจัดเตรียมกองกำลังพรรคมังกรฟ้าของพวกเราให้พร้อมสมบูรณ์ ถ้าหากมีช่องว่างให้ฉกฉวย เราก็จักมิรีรอลงมือจู่โจมหุบเขาเทพโอสถไปด้วยทันที แต่ถ้าหากมิมีโอกาส เพียงแค่สังหารเจ้าตัวบัดซบราชันย์มาร และท่านอาจารย์ของเราขึ้นเขาซงซานล้างเลือดวัดเส้าหลิน ก็ถือว่ามากเพียงพอแล้ว”

“รับรองว่าท่านประมุขวิญญาณโลหิตอสูรจักต้องพออกพอใจ ในผลงานครานี้ของข้าอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยวัดเส้าหลินซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญต้องพังพินาศ ราบเป็นหน้ากลอง ด้วยน้ำมือของท่านอาจารย์ ส่วนราชันย์มารกระไรนั่นแม้มิมีความสำคัญกระไรนัก แต่หากมันตกตายไป ก็ถือได้ว่าเป็นการลดทอนสุดยอดฝีมือแห่งแผ่นดินภาคกลางไปคนหนึ่ง”

“นี่เรียกได้ว่าข้านั้นลงทุนถากถางหญ้ารอท่านประมุขวิญญาณโลหิตอสูรเรา เคลื่อนกำลังเข้ายึดครองแผ่นดินภาคกลางอย่างง่ายดาย มิต้องลงทุนลงแรง”

หนีเปียนทงหัวเราะในลงคอ ก่อนกล่าววาจาออกมาอย่างยืดยาว

                “ท่านประมุขขอรับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวข้องกับราชันย์มารหลางหลงที่พวกเรายังมิได้รายงานท่านประมุขขอรับ”

ผู้คุมกฎฝ่ายขวากล่าวาจาขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจักกดให้นิ่งเรียบ แต่ก็มิอาจกระทำได้สำเร็จ

                “โครม”

“อ๊อก”

“เสียงร่างของสองผู้คุมกฎซ้ายขวาแห่งพรรคมังกรฟ้า ถูกฝ่ามือของหนีเปียนทงซัดเข้าใส่จนร่างลอยละลิ่วกระแทกพื้นศิลาของห้องโถงกลางเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงกระอักโลหิตที่ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของพวกมัน

                “มีเรื่องใดยังมิได้รายงานอีก เร่งบ่งบอกออกมา เพราะพวกเจ้าเอาแต่อมพะนำเช่นนี้ จึงสมควรแล้วที่จักถูกข้าลงทัณฑ์”

หนีเปียนทงตวาดวาจาถามขึ้นอีก

                หากมีโอกาสเมื่อใดเราจักใช้มีดแทงเข้าสู่หัวใจของเจ้าสุนัขบัดซบนี่ด้วยน้ำมือของเราเอง

เสียงผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงผ่านลมปราณกับสหายรัก แววตาของสองผู้คุมกฎมีประกายโกรธแค้นเพียงชั่ววูบก่อนจักกลับมานิ่งสนิทอีกคราอย่างรวดเร็ว

                สองสหายร่วมตายพากันกลิ่งร่างถอยหลังไปสองสามช่วงตัวเพราะเกรงกลัวว่าหนีเปียนทงจักลงมือซ้ำอีก จากนั้นค่อยช่วยกันพยุงร่างของอีกฝ่ายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปคุกเข่าเบื้องหน้าของหนีเปียนทงอีกคราก่อนที่ผู้คุมกฎฝ่ายขวาคนเดิมจักกล่าววาจารายงานขึ้นว่า

“จากการสืบทราบของสายข่าว ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าในยามนี้ มีสำนักฝ่ายธรรมะ หนึ่งสำนักหนึ่งตระกูลที่เป็นศัตรูกับราชันย์มารหลางหลงขอรับ”

