ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 56 : บทที่ห้าสิบสอง หมั้นหมาย(2) แก้ไขบางส่วน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    8 เม.ย. 56

บทที่ห้าสิบสอง หมั้นหมาย(2)

                วันเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้ อาการบาดเจ็บภายในของ หกผู้อาวุโสแห่งพรรคอสูรทมิฬ และกุ้ยเจี้ยนเพิงผู้เป็นประมุขพรรค ต่างได้รับการเยียวยารักษาจนหายเป็นปกติในที่สุดด้วยฝีมือของหลงเอ๋อ ที่คอยใช้กำลังภายในรักษาอาการบาดเจ็บ ร่วมกับยาวิเศษที่หานหยางจงเป็นผู้เก็บรักษา

แม้แต่การใช้วิชาเทพสมุทรเชื่อมจักรวาล ทะลวงชีพจรเป็นตาย ฝ่าด่านชีพจรหยิมและชีพจรต๊ก ให้แก่ กุ้ยฉินและเฟยเหม่ยเฟิ่งก็ผ่านพ้นไปด้วยดีมิมีข้อผิดพลาดอันใด จนบัดนี้กำลังภายในของพวกนางมีมากถึง เจ็ดกับจา เทียบเท่ากับ หานสุ่ยเซียน และเป็นรองหานหยางจงเพียงแค่หนึ่งกับจาเท่านั้น

ยามที่ยังมิได้มีลมปราณสะสมภายในร่างถึงเจ็ดกับจา ถึงแม้ว่าพวกนางจักแตกฉานปรุโปร่งในเรื่องของกระบวนท่า แต่ก็ยังขาดพลังที่จักเปล่งอนุภาพของวิชาประจำตัวออกมาได้ เมื่อได้รับการทะลวงจุดชีพจรเป็นตาย ทำให้ วรยุทธของพวกนางรุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วผิดหูผิดตา

หากจักถามว่ามันรู้ได้อย่างไร ว่าวรยุทธของสตรีทั้งสามคน มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เพราะทุกวันเวลาเช้าตรู่ พวกนางจักต้องปลุกมันให้ลุกขึ้นจากเตียงนอน ลากตัวออกมาเป็นเป้าซ้อมมือให้แก่พวกนางนั่นเอง ทำให้เหล่าผู้คนที่มาร่วมใช้ลานประลองของพรรคอสูรทมิฬ ได้เห็นภาพสตรีเยี่ยมยุทธทั้งสามนาง ใช้แถบริ้วกระบี่และแถบริ้วฝ่ามือพุ่งเข้าใส่ บุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายอยู่ทุกวัน จนเป็นที่ชินตาและเป็นที่หัวเราะขบขัน เพราะบุรุษผู้ที่เหล่าชาวยุทธต่างขนานนามว่า ราชันย์มาร นั้นเอาแต่หลบหลีกปัดป้อง มิยอมโต้ตอบกลับไปเลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว

ความรู้สึกของหลงเอ๋อ คิดว่าในยามนี้ในยุทธภพยากยิ่งนักที่จักมีผู้ใด สามารถต่อกรรับมือกับการ จู่โจมประสานงานของ ฉินเอ๋อ สุ่ยเซียน และเฟิ่งเอ๋อ หากมิใช่สิบสุดยอดฝีมือแห่งยุทธภพ แม้แต่ตัวมันเองก็ยังลำบากเต็มกลืน มือไม้ปั่นป่วนไปไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นแถบริ้วกระบี่ไอเย็นมหาศาลจากวิชาเพลงกระบี่ราชันย์น้ำแข็งสุดขั้วของสุ่ยเซียน รึว่าจักเป็นฝ่ามือมังกรอสูรทมิฬของฉินเอ๋อ รวมถึงเพลงกระบี่ฟ้าอาดรูของเฟิ่งเอ๋อ ก็ล้วนแล้วแต่จัดเป็นสุดยอดวิชาชั้นสูงในยุทธภพทั้งสิ้น

มิใช่ว่าฝีมือของพวกนาง เวลาร่วมกันลงมือโดยพร้อมเพียงจัก ไร้เทียมทาน อนุภาพยิ่งใหญ่สุดประมาณแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกนางคือ คนสำคัญของมันต่างหาก จึงทำให้มันมิกล้าลงมือได้อย่างเต็มที่ ผิดกับสตรีทั้งสาม ที่เวลาลงมือกับมันไม่มีการยับยั้ง ออมพลังไว้เลยแม้แต่น้อย จนเวลานี้เกิดข่าวลือไปต่างๆ นาๆ ว่าราชันย์มารเป็นบุรุษที่เกรงอกเกรงใจฮูหยินทั้งสามของตนเองเป็นอย่างมาก แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าหาญพอที่จักเดินเข้าไปถามไถ่เลยแม้แต่น้อย เพราะถูกลมปราณรูปลักษณ์มารร้ายสีดำสนิท แสดงท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือ คล้ายจักทะยานเข้ามาฉีกเนื้อหนังของผู้สงสัยใคร่รู้เสียเหลือเกิน

