ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 7 : บทที่หก โรคมรณะ + จับเข่าคุย by writer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    4 ก.ย. 55

กราบสวัสดี มิตรรักแฟนเพลง ของไรเตอร์ทุกท่าน
วันนี้เรามีเรื่อง ขอความเห็นท่านผู้อ่านสักเล็กน้อย
เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านคอมเม้น ซึ่งมีทั้งแนะนำและติชม(เพื่อก่อ)
ก็ต้องขอขอบคุณรีดเดอร์ ทุกท่านเป็นอย่างมาก
มี some comment ที่ข้าพจะยกมาเป็นประเด็นสอบถาม

"จอมโจนจอมราชันย์ ปฐมบท"
ขอขอบคุณท่าน บอย2517 ที่ได้comment ไว้ ณ ที่นี้ (นึกภาพไรเตอร์กราบ)
ไรเตอร์ก็ตาถลน รีบแจ่นไปที่ร้านหนังสือ หาเรื่องนี้อ่านทันที แล้วก็ ป่ะเท่งปะ ไอ๊ย่ะ อุแม่เจ้าาา� มันดันมีส่วนที่คล้ายกัน สะงั้นน่ะ
1.อีตรงวิชาเนี่ยแต่ก็ (พระเอกมีสี่ ของหลงเอ๋อน้อย เรามันมีหก ไม่รวมเทพสมุทรเชื่อมจักรวาล) (แอบเผยพอเป็นกระษัย วิชาไรบ้างไปลุ้นเอา) พออ่านภาพรวมๆ แล้ว มันก็ต่างกันน่ะ
�(มันสนุกมากเรื่องนี้ ว่าจะกวาดไปอ่านทันที แต่คิดอีกที อย่าเพิ่งอ่านดีกว่า เด๋วไปเจอช๊อดที่เหมือนกันแล้ว ป่ะเท่งป่ะ อีก เคยอ่านแต่เรื่อง ประกาศิตจอมราชันย์ ได้แค่ภารแรก เท่านั้น ภาคสอง ข้าน้อยขอลา ศัพท์ทางเกาหลีมาจากเรื่องนี้ล่ะ)
เช่น ตัวเอกเรื่องนี้เริ่มเรื่องเมื่อโตแล้ว ประมาณวัยรุ่น ของเรายังเป็นเด็กอยู่เลย(แถมมีชีพจรผิดปกติด้วยน่ะ)
2.วิชาที่ วางโครงเรื่องเอาไว้ก็ต่างกันน่ะ เช่น วิชาของท่านพี่ใหญ่(คล้ายคลึงเสียงเรียก ผู้สูงอายุทางภาคอีสานบ้านเราอย่างไรก็มะรู้)

ไอเรื่องพล็อดนิยาย นี้ไรเตอร์เกิด แวบเข้ามาในหัวตอน ที่นั่งรถไฟจากสถานนี้ คิงส์ครอส (นึกว่าตัวเองเป็น เจ.เค. รึไง) มะช่ายๆ ได้มาตอนนอนอยู่บนเตียงเนี่ยล่ะ
เลยขอสอบถามรีดเดอร์ ว่าถ้าเป็นท่าน ท่านทำไง จ๊ะ เล เล มาซิลอน 5555+

1.รีไรท์มันสะใหม่ไฉไลฟ่าเดิม ข้าพเจ้ารู้สึกวิชามันคล้ายกันเกินไป
(ยังไม่รู้จะออกมุมไหนน่ะ วางเรื่องไว้แบบนี้ timeline เค้ามาแบบนี้ ) ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไป ทูกวานคืนนอนร้องไห้ อีกเมื่อไร นิยายจะดัง� อิอิ
2.เดินหน้าต่อไป อย่าได้ไหวหวั่น สักวัน ฟ้ามันคงเปลี่ยนสี ชีวิต(พอล่ะ) 555+
----------------------
เลื่อนลงไปอ่านตอนต่อไปสะเถิดแล้วเม้นกันเข้ามาบัดเดียวนี้ หุหุ

--------------------
บทที่หก โรคมรณะ

��������������� “ท่านพ่อใหญ่ๆ ฮือ ฮือ”

เสียงเรียกของหลงเอ๋อน้อยดังขึ้น พลางวิ่งหน้าเปื้อนน้ำตา เข้ามากอดราชันย์พิษไว้แน่น มันซุกไซร้ใบหน้ากับร่างของพิษเฒ่า

“หือ ว่าไงหลงเอ๋อน้อย เหตุใดจึงร้องไห้วิ่งไปมาเยี่ยงนี้”

มันเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “ข้าพเจ้า ฮือ ฮือ ข้าพเจ้าไม่อยากเป็น ขอทานน้อยเร่ร่อน”

“ใครว่าเจ้าเป็นขอทานน้อยเร่ร่อนกัน เจ้าเป็นบุตรชายของ หกราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ ต่างหาก”

“เป็นพ่อบ้านเฉิงว่าข้าพเจ้า”