“หากท่านประมุขสวมหน้ากาก เสแสร้งเป็นฝ่ายธรรมะจอมปลอม ชักชวนหนึ่งสำนักหนึ่งตระกูล ให้เข้าร่วมมือจู่โจมสังหารราชันย์มารหลางหลงในครานี้ โดยใช้ข้ออ้าง เชิดชูคุณธรรมกำจัดมารร้าย ขจัดภัยให้ยุทธภพ เหมือนเช่นเคย ก็จักเป็นการลดทอนความเสียหายของกองกำลังพรรคมังกรฟ้าของพวกเรา ในการเข้าปะทะกับราชันย์มารได้เป็นอย่างดี”

“เพราะหากกองกำลังพรรคมังกรฟ้าเรา เสียหายน้อยเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเข้าจู่โจมหุบเขาเทพโอสถได้สำเร็จมากยิ่งขึ้นนะขอรับ”

“แล้วหนึ่งสำนัก หนึ่งตระกูลที่เจ้าว่า มันคือที่ใดกันเล่า เร่งรีบบอกมาอย่าได้พิรี้พิไร”

หนีเปียนทงกล่าววาจาตวาดถามออกมาทันที นัยน์ตาของมันวาวโรจน์ด้วยความยินดี

“เรียนท่านประมุข หนึ่งสำนัก หนึ่งตระกูลที่ผู้คุมกฎฝ่ายขวาเอ่ยถึงนั้นก็คือ สำนักบู๊ตึ๊ง และตระกูลถังแห่งเสฉวนนั่นเองขอรับ”

                “ขอเพียงท่านประมุขออกโรงด้วยตนเอง เอ่ยอ้างใช้คุณธรรมบังหน้า ทั้งสำนักบู๊ตึ๊งและตระกูลถัง ย่อมมีข้ออ้างในการเคลื่อนไหว เพื่อล้างแค้นแทนทายาทผู้สืบทอดสำนักและตระกูลของทั้งสองที่อย่างแน่นอน เพราะมังกรกระบี่เหินเทียน และมังกรพิษถังอี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นความหวังอันสูงสุดที่จักสืบทอดก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลและเจ้าสำนัก ต่างตายตกลงด้วยน้ำมือของราชันย์มารหลางหลง ที่หมู่ตึกตระกูลเฟยของเทพกระบี่ฟ้าอาดูรเฟยเยี่ยทั้งสิ้น”

ผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายรีบกล่าวรายงานเสริมทันที

                เมื่อได้ยินวาจาของสมุนใกล้ชิดกล่าวเสนอความคิดเห็น หนีเปียนทงอดรนทนไม่ไหว ถึงกับยกมือขึ้นตบลงไปบนหน้าขาของตนเองด้วยความถูกอกถูกใจในคำพูดของอีกฝ่ายยิ่งนัก เวลานี้ใบหน้าของมันมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจประดับอยู่ไม่ยอมหุบ

                “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าอย่ารอช้า เร่งรีบเขียนจดหมายเชื้อเชิญ นัดพบเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งและประมุขตระกูลถัง ใช้วาจาสวยหรูอย่างที่พวกฝ่ายธรรมมะนิยมใช้กันนั่นล่ะ หว่านล้อมให้พวกมันเข้าร่วมก่อการในครานี้ให้จงได้”

“เพราะถึงอย่างไร ต่อให้ข้ามิได้ออกหน้าเดินทางไปชักชวนพวกมันด้วยตนเอง แต่หนึ่งสำนักหนึ่งตระกูลนั้นต่างมีความแค้นอันแสนล้ำลึกอยู่กับ ตัวบัดซบราชันย์มารอยู่แล้ว เชื่อได้ว่าพวกมันจักต้องรีบฉกฉวยโอกาสนี้เอาไว้อย่างแน่นอน”

“ที่ผ่านมาพวกมันมิมีการเคลื่อนไหว ก็เพราะมีความกริ่งเกรงในพลังฝีมือของเทพกระบี่ฟ้าอาดูรเฟยเยี่ย อยู่หลายส่วนเนื่องเพราะหลานสาวของมันเป็นภรรยาของราชันย์บัดซบกระไรนั่น แต่มาครานี้พวกเราหยิบยื่นโอกาสแก้แค้นอันหอมหวานน่าลิ้มลองป้อนให้เคี้ยวถึงปาก”