หลักจากเสร็จสิ้นการเป็นเป้าซ้อมมือของสตรีทั้งสามนาง จากฝึกซ้อมวิชาเสร็จในทุกๆ เช้า ทำให้เสื้อผ้าอาภรณ์ของหลงเอ๋อ ที่สวมใส่จักมีสภาพที่มิอาจนำไปใช้ต่อได้อีกต่อไป ผิดกับสุ่ยเซียน ฉินเอ๋อ และเฟิ่งเอ๋อ ที่หลังจากฝึกซ้อมเสร็จสิ้นในตอนเช้าจักมีเพียงหยาดเหงื่อ เล็กน้อยผุดขึ้นอยู่บนใบหน้างดงามดุจนางเซียนเท่านั้น ทำให้พวกนางดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจบุรุษทั่วหล้ายิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ชุดที่นำติดตัวมาเหลือน้อยเต็มที จึงต้องสั่งให้ร้านค้าของตระกูลหลาง ส่งมาให้ใหม่อยู่ไม่ได้ขาด จนเสมียนของร้านค้าอาภรณ์ของตระกูลหลาง หน้านิ้วคิ้วขมวดทุกครา ที่ได้รับคำสั่งให้จัดส่งเสื้อผ้าของ คุณชายไปที่พรรคอสูรทมิฬ

ภายในพรรคอสูรทมิฬเวลานี้ กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายมีชีวิตชีวา เป็นที่ครึกครื้น เสียงพูดคุยปะปนไปกับเสียงหัวเราะ ในขณะที่มื้อไม้ต่างเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของและทำการตกแต่งประดับประดาบริเวณโดยรอบของพรรคด้วยสีแดงและสีทอง ดูเป็นที่วุ่นวายไปหมด ถึงแม้ว่าจักเป็นเพียงงานเลี้ยงฉลองหมั้นเท่านั้น แต่พรรคอสูรทมิฬก็มิยอมน้อยหน้า จัดงานให้ดูยิ่งใหญ่สมหน้าตาฐานะของพรรคใหญ่อันดับต้นๆ ของยุทธภพได้อย่างดียิ่ง

ยามนี้ทุกชีวิตในพรรคอสูรทมิฬต่างพากันพูดถึงแต่เรื่องพิธีหมั้นหมายของ หนึ่งบุรุษผู้มีฉายานามว่า ราชันย์มาร และ สตรีอีกสามนางที่มีความงดงามดุจนางเซียน ซึ่งหนึ่งในสามนั้นยังเป็นคุณหนูของพวกมันอีกต่างหาก

 สีหน้าท่าทางแววตาของผู้คนในพรรคอสูรทมิฬ ยามเมื่อเอ่ยวาจาถึง หนึ่งบุรุษสามสตรี ล้วนเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส เทิดทูนยิ่งนัก โดยเฉพาะ หลงเอ๋อ ที่ถือได้ว่าเป็นผู้มีบุญคุณต่อพรรคอสูรทมิฬยิ่งนัก จากการที่มันได้ลงมือรักษาอาการบาดเจ็บของ หกผู้อาวุโสและกุ้ยเจี้ยนเพิงผู้เป็นประมุขพรรคนั่นเอง

ภายในห้องโถงกลางแห่งพรรคอสูรทมิฬอันแสนกว้างใหญ่ บัดนี้กลับดูคับแคบลงไปถนัดตา เมื่อเวลานี้ บุคคลที่นั่งอยู่ภายในห้องโถงล้วนแล้วแต่ เป็นสุดยอดฝีมือที่เคยโลดแล่นอยู่ในยุทธภพ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ยเจี้ยนเพิงผู้เป็นประมุขพรรค หกอสูรผู้อาวุโสแห่งพรรคอสูรทมิฬ เทพกระบี่ฟ้าอาดูรเฟยเยี่ย หกราชันย์หนึ่งพ่อบ้าน ต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อีกทั้งยังมีข้าวของเงินทอง มูลค่ามหาศาลที่ ถูกจัดเตรียมมาใช้เป็นสินสอด ตั้งวางกินพื้นที่ในห้องโถงกลางของพรรคอสูรทมิฬไปไม่น้อยอีกกองใหญ่

หากเหล่าผู้คนในยุทธภพ ทราบเรื่องราว การรวมตัวของสุดยอดฝีมือแห่งยุทธภพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในครั้งนี้ เชื่อว่าตาของพวกมันจักต้องถลนออกมาด้วยความตกอกตกใจเป็นแน่

เสียงพูดคุยพร้อมกันเสียงเชื้อเชิญยกจอกร่ำสุราดังขึ้นเป็นระยะ ก่อนจักค่อยๆ เงียบลง เมื่อหลงเอ๋อ สองพี่น้องสกุลหาน ฉินเอ๋อ และเฟยเหม่ยเฟิ่ง ก้าวเข้ามาภายในห้อง

