แสนเสน่หา (รีอัพ)

ตอนที่ 3 : เจ้าชาย...เจ้าหนี้ขี่ม้าขาว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    19 ก.ย. 61

ตอนที่ 3


     หญิงสาวรู้สึกคอแห้งขึ้นมาในทันที เธอยืนมองสถานการณ์อยู่ไม่นานพ่อก็มองเห็นเธอ

     เมื่อรับรู้ว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชามาช่วย จิตติจึงเอ่ยปากสั่งรมย์รุจีดังลั่นด้วยน้ำเสียงที่บ่งชัดว่าฉุนเฉียวใกล้จะควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้แล้ว “มาก็ดีแล้ว หลิง! โทรเรียกตำรวจเร็ว บอกเขาว่ามีคนบุกรุก จะเข้ามาปล้นทรัพย์ในบ้านเรา”

     ผู้ชายใส่แว่นที่ยืนจังก้าขวางบันไดเอาไว้เหลียวกลับมามองเธอ เขายิ้มก่อนพยักหน้าให้เธอน้อยๆ เป็นทั้งการทักทายและท้าทายในทีเดียวกัน สีหน้าท่าทางของเขาไม่ได้กลัวคำขู่ของพ่อเธอเลย

     ท่าทางมั่นใจแบบนั้นทำให้รมย์รุจีเลือกที่จะประคองแม่ไปนั่งบนโซฟาในห้องรับแขกก่อน แล้วเดินขึ้นบันไดมาเพื่อเสนอทางออกซึ่งเธอคิดว่าดีที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้ “มีปัญหาอะไรก็หันหน้ามาพูดจากันดีๆ ก่อนดีไหมคะพ่อ”

     “โว้ย! ถ้าฉันพูดกับมันรู้เรื่องฉันจะบอกให้แกโทรเรียกตำรวจเรอะ” จิตติตวาดแหว โมโหที่ลูกสาวไม่เชื่อฟัง ไม่ทำตามที่เขาสั่ง จนหากเธอยืนอยู่ข้างกายเขาคงโดนตุ๊บตั๊บอีกสองสามทีเป็นแน่ “แค่ทำตามที่ฉันสั่งน่ะทำไม่ได้รึไง!”

     “อาจิติอ้า ลื้ออย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปซี้ ลื้อดูซี่ ลูกสาวลื้อหน้าเสียหมดแล้ว ฮี่ฮี่ฮี่” ชายแก่พุงพลุ้ยหัวล้านเลี่ยนซึ่งในอ้อมแขนมีโถสมัยหมิงอยู่พูดกับเจ้าของบ้าน ทว่าสายตาหื่นๆ ของเขานั้นกลับจ้องลูกสาวของเจ้าของบ้านนิ่ง

     ลิ้นสีชมพูของเสี่ยอ้วนที่ยื่นออกมาแตะริมฝีปากยามเมื่อมองรมย์รุจี ทำให้ขนอ่อนๆ หลังคอหญิงสาวที่เป็นฝ่ายถูกจ้องลุกชัน เธอขยะแขยงกับสายตาแบบนั้นจนเผลอเดินลงบันไดมาสามขั้น

     สายตาของเสี่ยเส็งที่มองลูกเลี้ยงตนดุจน้ำทิพย์ชโลมใจของจิตติให้เย็นลงได้ ความโกรธที่ลูกไม่เชื่อฟังจนอยากทุบสักทีสองทีหายไป “หลิง นี่เสี่ยเส็งเพื่อนพ่อ ไหว้เสี่ยเขาซะสิ”

     เพราะจู่ๆ ก็ถูกแนะนำให้รู้จักกันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่เอื้อให้ทำความรู้จักกันสักเท่าไร รมย์รุจีจึงยกมือไหว้เพื่อนรุ่นน้าของพ่ออย่างไม่งดงามเท่าใดนัก

     “อ่า ไหว้พะไหว้พะนะหนู” มือของเสี่ยเส็งยื่นออกมา เป็นเหตุให้รมย์รุจีต้องขยับลงไปจากบันไดอีกสองขั้น ทั้งๆ ที่เธอและเขาก็ยืนอยู่ไกลจนเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่มีทางถึงตัวกันแล้วแท้ๆ

     “ฝากเนื้อฝากตัวกับเสี่ยเขาเอาไว้นะหลิง เพราะตั้งแต่นี้แกต้องไปอยู่กับเขาแล้ว”

     รมย์รุจีคิดว่าเธอกำลังฝัน...ฝันร้าย! ดวงตาตื่นๆ มองพ่อที่เพิ่งพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้อย่างหวาดกลัว “พ่อ...”

