2nd ม่านหมอก​ [11th Prince​of​Love]​

ตอนที่ 3 : EP2​ ไฟดับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

EP2​ ไฟ​ดับ



     คอนโด 101

     07.31 น.

     “หมอกกกกก!” 

     ปึง!!ๆๆ

     “ตื่นนนน ตื่นสิโว้ยยยย” เสียงเจื้อแจ้วที่คุ้นเคย กำลังโวยวายที่หน้าประตูเหมือนว่าห้องกำลังไฟไหม้อะไรทำนองนั้น “หมาหมอก จะตื่นไหม ฉันจะเข้าสอบสายนะ!”

     “เชี้ย!!!” คนตัวโตรีบดีดตัวออกจากที่นอนแล้วเดินไปที่กระจกเพื่อเช็คว่าหน้าตาตอนตื่นมันยังโอเคดีอยู่

     “โอ้ยยย เร็วเลย” เพื่อนสาวรีบลากแขนเขาให้เดินแบบกึ่งวิ่งออกไปจากห้องพร้อมตน “ฉันโทรยืมมอไซด์ลูกเจ้าของคอนโดให้แล้ว รีบเลย”

     “ไม่ให้ล้างหน-…”
     
     “ไม่ทันแล้ว ไปปป” เธอดันหลังเพื่อนหนุ่มแบบรีบๆ เพราะอีกไปกี่นาทีก็ต้องเข้าสอบแล้ว “นี่ดีนะที่วันนี้ลูกเจ้าของเขาไม่มีสอบอ่ะ” ปากก็พูด แต่มือและเท้ายังไม่หยุดเดิน และจับแขนที่เธอจับไม่รอบในเชิงกึ่งลากด้วย “แล้วทำไมแกนอนดึกจังวะ ตื่นสายเลยเนี่ย”

     “…”

     “แต่ช่างเหอะ ไปส่งฉันก่อนค่อยกลับมานอน” เธอว่าอีกครั้งเมื่อเราลงลิฟต์มายังชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว “นั่นไง น้องเขาเอารถมาจอดรอแล้ว เร็ว”

     “เออๆ”

     “โอ้โห…พี่หมอกสภาพตื่นนอนที่แท้” เจ้าของรถพูดแซวออกมาทันทีที่เห้นว่าคนตัวสูง อยู่ใส่เสื้อผ้าสบายๆ เสื้อสีดำแขนกุด กางเกงบอลขาสั้นนั่นอีก ผมเผ้าที่ยังชี้ไม่เป็นทรง บวกกับหน้าที่ยังดูไม่ตื่นดีนั่นอีก

     หมดสภาพเดือนแล้วตอนนี้

     “เอ้าใส่หมวก สตาร์ทรถ” เธอยื่นหมวกมาทางเพื่อนหนุ่มที่ยังงงกับสถานการณ์ตอนนี้อยู่ 
“เหลือยี่สิบนาทีแล้วหมอกกก”

     “เออๆ รีบขึ้นมา”

     ถึงแม้จะทุลักทุเลหน่อย…

     แต่ก็ทำให้เธอได้เสมอนั่นแหละ

. . .

     08.12 น.

     ไหนๆ ก็ออกไปส่งเพื่อนสาวคนสนิทแล้ว จะแวะซื้อข้าวเช้าที่ตลาดมากินเลยคงไม่เสียหาย

     สภาพที่ดูไม่จืดของเขาตอนนี้ก็คงไม่ต้องห่วงอะไรแล้วแหละ

     ม่านหมอกหยิบมือถือในห้องขึ้นมาดูว่ามีการอัพเดทอะไรบ้างตั้งแต่เมื่อคืน

     ก็เขาเล่นอ่านหนังสือเตรียมสอบตอนบ่ายนี้ตั้งแต่หัวค่ำจนรุ่งเช้า ความจริงก็เพิ่งได้หลับจริงๆ ตอนตีห้านี่เอง

     ครืนๆ ครืนๆ

     แน่นอนว่าแอพพลิเคชั่นที่สั่นแจ้งเตือนมากกว่าอะไรก็คงไม่พ้นสีเขียวสดใสเหมือนทุ่งหญ้าในโลกเจ้าหญิงหรอก

     แล้วแน่นอนว่า…มันคือแชทกลุ่ม

     ห้องแชต สมาคมเดือนค้างฟ้า (6)

อิงรักษ์ : วันนี้ม่านหมอกหน้าสดมาเหรอวะ?