“มารร้ายน้อยหลงเอ๋อ เจ้ามาแล้วรึ”

เสียงกุ้ยเจี้ยนเพิง เอ่ยวาจาทักทายประชดประชันขึ้นเป็นคนแรก เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้หลงเอ๋อเอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่กับฮูหยินทั้งสามตามลำพัง มิค่อยยอมออกมาดูแลพูดคุยถึงเรื่องพิธีการหมั้นหมาย และเรื่องราวรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของงานหมั้นสักเท่าไร เพียงแต่บอกว่ายกให้เป็นหน้าที่ของราชันย์พิษ และพรรคพวกที่เดินทางมาถึง หลังจากการประลองระหว่าง หลงเอ๋อกับกุ้ยเจี้ยนเพิงจบลงไปได้ไม่นาน

                ถึงแม้ว่าจักเคยได้ยินชื่อเสียงของ หกสุดขั้วมาบ้าง ว่าคือสุดยอดดารมารร้ายแห่งยุทธภพในยุคก่อน  แต่ก็มิเคยพบเห็นตัวจริง เมื่อได้พบเจอหกราชันย์อย่างพร้อมเพียงก็อดมิได้ที่จักนับถือ เลื่อมใส ในวรยุทธของทั้งหก

                แต่สำหรับเทพกระบี่เฟยเยี่ยนั้น มันเคยพบเจอกันมาหลายครั้งหลายครา จึงมีความสนิทสนมอยู่พอสมควร เพราะถือว่าเป็นยอดฝีมือในระดับที่เท่าเทียมกัน และอีกฝ่ายยังมิยึดติด แบ่งแยก ธรรมะอธรรมให้เป็นที่วุ่นวาย ยิ่งมาได้เกี่ยวดองกันเช่นนี้ ทำให้ กุ้ยเจี้ยนเพิง และเทพกระบี่เฟยเยี่ย เพิ่มความสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้นไปอีก จนถึงขั้นร่ำสุรากันทุกวันมิได้ว่างเว้น หลังจากที่อาการบาดเจ็บภายในหายดี และได้รับอนุญาต จากเจ้าว่าที่บุตรเขยตัวร้ายนั้นแล้ว

อสูรหางคิ้วของกุ้ยเจี้ยนเพิง เริ่มกระตุกอีกครา เมื่อเห็นว่ามือของบุตรียามนี้ถูกกอบกุมอยู่ภายใต้อุ้งมือของบุตรเขยตัวร้าย ซึ่งบัดนี้เจ้ามารร้ายน้อยหลงเอ๋อ ยิ่งกุมมือบุตรีของตนเองแน่นเข้าไปอีก เมื่อเห็นสายตาแหลมคมแทบลุกเป็นไฟของมัน

“กรอด”

เสียงกัดฟันอย่างพยายามข่มกั้นอารมณ์ ของกุ้ยเจี้ยนเพิงดังขึ้น ก่อนที่มันจักสามารถเอ่ยวาจาเผ็ดร้อนออกมา ก็พลันมีเสียงของราชันย์พิษแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำให้กุ้ยเจี้ยนเพิงอดทำสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดมิได้

                “หลงเอ๋อ ยามนี้บิดาได้ส่งหนังสือ สองในสามอย่าง ประกอบด้วย หนึ่งหนังสือหมั้นหมาย สองหนังสือแสดงสินสอด ให้แก่ ทางท่านพ่อของฉินเอ๋อ และท่านปู่ของเฟิ่งเอ๋อ รวมถึงน้องห้าราชันย์อสูรดรรชนีที่รับหน้าที่เป็นญาติผู้ใหญ่ให้แก่หานสุ่ยเซียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขาดแต่เพียงหนังสือฉบับที่สามซึ่งก็คือ หนังสือรับตัวเจ้าสาว ซึ่งจักส่งมอบในงานแต่งงานระหว่าง เจ้ากับลูกสะใภ้ทั้งหกซึ่งจักจัดขึ้นอย่างพร้อมเพียงเท่านั้น”

                ส่วนหกพิธีการ ประกอบไปด้วย หนึ่งสู่ขอ สองขอวันเดือนปีเกิด สามเสี่ยงทาย สี่มอบสินสอด ห้าขอฤกษ์ หกรับเจ้าสาว ในส่วนของพิธีการแรกซึ่งก็คือการสู่ขอ พวกของบิดาได้จัดการพูดคุยรวมถึง มอบของขวัญล้ำค่าที่มีความหมายมงคล ให้แก่ญาติผู้ใหญ่ของ ฉินเอ๋อ สุ่ยเซียน และเฟิ่งเอ๋อ เรียบร้อยแล้ว”

