แสนเสน่หา (รีอัพ)

ตอนที่ 6 : สัญญากับซาตาน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

ตอนที่ 6


     “งั้นเหรอ ตลกเหรอ แต่อีกเดี๋ยวหลังจากเธอลองฟังของเสนอของฉันแล้วเธออาจจะเลิกขำก็ได้”

     “ข้อเสนอ ข้อเสนออะไรคะ ไหนเมื่อเช้าคุณบอกว่าไม่ต้องการฉัน คุณซื้อฉันมาเพื่อเป็นของกำนัลให้ลูกน้องของคุณไง”

     “อ้อ เรื่องนั้นเหรอ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” แสนหิรัญตอบเสียงเรียบราวกับการเปลี่ยนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของรมย์รุจีนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่สลักสำคัญอะไรเลย “ไหนๆ ฉันก็อยากมีลูก ไหนๆ เธอก็มาอยู่ที่นี่แล้ว แทนที่จะยกเธอให้คนอื่น ฉันให้เธอมีลูกให้ฉันดีกว่า”

     “สมองคุณต้องผิดปกติแน่ๆ” รมย์รุจีพึมพำ ดวงตาหวาดระแวงของเธอมองคนตรงหน้าที่เธอคิดว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว

     แสนหิรัญยิ้มน้อยๆ กับท่าทีระวังตัวของเธอ “ถ้าเธอยอมตกลง ยอมมีลูกให้ฉัน ฉันจะยกบริษัทกับบ้านคืนให้เธอ”

     ดวงตากลมโตเบิกกว้าง รมย์รุจีมองคนที่เธอคิดว่าเป็นบ้าเขม็ง

     “เราจะจดทะเบียนสมรสกัน ลูกฉันจะได้เกิดมาอย่างถูกต้อง มีพ่อมีแม่ครบ จากนั้นเมื่อเราหย่า เธอต้องยกสิทธิ์การดูแลลูกให้ฉันแต่เพียงผู้เดียว ส่วนฉันก็โอนบริษัทและบ้านของเธอคืนให้เป็นสิ่งตอบแทน” แสนหิรัญเสนอข้อตกลงที่เขาคิดมาอย่างดีแล้วให้รมย์รุจีทราบ ดวงตาคมจับจ้อง มองปฏิกิริยาของผู้ที่นั่งมองเขาตาโตราวกับไม่อยากเชื่อ

     “จดทะเบียนสมรส นั่นเท่ากับว่าเราจะแต่งงานกัน...ใช่ไหม” รมย์รุจีที่ได้ยินข้อเสนอทั้งหมดพึมพำกับความแปลกประหลาดของข้อตกลง เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาจะจดทะเบียนสมรสกับเธอทำไม ในเมื่อหากเขาต้องการเธอ ต้องการให้เธอมีลูก เขาก็สามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องแต่งงานเลย เพราะตอนนี้เธอก็คือลูกไก่อยู่ในกำมือเขาแล้ว เขาจะทำอย่างไรกับเธอก็ได้นี่

     “ก็แล้วแต่เธอจะคิด” แสนหิรัญยักไหล่ “ว่าไง จะตกลงไหม”

     รมย์รุจีกัดริมฝีปาก “นี่ฉันไม่ได้กำลังฝันใช่ไหม คุณกำลังเสนอเรื่องประหลาดๆ ให้ฉันทำอยู่”

     “ทำลูกไม่ใช่เรื่องประหลาด” แสนหิรัญแก้ไขคำพูดของเธอ

     “แล้วฉันจะได้บ้าน ได้บริษัทคืนจริงเหรอ”

     ผู้เสนอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทแล้วหยิบเอาร่างข้อตกลงที่เขาร่างเอาไว้คร่าวๆ ส่งให้เธอ

     รมย์รุจีมองกระดาษแผ่นนั้นอย่างลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดดู

     ตัวหนังสือที่เป็นระเบียบนั้นอ่านยากเพราะคนร่างดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบยกปากกา หญิงสาวต้องใช้ความพยายามมิใช่น้อยกว่าจะแกะตัวหนังสือที่ยาวติดกันเป็นพรืดนั้นออก

     เธออ่านข้อความในแผ่นกระดาษซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสามครั้งโดยไม่ยอมให้ตัวหนังสือตัวใดตัวหนึ่งหลุดรอดไปเลย ก่อนจะถามย้ำ “คุณพูดจริงๆ น่ะเหรอ”

     “เธอได้ยินไปแล้ว ได้อ่านไปแล้ว ทำไมยังไม่เชื่ออีก” เสียงแสนหิรัญชักเริ่มห้วนเพราะความหงุดหงิด

