ราชันย์มารสะท้านภพ

ตอนที่ 37 : บทที่สามสิบห้า พวกเจ้ามาได้จังหวะ เรากำลังอยากยืดเส้นสายอยู่พอดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    11 ธ.ค. 55

บทที่สามสิบห้า พวกเจ้ามาได้จังหวะ เรากำลังอยากยืดเส้นสายอยู่พอดี

                ยามเช้าเวียนมาถึงอีกครา หลงเอ๋อ เป็นคนแรกของคณะจากตำหนักมาร ที่ตื่นขึ้นลุกขึ้นมาจากเตียงนอนอันแสนนุ่มสบาย อารมณ์ของบุรุษหนุ่มยังคงขุ่นมัวไม่หาย หลังจากที่ถูกฉินเอ๋อและสุ่ยเซียน กลั่นแกล้ง

เจ้าบ่าวรับใช้ตัวดี ยังมีหน้ามานอนหลับอย่างมีความสุขต่อหน้าเราอีกรึ

หลงเอ๋อ คิดขึ้นภายในใจเมื่อสายตาคมกล้าเหลือบไปเห็น ร่างของหยางจงที่นอนอยู่บนพื้นห้อง ด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข ทำให้หลงเอ๋อ อดใจไม่ไหวส่งเท้าเหวี่ยงไปสะกิดร่างของหยางจงด้วยความหมั่นไส้ จนร่างของบ่าวรับใช้คนสนิท สะดุ้งกายกระโดดลุกขึ้นด้วยความตกใจ มันหันหน้าเหลียวมองซ้ายขวาอย่างงุนงง คล้ายกำลังมองสำรวจว่าเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น

“หยางจง รีบลุกขึ้นได้แล้ว เราอยากออกเดินทางเต็มที”

หลงเอ๋อ ตวาดวาจาขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของหยางจง ก่อนที่มันจักเดินเลี่ยงออกไปเรียก เสี่ยวเอ้อของโรงเตี้ยมให้ยกน้ำล้างหน้าใส่อ่างมาให้มันล้างหน้าล้างตา ใช้เวลาไม่นานหลังจากลูบหน้าลูบตาจนรู้สึกสดชื่น หลงเอ๋อ ก็รีบเดินออกจากหัองพัก สืบเท้าก้าวมาหยุดร่างยืนอยู่ตรงประตูห้องพักของตน ที่บัดนี้ถูก สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อครอบครองนอนพักอาศัยมาตลอดคืน หยางจงรีบล้างหน้าล้างตา ก้าวเข้ามายืนหยุดอยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งจับตาเฝ้ามองการกระทำของหลงเอ๋อ อย่างใกล้ชิด

                ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กระตุกยิ้มตรงมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจักค่อยๆ ผลักดันบานประตูที่ปิดอยู่ แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อบานประตูถูกลั่นดานเอาไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวพิกล ก่อนจักส่ายศีรษะไปมา คล้ายเสียดายบางสิ่งบางอย่าง

                “คิก คิก ฮ่า ฮ่า...เฮือก!

หยางจงหัวเราะขึ้นอย่างอดไม่ได้ แม้ว่ามันพยามจะควบคุมเสียงหัวเราะให้อยู่ภายในลำคอก็ตาม ระหว่างที่กำลังหัวเราะได้ไม่นาน เสียงหัวเราะของมันก็ต้องหยุดลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากหลงเอ๋อ หันมาถลึงตาใส่มันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสภาวะกดดันเล็กน้อยที่แผ่ออกมาจากร่างของหลงเอ๋อ ทำให้หยางจงรีบก้มหน้าก้มตาลงทันที

                “หยางจง เจ้าไปเตรียมอาชาที่สุ่ยเซียนสั่งเอาไว้ให้พร้อม อย่าลืมสั่งเพิ่มอีกหนึ่งตัว สำหรับฉินเอ๋อของเราด้วย หลังจากพวกเราดื่มกินอาหารยามเช้าเสร็จสิ้น จักได้ออกเดินทางทันที”

หลงเอ๋อ กล่าววาจาสั่งการ ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำให้ หยางจง รีบพยักหน้ารับก่อนจักเดินเลี่ยงลงไปชั้นล่างของโรงเตี้ยมเพื่อตรวจตราอาชาที่สั่งให้โรงเตี้ยมจัดเตรียมไว้ให้ และสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อให้ยกขึ้นไปส่งที่ห้องพัก รวมถึง จัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคณะ กับเถ้าแก่ของโรงเตี้ยมทันที

                คิก คิก ฉินเอ๋อ สุ่ยเซียน คิดรึว่าลั่นดานประตูเช่นนี้จักหยุด ทายาทของท่านพ่อสามอย่างข้าพเจ้าได้

หลงเอ๋อ คิดขึ้นอยู่ในใจ ก่อนที่จะยกมือขึ้นวางทาบกับประตูที่ลั่นดานไว้ แล้วเดินลมปราณใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาดึงดูดวัตถุย่นระยะ เคลื่อนดานประตูให้ออกจากตำแหน่งอย่างแผ่วเบา มิมีเสียงใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันค่อยๆ ใช้ลมปราณผลักประตูให้เปิดออกอย่างแช่มช้า จากนั้นเคลื่อนร่างสืบเท้าเข้าสู่ห้องพักใช้ออกด้วยวิชา ลมปราณอสูรซ่อนร่างปกปิดร่องรอยการมีอยู่ของตนเอง มิให้ว่าที่ฮูหยินทั้งสองสัมผัสได้ถึงตัวตนของมัน จากนั้นไม่ลืมที่จะใช้ลมปราณผลักบานประตูให้ปิดลง พร้อมกับดานประตูเคลื่อนเข้าที่กั้นประตูมิให้บานประตูถูกเปิดออกได้

                หลงเอ๋อ ค่อยๆ สืบเท้าก้าวเดินเข้าหาเตียงนอน ที่บัดนี้ถูกครอบครองโดยสตรีสองนางอย่างแช่มช้า ทันทีที่มองเห็น ร่างของ สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ นอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียง ด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ในหัวใจของมันก็เกิดความรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุมได้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นภาพความปรองดองของสตรีทั้งสองร่าง ที่นอนหลับอยู่ตรงเบื้องหน้าของมัน

                ทันใดนั้นมือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผลมากมายจากการฝึกฝนวิชา ค่อยๆ ยกขึ้นยื่นออกไปใช้นิ้วแกร่งกร้าวไล้ไปที่แก้มนวลของสุ่ยเซียนอย่างอ่อนโยนและแผ่วเบา ราวกับว่าหากมันจับต้องแก้มนวลเนียนแรงเกินไปอาจทำให้ร่างของนางแตกสลายลงได้ นัยน์ตาหวานซึ้งของสุ่ยเซียนค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า นางจ้องมองไปที่หลงเอ๋อ ก่อนจักแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน ส่งให้แก่บุรุษผู้ครองใจของนาง พร้อมกับที่สุ่ยเซียนกำลังจะพยุงร่างลุกขึ้นแต่ ถูกหลงเอ๋อ ยกมือขึ้นห้ามปรามเสียก่อน ก่อนที่จักยกนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากเป็นเชิงบอกนางว่ามิให้กล่าววาจาใดออกมา

                หลงเอ๋อส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แก่หานสุ่ยเซียน ก่อนที่จักย้ายสายตาคมกล้าไปจ้องมอง ใบหน้าของฉินเอ๋อที่กำลังนอนหลับอยู่มีความสุขอยู่บนเตียงนอน นัยน์ตาคมกล้าหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่มือมารอันร้ายกาจของหลงเอ๋อ จักสะบัดออกจี้จุดชีพจรของฉินเอ๋อ ทำให้ร่างของนางไม่สามารถขยับร่างเคลื่อนไหว รวมถึงกล่าววาจาได้อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองนัยน์ตาหวานซึ้งอีกคู่ ก็เบิกโพล่งขึ้นด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นหลงเอ๋อยื่นใบหน้าหล่อเหลาคมคายลอยอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาหวานซึ้งก็ถลึงตาใส่มันอย่างรวดเร็ว หลงเอ๋อ ฉีกยิ้มกว้างส่งให้ฉินเอ๋อ ก่อนจักทะยานร่างแทรกนอนลงตรงกลางระหว่างร่างของว่าที่ฮูหยินทั้งสอง แขนซ้ายขวาเลือนเข้าโอบกอด ร่างของสตรีทั้งสองเข้ามาแนบชิด

สุ่ยเซียนรีบใช้มือทั้งสองของนางขว้างกั้นมิให้ ร่างกายส่วนบนของนางที่บัดนี้ทาบทับอยู่บนร่างของหลงเอ๋อ แนบชิดสนิทไปกับแผงอกกำยำ ใบหน้างดงามล่มเมืองแดงก่ำด้วยความเขินอาย สถานการณ์ของนางนั้น ยังนับว่าดีกว่าฉินเอ๋อ ที่บัดนี้ร่างอวบอิ่มท่อนบนของนาง บดเบียดแนบชิดไปกับแผงอกกำยำของหลงเอ๋ออย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ส่งผลให้ใบหน้าของฉินเอ๋อ แดงก่ำ

มือมารร้ายทั้งสองข้างเคลื่อนไหวไปมาบนร่างของพวกนาง จับนู่นบีบนี่ขยำนั่น ไปมาตามแต่เจ้านายของมันจักส่งการ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเคลื่อนเข้าฉกฉวย แก้มนวลเนียนหอมกรุ่นของพวกนาง อย่างรวดเร็ว

“นาย...น้อยเจ้า...อือ”

