ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 77 : บทที่เจ็ดสิบสอง อหังการยอดวิชาพิฆาตนารี เดชเทพมังกรอัคคีผยอง(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    26 ส.ค. 56

บทที่เจ็ดสิบสอง อหังการยอดวิชาพิฆาตนารี เดชเทพมังกรอัคคีผยอง(2)

                วันเวลาเคลื่อนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ล่วงเข้าวันที่สามที่หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีใช้เวลาอาศัยอยู่ในคลังยาส่วนตัวด้วยกัน บัดนี้ไป๋หลินกำลังปรุงยารักษาดวงตาของหลงเอ๋อ ด้วยท่าทีเร่งรีบ ลักษณะท่าทีของนางดูเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ายิ่งนัก คล้ายกับผ่านศึกสงครามขนาดใหญ่มาก็มิปาน เนื่องเพราะสามวันที่ผ่านมานี้นางถูกบุรุษผู้เป็นสามีกวนอกกวนใจ มิยอมปล่อยให้นางได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

                ไป๋หลินปรุงยาไปก็หันกลับไปจ้องมองร่างแกร่งกำยำของบุรุษผู้เป็นสามี พร้อมกับค้อนให้มันวงใหญ่ถึงแม้ว่ายามนี้ดวงตาของมันจักยังมองไม่เห็นอยู่ก็ตามที โทษฐานที่มันเอาแต่รังแกนางจน มิได้มีเวลาพักผ่อน

                “หลินเอ๋อ ท่านทำสิ่งใดอยู่รึ”

มารพิษตัวร้ายของนางเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ แต่ไป๋หลินก็ยังคงลงมือปรุงยารักษาดวงตาของมันต่อไป  อย่างมิคิดที่จักตอบคำ เพราะรู้ดีกว่าหากพูดสิ่งใดออกไป รังแต่จะทำให้นางเสียเปรียบอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น

                สมุนไพรล้ำค่าหายากและยอดพิษ นานาชนิดต่างถูกนางบดเป็นผงด้วยแท่นบดยาอย่างรวดเร็ว มิคิดเสียดายเลยแม้แต่น้อย มีเพียงกระษัยยาสำคัญอย่างรากไม้เต่ามังกรเท่านั้นที่นางนำโยนใส่หม้อยาในรูปลักษณ์เดิมมิผ่านกระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นนางก็ละมือจากหม้อยา สืบเท้าก้าวเดินเข้าไปหาบุรุษผู้เป็นสามีอย่างรวดเร็ว มือขาวผ่องเรียวยาวประดุจลำเทียน ยื่นไปข้างหน้า พร้อมกับกล่าววาจาออกมาทันทีว่า

“มารพิษ มอบธาตุพิษของสองมังกรอสรพิษหยินหยางให้แก่ข้าพเจ้า”

                เมื่อได้ยินภรรยาเอ่ยขอ ธาตุพิษของมังกรอสรพิษหยินหยาง ทำให้หลงเอ๋อเกิดอาการอิดออดขึ้นมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาคมคายหม่นหมองลงทันที คล้ายกับว่าจักเรียงร้องของความเห็นใจในที จนไป๋หลินเกิดอาการคิ้วกระตุกเล็กน้อย กับท่าทีของบุรุษผู้เป็นสามี

                “แหะ แหะ”

เสียงหัวเราะแห้งๆ ของหลงเอ๋อดังขึ้น ดูไปมันคงมิยินยอมศูนย์เสียธาตุพิษทั้งสองก้อนไปง่ายๆ ทำให้ไป๋หลินหมดความอดทนกล่าววาจาข่มขู่ออกมาทันทีว่า

“หัวเราะอันใด หากมิยินยอมมอบธาตุพิษออกมา ข้าพเจ้ารับรองว่า จะร่วมมือกับฮูหยินอีกสี่คน ปล่อยให้ท่านอดอยากหิวโซ ซักเดือนสองเดือนดีรึไม่”

                เมื่อได้ยินวาจาข่มขู่ของภรรยาคนใหม่ พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกจากร่างงดงาม ทำให้หลงเอ๋อหน้ามุ่ยเล็กน้อย คล้ายกับเด็กทารกที่ถูกขัดใจ ก่อนที่มันจักค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อหยิบเอาดวงธาตุพิษทั้งสองออกมา ยื่นส่งให้แก่ไป๋หลินแต่โดยดี

                ไป๋หลินใช้กำลังพายในดึงดูดวัตถูย่นระยะ ดูดเอาดวงธาตุพิษทั้งสองให้ลอยขึ้น เพราะต่อให้เป็นตัวนางเองก็มิอาจจักสัมผัสดวงธาตุพิษทั้งสองได้โดยตรง ก่อนจักใช้ลมปราณบังคับให้ดวงธาตุพิษทั้งสองวางลงบนแท่นบดยา แล้วลงมือจัดการบดดวงธาตุพิษทั้งสองให้กลายเป็นผงแล้ว โปรยลงสู่หม้อยาทันที โดยมิได้ให้ความสนใจกับหลงเอ๋อ ที่บัดนี้นั่งทำหน้าตาเสียอกเสียดายดวงธาตุพิษอยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย

                “มารพิษ ข้าพเจ้าจักอาบน้ำชำระล้างเนื้อตัว ระหว่างที่ยารักษาดวงตาของท่านกำลังเคี่ยวอยู่ภายในหม้อ คิดว่าให้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ตัวยารักษาดวงตาของท่านก็คงจักเคี่ยวเสร็จ ระหว่างนี้ท่านก็เก็บมือไม้อันร้ายกาจของท่านเอาไว้ให้ดี อย่าได้มายุ่งวุ่นวายกับ สมุนไพรต่างๆ ภายในคลังยาของข้าพเจ้าเข้าใจรึไม่”

ไป๋หลินกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบ พยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ เมื่อมารพิษของนางพยักหน้ารับอย่างจำยอม ใบหน้าของมันยามนี้คล้ายกับว่ากำลังถูกบังคับให้กลืนกินยาที่มีรสชาติขมที่สุดในชีวิตก็มิปาน

                “มารพิษท่านมิต้องเสียอกเสียดายดวงธาตุพิษทั้งสองไปหรอก จะอย่างไรหลังจากท่านดื่มยารักษาดวงตาที่ข้าพเจ้าปรุงขึ้น กำลังภายในของท่านจะเพิ่มพูนขึ้นอีกสองกับจาเลยทีเดียว หากเป็นแพทย์ผู้อื่นนำดวงธาตุพิษทั้งสองไปปรุงยาเสริมกำลังภายใน คงเพิ่มพูนลังภายในได้เพียงแค่หนึ่งกับจาเท่านั้น”

