ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 40 : บทที่สามสิบแปด พิษร้ายที่มันเก็บไว้ รสชาติคงมิธรรมดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    30 ธ.ค. 55

บทที่สามสิบแปด พิษร้ายที่มันเก็บไว้ รสชาติคงมิธรรมดา

                                หลังจากที่เทพกระบี่ประกาศว่าการประลองระหว่างหลงเอ๋อ และสองในเจ็ดมังกรแห่งยุทธภพ จักเริ่มขึ้นในยามบ่าย คณะเดินทางจากตำหนักมาร ได้ถูกนำไปพักผ่อนในห้องรับรองโดยมีชิงชิง สาวใช้ประจำตัวของเฟยเหม่ยเฟิ่งเป็นผู้นำทาง ส่วนคุณหนูเฟย และหลงเอ๋อกลับแยกตัวออกมา อยู่ที่ศาลากลางน้ำเพียงสองคนเท่านั้น

                ย้อนกลับไปตอนที่ทั้งหมดกำลังก้าวเดินตามร่างของชิงชิง ไปยังห้องพักรับรอง โดยมีหยางจงเป็นคนเดินนำหน้า ตามมาด้วย สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ ส่วนหลงเอ๋อ และเฟยเหม่ยเฟิ่งยังคงเดินรั้งท้ายโดยมิได้กล่าววาจาใดออกจากปากแม้แต่น้อย ทั้งสองยังคงรักษาท่าทีนิ่งเงียบได้อย่างน่าอัศจรรย์ สุดท้ายเสียงตวาดแววก็ดังขึ้นจากปากของฉินเอ๋อ เนื่องจากนางมิอาจอดรนทนต่อไปได้

                “นี่ โจรราคะ เจ้ามีเรื่องใดจักพูดคุยกับคุณหนูเฟย ก็ไปจัดการบอกกล่าวกับนางให้เรียบร้อยเสีย หากเจ้าพลาดพลั้งเสียงทีสองมังกรกระไรนั่นแล้ว จะได้มิมีห่วงติดตัว ส่วนข้าพเจ้ากับสุ่ยเซียนและพี่หยางจง จักไปนั่งหารือกันในห้องพักรับรองแขก”

ฉินเอ๋อ กล่าววาจาโดยมีหยางจง และสุ่ยเซียนพยักหน้าเห็นด้วย ทางด้านชิงชิงและหลงเอ๋อมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเฟยเหม่ยเฟิ่งได้แต่ก้มหน้าหรุบตาลงต่ำ มิยอมสบตาผู้ใด จึงมิอาจบอกได้ว่านางรู้สึกเช่นไรอยู่ในเวลานี้ ฉินเอ๋อกล่าววาจาจบก็ ฉวยมือของสุ่ยเซียนมากุมไว้จากนั้นพยักหน้าให้นางเล็กน้อย ก่อนทั้งหมดก็เดินจากไป ปล่อยให้หลงเอ๋อ ยืนอยู่กับเฟยเหม่ยเฟิ่งตามลำพัง

                “คุณหนู”

น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่นุ่มนวลของหลงเอ๋อ เปล่งออกจากปากทำให้เฟยเหม่ยเฟิ่ง เงยหน้าขึ้นมาสบตากับมันทันที แม้ว่านางจักมิกล่าววาจาใดออกมา แต่หลงเอ๋อก็สามารถอ่านออกว่า นัยน์ตาหวานซึ้งกำลังเอ่ยถามมันอยู่ ว่ามีเรื่องอันใด หลงเอ๋อจึงเอ่ยวาจาบอกออกไปทันที

“ข้าพเจ้าคิดว่า ก่อนการประลองของข้าพเจ้ากับ มังกรพิษและมังกรกระบี่ เราทั้งคู่ควรจักหาสถานที่สงบๆ คุยกันโดยมิมีผู้ใดมารบกวน หวังว่าคุณหนูคงจักพอรู้จักสถานที่ ที่เหมาะสมในหมู่ตึกสกุลเฟยอยู่บ้าง”

                เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลงเอ๋อ เฟยเหม่ยเฟิ่งพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ก่อนจักผายมือเป็นทำนองว่าให้มันเดินตาม นางไป

ณ ศาลากลางน้ำในสวนขอหมู่ตึกสกุลเฟย ปรากฏร่างของหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี ต่างยืนจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายโดยมิมีคำพูดใดเอ่ยออกมา นัยน์ตาหวานซึ้งของเฟยเหม่ยเฟิ่ง ทอประกายหวาดหวั่นอย่างปกปิดไม่มิดเท่านั้นที่แสดงออกมา

 หลงเอ๋อได้เห็น ดังนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างเฟยเหม่ยเฟิ่งจนเกือบจักแนบชิด เหลือไว้เพียงช่องว่างเพียงเล็กน้อยระหว่าง ร่างของทั้งสองเท่านั้น มันค่อยเอื้อมมือออกไปกุมมือ อันแสนบอบบางของเฟยเหม่ยเฟิ่งเอาไว้ บีบเบา ก่อนจักค่อยๆ ยกมือของนางขึ้นมาแนบกับแก้มของมัน แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้แก่นาง   

ทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของหลงเอ๋อ ถึงกับทำให้หัวใจของนางสั่นไหวเต้นระรัวอยู่ภายในอกของนางโดยแรง ยิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างรัวเร็วของนางยิ่งเด่นชัด จนท้ายที่สุดเฟยเหม่ยเฟิ่งก็มิอาจกักเก็บความรู้สึกภายในไว้ใต้อาการนิ่งสงบอีกต่อไป นางโผร่างเข้าสวมกอดหลงเอ๋อไว้แน่น พร้อมทั้งนั้นน้ำเสียงอ่อนหวานไพเราะก็เปล่งวาจาออกมาในที่สุด

“คุณชาย ในที่สุดท่านก็มา ท่านรู้รึไม่ว่า เฟิ่งเอ๋อเฝ้ารอท่านด้วยความรู้สึกเช่นไร ทรมานเพียงไหน ยิ่งเวลาที่ท่านปู่กำหนดไว้เหลือน้อยลงเท่าไร จิตใจของข้าพเจ้าก็ยิ่งร้อนรนเหมือนมีไฟมาแผดเผามากขึ้นเท่านั้น”

                เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฟยเหม่ยเฟิ่ง ทำให้หลงเอ๋อรีบกล่าวคำพูดอธิบายออกไปอย่างรวดเร็วทันที มันมิต้องการให้เฟยเหม่ยเฟิ่ง ถูกความทุกข์โศกเกาะกุมจิตใจอีกต่อไป        

“เฟิ่งเอ๋อ เป็นเพราะข้าพเจ้าที่ทำให้ท่านต้องทุกข์ใจถึงเพียงนี้ ข้าพเจ้ามิได้ตั้งใจ ขอท่านโปรดอภัยให้แก่ข้าพเจ้าด้วย หลังจากฝึกฝนวิชาเสร็จสิ้น ข้าพเจ้าก็รีบออกจากตำหนักมาร เดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่ตึกตระกูลเฟย ตามกำหนดการที่ท่านพ่อหกราชันย์จ้าวสังหารได้บอกไว้ทันที ต่อไปข้าพเจ้าสัญญาว่าจักมิทำให้ เฟิ่งเอ๋อของข้าพเจ้าทุกข์ใจอีก หากข้าพเจ้าผิดคำพูดขอให้...”

                คุณชาย! “ข้าพเจ้าเชื่อท่านแล้ว ขอท่านโปรดอย่าได้กล่าววาจาเช่นนั้นออกมาอีก ข้าพเจ้ากลัว ข้าพเจ้ามิอยากให้ท่านประสบเภทภัยจากคำพูดของตนเอง”

คำพูดประโยคสุดท้ายของหลงเอ๋อยังมิทันเปล่งออกมา เฟยเหม่ยเฟิ่งก็ยกมือขึ้นไปปิดปากของมันไว้ พร้อมกับอุทานออกมาด้วยความตกอกตกใจ ก่อนจักกล่าววาจาเอ่ยห้ามหลงเอ๋อเสียยืดยาว

                ยิ่งหลงเอ๋อได้เห็นท่าทีเป็นห่วงเป็นใยในตัวมันของเฟยเหม่ยเฟิ่ง ก็ยิ่งทำให้มันรู้สึกรักและเอ็นดู หลานสาวคนเดียวของเทพกระบี่มากยิ่งขึ้นไปอีก หัวใจของมันอุ่นวาบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปิติยินดี มาคิดๆ ดูแล้ว มันก็อดแปลกใจมิได้

เมื่อครั้งยามที่มันและนางยังอยู่ในวัยเยาว์ โชคชะตาลิขิตทำให้ตัวมันได้มีโอกาสช่วยเหลือเฟยเหม่ยเฟิ่งจากการถูกพิษร้ายของอสรพิษ แม้ว่าเหตุการณ์ในครานั้นเป็นเหตุการณ์เพียงครั้งเดียวที่ทั้งสองได้พบเจอกัน แต่ความประทับใจในตัวอีกฝ่ายกลับไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด

                “คุณชาย...” “หลงเอ๋อ ข้าพเจ้าอยากให้เฟิ่งเอ๋อ เรียกข้าพเจ้าว่าหลงเอ๋อ แต่หากว่าเฟิ่งเอ๋อ มิคุ้นชินจักเรียกข้าพเจ้าว่าท่านพี่ก็หาเป็นไรไม่ คำว่าคุณชายกระไรนั่นเอาไว้เรียกตัวข้าพเจ้ายามที่เราอยู่ท่ามกลางผู้คน ก็เพียงพอแล้ว หากใช้คำว่าคุณชายอยู่ตลอดเวลาทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเราสองคนดูห่างเหินกันเกินไป”

หลานสาวเทพกระบี่ยังมิทันกล่าววาจาจบคำ หลงเอ๋อก็เอ่ยวาจาแทรกขึ้นมาเสียก่อน พร้อมทั้งนัยน์ตาคมกล้าเปล่งประกายประหลาดในความรู้สึกของเฟิ่งเอ๋อ ก็กวาดตามองสำรวจใบหน้าอันงดงามดุจเทพธิดาของนาง มิหยุดหย่อน ทำให้แก้มนวลของนางรู้สึกร้อนวูบวาบจากความเขินอาย จนต้องก้มหน้าหรุบตาลง หลบสายตาคมกล้าคู่นั้นของหลงเอ๋อ

                “มองพอรึยังเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงหวานใสดุจแก้วเจียระไน เอ่ยถามขึ้น

                “ยังมิพอหรอก อีกไม่นานก็จักถึงเวลาประลอง ที่ท่านปูของเฟิ่งเอ๋อบอกไว้แล้ว ให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมองหน้า เฟิ่งเอ๋ออีกสักหน่อย ก่อนที่จักต้องจำใจขึ้นเวทีประลองไปจ้องหน้าตากับ เจ้าสองกิ้งกือบัดซบกระไรนั่น”

หลงเอ๋อกล่าววาจาเย้าแหย่ แต่เมื่อได้ยินคำว่าการประลอง ก็ทำให้ใบหน้างดงามของหลานสาวเทพกระบี่ ขาวซีดไรสีโลหิต ดุจกระดาษไปอีกครา ก่อนที่นางจักกล่าววาจาขึ้นอีกครา

                “หลงเอ๋อ ข้าพเจ้าขอบอกกล่าวกับท่านตามตรง ข้าพเจ้ามิอยากให้ท่านประลองกับ สองมังกรในเจ็ดมังกรแห่งยุทธภพในครานี้เลยแม้แต่น้อย”

“มังกรกระบี่ เหินเทียนเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักบู๊ตึ๊ง กล่าวได้ว่าผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปก็คือตัวมันนั่นเอง ฉะนั้นวรยุทธ์ของมันส่วนใหญ่ต้องเป็นเคล็ดวิชาของสำนักบู๊ตึ๊งที่มีพลังร้ายกาจ จากการถ่ายทอดมาของบรรดาผู้อาวุโสของสำนักพอสมควร”

“ส่วนมังกรพิษ นั้นก็เป็นทายาทคนโตแห่งตระกูลถังแห่งเสฉวน มีอาวุธลับเคลือบไปด้วยพิษร้าย เป็นจุดเด่นของตระกูล อีกทั้งวิชาลมปราณพิษก็มีอนุภาพไม่ธรรมดา จนสามารถกล่าวได้ว่าพิษของตระกูลถังแห่งเสฉวนนั้น อยู่ในลำดับต้นๆ ของแผ่นดินภาคกลาง”

“หากการต่อการกับมังกรกระบี่ว่ายากยิ่งแล้วล่ะก็ การต่อต้านศัตรูที่ใช้พิษเป็นอาวุธ ก็ยิ่งยากเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นไหนจะต้องคอยระวังอาวุธลับ ไหนจักต้องคอยระวังพิษร้ายจากลมปราณของถังอี้”

เมื่อคราแรกข้าพเจ้าตั้งใจเอาไว้ว่า หากท่านมิมาที่หมู่ตึกสกุลเฟย ตามนัดหมายของเราสองคน ข้าพเจ้าคงต้องจำใจแต่งงานออกเรือนไปกับ หนึ่งในสองมังกร ที่มาร่วมงานจากการเชื้อเชิญของท่านปู่ในครานี้ อย่างแน่นอน

                เมื่อได้ยินหลานสาวเทพกระบี่เอ่ยวาจา รอยยิ้มของหลงเอ๋อ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้นกว้างขึ้น ก่อนจักกล่าววาจาออกมา

“เฟิ่งเอ๋อ ท่านมิต้องเป็นกังวลไปหรอก”

                “จะมิให้ข้าพเจ้ามิกังวลได้อย่างไร บุรุษคนรักของ...

