2nd ม่านหมอก​ [11th Prince​of​Love]​

ตอนที่ 4 : EP3 ไม่ถอยแล้วนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ก.พ. 62

EP3 ไม่ถอยแล้วนะ





     สอบวันสุดท้าย

     “เออนี่แก จะไปไหนต่อป่ะ?” เพื่อนสาวเอ่ยถามทันทีที่เธอเจอหน้าเขาหลังสอบที่ตึกคณะวิทย์ฯ

     “ทำไมอ่ะ?” 

     “คือฉันเซ็งๆ อ่ะ พอสอบเสร็จก็เบื่อเลย” เธอทำหน้ายู่ใส่เพื่อนหนุ่มอย่างบ่งบอกให้รู้ว่าเบื่อหน่ายจริงๆ “ไปกินเหล้ากันมะ?”

     “เห้ย ฉันของดได้ป่ะ อยากพักก่อน เพิ่งสอบเสร็จนะ” ม่านหมอกค้านไอเดียเพื่อนสาว

     “งั้นฉันไปกับรักแล้วก็จุ้นก็ได้”

     ฝันไปเหอะ

     “งั้นไปด้วยก็ได้”

     “เอ้า” เธอเปลี่ยนสีหน้าให้กับคำพูดของเพื่อน “ไหนตะกี้บอกว่าไม่อยากไปไง”

     “โห ขืนให้แกไปกับมันสองคนนะ ไม่มีทางหรอกที่มันจะดูแลแกได้อ่ะ” เขาเริ่มบ่น “พากันเละตลอด”

     “แหม…” เธอเอ่ยต่อทันที “เป็นห่วง แค่สองคำมันพูดยากมากรึไงห๊ะคุณชายม่านหมอก”

     “เป็นคนตัวเองนี่แหละ แกเมาทีไร ดึกแค่ไหน ก็ฉันป่ะที่ไปเก็บศพ” เขาว่าถึงวีรกรรมของเธอเมื่อคราวก่อนๆ

     “บ่นอีกแล้ว แก่เร็วนะหมอก”

     “ก็คนแถวนี้มีแต่เรื่องให้บ่นนี่หว่า” คนฟังแอบอมยิ้มให้กับท่าทางของเพื่อนที่ดูหงิดหงิด แต่ก็แอบใส่ใจเธอมาตลอด

     “งั้นไปนะ เดี๋ยวนัดเพื่อนให้”

     “เออๆ”

     “เออๆ ทำมาเป็นรมณ์เสีย” เธอล้อเลียนเพื่อนตัวโตที่ตอนนี้หันมาตาเขียวใส่เธออย่างไม่พอใจที่ถูกล้อเลียน “ยิ้มหน่อยนะคุณ เป็นเดือนค้างฟ้านะ หน้าบึ้งอย่างงี้ได้ไง” เธอว่าพลางเอามือทั้งสองข้างมาบีบแก้มเพื่อนให้ฉีกยิ้มออกมา

     “…”

     “เนี่ย ยิ้มบ้าง แกยิ้มแล้วน่ารักจะตาย” เธอว่าออกมา ก่อนที่เขาจะพูดต่อว่า

     “ถ้ายิ้มแล้วจะชอบป่ะ?”

     “ชอบดิ” เธอตอบกลับในทันที 

     “ได้…งั้นยิ้มนะ” พูดจบเขาก็ยิ้มแบบยิ้มจริงๆ พร้อมโน้มตัวลงมาให้หน้าใกล้เธอมากขึ้นกว่าเดิมที่เป็น

     คนที่เอาแต่ช่วยเขาฉีกแก้มยิ้มเมื่อครู่ค่อยๆ ปล่อยมือออกโดยอัตโนมัติ

     “อ้าว ทำไมหน้าแดงอ่ะ” คนที่ส่งรอยยิ้มให้เธอเมื่อครู่เอ่ยถามทันทีที่เห้นว่าแก้มเธอขึ้นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ

     “ไร”

     “เอ้า…เมาแดดหรอ?”

