2nd ม่านหมอก​ [11th Prince​of​Love]​

ตอนที่ 2 : EP1 ไฟช็อต​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ก.พ. 62

EP1​ไฟช็อต​





     1 ปีก่อน

     “เร็วๆ ดิ ช้ากว่านี้จะไม่ทันคนอื่นเขานะเว้ยหมอก” คนตัวเล็กที่ซ้อนท้ายเพื่อนหนุ่มที่กำลังปั่นจักรยานอย่างรีบเร่งสุดชีวิตแล้ว แต่มันก็ดูเหมือนยังไม่ทันใจคนซ้อนท้ายเท่าไหร่ “เร็วอีกๆ”

     “ใครบอกให้ตื่นสายเล่า” คนตัวสูงว่าเธอกลับที่เอาแต่บ่นเขาฝ่ายเดียว

     “ก็แกอ่ะแหละ ไม่ปลุก”

     นี่สินะผู้หญิง…โทษคนอื่นก่อนเลย

     “ครับๆ ผิดก็ได้ครับ” และใช่…เขาก็ต้องยอมรับข้อกล่าวหาแบบไปทีแบบนี้เสมอ “แต่ไม่ต้องกลัวมันสายหรอก เหลืออีกตั้งยี่สิบนาที” 

     “ไม่เผื่อเวลาให้ฉันวิ่งขึ้นตึกรึไง?” เธอต่อว่าเขาอีกครั้ง

     เอี๊ยด!!

     “กรี๊ด” เธอร้องอุทานออกมาทันทีที่เขาเบรกรถแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ไอ้หมอก”

     “ลง”

     “ทำไมไม่ไปจอดหน้าตึกฉันเล่า” เธอมองระยะทางจากตรงที่จอดก็รับรู้ได้ว่าเดินไปต้องกินเวลาแน่ๆ “เร็วๆ”

     “ลงเหอะหน่า”

     “หงึ…” ถึงจะไม่อยากทำตาม แต่ก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี เพราะขืนเถียงเธอต้องสายแน่ๆ

     “ตึกนี่มันมีทางเชื่อม เห็นไหม?” เพื่อนหนุ่มชี้ไปยังชั้นสองที่มีทางเชื่อไปตึกที่เธอมีเรียนจริงๆ “แล้วก็ไม่ต้องกลัวสาย”

     “เออ เดี่ยวรีบวิ่งไปก็ได้”

     “ขี่หลัง”

     “ห๊ะ?” เธอที่เมื่อครู่ออกฝีเท้าแล้วเชียว แต่ต้องชะงักเพราะคำพูดเพื่อนนี่แหละ “เห้ยเดี๋ยว…ยังไม่ได้ตกลงเลย”

     ขืนรอให้เธอตอบคงได้เข้าเรียนสายอย่างที่เธอบ่นตลอดทางแน่ๆ

     “ไอ้หมอกกก”

     “เงียบก่อนดิ๊”

     เธอได้แต่ทำปากขมุบขมิบบ่นเพื่อนตัวเองที่เอาแต่ทำให้เธอคาดไม่ถึงอยู่เรื่อย

     แต่ไม่เคยรู้เลยมากกว่า…ว่าคนตัวดตไม่ได้คิดกับเธอแค่เพื่อนสักหน่อย

   . . .

     โรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์

     “หมอก!!!” ไม่ใช่แค่เสียงที่ดัง เพราะร่างเล็กๆ ที่วิ่งตรงมาหาเพื่อนหนุ่มคนสนิทเธอก็ทำเอาสายตาคนบริเวณนั้นมองเป็นตาเดียวได้เช่นกัน “ฉันมีเรื่องจะบอก”

     “กินน้ำก่อนไหม?” เขายื่นน้ำเปล่าที่วื้อมาเมื่อครู่ให้เธอที่เหมือนจะเหนื่อยหอบที่วิ่งมาเร็วแบบนั้น

     “เอาไว้ก่อน แฮ่กๆ”

     คงไม่เป็นลมไปก่อนหรอกนะ…

     “แกจำไอร่อนได้ป่ะ?” คนพูดทำหน้าลุ้นว่าเพื่อนตัวโตจะจำคนที่ตนเอ่ยถึงได้บ้างรึเปล่า

     “ทำไมวะ”

     “เขาขอฉันคบ”

     “…”

     “แก~~~ ไอร่อนประธานชมรมจิตอาสาเลยนะ” แววตาที่ดูเป็นประกายแบบนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีความสุขมากแค่ไหนที่เล่าถึงผู้ชายคนนั้น “หมอก…”

     “…”

     “ไอ้หมอก!”