     เสียงครางเบาๆ คล้ายเสียงแมวร้องทำให้ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังปกป้องสิทธิ์ของเจ้านายอยู่บนบันไดเหลือบมองหญิงสาวผู้น่าสงสารด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

     เพราะเขายืนอยู่ตรงนี้มานาน จึงได้เห็น ได้ยินเรื่องที่จิตติกับไอ้เสี่ยหื่นเจรจากันชัดเจน และอดไม่ได้ที่จะเห็นใจผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถูกพ่อของตนเองบอกขายราวกับเป็นสินค้า

     จิตใจของศักดิ์สิทธิ์มิได้ด้านชาเหมือนหน้าตาที่ข่มให้นิ่งเฉยหรอก ดังนั้นบอกตรงๆ ว่ายิ่งอยู่ตรงนี้นานเท่าใดศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งไม่พอใจ และภาวนาให้เจ้านายเขารีบมาจัดการเรื่องยุ่งนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

     “หลีกไป!”

     เสียงไล่ของเจ้าของบ้านดึงสายตาผู้ที่จ้องหญิงสาวซึ่งมีสีหน้าเผือดซีดให้หันกลับมามองคนที่ไม่สมควรเป็นพ่อของใครทั้งสิ้น “ผมก็ไม่ได้อยากจะขวางคุณ ถ้าเพียงเสี่ยเส็งวางโถนั่นลงที่เดิม ผมจะถอยทันที”

     โถลายครามสภาพงดงามสมบูรณ์ถูกเสี่ยเส็งโอบรัดเข้ามาในอ้อมอกแน่นอย่างหวงแหน ริมฝีปากหนาอูมขยับเข้าไปใกล้หูจิตติ แล้วพูดอะไรบางอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ยิน แต่ไม่ว่าสองคนนั่นจะพูดอะไรกัน ก็คงไม่ใช่เรื่องดีหรอก เพราะเขาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์หลุดมาจากดวงหน้าของคนทั้งสอง

     ในที่สุดโถแสนสวยก็ถูกนำกลับไปตั้งเอาไว้ในที่เดิมของมัน จิตติมองหน้าศักดิ์สิทธิ์ราวกับจะหาเรื่อง แต่เมื่อไม่มีสมบัติใดๆ ติดมือเขาลงไปยังชั้นล่าง ศักดิ์สิทธิ์ก็ยอมเปิดทางให้อดีตเจ้าของบ้านและแขกเดินลงไปแต่โดยดี

     รมย์รุจีถอยไปอยู่ที่ห้องรับแขกเมื่อพ่อพาแขกเดินลงมายังชั้นล่าง หางตาเธอเห็นแขกที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับเชิญเดินลงมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน เธอยังไม่รู้ ยังคิดไม่ออกว่าผู้ชายใส่แว่นคนนั้นเป็นใคร แต่ก็มีสถานการณ์เร่งด่วนมาดึงเอาความคิดและความสนใจทั้งหมดของเธอไปเสียก่อน

     มือของพ่อที่เดินเข้ามาหาจับท่อนแขนเธอเอาไว้ ก่อนดึงเธอเข้ามาประจันหน้ากับเสี่ยเส็ง “ฝากลูกสาวคนโตของผมด้วยนะครับเสี่ย” 


50%

     “อ่า อ่า ม่ายต้องเป็นห่วงปาย เสี่ยจาดูแลอาหลิงให้ดีที่สุด” สิ้นคำรับประกัน เสี่ยที่รมย์รุจีเพิ่งรู้จักก็ยื่นมือมาแตะไหล่เธอพร้อมลูบเบาๆ เรียกความขยะแขยงทั้งหลายทั้งมวลให้ขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย และแม้รมย์รุจีจะรู้ว่ามันหยาบคาย ทว่าเธอก็รีบใช้แขนข้างที่ไม่ได้ถูกพ่อจับเอาไว้ปัดมืออูมๆ นั้นออกจากไหล่เธออย่างแรง

     “ทำอะไรน่ะหลิง!”