“ยิ่งมียอดฝีมือระดับ สิบสุดยอดอยู่ถึงสามคนต่อให้เป็นเทพกระบี่เฟยเยี่ย ก็คงมิอาจรับมือตัวข้า เจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง และประมุขตระกูลถังโดยพร้อมเพียงกันได้”

“จงจำไว้ให้ดีว่า ภารกิจครั้งนี้ให้เก็บเป็นความลับสูงสุด แม้แต้กองกำลังของพรรคเราเองก็อย่าให้ล่วงรู้ว่า การเคลื่อนพลครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ใด หากเรื่องนี้พวกเจ้าสองคนปิดปากให้สนิท รับรองว่ากองทัพพิสดารของพวกเรา และกองกำลังของบู๊ตึ๊งรวมถึงตระกูลถัง จักสามารถเคลื่อนเข้าประชิด หุบเขาเทพโอสถได้อย่างง่ายดาย ไร้อุปสรรค”

หนีเปียนทงกล่าวาจาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ

สองผู้คุมกฎซ้ายขวาแห่งพรรคมังกรฟ้าได้ยินดังนั้นก็ขานรับคำสั่ง ก่อนเร่งรีบพากันล่าถอยออกจากห้องโถงกลาง ดำเนินการร่างจดหมายเทียบเชิญทั้งสองฉบับทันที ด้วยความสามารถของหน่วยสื่อสารแห่งพรรคมังกรฟ้า ที่พอจักมีดีอยู่บ้าง ทำให้เทียบเชิญถูกส่งไปถึงมือ ซิมคงอี้เจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง และถังหยางกวางประมุขตระกูลถังอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน   

ทางด้านสำนักบู๊ตึ๊งก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว ภายในห้องโถงกลางของสำนักบู๊ตึ๊ง เวลานี้บนเก้าอี้ประมุขมีร่างของซิมคงอี้ นั่งอยู่เป็นประทาน ด้านขวามือของมันเป็นสหายที่เพิ่งจักมีความสนิทสนมกับตัวมันผู้เป็นเจ้าสำนักในช่วงหลังๆ เพราะเป็นต่างก็สูญเสียทายาทสืบทอดคนสำคัญเหมือนกันอย่างถังหยางกวางนั่งอยู่ใกล้ๆ ส่วนทางด้านซ้ายมือกลับถูกจับจองโดยศิษย์น้องของซิมคงอี้ นามว่าซิมบ่อเจี้ย ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาหอตำราของสำนัก

“นับว่าหน่วยข่าวกรองของพรรคมังกรฟ้ายอดเยี่ยมไม่ใช่น้อย ถึงสามารถส่งเทียบเชิญมาถึงมือข้าพเจ้าได้”

ถังหยางกวางกล่าวาจาขึ้น พลางหยิบเทียบเชิญจากพรรคมังกรฟ้าขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนกวาดสายตาอ่านเนื้อความในเทียบเชิญอีกครา

                เรียนท่านประมุขตระกูลถัง

เทียบเชิญในมือท่านนี้เป็นข้าพเจ้า หนีเปียนทง ประมุขพรรคมังกรฟ้าเป็นผู้ลงมือเขียนด้วยตนเอง ด้วยหมายจักเชื้อเชิญประมุขถังให้เข้าร่วมก่อการขจัดปัดเป่าภัยพาลที่กำลังคุกคามทุกชีวิตของแผ่นดินภาคกลาง จากน้ำมือของมารร้ายหลางหลง ที่บัดนี้กำลังเปิดฉากเข่นฆ่า ก่อมรสุมโลหิตจนเลือดอาบไล้ไปทั่วทุกแห่งหนในยุทธภพ

                ด้วยมารร้ายหลางหลงนั้นถือดีกว่ามี เทพกระบี่เฟยเยี่ยและอสูรทมิฬกุ้ยเจี้ยนเพิง ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจากความสัมพันธ์อันแสนล้ำลึกผ่านทางตัวภรรยาของมัน ทำให้มารร้ายหลางหลงบังเกิดความเหิมเกริม กระทำการเข่นฆ่าสังหารผู้บริสุทธิ์ อย่างมิเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง จนเหล่าชาวประชาเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