     “ตะโกนทำไม”

     “ก็แกเงียบใส่ฉันอ่ะ” 

     “แล้วตอบเขาว่าอะไรล่ะ?” ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าเธอจะตอบออกไปอย่างไร

     แต่ก็อยากได้ยินให้ยืนยันชัดๆ อีกที

     “ก็ต้องตกลงดิ”

   . . .

     “เฮือก!!”

     คนตัวโตลุกพรวดขึ้นมาจากการหลับไหลที่โซฟาของคอนโดตัวอย่าง เฉดเฉ่นเมื่อครู่ฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น

     “วันนี้วันที่เท่าไหร่?” เขาารีบคว้าหามือถือตนเองเพื่อดูวันและเวลายืนยันว่าไม่ใช่วันเวลาในฝันอีกแล้ว “เฮ้อ…คนละปี” เขาเอามือลูบท้ายทอยตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมาอีกที

     มันแค่ฝันม่านหมอก…

     ก็แค่ฝัน

     “ณ…” เขาลุกจากโซฟาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนพาเพื่อนตัวเล็กกลับมาในสภาพหมดแรงก้าวผ่านเรื่องราวความรักที่บัดวบในชีวิต เพื่อเช็คว่าเธอยังสบายดีอยู่ 
     

     รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคนตัวสูงอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อเขาเห็นว่าคนตัวเล็กนอนขดในผ้าห่มไม่รู้สึกตัว ถึงแม้ว่าเขาจะเปิดประตูเข้ามาดูเธอแล้วก็ตาม

     “ขี้เซาจริงๆ” เขาส่ายหัวเบาๆ ให้กับคนบนเตียงที่ยังท่องโลกนิทราอยู่

     “อื้อ…” แต่จู่ๆ เธอก็ดันขยับตัวในผ้าห่มขึ้นมาจนเขาตั้งตัวไม่ถูก “…”

     “ตะ…ตื่นแล้วเหรอ”

     “…อือ” เพราะเมื่อครู่เขาที่คิดว่าตนมองเธอจนเพลินไปเสียหน่อย…ตอนนี้ระยะห่างมันเลย
ใกล้จนปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่เพิ่งขยับเปลือตารับแสงยามเช้าจะทำตัวไม่ถูก

     “หิวป่ะ…เดี๋ยวไปหาอะไรให้กิน”

     “หิ ว”

     “โอเค…ลุกอาบน้ำด้วย” 

     ตึก…ตึก…ตึก

     หัวใจไม่รักดี…มันแทบจะระเบิดออกมาเต้นระบำเยาะเย้ยเจ้าของมันอยู่แล้ว

     ม่านหมอก…นายต้องตั้งสตินะ

  . . .

     ม่านหมอก Part

     “หายไปนานมากอ่ะ” คนตัวเล็กที่ใส่เสื้อโอเว่อร์ไซต์บ่นผมทันทีที่กลับมาจากไปหาอะไรมาให้เธอทานในวันเสาร์แบบนี้ “ถ้าเกิดฉันหิวตายทำไง”

     “บ่นจังเลยนะ” ผมว่าเธอก่อนจะเห็นว่าเธอทำปากขมุบขมิบล้อเลียนผมตามหลัง

     เธอชื่อ 'ณกัญญา' แต่ผมเรียกเธอว่า 'ณ' ที่อ่านว่า 'นะ' นั่นแหละครับ หลายคนสงสัยว่าผมที่เป็นผู้ชาย มาอยู่ร่วมห้องกับผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง ผมจะเล่าแค่สั้นๆ ก็พอนะครับ 

     ผม 'ม่านหมอก' หรือ 'หมอก' แต่เพื่อนชอบเรียกไอ้หมอก เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ในคณะวิทยาศาสตร์ เอกสาธารสุข โดยที่ตอนรับน้องเนี่ย เขาให้จับบัดดี้ต่างสาขา แต่เรียนเอกเดียวกัน เพื่อที่จะได้สนิทกันทั่วๆ อะไรทำนองนั้น แล้วอีกอย่างผมก็ไม่มีเพื่อนเลยตั้งแต่มา เธอ หรือ ณ นี่แหละคือบัดดี้ และเพื่อนคนแรกของผม

     ผู้หญิงที่ออกจะปากร้าย ขี้บ่น แถมยังชอบโยนความผิดให้ผม ย้ำว่าผมเสมอแบบนั้น แต่ถ็ยังถือว่าเป็นผู้หญิงที่ใจดี มีน้ำใจกับคนรอบข้างสม่ำเสมอ 

     อีกอย่าง…

     เธอก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกชอบมากๆ อีกด้วย

     ใช่ครับ…ผมมันพวกเฟรนโซน

     “กินแล้วล้างด้วย” ผมบอกเธอที่ดูท่าน่าจะอิ่มแล้ว “ได้ยินไหม?”