     รมย์รุจีช้อนดวงตามองพ่อ แววตาเธอมีทั้งคำถาม มีทั้งความน้อยใจ ไม่เข้าใจผสมผสานอยู่เต็มเปี่ยม

     เมื่อเห็นแววตาแบบนั้นของคนที่เขาเลี้ยงดูมาราวกับลูกสาวคนหนึ่ง จิตติก็รู้สึกผิดนิดๆ ขึ้นมาบ้าง แต่ความรู้สึกผิดนั้นถูกปัดออกไปจากใจอย่างรวดเร็ว เมื่อคิดถึงความลำบากอันใหญ่หลวงที่เขาต้องเผชิญหากรมย์รุจีไม่ยอมช่วยเขา

     “ม่ายเป็นรายๆ อาหลิงคงตกจาย เสี่ยเข้าจาย”

     แม้เสี่ยวัยดึกจะไม่ถือสา แต่จิตติก็ยังคงสั่งให้รมย์รุจีขอโทษที่ทำกิริยาไม่ดีต่อแขก

     และแม้ดวงตาของรมย์รุจีจะตัดพ้อพ่อตนเองสักเพียงไร เธอก็ยังยอมเอ่ยปากขอโทษ เธอยังคงเชื่อฟังพ่อเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

     คำขอโทษของลูกสาวทำให้จิตติอารมณ์ดีขึ้น เขายื่นมือลูกสาวส่งให้ถึงมือเสี่ยก่อนฝากฝัง “ฝากดูแลลูกสาวผมด้วยนะครับเสี่ย ส่วนของที่เสี่ยเลือกเอาไว้ผมจะนำไปให้ทีหลังไม่ต้องห่วง” ประโยคสุดท้ายเสียงจิตติลดลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบ

     มืออูมๆ ทั้งร้อนและชื้นไปด้วยเหงื่อจับมือรมย์รุจีแน่น เสียงหัวเราะฮี่ๆ ดังอยู่ใกล้หูหญิงสาวที่พยายามจะดึงมือออกจากการจับกุม ทว่าคราวนี้เหมือนเสี่ยวัยคราวปู่จะเตรียมตัวรับการขัดขืนแล้ว จึงดึงดันไม่ยอมปล่อย ทั้งยังดึงมือเธอแรงๆ จนเธอเสียหลักแล้วเซเข้าไปในอ้อมกอดของหมูตอนแก่ๆ อีก

     รมย์รุจีร้องวี๊ด ยกมือข้างที่เป็นอิสระยันหน้าอกซึ่งชื้นไปด้วยเหงื่อของเสี่ยแก่หื่นกามทันที “อะไรกัน ปล่อยฉันนะ พ่อ! พ่อคะนี่มันหมายความว่ายังไง”

     “ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไง” จิตติมองสีหน้าร้อนรนของลูกสาว เห็นใจหญิงสาวที่ต้องกลายเป็นเมียคนแก่เหมือนกัน แต่...เขาต้องเป็นห่วงตนเองมากกว่า “พ่อยกแกให้เสี่ยเขาแล้ว เสี่ยอายุมากแล้วอยากได้คนไปช่วยดูแล พ่อเลยเสนอแกไป”

     “ไม่!” รมย์รุจีกรีดร้องและไม่สนใจเรื่องมารยาทอีก แค่ดูแลหรือ ไปหลอกเด็กอมมือดีกว่าเธอไม่มีวันเชื่อหรอก และเพราะไม่เชื่อนี่เองหญิงสาวจึงยกเท้าขึ้นเตะหน้าแข้งเสี่ยที่พยายามจะโอบรัดเธอจนมันร้องโอดโอยและปล่อยเธอทันที

     เมื่อร่างเป็นอิสระ หญิงสาวก็วิ่งตรงไปหาแม่ที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนโซฟา น้ำตาร้อนๆ รินลงมาตามร่องแก้มเมื่อเธอโผเข้าไปกอดแม่แล้วละล่ำละลักขอร้อง “แม่ขาแม่! แม่พูดกับพ่อที อย่าให้พ่อทำแบบนี้ หลิงไม่ยอม”

     “อีลูกไม่รักดี นี่แกคิดจะแข็งข้อกับฉันเหมือนอย่างน้องแกอีกคนแล้วใช่ไหม อีเด็กอกตัญญู” จิตติเริ่มก่นด่าเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ ปกติแล้วรมย์รุจีจะว่าง่าย สั่งให้ไปซ้ายหรือขวาเธอไม่เคยขัดใจเขาเลยสักครั้ง แต่กะอีแค่เรื่องแค่นี้ ทำไมมันต้องดื้อ!