“เหตุใดพ่อบ้านเฉิงจึงกล่าวว่าเจ้าเป็นขอทานน้อย หือ”

“พ่อบ้านเฉิงบอกข้าพเจ้าว่า หากท่านพ่อมิได้ป่วยเป็นโรคร้าย ข้าพเจ้าก็จะมิได้เป็นลูกของท่าน เหตุใดจึงเป็นเยี่ยงนั้นเล่า ถ้าหากว่าหลงน้อยมิได้ เป็นบุตรท่านแล้ว ข้าพเจ้าจักเป็นเยี่ยงไร ใช่เป็นขอทานเร่ร่อนอย่างที่พ่อบ้างเฉิงกล่าวรึไม่ ฮือ ฮือ”

มันเอ่ยถามพลางทำสีหน้า เศร้าสร้อย ยังคงร้องไม่หยุด

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลงเอ๋อน้อยเอ๋ย หากเจ้าอยากรู้เรื่องราว บิดาจะบอกแก่เจ้า”

ราชันย์พิษกล่าว พลางเริ่มเล่า เรื่องโรคมรณะและต้นกำเนิดทารกน้อย ให้แก่มันฟังว่า

“เรื่องนี้ เริ่มต้นจาก...”

สี่ปีก่อนภายในหอหมื่นพิษ ราชันย์ทั้งหก ต่างนั่งรวมกันอยู่ภายในห้อง พวกมันทั้งหมดต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

“พี่ใหญ่ ท่านเรียกพวกเรามารวมกัน มีเรื่องอันใดรึ” น้องรองเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ที่พี่ใหญ่เรียกพวกเจ้ามา รวมกันวันนี้เพราะมีเรื่อง ที่อยากให้พวกเจ้ารับรู้ไว้”

ราชันย์พิษเอ่ยขึ้น พลางกวาดตามอง พี่น้องของมัน น้องทั้งห้าต่างเห็นพี่ใหญ่ของพวกมัน มีท่าทางเคร่งขรึม แววตาแห้งผาก ราชันย์พิษ ยืนขึ้นสองมือไพล่หลัง สายตามองจ้องออกไปภายนอก กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งแหบว่า

“ชีวิตข้าคงอยู่ ได้อีกไม่นานแล้ว”

“เหตุใดพี่ใหญ่จึงกล่าววาจาเยี่ยงนี้” น้องหก เอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงตกใจ

“นั่นสิ พิษเฒ่าท่านไฉนกล่าววาจาอัปมงคล เช่นนี้ รึว่า อายุเพียง ร้อยห้าสิบปี ท่านก็คิดจะละสังขาร สำเร็จเป็นเซียนเทพแล้วรึ” น้องสามกล่าวขึ้น

“เฒ่ากระดูกผุกร่อน ด้วยพลังลมปราณในร่างท่าน ต่อให้สองร้อยปี ยังมิแน่ว่าจะตายตก”

น้องห้ากล่าวเสริมวาจา พลางหันไปมอง พี่สี่เป็นทำนองว่า ท่านไม่คิดพูดกระไรหรือ

“พี่ใหญ่ ขอท่านโปรดบอกพวกเรา เหตุใดท่านจึงกล่าว วาจาเยี่ยงนี้”

ราชันย์หัตถ์อัคคีกล่าวขึ้น แทนพี่น้องทุกคน

“พวกเจ้าฟังไว้ ข้าเป็นโรคมรณะ เวลาของข้าเหลืออยู่ไม่ถึงห้าปีแล้ว”

“โรคมรณะคือสิ่งใด พวกข้าพเจ้ามิเคยได้ยินมาก่อน”

น้องรองถามพลางทำสีหน้าสงสัย

“เอาล่ะ พวกเจ้าคงรู้ ข้าพิษเฒ่านั้น ฝึกปรือวิชาลมปราณพิษ ชั่วชีวิตนี้ หาได้เกรงกลัวต่อเหล่าพิษร้ายไม่ แต่โรคมรณะนี้ เป็นด่านสุดท้าย สำหรับวิชาลมปราณพิษที่ข้าฝึกฝนอยู่ หากข้าสามารถรักษา โรคมรณะนี้ได้ วรยุทธก็จะบรรลุ ขึ้นไปอีกขั้น แต่หากไม่สามารถฝ่าด่านมรณะนี้ไปได้ จักมีเวลาเหลืออยู่เพียงห้าปี เท่านั้น”

“อาการโรคมรณะเป็นอย่างไร พี่ใหญ่” น้องสามถามขึ้น

“โรคมรณะนั้น ดูภายนอกร่างกายไม่มีอาการใดแสดงให้รู้ได้เลย โรคนี้เพียงแฝงตัวอยู่ ตามจุดชีพจร ทั่วร่างเท่านั้น หากครบกำหนดห้าปี พิษโรคที่แฝงตัวอยู่ในจุดชีพจรนั้นก็จะ เริ่มออกฤทธิ์ทำให้ชีพจรทั่วร่างอุดตัน ลมปราณแตกซ่าน ตกตายภายในวันเดียว