ไป๋หลินเห็นมารพิษของนางทำหน้าตาอาลัยอาวรณ์ จึงกล่าววาจาออกมาปลอบใจมัน พร้อมกับเดินไปเปิดประตูคลังยาที่ปิดตายเป็นเวลาสามวันออกทันที

ร่างบอบบางทว่าอวบอัดเฉพาะบางส่วน ของนางชะงักงันไปเล็กน้อย เพราะบัดนี้ที่เบื้องหน้าประตู มีร่างของสตรีงดงามล่มเมืองทั้งสี่นางยืนคอยอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของไป๋หลินแดงซ่านด้วยความเอียงอาย เพราะสตรีทั้งสี่ต่างส่งยิ้มกว้างให้แก่นางโดยพร้อมเพียง จักมิให้นางอายจนตัวม้วนได้อย่างไรเล่าในเมื่อสายตาของสตรีทั้งสี่ที่จ้องมองมา คล้ายจักเอ่ยถามนางเป็นเสียงเดียวกันว่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง

“หลินเอ๋อ สามวันมานี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

กุ้ยฉินไม่รู้ช้าเอ่ยวาจาถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือคว้าจับไปยังข้อมือของไป๋หลินทันที ประกายตาของนางเปล่งประกายระยิบระยับ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงเอียงอายเท่าไร นางยิ่งมีความสุกมากขึ้นเท่านั้น

                “ฉินเอ๋อ ท่านนี่ซุกซนใหญ่แล้ว เหตุใดจึงเอ่ยวาจาถามหลินเอ๋อเช่นนั้นเล่า”

เฟยเหม่ยเฟิ่งเอ่ยวาจาห้ามปรามด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก แต่สายตาที่จ้องมองไปยังร่างของไป๋หลิน นั้นกับแฝงการเย้าแหย่อยู่ในที จนฉินเอ๋ออดมิได้ที่จักส่งค้อนให้เฟยเหม่ยเฟิ่งวงใหญ่

                “คิก คิก เอาล่ะ พวกท่านก็อย่าได้กลั่นแกล้งหลินเอ๋อเลย แค่พวกเราปล่อยให้นางอยู่กับ นายน้อยสามวันสามคืน ท่าทางของนางก็ดูหนักหนาสาหัสมากพอแล้ว”

หานสุ่ยเซียนหัวเราะก่อนกล่าววาจา ทำให้ไป๋หลินอดมิได้ที่จักหมั่นไส้บุรุษผู้เดียวที่นอนอยู่ข้างในมิได้

                “หลินเอ๋อ ดูท่าทางท่านคงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย เจ่เจ้ว่าท่านไปอาบน้ำชำระล้างเนื้อตัว ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เสียเถอะ ส่วนทางด้านจอมมารยานั้นท่านมิต้องเป็นห่วง ระหว่างนี้พวกเจ่เจ้จะคอยระวังมิให้มันไปยุ่มย่ามกับ สมุนไพรอันล้ำค่าของท่านเอง”

มู่เสวี่ยถิงกล่าววาจาออกมา ทำให้ทั้งหมดต่างพยักหน้ารับโดยพร้อมเพียง

                ไป๋หลินรีบเดินกลับเข้าสู่ห้องพักส่วนตัวใช้เวลาเพียงไม่นานก็ กลับออกมาพร้อมกับท่าทางที่ดูสดชื่นขึ้นไม่น้อยภายหลังจากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้ว นางก็ก้าวเดินเข้าสู่คลังยาส่วนตัวทันที เพราะได้เวลาที่จักต้องยกหม้อยารักษาดวงตาของมารพิษ ลงจากเตาไฟแล้วนั่นเอง แต่แล้วร่างบอบบางก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเหลืบตาไปมองยังเตียงนอนของตนเอง เนื่องจากบัดนี้มีร่างของ เฟยเหม่ยเฟิ่ง หานสุ่ยเซียน มู่เสวี่ยถิง และกุ้ยฉิน นอนระทดระทวยซบเซาอยู่บนเตียงนอน

                ร่างงดงามอวบอิ่มของพวกนาง แทบจักเปลือยเปล่าแต่ละคนมีเพียงเอี๊ยมตัวน้อยปกปิดเรือนร่างอันอวบอิ่มสมบูรณ์อยู่เท่านั้น เสียงหอบหายใจกระชั้นถี่ยังคงดังอยู่ไม่ได้ขาด และต้นเหตุก็มาจากบุรุษเพียงคนเดียวที่อยู่ในคลังยาแห่งนี้นั่นเอง

                ไป๋หลินเห็นดังนั้นก็อดมิได้ที่จักถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่นางรอดพ้นการแสดงความรักฉันท์สามีภรรยาในรอบนี้มาได้ เพราะสามวันที่ผ่านมานางเหน็ดเหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ที่ต้องรับมือกับ มารพิษตัวร้ายเพียงลำพัง

                “จอมมารยา ท่านร้ายกาจเกินไปแล้ว”

มู่เสวี่ยถิงกล่าววาจาออกมา ทั้งที่ร่างอวบอิ่มยังคงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

                “ถิงเอ๋อ ข้าพเจ้าไหนเลยจักร้ายกาจอย่างที่ท่านกล่าวหา ข้าพเจ้าเพียงทำหน้าที่ สามีที่ดีงาม เท่านั้นเอง”

หลงเอ๋อกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายมีรอยยิ้มประดับอยู่ไม่ได้ขาด

                “เฮอะ โจรคลั่งราคะ ข้าพเจ้าว่าท่านรอคอยโอกาสเช่นนี้มาหลายวันแล้วเสียมากกว่า...”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาได้ยังมิทันจบคำ ปากอวบอิ่มของนางก็ถูกหลงเอ๋อ ใช้ริมฝีปากหนาปิดลงทันที

อื้อ

เสียงครางประท้วงดังขึ้นจากลำคอระหงส์ของฉินเอ๋อทันที เพราะลิ้นเล็กของนางถูกพัวพันจากลิ้นร้อนร้ายกาจของบุรุษผู้เป็นสามี

                “นายน้อยเจ้าค่ะ พอแล้วเจ้าค่ะ”