เมื่อได้ยินหลงเอ๋อเอ่ยวาจาปลอบใจมิให้นางเป็นกังวล ทำให้เฟยเหม่ยเฟิ่งอดรนทนมิได้รีบกล่าววาจาตัดพ้อออกไป แต่คำพูดของนางยังมิทันได้เอ่ยจบก็ต้องหยุดชะงักลงเสียก่อน เพราะรู้สึกตัวว่ากำลังเปิดเผยความรู้สึกของตนเองให้แก่หลงเอ๋อได้รับรู้ ครานี้ทำให้ใบหน้างดงามของนางกลับมามีสีสันอันแดงก่ำอีกครา

สุดท้ายนางก็มิรู้จักทำอย่างไรถูก ยิ่งได้เห็นนัยน์ตาคมกล้าเปล่งประกายระยับของหลงเอ๋อส่งมาให้ ก็เลย ยื่นมือไปหยิกหลงเอ๋อ ตรงบริเวณแขนของมันเป็นการแก้เก้อ

“โอ๊ย เฟิ่งเอ๋อ ท่านคุกคามรังแกคนแล้ว” “คนร้ายกาจอย่างท่านสมควรโดนเสียบ้าง ข้าพเจ้ามิคิดเลยว่า ท่านจักร้ายกาจถึงเพียงนี้”

หลงเอ๋อร้องขึ้นก่อนกล่าววาจายั่วเย้า ทำให้เฟยเหม่ยเฟิ่งอดมิได้ที่จักกล่าววาจาโต้ตอบออกมา ก่อนที่นางจักพลาดท่าเสียทีอีกครา ถูกหลงเอ๋อ รวบร่างอวบอิ่มงดงามประกอบไปด้วยสัดส่วนโค้งมนที่ทำให้เหล่าสตรีผู้อื่นมองด้วยความอิจฉาตาร้อน เข้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกกว้างแสนกำยำของมันอย่างรวดเร็ว

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เฟิ่งเอ๋อ ท่านจักเปลี่ยนใจก็มิทันแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้ามิยินยอมให้ท่านมีสายตาหลงเหลือไป จ้องมองบุรุษอื่นใดอีกต่อไป ต่อไปนี้สายตาของท่านมีไว้เพื่อจ้องมองข้าพเจ้าเพียงคนเดียว ส่วนสายตา จิตใจ และร่างกายของข้าพเจ้าก็จักมีไว้เพื่อ ว่าที่ฮูหยินทั้งหกเท่านั้น

หลงเอ๋อหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันดัง ก่อนจักกล่าววาจาออกมา หากมีผู้ใดผ่านมา รึแอบซุ่มซ่อนร่างอยู่รอบๆ บริเวณสวนพักผ่อนส่วนตัวของคุณหนูเฟย ก็ต้องได้ยินเสียงหัวเราะของมันเป็นแน่

                มังกรพิษ มังกรกระบี่ เจ้าลูกเต่าบัดซบทั้งสอง พวกเจ้าจงอิจฉาเราเถอะ ชาตินี้พวกเจ้าอย่าได้หมายจักลิ้มรสเนื้อพญาหงส์ หวังว่าความอิจฉาในตัวของเรา คงมิทำให้พวกเจ้าทั้งสองเอาหัวพุ่งชนกำแพง ชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อนที่การประลองจักเริ่ม ด้วยความคับแค้นใจ คิก คิก คิก

มังกรกระบี่นั้นมิน่าสนใจเท่าไรนัก ผิดกลับมังกรพิษถังอี้ พิษร้ายที่มันเก็บติดตัวไว้ รสชาติคงมิธรรมดา หากมีโอกาสบิดาจักต้อง ดื่มกินให้สาสมใจ แต่หากพิษที่มันครอบครองไว้ เป็นพิษธรรมดาสามัญ บิดาจักต้องทุบตีมันให้สาแก่ใจ โทษฐานที่ทำให้บิดาผิดหวังอย่างรุนแรง

หลงเอ๋อ คิดขึ้นภายในใจ หากผู้ใดมารับรู้คงได้แตกตื่นตกใจตายเป็นแน่ ที่เห็นพิษร้ายของทายาทแห่งตระกูลถังเป็นเพียงอาหารที่น่าดื่มกินเท่านั้น

สายตาของมันยามนี้กลับจับจ้องไปที่ริมกำแพงที่กั้นระหว่าง ตัวตึกกับสวนย่อมส่วนตัวของเฟยเหม่ยเฟิ่ง ตาไม่กระพริบ ก่อนที่มันจักหันกลับอีกด้านมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้ในสวนหย่อมแห่งนี้ เมื่อรู้สึกได้ว่ามีผู้ซุ่มซ่อนร่างอยู่อีกสองคน

ที่แท้เป็นเทพกระบี่กับพ่อบ้านใหญ่ของตระกูลเฟยนั่นเอง ความจริงแล้ว หลงเอ๋อ สามารถตรวจจับการคงอยู่ของพ่อบ้านใหญ่ตระกูลเฟยได้เพียงผู้เดียว แต่สายตาคมกล้านั้นกลับสังเกตเห็นว่า พ่อบ้านใหญ่กำลังเอ่ยปากคล้ายกำลังพูดคุยสนทนา เมื่อมันลองใช้พลังลมปราณอสูรซ่อนร่างในการตรวจสอบรับรู้ ก็มิสามารถตรวจพบว่ามีร่างของผู้ใดซุ่มซ่อนอยู่อีก จึงสรุปได้ว่าในเมืองหยางโจว หากมีคนที่มันมิสามารถตรวจจับการซุ่มซ่อนร่างได้นั้น คงมีเพียงเทพกระบี่เฟยเยี่ยเท่านั้น

เทพกระบี่คงคิดมิถึงว่าพ่อบ้านของตนจักพลาดท่าเผยพิรุธ ทำให้เรารับรู้ว่ามีเทพกระบี่ซุ่มซ่อนร่างแอบสังเกตการณ์ อยู่ในสวนแห่งนี้อีกผู้หนึ่ง นับว่าชั้นเชิงความเจ้าเล่ห์ของพ่อบ้านใหญ่ยังอ่อนหัดนัก ส่วนเทพกระบี่ก็คงเอาแต่เป็นห่วงเฟิ่งเอ๋อ จนมิได้สนใจระมัดระวังตัวเท่าไรนัก ทำให้เราจับพิรุธนี้ขึ้นมาได้

หลงเอ๋อ คิดได้ดังนั้นก็ไม่ใส่ใจกับแขกมิได้รับเชิญ ทั้งสี่คนอีกต่อไป หันใบหน้าหล่อเหลากลับมาจ้องมองสบตากับคุณหนูเฟยอีกครา ก่อนที่มันปรับสีหน้าให้กลับไปนิ่งเรียบแล้วเอ่ยวาจาถามขึ้นด้วย ท่าทางจริงจังมิมีเค้าความล้อเล่นปรากฏให้เห็นอีกต่อไป

“ฉะนั้นแล้ว ข้าพเจ้าขอถามท่านอีกคราหนึ่ง เฟิ่งเอ๋อท่านยินดีที่จักติดตามข้าพเจ้า ซึ่งในยามนี้เป็นบุรุษที่มิอาจมีท่านได้เพียงผู้เดียวไปตลอดชีวิตรึไม่”

หลงเอ๋อเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับใช้ลมปราณควบคู่กันไปทำให้เสียงที่เอ่ยออกมาดังเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบ โดยมีร่างของเฟิ่งเอ๋ออยู่ในอ้อมกอด สายตาของทั้งสองประสานนิ่งกัน โดยมิได้สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างตัวของทั้งสองอีกต่อไป

                นายท่าน บุรุษผู้นั้นเริ่มกล่าววาจาครอบงำ คุณหนูแล้วขอรับ

พ่อบ้านใหญ่กล่าววาจาผ่านลมปราณ             

เฟิ่งเอ๋อหลานปู่ เจ้าอย่าหลงคารมของเจ้ามารน้อยหลางหลงเป็นอันขาด มิเช่นนั้นเจ้าจักต้องเสียใจไปชั่วชีวิต

เทพกระบี่ได้แต่เอ่ยห้ามหลานสาวของตนเองภายในใจ มิได้สนใจในคำพูดของพ่อบ้านใหญ่เลยแม้แน่น้อย

ทางด้านมังกรพิษ และมังกรกระบี่ ที่แอบซุ่มซ่อนร่างอยู่ตรงบริเวณกำแพง แต่ก็ได้ยินคำกล่าวที่หลงเอ๋อเอ่ยถาม คุณหนูเฟยชัดเจน ทั้งที่อยู่ห่างไกลจากตำแหน่งศาลากลางน้ำพอสมควร แต่ทั้งสองก็มิได้คิดเอะใจเลยแม้แต่น้อย ว่าเหตุใดคำพูดของหลงเอ๋อ ที่พวกมันได้ยินนั้นชัดเจนเสียเหลือเกิน

พี่เหิน หากคุณหนูเฟย ตอบตกลง ท่านจักทำเยี่ยงไร แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าขอบอกกล่าวท่านให้รับรู้ไว้ได้เลยว่า การประลองครานี้ ข้าพเจ้าจักเปลี่ยนร่างเจ้าสุนัขบัดซบแซ่หลางกระไรนั่นให้กลายเป็นน้ำพิษไร้ค่ากองหนึ่งเท่านั้น ข้อที่มันบังอาจคิดหมายปองหนึ่งในห้าบุบผาสวรรค์

มังกรพิษถังอี้ให้ไปใช้ลมปราณเอ่ยถาม มังกรกระบี่ทันที พร้อมทั้งประกาศความตั้งใจอันแน่วแน่ให้อีกฝ่าย ที่ยามนี้ถือเป็นมิตรชั่วคราวให้ได้รับรู้เอาไว้

                มังกรกระบี่มิได้เอ่ยวาจาตอบโต้โดยทันที หากกระทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาจ้องมอง ถังอี้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนจักหันกลับไปจ้องมองร่างสองร่างที่ยืนอยู่ในศาลากลางน้ำต่อไป

                มารดามันเถอะ มังกรกระบี่ ทำเป็นแสร้งวางท่าทีสุขุมนุ่นลึก แต่แท้ที่จริงแล้วกลับอยากรู้คำตอบจนตัวสั่น เจ้าอยากครอบครอง เจ้าของวลีหงส์ แห่งห้าวลีขนาดไหน มีรึตัวเราจักมิรู้

มังกรพิษ มองไปที่มือของมังกรกระบี่เหินเทียนที่บัดนี้กำจนแน่นแล้วคิดรำพึงรำพันขึ้นภายในใจ

                ตัวบัดซบ บิดาอุส่าห์ เดินทางรอนแรมลงจากยอดเขาบู๊ตึ๊ง แค่มีมังกรพิษมาร่วมแก่งแย่งด้วยก็หนักพอแรงแล้ว แต่กลับมีตัวบัดซบเช่นเจ้า เข้ามาครั้งเดียวก็หมายหยิบชิ้นปลามันไปกินเสียได้ อย่าหวังว่าจักกระทำการสำเร็จได้โดยง่าย

มังกรกระบี่คิดภายในใจ ก่อนจักหันกลับไปมองหน้ามังกรพิษที่บัดนี้จ้องมองมาที่มันอยู่ก่อนแล้ว

น้องถัง ถึงแม้ว่าเราจักหมายปองสตรีนางเดียวกัน แต่อย่างไรพวกเราก็เป็นฝ่ายธรรมะเหมือนกัน ควรใช้วิธีแข่งขันกันอย่างสุจริตโปร่งใด เพราะจะอย่างไรก็ถือได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน ฉะนั้นข้าพเจ้าเห็นว่า หากมีโอกาสพวกเราควรร่วมมือ กำจัดเจ้ามารร้ายตัวบัดซบนั่นเสีย เพื่อเป็นการผดุงความยุติธรรมแทนฟ้า และเพื่อชื่อสร้างเสียงให้แก่สำนักบู๊ตึ๊งของข้าพเจ้า และตระกูลถังของท่าน

หากกำจัดมารร้ายนั่นได้สำเร็จ ก็ถือได้ว่าท่านและข้าพเจ้าได้ทำการจรรโลงชื่อเสียงของสำนักของข้าพเจ้าและตระกูลของท่านให้ระบือไกล เด่นล้ำยิ่งกว่า มังกรพุทธ มังกรคลั่ง และมังกรดำแล้ว