สุ่ยเซียนกำลังจักกล่าววาจา แต่ก็ถูกสกัดกั้นด้วยริมฝีปากร้ายกาจของหลงเอ๋อ ริมฝีปากหยักคมขบเม้นไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มของสุ่ยเซียนเลาะเล็มไปตามรอยแยกของปากอวบอิ่ม ยั่วเย้าให้สุ่ยเซียนเพลิดเพลิน จนสุดท้ายลิ้นร้ายกาจก็ล่วงล้ำเข้าไปลิ้มรสความหวานจากปากของนางจนได้ หลงเอ๋อส่งลิ้นร้ายกาจพัวพันกับลิ้นของสุ่ยเซียนอย่างรวดเร็ว ทั้งเกาะเกี่ยว ดูดกลืนไปมา ร่ายมนต์ให้นางตกอยู่ในภวังค์อันแสนวาบหวาม ฉินเอ๋อที่เห็นการกระทำของหลงเอ๋อ ทำให้นัยน์แสนหวานของนางเบิกกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มือมารร้ายเคลื่อนไปผ่านไปทั่วร่างของสุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ เริ่มรุกคืบล้วงเข้าไปกอบกุมสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้า

                “แฮ่ก แฮ่ก”

เสียงหอบหายใจของสุ่ยเซียนดังขึ้น เมื่อหลงเอ๋อปล่อยริมปีปากของนางให้เป็นอิสระ ใบหน้างดงามรีบเคลื่อนลงวางทาบทับบนแผงอกกำยำ บริเวณตำแหน่งหัวใจของหลงเอ๋อ เสียงหัวใจของมันที่นางสัมผัสได้นั้น เต้นอย่างถี่รัวเร็ว ราวกับกลองที่ถูกตีกระหน่ำอย่างรวดเร็ว มือน้อยของนางกุมขยำเสื้อของหลงเอ๋อไว้แน่น ใบหน้าของยังคงนางแดงซ่านเอียงอาย สุดท้ายนางได้แต่ปล่อยให้หลงเอ๋อ เชยชมเรือนร่างของนางไปจนกว่ามันจะสมใจ

                หลงเอ๋อ ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจักหันใบหน้าไปทางฉินเอ๋อ สายตาของนางพยัคฆ์สาวยังถลึงตาจ้องมองหลงเอ๋อ เป็นการห้ามปราม แต่ก็มิอาจหยุดยั้งหลงเอ๋อได้แต่อย่างใด มือมารร้ายกาจหยุดเคลื่อนไหวจู่โจมฉินเอ๋อชั่วคราวแล้วรั้งร่างของนางที่บัดนี้ทาบทับอยู่บนตัวของหลงเอ๋อ เลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าของมันมากยิ่งขึ้น หลงเอ๋อส่งยิ้มกว้างให้แก่ฉินเอ๋อ ก่อนที่จักสะบัดมือคลายจุดชีพจรให้นางอย่างรวดเร็ว

                “เจ้าโจรราคะร้ายกาจ หะ...หยุดก่อ...อือ”

ฉินเอ๋อพยามที่จะกล่าววาจาเอ่ยห้ามหลงเอ๋อ กลับถูกหลงเอ๋อ ฉวยโอกาสที่ริมฝีปากงดงามเปิดออก ส่งปากร้อนลิ้นร้าย พุ่งเข้าจู่โจมทันที จนนางได้แต่ส่งเสียงร้องประท้วงอยู่ในลำคอระหงส์ อีกทั้งมือมารร้ายทั้งสองข้างก็เริ่มเคลื่อนไหวจู่โจมร่างของพวกนางอย่างรวดเร็วอีกครา

“อือ”

เสียงร้องอยู่ในลำคอเป็นของฉินเอ๋อ เมื่อถูกลิ้นร้ายกาจพลิ้วไหวเคลื่อนเข้าจู่โจมหลากหลายกระบวนท่าเสียเหลือเกิน ทั้งดูดกลืน ทั้งเกี่ยวพัน หยอกล้อยั่วยวนให้ลิ้นน้อยของนางต้องเคลื่อนไหวรับการจู่โจมจากมัน บางครั้งบางคราวก็ยั่วเย้าแกล้งถอยหนีหลบลี้ จนนางต้องเป็นฝ่ายไล่ล่าติดตาม ฉินเอ๋อไม่รู้ตัวเลยว่าบัดนี้นางตกอยู่ในมนต์สะกดของ ทายาทเพียงคนเดียวของเฒ่าคลั่งราคะไปตั้งแต่เมื่อไร รู้เพียงแต่ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวนางในเวลานี้ ผู้ที่จักทำให้มันเกิดขึ้นได้อีกมีเพียง เจ้าโจรราคะร้ายกาจของนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

                “อ๊า นายน้อยเจ้าค่ะ พอก่อนเจ้าค่ะ หยุดก่อนเจ้าค่ะ”

สุ่ยเซียน ได้แต่ส่งเสียงเอ่ยวาจาห้ามปรามหลงเอ๋อ เนื่องจากบัดนี้ร่างของนางอ่อนระทวย เรี่ยวแรงหดคล้ายกับถูกสูบออกไปจากร่างจนหมด โดยเฉพาะมือมารร้ายที่กำลังกอบกุมดอกบัวงดงามแสนอวบอัดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าของนาง

ว่าที่สะใภ้ตระกูลหลางของ ราชันย์หัตถ์อัคคี และราชันย์อสูรดรรชนีถูกหลงเอ๋อ ก่อกวนแผลงฤทธิ์ร้ายใส่ จนพวกนางร่างอ่อนระทวย หมดแรงต่อต้านขัดขืน ได้แต่หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พวกนางสบตากันและกันอยู่บนแผงอกอันแสนกำยำของหลงเอ๋อ ก่อนที่จักหรุบตาต่ำลง ใบหน้างดงามที่สามารถล่มเมืองได้ของทั้งคู่แดงก่ำ ร่างกายของพวกนางยังแนบชิดสนิทสนมกับร่างของหลงเอ๋อ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย มือมารร้ายของหลงเอ๋อบัดนี้โอบกอดพวกนางไว้แน่น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

หลงเอ๋อหัวเราะเสียงดัง อย่างไม่กลัวเกรงว่าเสียงของมันจักเล็ดลอดออกไปจากห้อง เนื่องจากมันใช้ลมปราณปิดกั้นเสียงเอาไว้แล้วนั่นเอง นับว่าวรยุทธของมันล้ำลึกยิ่งนัก ที่สามารถใช้ลมปราณปิดกั้นเสียงมิให้เล็ดลอดออกไปจากห้อง ในขณะที่กำลังเชยชมว่าที่ฮูหยินทั้งสองของมัน

“สุ่ยเซียน ฉินเอ๋อ พวกเจ้าทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขยิ่งนัก”

หลงเอ๋อกล่าววาจาถามออกไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นเพียงความเงียบงัน และค้อนวงใหญ่จากสตรีทั้งสองนางเท่านั้น

                “นี่แนะ เจ้าโจรราคะร้ายกาจ” “โอย! ฉินเอ๋อข้าพเจ้ายอมแพ้แล้ว”

เสียงตวาดจากริมฝีปากบางเฉียบของฉินเอ๋อดังขึ้น ก่อนที่เสียงร้องอย่างเสแสร้งเจ็บปวดเกินจริงของหลงเอ๋อจักดังขึ้น เนื่องจาก มือขาวเนียนประดุจลำเทียนกำลังบิดอยู่ตรงยอดอกของมันด้วยความหมั่นไส้ระคนแก้เก้อ

                “สุ่ยเซียน ท่านอย่ามัวนอนนิ่งระทวย อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าโจรร้ายกาจ เร่งมือช่วยข้าพเจ้าสำเร็จโทษ เจ้าโจรราคะร้ายเร็วเข้า”

เสียงของฉินเอ๋อ ร้องเรียกชักชวนให้สุ่ยเซียนร่วมกระทำการสำเร็จโทษ ทำให้สุ่ยเซียนเงยศีรษะขึ้นไปสบตาที่เปล่งประกายลึกซึ้งของหลงเอ๋อ ก่อนที่จักรีบก้มหน้าหลบตาของมันอีกครา แล้วค่อยยื่นมืองดงามของนางเคลื่อนไหวอย่างสั่นเทาเข้าหายอดอกอีกของของหลงเอ๋อที่จักมิถูกสำเร็จโทษ ให้ได้รับโทษเฉกเช่นเดียวกัน

                “โอย สุ่ยเซียน ฉินเอ๋อ พวกเจ้ารังแกคนแล้ว”

หลงเอ๋อแสร้งส่งเสียงตัดพ้ออย่างน่าสงสาร แต่ก็มิอาจหลีกเลี่ยงการลงทัณฑ์จาก สตรีทั้งสองนางไปได้ จวบจน สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ สาสมใจ พวกนางจึงหยุดการลงทัณฑ์ แล้วรีบลุกออกจากเตียงนอน ปล่อยให้หลงเอ๋อส่งสายตา ตัดพ้อคล้ายเสียดายกระไรบางอย่าง นอนนิ่งอยู่บนเตียงต่อไป

                หลงเอ๋อรีบลุกขึ้นจากเตียง มันกวาดสายตาคมกล้าจ้องมองไปที่ฉากบังตา ที่บัดนี้มีร่างของสุ่ยเซียน และฉินเอ๋อกำลังพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์อยู่หลังม่านบังตานั้น หลงเอ๋อกำลังจะสืบเท้าก้าวเข้าไปหาร่างของว่าที่ฮูหยินทั้งสองที่อยู่ในฉากบังตา กลับหยุดชะงักลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสัมผัสได้ถึงร่างของหยางจงกำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องพัก

“ก๊อก ก๊อก”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หลงเอ๋อที่บัดนี้มีสีหน้าบิดเบี้ยว เดินมากระชากประตูเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนถลึงตาใส่ หยางจงที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักของมัน

                “หยางจง เจ้ามีอะไร เหตุใดถึงมาเคาะประตูห้อง มิรู้รึว่าข้าต้องการอยู่กับว่าที่สะใภ้ของสกุลหลางเพียงลำพัง”

หลงเอ๋อ ตวาดวาจาเข้าใส่หานหยางจงทันที

                “แหะๆ นายท่านขอรับ ข้าพเจ้าเพียงจะมาแจ้งว่าทุกอย่างจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหลือเพียงพวกเราทานอาหารจนอิ่ม ก็สามารถออกเดินทางได้เลยขอรับ ทั้งนี้ข้าพเจ้ารู้ว่านายท่านอยากยืดเส้นยืดสาย จึงสั่งเสี่ยวเอ้อให้จัดเตรียมอาหารไว้ที่โต๊ะทางด้านล่างชองโรงเตี้ยมแทนขอรับ”

หยางจงคล้ายจักรู้ตัวว่า ตนเองเข้ามาเคาะประตูห้องผิดเวลา หัวเราะแห้งๆ ก่อนกล่าววาจารายงานอย่างรวดเร็ว แล้วรีบล่าถอยกลับไปยังชั้นล่างทันที

                “กรอด!