     “คุณติคะ คุณ...”

     ยังไม่ทันที่รัมภาจะทันได้ขอร้องอะไรสามี จิตติก็ยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าภรรยา สีหน้าเขาดุดันจนเธอไม่กล้าพูดต่อแม้ในใจจะรุ่มร้อนเป็นห่วงบุตรสาว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะรัมภากลัวสามีของเธอยิ่ง ทุกคนไม่รู้...คนภายนอกไม่มีใครรู้เลยว่าตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่อยู่ร่วมกันมา ต่อหน้าคนอื่นจิตติจะทำเหมือนรักและห่วงใยเธอนักหนา ทว่าเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังแล้ว...มือเขาหนักนัก รัมภาต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะหกล้มปีละหลายครั้ง ซึ่ง...คงมีแต่ลูกสาวคนโตเท่านั้นที่รู้ว่าแท้จริงแล้วแม่ไม่ได้หกล้มจริง

     ร่างบอบบางของรัมภาสั่นเทาราวลูกนก กลัว...เธอกลัวสามี แต่ลูก...เธอก็รักยิ่ง เธอจะทำอย่างไรลูกจึงจะพ้นไปจากเรื่องบ้าๆ นี้ไปได้ หัวอกของแม่ปวดร้าวราวถูกบีบ สมองที่มีความรู้เพียงแค่ป.4 ขบคิดอย่างหนัก แต่หาทางออกไม่ได้เลย ไม่มีทางเลือกเลย!

     “หยุด! เรื่องอะไรที่ฉันตัดสินใจไปแล้วนั่นย่อมหมายความว่ามันดีที่สุดสำหรับครอบครัวเรา” คำประกาศของผู้นำครอบครัวทำให้ผู้อยู่ใต้การปกครองผวากอดกันกลม ด้วยรู้ดี ทุกครั้งที่ผู้นำครอบครัวประกาศเช่นนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ “แกก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอหลิงว่าตอนนี้ครอบครัวเรากำลังลำบาก อีกสองวันต่อจากนี้เราก็จะไม่มีบ้านอยู่ บริษัทก็ถูกยึดไปแล้ว นั่นเท่ากับว่าเราไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย แกทนเห็นแม่แกลำบาก ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีอะไรจะกินได้เหรอ”

     เพราะจิตติรู้ดีว่าลูกสาวคนนี้รักแม่นัก เขาจึงเลือกที่จะกล่อมให้เธอยอมทำตามความต้องการของเขาด้วยการยกรัมภามาอ้าง “แกรู้ไหมว่าเสี่ยเส็งเขาใจกว้างขนาดไหน เพียงแค่แกไปอยู่กับเขา ช่วยดูแลเขา เขาก็จะให้บ้านเรา ให้เงินฉันก้อนหนึ่งด้วยเพื่อสร้างบริษัทของเราขึ้นมาใหม่ แกสบาย แม่แกก็สบาย”

     “หลิงพอมีเงินเก็บ และถึงตอนนี้จะไม่มีงานแล้วแต่ความรู้หลิงก็มี หลิงหางานใหม่เลี้ยงพ่อกับแม่ได้...”

     จิตติทำท่าคล้ายกับถ่มน้ำลายลงพื้นหลังฟังลูกสาวพูดจบ “เงินเก็บของแกมันเท่าไหร่ เงินเดือนเงินดาวน์มันจะได้ซักแค่ไหนเชียว คิดจะเลี้ยงฉันเลี้ยงแม่แกอย่างนั้นเหรอ เงินขี้ปะติ๋วแค่นั้นลำพังใช้หนี้ให้พวกเจ้าหนี้ของฉันมันก็ยังไม่พอเลยมั้ง ไม่ต้องพูดมาก ฉันสั่งให้แกไปก็ต้องไป อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก ไม่อย่างนั้น...แกจะต้องเสียใจ”


75%

     ดวงตาของจิตติเป็นประกายวาววับดุจตาของเสือร้ายยามจ้องจะตะปบเหยื่อ รมย์รุจีมองตามสายตาของพ่อแล้วขนลุกเยือก เพราะมันไม่ได้จับจ้องไปที่เธอ แต่จ้องแม่ของเธอนิ่ง

     หญิงสาวกอดแม่แน่นขึ้นก่อนสะอื้นอยู่แนบอกแม่ เธอรู้สึกเหมือนมีบ่วงกำลังรัดคอเธอ บ่วงที่ชื่อว่า ‘รัก’ กำลังรัดลำคอเธอช้าๆ เธอกำลังจะตายทั้งเป็น!