เมื่อเหินเทียนกล่าวจบ มังกรพิษถังอี้ก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที รอยยิ้มของทั่งคู่ฉีกกว้าง หากผู้ใดได้มีโอกาสรับรู้ความคิดของทั้งสองก็คงต้อง พากันทำสีหน้าตกอกตกใจเป็นแน่ ด้วยมิอาจเชื่อว่า นี่เป็นความคิดของชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะ

                ฮึ หลังจากจักการเจ้าตัวบัดซบนั่นสำเร็จเรียบร้อย ต่อไปก็ถึงตาเจ้าแล้ว มังกรกระบี่/มังกรพิษ

ทั้งสองคิดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งที่ยังส่งยิ้มท่าทางดูจริงใจให้อีกฝ่ายอยู่นั่นเอง ความหมายก็คงจักบรรยายได้เป็นคำพูดประมาณนี้

                กลับมาทางด้านศาลากลางน้ำ หลงเอ๋อยืนเฝ้ารอคำตอบจากเฟยเหม่ยเฟิ่งอย่างสงบนิ่ง ท่าทางของมันนั้น คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างยกให้นางเป็นผู้ตัดสินใจโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

                หลงเอ๋อ ท่านยังจำจดหมายที่ข้าพเจ้าเขียนถึงท่านได้รึไม่ ว่าในจดหมายนั้นมีเนื้อความอย่างไรบ้าง

หลานสาวเทพกระบี่เอ่ยถามขึ้น หลงเอ๋อพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย แต่สายตาของมันที่จ้องมองมาที่นาง คล้ายกับจักบ่งบอกว่า มันจดจำเนื้อความในจดหมายได้มิลืมเลือน

                “เนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า จักไม่เรียกร้องขอเป็นสตรีหนึ่งเดียวที่ได้ยืนเคียงข้างกายท่านแม้แต่น้อย ขอเพียงแค่คุณชาย มอบความรักให้แก่เฟิ่งเอ๋อบ้าง เมตตาเฟิ่งเอ๋อและไม่ทอดทิ้งข้าพเจ้าก็เพียงพอแล้ว ตำแหน่งใดๆ เฟิ่งเอ๋อเจ้าล้วนยินดียอมรับไว้ แม้แต่ตำแหน่งฮูหยินหกแห่งตระกูลหลางข้าพเจ้าก็เต็มใจ ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างท่านเท่านั้นเป็นพอ”

เฟยเหม่ยเฟิ่งกล่าววาจากับหลงเอ๋อโดยมิได้หลบตามันแม้แต่น้อย

“เฟิ่งเอ๋อ!

หลงเอ๋ออุทานเป็นชื่อนางออกมา มันมิคิดมาก่อนเลยว่า หลานสาวของเทพกระบี่จักความรู้สึกปฏิพัทธ์ให้แก่มันมากมายถึงเพียงนี้ ทั้งที่อิสตรีที่มีรูปโฉมงดงามเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างเช่นนางนั้น สามารถเลือกได้ว่าจักตบแต่งให้แก่บุรุษผู้อื่น ที่สามารถมีนางเป็นคู่ชีวิตได้เพียงผู้เดียวก็ตาม และแล้วมันก็อดใจไม่ไหว ก้มลงลิ้มรสชาติหวานหอมดุจน้ำผึ้งจากริมฝีปากอวบอิ่มของนางทันที ริมฝีปากหยักคมเริ่มขบเม้มไปที่ริมฝีปากล่างของเฟยเหม่ยเฟิ่ง ลิ้นร้ายกายเริ่มเคลื่อนไหวพยามแทรกเข้าไปภายในโพรงปากของเฟิ่งเอ๋อ

                เฟิ่งเอ๋อพยายามเบือนใบหน้างดงามที่บัดนี้แดงก่ำหนี แต่ก็ถูกขัดขวางไว้ด้วยมือของหลงเอ๋อที่รวบบริเวณท้ายทอยของนางบังคับให้เงยหน้ารับจูบอันแสนดูดดื่มจากมันอย่างมิอาจหลบเลี่ยงได้ เมื่อเจ้าของปากอวบอิ่มอ้าปากจักเอ่ยวาจาประท้วงออกมา ก็ถูกลิ้นร้อนแรงของทายายราชันย์ดาบฟ้าคลั่ง เคลื่อนไหวเข้าจู่โจมเกี่ยวพัน ดื่มกินรสชาติหวานล้ำจากปากของนางในที่สุด

อือ

เสียงเฟิ่งเอ๋อร้องประท้วงอยู่ในคำคอ แต่ก็มิอาจหยุดทายาทของเฒ่าคลั่งราคะลงได้แต่อย่างใด ว่าที่ดาวมรณะดวงใหม่แห่งยุทธภพยังคงแผลงฤทธิ์อย่างเต็มที่ แต่ดูไปหลงเอ๋อก็ยังคงเกรงใจ สายตาของเทพกระบี่อยู่บ้าง มือมารร้ายของมันจึงกระทำเพียงแค่โอบกอดร่างของเฟยเหม่ยเฟิ่งเอาไว้เท่านั้น ก่อนที่มันจักถอนริมฝีปากออก แล้วรวบกอดร่างของนางเอาไว้แน่น จนมิมีช่องว่างระหว่างทั้งสองเหลืออยู่แม้แต่น้อย

                ท่านประมุข คุณหนูกำลังถูกล่วงเกินแล้วนะขอรับ

พ่อบ้านใหญ่รีบกล่าวรายงานเทพกระบี่โดยใช้เสียงผ่านลมปราณทันที

กรอด หากเจ้ามารร้ายน้อย บังอาจล่วงเกินหลานสาวของเรา อย่างที่เจ้ากล่าวก็คงจักดีมิใช่น้อยเราจักได้ สังหารมันเสีย แต่นี่เจ้ามิเห็นรึไร ว่าหลานสาวของเราก็กอดร่างของเจ้ามารน้อยหลางหลงเอาไว้แน่น แสดงว่าหลานสาวของเรานั้นยินยอมพร้อมใจไปกับมัน ถึงแม้ว่าในคราแรกจักมีการขัดขืนอยู่บ้าง เจ้าจักให้เราทำอย่างไร หากออกไปปรากฏตัวขัดขวาง มันจักมิมาถอนหงอกของข้า หาว่ากระทำตนเหมือนพวกโจรร้ายกระนั้นรึ

 เทพกระบี่กล่าววาจาด้วยสีหน้าท่าทางคับแค้นใจ ที่มิอาจลงมือสังหารหลงเอ๋อในข้อกล่าวที่ที่พ่อบ้านใหญ่ เอ่ยรายงานได้ สมแล้วที่ มันเป็นผู้ได้รับการนับหน้าถือตาว่ามีความยุติธรรม ไม่เลือกข้าง ว่าจักเป็นฝ่ายธรรมะ รึว่าอธรรม ทางด้านพ่อบ้านได้ยินวาจาของผู้เป็นนาย ก็ได้แต่สงบปากสงบคำนิ่งเงียบ เนื่องจากสิ่งที่เทพกระบี่กล่าวมา และสิ่งที่มันพบเห็นเต็มสองตานั้น มิอาจปฏิเสธได้ว่าไม่เป็นความจริง

โอ่สวรรค์ท่านช่างไม่ยุติธรรมยิ่งนัก มิรู้ว่าเจ้ามารร้ายน้อยมันมีดีกระไร เหตุใดท่านจึงลิขิตให้หลานสาวเพียงคนเดียวของเรา ไปหลงรักมันเข้า

เทพกระบี่รำพึงรำพันอยู่ในใจ ตัวมันในยามนี้มีท่าทางคล้ายเฒ่าชราที่กำลังจักพลัดพรากจากหลานสาวที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจ มิเหมือนกับสุดยอดฝีมืออันดังหนึ่งแห่งยุทธภพเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นตัวเทพกระบี่และพ่อบ้านก็ ค่อยๆ ทะยานร่างจากไป เนื่องด้วยมิอาจทำใจจ้องมองภาพของหลานสาวเพียงคนเดียวตกอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษคนอื่นได้อีกต่อไป

ตัวบัดซบ เจ้าบังอาจล่วงเกิน คุณหนูเฟย สตรีที่เราหมายปอง โทษทัณฑ์ของเจ้ามีแต่ความตายเท่านั้นจึงจักสาสม

มังกรกระบี่ และมังกรพิษต่างคิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ ของหลงเอ๋อและเฟยเหม่ยเฟิ่ง ก่อนที่พวกมันจักรีบก้าวเดินออกไปจากสถานที่ ที่พวกมันแอบซุ่มซ่อนร่างเฝ้าจับตา การกระทำของบุรุษและสตรีทั้งสอง ด้วยมิอาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจได้

                หลงเอ๋อรับรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่มาแอบซุ่มดูมันและเฟยเหม่ยเฟิ่งได้จากไปจนหมดแล้ว ก็แค่นยิ้มออกมาน้อยๆ อย่างสาสมใจก่อนค่อยๆ ดันร่างของเฟิ่งเอ๋อออกจากอ้อมกอด

                เฟิ่งเอ๋อได้แต่ก้มหน้าก้มตาด้วยความเอียงอาย มิกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาหลงเอ๋อแต่อย่างใด ตลอดชีวิตของนาง มิเคยถูกสัมผัสแตะต้องด้วยน้ำมือของบุรุษผู้ใดมาก่อนทั้งสิ้น ยกเว้นท่านปู่และบิดาที่ล่วงลับไปแล้วของนางเองเท่านั้น

                “คนร้ายกาจ ข้าพเจ้ามินึกเลยว่าท่านจักร้ายถึงเพียงนี้ มิรู้ว่าแม่นางทั้งสองที่เดินทางมากับท่านจักถูกรังแกไปมากขนาดไหนแล้ว”ฮ่า ฮ่า ฮ่า

น้ำเสียงอ้อมแอ้มเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบกล่าววาจาตัดพ้อออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่บัดนี้บวมเจ่อ ค้อนวงเล็กๆ ถูกส่งให้แก่หลงเอ๋อ แต่สิ่งที่นางได้รับกลับมาเป็นเพียงเสียงหัวเราะด้วยความสมใจยิ่งนักของหลงเอ๋อ

                “เฟิ่งเอ๋อ หากเจ้าอยากรู้ ข้าพเจ้าจักพาท่านไปถาม สุ่ยเซียน กับฉินเอ๋อให้หายข้องใจดีรึไม่”

หลงเอ๋อกล่าววาจายั่วเย้าอีกครา ทำให้เฟยเหม่ยเฟิ่ง เงยหน้าที่ก้มต่ำขึ้นมามองสบตากับมันทันที นัยน์ตาหวานซึ้งเบิกกว้างขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ในความรู้สึกของหลงเอ๋อ ท่าทางของนางยามนี้กลับน่ารักจนมันแทบจักอดใจไม่ไหว เกือบจักก้มหน้าลงไปหาแล้วลิ้มรสชาติหวานหอมจากปากอวบอิ่มของนางอีกครา แต่มันก็ต้องอดใจเอาไว้ เพราะสิ่งที่มันกระทำไป ก็เป็นการล่วงเกิน เทพกระบี่มากพอแล้ว

                “เฟิ่งเอ๋อ อีกไม่นานการประลองจักเริ่มขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าจักพาท่านไปรู้จักกับ สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ พวกนางก็เป็นว่าที่ฮูหยินของข้าพเจ้าเหมือนกับท่านเช่นกัน เพียงแต่ว่า สุ่ยเซียนเป็นลูกสะใภ้ของท่านพ่อห้าราชันย์อสูรดรรชนี ส่วนฉินเอ๋อเป็นลูกสะใภ้ของท่านพ่อสี่ราชันย์หัตถ์อัคคี อ่อ อีกอย่างในการเดินทางครั้งนี้ มีหยางจง ซึ่งเป็นพี่ชายของสุ่ยเซียน และเป็นผู้ติดตามข้าพเจ้า ร่วมเดินทางมาด้วยอีกคน แต่ท่านก็มิต้องไปสนใจเจ้าหานหยางจง กระไรนั่นหรอก”

“ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจักพบเจอพวกนางก่อนท่าน แต่ถึงอย่างไรวัยของพวกนางก็ยังน้อยกว่าตัวท่าน ที่มีอายุเท่ากับข้าพเจ้า จักอย่างไรก็ขอให้ท่านเมตตาพวกนาง เสมือนดั่งพวกนางเป็นพี่น้องร่วมท้องของท่านจักได้รึไม่”

หลงเอ๋อกล่าววาจาขึ้น เฟิ่งเหม่ยเฟิ่งมิได้กล่าววาจาใดออกมา เพียงแค่พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนที่หลงเอ๋อจักเดินนำหน้าโดยที่มือของมันยังกุมมือของ หลานสาวเทพกระบี่เอาไว้มิยอมปล่อย เมื่อทั้งคู่เดินออมาจากสวนย่อมส่วนตัวของเฟยเหม่ยเฟิ่ง หลงเอ๋อพลันหยุดร่างลง ก่อนหันมายิ้มแห้งๆ ให้แก่นาง