เสียงหานสุ่ยเซียนเอ่ยวาจาห้ามปราม พร้อมกับรีบพลิกตัวคว้าเสื้อผ้าของตนเองแล้วถอยตัวออกมา จากเตียงที่แทบลุกไปด้วยไฟรักอันแสนมากล้นของหลงเอ๋อทันที ส่วนทางด้าน กุ้ยฉินและ มู่เสวี่ยถิง ก็รีบฉวยโอกาสลุกออกจากเตียงทันทีมายืนหอบอยู่ด้านนอกเตียงเช่นกัน ปล่อยให้เฟยเหม่ยเฟิ่งรับมือกับหลงเอ๋อเพียงลำพัง

“อ๊า หลงเอ๋อ ท่านหยุดก่อนเจ้าค่ะ”

เสียงหวานใสดุจแก้วเจียระไนเอ่ยครวญครางร้องขอ แต่ก็มิสามารถทำให้สามีตัวดีของนางหยุดกระทำการเชยชมร่างอวบอัดได้เลย จวบจนร่างของนางสั่นระริกเกร็งกระตุกอย่างไรการควบคุม มันจึงหยุดมือลงในที่สุด

หน้าผากนวนเนียนของเฟยเหม่ยเฟิ่งเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ถูกระดมจูบด้วยความรักและทะนุถนอมจากหลงเอ๋อ สามีตัวร้ายก่อนที่มันจักค่อยๆ บรรจงแต่งตัวให้กับนางอย่างเชื่องช้าพร้อมกับลูบนั่นลูบนี่ไปตามเนื้อตัวของนางอย่างมิอาจอดใจไว้ กว่าที่เฟยเหม่ยเฟิ่งจักหลุดออกมาจากอ้อมกอดของมันก็ กินเวลานางพอสมควร

จากนั้นทายาทของหกราชันย์ ที่บัดนี้ร่างกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ ปกปิดร่างกายอันแกร่งกร้าวก็ลุกขึ้นยืน ปล่อยให้เหล่าภรรยาทั้งห้านำผ้าชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัว ดูแลปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จนเสร็จสิ้น แต่กว่าที่หลงเอ๋อจักแต่งตัวจนเสร็จสิ้น พวกนางก็ต้องมือไม้ปั่นป่วนไปหมด เพราะมือมารร้ายกาจของบุรุษผู้เป็นสามี

หลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลงเอ๋อและเหล่าภรรยาทั้งสี่ต่างมานั่งรวมตัวกันอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง เวลาผ่านไปไม่นานไป๋หลินก็เดินกลับมาพร้อมกับยกถาดไม้ที่มีถ้วยยาวางอยู่ด้านบนมาด้วย

ไป๋หลินวางถ้วยยาลงอย่างระมัดระวัง เบื้องหน้าของหลงเอ๋อ ก่อนจักทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่แล้วกล่าววาจาขึ้นทันทีว่า

“ตัวยารักษาดวงตาของมารพิษชนิดนี้ ปรุงไม่ยากนัก และใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถปรุงได้จนสำเร็จ ถ้าหากมีวัตถุดิบที่ใช้เป็นกระษัยยาอย่างพร้อมเพียงแล้ว ซึ่งนับว่าโชคดีมิน้อยที่มารพิษ มิได้บุกรุกเข้ามา ดื่มกินสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ ในคลังยาของข้าพเจ้าไปเสียก่อน”

“นอกจากนั้น ข้าพเจ้ายังนำดวงธาตุพิษใส่เพิ่มเข้าไป ทำให้ยาถ้วยนี้นอกจากสามารถรักษาดวงตาของมารพิษให้กลับมามองเห็นได้ดั่งเดิมแล้ว ยังช่วยเพิ่มพูนกำลังภายในอีกสองกับจาอีกด้วยนะเจ้าค่ะ”

                “หากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าประเสริญยิ่งนัก นายน้อยท่านรีบดื่มยาถ้วยเสียเถอะเจ้าค่ะ”

หานสุ่ยเซียนรีบกล่าววาจาเร่งให้หลงเอ๋อ ดื่มยาทันที

                “สุ่ยเซียนกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเราจักอยู่ในสถานที่มิดชิดเพียงไร แต่หากมีผู้ใดรับรู้ว่ามีตัวยาล้ำค่าเพิ่มพูนกำลังภายในได้ถึงสองกับจา พวกมันอาจถูกความโลภครอบงำ จนคิดจักหมายเข้าแย่งชิงก็เป็นนะเจ้าค่ะ”

เฟยเหม่ยเฟิ่งกล่าววาจาออกมา ด้วยท่าทางหวาดระแวง พร้อมกับใช้ลมปราณประจำตัวของนางแผ่กระจายออกไปโดยรอบบริเวณทันที เหล่าภรรยาที่เหลือต่างก็พากันใช้ลมปราณประจำตัวตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างไม่ประมาณ เพราะพวกนางรู้ดีว่าหากบุรุษผู้เป็นสามีมิได้ดื่มยาถ้วยนี้ โอกาสที่มันจักกลับมามองเห็นอีกครั้งย่อมถูกปิดตายลงอย่างแน่นอน

                หลงเอ๋อรู้สึกได้ว่าเหล่าภรรยาแสดงท่าทีวิตกกังวล กลัวจักมีผู้ใดลงมือแย่งชิงยารักษาดวงตาของมัน ทำให้ภายในอกของมันเกิดความรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจอย่างประหลาด รีบคว้าถ้วยยายกขึ้นดื่มทันที

                “กึก”

เสียงถ้วยยาที่ว่างเปล่ากระทบกับโต๊ะดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของหลงเอ๋อที่กำลังส่งยิ้มล้อเลียนท่าทางแตกตื่นของพวกนางมาให้ ทำให้เหล่าสตรีทั้งห้าต่างพากันส่งค้อนให้สามีตัวดีหลายวง แม้ว่ามันจักยังมองไม่เห็นก็ตาม

“ดูเหมือนว่า ข้าพเจ้าคงต้องนั่งสมาธิเดินลมปราณอีกสักครู่ใหญ่ อาจจักกินเวลาหลายวัน ถ้าอย่างไรระหว่างนี้ พวกท่านก็ให้หลินเอ๋อ พาออกไปท่องเที่ยวในหุบเขาเทพโอสถแห่งนี้เถอะ ทิ้งหานหยางจงให้คอยเฝ้าข้าพเจ้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว”

หลงเอ๋อกล่าววาจาออกมาทันที เพราะรู้สึกร้อนวูบวาบตรงบริเวณท้องน้อย เนื่องจากตัวยาเริ่มออกฤทธิ์ หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าหล่อเหลาคมคายทันที