                ข้าพเจ้าจึงอยากเชื้อเชิญ สุดยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตา อย่างท่านประมุขถัง เข้ามาร่วมมือกับข้าพเจ้าออกหน้าเป็นตัวแทนทุกเหล่าฝ่ายธรรมะในแผ่นดินภาคกลาง จัดการกับมารร้ายหลางหลง เพื่อก่อการให้ชื่อเสียงของท่านประมุขขจรไกล อีกทั้งยังเป็นการเชิดชูคุณธรรมกำจัดมารร้าย ขจัดภัยให้ยุทธภพ คือความสงบสุขให้แก่ทุกชีวิตอีกครา

                เมื่อถังหยางกวางอ่านเทียบเชิญจบ ใบหน้าของมันก็มีรอยยิ้มด้วยความพออกพอใจประดับอยู่ตรงมุมปากทันที

                “ที่ประมุขถังกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว หน่วยข่าวกรองของพรรคมังกรฟ้าช่างน่ากลัวยิ่งนัก มิรู้ว่าพวกมันใช้วิธีการอันใด ถึงกับรู้ว่ายามนี้ประมุขถังเดินทางขึ้นสู่สำนักบู๊ตึ๊ง จนสามารถส่งเทียบเชิญมาให้ท่านได้ถึง บู๊ตึ๊ง แห่งนี้”

ซิมคงอี้ กล่าวาจาขึ้นบ้าง ใบหน้าของมันยามนี้มิสามารถปกปิดประกายตาที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้นเอาไว้ได้ หลังจากได้อ่านเทียบเชิญของพรรคมังกรฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก”

“มิทราบว่าท่านคิดจักทำประการใดต่อไป ใช่จักตอบรับคำเชื้อเชิญของพรรคมังกรฟ้าหรือไม่ขอรับ”

ซิมบ่อเจี้ยศิษย์น้องคนสนิทเอ่ยวาจาถามขึ้นทันที

                เมื่อได้ยินวาจาของศิษย์น้องเอ่ยถามขึ้น ซิมคงอี้มิได้ตอบคำถามในทันทีกลับหันไปจ้องหน้าถังหยางกวางส่งสายตาแทนคำพูดว่า

แล้วท่านล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรในเรื่องนี้

                “ข้าเชื่อว่าการกระทำในครั้งนี้ของ พรรคมังกรฟ้าจักต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มิฉะนั้น พวกมันคงมิเหนื่อยลงแรง เขียนเทียบเชิญอันสวยหรูฉบับนี้ ส่งให้แก่เจ้าสำนักแซ่ซิม และตัวข้าเองอย่างแน่นอน”

“แต่ถึงอย่างไร โอกาสในการล้างแค้นให้แก่ มังกรกระบี่ และมังกรพิษนั้นก็มิได้มีขึ้นบ่อยๆ ชั่วชีวิตนี้หากมิคว้าโอกาสนี้เอาไว้ ไม่แน่ว่าอาจจักมิมีโอกาสล้างแค้นอีกเลยก็เป็นได้ ในความเห็นของข้าพเจ้า ต่อให้เจ้าสำนักแซ่ซิม มิยอมร่วมลงมือก่อการในครานี้ ข้าพเจ้าและกองกำลังตระกูลถังที่เดินทางติดตามมาด้วย ก็ต้องเข้าร่วมกับพรรคมังกรฟ้าอย่างแน่นอน”

                “ถึงแม้ว่าพรรคมังกรฟ้าจักมีแผนการพิสดารอะไรซุกซ่อนอยู่ข้าพเจ้าหาได้สนใจไม่ จะอย่างไรต้องกำจัด ราชันย์มารหลางหลงเพื่อล้างแค้นให้แก่ดวงวิญญาณของถังอี้ให้จงได้”

ประมุขตระกูลถังกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงอันนิ่งเรียบ แต่สีหน้าของมันนั้นสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ได้ตัดสินใจแน่วแน่ลงไปแล้วนั่นเอง