                เมื่อนางเงยหน้าจ้องมอง และส่งสายตาเป็นคำถามว่า หยุดเดินเพราะเหตุใด หลงเอ๋อ ก็ค่อยๆ กล่าววาจาอ้อมแอ้มตอบนางว่า ข้าพเจ้ามิรู้ทางไปห้องพักรับรองที่เทพกระบี่สั่งคนจัดเอาไว้ให้

                “คิก คิก”

เฟยเหม่ยเฟิ่ง อดมิได้รีบเอามือปิดปากก่อนจักหัวเราะออมาอย่างกั้นไม่หยุด ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแดงก่ำจากความอับอาย ก่อนที่จักเป็นฝ่ายเดินจูงมือนำหน้าหลงเอ๋อ มุ่งหน้าสู่ห้องพักรับรองแทน”

                “คุณหนูเจ้าค่ะ ท่านไปอยู่ที่ใดทำอะไรมาเจ้าค่ะ เหตุใดจึงมาถึงช้าเช่นนี้”

ชิงชิงสาวใช้ประจำตัวรีบก้าวเข้ามาหา เฟยเหม่ยเฟิ่ง นางกล่าววาจาไปด้วย พลางกวาดสายตาสำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเจ้านายตนเองอย่างรวดเร็ว แต่การกระทำของชิงชิง นั้นมิอาจหลบพ้นสายตาของผู้คนภายในห้อง รวมถึงหลงเอ๋อไปได้เลย อีกทั้งยังเรียกสายตามิค่อยพอใจนักจาก สตรีทั้งสองนางที่นั่งอยู่ภายในห้องรับรองแห่งนี้ รวมถึงคุณหนูเฟยของนางเองก็ได้ส่งสายตาตำหนิติเตียนให้แก่นางที่กล่าววาจาและกระทำกิริยาไม่เหมาะสม จนสุดท้ายนางต้อง ก้มหัวลงขออภัยคุณหนูของนาง

                “หากเรามีคนใช้สอดรู้สอดเห็นเรื่องของเจ้านายเช่นนี้ คงอึดอัดใจตายเป็นแน่ ท่านว่าใช่รึไม่สุ่ยเซียน”

ฉินเอ๋อ ผู้มีนิสัยร้อนแรงมิยอมคน แสร้งหันไปกล่าวถาม สุ่ยเซียนประดุจว่าในห้องนี้ มีเพียงแค่ตัวนางและลูกสะใภ้ของราชันย์อสูรดรรชนีเท่านั้น

                “เจ้าว่าผู้ใดสอดรู้สอดเห็น” “ชิงชิง อย่าเสียมารยาท”

ชิงชิงตวาดถามออกไป แต่เฟยเหม่ยเฟิ่งกลับกล่าววาจาตักเตือนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จนชิงชิงต้องรีบสงบปากสงบคำ เดินกลับไปยืนตรงมุมห้องเช่นเคย

                ผู้ใดเป็นบ่าวรับใช้ก็ว่าผู้นั้นนั่นล่ะ

ฉินเอ๋อกล่าววาจาออกมาอย่างไม่กลัวเกรง ก่อนที่จักรู้สึกตัวว่าคำกล่าวของนางนั้น มิได้กระทบกับชิงชิงเพียงผู้เดียว นางรีบใบหน้าไปจ้องมองหานสุ่ยเซียน พร้อมทั้งส่งสายตาขอโทษ สุ่ยเซียนเพียงยิ้มรับและส่ายหน้าเล็กน้อย คล้ายกับจะบอกว่า นางมิถือโกรธอันใดในคำพูดของนาง

                หลงเอ๋อเห็นท่าทางของ ฉินเอ๋อแล้วก็ได้แต่สายหน้าไปมา พลางคิดขึ้นในใจว่า

เหมือน ช่างมีนิสัยเหมือนกันยิ่งนัก ระหว่างท่านพ่อสี่กับฉินเอ๋อ มิรู้ว่าเป็นเหตุจงใจรึว่าสวรรค์ลิขิต ถึงได้ถอดแบบกันออกมาราวกับพิมพ์เดียวกันเช่นนี้ แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์ยังคงเมตตาข้าพเจ้าอยู่บ้าง อย่างน้อย สุ่ยเซียนก็ยังมิเหมือนกับท่านพ่อห้า

                “สุ่ยเซียน ฉินเอ๋อ สตรีที่พวกเจ้าเห็น เป็นหลานสาวคนเดียวของเทพกระบี่เฟยเยี่ย มีนามว่า เฟยเหม่ยเฟิ่ง นางเป็นลูกสะใภ้ในดวงใจของท่านพ่อหกราชันย์จ้าวสังหาร เป็นว่าที่ฮูหยินของข้าพเจ้าเหมือนกับพวกท่านเช่นกัน อายุของนางมากกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนอยู่สองปี”

                “สุ่ยเซียน/ฉินเอ๋อ คาราวะ พี่สาวแซ่เฟย”

น้ำเสียงหวานใสของสุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ เปล่งออกมาโดนพร้อมเพียง ก่อนที่ทั้งสองจักย่อกายลงเป็นการคำนับให้แก่เฟยเหม่ยเฟิ่งที่มีอายุมากกว่า ด้วยกิริยาแช่มช้อย

                เมื่อเห็นสตรีทั้งสองย่อกายคาราวะ หลานสาวเทพกระบี่รีบก้าวเท้าเข้าไปหา ก่อนใช้มือประคองร่างของทั้งสองลุกขึ้น

                “แม่นางทั้งสองมิต้องมากพิธี จะอย่างไรข้าพเจ้าก็เป็นผู้มาทีหลัง พวกท่านมาย่อกายคาราวะให้แก่ข้าพเจ้าดูจะไม่เป็นการสมควร ข้าพเจ้าต่างหากที่ต้องคาราวะพวกท่าน”

เฟยเหม่ยเฟิ่งกล่าวจบ ก็เตรียมจะย่อกายลงแต่ก็ถูก สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ ฉุดรั้งไว้เสียก่อน พวกนางรีบกล่าววาจาห้ามปรามออกมาพัลวันไปหมด สตรีทั้งสามที่มีความงดงามดุจนางเซียนยังคงกุมมือของกันและกันไว้เช่นนั้น ต่างจ้องมองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วก็หัวเราะเบาๆ ออกมาด้วยกิริยาอันงดงามแช่มช้อย จนหลงเอ๋อตาพร่ามัว แม้แต่ฉินเอ๋อ ที่มีนิสัยร้อนแรงก็ดูจักมิมีข้อยกเว้น เพราะถึงอย่างไรนางก็มาจากครอบครัวใหญ่โตและได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี

                สตรีทั้งสามต่างจูงมือกันมานั่งสนทนาบนเก้าอี้ พวกนางพูดคุยกันไปพลางแอบชื่นชมความงดงามของกันและกัน โดยมิได้สนใจสิ่งใดอีก ทำให้หลงเอ๋อหน้ามุ่ยเล็กน้อยเนื่องจาก มิเคยถูกละเลยเช่นนี้มาก่อน แต่มันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่ว่าที่ฮูหยินทั้งสาม มีท่าที่ปรองดองถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน โดยมิมีความขัดแย้ง จากนั้นจึงค่อยๆ สืบเท้าเดินเลี่ยงเข้าไปนั่งบนโต๊ะเก้าอี้ พลางเอ่ยวาจาแนะนำ หยางจงที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องให้ เฟิ่งเอ๋อได้รู้จักเป็นคนถัดไป

                ทั้งหมดพูดคุยกันอย่างออกรส โดยมีชิงชิงคอยยืนสังเกตอยู่อย่างใกล้ชิด ไม่นานนักก็มีบ่าวรับใช้ยกอาหาร ที่เทพกระบี่สั่งให้จักเตรียมไว้รับแขกเข้ามาวางบนโต๊ะ แล้วล่าถอยออกไป อย่างรวดเร็ว

                “แม่นางชิงชิง ขอเชิญท่านมาร่วมดื่มกินอาหารกับพวกเราเถอะ อย่าได้เฝ้าอยู่เช่นนั้นเลย” “หยางจงมานั่งกินอาหารพร้อมกันเถอะ”

หลงเอ๋อกล่าววาจาชักชวนอีกฝ่ายอย่างจริงใจ ผู้คนที่เหลือภายในโต๊ะต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย โดยเฉพาะ เฟยเหม่ยเฟิ่งที่ยิ้มแย้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ที่หลงเอ๋อ มิได้เป็นคนถือเนื้อถือตัวแต่อย่างใด จากนั้นก็เอ่ยเรียกพี่ชายของสุ่ยเซียนให้มาร่วมโต๊ะ แต่ชิงชิงก็ส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมกับให้เหตุผลว่า นางยังมิรู้สึกหิว

                หลงเอ๋อได้ฟังดังนั้นก็มิได้เอ่ยวาจาใดขึ้นมาอีก มันลงมือคีบกับข้าวใส่ถ้วยให้แก่สตรีทั้งสามคนบนโต๊ะ ก่อนจักเริ่มคีบอาหารเข้าปากเป็นคนแรก เป็นการส่งสัญญาณ บอกแก่ผู้ร่วมโต๊ะให้เริ่มลงมือรับประทานอาหารได้ ระหว่างนั่งทาน สตรีทั้งสามก็คอยดูแลมันอย่างดี สามสตรีหนึ่งบุรุษต่างคอยคีบกับข้าวให้แก่กันและกัน เสมือนว่าทั้งห้องพักแห่งนี้มีเพียงพวกมันทั้งสี่คนเท่านั้น

                หยางจงที่นั่งร่วมโต๊ะ และชิงชิง ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ ต่างมีสีหน้าประหลาดใจ ที่สตรีทั้งสามนางสนิทสนมเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว เสียงพูดคุยผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะ ช่วยให้บรรยากาศในห้องเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ยิ่งนางได้เห็นรอยยิ้มแย้มไปถึงดวงตาของคุณหนู หลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี ก็ทำให้สายตาของนางที่มองหลงเอ๋อ ดูดีขึ้นบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                เป็นเช่นไร รู้สึกอิจฉาฤาไร ที่มิได้ร่วมโต๊ะดื่มกินอาหารกับ นายท่าน

หยางจง ที่บัดนี้มิรู้ว่ามายืนหยุดอยู่เบื้องหลังของชิงชิง ตั้งแต่เมื่อใดเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงผ่านทางลมปราณ จนชิงชิง สะดุ้งกายด้วยความตกใจ ก่อนจักหันมาจ้องมองมันด้วยใบหน้าบูดบี้งดวงตาเขียวปัด

                “มิใช่เรื่องของเจ้า”

ชิงชิงกล่าวโต้ตอบออกไปอย่างรวดเร็ว แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกจากปากของนางเป็นเพียงเสียงกระซิบ ที่ต้องการให้ได้ยินเพียงแค่สองคนเท่านั้น เสียดายที่ผู้คนภายในห้องมีวรยุทธ์มิธรรมดา คำกล่าวของนางจึงถูกรับรู้ไปทั่วห้อง แต่ก็มิมีผู้ใดเอ่ยวาจาแทรกขึ้นแม้แต่น้อย

หลงเอ๋อ ลอบมองหานหยางจงและชิงชิง เพียงเล็กน้อยก่อนที่จักหันกลับไปให้ความสนใจแก่ สตรีทั้งสามคนตามเดิม

 

“เฟยเจ่เจ้(พี่สาวแซ่เฟย) สุ่ยเซียน หากเจ้าโจรราคะร้ายกาจพลาดท่าเสียทีในการประลองครั้งนี้ พวกท่านทั้งสองกับข้าพเจ้าคง ต้องมองหาหมายตาบุรุษคนใหม่ ท่านว่าสองมังกรนั้นเป็นอย่างไร พอใช้ได้รึไม่”

ฉินเอ๋อ เอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางก๋ากั่นเกินหญิง แต่นัยน์ตาของนางกลับจ้องมองไปที่ใบหน้าของหลงเอ๋อ พลางส่งสายตายั่วเย้าไปให้แก่มัน ส่วนสุ่ยเซียนได้แต่ส่ายหน้าไปมากับคำกล่าวยั่วเย้าของฉินเอ๋อ แต่เฟยเหม่ยเฟิ่งกับละมือจากตะเกียบ ใบหน้างดงามเริ่มมีเค้าความวิตกกังวลปรากฏขึ้นอีกครา

                “ฉินเอ๋อ หากพวกเราอยู่กันตามลำพัง ข้าพเจ้ารับรองว่าท่านต้องถูกทำโทษอย่างหนักเป็นแน่”

สุ่ยเซียนกล่าวคำพูดกับฉินเอ๋อ ทำให้เฟยเหม่ยเฟิ่งที่ได้ยินคำกล่าวของสุ่ยเซียนมีสีหน้าแปลกใจว่า การทำโทษคือสิ่งใดกันแน่

                “สุ่ยเซียนท่านอย่าข่มขู่ข้าพเจ้าเสียให้ยาก จะอย่างไรเจ้าโจรราคะ ก็มิกล้าก่อการร้ายขึ้นภายในหมู่ตึกตระกูลเฟยเป็นแน่ ใช่รึไม่โจรราคะ”