“ในอดีตที่ผ่านมา มีเพียงท่านบรรพจารย์รุ่นแรก และรุ่นที่ห้าเท่านั้นที่สามารถ ฝ่าด่านโรคมรณะไปได้”

“หากว่าบรรพจารย์ของพี่ใหญ่ท่าน สามารถหาทาง รักษาโรคมรณะได้ เหตุใดท่านพี่จึงท้อแท้ถึงเพียงนี้”

ราชันย์จ้าวสังหาร ผู้น้องน้องเล็กเอ่ย

“วิธีการรักษาโรคมรณะนั้นมีอยู่ก็จริง หากแต่ว่าต้องมีโชควาสนาถึงพร้อม จึงจะสามารถฝ่าด่านโรคมรณะนี้ไปได้”

“เยี่ยงไรจึงเป็น โชควาสนาถึงพร้อม” เป็นน้องห้ากล่าวขึ้นอีก

“การที่จะรักษาโรคมรณะของข้า ไม่สามารถกระทำได้หากไม่มี ทารกที่เกิดยามตกฝากดาวมรณะฟ้าอสูร

ทั้งห้าพอได้ฟังต่าง มีสีหน้างุนงง ราชันย์พิษพลันกล่าวต่อไปว่า

“ทารกที่เกิดยามตกฝากดาวมรณะฟ้าอสูรนั้น ห้าร้อยปีจักถือกำเนิดขึ้นหนึ่งครั้ง ร่างกายทารกที่ตกฝากดาวมรณะฟ้าอสูรนั้น จะมีชีพจรผิดปกติแต่กำเนิด เรียกว่า ชีพจรดาวมรณะ ทารกนี้เป็นทางเดียว ที่จะทำให้ข้าหายจากโรคมรณะได้ เพียงแต่ว่า ทารกที่มีชีพจรดาวมรณะนี้ จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง หกเดือนนับแต่วันแรกที่ถือกำเนิดมาเท่านั้น แผ่นดินนี้กว้างใหญ่นัก ถึงจะครบกำหนดห้าร้อยปี แต่การจะหาทารกผู้นี้พบ ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก”

“หากเป็นเช่นนั้น นับว่าสวรรค์ยังคงเหลือทางเดินให้แก่พี่ใหญ่ พวกข้าพเจ้าจัก ออกตามหาทารกที่ว่านี้เอง”

ราชันย์กระบี่มารกล่าว พี่น้องที่เหลือต่างพยักหน้าโดยพร้อมเพียง

“วันพรุ่ง ยามเช้าพวกเราจะออกจากตำหนักมาร เพื่อตามหาทารกน้อยมารักษาท่านพี่ให้จงได้ ขอพี่ใหญ่ไม่ต้องกังวล พวกเราพี่น้อง ร่วมมือร่วมใจพร้อมทำทุกอย่าง เพื่อรักษาโรคของท่าน”

น้องสามกล่าวขึ้น

ยามเช้าบนขอบผาลึกลับแห่งหนึ่ง ในหุบเขาราชันย์ ปรากฏบุคคลห้าร่างแต่งกายด้วยชุดสีดำปกปิดใบหน้า ทันใดนั้นมีเสียงกล่าวขึ้นจากหนึ่งในห้าเงาดำ

“พวกเรามีเวลาเดินทาง ออกค้นหาทารกสามเดือน เมื่อครบกำหนดเจอกันที่ขอบผานี่อีกครั้ง”

“แยกย้ายกันไปได้”

ฉับพลังร่างทั้งห้า ต่างแยกย้ายกันออกเป็นห้าสาย ทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงมินาน หุบเหวลึกลับก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ห้าราชันย์ ต่างเร่งรีบออกเดินทางเพื่อตามหา ทารกที่มีชีพจรมรณะ เพื่อหาทางรักษาพี่ใหญ่ของพวกมัน ทั้งเวลาล่วงเลยผ่านมาสองเดือน ราชันย์จ้าวสังหาร ผู้แยกย้ายจากพี่น้อง เดินทางลงยังทิศใต้

อีกเพียงเดือนเดียว หากเรายังหาทารกน้อยมิพบ โรคมรณะของพี่ใหญ่คง หมดทางเยียวยาเป็นแน่

ไม่ได้เราจะท้อมิได้ ต้องหาให้พบ

เฮ้อ อย่างไรคืนนี้คงต้องหาที่พักก่อน เราออกห่างจากเมืองหางโจว มาไกลเกินไป คงต้องหาวัดร้างซักที่ซุกหัวนอนแล้ว

ราชันย์เจ้าสังหาร เดินทางไปเรื่อยจนภพกับวัดร้างแห่งหนึ่ง มันได้อาศัยวัดร้างแห่งหนึ่งนอกเมืองหางโจว เป็นที่ซุกหัวนอน