รักเดียว : ดูเหมือนถูกงัดมาจากที่นอนมากกว่านะ555

ซีเนียร์ : อะไรทำให้เดือนสาธาฯของเรายอมเสียภาพลักษณ์แบบนั้นได้นะ?

รักเดียว : เพราะรูมเมทที่เรียนชีวะฯรึเปล่านะ

อิงรักษ์ : มึงก็ไปล้อเพื่อน

อิงรักษ์ : เขาเรียกว่าเพราะเฟรนด์โซนต่างหาก

เจ้าจุ้น : มึงอ่ะหนักกว่าไอ้เดียวมันอีก
ไม่มีสอบกันหรอวะ? : ม่านหมอก

อิงรักษ์ : มีพน.ครับ

อิงรักษ์ : แหม…แซวแค่นี้ทำมาขรึม

เจ้าจุ้น : เดี๋ยวมันก็โกรธหรอกอิง
กูจะอ่านหนังสือ ไปแล้วนะ : ม่านหมอก

. . .

     เขากดออกจากแชทกลุ่มที่โดนเพื่อนวัยเดียวกันต่างคณะพูดหยอกล้อแบบตรงๆ เรื่องที่เขายอมเพื่อนสาว จนเขารู้กันหมดว่าไม่ได้คิดแค่เพื่อนแล้ว

     คงมีแต่เธอนั่นแหละที่ไม่รู้

     แต่เพราะไอ้ปุ่มโฮมเจ้าปัญหานี่แหละ ที่เหมือนตอกย้ำว่าคำที่อิงรักษ์แซวมันคือเรื่องจริง

     รูปคู่ที่ถ่ายด้วยกันตั้งแต่รับน้องที่ถูกตั้งเป็นภาพพักหน้าจอมือถือโดยเธอ…

     เธอให้เหตุผลว่า ถ้ามือถือหายจะได้เอามือถือมาคืนเธอ ถ้าเจ้าของอย่างหมอกไม่เจอ

     แต่เพราะเขาชอบเธอนี่…จะให้ขัดใจเรื่องนี้ได้ยังไง

     “บ้าเอ้ย” คำสบถที่ทั้งเจ็บใจและเอ็นดูเธอไปด้วย “แล้วทำไมต้องมาคิดมากด้วยวะเนี่ย”
ขนาดเขายังไม่เข้าใจตัวเองเลย…

. . .

     ณกัญญา พาร์ท

     ตึกชีววิทยา

     “เออ…ณ” 

     “ว่า?”

     “เมื่อเช้าหมอกมาส่งเหรอวะ?” 

     “อือ”

     มันก็มาส่งตลอดนี่นา…มีอะไรแปลกงั้นเหรอ?

      “ฉันรู้แล้วทำไมผู้ถึงเทแก” ฉันหันมามองหน้าเพื่อนร่วมสาขาที่กำลังพูดเหมือนกับรู้ดีไปเสียทุกอย่าง “เพราะม่านหมอกทำตัวเหมือนแฟนมากกว่าผู้แกอีก”

     “มันก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะ” แล้วก็สม่ำเสมอยิ่งกว่าผู้ชายที่เข้ามาทั้งหมดในชีวิตของฉันอีก

     “ก็ใช่ไง”

     “ใช่อะไร?”

     “มันชอบแก”

     “บ้า” ฉันรีบแย้งแทนเจ้าตัว “หมอกจะมาชอบฉันได้ไง แบบมันไม่มาชอบผู้หญิงไม่มีระเบียบแบบฉันหรอก”

     แค่ไม่เอาเสื้อใส่ลงตระกร้ามันยังบ่นจนอิ่มแทนข้าวแล้ว

     “ไม่เชื่อก็ตามใจแกนะ แต่ถ้าแกยังอยากคืนดีกับไอร่อน แกต้องจัดการเฟรนด์โซนของรูมเมทแกก่อนนะ”

     ใช่สิ…

     อาทิตย์ก่อนไอร่อนก็มาพูดกับฉันเรื่องนี้เหมือนกัน

     เรื่องที่จะขอกลับมาคืนดี

     เพราะตอนที่บอกเลิก…เขาบอกว่าอยากให้ฉันย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแทนที่จะอยู่กับเพื่อนแบบนี้

     คนก่อนๆ ก็แบบนี้

     ทำไมวะ?