“สำหรับพิธีการลำดับที่สองและสาม ซึ่งก็คือ การขอวันเดือนปีเกิด และการนำวันเดือนปีเกิดไปเสี่ยงทายนั้น บิดาเห็นว่า มันเป็นพิธีการโบราณคร่ำครึเกินไป จึงตัดสองอย่างนี้ออกไปเสีย หากคนจักแต่งงานร่วมหอลงโลงใช้ชีวิตร่วมกันแล้วนั้น วันเดือนปีเกิด การเสี่ยงทานกระไรนั่น ก็ไม่จำเป็น”

“เหลือเพียง พิธีการลำดับที่สี่ อันได้แก่ การมอบสินสอด ซึ่งบิดาได้จัดการส่งมอบไปพร้อมกับ หนังสือแสดงสินสอด ส่วนพิธีการลำดับที่ห้า และหก ซึ่งก็คือการขอฤกษ์ และการรับเจ้าสาวนั้น ก็ค่อยรอให้เจ้าว่าที่ลูกสะใภ้อีกสามคนได้พบเจอกับตัวเจ้าเสียก่อน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เจ้ามีอะไรขัดข้อง รึมีความเห็นใดจักเสนอหรือไม่

ราชันย์พิษกล่าววาจาออกมาอย่างยืดยาว ก่อนจัดเอ่ยถามขึ้นในท้ายที่สุด

                “ข้าพเจ้า มิมีสิ่งใดขัดข้องทั้งสิ้นขอรับ ทุกสิ่งอย่างข้าพเจ้าล้วนยกให้ท่านพ่อใหญ่สามารถจัดการไปตามสมควรได้เลยขอรับ”

หลงเอ๋อกล่าววาจาจบ ก็สืบเท้าก้าวเข้าหาหานสุ่ยเซียน ยื่นมือออกไปกอบกุมมือของนางไว้อย่างแผ่วเบาแล้ว จูงนำนางมาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ท่านพ่อห้าราชันย์อสูรดรรชนี ท่านกลางสีหน้างุนงงปนสงสัยใคร่รู้ของผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถงว่า หลงเอ๋อ คิดกระทำสิ่งใดกันแน่

                หลงเอ๋อ หันกลับไปจ้องมองใบหน้างดงามหมดจดของหานสุ่ยเซียน หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีสบตากันเพียงครู่เดียว โดยมิได้มีคำกล่าวใดๆ หลุดออกจากปากคล้ายกับว่าคนทั้งคู่กำลังใช้ใจสื่อสารกันอยู่ ก่อนที่หลงเอ๋อจักเป็นฝ่ายพยักหน้าลงอย่างแผ่วเบา จากนั้นหลงเอ๋อและสุ่ยเซียนก็ ก้มลงกราบ ราชันย์อสูรดรรชนีโดยพร้อมเพียง พร้อมทั้งกล่าววาจาขึ้นว่า

“ท่านพ่อห้าขอรับ ข้าพเจ้าและสุ่ยเซียน ขอกราบขอบคุณท่านพ่อห้า ที่เมตตายินยอมรับทำหน้าที่เป็นญาติผู้ใหญ่ให้แก่นางแทนบิดามารดาของนางที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมิรังเกียจเดียดฉันท์ที่นางเป็นสตรีกำพร้า ยินยอมรับนางเป็นลูกสะใภ้ จนนางกับข้าพเจ้าได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้อง”

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งนัก”

ราชันย์อสูรดรรชนีรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้มลงไปพยุงร่างของสุ่ยเซียนและหลงเอ๋อให้ลุกยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า สายตาของมันเปล่งประกายปลาบปลื้มใจออกมาอย่างล้นพ้น

                “หลงเอ๋อ ถึงอย่างไรหน้าที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายบิดาของสุ่ยเซียน ท่านพ่อห้าก็ต้องรับเป็นหน้าที่จัดการให้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่านางจักกำพร้า หลงเหลือกันอยู่เพียงแค่สองพี่น้อง ท่านพ่อทั้งห้ารวมถึงบิดาก็มิเคยได้นึกรังเกียจนางแต่อย่างใด กลับปลาบปลื้มยินดีที่จัดได้รับนางเข้ามาเป็นสะใภ้ของ สกุลหลางเราเสียอีกต่างหาก พวกท่านว่าจริงรึไม่”

ราชันย์อสูรดรรชนีกล่าววาจา ก่อนจักหันกลับไปถามพี่น้องที่เหลืออีกห้าคนใน

                เหล่าเฒ่ากระดูกเหล็ก รวมถึงพ่อบ้านเฉิง ต่างพยักหน้ารับโดยพร้อมเพียง ทำให้สุ่ยเซียนหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจเป็นล้นพ้น ส่วนหานหยางจงผู้เป็นพี่ก็ได้แต่ยืนยิ้มกว้างจงหุบไม่ลง เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ