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ประมุขถังกล่าววาจาได้ต้องใจข้าพเจ้ายิ่งนัก”

ซิมคงอี้หัวเราะด้วยน้ำเสียงอันดังลั่นก่อนกล่าวาจาออกมา

                “บ่อเจี้ย เจ้าก็ได้ยินที่ท่านประมุขถังกล่าววาจาแล้วใช่หรือไม่ เจตนาของข้านั้นก็เป็นเฉกเช่นเดียวกันกับท่านประมุขถัง โอกาสในการล้างแค้นนั้นมิได้มีเข้ามาบ่อยๆ อีกทั้งยามนี้ มารร้ายหลางหลงสูญเสียการมองเห็น กลับกลายเป็นคนพิการ ถึงแม้ว่ายังมีวรยุทธติดตัว แต่ก็เปรียบเสมือน พยัคฆ์ตาบอด หาได้มีความน่าเกรงขามลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว”

“หากปล่อยให้โอกาสแก้แค้นครานี้ผ่านเลยไปก็นับว่าโง่งมเต็มที ฉะนั้นเจ้าสั่งการลงไป ให้จัดเตรียมยอดฝีมือรุ่นใหม่ของสำนัก ตระเตรียมเดินทางในวันพรุ่งนี้ทันที”

ซิมคงอี้ กล่าววาจาสั่งการ

                “ศิษย์พี่เจ้าสำนักขอรับ เหตุใดจึงสั่งการให้จัดเตรียมเฉพาะกองกำลังรุ่นใหม่ของสำนักรึขอรับ เหตุใดมิใช้ยอดฝีมือของสำนักที่มีอยู่ เดินทางไปแทน”

ซิมบ่อเจี้ยเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงง

                “บ่อเจี้ย ที่ศิษย์พี่มิคิดจักใช้งานกองกำลังระดับยอดฝีมือนั้นต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ประการแรกนั้นศิษย์พี่อยากให้ยอดฝีมือรุ่นใหม่ได้มีโอกาสหาประสบการณ์จากการเดินทางในครานี้”

“ประการที่สองยามนี้มารร้ายแซ่หลาง สูญเสียการมองเห็นกลายเป็นคนพิการไป เหตุใดจึงต้องจำเป็นที่จักใช้งานเหล่ายอดฝีมือของสำนัก ที่บัดนี้กำลังฝึกวิชากันอย่างคร่ำเคร่งตระเตรียมแสดงฝีมือในงานชุมนุมชาวยุทธ”

“ส่วนประการสุดท้าย การจักใช้งานเหล่ายอดฝีมือของสำนัก จะอย่างไรก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากเหล่าผู้อาวุโส ซึ่งแน่นอนว่าพวกผู้อาวุโสย่อมมิเห็นด้วย ที่พวกเราจักทำการแก้แค้นให้แก่ เหินเทียนอย่างแน่นอน เพราะกริ่งเกรงในพลังฝีมือของเทพกระบี่”

ซิมคงอี้ กล่าวาจาอธิบายออกมาอย่างยืดยาว จนซิมบ่อเจี้ยพยักหน้ารับในที่สุด

“ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้าจักเขียนจดหมายตอบรับถึงหนีเปียนทง รบกวนเจ้าสำนักจัดหาเสบียงที่จักใช้ในการเดินทางเพิ่มให้แก่กองกำลังของตระกูลถังที่ติดตามข้าพเจ้ามาด้วยในครั้งนี้ได้หรือไม่”

ถังหยางกวางเอ่ยวาจาขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับ มันก็เร่งรีบเดินออกไปจากห้องโถงทันที

                “บ่อเจี้ย เรื่องการเดินทางไปยังหุบเขาเทพโอสถในครานี้ เจ้าอย่าให้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักรับรู้ได้เป็นอันขาดเข้าใจรึไม่”

ซิมคงอี้ กล่าววาจาออกมาทันที

                “ขอรับศิษย์พี่เจ้าสำนัก รับรองว่าเรื่องการเดินทางในครานี้ ข้าพเจ้าจักปิดปากให้สนิท มิให้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักได้ระแคะระคายแม้แต่น้อย”

