แสนเสน่หา (รีอัพ)

ตอนที่ 1 : วิวาห์ล่ม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    17 ก.ย. 61

ตอนที่ 1

รถยุโรปสีเข้มซึ่งติดฟิล์มกรองแสงค่อนข้างหนาชะลอความเร็วลงพร้อมกับอาการถอนหายใจออกมายาวเหยียดของผู้ขับ

ใบหน้ากลมที่วันนี้แต่งหน้าแต่งตัวเสียจนสวยผุดผาดผิดจากทุกวันทอดสายตามองรถซึ่งติดกันเป็นแพอยู่เบื้องหน้า ก่อนหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง ทว่าทุกคนที่รู้จักพวกเธอล้วนแล้วแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่น้องคนละพ่อคู่นี้มิได้มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันเลย หากจะเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด จิตรกัญญาผู้เป็นน้องสาวคงเปรียบได้กับกุหลาบแสนงดงามที่สามารถตรึงตาตรึงใจผู้คนได้เพียงแรกเห็น ส่วนรมย์รุจีน่ะหรือ...เธอเป็นได้แค่เพียงดอกมะลิที่ผู้คนเห็นจนชินสายตา จึงไม่แปลกอะไรที่ทุกคนมองข้ามความสบายตาสบายใจแสนธรรมดาสามัญของเธอ และหันไปชื่นชมความงามล้ำของจิตรกัญญากันทั้งนั้น

แต่พูดตามตรง ไม่เคยมีสักครั้งในชีวิตที่รมย์รุจีนึกอิจฉาน้องสาวตนเองเลย ด้วยเธอรู้ดี คนไม่งามก็มีความทุกข์ในแบบคนไม่งาม ส่วนคนงามก็มีความทุกข์ในแบบของเขาเช่นกัน

คนไม่งามแบบรมย์รุจีความทุกข์มักจะมาในรูปแบบของความอกหักเบาๆ ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะครั้งคราใดที่เธอพาคนซึ่งเธอชอบมาพบกับน้องสาว ผู้ชายเหล่านั้นก็มักจะเทหัวใจไปให้จิตรกัญญาเสมอ

ดังนั้นจึงอาจเรียกได้ว่า น้องสาวคนสวยของเธอเป็นด่านแรกที่เธอเอาไว้คัดเลือกผู้ชายเลยก็ได้

ส่วนคนงามแบบจิตรกัญญานั้นความทุกข์มักมาในรูปแบบของผู้ชายมากหน้าหลายตาซึ่งดาหน้าเข้ามาจีบ จนบางครั้งน้องสาวของเธอก็ถึงกับร้องกรี๊ดๆ เพราะรำคาญผู้ชายช่างตื้อพวกนั้น

คิดถึงเรื่องนี้แล้วรมย์รุจีก็อดหันกลับไปมองน้องสาวอีกครั้งไม่ได้ สีหน้าของจิตรกัญญาในวันนี้เรียบเฉยราวกับตุ๊กตา งดงาม แต่ไร้จิตใจ เห็นแบบนี้แล้วรมย์รุจีก็อดสงสารน้องไม่ได้

ผู้หญิงคนใดเล่าจะอยากแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก...

รถติดจัง ไม่รู้ว่าข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุอะไรรึเปล่าสิ เสียงของพี่สาวลอยผ่านอากาศเข้ามาสู่โสตประสาทของจิตรกัญญาที่แม้จะมองเหม่อออกไปนอกรถ ทว่าดวงตาของเธอกลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย อนาคตเบื้องหน้าของเธอนั้นแสนจะมืดมน

ไม่ต้องห่วงนะเจินเจิน ถ้ารถขยับได้อีกนิดล่ะก็พี่จะมุดเข้าซอยนั้น เท่าที่จำได้มันเป็นทางลัดไปโรงแรมได้

ริมฝีปากของเจ้าสาวอ้าออกน้อยๆ คิดอยากจะห้ามพี่สาวอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว พอรถเคลื่อนตัวไปได้เล็กน้อย รมย์รุจีที่รอเวลาอยู่อย่างตั้งใจก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือทันที

จิตรกัญญาเกือบครางออกมา หญิงสาวรู้สึกเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเธอ เพราะภายในซอยที่เลี้ยวเข้ามาโปร่ง โล่ง ไม่มีรถเลย ว่าที่เจ้าสาวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเริ่มกัดริมฝีปาก บีบมือตนเองแน่น ภาวนาขอให้เกิดเหตุอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอไปไม่ทันงานแต่งงานของตนเอง!

ตายแล้ว!”