หยางจง เจ้ามันเกิดมา เพื่อขัดขวางความสุขของข้าอย่างแท้จริง

เสียงกัดฟันอย่างข่มอารมณ์ของหลงเอ๋อดังขึ้นกลางความเงียบ แต่แล้วก็อดมิได้ ที่จักเอ่ยวาจาด่า บ่าวรับใช้คนสนิทอยู่ภายในใจ

                “นายน้อยเจ้าค่ะ”

เสียงหวานใสของสุ่ยเซียนเอ่ยเรียก ทำให้หลงเอ๋อ หันกลับไปมองก่อนที่มันจักตกอยู่ในสภาวะตลึงงงงันไปชั่วขณะในทันที เมื่อสายตาคมกล้า มองเห็นร่างของสุ่ยเซียน ที่บัดนี้มิมีผ้าคลุมปกปิดใบหน้า และฉินเอ๋อ ที่กลับมาสวมใส่เสื้อผ้าของอิสตรีอีกครั้ง ใบหน้าของว่าที่สะใภ้สกุลหลางทั้งสองคน ถูกแต่งแต้มอย่างวิจิตรบรรจง จนความงดงามที่มีมากอยู่แล้ว กลับเปล่งประกายทอแสงรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

                “ม...มองกระไรกัน เจ้าโจรราคะ มิเคยเห็นสตรีรึอย่างไร”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาตวาดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เพราะต้องการข่มความเขินอาย

                “สตรีนั้นข้าพเจ้าเคยเห็น เพียงแต่ว่า ข้าพเจ้ามิเคยเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้พร้อมกันถึงสองคนมาก่อน นับว่าสวรรค์ส่งเสริม วาสนาของข้าพเจ้าสูงล้ำยิ่งนัก”

หลงเอ๋อกล่าววาจาออกมา คล้ายกับว่าตัวของมันในเวลานี้ ถูกสะกดไว้ด้วยความงดงาม ดุจนางฟ้าบนสวรรค์ของ สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ มันก้าวเดินสืบเท้าเข้าหาสตรีทั้งสองนางอย่างแช่มช้าแต่ก็มั่นคงแน่วแน่

สตรีทั้งสองนางปล่อยมือที่เกาะกุมกันไว้ แล้วเปิดช่องให้หลงเอ๋อก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างพวกนางอย่างเต็มอกเต็มใจ ใบหน้าของทั้งคู่แดงซ่านเล็กน้อย หลงเอ๋อ รวบกอดเอวของพวกนางไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนและให้เกียรติ มิได้มีท่าทางเจ้าชู้กรุ่มกริ่มอีกต่อไป ก่อนที่จักเดินนำพวกนางออกจากห้อง

การเคลื่อนไหวของทั้งสาม เป็นไปอย่างลื่นไหล มีมีสิ่งใดดูฝืนธรรมชาติเลยแม้แต่นิด เหล่าแขกเรื่อที่เริ่มก้าวออกมาจากห้องพัก และบรรดาเสี่ยวเอ้อ ต่างอ้าปากค้างจ้องมอง ร่างของทั้งสามด้วยสายตาเลื่อนลอย หากเป็นบุรุษก็จักอดมิได้ที่จะสาปแช่งหลงเอ๋อ ด้วยความอิจฉา ที่มันมีสตรีงดงามถึงสองนางอยู่เคียงข้าง หากเป็นสตรีก็จักก่นด่าสาปแช่ง ฉินเอ๋อและสุ่ยเซียนที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดุจเทพเซียน

เมื่อทั้งสามเดินลงมาชั้นล่าง ก็พบว่าอาหารที่หยางจงส่งเตรียมไว้ให้นั้น ตั้งรออยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าแล้ว หลงเอ๋อ ค่อยๆ ประคอง สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ ให้นั่งลงเคียงข้างตัวมันทั้งซ้ายและขวา ก่อนจักพยักหน้าให้หยางจงทรุดร่างนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับตัวของมันเอง

“มีเรื่องหลายเรื่องต้องบอกกล่าว กินไปคุยกันไปก็แล้วกัน”

หลงเอ๋อกล่าวคำพูดขึ้น พร้อมทั้งคีบอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะให้แก่ สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ ก่อนที่จักคีบอาหารเข้าปากตัวเองเป็นคนสุดท้าย การกระทำของมันในยามนี้อ่อนโยนและมีผลกระทบต่อหัวใจของสตรีทั้งสองอย่างมาก โดยเฉพาะ ฉินเอ๋อที่เพิ่งพบหน้ากับหลงเอ๋อได้แค่คืนเดียว ความรู้สึกที่สตรีมีให้บุรุษคนพิเศษของนาง เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนางเองก็ยังอดแปลกใจมิได้

แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ยามที่นางนั่งทานอาหารจักมีท่านพ่อ และพี่ใหญ่ รวมถึงท่านปู่ทั้งหลายของนาง คอยคีบกับข้าวให้ แต่ความรู้สึกของนางในยามนั้น ก็ช่างแตกต่างจากเวลาที่หลงเอ๋อ คีบอาหารใส่ลงในถ้วยของนางโดยสิ้นเชิง หัวใจของนางเต้นระส่ำรัวเร็วดุจกลองที่ถูกตีกระหน่ำ ใบหน้าแดงซ่านค้อนให้หลงเอ๋ออย่างมีจริต

สุ่ยเซียนที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่อมยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ก่อนที่ฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียน จะผลัดกันคีบกับข้างใส่ลงในถ้วยของหลงเอ๋อเป็นการตอบแทน การกระทำของพวกนาง ทำให้ใบหน้าของหลงเอ๋อ ยามนี้เปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ความสุขของมันก็พลันลดน้อยลงไปกว่าเมื่อสักครู่ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าบัดนี้มี สตรีที่กุมหัวใจของมันไว้อีกนางหนึ่ง กำลังเฝ้ารอการไปถึงของมันอยู่ที่เมืองหยางโจว

หยางจงที่ทำได้เพียงนั่งสังเกตการณ์ ก็รีบจำจดการกระทำต่างๆ ของทั้งสาม เพื่อเตรียมเขียนรายงานส่งให้แก่ นายผู้เฒ่าห้าและ พ่อบ้านเฉิง ที่ปักหลักเฝ้าคอยข่าวคราวของ หลงเอ๋อและสุ่ยเซียนอยู่ที่ตำหนักมาร

                “ฉินเอ๋อ ข้าพเจ้าขอแนะนำ ให้เจ้ารู้จักกับพี่น้องของข้าพเจ้า ชายผู้นี้มีนามว่า หานหยางจง เป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตกับสุ่ยเซียน ถึงแม้ว่า หยางจงจักชอบทำตัวเป็นบ่าวติดตามรับใช้ข้าพเจ้า แต่จะอย่างไรข้าพเจ้าก็ยึดถือมันเป็นดั่งพี่น้องที่คลานตามกันมา ฉะนั้นหากมีเรื่องราวอันใด ในยามที่ข้าพเจ้ามิได้อยู่ใกล้ตัวของเจ้า หยางจงผู้นี้ก็จักเป็นผู้จักการแทนให้เอง”

หลงเอ๋อกล่าววาจาแนะนำ หยางจงให้ ฉินเอ๋อรู้จัก

                “พี่ชายแซ่หาน หากท่านมิรังเกียจ ข้าพเจ้าขอเรียกท่านว่า พี่ใหญ่ตาม สุ่ยเซียนได้รึไม่ ขอให้ท่านยึดถือข้าพเจ้าเป็นน้องสาวอีกสักคนนะเจ้าค่ะ”

ฉินเอ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานผิดกับ ท่าทางที่นางแสดงออก เมื่ออยู่กับหลงเอ๋อ ตามลำพัง นางยึดหลักภรรยาคล้อยตาสามี แม้ว่ายามนี้จักยังมิได้ตบแต่งกันตามประเพณีก็ตาม นางจักมิยอมทำการใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย รึสร้างความเสียหน้าให้แก่หลงเอ๋อ ต่อหน้าผู้คนเป็นอันขาด

                เมื่อหยางจงได้ยินวาจา อันอ่อนหวานของฉินเอ๋อ ก็อดมิได้ที่จักรู้สึก เอ็นดูสตรีนางนี้อย่างประหลาด มันเหลือบตาไปที่หลงเอ๋อเพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นว่าคุณชายของมันพยักหน้าอนุญาต ก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่นหนึ่งครา ก่อนจักกล่าววาจาบอกนางว่า ต่อไปนี้มันจักยึดถือนางเป็น น้องสาวร่วมสายโลหิตอีกคน จักกระทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง จากอันตรายต่างๆ ที่อาจเกินขึ้นได้ ในวันข้างหน้า

                “หลังจาก ดื่มกินอาหารแล้ว พวกเราจักออกเดินทางทันที การเดินทางไปเมืองหยางโจวครั้งนี้