     ก็ฉันสบายใจที่อยู่กับมันไปแล้วนี่นา

     ตอนพวกนั้นเทฉัน ก็ไม่ใช่หมอกหรอกเหรอที่อยู่ปลอบฉันทุกทีน่ะ

     ทำฉันเสียใจแล้วยังจะมาขอให้ออกห่างจากเพื่อนที่ดีที่สุดแบบนี้ได้ไง

     พวกนั้นอ่ะแหละที่ต้องถูกฉันจัดการออกไปจากสารระบบชีวิต

     “เอ๊ะ…” แต่จู่ๆ ฉันก็นึกอะไรสนุกๆ ออก “ที่แกมาเตือนฉัน…เพราะแกชอบหมอกใช่ไหม?”

     “นี่แกจะบ้าเหรอ? ฉันแค่อยากให้แกมีแฟนดีๆ แบบไอร่อนต่างหาก อย่าให้เพื่อนแบบม่านหมอกมาชะงักความสัมพันธ์ดีๆ ของแกดิวะ” อธิบายใหญ่โต

     “ถ้าใครบอกให้ฉันตัดคนดีๆ ออกจากชีวิต ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยบอกให้ฉันตัดใครออกเลย ทั้งๆ ที่เขาคอยดูแลเวลาฉันถูกคนที่บอกให้ฉันตัดเขาทิ้งตลอดเนี่ย ฉันจะเห็นเขาเป็นศัตรูเลยนะ”

     “ณ…ฉันเพื่อนแกนะ”

     “เพื่อนที่ไหน มาบอกให้เพื่อนไล่เพื่อนดีๆ ทิ้ง” 

     หน้าเจื้อนเลยสิ

     ชอบเพื่อนฉันล่ะสิ

     แต่ฝันไปเหอะ

     ฉันไม่ยอมให้หมอกเจอคนแบบพวกแกหรอก

     “ณ” ฉันหันตามเสียงเรียกที่คุ้นเคยทันทีที่ได้ยิน “กลับยัง?”

     ใช่ค่ะ…นี่ม่านหมอก

     “กลับๆ ลาเพื่อนแป๊บนึง” ฉันบอกเพื่อนตัวยักษ์ ก่อนจะหันมามองคนที่เป็นคู่สนทนาของฉันเมื่อครู่อย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าอะไรทำนองนั้น “กลับก่อนนะ…พอดีหมอกมารับ”

     “แก”

     “บายนะจ๊ะ”

     หมั่นไส้!

     แต่ก็…สะใจดี!

     “ทำไมเพื่อนทำหน้างั้นอะ?” หมอกทักฉันทันทีที่ฉันเดินนมาถึงตัวเขา “เหมือนไปกินรังแตนมาเลย”

     “มารับฉันไม่ใช่ไง๊?”

     “ก็…ใช่”

     “มารับฉัน ก็สนใจแค่ฉันสิ”

     “…” 

     ฉันเอาแขนเข้าไปคล้องแขนของเขาอีกที ก่อนที่จะเห็นว่าเขาเงียบและจ้องหน้าฉันไม่กระพริบ

     “อย่าสนใจพวกนั้น เข้าใจป่ะ?”

     “อือ”

     “ดีมาก~” ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวเขาก่อนจะพูดต่อว่า “เจ้าหมาหมอกนี่เชื่องจริงๆ เลยเนาะ”

     “ก็เชื่องแค่กับเจ้าของไหมอะ”

     “…”

     “…”

     “อะไรนะ?”

     “ก็หมาไง มันเชื่องแค่กับเจ้าของ”

     “เออ…เนาะ”

     อะไรวะเนี่ย…ทำไมถึงรู้สึกเดตแอร์แปลกๆ ไฟช็อตอีกรอบแล้วหรอไอ้ณ

. . .

     คอนโด 101

     17.45 น.

     “จะกินไรอะ?” เพื่อนตัวโตถามฉันทันทีที่เหยียบพืนห้อง “เดี่ยวออกไปหามาให้กิน”

     “ไม่ต้องๆ”

     “หื้ม?”

     “ไปซื้อของสดกัน”

     “ของสด?” หมอกทำหน้าไม่เข้าใจที่ฉันต้องกาารจะสื่อในตอนนี้

     “เดี๋ยววันนี้ฉันจะทำกับข้าวให้แกกิน”
     
     “ห๊าาาาา”

     “อิอิ”

. . ผ่านไป 1 ชั่วโมง . .