ท่ามกลางความเงียบสงัดในเดือนมืด ห่างจากวัดร้างประมาณหนึ่งลี้ ปรากฏมีร่างสองร่างกำลังทะยานผ่านไปตามป่าทึบ หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษ ทั้งสองร่างเลือดโทรมกาย

“น้องหญิง เจ้ารีบหนีไป ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง”

“ไม่ได้ท่านพี่ หากท่านพี่ไม่ไปพร้อมข้าพเจ้า เราสองแม่ลูกขอยอมตาย”

“น้องหญิง หากเจ้ารั้งอยู่ ลูกของเราคงมิมีโอกาส ลืมตาดูโลก เจ้ารีบไปไม่ต้องห่วงข้า”

“โอ๊ย ท่านพี่”

ทันใดนั้นเอง ฮูหยินของมันส่งเสียงร้องขึ้น มือกุมท้องไว้แน่น พลางทรุดร่างลงกับโคนต้นไม้

“น้องหญิงเจ้าเป็นอะไรแล้ว”

“ท่านพี่ ข้า...ข้าพเจ้าปวดท้อง”

มันรีบเข้าไปประคองร่างภรรยาทันที

“ท่านพี่ ข้าพเจ้าคงไปต่อไม่ไหวแล้ว ขอท่านเร่งหลบหนีไป แก้แค้นให้แก่เรา สองแม่ลูก”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คืนนี้ พวกเจ้าไม่ว่าผู้ใด อย่าหวังมีชีวิตรอดไปได้”

สิ้นเสียงหัวเราะ รอบด้านพลัน ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งขึ้นออกมายืนล้อม ร่างสองสามีภรรยา ทั้งหมดชักอาวุธแล้วทะยานร่างจู่โจมเข้าใส่ บุรุษหนุ่มทันที

“หึ ฝ่ายธรรมะบัดซบ พวกเจ้ากลุ้มรุมผู้อื่นเยี่ยงนี้ ยังกล้าเรียกต้นเองเป็นฝ่ายธรรมะอีกรึ”

มันสะบัดกระบี่ เข้าต่อสู้ทันที

“เคร้ง เคร้ง”

เสียงกระบี่และดาบ ประทะกันถี่ยิบ บุรุษผู้ถูกตามล่าใช้ลมปราณถ่ายทอดสู่ตัวกระบี่ ฟาดฟันออกไป
“ซูม”

เสียงกระบี่แหวกอากาศดังขึ้น อานุภาพของมันน่าตระหนกยิ่ง หากเปรียบเทียบกันกับ ร่างของมันที่บาดเจ็บสาหัส ตัวกระบี่คล้ายมีแสงสีขาวเปล่งเรืองรองออกมา ที่แท้ลำแสงสีขาวนี้ก็คือ รังสีกระบี่

“อ๊ากกกก”

ร่างของผู้ไล่ล่า สามร่างล้มลง บนร่างถูกรังสีกระบี่เสียบทะลุทรวงอก พวกมันล้วนเสียชีวิตไปโดยดวงตาเปิดค้าง โลหิตไหลรินออกจากร่างนองพื้นดิน

“อ๊า ท่านพี่ ข้าพเจ้าไม่ไหวแล้ว ลูกเรา ท่านพี่ ข้าพเจ้าจะคลอดแล้ว”

“อ๊ก”

บุรุษหนุ่มกระอักโลหิตออกจากปากและจมูก ทรุดร่างลงใช้กระบี่ปักพื้นพยุงร่าง เนื่องจากมันฝืน โคจรพลังทั้งที่บาดเจ็บสาหัส

“น้องหญิง ขอเจ้าอดทนอีกนิด หากผ่านพ้นป่านี้ไปได้จะเข้าสู่ ถนนหลวงแล้ว พวกมันคงไม่กล้าติดตาม”

ทันใดนั้นเอง มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่นึกเลยว่า เจ้าจะมีวันนี้ กระบี่มังกรทอง กิมหยาจู่” พลันหนึ่งในผู้ไล่ล่าเอ่ยขึ้น

“เจ..เจ้าลูกเต่าบัดซบ เฟยเยี่ยน ถึงแม้พวกเจ้าปกปิดหน้าตา อย่าหมายเลยว่าจะสามารถตบตาข้าได้”

กิมหยาจู่เอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก

“กิมหยาจู่ เจ้าแม้เป็น จอมยุทธฝ่ายธรรมะ กับหลงผิดแต่งงานอยู่กินกับ นางมารร้าย เท่ากับว่าเจ้าก็เป็นมารร้ายด้วย พวกข้าเพียงแต่ ผดุงคุณธรรมแทนฟ้า ขจัดมารสองสามีภรรยาแทนสวรรค์ พวกข้ากระทำอันใดผิดรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“หึ หึ ผดุงคุณธรรมแทนฟ้า วาจาบัดซบ สวยหรูอย่าได้เอื้อนเอ่ย ข้ากับฮูหยินรักกันด้วยความจริงใจ ฮูหยินข้าหาได้เป็นมารร้ายอย่างที่พวกเจ้ากล่าวหาไม่ เพียงแค่พวกเจ้าต้องการ วิชากระบี่มังกรทอง ถึงกับกระทำเรื่องชั่วช้า คิดแย่งชิง นี่รึฝ่ายธรรมะ พรรคมังกรฟ้าเจ้าล้วนเป็นลูกเต่าบัดซบ”