จะอย่างไรก็ต้องเดินทางไปถึงให้เร็วที่สุด ถ้าพบเจอกับอุปสรรคระหว่างทาง หากเลี่ยงได้ก็เลี่ยง หากเลี่ยงไม่ได้ก็ขจัดอุปสรรคบัดซบทั้งหลายทิ้งไปอย่าให้เหลือ”

หลงเอ๋อกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาของมันนั้นบ่งบอกว่าจักกระทำตาม คำพูดที่ได้ลั่นเอาไว้อย่างแน่น้อง ทำให้หยางจง กุ้ยฉิน และสุ่ยเซียน ต่างพยักหน้ารับโดยพร้อมเพียง

                “สุ่ยเซียน ฉินเอ๋อ ต่อไปนี้พวกเจ้ามิต้องปกปิดใบหน้า ระหว่างออกเดินทางอีกต่อไป หากมีเหล่าแมลงเข้ามาวุ่นวาย ข้าพเจ้าจักจัดการพวกมันเอง”

“หลังจาก เสร็จเรื่องราวที่เมืองหยางโจว พรรคอสูรทมิฬของท่านพ่อตา จักเป็นที่หมายต่อไปของพวกเรา”

หลงเอ๋อกล่าวบอกจุดหมายต่างๆ ที่มันต้องการจักเดินทางไปให้แค่ ทั้งสามได้รับรู้

ทั้งสี่ชีวิตต่างคีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว ไม่นานทั้งหมดก็ละมือจากตะเกียบ ทุกการเคลื่อนไหวของ ทั้งสี่ชีวิต ต่างตกอยู่ในสายตาของผู้คนที่เข้ามาใช้บริการในโรงเตี้ยมไผ่เขียว โดยเฉพาะกลุ่มคนของสำนักอสูรทะเลแดง ที่บัดนี้เหลือไม่กี่คน ต่างตกอยู่ในสภาพถือตะเกียบอ้าปากค้าง นัยน์ตาถลน จากใบหน้า และรูปร่างอันงดงาม ของ สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ

                ทั้งสี่รู้ตัวดีกว่าบัดนี้มีสายตา มากมายหลายคู่จับจ้องมาที่พวกมัน แต่ลักษณะท่าทางการแสดงออกของทั้งสี่ มีเพียงความนิ่งเฉย นั่งสนทนากันต่อไป โดยมิได้สนใจสิ่งรอบข้างแต่อย่างใด หลงเอ๋อกวาดสายตาจ้องมองไปหน้าของสองพี่น้องสกุลหานและฉินเอ๋อ แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นความหมายว่าถึงเวลาเดินทางแล้ว จากนั้นวางเงินลงบนโต๊ะก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินนำทั้งหมดก้าวออกจากโรงเตี้ยม เสี่ยวเอ้อรีบกุลีกุจอจูงอาชาทั้งสี่ตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้า

                “นายท่าน อาชาชั้นดีสี่ตัวที่ท่านสั่งให้ทางโรงเตี้ยมจักเตรียมไว้ให้ อยู่นี่แล้วขอรับ”

เสี่ยวเอ้อกล่าววาจาอย่างนอบน้อม หลงเอ๋อพยักหน้า หยิบเงินตบรางวัลให้แก่เสี่ยวเอ้อ ก่อนยื่นมือไปรับสายจูงอาชาทั้งสี่เส้น แล้วหันกลับมาประคองร่างของ ฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียนขึ้นอาชา ก่อนที่ตัวมันเองจักขึ้นอาชาแล้วควบทะยานออกนำไปเบื้องหน้า มุ่งหน้าสู่เมืองหยางโจวทันที

                ภายในโรงเตี้ยมไผ่เขียว หลังจากที่คณะของหลงเอ๋อ ควบอาชาจากไปแล้ว กลุ่มคนของสำนักอสูรทะเลแดงที่เหลืออยู่ เพียงห้าคนต่างหันกลับมาจ้องใบหน้าของกันและกัน ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งทุกคนต่างรู้สึกไปในทางเดียวกันก็คือ พวกมันโชคดียิ่งนักที่ มิได้เดินทางไปดักคอย ลอบจู่โจมเล่นงานกลุ่มของคนทั้งสี่ที่เพิ่งเดินทางจากไป

                สาเหตุที่พวกมันมิเดินทางไปดักรอกลุ่มของสตรีนางนั้น เหมือนพี่น้องทีเหลือ ก็เนื่องมาจากสัญชาติญาณ ประจำตัวสั่งให้อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้คนกลุ่มนั้น พวกมันทั้งห้าเป็นเพื่อนสนิทกัน หลังจากได้พูดคุยปรึกษากันแล้วก็มีความคิดไปในทางเดียวกัน จึงไปอาสากับศิษย์พี่ใหญ่ว่าจักคอยจับตาเฝ้าดูคนกลุ่มนี้ก่อน แล้วจักเดินทางติดตามไปทีหลัง

                “นี่เจ้าว่า พวกพี่ใหญ่จักกระทำการสำเร็จรึไม่”

เสียงหนึ่งในห้าท่าทางจักเป็นผู้นำของกลุ่มเอ่ยถามขึ้น

                “ไม่มีทาง”

เสียงพี่น้องร่วมสำนัก กล่าวออกมาโดยพร้อมเพียงกัน

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่าเช่นนั้นนับว่าพวกเรา เลือกทางเดินได้อย่างถูกต้องแล้ว ที่มิออกเดินทางไปพร้อมกับพี่น้องในสำนักที่เหลือ”

ผู้นำของกลุ่มหัวเราะขึ้นก่อนจักกล่าววาจาออกมา รอยยิ้มของมันฉีกกว้างด้วยความรู้สึกโล่งอก ทำให้บรรดาพวกพ้องที่เหลือต่างพากันหัวเราะตามไปด้วย ทั้งหมดนั่งดื่มกินอาหารที่สั่งมาอย่างสนุกสนานเบิกบานใจ ทันใดนั้นตะเกียบทั้งห้าคู่ที่กำลังยื่นออกไปคีบกับ ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเข้าปากเหมือนเช่นเคย กลับหยุดชะงักลง รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่ตรงมุมปากหดหาย ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวจากความเจ็บปวด

                “อ๊าก!” “โครม!” “เพล้ง!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากลำคอของพวกมัน ตามมาด้วยเสียงโต๊ะเก้าอี้พลิกคว่ำ ถ้วยชามแตกหักเสียหาย ร่างทั้งห้าต่างเกลือกกลิ่งไปมาอยู่บนพื้น สองมือกุมท้อง ใบหน้าบิดเบี้ยเหยเกด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

                “ในอาหารมีพิษ” “ร้อน ร้อนเหลือเกิน” “ช่วยด้วย ข้ายังไม่อยากตาย”

พวกมันต่างร่ำร้องด่าท่อออกมด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว โลหิตสีดำสนิทไหลซึมออกมาจาก ปาก นัยน์ตาและจมูก บ่งบอกว่ามีพิษร้ายแรงแฝงอยู่ในโลหิต ผู้คนโดยรอบต่างแตกฮือ ถดถอยร่างหนีออกจากกลุ่มคนทั้งห้า

บุคคลทั้งห้าดิ้นรนอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวดทรมานได้ไม่นานก็ขาดใจตาย นัยน์ตาทั้งห้าคู่ เบิกโพลงค้างแข็ง แสดงออกถึงความเจ็บปวดทุรนทุรายก่อนตาย ทำให้คนที่อยู่ในโรงเตี้ยมตัวสั่นสะท้านกันถ้วนหน้า

“ท่านปูขอรับ พวกเราจักทำอย่างไรกันดี คนของสำนักอสูรทะเลแดงมาตายอยู่ใน โรงเตี้ยมของเราเช่นนี้ หากพวกสำนักอสูรทะเลแดงล่วงรู้ คงไม่เป็นผลดีกับโรงเตี้ยมของเราเป็นแน่ขอรับ”

เสี่ยวเอ้อหันไปถามเถ้าแก่ร้านผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของมันเอง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “หลานปู่ เจ้าให้คนมาขนศพพวกนี้ไปฝังกลบให้เรียบร้อย แล้วนำกระดาษและ พู่กันออกมา ขอให้เหล่าแขกที่มากินอาหารในโรงเตี้ยม ลงชื่อไว้เป็นพยาน หากคนของสำนักอสูรทะเลแดงมาทวงถาม ค่อยเอาหลักฐานแสดงให้ดูว่า โรงเตี้ยมเรามิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง”

เถ้าแก่ร้านสั่งหลานชายเพียงคนเดียว ก่อนจักส่ายศีรษะไปมา ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ แล้วเดินเลี่ยงออกไปจากบริเวณที่ มีศพทั้งห้านอนอยู่ ปล่อยให้เสี่ยวเอ้อน้อยเป็นผู้ควบคุมดูแลการฝังกลบศพทั้งห้าต่อไป

                ทางด้านของหลงเอ๋อ ทั้งสี่สีชีวิตกำลังควบม้าเดินทางไปอย่างไม่เร่งร้อนทั้งหมดเดินทางออกจากโรงเตี้ยมมาแล้วเป็นเวลาสองชั่วยาม สีหน้าของหลงเอ๋อ นั้นยิ้มแย้มแจ่มใส จนหยางจง สุ่ยเซียน และฉินเอ๋อ สังเกตได้ว่า วันนี้มันดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

                “นายน้อยขอรับ”

เสียงของหยางจงเอ่ยเรียกขึ้นทำให้ หลงเอ๋อที่ขี่อาชาอยู่เบื้องหน้าชะลอฝีเท้า ก่อนจักหันอาชากลับมาแล้วหยุดรอ แล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

                “ตรงชายป่าเบื้องหน้ามี กลุ่มคนสิบชีวิตซุ่มร่างอยู่ตรงชายป่า คาดว่าน่าจักเป็นพวกสำนักอสูรทะเลแดงขอรับ”