                ถึงแม้ว่าจักอยู่ในฐานะสะใภ้ของสกุลหลางเหมือนกับ เฟิ่งเอ๋อ และฉินเอ๋อ แต่ชาติกำเนิดของนางนั้นเป็นเพียงลูกสาวชาวบ้านธรรมดา ผิดแผกแตกต่างไปจากลูกสะใภ้ที่เหลืออีกห้าคน จึงเกรงว่าจักทำความอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้แก่สกุลของหลงเอ๋อ เพราะถูกผู้คนกล่าวหานินทาว่าไม่คู่ควรกับ หลงเอ๋อ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลาง ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินนั่นเอง

ยิ่งเวลานี้ผู้คนทั่วยังมิรู้ความจริงว่า บุรุษที่พวกมันให้ฉายานามว่า ราชันย์มารนั้น เป็นทายาทเพียงผู้เดียวของสกุลหลาง เสียงนินทาว่าร้ายก็เริ่มมีมาให้ได้ยินได้รับฟังบ้างแล้ว เพราะได้รับรายงานจากสายข่าวของตระกูลหลาง เนื่องจากเวลานี้มีผู้คนมากมาย ต้องการรับรู้ข่าวสารการเคลื่อนไหวของ ราชันย์มาร ทำให้บรรดาคนที่อยู่รอบตัวของหลง

                “สุ่ยเซียน ท่านมิต้องเป็นกังวลไปหรอก หากมันผู้ใดกล้ากล่าววาจาให้ท่านขุ่นเคืองใจ ข้าพเจ้ากับเฟิ่งเจ่เจ้จักการเลาะปากของมันผู้นั้นออกมา แล้วสับให้เป็นชิ้นๆ ต่อหน้าท่านเลยดีรึไม่”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาขึ้น พร้อมกับที่เฟยเหม่ยเฟิ่งพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก่อนที่สตรีทั้งสามจักสวมกอดกันไว้ด้วยความรู้สึกรักใคร่ ประดุจพี่น้องที่คลานตามกันมา สร้างความรู้สึกปลื้มใจให้แก่หลงเอ๋อผู้เป็นสามีของพวกนาง ที่เห็นความสมัครสมานสามัคคีกันของสตรีทั้งสามยิ่งนัก

                ประเสริฐบัดสบอันใดกัน วาจาเหม็นเน่าคละคลุ้งของโจรเฒ่ามือไวเช่นนี้ ข้าพเจ้าคิดว่ามันเสแสร้งแกล้งทำเป็นเฒ่าชราผู้เมตตาประดุจเทพเซียนเสียมากกว่า ทั้งที่ภายในใจของมันคง ลอบหัวเราะคิกคักที่ ลูกสะใภ้ในดวงใจของตนเอง ได้หมั้นหมายกับหลงเอ๋อก่อน ลูกสะใภ้ในดวงใจของพวกเรา โดยเฉพาะเจ้าพ่อบ้านทรยศ เฉิงคง ที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ข้าพเจ้าเห็นแล้วอยากลุกขึ้นไปทุบตีมันต่อหน้าผู้คนยิ่งนัก

ราชันย์ดาบฟ้าคลั่งหันไปส่งเสียงผ่านลมปราณคุยกับ ราชันย์พิษผู้เป็นพี่ใหญ่ และราชันย์กระบี่มารผู้เป็นพี่รอง ที่บัดนี้กลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชะตาเดียวกัน เนื่องจากลูกสะใภ้ในดวงใจของตนเอง นั้นยังมิมีโอกาสได้พบเจอกับ บุตรชายเพียงคนเดียวของพวกตน

                อีกไม่นานเกินรอ ขอเจ้าอดทนให้มากไว้ ถึงแม้จักหมั้นหมายที่หลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งสะใภ้ใหญ่จักต้องตกอยู่ในมือของ ลูกสะใภ้ในดวงใจของ น้องสี่ น้องห้า และน้องหก ถือได้ว่าพวกเราก็ยังมีโอกาสอยู่

ราชันย์พิษส่งเสียงผ่านลมปราณโต้ตอบออกไป มันยังคงสามารถรักษาใบหน้านิ่งเรียบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี นับว่าเยี่ยมไม่ใช่น้อย

                เวลานี้ลูกสะใภ้ในดวงใจของเราก็กำลังเดินทางมายังแผ่นดินภาคกลาง คิดว่าคงอีกไม่นาน เท่าไร ก็จักได้มีโอกาสพบปะหน้าตาพูดคุยกับ หลงเอ๋อของเรา

ราชันย์กระบี่มารเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงผ่านลมปราณขึ้นบ้าง โดยสีหน้าแววตาของมันยังคงเย็นชามิเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย จักมีก็เพียงแต่แววตามั่นอกมันใจอย่างเหลือล้น ที่ลูกสะใภ้ในดวงใจของตนเองจักเป็นรายต่อไป ที่จักได้พอเจอกับหลงเอ๋อนั่นเอง

                “ถ้าเช่นนั้นในวันนี้ ก็ปิดพรรคอสูรทมิฬจัดงานเลี้ยงพี่น้องในพรรค ในโอกาสที่พิธีการหมั้นหมายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีสักครา เจ้าว่าดีรึไม่ เจี้ยนเพิง”