     “เพราะมันเหลือเชื่อน่ะสิคะฉันถึงได้ถามย้ำ” รมย์รุจีเป็นคนซื่อตรง ดังนั้นคำถามของเธอจึงไม่มีเล่ห์เหลี่ยม “ทำไมคุณถึงเลือกฉัน ในเมื่อฉันเป็นแค่ของเกรดบี ไม่ได้สวย ไม่ได้ดี ไม่ได้เด่นอะไรเลย ถ้าคุณจะบอกว่ามันง่ายที่สุดเพราะฉันคล้ายกับลูกไก่ในกำมือคุณอยู่แล้ว ทำไมคุณต้องให้ฉันมากมายตั้งหลายอย่าง ทั้งๆ ที่คุณจะบังคับให้ฉันมีลูกให้คุณก็ได้ โดยที่คุณไม่ต้องเสียอะไรเลย”

     แสนหิรัญอยากจะหัวเราะให้ความซื่อของคนตรงหน้า นี่เธอจะรู้หรือไม่ว่าเธอเพิ่งยื่นมีดให้เขาเพื่อเชือดคอตนเองได้หน้าตาเฉย “เรื่องนั้นช่างฉันเถอะ ว่าแต่เธอตกลงจะรับข้อเสนอของฉันใช่ไหม ฉันจะได้ให้ทนายร่างสัญญาก่อนแต่งงานมาให้เซ็นเลย”

     “ฉันมีทางเลือกอื่นไหม” รมย์รุจีพึมพำออกมาอีก ดวงตาเธอกวาดไปตามตัวหนังสือที่ลงน้ำหนักชัดเจนบ่งบอกให้ทราบว่าคนที่เขียนมั่นใจในตนเองและเจ้าอารมณ์แค่ไหน

     “มี” แสนหิรัญยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนชี้ให้เธอเห็นถึงทางเลือก “ถ้าเธอไม่ยอมตกลงกับฉัน ฉันจะส่งเธอกลับไปหานายจิตติ เมื่อกลับไป เธออาจถูกขายอีก คราวนี้เธออาจต้องมีลูกไม่มีพ่อกับไอ้เสี่ยแก่ๆ คนนั้น แถมยังไม่ได้บ้านและบริษัทคืนด้วย”

     ดวงตาที่จ้องกระดาษในมือตวัดมองคนที่ชี้ทางเลือกให้เธอ ความหวาดกลัว หวั่นไหวปรากฏชัด “ถ้าฉันไม่เลือกมีลูกให้คุณฉันก็โง่สินะ”

     “ใช่” เมื่อตอบจบแสนหิรัญก็ยิ้มกว้าง ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับแยกเขี้ยวมากกว่าสำหรับรมย์รุจี

- - - - - - - - - -


50%

     รุ่งขึ้นสัญญาก่อนแต่งงานก็ถูกเซ็น จากนั้นพอสายหน่อย รมย์รุจีก็เปลี่ยนคำนำหน้าจากนางสาวไปเป็นนาง

     หญิงสาวจ้องมองกระดาษสีขาวที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าทะเบียนสมรสไม่วางตา จนกระทั่งก้าวเข้าไปนั่งในรถสุดหรูของสามีแล้วนั่นแหละ ดวงตาที่จ้องแต่ทะเบียนสมรสจึงเลื่อนไปมองสามีของตนเอง

     รมย์รุจีมองผู้ชายที่กลายมาเป็นสามีเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วอย่างสำรวจตรวจตรา ผมเขาตัดสั้นรับไปกับใบหน้า คิ้วเข้ม ดวงตาคมจนดุ จมูกเขาโด่งตรงรับกับริมฝีปากบางเฉียบและคางแกร่งที่บ่งบอกว่าเขานั้นไม่เคยยอมคน

     หญิงสาวกลืนน้ำลายเมื่อคิดว่าแต่นี้ต่อไป เธอคงต้องอยู่กับเขา ใกล้เขาอย่างมาก จนกว่าจะคลอด

     เมื่อคิดถึงเรื่องคลอด วิธีการทำให้ท้องก็ลอยเข้ามาในสมอง รมย์รุจีอาจจะเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยคบค้ากับผู้ชายจริงจังก็จริง แต่...เรื่องแบบนั้น...เธอก็พอรู้เหมือนกัน

     และเพราะพอรู้นี่แหละ ใบหน้าของเธอจึงค่อยๆ แดงขึ้นๆ แถมยังร้อนสลับเย็นเฉียบราวไข้กำลังจะจับ

     “มีอะไร เห็นจ้องหน้าฉันนานแล้ว”

     หญิงสาวเกือบสะดุ้ง ก่อนก้มหน้าลงมองทะเบียนสมรสในมือทันที “เปล่าค่ะ เพียงแต่...”