- - - - - - - - - -



     ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งยืนเฝ้าทางเข้าทางออกอยู่ราวกับยักษ์เฝ้าประตูดีใจเหลือเกินเมื่อเห็นรถของนายแล่นผ่านประตูทางเข้าบ้านของนายจิตติมา บอกตรงๆ ว่าเขาสะอิดสะเอียนความเห็นแก่ตัวของผู้ชายคนหนึ่งจนเกือบจะอาเจียนอยู่แล้ว ดังนั้นชายวัยสามสิบจึงรีบเดินออกมารับหน้าเจ้านายของเขาแทนที่จะอยู่ฟังคำสำรอกของจิตติต่อ

     “เป็นยังไง”

     นายถามเพียงสั้นๆ แต่เพราะความอัดอั้นตันใจผนวกกับสงสารผู้หญิงคนหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์จึงเล่าทุกอย่างที่เขาได้ยินมาให้เจ้านายฟังชนิดละเอียดยิบ

     แสนหิรัญฟังเรื่องราวยาวเหยียดที่เลขาเล่าโดยไม่เอ่ยขัดคอเลยสักคำ และทันทีที่ฟังจบ ริมฝีปากบางเฉียบก็แย้มออกน้อยๆ ก่อนกระเซ้าเลขาที่ทำหน้าคล้ายอยากจะชวนเขาไปรุมยำใครสักคน “ดูนายจะอินกับเรื่องนี้เอามากนะศักดิ์สิทธิ์”

     พอถูกกระเซ้ากลับ ศักดิ์สิทธิ์ก็หัวเราะเบาๆ ก่อนใช้มือขยับขาแว่นซึ่งเป็นอาการที่ชายหนุ่มมักจะทำทุกครั้งเมื่อขัดเขิน “ผมก็แค่สงสารคุณหลิงเท่านั้นครับ เธอเป็นคนดี ไม่ควรที่จะมาถูกขายเป็นผักเป็นปลา อีกอย่าง ไอ้เสี่ยเส็งอะไรนั่นก็เหลือรับประทานจริงๆ นะครับคุณแสน อายุก็รุ่นปู่ รูปร่างหน้าตาก็ยังกับตือโป้ยก่ายจำแลง”

     นานๆ ทีแสนหิรัญจึงจะรู้สึกขันอะไรกับเขาเสียที นี่อาจเป็นเสียงหัวเราะครั้งแรกในรอบเดือนของเขาเลยก็ว่าได้ “พูดเกินไปรึเปล่าศักดิ์สิทธิ์ นายจิตติคงไม่ถึงขั้นขายลูกให้ตือโป้ยก่ายจำแลงอะไรอย่างที่นายพูดหรอกมั้ง ยังไงๆ เขาก็พ่อลูกกัน”

     “ถึงจะได้ชื่อว่าพ่อ แต่ก็เป็นแค่พ่อเลี้ยง” ศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนฟังพ่อประกาศขายลูกให้ปีศาจหมูจำแลงอยู่เป็นนานสองนานแยกเขี้ยว ด้วยรู้สึกว่าคนแบบนี้ไม่ควรจะถูกใครเรียกว่าพ่อทั้งนั้น “เพราะแบบนี้ไงครับถึงได้ไม่เลือกลูกเขยให้คุณหลิงดีๆ เหมือนคราวที่เลือกคุณแสนให้ลูกสาวตัว คราวนี้น่ะสักแต่ว่ามีเงิน จะแก่ จะเหี่ยว จะทุเรศยังไงก็ใส่คุณหลิงถวายพานไปให้ เสียดาย...ผู้หญิงดีๆ แท้ๆ”

     ดวงตาแสนหิรัญหรี่ลงเพราะประโยคสั้นๆ ของเลขา ‘ลูกเลี้ยง’ สถานะน่าอนาถที่เขาคุ้นชินและรู้จักมันดีทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่แสนหิรัญไม่ค่อยรู้สึกบ่อยครั้งนักขึ้นมา