หยางจงรีบกล่าวรายงานทันทีเมื่อมันสัมผัสได้ว่ามีกลุ่มคนมาแอบซุ่มอยู่ตรงชายป่า

                “ฮ่า ฮ่า ที่แท้ที่เจ้าพวกสวะที่เหลือ ก็มาดักรอพวกเราอยู่ข้างหน้านี่เอง”

หลงเอ๋อหัวเราะก่อนกล่าววาจาขึ้นมา คำว่าสวะที่เหลือ ต่างสร้างความงุนงงให้แก่ หยางจง และสตรีอีกสองนางเป็นอย่างมาก

                “นายน้อย ที่ท่านกล่าวว่าสวะที่เหลือ หมายความว่าอย่างไรขอรับ” “นั่นสิเจ้าโจรราคะ หมายความว่าอย่างไรกันแน่”

หยางจง และฉินเอ๋อเอ่ยถามออกไป ส่วนสุ่ยเซียนก็ส่งสายตาจ้องมาที่มันเป็นเชิงถามเช่นกัน

                “แหะๆ ฉินเอ๋อ สุ่ยเซียน ข้าพเจ้าหมายความว่า พวกสำนักอสูรทะเลแดงที่เหลืออยู่สิบคน นั้นมาซุ่มอยู่ที่ชายป่าข้างหน้า ส่วนอีกห้าคนที่ไม่เหลือแล้วนั้น ป่านนี้คงขาดใจตายด้วยพิษร้าย ระหว่างที่นั่งดื่มกินอาหารอยู่ในโรงเตี้ยมไผ่เขียวไปแล้วเป็นแน่”

หลงเอ๋อหัวเราะแห้งๆ ก่อนกล่าวบอกออก

                “หมายคะ...ความว่า ท่านใช้วิชาพิษ กับพวกสำนักอสูรทะเลแดงห้าคน ที่นั่งดื่มกินอาหารที่โรงเตี้ยมไผ่เขียวตอนที่เดินออกจากโรงเตี้ยมอย่างนั้นรึ”

ฉินเอ๋อ กล่าวถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แม้ว่านางเคยได้ยิน สุ่ยเซียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ของหลงเอ๋อให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นวิชาต่างๆ ที่มันฝึกฝน รึนิสัยประหลาดๆ เวลาพบเจอพืชมีพิษ มาแล้วก็ตาม เมื่อเห็นหลงเอ๋อพยักหน้ารับด้วยท่าทางอันขวยเขินแล้ว ทำให้นางอดเวทนา พวกสำนักอสูรทะเลแดงทั้งห้าศพมิได้ ที่ต้องมาตายตกอย่างไร้ค่า ถึงแม้ว่าพวกมันจักมีแผนการร้ายจ้องเล่นงาน ตัวหลงเอ๋อ และสุ่ยเซียนก็ตาม

                “ถ้าเช่นนั้น แล้วพวกสำนักอสูรทะเลแดงทั้งสิบคนที่ ซุ่มอยู่ชายป่าด้านหน้า ท่านจักทำอย่างไรกับพวกมัน”

ฉินเอ๋อเอ่ยถามขึ้น สีหน้าของนางดูหวาดหวั่น ถึงแม้ว่านางจักเป็นสตรีที่ฝึกฝนวรยุทธ แต่ก็มิเคยเข่นฆ่าสังหารผู้ใดมาก่อนเลยในชีวิตนี้ ที่ผ่านมาอย่างมานางแค่ลงไม้ลงมือหนักที่สุด ก็เพียงทำให้คู่ต่อสู้พิกลพิการไปเท่านั้น หลงเอ๋อที่เห็นสีหน้าท่าทางของฉินเอ๋อ ก็บังคับอาชาเคลื่อนเข้าไปใกล้ แล้วฉวยมือของฉินเอ๋อมา บีบอย่างแผ่วเบา ก่อนจักกล่าววาจา

                “ฉินเอ๋อ ทุกคราที่ข้าพเจ้าสังหารผู้คนนั้น หมายถึงว่าคนผู้นั้นสมควรตายแล้ว ข้าพเจ้ามิได้ลงมือสังหารผู้คนด้วยความสนุกสนาน หากแต่ว่าพวกสำนักอสูรทะเลแดงนั้น มีความผิดคิด ฉุดคร่า สุ่ยเซียนซึ่งเป็นหนึ่งในสตรีที่ครอบครองหัวใจของข้าพเจ้าเช่นเดียวกับตัวเจ้า ฉะนั้นหากมีผู้ใดมาคิดร้ายกับ บรรดาคนสำคัญของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จักมิมีทางปล่อยปะละเว้นพวกมันเป็นอันขาด”

ครานี้หลงเอ๋อกล่าววาจาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ฉินเอ๋อพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย สุ่ยเซียนเห็นดังนี้ก็เคลื่อนอาชาเข้ามาใกล้ ก่อนจักเคลื่อนมือนุ่มนวลของนาง บีบเบาๆ ไปที่มือของฉินเอ๋อ พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มให้กำลังใจไปให้

                สวรรค์ท่านช่างเมตตาต่อข้าพเจ้ายิ่งนัก ที่ส่งบุรุษผู้นี้เข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้า ต่อจากนี้ไปข้าพเจ้าสาบาน ท่านจักเป็นบุรุษเพียงคนเดียวในชีวิตของเรา

ฉินเอ๋อและ สุ่ยเซียน ต่างคิดขึ้นในใจโดยพร้อมเพียงกัน

                “โอ่ นายน้อง ท่านช่างประเสริฐยิ่งนัก”

หยางจงคิดขึ้นในใจ

                “คุณชายเจ้าค่ะ แล้วพวกเราจักทำเช่นไรกับพวกสำนักอสูรทะเลแดง ทั้งสิบที่แอบซุ่มอยู่ในป่า ข้างหน้าเจ้าค่ะ”

สุ่ยเซียนเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

                “หากพวกมันมิปรากฏตัวออกมาให้ข้าพเจ้าเห็น ข้าพเจ้าก็จักปล่อยชีวิตของพวกมันยืนยาวให้สืบต่อไป แต่ถ้าหากพวกมันปรากฏตัวขึ้นขวางทางของพวกเรา ข้าพเจ้าจักส่งพวกมันไปเกิดใหม่เสียให้หมด”

หลงเอ๋อกล่าววาจา ด้วยสีหน้านิ่งสงบ ทำให้ทั้งสามคนพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “ฉินเอ๋อ จากท่าทางของเจ้า ดูไปคงมิเคยสังหารผู้ใดมาก่อนใช่รึไม่”

สุ่ยเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฉินเอ๋อพยักหน้ารับทันที

                “หากครั้งนี้มีโอกาส ข้าพเจ้าอยากให้เจ้าได้มีโอกาสลงมือสักครา จะอย่างไรในวันข้างหน้า หากมีเหตุการณ์จำเป็นให้ต้องลงมือ การมีประสบการณ์ย่อมมีกว่าไม่มี”

สุ่ยเซียนกล่าววาจาขึ้นมา โดยมีหลงเอ๋อ และหยางจงพยักหน้ารับ

                “แต่...แต่ว่า ข้าพเจ้ามิเคยสังหารผู้ใดมาก่อน”

ฉินเอ๋อเอ่ยวาจากับสุ่ยเซียน

                “คุณชาย พี่ใหญ่ ขอเวลาข้าพเจ้าคุยกับ ฉินเอ๋อสักครู่เจ้าค่ะ”

สุ่ยเซียนเอ่ยวาจาออกไป ทำให้หลงเอ๋อ และหยางจง ชักม้าเยาะย่างเดินห่างออกไป

                ฉินเอ๋อ เจ้าลองคิดดู ในวันข้างหน้าหากมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับ บุรุษในดวงใจของพวกเรา เจ้าจักทำอย่างไร

สุ่ยเซียนส่งเสียงผ่านลมปราณคุยกับฉินเอ๋อ

                หากมีคนคิดทำร้ายเจ้าโจรราคะร้ายกาจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอเสี่ยงกับมันผู้นั้นสักครา

ฉินเอ๋อส่งเสียงผ่านลมปราณโต้ตอบกับสุ่ยเซียน ทำให้นางพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของฉินเอ๋อ

                เจ้ากล่าวได้ดียิ่งนัก ฉะนั้นหากมีโอกาส เจ้าก็ควรต้องมีประสบการณ์ในการสังหารผู้คนสักครั้ง หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับบุรุษของพวกเรา เจ้าจักได้มีสติไม่ลนลาน และสามารถเสี่ยงชีวิตปกป้องโจรราคะของเจ้าได้อย่างทันท่วงที

เมื่อได้ยิน สุ่ยเซียนส่งเสียงผ่านลมปราณให้กำลังใจ ก็ทำให้ฉินเอ๋อ เกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างประหลาด นางส่งยิ้มอย่างบริสุทธิ์จริงใจให้แก่ สุ่ยเซียน จากนั้นสตรีทั้งสองนางต่างเร่งควบอาชา แซงหน้าหลงเอ๋อและ หยางจงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หยางจงและ หลงเอ๋อ ต่างทั้งส่ายศีรษะพร้อมทั้งถอนหายใจโดยทั่วหน้า

                “เฮอ มีนึกเลยว่า สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ จักเข้ากันได้ดีขนาดนี้”

หลงเอ๋อกล่าวรำพึงรำพันออกมา จนหยางจงอดมิได้ที่จักขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยถามขึ้นมาบ้างว่า

“พวกนางเข้ากันได้ดี แล้วมิดีรึขอรับ นายน้อย”

                “เจ้ามิเห็นรึว่า พวกนางเข้ากันได้ดีจนเกินไป ป่านนี้พวกสำนักอสูรทะเลแดงมิตายตกไปหมดสิ้นแล้วรึ ฉินเอ๋อนั้นมีนิสัยสนุกสนานร่าเริงยังไม่เท่าไร แต่สุ่ยเซียนก็พลอยเป็นไปด้วย มิรู้ว่าวันข้างหน้าจักก่อเรื่องใดขึ้นมาอีก”