ราชันย์หัตถ์อัคคี ผู้มีนิสัยร้อนแรงเอ่ยถามขึ้น อีกฝ่ายก็รีบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยในทันที จากนั้นก็รีบสั่งให้คนในพรรคจัดเตรียมอาหารและสุรา ให้พร้อมพรรคในทันที

                เพียงไม่นานอาหารจานใหม่ก็ถูกจัดขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว จากนั้นทั้งหมดก็ นั่งดื่มกินอาหารและสุรากันอย่างพร้อมเพียง จักมีก็เพียงแต่อาหารของหลงเอ๋อเท่านั้น ที่ถูกจักวางแยกไว้ต่างหากบนโต๊ะ ซึ่งหน้าตาอาหารของหลงเอ๋อ ที่ดูไปคงถูกจัดทำขึ้นอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ ถึงกับทำให้อสูรทมิฬกุ้ยเจี้ยนเพิง และหกอสูรผู้อาวุโสได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าที่จักยื่นตะเกียบออกไปคีบกินเลยแม้แต่น้อย

เพราะเห็นว่า ผู้ร่วมโต๊ะทุกคน ยกเว้นราชันย์พิษ มิมีผู้ใดกล้าแตะต้องอาหารของหลงเอ๋อเลย แม้แต่สตรีทั้งสาม ที่ปกติจักคอยคีบอาหารใส่ถ้วยให้แก่หลงเอ๋ออยู่เสมอจนเกิดเป็นภาพชินตา ก็มิได้ทำหน้าที่ในวันนี้

กุ้ยเจี้ยนเพิงรู้สึกคันปากอยากจักเอ่ยถามออกไป แต่ก็กลัวว่าจักถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่กิน จึงทำเป็นนิ่งเฉยเสีย ส่วนเทพกระบี่เฟยเยี่ยที่นั่งอยู่เคียงข้างมันก็ลอบสะกิดมันเพียงเล็กน้อย ก่อนจักเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงผ่านลมปราณกับกุ้ยเจี้ยนเพิงแล หกผู้อาวุโสแห่งพรรคอสูรทมิฬว่า

ประมุขกุ้ย ท่านคงสงสัยใช่รึไม่ว่า เหตุใดอาหารของมารร้ายน้อยจึงถูกจัดทำแยกไว้เป็นพิเศษ และมิมีผู้ใดกล้ายื่นตะเกียบออกไปคีบกินเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นก็แต่เพียงท่านพี่ราชันย์พิษเท่านั้น

                เมื่อได้ยินวาจาอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นผ่านทางลมปราณทำให้อสูรทมิฬและอสูรเฒ่าทั้งหกต่างลอบพยักหน้ารับโดยพร้อมเพียง

                หลายวันก่อน ท่านคงรับรู้ได้เห็นว่า มารร้ายหลางหลงมี นิสัยประหลาดชอบแอบเข้าไปหยิบฉวยยาวิเศษ ที่หยางจงเป็นผู้เก็บรักษามา เคี้ยวกลืนเล่นอยู่ใช่รึไม่

เทพกระบี่เอ่ยถามขึ้นอีกครา หนึ่งประมุกหกอสูรต่างพากันลอบพยักหน้าโดยพร้อมเพียง

ความจริงแล้ว สิ่งที่เจ้ามารร้ายหลางหลงชอบกินที่สุดนั้น หาได้ใช่ยาวิเศษที่มีอยู่อย่างมากมายของ ท่านพี่ใหญ่ราชันย์พิษแต่อย่างใด แต่กลับเป็นพิษร้ายที่ราชันย์พิษนำติดตัวมา ประกอบอาหารให้แก่เจ้ามารร้ายหลางหลงต่างหาก

และอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าหลงเอ๋อ ก็คืออาหารที่ใช้เครื่องปรุงมีพิษร้ายแรงทั้งหมด ยิ่งพิษมีฤทธิ์แรงเท่าไร มารร้ายน้อยยิ่งดื่มกินอย่างเอร็ดอร่อยมากขึ้นเท่านั้น พวกท่านเวลาคีบอาหารใส่ถ้วยก็ ระมัดระวังไว้ให้ดีเถอะ หากมิอยากให้น้ำแกง ที่วันนี้ปรุงขึ้นจากพิษ น้ำแข็งสายฟ้าทมิฬกระเด็นใส่ชามจนพวกท่านต้องกลายร่างเป็นกองน้ำพิษไร้ค่า

เทพกระบี่กล่าวจบ ก็ส่ายหน้าเล็กน้อย เมื่อเห็นว่า กุ้ยเจี้ยนเพิง และหกอสูรทำสีหน้าท่าทางมิเชื่อถือ จนมันได้แต่ทอดถอนใจออกมาเบาๆ แล้วหันกลับไปจักการกับอาหารที่อยู่บนโต๊ะต่อไป