ฉินเอ๋อกล่าววาจากับสุ่ยเซียน ก่อนหันไปเอ่ยถามหลงเอ๋อ พร้อมกับส่งยิ้มยั่วไปให้ในที หลงเอ๋อเห็นดังนั้นก็แค่นหัวเราะเพียงเล็กน้อย คล้ายกับจักบอกนางว่าหากเจ้าอยากรู้ก็ทดลองดู นัยน์ตาคมกล้ารี่ลงอย่างมิน่าไว้ใจ แต่ก็มิกล่าววาจาใดออกมา ใช้เพียงความนิ่งสงบเข้าต่อกรกับฉินเอ๋อเท่านั้น

                “โจรราคะ ทะ...ท่านกล้ารึ นี่เป็นที่อยู่ของเทพกระบี่สุดยอดฝีมือแห่งยุทธภพเชียวนะ”

ฉินเอ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้างดงามเริ่มซีดเผือดมิผิดกับใบหน้าของสุ่ยเซียน มีเพียง เฟยเหม่ยเฟิ่ง หยางจง และชิงชิง เท่านั้นที่ทำสีหน้าท่าทางสงสัยใคร่รู้

                สุดท้ายหลานสาวเพียงคนเดียวของเทพกระบี่ ก็มิอาจอดใจไหว ส่งเสียงทางลมปราณเอ่ยถามเอากับสุ่ยเซียน ว่าการลงโทษแบบใดกัน ที่ทำให้ฉินเอ๋อหวาดกลัวถึงเพียงนี้

สุ่ยเซียน การลงโทษของหลงเอ๋อเป็นเช่นไร เหตุใดฉินเอ๋อกับตัวเจ้าถึงหน้าซีดเซียวปานนี้ เป็นการลงไม้ลงมือทำร้ายรึ

                สุ่ยเซียนได้ยินเสียงผ่านลมปราณของเฟยเหม่ยเฟิ่งเอ่ยถาม ก็หันกลับมาจ้องมองนางด้วยสายตาประหลาดเพียงครู่เดียวส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นการปฏิเสธ ก่อนที่ประกายตาของนางจักกลับเป็นปกติ ก่อนจักเอ่ยตอบด้วยเสียงผ่านลมปราณเช่นเดียวกันว่า

เฟยเจ่เจ้ เมื่อครู่ที่ท่านกับนายน้อยแยกตัวออกไปตามลำพัง มีมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างหรือไร

                เมื่อได้ยินเสียงผ่านลมปราณของสุ่ยเซียนกล่าวเช่นนั้น ก็ทำให้ใบหน้างดงามของเฟยเหม่ยเฟิ่งแดงก่ำด้วยความอับอาย

                มิมีสิ่งใดเกิดขึ้น พวกเราเพียงแค่พูดคุยกันเท่...

นางยังมิทันกล่าววาจาปฏิเสธ ก็เหลือบตาขึ้นไปมองใบหน้าของสุ่ยเซียน เห็นว่าสายตาของนางกำลังรี่ลงจ้องมองมาที่นางอย่างเจ้าเล่ห์ปนคาดคั้น

ก็ได้ เรายอมแล้ว ระหว่างที่พวกเราแยกตัวออกไป ข้าพเจ้าถูกโอบกอดจนแนบชิดไปกับร่างแข็งแกร่งกำยำของเขาผู้นั้นนางเอ่ยตอบออกไปอย่างมิอาจปิดบังได้ แต่สายตาแสนเจ้าเล่ห์ยังมิหยุดส่งมาให้จนสุดท้ายต้องบอกความจริงทั้งหมดออกไป มะ...มีจูบด้วย

                ข้าพเจ้าคิดแล้ว ว่าต้องมีอย่างอื่นด้วย หากมีเพียงแค่โอบกอดกัน ก็คงมิใช่ทายาทของราชันย์ดาบฟ้าคลั่งแล้ว

สุ่ยเซียนส่งเสียงผ่านลมปราณกล่าววาจาแก่เฟิ่งเอ๋อ

                ถ้าเช่นนั้น แล้วการลงโทษของหลงเอ๋อ คือสิ่งใดกันแน่

เฟยเหม่ยเฟิ่งเอ่ยถามผ่านลมปราณอีกครา

 เฟยเจ่เจ้ อีกไม่นานท่านก็จักรู้ได้เอง เพราะท่านก็มิอาจหลบลี้หนีการลงทัณฑ์นี้พ้นไปได้เช่นกัน

คำตอบของสุ่ยเซียนมิอาจไขข้อข้องใจของเฟิ่งเอ๋อได้ หากหลงเอ๋อ สามารถได้ยินคำกล่าวของสุ่ยเซียนในเวลานี้มันก็คงจักต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า สุ่ยเซียนมิมีนิสัยเหมือนท่านพ่อห้าทิ้งไปอย่างแน่นอน เมื่อนางจักเอ่ยถามอีก ก็มีเสียงกล่าววาจาแทรกขึ้นเสียก่อน

                “ฉินเอ๋อ หากท่านอยากรู้ก็ต้องทดลองดูเอาเอง แล้วจักรู้ว้าข้าพเจ้ากล้ารึไม่กล้า”

หลงเอ๋อกล่าววาจาเพียงสั้นๆ ทำให้นางส่งค้านวงใหญ่ให้แก่มันอย่างอดมิได้

                “แล้วท่านจักทำเช่นไร การประลองในครานี้หากท่านพลาดท่าเสียที เฟยเจ่เจ้ก็ต้องแต่งงานออกเรือนไปให้แก่ หนึ่งในสองมังกรกระไรนั่นอย่างแน่นอน”

ฉินเอ๋อเอ่ยถาม โดยมีผู้คนที่เหลือพยักหน้าอย่างเห็นด้วยโดยพร้อมเพียงกัน

                “ข้าพเจ้ามิยอมให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด อีกอย่างการประลองในครานี้เป็นการประลองต่อหน้าเทพกระบี่ เชื่อว่ามังกรพิษ และมังกรกระบี่คงมิกล้าเล่นสกปรกกลุ้มรุมข้าพเจ้าเป็นแน่ เพราะเกรงว่าเทพกระบี่จักมิยินยอมให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการประลอง เพียงแค่ข้าพเจ้าเพียงคนเดียวต้องประลองกับพวกมันทั้งสองคน ก็ถือเป็นการเสียเปรียบมากแล้วในสายตาคนที่มีความยุติธรรมอย่างเทพกระบี่”

หลงเอ๋อกล่าววาจายืดยาวออกมา เพื่อต้องการให้สตรีทั้งสามนางคลายกังวล

“เฟิ่งเอ๋อ ท่านมิต้องกังวลไป ข้าพเจ้าจักกลับลงมาจากลานประลองอย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน”

หลงเอ๋อ ยื่นมือออกไปกุม มือของเฟิ่งเอ๋อแล้วบีบเบา ส่วนฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียนก็กระทำสิ่งเดียวกันกับหลงเอ๋อ คือยื่นมือไปกุมมือของเฟิ่งเอ๋อที่ว่างอยู่อีกข้างไว้เช่นกัน

                ทันใดนั้นเอง พ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลเฟย ก็สืบเท้าก้าวเข้ามาในห้อง มันมาหยุดเท้าลงใจกลางห้อง เบื้องหน้าของหลงเอ๋อ ก่อนจักกล่าววาจา

“ได้เวลาประลอง ตามที่ท่านประมุขกำหนดเวลาเอาไว้แล้ว ขอเชิญคุณชายที่ลานประลอง”

พ่อบ้านใหญ่กล่าววาจาจบเพียงแค่นั้น ก็หมุนตัวกลับเดินออกจากห้องไปทันที หลงเอ๋อและผู้คนที่เหลือต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วก้าวสืบเท้าตามไปทันที

                ณ ลานประลองฝึกซ้อมวิชาของสกุลเฟย แบ่งออกเป็นสามด้าน ได้แต่ด้านหน้า ด้านซ้าย และด้านขวา ทางด้านหน้านั้นถูกจัดสร้างยกสูงขึ้นจากตัวพื้นเวทีประลองเล็กน้อย เอาไว้ให้เทพกระบี่ได้นั่งดูการฝึกซ้อมวิชาของบ่าวรับใช้มือดีตระกูล ส่วนด้านซ้ายและขวา เดิมที่เป็นพื้นที่ว่างๆ ใช้จัดตั้งอาวุธรวมถึงสิ่งของจำเป็นในการฝึกซ้อม แต่บัดนี้ด้านซ้ายกลับถูกปลูกสร้างขึ้นเป็นที่พักชั่วคราวของ หลงเอ๋อ ส่วนด้านขวาเป็นของ สองมังกรแห่งยุทธภพ

                เมื่อหลงเอ๋อเดินทางมาถึง ตามการเดินนำทางของพ่อบ้านใหญ่ ก็พบว่าเทพกระบี่และ สองมังกรมานั่งคอยมันอยู่ก่อนแล้ว หลงเอ๋อไม่รอช้าหันมาสบตากับ สตรีทั้งสางนางเล็กน้อย พยักหน้าให้หยางจงเป็นเชิงบอกว่ามิต้องตามมาให้อยู่กับพวกนาง ก่อนจักก้าวเดินไปยังที่นั่งฝั่งของตน ด้วยท่าทางนิ่งสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม มันมิได้สนใจสายตาที่จ้องมองมาอย่างอย่างอาฆาตมาดร้ายของสองมังกรแห่งยุทธภพเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นหลงเอ๋อก้าวเข้าไปนั่งยังฝั่งของตนเอง สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ มีท่าทีจักรีบก้าวเดินตามไป แต่กลับถูก เฟยเหม่ยเฟิ่งและหยางจงเอ่ยห้ามเอาไว้ จากนั้นหลานสาวของเทพกระบี่ก็ดึงมือของพวกนาง ให้ติดตามตนเองมานั่งอยู่ทางด้านหลังของเทพกระบี่

เทพกระบี่กวาดสายตาสำรวจตรวจสอบไปทั่วลานประลอง เมื่อเห็นว่า คู่ประลองทั้งสองฝ่ายมาถึงลานประลองโดยพร้อมเพียงกันแล้ว มันก็ลุกขึ้น พยักหน้าอนุญาตให้พ่อบ้านนำมือดีของหมู่ตึกเขามาเฝ้าจับตาดูการประลองของทั้งสามคนเพื่อเก็บประสบการณ์อันหาได้ยากยิ่ง ก่อนจักสืบเท้าก้าวเข้าสู่ลานประลอง

“การประลองในครั้งนี้ เป็นการประลองตัวต่อตัวระหว่าง มังกรพิษถังอี้ มังกรกระบี่เหินเทียน และหลางหลง ขอให้การประลองนี้เป็นเพียงการประลองเพื่อรู้ผลแพ้ชนะเท่านั้น หากเมื่อแตะตัวอีกฝ่ายก็ให้หยุดมือลงทันที ผู้คนที่สังเกตการณ์ต่อสู้อยู่รอบๆ ลานประลองจักเป็นพยานยืนยันให้แก่พวกเจ้าทั้งสามคน”

เทพกระบี่กล่าววาจาขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่านลมปราณ เพื่อให้ทุกชีวิตรอบๆ ลานประลองได้ยินเสียงของมันอย่างชัดเจน

                “หลางหลง หากเจ้าเอาชนะสองมังกรในเจ็ดมังกรแห่งยุทธภพได้ ถือว่าเจ้าผ่านเงื่อนไขข้อหนึ่ง ในสามของของข้าได้”

เทพกระบี่เฟยเยี่ยหันไปกล่าววาจากับหลงเอ๋อ เมื่อเห็นมันพยักหน้าตกลง เทพกระบี่ก็หันไปกล่าววาจากับสองมังกรที่นั่งอยู่อีกด้านของลานประลอง

“มังกรพิษ มังกรกระบี่ หากพวกเจ้าประลองกับหลางหลง และได้รับชัยชนะในวันนี้ พวกเจ้าคนใดคนหนึ่งจักได้รับตำแหน่ง หลานเขยของตระกูลเฟยไปในทันที ส่วนผู้ใดจักได้รับตำแหน่งนี้ไป ก็ให้ขึ้นอยู่กับ หลานสาวของข้าเป็นผู้เลือก ตกลงรึไม่”

“ตกลงตามนี้ขอรับ”

เหินเทียน และถังอี้กล่าวขึ้นพร้อมกัน

                “ถ้าเช่นนั้นผู้ใดจักเป็นคู่ประลองกับหลางหลงก่อน ก็ให้สิทธิ์ตัดสินใจแก่หลางหลงก็แล้วกัน เนื่องจากฝ่ายของเจ้ามีสองคน”

เทพกระบี่กล่าววาจาออกไปอีกครั้ง ก่อนเดินกลับไปนั่งบนโต๊ะด้านหน้าลานประลอง นัยน์ตาของมันจับจ้องไปที่ร่างของหลงเอ๋อที่ บัดนี้ก้าวท้าวขึ้นสู่ลานประลอง มันหยุดร่างยืนอยู่กึ่งกลางของลานประลอง ประสานสายตาอันนิ่งสงบดุจมีน้ำแข็งปกคลุม เข้ากับสายตากระเหี้ยนกระหือรือของ สองมังกรแห่งยุทธภพ