                เหล่าสตรีทั้งห้าได้ยินดังนั้น ต่างก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจักค่อยๆ จูงมือพากันเดินออกไปจากคลังยาส่วนตัวของไป๋หลินทันที เพราะมิต้องการรบกวนสมาธิของบุรุษผู้เป็นสามี

                ในระหว่างที่หลงเอ๋อกำลังนั่งโคจรลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ ทางด้านราชันย์หัตถ์อัคคีและราชันย์กระบี่มารก็กำลังนั่งสนทนาดื่มกินอาหารกับ นางพญาหิมะแดง มู่เสวี่ยเซียน เจ้าวังผลึกน้ำแข็งคนปัจจุบัน ที่บัดนี้ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บจากการถูกไอเย็นธาตุหยินตีกลับ เข้าเกาะกุมชีพจรจักได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                ใบหน้าที่เคยขาวซีดเซียวไร้สีโลหิตจากอาการบาดเจ็บภายใน บัดนี้แดงซ่านไปถึงโคนผม ผิวพรรณเต่งตึงแทบจักปริแตกแม้ว่าจักก้าวเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม แต่กาลเวลาก็มิสามารถพรากความงดงามประดุจนางเซียนไปจากใบหน้าและร่างกายของนางได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านกำลังภายในนั้นยิ่งได้รับการรักษาจากราชันย์หัตถ์อัคคีกลับยิ่งทำให้กำลังภายในของนางรุดหน้ายิ่งกว่าตอนที่ นางยังมิได้รับบาดเจ็บเสียอีก

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เสียงหัวเราะดังลั่นอย่างมิคิดจักเกรงอกเกรงใจผู้ใดของราชันย์หัตถ์อัคคีดังขึ้น เมื่อทั้งหมดกำลังพูดคุยเล่าเรื่องราวในวัยเด็กของหลงเอ๋อบุตรชายเพียงคนเดียวให้นางพญาหิมะแดงได้รับฟัง

มือของมันโอบเอวบอบบางของมู่เสวี่ยเซียนเอาไว้หลวมๆ สายตาของราชันย์หัตถ์อัคคีที่จ้องมองใบหน้าของ มู่เสวี่ยเซียนนั้นอัดแน่นไปด้วยความรักความหวงแหน

มินึกมาก่อนเลยว่าตนเองอายุร้อยกว่าปีเข้าไปแล้ว จักต้องมาตกอยู่ในห้วงวังวนแห่งรักเหมือนหนุ่มสาววัยเพียงไม่กี่สิบปี

“แม่นางมู่ มิทราบว่าท่านจักว่าอย่างไรหากข้าพเจ้าจักขอเป็นเฒ่าแก่สู่ขอ บุตรีของท่านให้แก่บุตรชายเพียงคนเดียงของพวกเรา”

ราชันย์กระบี่มารเอ่ยถามขึ้น ใจจริงมันอยากพูดคุยสู่ขอ มู่เสวี่ยถิงให้แก่หลงเอ๋อตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เพราะอยากให้ลูกสะใภ้ในดวงใจรีบตบแต่งให้แก่บุตรชายตน แต่ติดอยู่ที่ว่า เมื่อครั้งเดินทางมาถึงวังผลึกหิมะเมื่อเจ็ดวันก่อน อาการบาดเจ็บของ นางพญาหิมะแดงนั้นยังมิได้ทำการรักษาให้หายดี จึงได้แต่เก็บเรื่องการสู่ขอเอาไว้ก่อน

                แต่มาบัดนี้ในเมื่อ นางพญาหิมะแดงหาย ดีจากอาการบาดเจ็บภายในแล้ว เรื่องการสู่ขอจึงถูกหยิบยกออกมาพูดคุยในทันที

                “พี่รองเจ้าค่ะ ในเมื่อยามนี้ข้าพเจ้าตกลงร่วมใช้ชีวิตทีเหลืออยู่กับ ราชันย์หัตถ์อัคคีแล้ว ท่านก็เรียกข้าพเจ้าว่า เสวี่ยเซียนเถอะเจ้าค่ะ”

                “ส่วนเรื่องสู่ขอบุตรีของข้าพเจ้านั้น ก็มิเป็นปัญหาแต่อย่างใด ในเมื่อบุตรชายของพวกท่านกับ บุตรีของข้าพเจ้านั้นมีความรู้สึกปฏิพัทธ์รักใคร่กันก็มิมีเหตุผลอันใดที่ข้าพเจ้าจักขัดขวาง”

มู่เสวี่ยเซียนเอ่ยวาจาขึ้น ทำให้ราชันย์กระบี่มารพยักหน้ารับด้วยสีหน้าพออกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่การเจรจาสู่ขอเป็นไปได้ด้วยดี

                “น้องสี่ เจ้าว่าคงอีกกี่วันพวกเราจะเดินทางกลับเข้าสู่แผ่นดินภาคกลางกันเสียที”

ราชันย์กระบี่มารเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงและใบหน้านิ่งเรียบตามแบบฉบับ

                เมื่อได้ยินเฒ่ากระบี่เอ่ยถาม ราชันย์หัตถ์อัคคีหันกลับไปจ้องหน้านางพญาหิมะแดงเล็กน้อยเป็นเชิงปรึกษา เมื่อนางพยักหน้าพร้อมส่งสายตาเป็นทำนองว่า เรื่อยนี้ยกให้มันตัดสินใจ เฒ่าอัคคีก็เอ่ยวาจาตอบคำออกไปทันทีว่า

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราพักผ่อนที่วังผลึกน้ำแข็งอีกสักสองวัน เพื่อให้เวลาพวกบ่าวไพร่จัดเตรียมข้าวของให้เรียบร้อย จึงค่อยออกเดินทางกลับเข้าสู่แผ่นดินภาคกลางดีรึไม่”

                เมื่อได้ยินวาจาของราชันย์อัคคีกล่าวออกมา เฒ่ากระบี่เพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจักลงมือคีบอาหารเข้าสู่ปากอย่างรวดเร็ว เพราะมันมิต้องการนั่งอยู่ดูน้องชายร่วมสาบาน กับน้องสะใภ้คนใหม่นั่งพูดคุยกันด้วยวาจาหวานบาดหูนานนัก

                ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดวันก่อนหน้านี้ เฒ่ากระบี่และเฒ่าอัคคีที่ออกเดินทางจากตำหนักมารมาเพียงสองคน ก็มาหยุดยืนชะงักร่างอยู่เบื้องหน้าสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ภายในหุบเขาน้ำแข็งอันเร้นลับ ร่างของสองราชันย์บัดนี้ก็ยังคงสวมใส่เพียงแค่เสื้อผ้าเบาบางชุดเดิม บ่งบอกว่าสภาพอาการที่หนาวเย็น โหดร้ายทารุณอย่างถึงขีดสุด มิสามารถทำอะไรกับร่างกายของเฒ่ากระดูกเหล็กได้เลยแม้แต่น้อย

สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกขานว่า วังผลึกน้ำแข็งนั้น ยากยิ่งนักที่จักมีผู้ใดสามารถเดินทางมาถึงได้ เพราะอุปสรรคใหญ่หลวงหลายประการ ไม่ว่าจักเป็นสภาพอาการที่หนาวเย็นสุดขั้ว หรือแม้แต่กระทั่งหุบเขาสลับซับซอนที่บดบังสิ่งก่อนสร้างใหญ่โตแห่งนี้เอาไว้จากโลกภายนอก

สองเฒ่าหยุดยืนมองสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ตรงประตูทางเข้าเพียงครู่เดียว กองกำลังของวังผลึกน้ำแข็งก็เริ่มเคลื่อนไหววิ่งออกมา รายล้อมจุดที่สองราชันย์ยืนอยู่อย่างรวดเร็วเป็นวงกลม

“พี่รอง ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงวังผลึกน้ำแข็งจนได้”

เฒ่าอัคคีหันกลับไปเอ่ยวาจาพูดคุยกับ ราชันย์กระบี่มาร โดยมิคิดจักแยแสกองกำลังของวังผลึกน้ำแข็งที่กระจายกำลังล้อมพวกตนเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

                “เฮอะ เฒ่าอัคคี เจ้าอย่างมาพูดดีไป อันที่จริงพวกเราควรจักเดินทางถึงวังผลึกน้ำแข็งนี่ ตั้งแต่สิบห้าวันก่อนแล้ว ถ้าหากว่าเจ้ามิมัวเอาแต่ แวะเวียนดื่มกินสุรายาเมา เสพสมกับนางคณิการายทางตามเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา ”

ราชันย์กระบี่มารอดมิได้จึงตวาดวาจาค่อนแคะใส่อีกฝ่ายทันที

                “ที่พี่รองกล่าววาจาออกมานั้นก็ถือว่ามิผิดนัก แต่ท่านก็ต้องเห็นใจข้าพเจ้าบ้าง หากท่านและข้าพเจ้าเอาแต่มุ่งเดินทาง หวังจักให้บรรลุถึงวังผลึกน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว ยอดวิชาพิฆาตนารี ของข้าพเจ้าจักก้าวหน้าถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”

ราชันย์หัตถ์อัคคีเอ่ยวาจาตอบคำทันที เพราะเวลาที่ผ่านมา มันได้ทุ่มเทฝึกฝนยอดวิชาพิฆาตนารีอย่างคร่ำเคร่ง จนสามารถยืดระยะเวลาออกไปได้หลายชั่วยามแล้วนับว่าประสบความสำเร็จมิใช่น้อย

 ยามที่มันจากมาเหล่านางคณิกาต่างพากันร่ำไห้เสียอกเสียใจราวกับว่าจักขาดใจตายไปต่อหน้า จนมันแทบจักหันกลับไปโอบกอดพวกนางอีกสักครา แต่ติดอยู่ตรงที่เฒ่ากระบี่คอยใช้สายตาที่แหลมคมเยือกเย็นเสียยิ่งกว่ากระบี่วิเศษทิ่มแทงมันอยู่เรื่อย จึงต้องยินยอมเดินทางจากมาแม้ว่าจักมิเต็มอกเต็มใจเท่าไรนัก

เมื่อได้ยินวาจาแก้ตัวของน้องร่วมสาบาน ทำให้ราชันย์กระบี่มารเกิดอาการคิ้วกระตุกอย่างมิอาควบคุมได้ มันแทบจักถาโถมร่างเข้าไปทำการทุบตีอีกฝ่ายให้สาแก่ใจ เพราะอีกฝ่ายสามารถยืดระยะเวลาไปได้มากว่าสองชั่วยาม ทำให้บัดนี้การพนันกับพี่น้องที่เหลือต่างต้องกลายเป็นโมฆะอย่างน่าเสียดาย หากมันรู้ว่า ราชันย์หัตถ์อัคคีจักฝึกวิชาพิฆาตนารีจนแก่กล้าเช่นนี้ก็คงลงมือขัดขวางเอาไว้เสียตั้งแต่แรกๆ

แม้ว่าอยากจักทุบตีอีกแต่ก็มิอาจกระทำได้ เพราะยามนี้อยู่ต่อหน้าผู้คนของวังผลึกน้ำแข็ง หากลงมือทุบตีอีกฝ่ายก็รังแต่จักทำให้มันและอีกฝ่ายสูญเสียความน่าเชื่อถือไปเปล่าๆ

สองราชันย์ยืนนิ่งมิกล่าววาจาใดๆ ใช้แค่เพียงสายตาสงบนิ่งจ้องมองกองกำลังของวังผลึกน้ำแข็ง ก็ทำให้พวกมันเกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งร่างอย่างมิอาจควบคุม

ราชันย์หัตถ์อัคคีเห็นกองกำลังของวังผลึกน้ำแข็งถูก สภาวะกดดันของราชันย์กระบี่มาร ก็เกรงว่าพวกมันจักขาดใจตายไปเสียก่อน จึงกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงอันนิ่งสงบว่า

“พวกเจ้าให้คนเข้าไปรายงานนางพญาหิมะแดงเร็วเข้า ว่ามีแขกจากแผ่นดินภาคกลางเดินทางมาเยี่ยมเยือน อย่าให้พวกข้าต้องคอยนาน เจ้ามิเห็นรึว่าอากาศภายนอกนั้นหนาวเหน็บแค่ไหน”

เมื่อได้ยินวาจาของอีกฝ่ายบอกกล่าวจุดประสงค์ กองกำลังป้องกันวังผลึกน้ำแข็งมีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อ ราชันย์หัตถ์อัคคีเปล่งพลังลมปราณอันแสนร้อนแรงไปทั่วบริเวณออกมาอย่างฉับพลัน คล้ายกับจักบอกว่าความอดทนของมันมีไม่มากนัก ทำหัวหน้าของกองกำลังป้องกันวังรีบพยักหน้า ก่อนจักทะยานร่างเข้าไปแจ้งข่าวภายในตึกทันที ทิ้งให้พรรคพวกยืนหลั่งเหงื่อกาฬทั่วร่างอย่างมิอาจควบคุม