                “หลงเอ๋อ วันนี้บิดาใหญ่ของเจ้าลงทุนเข้าครัว ด้วยตนเอง น้ำแกงชามนี้บิดาใหญ่ ยอมทุ่มทุนนำพิษ น้ำแข็งสายฟ้าทมิฬที่หาได้ยากยิ่ง มาเป็นเครื่องปรุงหลับ เพื่อเจ้าเพียงผู้เดียวเลยรู้รึไม่”

ราชันย์พิษเอ่ยวาจาขึ้นก่อนจักใช้มือเลื่อนถ้วยน้ำแกงไปหาหลงเอ๋อ      

                “มิน่าข้าพเจ้าจึงรู้สึกเย็นสบาย แถมเลือดลมภายในร่างวิ่งวนไหลเวียนไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ที่แท้ท่านพ่อใหญ่ก็ใช้พิษน้ำแข็งสายฟ้าทมิฬมา ปรุงเป็นอาหารให้แก่ข้าพเจ้านั่นเอง”

หลงเอ๋อกล่าววาจา พลางหยิบถ้วยน้ำแกงชามใหญ่ ขึ้นดื่มแทนน้ำทันที แม้ว่ามันจักยกถ้วยน้ำแกงขึ้นมาอย่างระมัดระวังแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่หกเลอะเทอะ ไปบนพื้นโต๊ะ

“ฟู่ ฟู่”

เสียงของน้ำแกงที่กระเซ็นออกจากถ้วยที่ทำขึ้นจากเงินดังขึ้น จนโต๊ะอาหารทำจาก หยกเนื้อดีทั้งก้อนดูไปก็ทราบได้ว่ามีมูลค่ามหาศาลค่อยๆ หลอมละลาย จนวงอาหารแตกหือขึ้นมาทันที

“แหะ แหะ”

“ข้าพเจ้ารีบร้อนดื่มน้ำแกงเร็วไปให้จนหกเลอะเทอะ ต้องขออภัยท่านพ่อตา และผู้อาวุโสทั้งหกด้วยขอรับ พรุ่งนี้ ข้าพเจ้าจักสั่งให้คนในตระกูล นำโต๊ะทำจากเงินแท้ มาทดแทนให้ก็แล้วกันนะขอรับ”

หลงเอ๋อ หัวเราะแห้งๆ ก่อนจักกล่าววาจาออกมา แต่ทว่าดูเหมือนกุ้ยเจี้ยเพิง รวมถึงหกอสูรผู้อาวุโส จักอยู่ในสภาพตลึงงันไป จนมิอาจรับรู้อะไรได้อีกแล้วในตอนนี้

                ยามนี้สิ่งที่พวกมันกำลังคิดเป็นเสียงเดียวกันนั้นก็คือ หลานเขยและลูกเขยของตระกูลฉิน ยังเป็นมนุษย์อยู่รึไม่

------------------------------

-100% แล้วจ้า ตอนนี้สั้นหน่อยเพราะว่าเป็นส่วนที่เหลือของตอนที่แล้วแค่มาปิดให้จบ จักได้ขึ้นตอนใหม่ได้ วันจันทร์เป็นวันหยุด ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็เจอกันอีกตอน 55+

- ส่วนอาทิตย์หน้า ทำใจ เพราะนักเขียนกลับบ้านไปทำบุญที่ ต่างจังหวัดไม่ได้ Update นิยายให้อ่านกันอย่างแน่นอน สงกรานต์ๆ
- ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกๆ
Comment และทุก Vote ที่คอยส่งมาให้กำลังใจ เมื่อตอนนักเขียนไม่สบายมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า

-พยายามหาข้อมูลการหมั้นหมายในสมัยโบราณอยู่ แต่ก็ได้มาแค่นี้ แล้วก็ทำการปรับปรุงไปบ้าง หากผู้ใดเป็นผู้รู้ต้องการแนะนำก็บอกกันเข้ามาได้จ้า

-ตอนนี้เป็นอย่างไรก็ติชมกันเข้ามาได้จ้า ใกล้ได้เจอกับ หิมะแล้ว (สปอยกันสุดฤทธิ์)