“ฆ่ามัน”

“หากข้าต้องตาย ขอลากพวกเจ้าซักหลายคนร่วมเดินทางไปด้วย ย๊ากกก”

กิมหยาจู่ คว้ากระบี่ทะยานร่างเข้าสู่วงล้อม ท่วงท่าองอาจดุจพยัคฆ์ท่ามกลางฝูงแกะ รังสีกระบี่ปรากฏขึ้นอีกครา มันเคลื่อนไหวไปทางใด ล้วนมีร่างของคนในพรรคมังกรฟ้า ล่วงหล่นลงสู่พื้น

“ตูม ตูม เคร้ง” เสียงดาบกระบี่ปะทะกัน ดังสนั่น

“หึหึ บุกเข้าไป ฆ่ามันให้ได้ เวลานี้มันเปรียบดั่ง เกาทัณฑ์ที่ยิงจนสุดหล้า หามีอันใดต้องกลัวไม่

ท้ายสุด น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ กิมหยาจู่ ฝืนให้พลังทั้งที่บาดเจ็บสาหัส ถูกเฟยเยี่ยน ลอบกัด สะบัดเท้าเตะเข้าบริเวณท้อน้อย กระเด็นออกไปไกลถึง 3 จัง ร่างของมันทรุดหมอบอยู่เคียงข้างฮูหยิน

“อุแว้ อุแว้ อุแว้” เสียงทารกน้อยแรกกำเนิด ดังขึ้นท่ามกลางการต่อสู้

“ท่านพี่ พอแล้ว ท่านพี่ อาการบาดเจ็บของท่านหากใช้วรยุทธอีก คงเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่”

กิมฮูหยินกล่าว เสียงแผ่วเบาน้ำตานองหน้า พลางประคองเข้ากอดสามีและลูกของนาง

“หากพวกเจ้าอยากได้ วิชากระบี่มังกรทอง คงได้แต่ฝันไป ข้าเผาทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิชากระบี่มังกรทองไม่มีอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า อั้ก”

กิมหยาจู่หัวเราะพร้อมกระอักเลือด มันกุมมือภรรยา พล่างกล่าวคำ

“น้องหญิง ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าและลูก ต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เราสามชีวิต ได้พบเจอกันอีก อ๊อก”

กล่าวจบกิมหยาจู่กระอักโลหิต สิ้นใจตายในบัดดล มือของมันยังกุมกระบี่ไว้แน่น

“ท่านพี่ ท่านพี่ รอข้าพเจ้า ขอท่านรอข้าพเจ้า อย่าทิ้งข้ากับลูกไป ฮือ ท่านพี่”

หยาฮูหยินกรีดร้องสุดเสียง

“หัวหน้าเฟย พวกเราจะทำเยี่ยงไรกับ หยาฮูหยินดี” หนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ถึงไม่ได้วิชากระบี่มังกรทอง แต่วันนี้ข้าพเจ้ากลับได้ อนุคนใหม่หน้าตางดงามยิ่ง เสียดายๆ กลับมีลูกติดเสียแล้ว” เฟยเยี่ยนกล่าวขึ้น

“เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอเป็นผู้ลงมือ แก้ไขปัญหาลูกติดภรรยาให้แก่ท่าน”

มันกล่าวจบ พลางเดินเข้าหา หยาฮูหยินเกรงพลังเข้าสู่ฝ่ามือ เตรียมซัดฝ่ามือใส่ร่างทารกน้อย

ทันใดนั้นเอง ปรากฏร่างชุดดำ ร่างหนึ่ง ยืนขว้างหน้ามันไว้

“เจ้าเป็นใครเหตุใดมาขวางทางกำจัดมาร ของพรรคมังกรฟ้า” มันตวาดขึ้นทันทีพลางกระโดดถอยหลังทันที

“หึ พรรคมังกรฟ้า ฝ่ายธรรมะบัดซบ หามีอันใดให้ต้องเกรงกลัว”

เฟยเยี่ยน สังเกตเห็นร่างชุดดำปรากฏ ขึ้นกะทันหัน คงเป็นยอดฝีมือ เหตุใดรวดเร็วปานนี้ แม้แต่เราก็มองไม่ทันว่ามันมาจากทิศใด บัดซบยิ่งนักเหตุใดโผล่มาตอนนี้ มันคิดพลายก้าวออกไปเบื้องหน้า ค้อมตัวคารวะ

“ผู้น้อยเฟยเยี่ยน แห่งพรรคมังกรฟ้า ขอเรียนถามนามอันสูงส่งของผู้อาวุโส”