     เขานึกถึงวงหน้ากลมที่แก้มโย้ไปข้างหนึ่งได้ตามประสาคนความจำดี เพราะเป็นลูกเลี้ยงใช่หรือไม่ ผู้หญิงคนนั้นจึงต้องเจียมตัวเจียมตน ไม่โกรธ ไม่เรียกร้อง และพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้รับ...ความรัก

     กรามแกร่งบดเข้าหากันก่อนจะคลายออก แสนหิรัญปัดความรู้สึกหงุดหงิดออกไปจากหัวใจก่อนเปลี่ยนเรื่องด้วยไม่อยากคิด ไม่อยากสนใจ ไม่อยากหวั่นไหวไปกับคำว่า ‘ลูกเลี้ยง’ อีก

     “ชอบเขาเหรอถึงได้ดูเดือดร้อนแทนกันแบบนี้”

     คำถามของนายจุดรอยแดงขึ้นบนใบหน้าขาวซีดของหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน มือไม้ที่แนบอยู่บริเวณลำตัวรีบยกขึ้นมาโบกเป็นการปฏิเสธ “โอ๊ย! ไม่ครับ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย ผมก็แค่เสียดายผู้หญิงดีๆ แค่เสียดายเท่านั้นจริงๆ”

     “ผู้หญิงดีๆ นี่นายย้ำคำนี้มาสองหนแล้วนะ ถามจริงเถอะรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนี้ดี แอบตามสืบเรื่องเขามานานแล้วงั้นสิ”

     เมื่อถูกนายกระเซ้าถามไม่เลิก หน้าตาศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งแดงก่ำ ดูน่าสงสัยมากขึ้นอีกโข “เปล่านะครับ เปล่าจริงๆ แค่...ตอนนั้นที่คุณแสนให้สืบเรื่องของคุณเจินเจินกับครอบครัว ผมก็เลยพลอยรู้เรื่องของคุณหลิงไปด้วยก็เท่านั้น ไม่มีอะไรจริงๆ”

     นายพยักหน้ารับคำแก้ตัวเป็นพัลวันของลูกน้อง ไม่ใช่เพราะเชื่อ แต่เป็นเพราะไม่ต้องการให้ศักดิ์สิทธิ์ต้องเหนื่อยหาข้อแก้ตัวมาร่ายให้เขาฟังมากกว่านี้ เพียงแค่นี้เขาก็พอที่จะรู้ใจเลขาของตนเองแล้ว

     รมย์รุจี เจ้าหล่อนคงไม่รู้ว่ากำลังจะรอดปากเหยี่ยวปากกาคราวนี้ไปได้เพราะสถานะลูกเลี้ยงที่ทำให้เขานึกสงสาร และอีกเหตุผลก็คือ เพราะเธอเป็นสาวที่ครอบครองหัวใจของเลขาเขาเอาไว้นั่นเอง

     เจ้านายที่ดีกับลูกน้องยิ่งก้มหน้าลง ลอบยิ้ม ก่อนเดินจากรถเข้าไปในตัวบ้าน

- - - - - - - - - -


100%

     ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในบ้าน ดวงตาของแสนหิรัญก็เป็นประกายด้วยความขบขัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเขาเห็นเสี่ยเส็งหรือตือโป้ยก่ายจำแลงของศักดิ์สิทธิ์เดินโอบไหล่รมย์รุจีที่หน้าซีดเหลือเพียงแค่สองนิ้วสวนทางมา

     ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ บุคลิกธรรมดาๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นคนนี้ กลับมีมีความกตัญญู...และความโง่ที่เหนือกว่าคนธรรมดา

     ถามจริงๆ เถอะ สมัยนี้แล้วยังจะหาผู้หญิงที่ยอมถูกพ่อขายให้ไปเป็นเมียคนแก่ได้จากที่ไหนอีก!