-สุดท้าย ม่ายมีไร มาก โอมจง Comment โอมจง Vote

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3662 Wing of Freedom (@wingoffreedom) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 03:50
    หลงเอ๋อต้องมีพลังลมปราณ 14 กับจาหลังดูดพิษเสร็จสิ เพราะตอนสำเร็จเทพสมุทรเชื่อมจักรวาลขั้น 3 ใหม่ๆ ราชันย์พิษวัดระดับพลังสุดท้ายที่หลงเอ๋อปล่อยออกมาอยู่ที่ 12 กับจานิ
    #3662
    0
  2. #3587 กาฟิวส์ (@gafiw6840) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 13:04
    555 สนุกมากคับ
    #3587
    0
  3. #3274 คนชั่งจำ (@aukkaran) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 08:44
    รึว่าจักเป็นฝ่ามือ (หรือ) , กระบี่ฟ้าอาดรู (อาดูร) , ขณะที่มื้อไม้(มือไม้) , การเสี่ยงทาน(ทาย) ,ตลึงงัน(ตะลึงงัน)
    ข่มกั้นอารมณ์(กลั้น) , ผู้คนทั่วยังมิรู้ความจริง(ทั่วไป) , ที่อยู่รอบตัวของหลง(หลงเอ๋อ) , อนุภาพ(อานุภาพ)
    บัดสบอันใดกัน(บัดซบ) ,    มั่นอกมันใจ(มั่นใจ) ,    หนึ่งประมุก(ประมุข) ,     เครื่องปรุงหลับ(หลัก)
    เสียงพูดคุยพร้อมกันเสียงเชื้อเชิญ(พร้อมกับเสียงเชื้อเชิญ) ,       ให้พร้อมพรรคในทันที (ให้พรั่งพร้อม)
    อสูรหางคิ้วของกุ้ยเจี้ยนเพิง(หางคิ้วของอสูรทมิฬกุ้ยเจี้ยนเพิง),    สุดยอดดารมารน้อย(ดาวมารน้อย)
    #3274
    0
  4. #2844 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 17:28
    จริงๆแล้วเสี่ยวหลงเป็นมนุษย์ต่างดาวหน่ะ 555
    #2844
    0
  5. #2348 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 14:03
    -w-'''
    #2348
    0
  6. #2206 Laziness (@nutjan) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 19:43
    สงกรานต์ไม่มีนิยายอ่านก็เหมือนไม่มีน้ำเล่นนั่นแหละ T^T
    #2206
    0
  7. #2195 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 21:44
    อ่านๆๆๆๆ
    #2195
    0
  8. #2190 คนเดินทาง (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 12:44
    อยากรู้จักฮูหยินอีกสามคนที่เหลือไวๆจัง อิอิ
    #2190
    0
  9. #2175 จอมยุทธหลงทาง (@aonzazaza) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 02:42
    อิอิ  สนุกมากครับ รอต่อไป อิอิ
    #2175
    0
  10. #2166 darkzero78 (@darkzero78) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 20:38
    ละ..ละ..ละลายเลยหรอ ?? โอ้วว !
    #2166
    0
  11. #2165 เฉียนหลง (@skmn) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 18:09
    gooddddddddddd
    #2165
    0
  12. #2162 Lunar Lethisia Lightseriars (@piinzpq) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 16:48
    เอิ่มนะ เอาซะหยกละลาย== 
    ส่วนเทพกระบี่ ทำใจได้แล้วสินะ ๕๕๕
    #2162
    0
  13. #2161 แพรวา (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 16:26
    ตัวกินพิษ
    #2161
    0
  14. #2160 เอริก้าซัง (@123tuang456) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 16:15
    เฮ้ๆๆๆ ในที่สุดก็มานึกว่าโดนไรเตอร์ทิ้งซะแล้ว.T^T. (ล้อเล่นนะอย่าซีเรียด)
    #2160
    0
  15. #2159 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 16:06
    สรุปว่า เทพกระบี่ และ ผู้อวุโสพรรคอสูร รู้แล้วว่าหลงเอ๋อ เป็นทายาทตระกูลหลางแล้วหรือคะ
    #2159
    0
  16. #2158 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 15:55
    หลงเอ๋อ คนไม่ใช่คน 5555
    #2158
    0
  17. #2154 My NooNai (@krittinai) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 14:10
    หนุกมากคับ
    #2154
    0
  18. #2153 nura03 (@nura03) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 14:05
    รอยู่นะครับบ แล้วก็ขอให้ไรเตอร์ได้บุญเยอะๆนะครับ
    #2153
    0
  19. #2152 ********* (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 12:04
    เอ่อ ไรเตอร์ 1บุรุษ 3สตรี รึเปล่า ??? เพราะมันเขียนไว้ว่า 1สตรี 3บุรุษ ???
    #2152
    0
  20. #2151 OฉางฟงO (@oaucifero) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 11:47
    ขอบคุณครับ
    #2151
    0
  21. #2150 ปราชญ์เทพกระบี่ (@mayd007) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 11:29
    ชอบมักๆ
    #2150
    0
  22. #2149 หยกหิมะ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 11:04
    สนุกค่าาาาา
    #2149
    0
  23. #2148 apctulomdsap (@apctulomdsap) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 10:41
    สนุกมากครับ
    #2148
    0
  24. #2147 entask (@entask) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 10:39
    เห็นด้วยกับ คห. 2153 นะจ๊ะ แอบหลง ๆ ไปบ้าง
    คือความจริงแล้วจิตใจไปอยู่กับสงกรานต์วันหยุดยาวววแล้วใช่ม๊า 55
    #2147
    0
  25. #2146 lคslnwUาJ (@apboomap) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 10:31
    หลงเอ๋อมันตั้งใจทำกระเด็นใช่ปะ
    #2146
    0