     เมารอยยิ้มแกนี่แหละ ไอ้บ้า

     “เปล่า”

     “ไหนมาวัดไข้ดิ๊”
     
     “ไม่ต้อง!” เธอเอามือป้องมือของเขา ก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัวเธอ

     “อ่า…ไม่ก็ไม่”

     “อือ”

     “แต่ถ้าไม่โอเคก็บอกนะ”

     “อืออออ”

     “อ่าๆ” เพราะกลัวเพื่อนสาวจะรำคาญไปกันใหญ่ เขาจึงเลิกเซ้าซี้อีกครั้ง

     แต่เพราะบรรยากาศมมันชวนอึดอัดมากกว่าเก่า เธอเลยเป็นฝ่ายเอ่ยชวนไปทานอาหารแทน

     “ไปหาอะไรกินกัน อีกนานกว่าจะมืด” เหมือนฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

     “ก็ดีนะ อยากกินไรอ่ะ” ตามคาดว่า คนอย่างม่านหมอกไม่ได้ทำให้เธออึดอัดได้นานมากขนาดนั้น

     “บอนชอนๆ”

     “ตามใจเลย แกเลี้ยงป่ะ”

     “เงินก็มีไหมหมอก”

     “อ่ะล้อเล่งงงง”

     ล้อเล่นบบ่อยๆ ไม่ดีนะ

     โดยเฉพาะรอยยิ้มแบบนั้น

     ไม่ดีต่อใจเอาซะเลย

 . . .

     เช้าต่อมา

     หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากอาการมึนเมาเมื่อคืนอย่างช้าๆ เธอเอามือขยี้เปลือกตาเพื่อปรับแสงเบาๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อไปหาอะไรดื่มหน่อย

     “คอแห้งชะมัดเลย” เธอเดินออกจากห้องนอนไปด้วยความงัวเงีย ก่อนจะได้กลิ่นสบู่อ่อนๆ บวกกับยาสระผมสูตรเย็นที่คิดว่าน่าจะเป้นเพื่อนตัวเองนั่นแหละ

     ก็อยู่ด้วยกันสองคนนี่นา

     “อ้าว ตื่นแล้วอ๋อ”

     แต่ทว่า…คนที่ทักเธอนั้นดัน…

     “…” ใส่แค่ผ้าขนหนูไว้แค่ท่อนล่าง

     เพิ่งเคยเห็นเนื้ออกขาวๆ เป็นแผงในแบบที่คนรักสุขภาพเขาเป็นกันแบบนี้มาก่อนเลย

     OxO

     ทำไมรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนแบบนี้กันล่ะ?

     O////////O

     เหมือนร่างกายของเธอถูกฟรีชไว้เลย…เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนะ

     OwO

     แล้วนั่นเขาจะเดินเข้ามาใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ อีกทำไม
     
     แค่นี้ก็สติหลุดมากแล้วนะ

     “ณ!”

     “ห๊ะ…” เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี่ย “เรียกไมดังจัง” คราวนี้ตื่นเต้มตาแน่ๆ เจ้าเปี๊ยก

     “เลือด…”

     “เลือด?”

     “เลือดออกจมูกอ่ะ”

     “ห๊ะ!”

. . .

     “นอนอยู่เฉยๆ เดี๋ยวประกบให้” เพื่อนตัวสูงว่า หลังจากที่กลับไปแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว “ไม่สบายหรอ ทำไมกำเดาไหล”

     “มั้ง” เธอตอบเขาออกไป “สงสัยพักผ่อนน้อย”

     “แล้วเมื่อคืนยังไปกินอีกนะเหล้าเนี่ย” 

     นั่น…เริ่มบ่นอีกแล้วสินะ

     “บ่นๆๆ เป็นตาแก่รึยังคะเพื่อนหมอก”เธอพูดประชดเขาอย่าติดเล่น ทำเอาคนฟังคิ้วขมวดใส่เธอทันที “หมอก”

     “ว่า”

     “ขอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยดิ”

     “ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบนั่งมอไซด์ไปไหนไกลๆ ไง”

     เธอเคยพูดเหรอ?

     เธอไม่เห็นจำได้

     “เวลาแฟนแกชวนนั่งไปเที่ยวต่างจังหวัด แกไม่เห็นอยากไป” เขาพยายามย้อนความทรงจำเธอ

     “ก็แกคือหมอก ไปไหนไกลๆ ก็ไว้ใจแค่แกป่ะ?” เธอถามกลับ “ไม่อยากให้ไปด้วยไง๊?”

     “อยากดิ”

     “งั้นก็ให้ไปนะๆ”

     “อ่า…ตามใจ”

    พรึบ!