     เพราะรมย์รุจีหยุดพูดก่อนที่จะเผยความในใจออกมา แสนหิรัญจึงปรายตามองผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ พอเห็นสีหน้าเก้อกระดากและริมฝีปากที่ขบเข้าหากันแน่นเขาก็เอ่ยปากอนุญาต “มีอะไรสงสัยก็ถามได้ เราต้องอยู่ด้วยกันอีกเป็นปี ฉันไม่อยากให้เธอต้องอึดอัด”

     “อยู่ด้วยกันอีกเป็นปีเหรอคะ”

     แสนหิรัญพยักหน้า “จริงๆ แล้วคงไม่ใช่แค่ปีเดียว เด็กเล็กๆ ต้องการแม่ เธอต้องอยู่ดูแลลูกของเราจนกว่าเขาจะโตและไม่ต้องการเธอแล้ว”

     ดวงตาที่หลุบต่ำเบิกกว้างขึ้นเพราะความตกใจ ใบหน้าตื่นตะลึงหันมามองสามี “ถ้าอย่างนั้นฉันก็อาจจะต้องอยู่กับคุณหลายปีเลยสิคะ”

     ผู้ที่มองตรงไปยังถนนเบื้องหน้ายักไหล่ “ใช่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไป ฉันจะอยู่กับเธอเท่าที่จำเป็น เพราะแบบนี้เราเลยจะไปโรงพยาบาลกัน”

     “โรงพยาบาล ไปทำไมคะ”

     คำถามทำให้แสนหิรัญเบนหน้ามามองก่อนยิ้มนิดๆ “ฉันเลือกที่จะมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติ อ้อ...ไม่ใช่เพราะอยากถอนทุนคืนจากเธอหรอกนะ แต่เพราะฉันอยากได้เด็กธรรมดาๆ มากกว่างานทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็เท่านั้น” เพราะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือถึงเช่นนี้ แสนหิรัญจึงเห็นใบหน้าของผู้ที่นั่งอยู่เคียงข้างแดงก่ำขึ้นมาทันตา “ฉันรู้ว่าเธอคงอึดอัดกับสิ่งที่ฉันเลือก ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันก็อึดอัดไม่แพ้กัน เพราะแบบนี้เราจึงต้องไปปรึกษาแพทย์ ให้หมอช่วยกะเวลาที่เหมาะสมให้ เราจะได้ไม่ต้องลองผิดลองถูก ถ้าครั้งเดียวแล้วสำเร็จก็ยิ่งดี”

     รมย์รุจีคิดว่าหน้าตาตอนนี้ของเธอคงตลกมาก เธอทั้งอาย งง และผิดคาดกับทุกสิ่งที่เพิ่งได้ยินได้ฟัง แต่...หลังจากลองทบทวนดูแล้ว สีหน้าแปลกๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นโล่งใจ บางทีข้อตกลงที่น่าอึดอัดก็ถูกคลายลงเพราะคู่สัญญาที่เป็นคนใช้ได้ และไม่คิดจะเอาเปรียบเธอ

- - - - - - - - - -



     หลังกลับจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แสนหิรัญก็ขับรถมาส่งเธอที่บ้านก่อนวกรถกลับไปยังบริษัทเพื่อทำงาน

     รมย์รุจียืนส่งสามีของเธอ รอจนรถสุดหรูเคลื่อนตัวไปจนลับสายตาเรียบร้อย เธอจึงเดินช้าๆ เข้าบ้าน

     จำเลียงคนรับใช้คุกเข่ารอเธออยู่ที่บริเวณด้านในของประตูบ้าน เธอยื่นมือขึ้นมาหมายจะช่วยถือถุงยาบำรุงร่างกายและทะเบียนสมรส แต่รมย์รุจียิ้มก่อนส่ายหน้า

     “ขอบใจจ้ะ แต่ไม่ได้หนักอะไรฉันถือได้”

     จำเลียงยิ้มให้คุณผู้หญิงที่มีรอยยิ้มหวานและพูดจาไพเราะกับคนรับใช้ทุกคนเสมอ “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรับน้ำเย็นๆ ไหมคะ วันนี้มีน้ำฝรั่งที่คุณผู้หญิงชอบด้วยนะคะ”