“หึ คิดใช้นามพรรคมังกรฟ้ามาข่มขู่รึ ข้าหาเกรงกลัวไม่เจ้าพวกฝ่ายธรรมะจอมปลอม ดีในเมื่อเจ้า อยากทราบนามของข้า ข้าก็จะบอกให้รู้ไว้ ข้าแซ่ปู่ ชื่อของเจ้า”

“ปู่ของเจ้า” เฟยเยี่ยนทวนคำพลัน ตาลุกไหม้ด้วยเพลิงแค้น

“เยี่ยงนี้ไม่ต้องเจรจาความแล้ว พวกเรา มันเป็นมารร้าย จัดการ...” ก่อนที่จะกล่าวจบ พรรคพวกที่ติดตามันมา จะได้ขยับร่าง ร่างชุดดำพลันหายไปจากคลอจักษุ ทันใดนั้นพวกมันทั้งหมด ยกเว้นเฟยเยี่ยน กลับล้มลงร่างกระแทกพื้นตกตายหมดสิ้น

“ตุบ ตุบ ตุบ อ๊ากก อ๊อก” สิ้นเสียงกรีดร้อง ร่างชุดดำพลันปรากฏ เบื้องหน้าเฟยเยี่ยนอีกครา

“เจ...เจ้ากล้าเป็นศตรูกลับพรรคมังกรฟ้ารึ”

“หึ สุนักบัดซบ พรรคมังกรฟ้า แอบอ้างตนเป็นฝ่ายธรรมะ ก่อกรรมทำชั่ว เหตุใดข้าราชันจ้าวสังหารต้องเกรงกลัว พรรคลูกเต่าด้วย” สิ้นคำพูด ราชันจ้าวสังหารกวาดเท้าออกเตะเข้าสู่บริเวณ ขมับของเฟยเยียนทันที

“กรอบ” มันยังมิทันรู้ตัว กลับถูกเท้าของราชันย์จ้าวสังหาร ระเบิดศีรษะตกตายอย่างรวดเร็ว

“หากมีฝีมือเพียงเท่านี้ ยังส่งเสียงร้องโวยวาย ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก” มันกล่าวพลางเดินเข้าหา หยาฮูหยิน

“แม่นาง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ราชันย์จ้าวสังหารกล่าวพลางยื่นมือจับชีพจร

“ผ...ผู้อาวุโส ขอท่านฟังคำขอร้องครั้งสุดท้ายของข้าน้อย” หยาฮูหยินกล่าวขึ้น

“แม่นางมีคำพูดใดจะกล่าว โปรดบอกมาเถิด”

“ขอท่านช่วย ดูแลบุตรชายเราสืบไป ได้รึไม่ ถือเป็นคำขอร้องสุดท้ายของข้าน้อย ขอท่านโปรดเมตตา ผู้อาวุโสขอท่านเมตตาสักครั้ง” หยาฮูหยินพูดพลาง อุ้มทารกน้อยแรกเกิด ส่งให้แก่มัน

“แม่นางไม่ต้องกังวล เราผู้เฒ่าจักดูแลทารกน้อยนี้เอง ทารกน้อยนี่ตกฝากยามใดรึแม่นาง”

“บุตรข้าตกฝากยาม... ขอบคุณท่านผู้อาวุโส” หยาฮูหยินกล่าวเสียงเบาแทบมิได้ยินนัยน์ตาค่อยๆ ปิดลงลมหายใจขาดห้วง หากแต่ไม่อาจรอดพ้นราชันย์จ้าวสังหารที่มีประสาทสัมผัสเป็นเลิศ

“ตกฝากดาวมรณะฟ้าอสูรรึ พี่ใหญ่โรคมรณะท่าน มีทางรักษาแล้ว”

“ทารกน้อย เจ้ามิต้องห่วง ต่อไปเจ้าจะเป็นผู้สีบทอดแห่งเรา ราชันย์จ้าวสังหาร รวดเร็วสุดขั้วผู้นี้”

มันพูดกับทารกน้อยที่บัดนี้ หลับสนิท พลางก้มหยิบห่อผ้า มาหุ้มร่างทารกน้อยไว้ ก่อนทำการฝังร่างสองสามีภรรยาแซ่หยา แล้วทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว

“นี่ล่ะเรื่องราวของบิดามารดาที่แท้จริงของเจ้าหลงเอ๋อน้อย” เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่บิดาเล่าให้เจ้าฟัง บิดารับรู้เรื่องราวนี้มาจากท่านพ่อหกของเจ้าอย่างไรล่ะ

“ฟังไว้หลงเอ๋อน้อย ในโลกยุทธภพหากผู้ใดอ่อนแอ ย่อมตกเป็นเหยื่อ จำไว้ วันหน้าหากเจ้าฝึกวิชาสำเร็จ อย่าให้ผู้ใดมองเจ้าเป็นเหยื่อ แต่เจ้าจงมองพวกมันเป็นเหยื่อ”