ซิมบ่อเจี้ยกล่าววาจารับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจักเดินเลี่ยงออกจากห้องโถงไปจัดเตรียมเสบียง ตามคำสั่งของ ซิมคงอี้ทันที

                ด้วยเหตุนี้เองทำให้กองกำลังที่จักเคลื่อนพลขึ้นสู่หุบเขาเทพโอสถ จึงมีมากถึงหนึ่งพันคน ประกอบด้วยกองกำลังจากพรรคมังกรฟ้า แปดร้อยคน กองกำลังจากสำนักบู๊ตึ๊งหนึ่งร้อยห้าสิบ และกองกลังจากตระกูลถึงอีกห้าสิบคน

                แม้ว่ากองกำลังของตระกูลถังในการเคลื่อนพลครั้งนี้จักมีจำนวนน้อยที่สุด แต่ก็ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดเช่นกัน เพราะคนทั้งห้าสิบ ต่างเป็นสุดยอดฝีมือของตระกูลถังทั้งสิ้น มิใช่ไพล่พลระดับต่ำ เหมือนอย่างกองกำลังของพรรคมังกรฟ้า ที่มียอดฝีมือเดินทางติดตามไปด้วยเพียงแค่ไม่กี่คน ส่วนทางด้านกองกำลังของสำนักบู๊ตึ๊งนั้นก็จัดได้ว่าอยู่ในระดับปานกลาง หลายคนมีวรยุทธไม่ธรรมดา เชื่อได้ว่าหากให้เวลาอีกไม่กี่ปี จักต้องก้าวเข้าสู่ขั้นยอดฝีมืออย่างแน่นอน

                การรวมพลของสามกองกำลังของพรรคมังกรฟ้า สำนักบู๊ตึ๊งและตระกูลถัง ทำให้ยามนี้ทางฝ่ายหนีเปียนทง ซิมคงอี้ และถังหยางกวางมีกำลังพลเหนือล้ำกว่า หุบเขาเทพโอสถอยู่หนึ่งเท่าเลยทีเดียว นับว่าศึกครานี้คงมิอาจเรียกได้ว่าเป็นศึกเล็กๆ อย่างแน่นอน

                “หึ หึ”

“ราชันย์มารบัดซบ เจ้าฆ่าเทียนเอ๋อของเราอย่างโหดเหี้ยม จะอย่างไรเราก็มิทำใจปลดให้เจ้าลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตอย่างสำราญไปได้”

ซิมคงอี้หัวเราะในลำคอก่อนกล่าววาจาออกมา นัยน์ตาของมันวาวโรจน์อย่างถึงขีดสุดเลยทีเดียว

-----------------

-11 A4 page

-เสาร์อาทิตย์นี้ ไรเตอร์ไม่อยู่เลยขอ นำนิยายตอนใหม่มาลงให้อ่านกันเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม เจอกัน อีกครั้งอาทิตย์ที่ 22 เลยจ้า