     คิ้วบางของรมย์รุจีเลิกขึ้นน้อยๆ เธอมาอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กี่วันคนรับใช้ก็รู้ความชอบ ไม่ชอบของเธอแล้วหรือ ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้คุณผู้หญิงของบ้านส่งยิ้มหวานให้ผู้ที่มีฐานะต่ำกว่า “ขอบใจจ้ะ”

     จำเลียงยิ้มตอบก่อนเดินหายไปทางด้านหลัง รมย์รุจีเดินผ่านห้องรับแขกไปยังห้องนั่งเล่นที่มีผนังด้านหนึ่งเป็นกระจก การดีไซน์เช่นนี้ช่วยให้คนที่มานั่งเล่นในห้องนี้รู้สึกสดชื่นเพราะสวนสวยซึ่งอยู่ด้านนอก

     หญิงสาววางถุงยาบำรุงร่างกายลงบนโต๊ะหวายสีอ่อน ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ทรงกลมที่มีหมอนอิงหลากสีสันรายล้อม

     ในมือเธอยังมีทะเบียนสมรส แต่เธอไม่คิดจะเปิดออกดูอีก เพราะดูอย่างไรลายเซ็นของเธอก็คงไม่หายไป และถ้าจะให้โอกาสเธอย้อนเวลากลับไปเพื่อตัดสินใจอีกครั้ง...เธอก็คงเลือกแบบเดิม

     เพียงแค่มีลูกให้แสนหิรัญได้ เธอก็จะได้ทุกอย่างกลับคืนมา บ้าน บริษัทที่จะโอนกลับคืนมาในชื่อของเธอ ทุกอย่างจะกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ไม่สิ...ต้องดีกว่าเดิมด้วยเพราะพ่อจะไม่มีสิทธิ์ในบ้านและบริษัทอีกต่อไป เธอจะใช้ข้อได้เปรียบนี้ควบคุมพ่อ แม่จะมีความสุข น้องจะกลับมามีชีวิตเหมือนเดิม เธอคนเดียวเท่านั้นที่ต้องเสียสละ!


75%

     น้ำฝรั่งสีเขียวอ่อนรสชาติออกหวานถูกใจคนที่ติดรสหวานแบบรมย์รุจีถูกนำมาเสิร์ฟ ก่อนจำเลียงจะรายงานรายการอาหารว่างตอนบ่ายและอาหารเย็นให้เธอได้รับทราบ

     รมย์รุจีพยักหน้ารับเหมือนทุกครั้ง เธอยังไม่อยากก้าวก่ายเรื่องในครัวหรือเรื่องอื่นๆ ภายในบ้านสักเท่าไร เธอไม่อยากให้คนรับใช้พากันลงความเห็นว่าพอเธอก้าวเข้ามาเป็นคุณผู้หญิง ก็เจ้ากี้เจ้าการเที่ยวสั่งโน่นหรือเปลี่ยนนี่ ความจริงบ้านหลังดีก็มีระเบียบดีอยู่แล้ว มีเพียงบางอย่างเท่านั้นที่ยังไม่ถูกใจ ซึ่งเรื่องนี้เธอจะค่อยๆ เปลี่ยนทุกอย่างไปทีละนิด ทีละน้อย ไม่ให้ใครต้องอึดอัด...นี่เป็นนิสัยของเธอ

     หลังจากจำเลียงขอตัวกลับไปทำงานแล้ว หญิงสาวที่ออกไปตะลอนอยู่นอกบ้านจนเกือบบ่ายก็เปิดกระเป๋าถือ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออก

     รอนานพอสมควรเสียงของบุพการีก็ดังขึ้น “หลิง เป็นยังไงบ้างลูก”

     เพียงแค่ประโยคแรกที่แม่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น ก็พาลทำให้น้ำร้อนๆ มาคลอที่สองตาของรมย์รุจี “สบายดีค่ะ แม่ล่ะคะเป็นยังไงบ้าง”

     “ดีขึ้นแล้วจ้ะ หลิง...หลิงขอให้คุณแสนหิรัญหาบ้านให้แม่อยู่ใช่ไหม ขอบใจนะลูกที่ยังคิดถึงแม่ ทั้งๆ ที่...แม่ไม่ได้ช่วยหลิงเลย แม่ขอโทษหลิง แม่ขอโทษ”

     ทันทีที่จบประโยค เสียงสะอื้นก็ลอดเข้าหูรมย์รุจี ทำให้เธอต้องกรีดน้ำตาที่ไหลลงมาตามร่องแก้มออกไปจากใบหน้า “แม่ขา...อย่าร้องไห้ หลิงรู้ว่าแม่อยากช่วยหลิง แต่แม่ช่วยไม่ได้ แม่ไม่ต้องห่วงหลิงหรอกนะคะ หลิงสบายดีค่ะ คุณแสน...เขาก็ดี”