     จู่ๆ เธอก็ลุกจากการนอนที่โซฟาขึ้นมานั่งขัดสมาธิมองหน้าเขาอย่างตื่นเต้น

     “ฉันจะได้เจอแม่แกใช่ป่ะ?”

     “เออ เจอดิ”

     “ดีเลย ฉันจะขอให้แม่แกเผาแกให้ฟัง” ดวงตาที่เป็นประกายแบบนี้ ยิ่งทำให้คู่สนทนายิ่งพอใจที่เธอดูมีความสุขในเรื่องของตนบ้าง

     หรือจริงๆ เธอก็สนใจเขามาตลอด

     แต่ช่วงนี้มันอาจจะพิเศษมากกว่าเมื่อก่อน

     มากจนเขามีความสุขแบบที่ไม่เคยเป็น

     “ไปจัดกระเป๋าดีกว่า”

     จะน่ารักแบบนี้ไปอีกแค่ไหนกันนะ

     หลงจนไม่รู้จะตัดใจยังไงแล้ว

     ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่…จะไม่ถอยแล้วนะ

 . . .

     และแล้วฤดูกาลปิดภาคเรียนสั้นๆ ก็มาถึงสักที หมดทุกข์กับข้อสอบที่เหมือนสนามรบไปได้ก็สบายหายห่วงกันเป็นขบวน

     แต่ทว่าแดดตอนเที่ยงแบบวันนี้มันร้อนซะจริง

     “ทาครีมกันแดดมาป่ะเนี่ย?” เพื่อนตัวโตเอ่ยทักถามคนตัวเล็กที่กำลังจะถอดหมวกกันน็อคออก

     “ทาแล้ว” 

     จะบ่นเธออีกล่ะสิ

     แต่คนอย่างณกัญญาไม่ยอมให้โดนเขาบ่นจนหูชาในวันพักผ่อนแบบนี้หรอก

     “วู้ววววว” คนตัวเล็กรีบวิ่งออกแดดทันทีที่ยื่นหมวกกันน็อคคืนเพื่อนสนิทไปแล้ว “อากาศดีชะมัดเลย”

     ม่านหมอกส่ายหัวให้กับท่าทางตื่นเต้นดีใจกับสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะเดินออกมาตามเธอด้วยเช่นกัน

     “ถึงแดดแรง แต่อากาศดี๊ดีเนาะ” 

     “อือ” หมอกตอบออกไปสั้นๆ ก่อนจะเอาแต่มองคนตัวเล็กที่ยิ้มมีความสุขจนเขาละสายตาไม่ได้เลย

     “ถ้าไม่ใช่แกพามา ฉันคงไม่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้อ่ะ” 

     โชคดีชะมัดเลย

     “ไม่เมื่อยหรอ นั่งมอไซด์มาตั้งแต่กรุงเทพฯอ่ะ” เธอส่ายหน้าตอบทันที

     “จะมาบ้านแกทั้งที แถมมาเจออะไรแบบนี้ ฉันไม่เมื่อยเลย” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มที่ตั้งแต่มายังไม่เห็นว่าเธอจะหุบมันลงเลย “แล้วอีกไกลไหมจะถึงบ้านแกอะ?”

     “อีกสองชั่วโมง”

     “งั้นเราไปหาอะไรกินก่อนได้ป่ะ?” เธอเอามือลูบท้องแสดงความต้องการไปสู่เพื่อนว่าตนต้องการอะไร “หิวแล้วอ่ะ”

     “มีร้านข้าวตรงหัวมุมอ่ะ กินป่ะ?”

     “กินๆๆ”

     พูดถึงของกินแล้วตาวาวเชียวนะยัยบ๋อง

. . .