แม้อยากจักล่าถอยออกไปให้ห่างจากร่างของราชันย์กระบี่มารและราชันย์หัตถ์อัคคีเพียงไร แต่พวกมันก็มิสามารถขยับเคลื่อนไหวได้เลยแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าร่างกายของพวกมันมิยินยอมรับฟังคำสั่งจากสมองแล้วนั่นเอง

หัวหน้ากองกำลังป้องกันวังใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทะยานร่างกลับมา พร้อมกับเอ่ยวาจาเชื้อเชิญสองราชันย์เข้าสู่ด้านในของวังผลึกน้ำแข็งทันที

หัวหน้ากองกำลังป้องกันวังนำพาสองราชันย์เข้าสู่ห้องโถงใหญ่อันเป็นสถานที่รับรองอย่างรวดเร็ว ตามคำสั่งของเจ้าวังทันที การมาเยือนของสองราชันย์สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนภายในวังผลึกน้ำแข็งได้ไม่น้อย เพราะสถานที่แห่งนี้มิได้มีแขก เดินทางมาเยี่ยมเยือนหลายสิบปีแล้ว นับตั้งแต่ประมุขวังได้รับบาดเจ็บภายใน

สองราชันย์ต่างมาหยุดยืนอยู่ใจกลางห้องโถงเล็กน้อย กวาดสายตาสำรวจตรวจตราไปรอบๆ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งยังเก้าที่รับแขกตามคำเชื้อเชิญของหัวหน้ากองกำลังป้องกันวัง พวกมันนั่งนิ่งอย่างสงบรอคอยตามคำบอกกล่าวของหัวหน้ากองกำลังป้องกันวังที่บอกกล่าวว่า เนื่องจากท่านเจ้าวังมิได้ออกรับแขกมาเป็นเวลานานแล้วจึงต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวอยู่บ้าง

เวลาผ่านไปไม่นาน เหล่าสตรีรับใช้ต่างพากันเดินออกมาจากด้านในห้องโถง พวกนางโค้งคำนับให้แก่แขกผู้มาเยือนทั้งสองเล็กน้อย ส่วนหนึ่งทำหน้าที่ยกน้ำชาให้แก่สองราชันย์ อีกส่วนหนึ่งช่วยกันเก็บรวบผ้าม่านหนาหนักที่ทิ้งตัวปิดบังสายตาของผู้คนบริเวณกึ่งกลางห้องโถงออกอย่างเชื่องช้า

ปรากฏร่างของมู่เสวี่ยเซียนเจ้าวังผลึกน้ำแข็งในชุดสีแดงสด มีหนังจิ้งจอกสีแดงอมส้มคลุมร่างให้ความอบอุ่น ใบหน้างดงามแม้แต่กาลเวลามิอาจลบเลือน บัดนี้แม้จักซีดเซียวไร้สีโลหิตอันเกิดจากอาการบาดเจ็บภายในแย้มยิ้มเล็กน้อย ก่อนกล่าววาจาขึ้นว่า

“ขออภัยแขกผู้มาเยี่ยมเยือนทั้งสองที่ปล่อยให้คอยเสียนาน เนื่องจากข้าพเจ้านั้นได้รับบาดเจ็บภายในมาเป็นเวลาช้านาน จึงเป็นเหตุให้ออกมาพบพานพวกท่านเชื่องช้าไปบ้างต้องขออภัยด้วย”

มู่เสวี่ยเซียนกล่าววาจาขึ้น ทำให้ราชันย์หัตถ์อัคคีสั่นสะเทือนไปถึงภายใน หัวใจของมันเต้นกระหน่ำรัวเร็วประดุจกลองรบ เมื่อได้เห็นใบหน้างดงามาและได้ยินน้ำเสียงที่หวานใสดุจแก้วเจียระไน นัยน์ของเฒ่าอัคคีเปล่งประกายระยิบระยับอย่างพออกพอใจ ที่ได้เห็นรูปโฉมของนางพญาหิมะแดง ประมุขคนปัจจุบันแห่งวังผลึกน้ำแข็ง

                “ข้าพเจ้าขอเสียมารยาทเอ่ยถามพวกท่านสักเล็กน้อย”

“แค่ก แค่ก มิทราบว่าพวกท่านทั้งสองมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร และเดินทางมายังวังผลึกน้ำแข็งแห่งนี้ด้วยเหตุอันใด”

มู่เสวี่ยเซียนเอ่ยวาจาขึ้น

                “ข้าพเจ้ามีนามว่า ราชันย์หัตถ์อัคคี ส่วนบุรุษผู้นี้เป็นพี่ชายร่วมสาบาน มีนามว่าราชันย์กระบี่มาร  สาเหตุที่เดินทางมายังวังผลึกน้ำแข็งนั้นมีสองสาเหตุ สาเหตุแรกก็เพราะพี่ชายของข้าพเจ้าต้องการสู่ขอ แม่นางมู่เสวี่ยถิงบุตรีของประมุขวัง เพื่อตบแต่งให้กับบุตรชายของพวกเราอย่างถูกต้อง เพราะบุตรของพวกเราทั้งสองมีความรู้สึกปฏิพัทธ์ต่อกันอย่างแท้จริง แต่เรื่องนี้เอาไว้พูดคุยทีหลังก็ยังมิสาย”

                ส่วนสาเหตุที่สอง ข้าพเจ้าเดินทางมายังวังผลึกน้ำแข็ง ก็เพราะบุตรชายของข้าพเจ้า เขียนจดหมาย ขอให้ข้าพเจ้าเดินทางมายังวังผลึกน้ำแข็งแห่งนี้เพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บภายในของประมุขวังแซ่มู่”

ราชันย์หัตถ์อัคคีกล่าววาจาจบ ก็เกิดเสียงพูดคุยด้วยความตระหนกตกใจของเหล่าบ่าวรับใช้ที่อยู่ภายในห้องโถงดังขึ้นทันที เพราะพวกมันย่อมรู้ดีกว่า บุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้น มีพลังฝีมือกล้าแกร่งเพียงใด

                เมื่อได้ยินวาจาอธิบายของเฒ่าอัคคี ทำให้ใบหน้าที่เคยซีดเผือดไร้สีโลหิตของมู่เสวี่ยเซียนแดงขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่นางจักสะบัดมือส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ล่าถอยออกจากห้องโถงไปในทันที

                “แล้วข้าพเจ้าจักรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่พวกท่านกล่าวมานั้นเป็นความจริง”

มู่เสวี่ยเซียนเอ่ยวาจาถามขึ้น ทำให้เฒ่าอัคคีล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบจดหมายที่หลงเอ๋อเขียนขึ้น ใช้กำลังภายในส่งจดหมายให้แก่มู่เสวี่ยเซียนอย่างเชื่องช้า