     “หมอกกกกก” ฉันหันไปกระพริบตาถี่ๆ ใส่คนตัวสุงที่ยืนมองครัวเลอะนิดหน่อย…นิดหน่อยของฉันแต่เละเทะของหมอกอ่ะค่ะ “ฉันปรุงไม่อร่อยอ่ะ  แกปรุงเพิ่มให้หน่อยดิ”

     “หั่นผักก็ผมนะครับ หมูเอย ข้าวเอย พริกก็ตำให้ นี่ให้ปรุงด้วย” มันบ่นออกมาแบบเหมือนคนอดกลั้น “แล้วนี่ทำไร มีหน้าที่โยนของลงกระทะเหรอ?”

     “แหม…บ่นเก่งจังเลยนะ” ฉันว่า “เหอะหน่า…ปรุงให้หน่อย”

     “ก็ต้องแบบนั้นแหละ ไม่งั้นสองทุ่มก็ยังไม่ได้กินหรอก แค่ผัดผักบุ้งเนี่ย”

     “แบะๆๆๆ” ฉันขยับปากล้อเลียนเขาที่บ่นฉันไม่หยุดปากเลย “บ่นเป็นคนแก่เลย หัวก็ยังไม่หงอกน้าาา”

     “กวนประสาท”

     “แรง…”

     “ไปเก็บของเลย เดี๋ยวเสร็จแล้วจะยกไปให้กินที่โต๊ะ”

     “ค่าพ่อ”

     “ยังอีก”

     “แงง!”

     รู้หรอกหน่า…ว่าเขาบ่นไปงั้นแหละ หมอกใจดีกับฉันจะตาย

. . .

     21.31 น.

     ฉันหอบชีทงาน และหนังสือออกมาเพื่อหวังว่าจะมาอ่านรวมกับเพื่อนสนิท แต่ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่อยากให้ใครกวนตอนนี้เสียเท่าไหร่

     สีหน้าที่ดูเครียดขนาดนั้นใครเขาจะกล้าเข้าไปกวนล่ะ

     แต่จะให้ฉันไปอ่านในห้องนอนมีหวังหลับคาหนังสือกันพอดี

     งั้น…ที่ระเบียงแล้วกันเนาะ

     ฉันค่อยๆ เดินเบาๆ เพราะไม่อยากให้หมอกมาเสียสมาธิเพราะฉัน

     “อ้า~” ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ บวกกับเอกสารของฉันที่วางลงยังโต๊ะกลมที่หมอกเลือกว่าต้องเป็นกระจก เพราะเผื่อว่าเห็นแมลงข้าล่างจะได้กำจัดง่ายๆ “เริ่มจากอะไรก่อนดีนะ” ฉันเริ่มกางหนังสือออกมาเพื่อจะอ่านแล้ว

     แต่ทว่า…

     “ออกมาทำอะไรข้างนอก?” 

     “อ้าว…” นึกว่าจะไม่เห็นซะอีกนะเนี่ย “เห็นแกตั้งใจอ่านหนังสืออ่ะ เลยไม่อยากกวน”

     “แล้วออกมานี่ทายากันยุงยัง?”

     เออว่ะ…

     “ลืมอ่ะ”

     “กินบ้างนะน้ำมันตับปลาอ่ะ” มันว่าแนจบก็เดินกลับเข้าไปข้างในเหมือนเดิม

     กะจะออกมาว่าฉันสักนิดๆ หน่อยๆ แล้วมีสมาธิอ่านตำราต่อรึไง

     “เพี้ยนป่ะ?”

     ฉันก้มหน้าก้มหน้าเปิดหาบทเรียนที่ต้องสอบบ่ายวันพรุ่งนี้ต่อ อย่างเลิกสนใจเพื่อนตัวโตที่เลิกสนใจเธอแล้วเหมือนกัน

     หมับ!

     ขวับ!

     “ทำไรอะ?” ฉันมองมือหน้าๆ ที่จู่ๆ ก็จับแขนข้างซ้ายฉันขึ้นจากหนังสือ “แล้วมาตอนไหน?”

     “ไม่ทายากันยุงเดี๋ยวยุงก็กัดหรอก ไข้เลือดออกไม่กลัวหรอ” มันว่าฉันไป แต่มือก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างฉันแล้วฉีดยากันยุงแบบน้ำใส่แขนฉัน “เอาอีกข้างมาดิ”

     “ค่ะๆๆ” ฉันยื่นแขนฝั่งขวาไปให้เขาอย่างว่าง่าย “เห้ยๆ ทำไร?” ฉันรีบจับหัวไหล่เขาให้หยุดที่จะก้มลงด้านล่าง

     “ต้องฉีดขาด้วยไง”

     “อ๋อ…”

     ตกใจหมดเลย…

     “เออหมอก”

     “หื้ม?”