“ขอรับท่านพ่อ ผู้คนในยุทธภพล้วนเป็นเหยื่อ ของข้าพเจ้า”

“เช่นนั้น ต่อจากนี้เจ้าจงตั้งใจฝึก วรยุทธ์เถอะ”

“วันหน้าข้าพเจ้า จะถือพรรคมังกรฟ้า เป็นเหยื่อชำระแค้นรายแรก” หลงเอ๋อน้อยพูดขึ้น สีหน้าของมันยามนี้นิ่งเรียบแวดตามุ่งมั่น

“หลงเอ๋อน้อยรู้รึไม่เหตุใด บิดาทั้งหกและพ่อบ้านเฉิงถึงรักเจ้านัก”

พิษเฒ่าถามขึ้น พลางเอามือลูบหัวบุตรชาย

“ข้าพเจ้ามิทราบ ท่านพ่อขอท่านโปรดบอกข้าพเจ้า”

-------------------------------------

ดร่าม่ากันหน่อย ตอนนี้ เม้นกันหน่อยว่า บทบู๊เป็นไงบ้าง ไม่ค่อยถนัดเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3713 9andy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 12:47
    ก่อนอื่นขอขอบคุณที่ลงแรงใจแรงกาย เขียนออกมาให้อ่านกัน เนื้อเรื่องกระชับ ให้จินตนาการที่ดี นิยายกำลังภายใน มันไม่ใช่ความชำนาญ ของคนไทยอยู่แล้ว ผมหมายถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ จุด เส้น สถานที่ ฯลฯ แต่ผู้เขียนทำให้ผู้อ่านคล้อยตามใด้ เก่งมากครับ
    #3713
    0
  2. #3121 arnachea (@arnachea) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 19:16
    อ้อ เบื้องหลังเป็นอย่างนี้นี่เอง
    #3121
    0
  3. #2956 คนชั่งจำ (@aukkaran) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 12:56
    ตกฝาก   -- ตกฟาก                   วัดร้างซักที่  --  วัดร้างสักที่
    ซักหลายคน  -- สักหลายคน        ล่วงหล่น  --  ร่วงหล่น
    ท้อน้อย  -- ท้องน้อย                 หยาฮูหยิน   --- กิมหยาฮูหยิน / กิมฮูหยิน
     เกรงพลัง  -- เกร็งพลัง               พลายก้าวออกไป  --  พลางก้าวออกไป
    คลอจักษุ  -- คลองจักษุ              ราชันจ้าวสังหาร  --  ราชันย์จ้าวสังหาร
    แม่นาง   ควรเป็น  ฮูหยิน
    #2956
    0
  4. #2272 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 15:01
    คำว่าสุดขั้วนี่มันตัดกับบรรยากาศจีนจีน จริงๆ เลย -..-''  ฮ่าๆๆ
    #2272
    0
  5. #2155 nura03 (@nura03) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 15:23
    กลับมาอ่านถึงรุ็นะเนี่ยว่าหลงเอ๋อรู้ได้ไงสงสัยข้ามมาไปหน่อย
    #2155
    0
  6. #1915 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 23:35
    สนุกดีค่ะไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อเรื่องนักก็ได้ค่ะเพราะส่วนใหญ่นิยายกำลังภายในมักจะมีเรื่องค่อนข้างใกล้เคียงกันอยู่แล้วต่างกันที่วรยุทธ ต้นกำเนิด วิธีสู้ ทำไมต้องสู้ นิดๆหน่อยๆนั่นแหละค่ะ
    #1915
    0
  7. #1858 สายลมพลิ้ว (@palmzawa1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 15:32
    มันก็พล็อตปกติของนิยายกำลังภายในนี่ครับ เอิ๊กๆๆๆ
    #1858
    0
  8. วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 22:10
    ก็มีส่วนคล้ายกันนะ เนื่องจากข้าพเจ้า อ่านหมดไม่ว่าจะเป็น
    จอมโจร.....
    ประกาศิต....
    เทพมารสะท้าน.....
    เทพกระบี่อสูร.....
    จอมคน......
    ฯลฯ

    เพราะข้าพเจ้าชอบแนวนี้มากแล้วอินมากแล้วก็รู้เนื้อเรื่องทุกเรืองที่อ่านอย่างละเอียดด้วย
    เนื่องจากข้าพเจ้าเบื่อๆมักจะนำมาอ่านใหม่เรื่อยๆ
    ดังนั้นข้าพเจ้าของบอกว่ามีส่วนคล้ายนิดๆ แต่ก็ไม่คล้ายซะทีเดียว
    เพราะบางทีจากการที่เราได้อ่านนิยายจากท่านอื่นๆแล้วเนี่ย...
    อาจจะทำให้มันเกิดการจดจำ  พอตอนเรามาแต่ง
    สมองมันก็อาจจะจินตนาการ ในส่วนที่คล้ายๆกันออกมาบ้าง