ความจริงแล้วเนื้อความในจดหมายมิอาจยืนยันให้มู่เสวี่ยเซียนเชื่อในสิ่งที่ราชันย์หัตถ์อัคคีกล่าวออกมาได้ แต่เพราะว่าในจดหมายฉบับนี้มีลายมือของมู่เสวี่ยถิงเขียนชื่อตนเอง พร้อมทั้งใช้ป้ายหยกหิมะเป็นตราประทับลงไปในกระดาษด้วย ทำให้นางพญาหิมะแดงยินยอมเชื่อวาจาของ เฒ่าอัคคีในที่สุด

                “ในเมื่อประมุขวังรับรู้เช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็อยากรู้ว่าประมุขยินยอมที่จักรับการรักษาอาการบาดเจ็บภายในจากข้าพเจ้ารึไม่”

ราชันย์อัคคีเอ่ยถามขึ้นทันที ทำให้มู่เสวี่ยเซียนเกิดอาการนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ใบหน้าของนางที่เคยซีดเผือดบัดนี้แดงซ่านด้วยความเอียงอาย มิกล้าเอ่ยวาจาใดๆ ออกมา เมื่อเห็นว่าในห้องโถงกลางแห่งนี้ ยังมีราชันย์กระบี่มารนั่งอยู่ด้วย

                “นี่เฒ่ากระบี่หัก ท่านยังมีหน้ามานั่งจิบน้ำชาอยู่อีกหรือไร”

เฒ่าอัคคีหันไปตวาดวาจาใส่ราชันย์กระบี่มาร ที่ยังนั่งดื่มน้ำชาด้วยท่าทีเย็นอกเย็นใจจนสุดท้าย ราชันย์กระบี่มารต้องจำใจเดินออกจากห้องโถงกลางไปอย่างเลี่ยงมิได้ แม้ว่ามันอยากจักนั่งขัดขวางน้องร่วมสาบานให้นานอีกหน่อยก็ตาม

                ภายหลังจากที่ราชันย์กระบี่มารจากไปแล้ว ห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา ราชันย์หัตถ์อัคคีได้แต่เฝ้ารออย่างร้อนอกร้อนใจ แม้ภายนอกของมันจักดูนิ่งสงบเพียงไรก็ตาม

                “ข้าพเจ้า...ข้าพเจ้ามิใช่สตรีที่เพียบพร้อม อีกทั้งยังเคยผ่านการแต่งงานมี...”

มู่เสวี่ยเซียนเอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงอันตะกุกตะกัก ใบหน้างดงามสมวัยยังคงแดงซ่านด้วยความเอียงอาย

                “ข้าพเจ้า หาได้สนใจในเรื่องนั้นไม่ หากท่านมิรังเกียจชายชราอายุร้อยกว่าปีคนนี้ ข้าพเจ้ายินดีที่จักตบแต่งกับท่าน รับท่านเป็นภรรยายกย่องเชิดหน้าชูตา มิให้น้อยหน้าผู้ใด”

ราชันย์หัตถ์อัคคีกล่าววาจาเร่งเร้าสวนออกไปทันที ที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีอ่อนลง

                เมื่อได้ยินวาจาของอีกฝ่ายที่กล่าวออกมาทำให้มู่เสวี่ยเซียนนิ่งงันไปพักใหญ่ หัวใจที่เคยถูกปิดตายภายหลังจากที่บิดาของบุตรสาวตายตกไปเต้นกระหน่ำรัวเร็วอย่างชนิดที่มิเคยเป็นมาก่อน สูบฉีดโลหิตจนร่างของนางร้อนวูบวาบไปหมด

                “ว่าอย่างไร ท่านตกลงรึไม่”

เสียงของราชันย์หัตถ์อัคคีเอ่ยถามขึ้นตรงข้างใบหู นางมิรู้ตัวเลยว่ามันเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร สิ่งเดียวที่นางกระทำได้ก็คือการพยักหน้ารับไปอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นราชันย์หัตถ์อัคคีสะบัดมือเล็กน้อยผ้าม่านที่ถูกรวบผูกเอาไว้กับเสาทั้งสองข้างก็พลันทิ้งตัวลงมาปกปิดร่างของ นางและมันจากสายตารับรู้ภายนอกโดยสิ้นเชิง

------------

-100% 12 pages A4

-ใครรอฉาก ท่านพ่ออัคคี อย่าไปคาดหวังมาก ไรเตอร์ เขียนนิดๆ หน่อยๆ (ตามที่ตั้งใจเอาไว้)

-ตอนหน้าก็จบแล้ว จากนั้นก็จะตัดเข้าสู่ เรื่องหลักบ้างแล้ว ให้ตัวร้ายเราได้มีบทบาทเสียบ้าง (สะ ปอย เล็กน้อย)

- โอมจง Comment โอมจง Vote ช่วยๆ กันทำมาหากิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3778 Earth Kidkul (@9earth) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 12:44
    ไม่เอาไม่ชอบตัวร้าย ตัดไปเลยได้มั้ย แค่ว่าหลงน้อยค่าทิ้งหมดก็พอแล้ว
    #3778
    0
  2. #3664 Wing of Freedom (@wingoffreedom) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 22:24
    ชักงงกับหลักเกณฑ์การเพิ่มขึ้นของพลังลมปราณในเรื่อง ของหลงเอ๋อส่วนใหญ่ได้จากยากับฝึกสำเร็จวิชาเทพสมุทรเชื่อมจักรวาลซะเกือบหมด แต่พวกภรรยากับหานหยางจงที่แค่ได้รับการทะลวงจุดหยิมต๊กดันมีพลังลมปราณสูงระดับ 7-8 กับจากันหมดเลยอะ แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วด้วยมั้งนั่น
    หลงเอ๋อฝึกวิชาหลายชนิดสำเร็จแต่ละชนิดมาพลังลมปราณไม่เพิ่มเลยสัก 1 กับจายกเว้นจากเทพสมุทรเชื่อมจักรวาลอะ งงตรงนี้แล
    #3664
    0
  3. #3433 HateDrama (@nonstopper) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 08:58
    ปกตินิยายกำลังภายใน

    ต่อให้บาดเจ็บภายในเจียนตายก็จะไม่ยอมบอกคนที่ไม่รู้จักหรอกว่าบาเจ็บอยู่

    เกิดเป็นศัตรูขึ้นมาไม่ซวยโดนฆ่าเอาง่ายๆรึ?