     “ค่าาาา ได้ยินแล้วค่า” กวนประสาท ประชดประชันเก่งที่หนึ่ง “ไม่รู้ว่ารูมเมทหรือพ่อ” 

     แต่ก็น่ารักมากที่หนึ่งเหมือนกันนะ
     

     “บ่นไปก็ต้องทำอยู่ดี” ผมว่า

     “เออ นี่ก็งงตัวเองว่าจะบ่นให้มันเปลืองออกซิเจนทำไม”

     ยัยบ๋องเอ้ย

 . . .

     12.14 น.

     “ไปหาอะไรกินข้างนอกกันไหม?” เพราะเอาแต่อยู่ในห้องแบบนี้ ผมว่ามีหวังเธอได้เอาแต่
คิดถึงไอ้ไอร่อนอะไรนั่นแน่ๆ 

     “เลี้ยงป่ะ?”

     “เออ เลี้ยง”

     “โห…ป๋านะเนี่ย”

     “จะไปไหม?”

     “ไปดิ ม่านหมอกเลี้ยงเลยนะ”

     สิ้นเสียงเธอก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องตัวเองทันที แน่นอนว่าคงไปเปลี่ยนเสื้อผ้านั่นแหละ

     หวังว่าเธอจะยิ้มได้เพราะฉันนะ…

  . . .

     ห้างสรรพสินค้า

     “หมอกๆ อันนั้นน่ากินอ่ะ” เธอเขย่าแขนผมแล้วอีกมือที่ว่างก็ชี้ไปยังเครปเย็นที่คนต่อคิวยาวเป็นกิโลแบบนั้น

     “โห…คนเยอะขนาดนั้นห้างปิดก่อนไหมถึงจะได้กิน” ผมว่า

     “แต่คนเยอะแปลว่ามันอร่อยนะ” เธอหันมากอดแขนผมเป็นการอ้อนผมให้ไปต่อแถวซื้อมาให้แน่ๆ

     แต่จะรู้ตัวไหมว่าที่ทำแบบนี้…

     “น้าาา~” 

     มันทำผมใจอ่อนทุกที…

     “เออๆ”

     “เย้”

     “เดี๋ยวไปต่อแถวซื้อให้แล้วกัน” เธอทำหน้าพอใจที่ผมเอ่ยปากออกมาเช่นนั้น

     “งั้นเดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” 

     “ไปฉี่หรอ?”

     “ไปเติมหน้า” 
     

     “ไม่เห็นต้องเติมเลย” เพราะแบบนี้ก็น่ารักมากพอแล้วนะ “จะเติมไปไหนนักหนา”

     “เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยดิ” ผมส่ายหัวใส่เธอ “รีบไปต่อแถวนู้น เสร็จแล้วเดินไปตรงที่นั่งนะ เดี๋ยวรอตรงนั้น”

     เลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่…

     แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมเต็มใจยอมเธอทั้งนั้นนี่นา

     ว่าแต่ไอ้คิวเครปเย็นนี่ปลายแถวมันอยู่ไหนวะเนี่ย…

 . . .

     1 ชั่วโมงผ่านไป

     “กว่าจะได้” ผมมองเครปเย็นในมือที่กว่าจะฝ่าฟันคน และแม่ค้าที่ทำผิดข้ามคิวไปหลายรอบ จนได้มันมาสักที “ไปนั่งตรงไหนวะเนี่ย” ผมเริ่มเดินหาเพื่อนสาวตัวเล็ก ที่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเติมหน้าเสร็จรึยัง

     แซวไปงั้นแหละครับ…บอกแล้วไงว่าไม่แต่งก็น่ารัก

     นั่นไง…

     เจอแล้ว!

     “ณ-…” ผมชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นว่าใครเดินเข้ามาทักทายเธอก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปถึงตัว
เธอได้

     ถึงแม้ว่าในหัวจะอยากเดินเข้าไปขัดบทสนทนาที่ดูเหมือนว่ามันจะโอเคขี้นเรื่อยๆ แบบนั้นก็ตาม

     ผมก้าวเท้าไม่ออกเลยครับ

     เหมือนจะอกหักครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจจะนับได้

     ถึงจะรู้ว่าเธอคงอยากคุยกับเขา…ไอร่อนนั่นแหละ เธอคงอยากเคลียร์เรื่องเมื่อวานมากกว่าให้ผมเข้าไปขัดตอนนี้

     เอาไงดีว่ะหมอก…

     ที่ซื้อมานี่กินเองดีไหมวะ?