                จักเลือกประลองกับผู้ใดก่อนดี พิษของมังกรพิษ ก็น่าสนใจยิ่งนัก ควรจักการเป็นคนแรกเพื่อจักได้ลิ้มรสพิษร้ายของมันก่อน รึจักเก็บไว้ทีหลังดี มารดามันเถอะ เราตัดสินใจมิถูกแล้ว

หลงเอ๋อรำพึงรำพันอยู่ในใจครู่ใหญ่ ก่อนจักถอนหายใจออกมาเบา ทำให้ผู้คนที่เฝ้ามองอยู่นึกว่า มันเกิดอาการท้อแท้ใจ มิกล้าประลองกับคู่ต่อสู้ทั้งสองแล้ว

                อาการท่าทางของหลงเอ๋อนั้น เรียกรอยยิ้มเหยียดหยามให้ปรากฏบนใบหน้าของมังกรพิษ และมังกรกระบี่ โดยที่มันทั้งสองก็มิรู้สึกตัวว่าได้แสดงสีหน้าท่าทางเหยียดหยามคู่ต่อสู้ออกมา เทพกระบี่เห็นดังนั้นก็อดมิได้ที่จักลอบถอนใจ ในท่าทางการประพฤต ตัวอันไม่เหมาะสมของทั้งสอง เนื่องจากในความคิดมันนั้น แม้จักอีกฝ่ายจักเป็นศัตรูก็มิควรดูถูกเหยียดหยาม

                หลงเอ๋อยื่นครุ่นคิดอยู่เพียงครู่ เดียวก็หันหลังเดินกลับมาทางด้านที่นั่งฝั่งตน ก่อนจักทรุดตัวลงนั่งกับพื้นลานประลอง ตรงเบื้องหน้า มือดีคนหนึ่งของตระกูลเฟย

                “พี่ชายท่านนี้ข้าพเจ้าขอสอบถามอะไรสักเล็กน้อย”

หลงเอ๋อเอ่ยวาจาถาม นักสู้แห่งตระกูลเฟย ทำให้บุรุษวัยฉกรรจ์ที่ถูกเอ่ยถามพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อบอกให้มันรับรู้ว่า กำลังฟังอยู่

                “ท่านว่า สองมังกรกระไรนั่น ข้าพเจ้าควรประลองกับผู้ใดก่อน เอาคนที่ท่านคิดว่า มีฝีมือเก่งกว่า เพื่อข้าพเจ้าพ่ายแพ้จักได้มิต้องเสียเวลาประลองต่อไปอย่างไรเล่า”

หลงเอ๋อกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอันดัง เป็นการใช้แผนการอันแยบยล ยุยงให้สองมังกร สูญเสียสมาธิ โดยมิต้องเหนื่อยแรง

                “กรอด” “เจ้าลูกเต่าบัดซบ”

เสียงกัดฟันเป็นของมังกรกระบี่ ส่วนเสียงด่าทอเป็นของมังกรพิษ พร้อมทั้งนี้มันยังกระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าบิดเบี้ยว ด้วยความโกรธแค้น

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทีแรกเราคิดว่าจักเลือก มือกระบี่จากบู๊ตึ๊งเป็นคู่ประลองเพราะเห็นว่า มีฝีมือสูงล้ำกว่าตัวเจ้า แต่ในเมื่อเจ้าลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ว ก็ขึ้นมาเถอะ จักได้มิเสียเวลา”

หลงเอ๋อยังมิหยุดกล่าววาจายั่วอีกฝ่ายให้พื้นเสีย มังกรพิษหลงกลไปเต็ม ทะยานร่างขึ้นมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเอ๋อทันที จิตสังหารของมันแผ่พวยพุ่งออกจากร่างกระจายออกมาทั่วบริเวณ แต่ก็มิอาจทำกระไรหลงเอ๋อได้แม้เพียงน้อยนิด

                “นับว่าเจ้ามีฝีมืออยู่บ้าง ถึงสามารถปล่อยจิตสังหารคุกคามผู้คนได้ถึงเพียงนี้ แต่ว่าจิตสังหารเพียงแค่นี้ยังมิพอที่จักกระทำสิ่งใดกับตัวบิดาได้หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

หลงเอ๋อกล่าววาจาพร้อมหัวเราะขึ้นด้วยเสียงอันดังสนั่น รอยยิ้มของมันฉีกกว้างของมัน ดูเหมือนว่าจะไปกระตุ้นให้มังกรพิษอารมณ์เสียมากกว่าเดิม มันมิรอสัญญาณเริ่มการประลองจากเทพกระบี่อีกต่อไป สะบัดมือที่กุมอาวุธลับเคลือบแฝงไว้ด้วยพิษร้ายของตระกูลถัง เข้าใส่หลงเอ๋อทันที ด้วยอาการขาดสติ มิได้สนใจฟังคำกล่าวของเทพกระบี่ในตอนแรกอีกต่อไป ที่ต้องการให้หยุดมือเมื่อสัมผัสถูกร่างของอีกฝ่าย ยามนี้มันต้องการเพียงแค่ชีวิตของหลงเอ๋อเท่านั้น

วี้ดดดด!

เสียงเข็มเล่มเล็กละเอียดดุจขนวัว จำนวนมหาศาล พุ่งแหวกอากาศเสียงดังจนผู้คนที่อยู่บริเวณลานประลองได้ยินกันทั่วหน้า

หลงเอ๋อที่รับรู้ถึงอนุภาพของอาวุธลับ เข็มพิษขนวัวของตระกูลถังเป็นอย่างดี มันทราบว่าหากเข็มชนิดนี้ยังมิปักเข้าสู่ร่างก็ยังมิน่ากลัวเท่าไร หากเข้มปักเข้าสู่ร่างเมื่อใด เข็มชนิดนี้จักวิ่งจากจุดที่ฝังตัวเข้าหาชีพจรหัวใจทันที ซึ่งผลลัพธ์ก็มีเพียงเส้นทางสายมรณะเท่านั้นที่เฝ้ารออยู่ ส่วนพิษร้ายที่ฉาบตัวเข็มเอาไว้นั้นมีเอาไว้เพื่อทำลายร่างของศัตรูเท่านั้น มันไม่รอช้าสะบัดเท้า ใช้ออกด้วยวิชาเพลงเตะเก้าราชันย์ นามว่าเกาะเต่ามังกรกระแทกลงกับพื้นหินของลานประลอง ตูม หอบม้วนเอาฝุ่นดินและเศษหินพุ่งเข้าประทะกับกลุ่มเข็มขนวัวของมังกรพิษ

กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง

เสียงเข็มกระทบกับเศษหินของหลงเอ๋ออย่างถี่รัว ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมังกรพิษจืดจางลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหลงเอ๋อ เพียงแค่นลมหายใจออกทางจมูกเพียงเล็กน้อย คล้ายกับจักบอกว่า เจ้ามีฝีมือเพียงแค่นี้หรือไรยิ่งเห็นท่าทางที่หลงเอ๋อแสดงออก มังกรพิษก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง มันสะบัดมือที่ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อใส่หลงเอ๋ออีกครั้ง คราวนี้อาวุธลับหลากหลายชนิดเริ่มเคลื่อนไหวดุจมีชีวิต พุ่งเข้าหาหลงเอ๋อคล้ายกับว่าถูกบังคับด้วยลมปราณควบคุมกระบี่ แต่สิ่งที่มันพบเห็นในยามนี้อาจเรียกได้ว่าลมปราณควบคุมอาวุธลับ ก็คงมิผิดหนัก

ครานี้มิเพียงแต่อาวุธลับเท่านั้นที่พุ่งเข้าหาหลงเอ๋อ ตัวของมังกรพิษก็พุ่งทะยานร่างเข้าหาหลงเอ๋อเช่นกัน บัดนี้ฝ่ามือทั้งสองข้างเปล่งประกายสีดำคล้ำ บ่งบอกว่ามันใช้ลมปราณพิษประจำตระกูลถังแล้วนั่นเอง

ครืน ครืน ครืน

                หลงเอ๋อ เห็นฝ่ามือของมังกรพิษแหวกอากาศธาตุพุ่งเข้าตนเอง ก็มิประมาท ใช้วิชาตัวเบาสี่จตุเทพท่องสวรรค์ เคลื่อนไหวหลบหลีกไปตามช่องว่างของพายุอาวุธลับของถังอี้อย่างรวดเร็ว เรียกเสียงอุทานด้วยความแตกตื่นใจให้ดังขึ้นไปทั่วลานประลอง

เฟยเหม่ยเฟิ่ง ฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียน ต่างกุมมือกันแน่น เนื่องจากความตื่นเต้นเกาะกุมจิตใจ ส่วนหยางจงเพียงแค่นยิ้มเล็กน้อย เพราะรับรู้ในอนุภาพวิชาตัวเบาที่หลงเอ๋อได้รับการถ่ายทอดจากราชันย์จ้าวสังหารเป็นอย่างดี เทพกระบี่เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจที่เห็นวิชาตัวเบาของหลงเอ๋อ มันมิคิดว่าในโลกนี้จักมีวิชาตัวเบาอันแสนรวดเร็วอย่างนี้อยู่ด้วย

เพียงแค่ชั่วพริบตา ร่างของหลงเอ๋อ ก็หลุดพ้นจากกลุ่มอาวุธลับ ที่ถูกควบคุมด้วยลมปราณของมังกรพิษ มันไม่รอเข้า สะบัดเท้าเข้าใส่จู่โจมช่วงอกของถังอี้ด้วย กระบวนท่ามังกรผ่าเกลียวคลื่นทันที

ถังอี้แม้ว่าจักประหลาดใจกับความเร็วของหลงเอ๋อ แต่มันก็มิได้ลนลานแต่อย่างใด ใช้ฝ่ามือทั้งสองประกบเข้าคว้าจับเท้าของหลงเอ๋อ หมายจักใช้พิษเข้าจู่โจม แต่หลงเอ๋อ เหมือนจักรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของมังกรพิษ มันเดินลมปราณปิดกั้นผิวหนังบริเวณท่อนขาทั้งหมดปกป้องผิวหนังมิให้พิษร้ายเข้าแทรกซึม ทั้งที่ใจของมันเองอยากจักใช้เคล็ดดูดกลืนพิษของถังอี้เข้าสู่ร่างจะแย่

ตูม อ๊อก

เสียงเท้าของหลงเอ๋อกระทบเข้ากับหน้าอกของถังอี้ดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร้องดังขึ้นในลำคอของถังอี้ แม้ว่ามันจักใช้ฝ่ามือทั้งสองเข้าจู่โจมบริเวณข้อเท้าของหลงเอ๋อ เพื่อหวังจักหยุดกระบวนท่าจู่โจมบริเวณหน้าอกของมันแล้วก็ตาม ถึงแม้จักมิประสบความสำเร็จ แต่ก็มิอาจกล่าวได้ว่าล้มเหลว เนื่องจากมันยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้นั่นเอง ร่างของมันกระเด็นออกไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่ รอยลากยาวสองรอยเกิดจากการฝืนหยุดร่างไว้ ปรากฏขึ้นเป็นแนวยาว ใบหน้าของมันบัดนี้แสดงออกถึงความตื่นตะลึง

ส่วนมังกรกระบี่ที่เฝ้ามองเผื่อหวังจักค้นพบ จุดอ่อนของหลงเอ๋อ ก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความคับข้องใจ เนื่องจากยังหาทางที่จักเอาชนะพิชิตหลงเอ๋อ ลงได้เลยแม้แต่น้อย

                บัดซบ วรยุทธ์ที่มันใช้เป็นเพลงเตะกระไรกัน เหตุใดถึงร้ายกาจเยี่ยงนี้ หากเมื่อครู่เราตัดสินใจจู่โจมโดยมิได้ป้องกัน ซีโครงของเราคงแหลกเหลวไปแล้วเป็นแน่

มังกรพิษถังอี้คิดขึ้นในใจ พลางเอามือลูบไปมาบริเวณแผงอก ที่ถูกหลงเอ๋อ ฝากรอยเท้าเอาไว้

                “เป็นเช่นไร ข้าชนะแล้วใช่รึไม่ ในเมื่อมังกรพิษถูกข้าพเจ้าสัมผัสโดนตัวของมันก่อน ที่ฝ่ามือของมันจักประกบเข้าหาเท้าของข้าพเจ้า”

หลงเอ๋อหันไปเอ่ยวาจาถามเอากับเทพกระบี่ ที่นั่งอยู่บนพื้นยกสูงเบื้องหน้าลานประลอง แต่ยังมิทันที่เทพกระบี่จักกล่าววาจาใดออกจากปากแม้เพียงครึ่งคำ มังกรพิษก็ถาโถมร่างเข้าใส่หลงเอ๋อ แล้ว

                “เจ้าลูกเต่าบัดซบ หากวันนี้เจ้ามิตายบิดาไม่ขอเลิกรา” “หากงูดินเช่นเจ้ามีปัญญามีรึจักส่งเสียงร้องขู่ฟ่ออยู่เช่นนี้”

ยังมิทันที่มังกรพิษจักกล่าววาจาด่าท่อหลงเอ๋อให้สาสมใจ หลงเอ๋อก็พลันกล่าววาจาเจ็บแสบสาดใส่ใบหน้าของมังกรพิษเสียก่อน

                ถังอี้ไม่รอช้า บัดนี้มันถูกอารมณ์โกรธเข้าครอบงำเสียแล้ว ฝ่ามือเบญจพิษหนึ่งในสุดยอดวิชาลมปราณพิษของตระกูลถังถูกใช้ออกทันที ฝ่ามือของมันมีรังสีดำสนิท เข้าครอบคลุม ฟู่ ฟู่ ฟู่ เสียงพิษร้ายกัดกร่อนพื้นศิลาของลานประลอง ทำให้ผู้คนที่เฝ้าสังเกตการประลอง รีบทะยานร่างถอยห่างออกไปทันที เทพกระบี่ และผู้คนที่เหลือ รวมถึงมังกรกระบี่ รีบใช้ลมปราณโคจรปิดกั้นชีพจรทั่วร่าง มีเพียงหลงเอ๋อที่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี คล้ายกับพบของกินที่มีรสชาติแสนโอชะ

                หลงเอ๋อทะยานร่าง สะบัดเท้าเข้าต่อกรทันที แทบริ้วเท้าจากกระบวนท่ามารครองสวรรค์ ปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างมารร้ายเคลื่อนไหวอยู่รอบตัวหลงเอ๋อ อย่างชัดเจน สายตาคมกล้าเต็มไปด้วยความหิวกระหาย ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มสาสมใจประดับไว้

ตูม! ตูม! โครม! โครม!