     รมย์รุจีไม่ได้พูดเพื่อปลอบโยนแม่ตน แต่พูดเพราะเธอรู้จริงๆ ว่าทำไมแม่จึงไม่กล้าเอ่ยปากช่วยเธอ ทำไม...แม่ถึงได้กลัวพ่อนัก ความทรงจำในวัยเด็กตอนที่จิตรกัญญายังไม่เกิดตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เธออาจจะยังเด็กจนพ่อกับแม่คิดว่าทำอะไรต่อหน้าเธอ เธอก็คงไม่รับไม่รู้...แต่เธอรู้ รู้ว่าพ่อร้ายกาจได้ขนาดไหนหากแม่ขัดใจพ่อ!

- - - - - - - - - -



     ‘แกต้องสำนึกในบุญคุณของฉันให้มาก เพราะถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้แกกับลูกคงได้นั่งขอทานอยู่ที่สะพานลอย หรือไม่ก็ต้องไปยืนขายตัวอยู่ที่สนามหลวงโน่น จำใส่กะโหลกเอาไว้ให้มั่น พวกแกสุขสบายแบบนี้ก็เพราะฉัน แกต้องเชื่อฟังฉัน ทำตามคำสั่งของฉัน รู้ไหม!’

     เสียงของผู้ชายที่เธอถูกสอนให้เรียกเขาว่าพ่อยังคงตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำ ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่รมย์รุจีจะเลือกกระทำในสิ่งที่พ่อต้องการตลอด ไม่เคยดื้อรั้น ไม่เคยเรียกร้อง เพราะคำว่าบุญคุณ เพราะห่วงว่าแม่จะถูกพ่อทำร้ายเมื่อพ่อไม่พอใจอะไรขึ้นมา

     “แม่ห่วงตัวเองดีกว่านะคะ พ่อยังหงุดหงิดอยู่ไหม แล้วเจินเจินล่ะคะแม่ น้องติดต่อกลับมาหาแม่รึยัง”

     ปลายสายเงียบไปครู่ ทว่ารมย์รุจีได้ยินเสียงเหมือนมีการเปิดและปิดประตู คาดว่าแม่คงไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องนี้แน่ๆ แม่จึงได้หลบเข้าไปพูดกับเธอในที่ลับหูลับตาพ่อ

     “เจินเจินโทรมาหาแม่แล้วเมื่อวาน แม่บอกให้น้องอย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้หลบไปก่อน แม่กลัว...กลัวว่าถ้าเจินกลับมาพ่อจะ...ทำกับเจินเจินเหมือนทำกับหลิง แม่ช่วยหลิงไม่ได้แม่ก็รู้สึกผิดมากพออยู่แล้ว ดังนั้นแม่ไม่อยากให้เจินเจินต้องกลับมาอยู่ในสภาพเดียวกับหลิงอีกคน”

     รมย์รุจีพยักหน้า เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผู้เป็นแม่

     “หลิงอย่าน้อยใจแม่เลยนะ อย่าโกรธแม่ที่ช่วยเจินแต่ไม่ช่วยหลิง เรื่องของหลิงมันสุดความสามารถของแม่จริงๆ ลูก”

     เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นหนักๆ มาจากปลายสายอีก รมย์รุจีก็รีบปลอบแม่ตน “แม่ขาอย่าร้องไห้ หลิงสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ คุณแสนเขาก็ดีกับหลิง เขาบอกว่า...เขาอยากมีลูก ถ้าหลิงมีลูกให้เขาแล้วเขาก็จะปล่อยหลิงไป”

     แทนที่คำปลอบโยนของลูกสาวจะทำให้หัวใจของแม่ดีขึ้น การณ์กลับตรงข้ามเมื่อคุณรัมภารู้ความต้องการของแสนหิรัญ เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเธอต้องถูกรังแก ต้องตั้งท้องโดยไม่ได้แต่งงาน แถมท้ายที่สุดเมื่อมีลูกแล้วลูกน้อยก็ยังจะต้องถูกพรากออกจากอก หัวใจคนเป็นแม่ก็แหลกสลาย รัมภาร้องไห้หนัก และไม่ได้ยินข้อความอื่นใดที่ลูกพยายามปลอบเธออีก

     รมย์รุจีได้ยินแม่ร้องไห้แล้วอดไม่ได้พลอยร้องตามไปด้วย จนสุดท้าย สองแม่ลูกก็ต้องวางสายจากกันไปโดยไม่ได้ร่ำลา