     เมื่อคนแก่ที่กำลังจะมีเมียสาวก้าวหลบแสนหิรัญไปทางซ้าย มือใหญ่ของคนหนุ่มก็เอื้อมไปจับแขนหญิงสาวที่แม้จะหยุดร้องไห้แล้ว แต่ดวงตาก็ยังคงแดงช้ำเอาไว้

     รมย์รุจีหยุดเดิน ก่อนช้อนดวงตาแดงช้ำขึ้นมามองหน้าผู้ชายที่คว้าแขนเธอเอาไว้ ดวงตาแสนเศร้าของเธอเต็มไปด้วยคำถาม

     “พ่อเธอล่ะ”

     อ้อ...เขาหยุดเธอเอาไว้ก็เพื่อถามถึงพ่อ หญิงสาวคิดก่อนบอกเขาด้วยน้ำเสียงอู้อี้ผิดปกติว่า “ในห้องรับแขกค่ะ เดิน...” เธอกำลังบอกทางให้แก่เขา ทว่าแสนหิรัญไม่รอฟัง เขาดึงแขนเธอจนเธอต้องก้าวเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวแล้วสั่ง

     “นำทางฉันไป”

     เมื่อว่าที่เมียสาวกำลังจะเดินไปกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ มืออวบอูมของเสี่ยเส็งที่โอบรอบหัวไหล่รมย์รุจีไว้ก็ขยุ้มไหล่เธอแน่นเข้าจนเธอรู้สึกเจ็บ

     “คุงก็เดินไปเองซี่ นั่นงายคุณจิติ ก็เห็งๆ อยู่” เสี่ยเส็งชี้มือชี้ไม้ไปยังห้องรับแขกที่มองจากตรงนี้ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเจ้าของบ้านนั่งอยู่ที่นั่น

     ดวงตาคมไม่หันไปมองตามการชี้นำของเสี่ยตือโป้ยก่าย แต่จับจ้องดวงตาแดงช้ำนั่นนิ่ง

     แสนหิรัญเคยเห็นผู้หญิงร้องไห้มาก็มาก แต่ส่วนมากจะร้องเพราะเสแสร้งเกือบทั้งหมด ทว่าดวงตาแดงก่ำตรงหน้ามันเศร้าสร้อยจับจิตจนเขานึกสังเวช ชายหนุ่มที่ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรีๆ กระชากแขนเธออย่างแรงจนรมย์รุจีถลาเข้ามาหาเขา ร่างเธอหลุดจากการโอบอย่างเป็นเจ้าของของเสี่ยเส็งเข้ามาสู่เงื้อมือของเขาแทน

     “นำทางฉัน”

     เมื่อได้รับคำสั่งที่ทำให้เธอเป็นอิสระจากการอ้อมแขนที่น่ารังเกียจของเสี่ยเส็ง รมย์รุจีก็เร่งฝีเท้า เดินนำแขกรายใหม่เข้าไปในห้องรับแขกซึ่งอยู่ห่างจากประตูหน้าไปไม่ถึงสิบก้าว

     แม้จิตติจะยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาข้างภรรยาที่ยังคงยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาเป็นระยะ แม้เขายังสามารถรักษากิริยาให้นิ่งสงบอยู่ได้ ทว่าภายในใจกลับรุ่มร้อนจนแทบนั่งไม่อยู่เมื่อเห็นเจ้าหนี้รายใหญ่มาหาเขาถึงที่บ้าน

     แผนที่คิดจะแอบขายสินทรัพย์เงียบๆ เพื่อหาเงินเอาไว้ทำทุนกลับยากกว่าที่คิด เพราะเขาดันมีเจ้าหนี้ที่ชื่อแสนหิรัญ เติมเต็มทรัพย์นี่แหละ

     โธ่โว้ย! ทำไมมันถึงได้รู้ทัน จนให้คนมาตามเฝ้าเขาเอาไว้แบบนี้ก็ไม่รู้ ฉิบหายหมดแล้ว!