     “กินไรอ่ะ”

     “แกสั่งให้หน่อยดิ” 

     “งั้นนั่งรอตรงนี้นะ”

     “โอเคๆ” 

     ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านจากด้านนอกเข้ามาปะทะกับผิวกายเธอ ยิ่งทำให้มั่นใจว่าที่นี่อากาศดีกว่ากรุงเทพฯเป็นไหนๆ

     กลิ่นที่สัมผัสได้ก็เป็นกลิ่นดิน และกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าทั้งนั้น

     ชอบจังเลย

     “อันนี้น้ำ” ไม่นานนักเพื่อนตัวโตก็กลับมาพร้อมกับแก้วน้ำที่น่าจะใส่น้ำยาสีแดงที่เขานิยมใส่ให้มีกลิ่นหอมสดชื่นมาวางให้เธอดื่มรออาหารไปพลางๆ ก่อน “แม่บอกว่าเย็นนี้พายุจะเข้าอ่ะ”

     “อ้าว…” คนที่ยิ้มให้กับบรรยากาศรอบข้างหุบยิ้มทันที “แล้วเราจะทำไงอ่ะ?”

     “แม่บอกว่าพวกเราต้องไปพักโฮมสเตย์ของอาอ่ะ ไม่ไกลจากที่นี่หรอก”

     “อ่า…” ถึงจะแอบเซ็งๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า “แบบนั้นก็ได้” อยากเจอแม่เพื่อนจะตาย ไม่งั้นจะยอมมาที่นี่ทำไม

     “หน้าบูดอะไรขนาดนั้น”

     “เสียดายนี่” เจ้าบ้านกระตุกยิ้มออกมาก่อนจะพูดต่อว่า

     “พ่อกับแม่ก็มารอที่โฮมสเตย์แล้ว”

     “จริงอ่ะ”

     “อื้ม”

     รอยยิ้มกลับมาที่หน้าของคนตัวเล็กอีกครั้ง

     “อยากเจอแม่ขนาดนั้นเลย?”

     “ก็แม่แกน่ารักอ่ะ แถมแกชอบอวดว่าแม่ทำกับข้าวอร่อย ฉันก็อยากพิสูจน์เองกับตัวไง”

     “อ๋อ…” ถึงจะว่าแบบนั้น แต่ก็ทำให้คนฟังยิ้มจนแก้มจะแตกอยู่แล้ว

     น่ารักชะมัดเลย

     “ข้าวมาแล้วเจ้า” 

     “ขอบคุณครับ/ค่ะ”

. . .

     โฮมสเตย์

     “โห… อากาศอย่างดี” เธอลงจากรถเพื่อสูดอากาศอีกครั้ง แต่คราวนี้อากาศออกจะชื้นๆ หน่อยเพราะฝนเพิ่งหยุดตกไปเมื่อชั่วโมงก่อน “คืนนี้เย็นแน่ๆ เลย”

     “คงเพราะพายุเข้าอ่ะ ฝนเลยตก อากาศก็ยิ่งดี”

     “จริง” เธอเห็นด้วยกับเพื่อนหนุ่มตัวโต ก่อนจะหันมาเหมือนกับนึกอะไรได้ “เอ้อหมอก”

     “หื้ม?”

     “เมื่อไหร่แกจะมีแฟนหรอ?” 

     “…”

     “อยากเห็นเวลาแกมีแฟนอ่ะ แกคงตามใจแฟนน่าดูเลย” คนพูดดูเหมือนคนที่มีความสุขกับสิ่งที่คิดเองเออเองอย่างฟินไปก่อนล่วงหน้า

     “รู้ได้ไงว่าจะตามใจ”

     “ก็แกตามใจฉันนี่” เธอตอบ “ดูแลฉันดีด้วย เนี่ยๆ คุณสมบัติของแฟนที่ดีเลยนะ” รอยยิ้มที่พูดออกมาอย่างไม่คิดอะไรมาก มันทำให้หัวใจคนฟังกระตุกแปลกๆ “อิจฉาว่าที่แฟนแกเลย”
     
     “อิจฉาตัวเองทำไมอ่ะ”

     “ห๊ะ…”

     “…”

     “หมอก”

     “ไร”

     “เมื่อกี้ว่าไงนะ”

     “ก็…อิจฉาทำไม แกก็ได้มาตลอดนี่” คนตัวโตตอบ “สงสัยอะไรหรอ?”

     “เปล่าอ่ะ” 

     “งั้นเข้าบ้านกัน แม่นะจะรออยู่” 

     เปลี่ยนเรื่องเก่งจริงๆ

     “แก” ณ คว้าแขนเพื่อนตัวใหญ่ให้หยุดเดินก่อนที่เธอจะได้พูดในสิ่งที่อยากพูดต่อ “ถ้าแกชอบใคร…แกจะบอกฉันใช่ป่ะ”

     “ถามทำไมอะ?”