- - - - - - - - - -


100%

     หนึ่งอาทิตย์ในการเข้ามาเป็นคุณผู้หญิงของคฤหาสน์เติมเต็มทรัพย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รมย์รุจีเริ่มจัดระเบียบเรื่องราวภายในบ้านบ้างแล้ว อาทิเช่น ลงครัวเองเพื่อปรุงรสชาติของอาหารบางอย่างให้ถูกปากเธอยิ่งขึ้น เข้าไปในห้องทำงานของแสนหิรัญเพื่อจัดหนังสือบนโต๊ะทำงานของเขาให้หยิบใช้ได้ง่ายขึ้น

     ความเคยชิน ความชอบ ความต้องการของเธอค่อยๆ ส่งผ่านทางการกระทำไปให้คนรับใช้ภายในบ้านได้รับรู้ และเพราะคนรับใช้ที่นี่ล้วนเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ทุกคนจึงปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของเธอได้ไม่ยากเย็นนัก

     ทุกเช้า รมย์รุจีจะมารับประทานอาหารเช้ากับสามีที่ศาลากลางสวน ส่วนมากแสนหิรัญมักจะอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับทานอาหารเช้าไปด้วย นานๆ ทีจึงจะชวนเธอคุย เรื่องที่พูดกันก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไปเช่นสบายดีไหม เมื่อวานทำอะไรบ้าง ต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า

     รับประทานอาหารเช้าร่วมกันเรียบร้อยสามีเธอก็ไปทำงาน ส่วนเธอก็หาอะไรทำ ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นการทำอาหารจำพวกของรับประทานเล่น จากนั้นก็จะเดินเล่นในสวน หรือไม่ก็ดูโทรทัศน์อยู่ภายในห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นสถานที่โปรดของเธอในตอนนี้

     ตกเย็นเธอต้องรับประทานอาหารคนเดียว เพราะสามีของเธอมักจะกลับดึก บางคืนก็ไม่กี่ทุ่ม แต่บางคืนก็เลยวันใหม่ไปแล้วนั่นแหละ

     รมย์รุจีที่เคยดูแลทั้งเรื่องภายในบ้านและทำงานนอกบ้านไปด้วยรู้สึกว่าเธอมีเวลาว่างมากเหลือเกิน แต่น่าแปลกที่เวลาว่างอันน่าเบื่อกลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     วันนี้แล้วสินะ!

     เพราะจำกำหนดเวลาที่คุณหมอบอกได้อย่างแม่นยำ เช้านี้เธอจึงรู้สึกเหมือนมองหน้าสามีเธอได้ไม่เต็มตา ส่วนสามีเธอก็ปรายตามองเธอบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร มันน่าอึดอัดจนเธอทานอาหารเช้าได้น้อยกว่าปกติ

     “ไม่หิวเหรอ” แสนหิรัญเอ่ยถามเมื่อเห็นภรรยารวบช้อนส้อมยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่ม

     “ค่ะ”

     ปกติแล้วเมื่อได้รับคำตอบสั้นๆ ตามปกติของรมย์รุจีเรียบร้อย แสนหิรัญก็ถือว่าเป็นอันหมดหน้าที่ แล้วหันมาใส่ใจกับข่าว หุ้น และความเป็นไปทางเศรษฐกิจในหน้าหนังสือพิมพ์ต่อได้ ทว่าสำหรับวันสำคัญอย่างวันนี้ เขาเลือกที่จะชวนเธอสนทนาต่อ

     “อย่าคิดอะไรมาก เครียดไปจะไม่ดี”

     “ค่ะ”

     คิดเอาไว้แล้วไม่มีผิดว่าเธอจะต้องตอบกลับมาสั้นๆ แบบนี้ ดังนั้นแสนหิรัญจึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ มานึกๆ ดูแล้ว นี่ก็อาทิตย์กว่าแล้วที่เธอกับเขาอยู่ร่วมกันมา แต่หากเขียนคำที่เธอพูดกับเขาลงกระดาษเอสี่...เขาคาดว่าคงไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษแน่

     เขาอาจจะชอบผู้หญิงพูดน้อยก็จริงอยู่ ทว่ารมย์รุจีก็พูดน้อยเกินไป

     “เธอน่าจะหัดพูดอะไรที่ยาวกว่า ‘ค่ะ’ ได้แล้วนะ”

     รมย์รุจีช้อนตาขึ้นมองแสนหิรัญที่วันนี้พูดจาเหมือน...ล้อเธอ นี่เขาเห็นเธอเครียด เลยพยายามจะทำให้เธอผ่อนคลายใช่ไหม เพราะคิดเช่นนี้เธอจึงยิ้มและตอบกลับไปว่า “จะพยายามค่ะ ขอบคุณนะคะที่แนะนำ ฉันจะพยายามไม่เครียดค่ะ”