- - - - - - - - - -


มาแว้วๆ พระเอกเรามาแว้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

1,549 ความคิดเห็น

  1. #301 กาน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:10
    น่าสงสาร
    #301
    0
  2. #300 uralee (@uralee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:09
    นางเอกน่าสงสารจังค่ะไรเตอร์ TT-TT คุณแสนอยู่ที่หนายยยยยยยย
    #300
    0
  3. #299 จิรารัตน์ (@jeabrutn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:20
    เป็นพ่อที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง
    #299
    0
  4. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:15
     พ่อก็ไม่ใช่พ่อตัวเองน่าจะพาแม่ไปไกลๆผู้ชายคนนี้นะ
    #298
    0
  5. #297 ณิชารดี (@furu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 09:33
    น่าสงสารจริงๆ
    #297
    0
  6. #296 PeKcHuL@ราชวงค์ลิง (@pekchul) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:58
     ตบมัน!
    #296
    0
  7. #295 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:31
    สงสารนางเอกจังเลย
    #295
    0
  8. #294 OUnph (@muzmee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 02:34
     กับหลิงนี่ยังไม่ค่อยแปลกนะ เพราะเป็นแค่ลูกเลี้ยง  แต่กับเจินเจินนี่สิ ลูกในไส้เลยนะนั่นน่ะ ผีพนักมันหักคอแล้วไง
    #294
    0
  9. #293 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 13:47
    พ่อใจร้ายขายลูกทั้งสองคน
    #293
    0
  10. #292 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 06:06
    รักแต่ตัวเองนะจิตติ  ไม่น่าเป็นพ่อคนเลย
    #292
    0
  11. #291 fsn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 14:47
    หวังว่าคนแบบ จิตติ คงมีอยู่แค่ในนิยาย
    #291
    0
  12. #290 นัควัต (@nakwat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:36
    สงสารหลิงอะ คุณพ่อใจร้ายมากกกกกกก
    #290
    0
  13. #289 ดินสอ4B (@kamonpon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 18:11
    พ่ออะไรใจร้ายจังเลย สงสารนางเอกอ่ะ
    #289
    0
  14. #288 narak_beer (@roongna_pa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 10:56
     เป็นพ่อที่ใจร้ายมาก สงสารหลิงมาก สู้ๆๆ
    #288
    0
  15. #287 cascada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 04:17
    นางเอกน่าสงสารมาก ๆ
    #287
    0
  16. #286 Shionee (@lovestory2007) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 11:01
    เศร้าจริง ๆ ชีวิตหลิง
    #286
    0
  17. #285 angll2009 (@angle2009) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 14:11
    เพิ่งเข้ามาอ่าน.... สงสารหลิงจังเลยค่า 
    #285
    0
  18. #284 >>Khwanana<< (@20032535) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 23:11
     แน่ใจนะว่านี่พ่อแท้ๆ เห็นแก่ตัวสุดๆอ่ะ

    เหมือนไม่ใช่คนแล้วแบบนี้
    #284
    0
  19. #283 way8003 (@way8003) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 21:42
    สงสารอาหลัง จริงๆๆๆๆๆๆๆ
    #283
    0
  20. #282 MU @ Club (@mooarmy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 / 18:59



     
     
     


    โหย..น่าสงสารหลิงหลิงจังเลยค่ะ นายกิตติไม่มีวิญญาณของความเป็น"พ่อ"

    แม้แต่นิดเดียวเลยอะ คงไม่ใช่เพราะผีพนันเข้าสิงห์อย่างเดียวหรอก

    จริงๆ แล้วคงชั่วเป็นทุนเดิมอยู่แล้วล่ะ ขนาดลูกตังเองแท้ๆ (เจิน)

    ยังคิดจะเอาแทนหนี้พนันเลย นับประสาอะไรกับหลิงหลิง

    น่าเศร้าใจเนอะ แม่ก็ดันอ่อนแอไม่สามารถช่วยเหลือลูกๆ ได้เลย

    คงเป็นเรื่องของชะตาลิขิตแล้วล่ะแบบนี้.. นี่ขนาดยังไม่มีเรื่องคุณแสนเข้ามาเลยนะ

    ยังชักจะดราม่าซะเยอะแล้ว รีบๆ จัดมาเลยนะคะไรเตอร์

    อยากเชียร์เต็มที่แล้วค่ะตอนนี้( ยังไม่รู้จะเชียร์ใครดีเลยค่ะ )

    แต่ที่แน่ๆ ใครร้ายกาจรีดเดอร์จะแช่งค่ะ
      




        

      
    #282
    0
  21. #281 notto2521 (@notto2521) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 14:11
    สงสารนางเอกจัง T^T
    #281
    0
  22. #280 นู๋เอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 07:33
    พ่อสารเลว
    #280
    0
  23. #279 Chlee (@chlee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 23:53
    รันทดใจจริงๆคะ สงสารน้องหลินคะ
    #279
    0
  24. #278 bailiu (@bailiu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 22:47
    อ่านมาสามตอนก็็็....
    สนุกน่าติดตามดีค่ะแต่จะสนุกกว่านี้ถ้า
    ไรเตอร์มาอัพๆๆๆๆๆๆๆๆจนจบ55
    จะรอนะค่ะ

    #278
    0