    ปล.  อยากบอกว่าปลื้มมากที่ได้ ลำดับที่ 1000

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 ธันวาคม 2555 / 22:13
    #987
    0
  9. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 / 01:15
    ฉากบู้ดีคับ เพราะผู้อาวุโสกับผุน้อยฝีมือต่างกันมาก รวบรัดดี  ผมว่าเหมือนเรื่องเทพมารสยบปฐพีมากกว่าครับ เนื้อเรื่องช่วงฝึก     วิทยายุทคล้ายกันมาก สุดยอดฝีมือสองคนอบรมศิษย์คนเดียว แต่ก้อสนุกดีคับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2555 / 01:20
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2555 / 01:21
    #775
    0
  10. #635 นานาน่าคิด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 / 12:22
    คุณแม่ติงต๊องนิดๆนะ ฝากฝังลูกตัวเองให้ช่วยเลี้ยงบอกเวลาตกฟากเสร็จสรรพ แต่ชื่อพ่อแม่เด็กดันไม่รู้จักบอก หรือว่าบอกไปแล้ว(แต่จริงๆถึงไม่ได้บอกแต่ข่าวซุบซิบในวงยุทธก็น่าจะมี น่าจะรู้ว่าพ่อแม่เด็กที่ตายเป็นใครอยู่ดี คนเขามีชื่อเสียงมีเพลงกระบี่ที่คนแย่งชิง น่าจะเป็นที่รู้จักพอสมควร) แต่ทำไมตอนตั้งชื่อให้เด็กดันใช้แซ่หลางหว่า

    ไงถ้าไม่อยากเปลี่ยนแซ่เด็กก็มาแก้แซ่ของตัวพ่อแทนนะ
    #635
    0
  11. #591 G@ME25515 (@game25515) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2555 / 14:38
    ศตรู = ศัตรู
    สุนัก = สุนัข
    กรอบ = กร๊อบ

    คำผิดจ้า
    #591
    0
  12. #382 คนอยากอ่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 19:35
    เนื้อเรื่องตอนนี้ขัดกันเองหรือป่าวครับ นั่งมองดูเด็กเกิดแต่กับไปถามแม่ว่าแต่เกิดเวลาไหน กับ สำนวนคล้ายจะออกไปทางนิยายจีนแต่ทำไมใช้ศัพท์เกาหลี
    #382
    0
  13. #379 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2555 / 09:33
    มาถึงตอนนี้ เรื่องการเลือกคำมาใช้อาจมีปัญหาบ้าง อาจจะเพราะ คลังคำศัพท์ ของท่านผู้เขียนเรื่องยังไม่มากพอ ข้าน้อยเชื่อว่าต่อไปท่านผู้เขียนเรื่องต้องเป็นนักเขียนทีีดีในอนาคตขอรับ


    ปล. ปลื้มพ่อบ้านเฉิงขอรับ 555555555
    #379
    0
  14. #357 SpIrIt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 01:23
    แซ่ปู่ ชื่อของเจ้า อ่านแล้วรู้สึกผิดปกติมาก ใช้คำว่า เล่าฮู แทนดีกว่ามั้ย



    นิยายกำลังภายในเขียนชื่อแบบนี้แล้ว แปลกตาเกินอะ
    #357
    0
  15. #51 เสียวเอ้อเงา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 21:21
    ขอแนะนำไรเตอร์ เรื่อง ราชันย์มารสะท้านปฐพี เรื่องนี้ชื่อคล้ายของไรเตอร์ ขอบอกว่าสนุกมาก



    ในความคิดของข้าน้อย เลยอยากมาบอกคนชอบ นิยายกำลังภายในเหมือนกัน ขอรับ
    #51
    0
  16. #48 ไอย๊ะ (@makkilmoon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 19:48
    ถึงไรเตอร์ขอบอกว่า ประกาศิตจอมราชันย์ ภาคสอง ไม่มันเท่า ภาคหนึ่ง เลยเพราะเรื่องมันเหนือจิตนาการมาก ภาค2เนี้ย แต่ถ้ามีภพวิญญาณแบบนั้นขอบอกว่า อยากตายเร็วๆ
    #48
    0
  17. #47 ekklesta (@ekklesta) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 17:12
    สนุกดัคับ มาต่อไหวๆๆนะ อิอิ
    #47
    0
  18. #46 บอย2517 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 16:15
    สนุกดีนะครับได้อารมณ์อีกแบบผมชอบแนวนี้แหล่ะครับดีแล้วปรับปรุงอีกหน่อยโอเคเลยครับ พอร์ตเรื่องกะลังไปได้สวยเลย
    #46
    0
  19. #45 หนอนหนังสือ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 15:17
    มาอีกๆ ค้างๆ
    #45
    0
  20. #1 รักษ์คุณ (@kingbox) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 18:14
    ฉากบู๊ สนุก กะทัดรัด ได้อารมณ์คับ ไม่เยิ่นเย้อ ดี ชอบครับ
    #1
    0