     สามีเธอพยักหน้าพร้อมพับหนังสือพิมพ์วางเอาไว้บนโต๊ะ กิริยาเช่นนี้เป็นเครื่องหมายแสดงว่าเขาอิ่มแล้ว และกำลังจะไปทำงาน “เย็นนี้ฉันจะกลับมากินข้าวด้วย รอฉันด้วยก็แล้วกันถ้าฉันกลับช้า”

     “ค่ะ ฉันจะรอค่ะ”

     คำตอบที่ยาวขึ้นทำให้แสนหิรัญอดยิ้มให้เธอไม่ได้ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากศาลา

- - - - - - - - - -


กรี๊ดดดดดดดดด คุณแสนยิ้มให้หลิงแว้ว อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

1,549 ความคิดเห็น

  1. #1515 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:42
    ทำไมพระเอกเปลี่ยนใจได้ขนาดนี้งงเลย
    #1515
    1
    • #1515-1 (@orange77) (จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2561 / 16:50
      55555 ถ้าไม่เปลี่ยนใจก็จบเรื่องค่ะ
      #1515-1
  2. #361 dko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:40
    รักนางเอกแบบนี้มากเลยค่ะ  ^^
    #361
    0
  3. #360 uralee (@uralee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:42
    ลุ้นต่อค่ะไรเตอร์ ชอบพระเอกจริงๆจังๆ ชอบที่พระเอกไม่ชอบนางเอกเนี่ยแหละ ไม่เคยเจอค่ะ อยากให้พระเอกใกล้ชิดนางเอกไวๆจัง จะได้เห็นความดีของนางเอก อิอิ นั่นแน่...ทำด้วยวิธีธรรมชาติซะด้วย
    #360
    0
  4. #359 จิรารัตน์ (@jeabrutn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:51
    รอบคอบมากจดทะเบียนซะลูกจะได้เกิดมาสมบูรณ์  แถมผลิตลูกวิธีธรรมชาติอีก 
    #359
    0
  5. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:45
     น้ำแข็งอย่างนายแสนจะละลายได้ไหมนะ
    #358
    0
  6. #357 PeKcHuL@ราชวงค์ลิง (@pekchul) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:29
     ป๊าดดดดดดดดดดด

    ร้ายกาจมารก
    #357
    0
  7. #356 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:16
    พระเอกใจร้ายและเย็นชา
    #356
    0
  8. #355 Willslow* (@will86) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 00:35
    เพลียกะคุณแสน นี่ตกลงกันอย่างกะทำธุรกิจ(จริงๆ ก็ธุรกิจ ฮ่ะๆ) ร้ายกาจเกินไป !!
    #355
    0
  9. #354 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 07:30
    คุณแสน ช่างใจแข็งและเย็นชา
    #354
    0
  10. #353 fsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 15:12
    เฮียๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เฮีย น้ำแข็ง กำลังจะชมอยู่แล้วเชียวว่าเฮียจิตใจดี เฮียก็โฉบมาแบบมุขคาดไม่ถึงอีกแล้ว

    (ชื่นชมผู้แต่ง จริงๆๆ คะ พระเอกเรื่องนี้หาได้ยากจริงๆๆๆ) อยากเห็นตอนเฮียตกหลุมรักจริงๆๆ
    #353
    0
  11. #352 ดินสอ4B (@kamonpon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 18:23

    พระเอกนี่ก็เย็นชาดีแท้

    #352
    0
  12. #351 Shionee (@lovestory2007) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 11:34
    ลุ้นต่อไป ว่าจะเกิดความรักขึ้นระหว่างคุณแสนกับหลิงรึเปล่าเนี่ย กว่่าจะมีลูก กว่าจะคลอด กว่าลูกจะโต ฮ่า ๆ ถึงเวลานั้นคุณแสนจะกล้าปล่อยหลิงไปไหมน๊า
    #351
    0
  13. #350 >>Khwanana<< (@20032535) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 23:37
     ระวังจะแพ้ภัย(หัวใจ)ตัวเองนะคุณแสน
    #350
    0
  14. #349 MU @ Club (@mooarmy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 22:27


     


    โหย...ดูยังไง๊ยังไง คุณแสนก็ดูจะขาดแคลนซึ่ง"หัวใจ"อยู่ดีนั่นแหละ

    เปิดโอกาสให้ แต่ไม่มีหนทางให้เลือกเดินมันจะต่างกันมั๊ยนั่นน่ะ

    นู๋หลิงมีชีวิตเพื่อทุกๆ แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกเพื่อตัวเองเลยว่างั้นเถอะ

    ชีวิตบัดซบอะไรเยี่ยงนี้กันล่ะเนี๊ยะ ช่างน่าหดหู่อะไรอย่างนี้น๊อ..