หลงเอ๋อกล่าววาจากับหยางจง จนสุดท้าย หยางจงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างอดเสียมิได้ เมื่อเห็นว่าร่างของสตรีทั้งสองนางควบอาชาหายไปจากคลอจักษุ

                หลงเอ๋อ มิรู้ตัวเลยว่า ในวันข้างหน้า ฉายา นางมารกระบี่เย็น และธิดาอสูรทมิฬ จักโด่งดังไม่แพ้ฉายา ราชันย์มารของมัน

                มาทางด้าน พวกสำนักอสูรทะเลแดงทั้งสิบที่ชีวิต มาแอบซุ่มร่าง เตรียมลอบจู่โจมคณะของหลงเอ๋อ

เพื่อฉุดคร่า สุ่ยเซียนไปกระทำชำเรา พวกมันแอบซ่อนร่างอยู่ในป่าอย่างมิดชิด หากมิใช่ยอดยุทธในระดับยอดฝีมือ ก็คงมิสามารถตรวจจับการมีอยู่ของพวกมันได้อย่างแน่นอน

                “น้องรอง เจ้าแน่ใจใช่รึไม่ว่า สตรีนางนั้นจักเดินทางผ่านถนนสายนี้ มิใช่ว่าพวกเรามาดักคอยอย่างเสียเวลาเปล่าหรอกรึ”

พี่ใหญ่ของสำนักอสูรทะเลแดงกล่าวขึ้น ยังมิทันที่ศิษย์น้องรองจักเอ่ยวาจาโต้ตอบ เสียงฝีเท้าอาชา ก็ดังขึ้น ทำให้ศิษย์น้องรองเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา ยิ่งได้ยินว่าอาชาที่กำลังควบมานั้นมีเพียงแค่สองตัว มันยิ่งมั่นใจว่าจักต้องเป็น สตรีที่พวกมันหมายตาไว้อย่างแน่นอน

                “คิก คิก คิก พี่ใหญ่ พวกนางมาแล้ว เราออกไปเตรียมต้อนรับกันเถิด หากออกไปต้อนรับนางช้า เวลาที่พวกเราจักเสพสุขกับนางก็จักยิ่งมาถึงช้าลงไปด้วย”

ศิษย์น้องรองหัวเราะก่อนกล่าววาจาอย่างชั่วร้าย เมื่อศิษย์พี่ใหญ่พยักหน้าหนึ่งครา พวกมันทั้งหมด ก็เคลื่อนร่างออกจากที่ซุ่มซ่อน ก้าวเดินออกมายืนขวางกลางถนนหลวงอย่างมิกลัวเกรงต่อกฎหมายอาญาบ้านเมือง

สายตาทั้งสิบคู่ จ้องมองอย่างอย่างหื่นกระหายบนเส้นทาง ในทิศที่อาชากำลังวิ่งมา เมื่อมองเห็นสตรีใบหน้างดงามสองนางกำลังขวบอาชามาทางที่พวกมันยืนอยู่ ก็ทำให้ใบหน้าทั้งสิบ อ้าปากแข็งค้างตกตะลึงในความงดงามของสตรีทั้งสองนาง ยิ่งพวกนางเคลื่อนอาชาเข้ามาใกล้ ความงดงามของพวกนางยิ่งเปล่งประกายอย่างรุนแรง

                “หยุดก่อนแม่นางทั้งสอง”

เสียงของศิษย์น้องรองของสำนักอสูรทะเลแดง เอ่ยขึ้นพร้อมกับกางมือทั้งสองข้างขวางทางฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียนเอาไว้ ทำให้ใบหน้าของศิษย์พี่ใหญ่ที่ถูกศิษย์น้องของตนเอ่ยวาแทรก อดมิได้ที่จักแสดงความไม่พอใจออกมาทางสีหน้า ก่อนจักรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าส่งรอยยิ้มกว้างให้แก่ ว่าที่สะใภ้ตระกูลหลางทั้งสอง ในสายตาของศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักอสูรทะเลแดง มันมิเคยพบพานกับอิสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อน

                “แหะ แหะ มิทราบว่าแม่นางทั้ง...” “พวกเจ้ามาจากสำนักอสูรทะเลแดงใช่รึไม่”

ยังมิทันที่ศิษย์น้องรองจักกล่าววาจาจบ หานสุ่ยเซียนก็เอ่ยวาจาแทรกขึ้น จนพวกมันทั้งสิบพยักหน้ารับ ดุจตกอยู่ในมนต์สะกดจากความงดงามของนาง

 “อ่อ พวกเจ้ามาได้จังหวะ เรากำลังอยากยืดเส้นสายอยู่พอดี”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาขึ้นบ้าง ท่าทางของนางดูสดใสร่าเริงยิ่งนัก

“ใช่รึไม่สุ่ยเซียน คิก คิก”

ก่อนจักหันไปเอ่ยถาม เมื่อสุ่ยเซียนพยักหน้า สตรีทั้งสองก็ทะยานร่างลงจากอาชาทันที ทั้งสิบชีวิตจากสำนักอสูรทะเลแดงใบหน้าซีดเผื่อ เมือเห็นว่าสตรีทั้งสองนางมีวิชาตัวเบาสูงส่ง พวกมันรู้ได้ทันทีว่าพบเจอเข้ากับ มัจจุราชแสนงดงามเข้าเสียแล้ว

                “แม่นาง ขอพะ...พวกท่านโปรดเมตตา” “เช้ง”

ยังมิทันที่ศิษย์น้องรองของสำนักอสูรทะเลแดงจักเอ่ยวาจาจบคำ เสียงชักกระบี่ของหานสุ่ยเซียนก็ดังขึ้นแล้ว

ไอเย็นจากร่างของสุ่ยเซียนแผ่กระจายออกจากร่าง พุ่งเข้าสะกดร่างของพวกมันมิให้สามารถขยับร่างเคลื่อนไหว ได้โดยสะดวก

                “ฉินเอ๋อ ใครจักการพวกมันได้มากกว่าคือผู้ชนะ”

สุ่ยเซียนเอ่ยกระตุ้น ฉินเอ๋อ ก่อนที่จักสะบัดกระบี่มารหิมะใช้ออกด้วยวิชา เพลงกระบี่ราชันย์น้ำแข็งสุดขั้ว ด้วยกระบวนท่า เยือกเย็นเสียดกระดูก แถบริ้วกระบี่คมกริบ จำนวนสิบกว่าสายพุ่งเข้าหา เหล่าลูกศิษย์สำนักอสูรทะเลแดงอย่างรวดเร็ว เกล็ดน้ำแข็งเริ่มผุดขึ้นเกาะกุมกระจายออกไปทั่วบริเวณ

                ฉินเอ๋อไม่รอช้า สะบัดฝ่ามือใช้ออกด้วยสุดยอดวิชาแห่งพรรคอสูรทมิฬนามว่า ฝ่ามือมังกรอสูรทมิฬ แถบริ้วฝ่ามือกระจายออกคลอบคลุมทั่วท้องฟ้า เหนือร่างของพวกสำนักอสูรทะเลแดง แสดงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยเงาฝ่ามือนับร้อย

                “กร๊อบ! กร๊อบ!  “อ๊ากๆๆๆๆ! ! ! !

“โครม! โครม!

 เสียงกระดูกหน้าอกแตกหัก ดังขึ้นก่อนจักตามมาด้วย เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ดังขึ้นระหว่างที่ร่างของพวกสำนักอสูรทะเลแดงสี่ร่าง พุ่งเข้ากระแทกกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่เรียงรายตามทาง

                “ฉับ! ฉับ!

เสียงกระบี่มารหิมะ ตัดผ่านลำคอของลูกศิษย์สำนักอสูรทะเลแดงดังขึ้น บริเวณบาดแผลที่ถูกกระบี่มารตัดตัดผ่านมีน้ำแข็งบางๆ เคลือบปิดเอาไว้ทำให้ไม่มีน้ำพุโลหิตพุ่งขึ้นจากลำคอที่กุดด้วนอย่างที่ควรจะเป็น มิมีสรรพเสียงใด สามารถเปล่งออกมาจากปากที่เปิดอ้าค้างของพวกมันได้เลย เมื่อถูกสังหารตายตกลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของพวกมันทั้งสี่จักร่วงกระแทกลงกับพื้น

ตุบ ตุบ

                ฉินเอ๋อ และสุ่ยเซียนต่างจงใจเหลือ ผู้รอดชีวิตไว้ฝั่งละหนึ่งคนซึ่งก็คือ ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องรองของสำนักอสูรทะเลแดง บัดนี้ทั้งศิษย์สำนักอสูรทะเลแดงทั้งคู่ยืนนิ่งอาปากค้าง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด

                ตัวพี่ใหญ่แห่งสำนักอสูรทะเลแดง นึกเสียงใจที่มิฟังวาจาทัดทานของศิษย์น้องคนหนึ่ง เมื่อคราวที่พวกมันยังนั่งดื่มกินอาหารอยู่ที่โรงเตี้ยมไผ่เขียว ส่วนศิษย์น้องรองบัดนี้มิมีคำพูดใดหลุดออกจากปากมันแม้สักครึ่งคำ แต่สายตาเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้งไปมาอย่างคนที่กำลังหาทางเอาชีวิตรอด

                “พวกเจ้ารู้รึไม่ว่าเหตุใดจึงถูก พวกเราทั้งสองถึงลงมือ เข่นฆ่าสังหารพวกเจ้าให้ตายตกอย่างไร้ค่าเช่นนี้”

เมื่อ หานสุ่ยเซียนที่บัดนี้มีสีหน้าเย็นชาประดุจถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งกล่าวขึ้น ศิษย์น้องรองก็รีบคุกเข่าลงใบหน้าเจ้าเล่ห์ก้มต่ำทาบติดพื้น               

                “ตุบ”