เสียงอุทานของพี่สาวดังขึ้นทำให้คนซึ่งเอาแต่นั่งก้มหน้ามองมือที่บีบกันแน่นของตนเองเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มอย่างพอใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาในครั้งนี้ เธอเห็นถนนสองเลนเบื้องหน้าเต็มไปด้วยรถ

มันต้องอย่างนี้สิ แบบนี้เขาถึงเรียกว่าสวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนดี! จิตรกัญญาเกือบจะยกมือขึ้นขอบคุณสวรรค์แล้ว หากไม่ได้ยินเสียงพูดอุบอิบกับตนเองซึ่งพี่สาวมักทำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัยเสียก่อน

มาติดอะไรตรงทางออกแบบนี้ อีกนิดเดียว พ้นซอยนี้ ข้ามถนนไปก็ถึงโรงแรมแล้ว เอาไงดีๆๆ รมย์รุจีพึมพำกับตนเองก่อนเบนสายตามามองนาฬิกาบนข้อมือ หญิงสาวชะเง้อมองรถที่จอดต่อกันนิ่งไม่ขยับมาราวห้านาที ก่อนตัดสินใจหันไปบอกน้องสาวว่า เดินไปดีกว่าไหมเจินเจิน ไม่ไกลหรอก แค่นี้เอง

จิตรกัญญามองหน้าพี่สาวที่หันมาเสนอความเห็น หญิงสาวเกือบจะส่ายหน้า เกือบจะปฏิเสธอยู่แล้วถ้า...ไม่เกิดความคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาเสียก่อน

ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งอายุปาเข้าไปยี่สิบสาม จิตรกัญญากล้าพูดได้เลยว่าในชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่เธอต้องการแล้วไม่ได้ ถึงพ่อจะได้ชื่อว่าตระหนี่ถี่เหนียว ทว่าสำหรับลูกสาวคนโปรดแบบเธอ ขออะไรแล้วพ่อไม่เคยขัด เพียงแค่ชี้ ทุกสิ่งก็จะมากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก แต่...ถ้าเพียงเธอรู้สักนิดว่าความสุขความสบายทั้งหลายทั้งมวลที่พ่อให้แก่เธอนั้น วันหนึ่ง...พ่อก็ต้องการให้เธอตอบแทนท่านกลับไปเหมือนกัน เธอคงจะไม่เรียกร้อง ไม่วอนขออะไรจากพ่อเลย!

สิ่งที่พ่อร้องเรียกร้องจากเธอคือการแต่งงาน พ่อต้องการให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่เธอแทบจะไม่รู้จัก

แน่นอนว่าจิตรกัญญาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ก็เรื่องสำคัญอย่างเช่นการแต่งงาน มันต้องเป็นความสมัครใจของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมิใช่หรือ จะมาบังคับข่มเหงกันเช่นนี้ได้อย่างไร จิตรกัญญาไม่มีวันยอม!


50%

     แต่ไม่ว่าจะเพียรอธิบาย ขอร้อง หรือถึงขั้นออกอาการอาละวาดเอากับพ่อ งานแต่งงานที่เธอไม่ได้เห็นชอบก็ยังคงจัดขึ้นตามหมายกำหนดเดิม

     มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ก่อนริมฝีปากบางจะคลี่รอยยิ้มหวานส่งให้ผู้เป็นพี่สาว “ได้ค่ะ เจินจะเดินไปเอง พี่หลิงค่อยๆ ขับตามเอาชุดไปให้เจินก็แล้วกัน เจินคงต้องรีบไปแต่งหน้าทำผมก่อนเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา”

     รมย์รุจีรู้สึกสะดุดใจอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ น้องสาวซึ่งไม่เคยร่วมมือ ไม่เคยยอมทำอะไรในงานแต่งงานของตนเองเลยก็ยินดี ยินยอมทำตามคำแนะนำของเธออย่างว่าง่าย แล้วยังรอยยิ้มหวานๆ ที่เห็นผ่านทางหางตานั่นอีกล่ะ มันเป็นรอยยิ้มที่...แปลก

     เพราะผู้เป็นพี่มัวแต่คิด มารู้ตัวอีกทีเธอจึงเห็นน้องสาวก้าวลงไปยืนที่ถนนแล้ว ขยับปากจะพูดจิตรกัญญาก็ปิดประตูรถเสียงดังสนั่นแล้วเริ่มออกเดิน รมย์รุจีขยับมือไปกดปุ่มที่อยู่ข้างคนขับเพื่อลดกระจกฝั่งคนนั่งลง

     “ห้องพักเจ้าสาวอยู่ติดกับห้องบอลรูมนะเจิน ถ้าหาไม่เจอก็โทรหาแม่นะ”