    ทำไมหัวใจอิคุณแสน(ใจดำ)ถึงได้ดูแห้งแล้งเหมือนขาดซึ่งน้ำหล่อเลี้ยงแบบนี้ล่ะ

    สิ่งที่ตัวเองได้สร้างขึ้นมานั่นน่ะ มันมีผลกระทบทาง"ใจ"ล้วนๆ เลยรูบ้างมั๊ยคร๊า

    ต่อให้คุณแสน(ใจดำ) สุดแสนฉลาดและล้ำเลิศยังไงก็เหอะ

    คุณไม่อาจสั่งให้ "หัวใจ" ทำตามที่คุณต้องการได้หรอก

    วิธีที่คุณแสนกำลังจะกระทำมองเผินๆ เหมือนคนมีเมตตาธรรม

    แต่การไม่คิดถึงผลพวงทางใจที่จะกระทบในภายหลังแม้แต่น้อยนิด

    มันก็คือวิธีการของคนเห็นแก่ตัวดีๆ นี่เองแหละ

    ไม่ว่าคุณจะเคยเจ็บปวดหรือบอบช้ำกับชีวิตอะไรก็แล้วแต่

    สิ่งเดียวที่จะเยียวยาได้ นั่นคือ"ความ
     
    "อันบริสุทธิ์ใจเท่านั้นค่ะ


          

     
    #349
    0
  15. #348 bailiu (@bailiu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 20:47
    ต้ายยตายพระเอกหรือนี่ช่างเป็นผู้ชายที่...โหดร้ายเย็นขาเลือดเย็นมากกกกกก
    #348
    0
  16. #347 rongda (@rongda) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 14:40
    หลิงน่าสงสาร พระเอกดูจะเย็นชาจังนะ จะรักนางเอกได้ยังไง ตอนไหน นึกไม่ออกเลย
    รอไรเตอร์มาต่อนะคะ สนุกดีค่ะ
    #347
    0
  17. #346 way8003 (@way8003) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 10:03
    สงสารนางเอกมากเลย

    คิดไม่ออกว่า นายแสนจกหลุมรักตอนไหน
    #346
    0
  18. #345 ปาน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 08:19
    คุณแสนมีเหตุผลอะไรที่จดทะเบียนกับหนูหลิง ทั้งๆที่ไม่ต้องจดก็ได้
    #345
    0
  19. #344 ปราง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 05:41
    โอ้...ข้อเสนอพระเอกของเรา...

    อยากอ่านประวัติหนูหลิงบ้างจังเลย ว่าอะไรทำให้คุณแสนยอมให้เป็นแม่ของลูก



    แอบเห็นด้วยกับคุณเลขาว่าลึกๆแล้วพระเอกใจดี (....ออกจะลึกมากสักหน่อย)



    ยังติดตามเป็นแฟนคลับหนูหลิง ชอบนางเอกแบบนี้ เป็นคนมีสติ ดีมาก (ขอนางเอกเป็นแบบนี้ตลอดไปนะคะไรท์เตอร์ เราไม่ชอบนางเอกประเภทสติหลุด)
    #344
    0
  20. #343 Chlee (@chlee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 04:09
    ในที่สุดคุณแสนก็ตัดสินใจที่จะช่วยน้องหลินให้ไปตลอดรอดฝังนะคะ แต่ก็มีสัญญาแลกเปลี่ยนอันแสนประหลาดพ่วงท้ายเข้ามาด้วย เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไปคะ อยากให้ไรเตอร์อัพให้บ่อยขึ้นได้ไหมคะ เรื่องสนุกๆอย่างนี้ คนอ่านก็อยากอ่านเป็นประจำนะคะ ขอบคุณนะคะ
    #343
    0
  21. #342 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 00:09
    โอ้ เพิ่งอ่านเรื่องนี้วันนี้และรวดเดียวถึงตอนนี้ ชอบทุกตอนจริงๆ ค่ะ สงสารนางเอก ซึ่งดูเหมือนโง๋ แต่เป็นคนดีจริงๆ และดูจะเป็นคนฉลาดด้วย ฝีมือการบรรยายเล่าเรื่องดีมากคะ เห็นภาพ เข้าถึงอารมณ์มากค่ะ
    #342
    0