“แม่นางโปรดไว้ชีวิตข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้ามิได้ตั้งใจ ข้าพเจ้าถูกบีบบังคับให้ลงมือ มัน มันผู้นั้นเป็นผู้บงการ ขอแม่นางทั้งสอง โปรดปล่อยข้าพเจ้าไปเถิด ที่บ้านของข้าพเจ้ายังมีลูกเมียรอคอยการกลับไปอยู่ขอรับ”

ศิษย์น้องรองเงยหน้าขึ้นกล่าววาจา ก่อนจักยกนิ้วอันสั่นสะท้าน ชี้ไปที่ร่างของศิษย์พี่ใหญ่ของมันทันที

เมื่อเจอเข้ากับการกระทำอันแสนบัดซบของศิษย์น้อง ตัวศิษย์พี่ใหญ่นั้นใคร่จัก ก้าวเดินเข้าไปทุบตีเจ้าศิษย์น้องอสรพิษให้ตายตกด้วยมือของตนเอง แต่ติดอยู่ที่สายตาของ สตรีทั้งคู่ตรงหน้ากำลังจ้องมองมาที่มันโดยพร้อมเพียง ทำให้มันมิอาจขยับร่างเคลื่อนไหวเข้าไปทุบตีเจ้าศิษย์น้องสารเลวได้ดั่งใจ

                “หึ เจ้าคนสับปลับลิ้นสองแฉก คิดว่าพวกเราจักหลงเชื่อวาจาโสมมที่พ่นออกมาจากปากสกปรกของเจ้ารึ เราได้ยินกับหูว่าเจ้าคนต้นคิด ที่จักลงมือเข่นหาสังหารบุรุษในดวงใจของพวกเรา และยังขึ้นจะฉุดคร่า สหายของเราไปกระทำมิดีมิร้าย”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาที่บ่งบอกว่ารู้ทันออกไป ทำให้ศิษย์น้องรองของสำนักอสูรทะเลแดง ถึงกับสะอึก

                “สุ่ยเซียน เจ้าตัวบัดซบร้ายกาจคนนี้ ข้าพเจ้ายกให้เจ้าจัดการ ส่วนเจ้าโคถึกนั่นไว้เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าเอง”

ฉินเอ๋อ หันไปกล่าววาจาพูดคุยกับ สุ่ยเซียน โดยมิได้สนใจ คนของสำนักอสูรทะเลแดงทั่งสองที่อยู่เบื้องหน้าพวกนางแต่อย่างใด

                “หากพวกเจ้าคิดสังหารเราผู้เป็นศิษย์คนโตของสำนักอสูรทะเลแดง รับรองว่าท่านเจ้าสำนักจักต้องมาจัดการกับพวกเจ้า ล้างแค้นให้กับตัวเราและเหล่าพี่น้องที่ตายไปเป็นแน่ แต่ถ้าวันนี้พวกเจ้าปล่อยให้เรา...”

“กร๊อบ! โครม”

ยังมิทันที่ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักอสูรทะเลแดงจักกล่าววาจาจบ ฉินเอ๋อ ก็ซัดฝ่ามือใส่กลางหน้าอกของมันแล้ว เสียงกระดูกหักดังสนั่น ก่อนที่ร่างของมันจักกระเด็นออกไปกระแทก กับพื้นถนนทันที

                “นางอสูรบัดซบ ข้าขอเสี่ยงชีวิตกับพวกเจ้าแล้ว”

“ย๊าก!

ศิษย์น้องรองตะโกนออกมาดังลั่น ก่อนจักพุ่งเข้าใส่หานสุ่ยเซียน ใช้ออกด้วยกระบวนท่าไม้ตายของสำนักที่มันสามารถใช้ออกได้อย่างสุดตัว

                “หึ เจ้าลูกเต่าบัดซบ มิรู้จักเจียมตัว”

สุ่ยเซียนกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนสะบัดกระบี่มารหิมะตัดผ่านร่างของศิษย์น้องรองแห่งสำนักอสูรทะเลแดงอย่างรวดเร็ว

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เสียงกระบี่มารหิมะ ตัดผ่านร่างผอมเกร็งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชิ้นส่วนจากร่างของมันจักตกลงคลุกไปกับฝุ่นดินบริเวณพื้นถนน สุ่ยเซียนสะบัดกระบี่มารหิมะเล็กน้อย ก่อนจักเก็บกระบี่เข้าสู่ฝักอย่างรวดเร็ว

                “กุบกับ กุบกับ”

เสียงฝีเท้าอาชาของหลงเอ๋อ และหยางจง ควบเข้ามาหยุดอยู่เคียงข้างอาชาของ สุ่ยเซียนและฉินเอ๋อ สีหน้าของหลงเอ๋อนั้น ยังคงความนิ่งสงบมิมีเค้าความประหลาดใจแต่อย่างใด ผิดกับหยางจงที่บัดนี้อ้าปากค้าง เมื่อเห็นฝีมือของว่าที่สะใภ้แห่งตระกูลหลางทั้งสอง

                “นางมารกระบี่เย็นหานสุ่ยเซียน ธิดาอสูรทมิฬกุ้ยฉิน พวกเจ้าทั้งคู่จักซุกซนมากไปแล้ว”

หลงเอ๋อกล่าววาจาเย้าหยอกพวกนางออกไป ก็สามารถเรียกค้อนวงใหญ่จากพวกนางได้ทันที

                “นี่ เจ้าโจรราคะร้ายกาจ อย่ามัวกล่าววาจาเหลวไหล ไหนว่าต้องรีบเดินทางไปเมืองหยางโจว อย่างไรเล่า”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาออกมา แม้ว่าภายนอกนางจักดูเหมือนปกติ แต่หัวใจของนางก็ยังเต้นอย่างรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น ที่ได้ลงมือคร่าชีวิตผู้คนเป็นครั้งแรก หลงเอ๋อจ้องบางใบหน้างดงามหวานซึ้งอยู่เพียงครู่เดียว ก็เคลื่อนอาชาเข้ามาใกล้ ก่อนที่จักรวบนางเข้าสู่อ้อมอกของมัน แล้วลูบศีรษะของนางเป็นการปลอบโยนอย่างแผ่วเบา

                “ฉินเอ๋อ เจ้ามิต้องกังวล หากต่อไปในภายภาคหน้า เจ้ามิอยากลงมือเข่นฆ่าสังหารก็มิเป็นไร การกระทำที่มือต้องแปดเปื้อนโลหิต ไว้เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าเอง”

หลงเอ๋อกล่าววาจาอย่างนุ่มนวล แต่ฉินเอ๋อกลับส่ายหน้าไปมา บ่งบอกว่านางมิยอมทำตามคำพูดของมันเป็นแน่

                “เจ้าโจรราคะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงฉินเอ๋อหรอก จะอย่างไรหากไม่ลงมือวันนี้ วันหน้าก็คงต้องลงมือ เหมือนอย่างที่สุ่ยเซียนกล่าวไว้ หากวันหน้าท่านได้รับบาดเจ็บจากศัตรู ข้าพเจ้ากับสุ่ยเซียน และพี่ใหญ่ ก็ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อ ช่วยเหลือท่าน ข้าพเจ้ามิยอมให้ท่านตายตกด้วยมือของผู้อื่นเป็นแน่”

ฉินเอ๋อกล่าววาจาบ่งบอกความในใจออกไปเรียกรอยยิ้มกว้างให้ปรากฏบนใบหน้าหลงเอ๋อ จนสุดท้ายอดใจไม่ไหวฉวยโอกาส สูดดมความหอมจากแก้มนวลทั้งซ้ายและขวา ทำให้ใบหน้างดงามดุจนางเซียนของฉินเอ๋อ แดงก่ำด้วยความเขินอาย ก่อนจักปล่อยนางลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล

                ทีนี้เจ้าเข้าใจความรู้สึกของพี่ใหญ่แล้วใช่รึไม่

หยางจงหันกลับไปส่งเสียงผ่านลมปราณคุยกับน้องสาวของตน เมื่อเห็นว่า นายน้อยและฉินเอ๋อกำลังส่งสายตาหวานซึ้งกันอยู่ โดยมีเศษชิ้นส่วนของ ศิษย์น้องคนรองแห่งสำนักอสูรทะเลแดงกระจายเกลื่อนพื้น เมื่อได้ยินพี่ใหญ่เอ่ยถาม สุ่ยเซียนได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้โดยมิได้กล่าวคำใดออกมา

                “นายน้อยเจ้าค่ะ ข้าพเจ้าคิดว่าเราควรทำลายซากศพพวกนี้ให้หมดสิ้น จักได้มิมีผู้ใดสามารถสืบสาวเรื่องราวมาถึงตัวของพวกเราได้เจ้าค่ะ”

สุ่ยเซียนเคลื่อนอาชาเข้าไปใกล้หลงเอ๋อ ก่อนกล่าววาจาขึ้น หลงเอ๋อพยักหน้า สะบัดมือเล็กน้อยใช้ออกด้วยวิชาดูดวัตถุย่นระยะ อันเป็นวิชาพื้นฐานของยอดยุทธ ดูดซากศพทั้งสิบมากองรวมกัน แล้วใช้ฝ่ามือพิษอเวจีซัดใส่ซากศพทันที เปลี่ยนสภาพซากร่างทั้งสิบของพวกสำนักอสูรทะเลแดงให้กลายเป็นแค่กองน้ำพิษไร้ค่า ฉินเอ๋อที่เพิ่งได้มีโอกาสเห็นวิชาฝ่ามือพิษของหลงเอ๋อเป็นคราแรกก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นมิได้

                “หากมิได้ สุ่ยเซียนของข้าพเจ้าเอ่ยเตือนด้วยความรอบคอบ ข้าพเจ้าคงลืมไปแล้วว่าต้องขจัดหลักฐานการลงมือของพวกเราให้หมดสิ้น เจ้าทำดีเช่นนี้ข้าพเจ้าย่อมต้องตบรางวัลให้อย่างหนัก”