     “ดีขนาดนี้อ่ะ…ฉันอิจฉาแฟนแกในอนาคตเลยอ่ะ” คนฟังค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจากการก้มฉีดยากันยุงให้ฉัน “ถ้าไม่ใช่เพื่อน ฉันหวั่นไหวไปแล้วนะเนี่ย”

     “แล้วเป็นเพื่อนหวั่นไหวไม่ได้เหรอ?”

     “ห๊ะ?”

     ฟรึบ!

     “กรี๊ด!!” ฉันเด้งตัวออกจากเก้าอี้ในทันที รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เข้ามาเกาะแขนเพื่อนเพราะตกใจระบบไฟฟ้าที่ดันมาดับเอาตอนนี้ “หมอกๆๆ ไฟดับได้ไงอะ”

     “ก็อยู่ด้วยกันไหมเนี่ย” มันตอบเหมือนเอือมฉันที่ถามออกไรโง่ๆ ออกไป แต่การที่ฉันเกาะแขนเขาแบบนี้ เขากลับไม่มีทีท่าหงุดหงิดเลย

     “ฉันกลัวอ่ะ”

     “ก็อยู่ด้วยกันนี่ไง”

     “…”

     “กลัวทำไม ฉันก็อยู่กับแกเนี่ย”

     นั่นดิ…

     มีแกอยู่ด้วย…ฉันจะกลัวทำไม

     “ตัวสั่นขนาดนี้เลยหรอ ณ” ก็ฉันกลัวนี่ “เลิกจิกแขนกันก่อนได้ไหม?”

     “แกรำคาญหรอ?” ฉันมองหน้าเขา ถึงแม้จะเห็นผ่านแสงไฟจากนอกดึกลางๆ ก็ตามทีเถอะ

     แต่พอเหมือนหมอกรำคาญ…ก็ใจแป้วขึ้นมาทันที

     “เปล่า”

     “ก็แกอ่ะ”

     “จะให้กอดต่างหาก”

     “…”

     “มานี่” คนตัวโตเอาแขนออกจากรอบมือฉัน ก่อนที่จะดึงฉันเข้าไปกอดแนบอกของเขา

     มือหนาๆ ที่ข้างนึงโอบหลังฉันไว้อย่างรัดกุม และอีกข้างที่ใช้ลูบหัวฉันเพื่อปลอบอย่างอ่อนโยน

     ไม่เคยเลย…

     ไม่เคยโดนเขากอดแบบนี้เลย

     “ไฟแค่น่าตกนะ เพราะชั้นอื่นเริ่มติดแล้ว” เขากอดฉันเอาไว้ เหมือนไม่ได้สนว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขามันจะรู้สึก นึกคิด อะไรอยู่ เพราะดูเหมือนเขาจะสนใจว่าตอนนี้ไฟมาหรือยัง “ณ”

     “…” คนที่ถูกกอดแบบนี้…ใจสั่นแปลกๆ

     ทำไงดี

     “ณ…ไฟมาแล้ว”

     “อ๋อ… อืม” ฉันค่อยๆ ละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม พร้อมไม่กล้าเงยหน้าไปมองคนที่เพิ่งกอดปลอบฉันไปเมื่อครู่

     “เป็นไรป่ะเนี่ย…ทำไมหน้าแดงๆ”

     “เปล่านี่” 

     หน้ามาแดงอะไรตอนนี้เล่า

     “จริงดิ ไหนมาแตะหน้าผากดูดิ” 

     “แกไปอ่านหนังสือเหอะ” ฉันว่าก่อนที่มือของเขาจะมาถึงหน้าของฉันที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกรร้อนแล้ว “แค่กลัวจนหน้าแดงเฉยๆ”

     “อ๋อ…แบบนี้นี่เอง”

     “เออ ไปๆ ฉันจะอ่านสือต่อ”

     “โอเค”

     เป็นอะไรของแกวะ ณ

     “ถ้าง่วงก็เข้าไปข้างในนะ”

     “รู้แล้ว”

     “โอเคๆ”

     ถามอีกทีจะคิดว่าแกชอบฉันอย่างคนอื่นบอกแล้วนะม่านหมอก

     “…”

     เออ…คงไม่ใช่หรอก

     มันจะมาชอบอะไรฉันล่ะเนาะ…



*****

.
.
.
TBC
.
.
.

ฝากติดตามอีพีสามด้วยนะคะ อุแงงงงงงง



B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น