     ผมหันหลังกลับเพราะทนเห็นทั้งสองคนคุยกันไม่ได้จริงๆ

     หรือเรื่องนี้ผมไม่ใช่พระเอกกันแน่นะ

     ป๊าบ!

     “0.0” 

     “เป็นอะไรของแกห๊ะ มายืนคอหักอยู่นี่อ่ะ” ผมมองหน้าคนตัวเล็กที่เมื่อครู่ใช้มือฟาดลงที่แขนผมแรงจนดึงสติกลับมาได้ “อ๋อ…จะแอบกินคนเดียวใช่ไหม?”

     “จะบ้าหรอ” ผมสวนกลับ

     “จริงๆ กินด้วยกันก็ได้นะ” เธอว่าก่อนจะ จับข้อมือของผมให้ต่ำลงเท่าบริเวณปากของเธอพอดิบพอดี 

     ปากชมพูวาวๆ แบบนั้นที่ตอนนี้มีวิปครีมติดไปด้วยยิ่งทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลย

     “ฮืออออ อร่อยจริงๆด้วย”
     

     “…”

     “กินดูดิ” เธอขยับแขนผมให้เปลี่ยนตำแหน่งให้สูงขึ้น “อร่อยจริงๆ นะ”

     “เดี๋ยวแกไม่อิ่ม” ผมว่า ก่อนที่เธอจะผ่อนแรงที่จับแขนผมลง “อยากกินนี่ กินให้หมดด้วย”

     “แกอย่ามาท้าฉันนะ”

     “ไม่ได้ท้าสักหน่อย” เธอหยิบของหวานจากมือผมไปครอบครองและทำการกินอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเด็กได้ลูกกวาดในวันฮโลวีนอย่างไรอย่างนั้นเชียวครับ

     ผมเหลือกลับไปมองชายร่างสูงที่เดินกลับไปแล้วหลังจากที่เธอเดินจากมา

     อยากรู้ไปหมดว่าเมื่อครู่คุยอะไรกัน

     แต่อีกใจก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของเธอไปมากกว่านี้

     ไม่อยากให้เธอเศร้าอีก

     ผมอยากเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยิ้มได้เสียมากกว่า

     “แค่กๆ” ผมหันกลับมามองเธอที่ตอนนี้เหมือนจะสำลักสิ่งที่ทานเข้าไป

     รีบกินเหมือนมีคนแย่งอ่ะ

     “น้ำไหม?”

     “มีเหรอ?” เธอเงยหน้ามาถามผม

     “เออ ก็พกมาอยู่นะ”

     “โห…รอบคอบ” เธอว่าในขณะที่ผมหยิบน้ำในเป้ของตัวเองมาให้เธอดื่ม 

     “ค่อยๆ”

     “แค่กๆๆ”

     “แต่งหน้าสวยเพื่อมากินมอมแมมแบบเด็กนี่นะ?” ผมว่าเธออีกครั้ง

     “แกไม่เข้าใจทฤษฎีของอร่อยหรอก”

     เอาอีกแล้ว…

     “ของอร่อยเท่ากับศูนย์แคลฯ!” เราเผลอพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ฮ่าๆๆ” แล้วก็เผลอหลุดขำออกมาพร้อมกันอีกด้วย

     บ้าเอ้ย…

     ทำไมผมเขินนะ

     “หมอก”

     “ห๊ะ”

     “เมื่อกี้เหมือนไฟช็อตเลยอ่ะ”

     “…”

     “รู้สึกป่ะ?”

     “ก็…”

     รู้สึกดิ

     ช็อตไปจนใจสั่นหมดแล้ว

     “ที่เราเล่นพูดพร้อมกันเมื่อกี้อ่ะ มันช็อตแรงมากเราเลยหัวเราะกัน จังหวะดีกว่าตลกใน
โทรทัศน์อีกอ่ะ ว่าป่ะ? ฮ่าๆๆๆๆ”

     “…”

     คนละช็อตไหมล่ะหมอก…

     เกือบแล้ว

     เกือบร้องไห้แล้วเมื่อกี้ T_T 

*****


.
.
.
TBC
.
.
.


เจอกันอีพีหน้านะคะ

อย่าลืมให้กำลังใจไรท์ด้วยยยยย

ไรท์จะร้องไห้แน้ววววววววววว
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น