บุรุษทั้งสองต่างซัดกระบวนท่าเข้าหากันโดยมิได้สนใจการปัดป้องอีกต่อไป พิษร้ายจากฝ่ามือของถังอี้กระจายครอบคลุมทั่วลานประลอง ฝุ่นผงลอยละล่องคละคลุ้ง แทบริ้วฝ่ามือและแทบริ้วจากเพลงเท้าที่มีลักษณะเป็นรูปร่างมารร้ายของหลงเอ๋อ ปะทะกันอย่างรวดเร็ว ลมกระแทกอันเกิดจากปะทะของทั้งสองพัดผ่านไปทั่วบริเวณ เทพกระบี่มีสั่งให้เล่านักสู้ของตระกูลหลบออกไปให้พ้นจากบริเวณ

                ถังอี้เห็นปลายเท้านับมิถ้วนของหลงเอ๋อ ตวัดเข้าจู่โจมก็เร่งสะบัดฝ่ามือเข้าต้านรับ หมายใช้ลมปราณพิษให้แฝงเข้าสู่ร่างของหลงเอ๋อ ซึ่งก็ถือได้ว่ามันกระทำสำเร็จ เพียงแต่ว่าลมปราณพิษของมันเข้าสู่ร่างของหลงเอ๋อ ด้วยความตั้งใจของเจ้าของร่างเอง มิใช่ถูกพิษร้ายของมันเข้าแทรกซึมแต่อย่างใด

                เบญจพิษรึ เจ้ามีมีพิษอะไรที่แรงกว่านี้รึ ถ้าหากมีก็อย่ามัวอมเอาไว้ รีบใช้ออกมาให้บิดาได้ชื่นใจเสียหน่อย หากเจ้ามิทำให้บิดาผิดหวัง บิดาจักปล่อยชีวิตบัดซบของเจ้าไปเพื่อเป็นการตบรางวัล

หลงเอ๋อ ส่งเสียงผ่านลมปราณให้แก่ถังอี้

                “เจ้ามารร้ายบัดซบ!

ถังอี้ตวาดด่าทอออกมาพร้อมทั้ง ทุ่มเทกำลังภายในสี่กับจาเต็มสิบส่วน ขับดันพิษร้ายทั่วร่างมาไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของมัน ก่อนสะบัดเข้าจู่โจมหลงเอ๋อ บริเวณใบหน้าและลำตัวท่อนบนของมันทันที หลงเอ๋อเห็นดังนั้นก็ร่ายเพลงแตะส่งแถบริ้วเท้ารูปมารร้ายเข้าต่อกรทันที ทั้งสองคนประมือกันจนมิอาจนับกระบวนท่าได้อีกต่อไป ร่างของมันทั้งสองเดี๋ยวปรากฏ เดี๋ยวเลือนหลายไปทั่วลานประลอง ท่ามกลางสายตาการเฝ้ามองของ เทพกระบี่ มังกรกระบี่ รวมถึงบุคคลที่เหลือ

                มังกรกระบี่เหินเทียนที่บัดนี้ตาเบิกค้าง จ้องมองการประลองของหลงเอ๋อ และถังอี้โดยมิรู้ตัวว่ามือและเนื้อตัวรวมถึงใบหน้า ลั่งเหงื่อกาฬออกมามากมายถึงเพียงไหน

ตูม!

“อั้ก!

เท้าข้างหนึ่งของหลงเอ๋อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวายุลมปราณหมุนวนอยู่รอบเท้า กระแทกเข้าใส่กลางอกของถังอี้เต็มแรง ทำให้ถังอี้กระอักโลหิตออกมาเป็นทางยาว

                “อ๊ากๆๆๆๆๆ”

เสียงกรีดร้องของถังอี้ดังขึ้น จากความเจ็บปวดจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นกลางทรวงอกของตนเอง ร่างของมันกระเด็นลอยออกไปพุ่งเข้าหามังกรกระบี่ที่นั่งปักหลับดูการประลองอยู่ก่อน ให้รีบทะยานร่างออกไปรับ

 อุบ

มังกรกระบี่ส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอเล็กน้อยเมื่อร่างของถังอี้ปะทะกับตัวมันที่คอยรองรับอยู่ เท้าทั้งสองข้างไถลออกจากตำแหน่งเดิมไปถึงห้าก้าวจึงหยุดลง เมื่อมันก้มลงมองสำรวจไปหน้าของมังกรพิษ ก็พบว่ามีคราบโลหิตกระจายเปื้อนอยู่ทั่วใบหน้า มันมองต่ำลงมาเล็กน้อยบริเวณทรวงอกที่ถูกเท้าของหลงเอ๋อ กระแทกใส่ก็รู้ได้ทันทีว่า มังกรพิษบาดเจ็บสาหัสเสียแล้ว ดูไปกระดูกชี่โครงคงหักและร้าวหลายแห่งเป็นแน่

                หลงเอ๋อเคลื่อนร่างไปมาอย่างรวดเร็ว ใช้ลมปราณจากสองเท้าปล่อยออกไปบังคับพิษร้ายที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของมังกรพิษให้รวมเข้าเป็นกลุ่มก้อน จากนั้นสะบัดเท้าแตะกลุ่มก้อนควันพิษร้ายพุ่งเข้าใส่ต้นไม้ขนาดใหญ่ทันที

ฟู่! ฟู่!

เสียงต้นไม่ถูกหลอมละลายจากพิษ ทำให้ใบหน้าของผู้คนที่ยังยืนสังเกตการณ์ประลองอยู่ห่างๆ มีสีหน้าที่แตกต่างกันไป บ้างก็คิดว่า พิษของถังอี้ช่างร้ายกาจเหลือเกิน บ้างก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นรีบทะยานร่างถอยห่างออกไปไกลยิ่งกว่าเดิม

                หลังจากหลงเอ๋อ ใช้ลมปราณแตะกลุ่มควันพิษของถังอี้กระแทกใส่ต้นไม้ไปแล้ว มันก็ทำสีหน้าคล้ายกำลังเสียอกเสียดายกระไรบางอย่าง

มารดามันเถอะ ถึงแม้ว่าจักดูดพิษของเจ้าตัวบัดซบนั่นจนหมดตัวแล้วก็ตาม แต่ก้อนควันพิษนั่นท่าทางรสชาติคงโอชะไม่เบา น่าเสียดายยิ่งนัก หากพิษในตัวทายาทของตระกูลถังยังมีรสชาติยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ แล้วพิษของประมุขตระกูลถังจักยอดเยี่ยมถึงขนาดไหนกัน

ที่แท้มันก็กำลังเสียดายก้อนควันพิษร้ายที่มิได้ทำการดูดกลืนเข้าสู่ร่างนั้นเอง เนื่องจากหากมันดูดกลืนก้อนพิษร้ายที่เหลืออยู่เข้าไป ความลับของมันก็จักถูกเปิดเผยทันที

                ทันใดนั้นเอง เหล่านักสู้ของตระกูลเฟยก็โห่ร้องออกมาด้วยความยินดีในชัยชนะ และซาบซึ้งกับการกระทำของหลงเอ๋อ ที่มิหวั่นเกรงพิษร้ายใช้ลมปราณรวมรวมพิษ และซัดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ เพื่อมิให้เป็นอันตรายแก่ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวณ รอบๆ ลานประลอง แม้แต่เทพกระบี่ก็ยังแย้มยิ้มน้อยๆ แสดงอาการชอบใจในการกระทำของหลงเอ๋อขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เพียงแต่ทุกคราที่เห็นหลงเอ๋อ ใช้วรยุทธ์สายมารก็อดที่จักขัดใจเสียมิได้

                ทางด้านเฟยเหม่ยเฟิ่ง สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ ต่างแย้มยิ้มกว้างเต็มไปหน้า พวกนางต่างหันกลับไปกลับมาจ้องมองหน้าของกันและกัน เป็นการให้กำลังใจกันเองโดยมิได้กล่าวคำพูดใดออกมา

                เมื่อเห็นว่ามังกรกระบี่วางร่างที่บาดเจ็บสาหัสของถังอี้ลงเรียบร้อยแล้ว มันก็กวาดสายตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของมังกรกระบี่เหินเทียนสำรวจท่าทีของอีกฝ่ายเล็กน้อย เมื่อเห็นเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มใบหน้าและไรผม ก็แค่นลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจักกล่าววาจาออกไปว่า

“นี่ จมูกโคน้อย หากเจ้าคิดประลองก็กระโดดขึ้นมา อย่าให้บิดาเสียเวลายืนคอย เจ้ามิรู้หรือไรว่ามันเมื่อยเพียงใด”

หลงเอ๋อเอ่ยวาจาด่ามังกรกระบี่ด้วยคำด่าของนักพรต ทำให้เหินเทียนลอบกัดฟันข่มอารมณ์ มันพยายามปรับจิตใจให้สงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งหลงเอ๋อก็ปล่อยให้มันกระทำไปอย่างไม่คิดขัดขวาง

                การประลองกับมังกรกระบี่ คงเป็นการต่อสู้ที่ยากที่สุดนับตั้งแต่ เราออกเดินทางท่องยุทธภพในครานี้ ครั้งแรกประลองกับมังกรอสูร ที่เอาชนะได้อย่างรวดเร็ว ก็เพราะว่า กุ้ยจินพี่ชายฉินเอ๋อประมาทในตัวเราเกินไป ส่วนถังอี้ก็เอาแต่พึ่งพาพิษร้ายกับอาวุธลับ จึงเป็นเหตุให้พ่ายแพ้โดยง่ายต่อตัวเรา ที่ไม่กลัวทั้งพิษร้าย และมีวิชาตัวเบาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านพ่อหกผู้มีฉายารวดเร็วสุดขั้ว จึงสามารถเคลื่อนร่างหลบอาวุธลับของมันได้อย่างสบาย แต่มังกรกระบี่เหินเทียนผู้นี้ ดูท่าจักเคี้ยวยากเสียหน่อย เนื่องสามารถควบคุมจิตใจให้สงบนิ่งลงได้ แม้ว่าคราแรกมันจักดูไม่น่าสนใจก็ตาม ลมปราณจากร่างของมันก็เหนือล้ำกว่ามังกรพิษอยู่หนึ่งขั้น

หลงเอ๋อ คิดขึ้นในใจ  ก่อนที่สายตาของมันจะจับจ้องไปที่ร่างของ เหินเทียนตาไม่กระพริบ เมื่อเห็นว่า มังกรกระบี่กำลังเดินขึ้นมาบนลานประลองก้าวเข้าหามันด้วยท่าทาง เชื่องช้าระมัดระวังตัวอย่างสุดขีด

                “เทพกระบี่ ให้สัญญาณ”

หลงเอ๋อหันไปกล่าวบอกให้เทพกระบี่ ให้เป็นผู้กล่าวเริ่มการประลอง ครานี้เทพกระบี่มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่จักพยักหน้ารับ

                “คำนับ”

เสียงเทพกระบี่ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองต่างโค้งคาราวะตัวให้อีกฝ่าย

                “เริ่มการประลองได้!

สิ้นเสียงกล่าวให้สัญญาณของเทพกระบี่ ศิษย์คนโตแห่งสำนักบู๊ตึ๊งไม่รอช้า เอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่ที่แขวนไว้กลางหลังชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว เช้ง จากนั้นมันไม่รอช้า ชิงเป็นฝ่ายลงมือก่อน แม้ว่าจักยังมิสามารถมองเห็นช่องว่างของหลงเอ๋อได้ก็ตาม

                มังกรกระบี่ทะยานร่างเข้าหาหลงเอ๋อทันที

ย๊าก!!!!!!