หลงเอ๋อกล่าววาจาเสร็จก็หมายจักยื่นใบหน้าเข้าไปสูดดมแก้มนวลเนียนของสุ่ยเซียนอีกคน แต่ดูเหมือนว่านางจักรู้ทัน จึงรีบชักอาชาหลบออกมา พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มงดงามให้แก่หลงเอ๋อที่บัดนี้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงคล้ายกับเด็กทารกที่ถูกขัดใจ

                เอาไว้เราอยู่กันแค่สามคน ก่อนนะเจ้าค่ะ เวลานี้พี่ใหญ่อยู่ด้วย สุ่ยเซียนมิกล้ารับรางวัลจากนายน้อยหรอกเจ้าค่ะ

สุ่ยเซียนส่งเสียงผ่านลมปราณ ใบหน้าของนางแดงซ่านด้วยความเขินอาย

เมื่อได้ยินวาจาของสุ่ยเซียนส่งเสียงผ่านลมปราณใบหน้า ของหลงเอ๋อที่เคยบึ้งตึงก็พลันเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างในทันที ก่อนที่จักหันไปถลึงตาใส่ หยางจงเสียหนึ่งครา ทำให้ผู้ถูกถลึงตาใส่ได้แต่สงสัยว่าตนกระทำสิ่งใดขัดใจ นายน้อยอีกแล้วรึ หลังจากที่ฉินเอ๋อขึ้นอาชาของนางเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสี่ชีวิตก็ควบอาชา ออกเดินทางต่อทันที

-----------

-จบแล้ว 20 หน้าเหมือนเคย ไม่รู้จะโดน ซุบไก่สกัดรึป่าว ถ้าโดนค่อยมาว่ากันอีกที จริงๆ Writer อยาก Update ให้อ่านกันในวันที่ 10-12-2012 แต่ในเมื่อมันไม่ทัน ก็หยวนๆ กันไปก็แล้วกันนะจ๊ะ 10 กว่านาทีเอง กว่าจะได้ Update อีกทีก็ ไม่เกิน 7 วันตามเคย (ไม่เกินวันที่17-12-2012 เพราะว่า Update on 11-12-2012 แต่ถ้าพิมพ์เสร็จก่อนก็จะ Update ให้ท่านทั้งหลายได้อ่านโดยทันที) (รู้สึกว่าเวลาลงแบบ 50% นี่ยอด Comment พุ่งสูง แต่คงต้องแล้วแต่โอกาส ส่วนใหญ่อยากลงให้อ่านทีเดียวจบมากว่า จะได้ไม่ค้างมาก อิอิ)

-ตอบ Comment บางส่วน Writer อ่านทุก Comment ไม่ต้องเสียใจสำหรับท่านที่เม้นแล้ว Writer ไม่ได้ตอบนะจ๊ะ ทุกๆ Comment ก็คือกำลังใจสำคัญเท่าๆกัน สำหรับ Writer

คุณ SeeKer2005 จัดไป 55++ อุปสรรคไรเตอร์เตรียมไว้แล้วอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ถึงบทเลย ไว้เจอเทพกระบี่ก่อน เละ (สะปอยกันอีกแล้ว)

คุณ Changfong Writer กด Like (มีแน่ๆ)/ คุณน้ำตานางเอก ขอบคุณจ้า

ตอบรวมๆ หลายๆ ความคิดเห็นจากท่านผู้อ่าน ที่มันง่ายก็คงมีแค่ ฉินเอ๋อแค่คนเดียวเท่านั้นล่ะนะทีมงานอาจารย์กูทั้งหลาย ที่เหลือ เหมือนปีนหน้าผาสูงชัน(ด้วยวิชาตัวเบา 5555++ (ล้อเล่นจ้า))/(บทในป่าไผ่แก้แล้วจ้าไว้มีโอกาสค่อย Rewrite นะจ๊ะ เล เล มาซิลอน)

-หกเฒ่าก็ใกล้แล้ว รอก่อนนะ เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ นิยายเรื่องนี้ต้องมีกระโดดไปมาบ้าง อิอิ

-บท ที่มีคำอุทาน รึว่า ความคิดในใจ Writer ใช้ ‘…’ แต่ถ้าเป็นบทพูด จะใช้ “...” เป็นการแบ่งแยกจ้า

-ไว้สะใภ้ออกครบเมื่อไร จะเปิดVote ว่าท่านอยากให้ผู้ใดได้ครอบครองตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ 555+

-สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เหมือนเดิม โอมจง Vote โอมจง Comment เหล่าพ่อยกแม่ยก ของหลงเอ๋อ

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

3,845 ความคิดเห็น

  1. #3567 กาฟิวส์ (@gafiw6840) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 / 20:41
    สนุกๆสุดๆเลย
    #3567
    0
  2. #3364 เทพ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 23:52
    มันช่างได้ใจเสียนี้กระไร 555555555+
    #3364
    0
  3. #3041 คนชั่งจำ (@aukkaran) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 / 18:08
    พยาม(พยามยาม),  พลัดเปลี่ยน(ผลัด), แขกเรื่อ(แขกเหรื่อ), พร้อมเพียง(เพรียง), ด้านล่างชองโรงเตี้ยม(ของ)
    ภรรยาคล้อมตา(ตาม),   รึสร้างความเสียหน้า (หรือ), ท่านปูขอรับ(ปู่) , ขวบอาชา (ควบ) , ทั้งสี่สีชีวิต(ทั้งสี่ชีวิต)
    ไว้อย่างแน่น้อง(แน่นอน), ที่อาจเกินขึ้นได้ (เกิด), ปล่อยปะละเว้น (ปละ), ใครจักการพวกมัน(จัด),  ตลึง(ตะลึง)
    สัญชาติญาณ(สัญชาตญาณ) , นึกเสียงใจที่มิฟัง(เสียใจ)  , คลอบคลุมทั่วท้องฟ้า (ครอบ), เอ่ยวาแทรก(วาจา)
    ร่ำร้องด่าท่อ(ด่าทอ) , ซีดเผื่อ (เผือด), คลอจักษุ (คลอง) ,  โรงเตี้ยม (โรงเตี๊ยม) ใช้ไม้ตรี นะครับ
    #3041
    0
  4. #2826 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 22:08
    หยางจงน้อ หยางจง เจ้าช่างเป็นมารขวางคอหอยยิ่งนัก
    #2826
    0
  5. #2302 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 15:26
    โห~~  สะใภ้โหด -0-''
    #2302
    0
  6. #2132 จอมยุทธหลงทาง (@aonzazaza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 01:41
    5555 สนุกมากครับ
    #2132
    0
  7. #2004 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 22:29
    พ่อบ้านเฉินได้ตัวแทนละเฟ้ย

    ต่อไปหยางจงได้กลายเป็นตัวโจ๊กประจำกลุ่มแน่ๆ
    #2004
    0
  8. #1942 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 22:53
    สนุกมากค่ะ
    #1942
    0
  9. #1893 สายลมพลิ้ว (@palmzawa1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 23:30
    สยึมกึ๋ยจริงๆ
    #1893
    0
  10. #997 phoeniix (@phoeniix) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 13:34
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #997
    0
  11. #988 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 11:26
    สนุกมากมายๆๆๆๆๆๆ
    #988
    0
  12. #985 seeker2005 (@life25) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 19:12
    พฤติกรรมที่หลงเอ๋อแสดงต่อสตรีแต่ละคน น่าจะมีแตกต่างบ้างนะครับ เพราะผู้หญิงแต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน ถ้าทำท่ารุ่มร่ามแบบนี้ทุกคนคงไม่สนุก แต่ก็แล้วแต่ผู้เขียนนะครับ
    แล้วศิษย์สำนักอสูรทะเลแดงทั้ง 5 ที่ตายด้วยพิษในโรงเตี๊ยมไผ่เขียวนั้น พิษ จะไม่ทำร้ายคนอื่นหรือครับ น่าจะเพิ่มอีกนิดว่าพิษนั้นเป็นพิษที่สามารถสลายตัวได้ แต่จะเป็นการลงลึคกมากไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ
    #985
    0
  13. #984 zZeRoz (@toon7327) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 18:58
    สนุกมากตับ อัพเร็วๆเน้อ
    #984
    0
  14. #983 ผมหลงทาง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 18:16
    ป้าดดดดดดดดดด ! รวดเร็ว
    #983
    0
  15. #982 ฟีนิกส์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 18:04
    เงี่ยมมากอยากอ่านอีกไวๆ
    #982
    0
  16. #981 boy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 14:28
    สนุกมากจิงๆคับ สู้ๆ
    #981
    0
  17. #979 necromanca (@necromanca) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 11:52
    สงสารหยางจง ไรเตอร์หาคู่ให้ด้วยนะขอรับ
    #979
    0
  18. #978 Jerina (@cartoon-jaja) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 23:57
    555 
    หยางจงเจ้าส่วนเกิิน
    #978
    0
  19. #977 ekklesta (@ekklesta) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 23:33
    สนุกมากตอนนี้มาเร็ว ดีจริงๆๆ อิอิอิ
    #977
    0
  20. #976 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 22:52
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      

    #976
    0
  21. #975 Y_Oร้าย (@arm142rw) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 22:29
    สนุกมากครับ
    #975
    0
  22. #974 tana_123 (@77991) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 20:48
    สนุกมากมายเช่นเดิม ขอคาราวะ 1 จอก นับถือๆๆๆ
    #974
    0
  23. #972 naprolee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 20:02
    สนุกมากกก ขอให้ตอนต่อไปมาไวๆน้าไรเตอร์จะเป็นกำลังใจให้ครับ
    #972
    0
  24. #971 powersem (@powerkasem) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 20:00
    ซู๊ดยอดดดดดดดดดดดดด
    #971
    0
  25. #970 น้ำตานางเอก (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 19:03
    ยอดเยี่ยมเช่นเคย
    #970
    0