     “ก็…อยากรู้ว่าคนที่แกชอบเป็นแบบไหน”

     แบบเธอไง

     “นะๆ ต้องบอกนะ” เธอเขย่าแขนเพื่อนอีกที เป็นการอ้อนวอนเรื่องที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับหมอกมาก่อนเลย “นะๆๆๆ”

     “ยังไงแกก็ต้องรู้คนแรกอยู่แล้ว”

     “จริงนะ”

     “อือ”

     แต่ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น…เธอจะยังอยากรู้มันอยู่ไหมนะ

     “ไปๆ ไปหาแม่กัน” จากที่เขาต้องเดินนำเธอ กลับกัน เพราะตันนี้เป็นเธอที่ลากแขนเขาให้เดินตามแทน “หิวววว”

     เมื่อไหร่นะ…

     เมื่อไหร่ที่เธอจะเข้าใจว่าทำแบบนี้เขายิ่งชอบเธอ

     ชอบเธอจะแย่แล้ว

. . .

     “ฮ่าๆ โหแม่ ตอนเด็กๆหมอกไม่มีคิ้วเลยหรอ ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะที่แสนมีความสุขจากเพื่อนตัวน้อยที่นั่งดูอัลบั้มรูปที่แม่อันเป็นที่รักของเดือนค้างฟ้าอย่างม่านหมอกขนมาด้วย เพื่ออวดว่าลูกตนตอนยังละอ่อนน่ารักแค่ไหน

     แต่คนเพื่อนดันหัวเราะให้กับรูปจนเจ้าตัวที่อยู่ในรูปเริ่มเสียความมั่นใจไปแล้ว

     “ให้มันน้อยๆ หน่อย”

     “ก็มันตลกนี่ ฮ่าๆๆๆ”

     “แม่ก็ จะเอามาให้เขาดูทำไมเนี่ย” คนเป็นลูกบ่นอิดออดใส่มารดา อย่างน้อยใจที่แม่ประจานตนทางอ้อมแบบนี้

     “ก็แม่ตื่นเต้นนี่นา ลูกบอกว่าเพื่อนจะมาด้วย” คนเป็นแม่บอก “ปกติไม่เคยเห็นเล่าเรื่องเพื่อนเลย”

     “อ้าว…” ณ เอ่ยขัด “แกไม่เคยเล่าเรื่องพวกแก๊งเดือนเลยอ๋อ?”

     “แก๊งเดือน?” ผู้หญิงร่างอวบๆ เอ่ยทวนอย่างแปลกใจที่คนอายุน้อยกว่าเอ่ยแบบนั้นกับบุตรตน

     “ใช่ค่ะ มีกันเป็นแก๊งเลย”
     
     “ลูกเป็นเดือนด้วยหรอ?” 

     “…” จู่ๆ ก็ความเงียบปรกคลุมอย่างไม่ได้นัดหมาย เพียงเพราะทั้งคู่ลืมไปว่าแม่ไม่เคยรู้เรื่องเดือนมาก่อน

     “ถ้าหมอกบอกแม่ แม่จะได้ปิดตำบลเลี้ยง ฮือ ไม่ยอมบอกแม่” ความขี้เว่อร์ของคุณแม่ที่เห่อลูกชายแบบนี้ จะให้คนที่ไม่ชอบความวุ่นวายแบบหมอกบอกตรงๆ ได้อย่างไร “จัดตอนนี้ทันไหม”

     “โถ…แม่ครับ”

     “ไม่ดีหรอ?”

     “เพราะแกเลย ณ”

     “เอ้า…แกปิดแม่เองอ่ะ”

     “ใช่ๆ หมอกห้ามปิดแม่นะ”

     “เห้อ…เข้ากันดี๊ดี”

     “ฮ่าๆๆ” และคิดว่าค่ำคืนนี้จะมีแต่เสียงหัวเราะไปเรื่อยๆ เพราะทั้งเพื่อนสาว และแม่ของเขาเข้ากันเป็ปี่เป็นขลุ่ย

     คนเราอ่ะเนาะ… 
*****
.
.
TBC
.
.

แล้วเจอกันอีพีหน้าค่ะ  มาช้าเพราะงานอย่างเยอะ ยังไงก็เป้นกำลังให้พี่เขาด้วยนะคะ อิอิ
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น