- โอมจง Comment โอมจง Vote

- เพิ่งเห็นว่า มีระบบวิจารณ์เข้ามาใหม่ จะมีใครใจดีเปิดกระดานให้บ้างไหมเอ่ย

-ตอนนี้แก้ไขใหม่ เพิ่มเนื้อหาได้ดูมีรายละเอียดมากขึ้น ขอขอบคุณ ทุกๆ Comment ที่ชี้ให้เห็นจุดบอด (ตอนนี้เป็นตอนของเหล่าตัวร้ายในคราบฝ่ายธรรมะออกโรงบ้างหลังจากไม่มีบทบาทมาช้านาน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3780 Earth Kidkul (@9earth) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 13:42
    ไม่หน้าช่วยเลยสุดท้ายก็วกกับมาแว้งกัดตัวเอง ปล่อยให้ตายก็หมดเรื่อง
    #3780
    0
  2. #3608 กาฟิวส์ (@gafiw6840) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 19:38
    สนุกมากคับ
    #3608
    0
  3. #3462 ราชันยุง (@kamaraida) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 20:27
    ขอความกรุณารบกวนรีบลงตอนใหม่ทีคับอยากอ่านใจจะขาดดด
    #3462
    0
  4. #3458 เทพ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 11:30
    ตรุอุส่าเม้น ไม่เพิ่มตอนใหม่ให้ตรุบ้างเหรออออ อ๊ากกกกกกกกก ค้างงงงงงงง โอมจงลงตอนใหม่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
    #3458
    0
  5. #3457 pameng (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 09:49
    งวดนี้เข้าสู่โหมดสงครามชีวภาพ พิษตัวป่วนรุนแรงมากแค่หายใจออกฝั่งโน้นก็เหลือแค่ผู้นำทัพไม่เกิน๑๐คน
    #3457
    0
  6. #3456 แอ๊กซ่า (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 20:52
    มีคนเยอะแต่ว่ามีแต่พวกไม่เก่ง จะชนะหรอ มารน้อยรู้ตัวล่วงหน้าก่อนอีกต่างหาก งานนี้มีเงิบล้านเปอเซน
    #3456
    0
  7. #3455 ฟีนิกส์ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 14:49
    งานนี้ใครเป็นใครตาย มันแน่
    #3455
    0
  8. #3454 uาeต้uไม้ (@maddogmike) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 14:21
    เหอะๆ มี สอง สำนัก ที่ ใหน 6 สำนัก 6 มาร อีก ต่าง หาก คง ไม่ กลัว ที่ จะถูก ลบ
    ออก จาก ยุทธภพ 555+
    #3454
    0
  9. #3453 สมภพ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 01:35
    มารพิษจะได้หายเมื่อยแล้ว
    #3453
    0
  10. #3452 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 20:03
    เหอะ วาดวิมานฝันหวานกันไปเถอะ ดูถูกดูผิดกันเข้าไปเดี๋ยวมีหน้าหงายกันบ้างละ
    #3452
    0
  11. #3449 มารวันโดษ (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 18:04
    ครับจะรอตอนต่อไปปูเรื่องมาทางตัวร้ายบ้างดีแล้วครับจะได้มีเหตุผลรองรับกับเนื้องเรื่อง
    #3449
    0
  12. #3447 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 17:09
    ใช่ๆ  แจ้งท่านพ่อทั้งหกให้ออกมาช่วยลุยเถอะหลงเอ๋อ
    #3447
    0
  13. #3446 Adisak Puvanit (@slower56) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 17:07
    เหมือยที่ข้างล่างบอกสรุปได้แค่นั้นแต่ตอนหน้า ท้งหมดเงิบแน่ที่หลางหลงตาไม่บอด
    #3446
    0
  14. #3445 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 15:36
    ผู้พิทักษ์ธรรมจอมปลอมรวมตัวกันแล้วท่านพ่อทั้งหกกับพ่อบ้านเฉิงคงจะออกมาร่วมสนุกกับฝ่ายธรรมมะจอมปลอมด้วยไหมล่ะเนี่ย..คิดถึงจัง
    #3445
    0
  15. #3443 LilyTheGlass (@dawan400) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 02:23
    ตอนนี้มีแต่เนื้อหาปลีกย่อย งิ  

    ถ้าเป็นเรื่องลงถี่ๆคงไม่รู้สึกอะไร แต่เรื่องนี้รอนานมาก 

    ตอนนี้สรุปสั้นๆง่ายๆ 3เเก๊งรวมตัวบุกโจมตี   แค่นี้เอง = =
    #3443
    0
  16. #3442 หนอนตำรา (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 01:47
    หลังๆมานี้ ไม่แน่ใจว่าไรเตอร์มือตกหรืออย่างไรหว่า

    ความน่าสนใจของนิยายเรื่องนี้ถึงถดถอยลงเรื่อยๆ

    หรือว่าเป็นที่ตัวเราไม่ให้ความสนใจเหมือนเมื่อก่อนหว่า

    #3442
    0
  17. #3441 หนอนตำรา (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 01:43
    มาก่อนก็จริง แต่ผิดหวังอย่างแรง
    #3441
    0
  18. #3440 tomzacool (@tomzacool) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 01:02
    มาได้ไงหว่า
    #3440
    0