    ไอนี้ไม่ทันจะถูกถามด้วยซ้ำก็บอกออกมาซะและ
    #3433
    0
  4. #3413 <WD> Blacksocial (@dinarypurple) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 15:30
    ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด แต่ก็ขอให้มีเรื่องที่ดีผ่านมาหลังจากนี้

    ::: สำหรับเนื้อเรื้องนี้เห็นมานานแล้วแต่เนื่องจากเรา [ขอให้แทนว่าเราด้วยความเคยชินถึงแม้เด็กกว่าก็ตาม] ไม่ค่อยชอบอ่าน
    แนวที่มีตัวเอกหลายตัว คราแรกที่เห็นคำอธิบายว่า "พี่น้องร่วมสาบานหกคนสร้างสรรค์์หกสุดขั้ว" เลยคิดไปว่าเรื่องนี้มีพระเอก
    ถึง 6 คนด้วยกันจึงตัดสินใจผ่านไม่อ่าน แต่พักหลัง ๆ นิยายเริ่มหายไปเลยเข้ามาดูพบว่าเข้าใจผิดไปเสียได้ 

    :: ชอบตรงที่เรื่องเริ่มด้วยการเป็นฝ่ายมาร ที่เรามีความคิดเช่นกันว่าบางทีมารก็ดีกว่าฝ่ายธรรมเยอะเหมือนกัน ฉะนั้นเวลามีเกมส์
    หรือบทความใดที่มีฝ่ายมาร เราต้องชอบเลือกจะเล่นและรับรู้มากเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าในเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ต่าง ๆ จิ้งจอก งู
    หรือบรรดานา่งพญาเรายิ่งชอบ สำหรับตอนที่อสรพิษหยินหยางถึงแม้การบรรยายยังไม่เห็นภาพเท่าไหร่แต่ก็นับว่าถูกใจเรามาก

    :: แต่ก่อนเราก็อ่านนิยายกำลังภายในมาหลายเรื่อง อย่างที่ไรเตอร์เคยกล่าวถึงมือพิศดารเช่นกัน แต่ราชันอะไรนั่นไม่เคยอ่านเลย
    ไม่ทราบว่ามีความต่างกันอย่างไร แต่ก็คิดว่านวนิยายเรื่องนี้มีความสนุกดีอยู่แล้ว... หลังจากนี้จะขอยกยอดความคิดเห็นไปไว้ใน
    ช่องวิจารย์แทนเนื่องจากเหตุผลหลาย ๆ ประการ ^^ 

    ขอบคุณสำหรับนิยายที่ไรเตอร์ได้สรรค์สร้างขึ้นมาเรื่องนี้ และจะขอติดตามต่อไปเรื่อย ๆ 
    สุดท้าย ณ ทีนี้ ขอให้ไรเตอร์ผ่านเรื่องร้ายไปด้วยด้วยดีและกลับมาเิติมเต็มเรื่องนี้ให้จบลงอย่างดีดังปราถนา


    สำหรับเพลง :: Wen Shi Jian ที่เคยได้ยินมาจากมังกรหยกพึ่งเคยได้ยินแบบเต็ม ๆ ก็ครั้งนี้น่าเสียดายที่เราก็ไม่ได้คนใช้ภาษา
    เก่งนักเลยไม่ค่อยเข้าใจ และไม่ว่าจะพยามหาเนื้อร้องหรือความหมายเพลงก็หาไม่เจอสักนิด ไม่งั้นอาจมานั่งร้องเองเล่นดูสักครั้ง
    #3413
    0
  5. #3405 เทพ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 10:57
    5555+ ซีด อะ
    #3405
    0
  6. #3304 supanat pds (@drakon181) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 01:14
    ที่แท้ฝึกวิชาหวังเลี้ยงต้อยนี่เอง 555
    #3304
    0
  7. #3302 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 17:56
    ยอดวิชาพิฆาตนารี ช่างเยี่ยมยอดยิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ
    #3302
    0
  8. #3301 March Hare (@stocamadas) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 15:17
    สนุกจัง รออ่านตอนหน้าอยู่จ้า
    #3301
    0
  9. #3300 ฟีนิกส์ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 00:41
    รอพระเอกต่อสู้กับตัวร้ายครับ555+
    #3300
    0
  10. #3298 ปภังกร (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 00:33
    สยิวจัง
    #3298
    0
  11. #3297 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 23:16
    คุณพ่อไวไฟ -0-''
    #3297
    0
  12. #3296 Surachai Chaiwises (@chaiwises) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 21:40
    ขอบคุณครับ
    #3296
    0
  13. #3295 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 21:12
    ต่อไวๆเน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3295
    0
  14. วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 20:51
    สมเป็นผู้เฒ่ากระดูกเหล็ก พัฒนาการช่างงล้ำเลิศยิ่งนัก
    #3294
    0
  15. #3293 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 19:33
    สุดยอดครับๆๆ
    #3293
    0
  16. #3292 Renmaster (@Renmaster) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 16:21
    หวังกะเฒ่าอัคคีไว้เยอะ อย่าทำให้ผิดหวังสิไรท์เตอร์ .. ผมอุตส่าห์เดาไว้ ว่าไม่ถึงครึ่งก้านธูปจบ ^^
    #3292
    0
  17. #3291 Yu-kio(ゆきお) (@yukio-omine) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 15:59
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    By ゆきお
    #3291
    0
  18. #3290 คุณชายปานเทพ (@mayd007) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 10:34
    มันพะยะคครับ
    #3290
    0
  19. #3289 สมภพ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 10:27
    ได้แม่เพิ่มแล้วหลงออง

    #3289
    0
  20. #3288 ยุทธ์น้อย (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 09:29
    สุดยอดตามเคย
    #3288
    0
  21. #3287 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 09:23
    กำลังภายใน

    ความสุข

    กุ้ยฉิน ไม่ รอ ช้า

    เรื่อง นี้ยกให้มันตัดสิน


    สนุกมากๆเหมือนเดิม
    ขอบคุณค่ะ


    #3287
    0
  22. #3286 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 09:19
    ขอบคุณค่ะ
    #3286
    0
  23. #3285 Chang_oppa (@changoppa) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 06:47
    ใช่ครับ เห็นด้วย สู้ๆกัน เพียวๆมันก็น่าเบื่อเกิน ต้องสู้กันแบบกำลังภายใน(ห้อง)แบบนี้แหละ

    #3285
    0
  24. #3284 keng (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 06:27
    มันมากกกกกกกกกกก
    #3284
    0
  25. #3283 zaz (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 05:07
    thank u so much :)
    #3283
    0