 ------------------------------------

-จบแล้วจ้าตอนนี้ ยี่สิบห้าแผ่น ยาวมาก พยามยามปรับปรุงฉากบู๊ใหม่ แต่ไม่รู้เป็นไงบ้าง รบกวนช่วยติชมกันด้วย (ขอบคุณCOMMENT 1191 ลองอ่านดูน้าแล้วติชมอีกที)

ท่านผู้อ่านผู้มีอุปการะทุกท่านช่วยกันติหน่อย (เช่นขาดอะไร สิ่งไหนควรจะมี ยอมรับว่า ไม่ค่อยถนัดเท่าไรไม่เหมือนอีกฉาก ที่ท่านผู้อ่านทุกคนก็รู้ว่าคือฉากอะไร (คำเท่) 5555+++)

-(ตอนนี้กำลังหาที่ลงอยู่ขอบคุณที่ COMMENT เข้ามาบอก เว็บให้ลง ไว้มีเวลาจะไปลองดู คิดว่าน่าจะเป็นเว็บของสำนักพิมพ์อินเลิฟ เว็บนิยาย เน่าเกินไปเข้ายาก WRITER ไม่ปลื้ม 555+)

-ปีใหม่ UP ให้อ่านช้าหน่อย วันหยุดก็ต้องไปเที่ยว อิอิ ใช่มะ ทีมงานอาจารย์กู้ทั้งหลาย (พรุ่งนี้ถ้า (ไม่มีอะไรผิดพลาด) เห็นคำว่าถ้าไหม อาจจะ (เห็นไหมคำว่า อาจจะ = May Be) ได้อ่านกันอีกตอน เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับ READER ก็แล้วกันน้า) (ถ้าไม่Up ให้อ่าน คงโดนประณาม 5555+)

-ตอบComment คุณเอริก้าซังเดาถูกด้วย อิอิ / คุณ Mad xx ยังอีกยาวค่อยตามลุ้นกันไป /คุณน้ำตานางเอก โดนซุบไก่มันไม่น่าเอาไปผูกกับฐานเสียงแฟนๆ ได้น้า 55+/ส่วนComment อื่นที่ไม่ได้ตอบอย่าเพิ่งน้อยใจไป Writer อ่านทุก Comment เลยจ้า/หลายๆ ท่านอ่านตอนที่ 39 ไปแล้วก็เดาไปต่างๆ นาๆ ว่าเงื่อนไขอีกสองข้อที่เหลือของเทพกระยี่คืออะไร ไว้รอรู้พร้อมกันทีเดียว 555+

ปล.ค้างใช่ไหมล่ะ?

-สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจาก โอมจง Comment โอมจง VOTE

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3786 namaoi17 (@namaoi17) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 01:50
    สนุกมากครับ
    #3786
    0
  2. #3570 กาฟิวส์ (@gafiw6840) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 21:43
    สนุกมั๊กๆๆ
    #3570
    0
  3. #3368 เทพ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 04:22
    สู้ต่อไปๆๆๆ อะเม้นนน สนุกๆๆๆๆ
    #3368
    0
  4. #3057 คนชั่งจำ (@aukkaran) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 13:21
    ตวาดแววก็ดังขึ้น(แว่ว) , พลาดพลั้งเสียงที (เสีย) , บุบผา (บุปผา) , อนุภาพ (อานุภาพ), อุส่าห์(อุตส่าห์)
    ท่านปูของเฟิ่งเอ๋อ (ปู่) , รึแอบซุ่มซ่อน (หรือ), สุขุมนุ่นลีีก(ลุ่มลึก) , ทายายราชันย์ (ทายาท), เสียงต้นไม่(ไม้)
    ยิ้มของทั่งคู่(ทั้ง) , สวนย่อมส่วนตัว(หย่อม), โดนพร้อมเพียง(โดย เพรียง) ,สุจริตโปร่งใด (ใส) ,ประพฤตตัว(พฤติ)
    นั่งปักหลับ(หลัก) , นางส่งค้านวงใหญ่(ค้อน) , แทบริ้ว(แถบริ้ว) , สะบัดเท้าแตะ (เตะ), คำคอ (ลำคอ)
    ลั่งเหงื่อกาฬ (หลั่ง) ,    ลมปราณรวมรวมพิษ(รวบรวม) ,   สายหน้าไปมา (ส่าย) , วาจาด่าท่อ (ด่าทอ)
    รี่ลง(หรี่ลง) , หัวเราะออมาอย่างกั้นไม่หยุด(ออก กลั้น) , คาราวะ(คารวะ),ลมปราณแตะ(เตะ) ,ธรรมะรึว่าอธรรม(หรือ)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 กรกฎาคม 2556 / 13:24
    #3057
    0
  5. #2829 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2556 / 00:19
    รู้เท่าทัน ซุกซนคึกคะนอง อ่อนหวานเรียบร้อย แต่ทั้งหมดมีจุดร่วมเดียวกันคือ โอนอ่อนผ่อนตาม หึๆ เดี๋ยวคงมีแบบ ดุเผ็ดร้อน เย็นชาป่านน้ำแข็ง เอ! อะไรอีกน๊า....
    #2829
    0
  6. #2305 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 17:37
    ดาบของหลงเอ๋อล่ะ -0-''  อย่าบอกนะว่าสร้างจากไอน้ำเป็นดาบน้ำแข็งเหมื่อผู้เฒ่าน่ะ -..-''  
    #2305
    0
  7. #1983 Chang_oppa (@changoppa) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 23:14
    สาว3คนที่ออกมา มีน้องสาว2 เท่ากัน 1 แสดงว่าต้องมีพี่สาว หึหึ
    #1983
    0
  8. #1896 สายลมพลิ้ว (@palmzawa1) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 00:55
    เจอพิษเหมือนเจออาหารโอชะ 555
    #1896
    0
  9. #1356 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 00:40
    มันส์สสส์..
    #1356
    0
  10. #1272 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 00:20
    สนุกมากเลยคร่า เสียดายพิษแทนหลงเอ๋อจริงๆ 555
    #1272
    0
  11. วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 20:35
    เยี่ยมยอดมากครับ แทบจะเห็นภาพการประลองของหลงเอ๋อและมังกรพิษเลยทีเดียว หากไม่มีคำผิดแล้วถือได้นิยายบทนี้สมบูรย์แบบมากครับ จะรอการอัพบทต่อไปอย่างใจจดใจ่อนะครับ ^^ 
    #1220
    0
  12. #1218 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 20:04
      Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      
    #1218
    0
  13. #1217 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 16:08
    เอาเชือกสักเส้นไหมคะท่านเทพกระบี่จะได้ไปผูกคอใต้ต้นผักชี มันน่าช้ำใจนัก..
    #1217
    0
  14. #1216 manzero (@manitano) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:50
    อดรนทน...อดทนรอ
    พลาดพลั้งเสียง...เสีย
    สวนขอหมู่ตึก....ของ
    นัยน์ตาหวาน...น่าจะเพิ่มคำว่า มีเพียงนั้ยน์ตาหวาน
    จ้องหน้าตา...จ้องหน้าจ้องตา
    ขาวซีดไรสี..ไร้
    อนุภาพ...อานุภาพ
    ยื่นมือไปหยิกหลงเอ๋อ ตรงบริเวณแขนของมัน...
    ผมว่า..ยื่นมือไปหยิกบริเวณแขนของหลงเอ๋อเป็นการแก้เก้อ..จะอ่านลื่นกว่าครับ
    ถูกหลงเอ๋อ รวบร่างอวบอิ่ม....พลันถูกหลงเอ๋อ
    แม้แน่น้อย...แต่น้อย
    ข้อที่มัน..ข้อหาที่
    สุขุมนุ่นลึก..นุ่มลึก
    อุส่าห์...อุตสาห์
    รอยยิ้มของทั่งคู่...ทั้งคู่
    จักการ...จัดการ
    ทั้งที่ยังส่งยิ้มท่าทาง...ทั้งที่ยังส่งยิ้มด้วยท่าทาง
    ประโยคความหมายจักคงบรรยายเป็นคำพูดประมาณนี้ ผมว่าไม่ต้องมีก็ได้ครับ
    เฟิ่งเอ๋อเจ้าล้วนยินดียอมรับ...ตัดเจ้าออกก็ได้ครับ
    จักความรู้สึก...จักมีความรู้สึก
    ทายายราชันย์...ทายาท
    คำคอ...ลำคอ
    ข้อกล่าวที่ที่พ่อบ้าน...ข้อกล่าวหาที่
    ตรงบทพูด "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ผมว่าตัดทิ้งก็ได้ครับ เพราะคนอ่านสามารถจินตนาการจากบทบรรยายท่านได้
    หัวเราะออมา...ออกมา
    นางรีบใบหน้า...หันใบหน้า
    คาราวะ...คารวะ
    อิจฉาฤาไร...หรือไร
    มีมีสิ่งใด...มิมี
    ส่งค้านวงใหญ่...ค้อนวงใหญ่
    เดิมที่เป็น..เดิมที
    อย่างอย่าง...อย่างอาฆาตมาดร้าย
    เขามาเฝ้า...เข้ามาเฝ้า
    ประพฤต....ประพฤติ
    แม้จักอีกฝ่ายจัก....แม้อีกฝ่ายจัก
    เพื่อข้าพเจ้า....เมื่อ
    ยั่วอีกฝ่ายให้พื้นเสีย...????
    รอยยิ้มของมันฉีกกว้างของมัน....รอยยิ้มอันฉีกกว้าง
    เข้าใส่หลงเอ๋อ...ซัดเข้าใส่
    ได้ยินกันทั่วหน้า...ถ้วนหน้า
    ในสาบเสื้อใส่หลงเอ๋อ...ซัดใส่หลงเอ๋อ
    มันไม่รอเข้าสะบัดเท้า...รอช้า
    เนืองจากยังหาทาง...ยังมิหาทาง
    ซีโครง...ซี่โครง
    เลือนหลาย...เลือนหาย
    ลั่งเหงื่อ...หลั่ง
    ปักหลับ...หลัก
    แตะกลุ่มก้อน...เตะ ...ไม่แน่ใจว่าจะสื่อถึง เตะ หรือ แตะ
    ต้นไม่...ไม้
    เต็มไปหน้า..ใบหน้า
    เนื่องสามารถ...เนื่องจาก
    คาราวะให้อีกฝ่าย...คารวะ

    #1216
    0
  15. #1215 ไรท์เตอร์สู้ๆ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:42
    อ้ากกกกกกกกกกกก ค้างงงงงงงงงง มาต่อไวๆนะ ขออีกสักตอนเป็นของขวัญปีใหม่นะไรท์เตอร์



    สู้ๆ สู้ๆ สู้ๆ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ มันส์ สุดยอด ที่สุดในสามโลกกกกก
    #1215
    0
  16. #1214 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:26
    ต่อไวๆเน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1214
    0
  17. #1213 ผมหลงทาง (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:20
    มันส์มากกกก ต่อไวๆนะครับ
    #1213
    0
  18. #1212 MadXXX (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 10:06
    ชิส์แค่จูบ ถ้าหาที่ลงใหม่ได้ ไรท์เตอร์ต้องเปลี่ยนให้เป็นฉบับอันคัทนะ เพิ่มรสชาติระหว่างเดินทางหน่อยก็ดี
    #1212
    0
  19. #1211 ยักษ์พันฟ้า (@sunsamco) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 09:12
    ขั้นเทพคับ
    #1211
    0
  20. #1210 ผู้เสพนิยายบู๊ลิ้ม (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 09:10
    ขอบคุณไรท์เตอร์มา่กมายครับที่อัพมาให้อ่าน แต่ถ้ามีตอ่อีกสัก30-50%ให้อ่านในวันปีใหม่สำหรับคนที่มิได้ไปใหน จะเป็นพระคุณอย่างมากคร๊าบ ปีใหม่นี้ขอให้ไรท์เตอร์มีความสุขมากๆนะครับ
    #1210
    0
  21. #1209 zZeRoz (@toon7327) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 08:48
    มันส์แท้้้ Merry X'Mas
    #1209
    0
  22. #1208 seeker2005 (@life25) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 08:03
    เทพกระบี่ให้สัญญาณ
    ผมว่าตรงนี้หลงเอ๋อดูจะขาดความอ่อนน้อมไปนะครับ จะอย่างไรเทพกระบี่ก็เป็นผู้อาวุโสและเป็นปู่ของคุณหนูเฟยด้วย หลงเอ๋อน่าจะใช้คำพูดที่ดีกว่านี้ เช่น เทพกระบี่ผู้อาวุโสโปรดให้สัญญาณเริ่มการประลอง
    #1208
    0
  23. วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 07:48
    เอาอีกๆ
    #1207
    0
  24. #1206 Night-13 (@karn-not) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 07:21
    ชอบมากๆเลยคับ ไรเตอร์
    #1206
    0
  25. #1181 AgreeSer (@ponlawat114) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:57
    ความหืนเข้าครอบงำ เมื่ออ่านเรื่องนี้ 5555
    #1181
    0