     รมย์รุจีไม่รู้ว่าน้องสาวซึ่งเร่งฝีเท้าเดินเร็วๆ จากไปนั้นจะได้ยินหรือไม่ เพราะเธอไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับมาเลย

     อกเธอรู้สึกหวิวๆ อย่างประหลาด แต่หญิงสาวกลับคิดไปว่า คงเป็นเพราะเลยเวลาที่เจ้าสาวควรจะไปถึงโรงแรมแล้วทว่ายังไปไม่ถึงเป็นแน่ จึงทำให้เธอมีอาการ ‘เป็นห่วง’ แบบนี้

- - - - - - - - - -



     ตั้งแต่เกิดมารมย์รุจีไม่เคยถูกพ่อตีต่อหน้าคนอื่นมาก่อน แม้พ่อจะเป็นคนอารมณ์ร้าย ทว่าท่านก็มักจะเก็บงำกิริยาได้หากอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่วันนี้...หลังจากที่เธอกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพักของเจ้าสาวแล้วไม่เห็นน้องสาวซึ่งควรจะมาถึงก่อนหน้าเธอ พ่อที่มีสีหน้าไม่ดีนักก็ปรี่เข้ามาหา กระชากแขนเธอพร้อมกับถามเสียงดุดัน

     “เจินเจินไปไหน! เจินเจินล่ะ รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว!”

     หัวใจรมย์รุจีหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าเธอซีดเผือดทันทีที่กวาดตามองไปรอบๆ ห้องแล้วไม่เห็นน้องสาว สังหรณ์แปลกๆ และรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของน้องสาวทำเธอขาสั่น ปากสั่น แต่แม้จะสั่นจนควบคุมร่างกายเอาไว้แทบไม่อยู่ รมย์รุจีก็ยังเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พ่อฟังอย่างละเอียดได้

     เมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างจนจบ หญิงสาวขอโทษขอโพยพ่อเป็นการใหญ่แล้วลนลานควานหามือถือในกระเป๋าสะพาย ด้วยหวังจะโทรเรียกน้องสาวให้กลับมา แต่ยังไม่ทันได้โทร ฝ่ามือของพ่อก็ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของเธออย่างแรง

     แม้รมย์รุจีจะมีรูปร่างอวบอิ่มมิได้ผอมบางดุจจิตรกัญญา แต่แรงตบของพ่อก็ยังทำเธอถลาลงไปกองกับพื้นพรมสีเลือดหมูได้

     รสชาติของเลือดคล้ายกับเหล็กหรือสนิม กลิ่นที่เธอไม่เคยคุ้นอวลอบอยู่ในปากจนรมย์รุจีรู้สึกคลื่นไส้ เธออยากจะบ้วนสิ่งที่กำลังไหลลงไปในลำคอเธอออกมา แต่ติดอยู่ที่มารยาท เพราะบัดนี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องแต่งตัวของเจ้าสาวตามลำพังกับครอบครัวจึงจะทำตัวอย่างไรก็ได้

     หางตาของรมย์รุจีเห็นแม่...ยืนตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวเห็นใบหน้าของแม่ซีดขาว ดวงตาหรือก็แดงก่ำ และบนแก้มยังมีหยาดน้ำไหลลงมาไม่ขาดสาย ที่กำลังประคองแม่เธอให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งคงเป็นช่างแต่งหน้าและช่างทำผม หน้าตาของคนสองคนนั่นก็ดูไม่ดีเท่าไหร่ หากให้เดาสองคนนั้นก็คงไม่เคยประสบเหตุเจ้าสาวหนีงานแต่งงานแบบนี้มาก่อน

     คนที่ยังคงทำหน้านิ่ง คล้ายไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับเหตุร้ายครานี้คงมีอยู่เพียงแค่คนเดียว...คนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าว

     แสนหิรัญ เติมเต็มทรัพย์ยืนเอาหลังพิงผนังห้อง มือข้างหนึ่งของเขาแตะหน้าต่างบานยาวที่ภายนอกคือสวนสวย แสงจากแดดอ่อนๆ ยามเย็นสาดกระทบใบหน้าเขา ทำให้รมย์รุจีเห็นผู้ชายที่เธอไม่เคยกล้ามองตรงๆ คนนี้ชัดเจนกว่าทุกวัน

     แม้ว่าที่น้องเขยของเธอจะมีรูปร่างหน้าตาเข้าขั้นดีมาก แต่บุคลิกเย็นชาคล้ายน้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์คือสิ่งที่คอยกางกั้นเขากับคนที่อยากเข้าหาเขาให้ไกลห่างกัน

     จิตรกัญญาเคยเสิร์จเรื่องของผู้ชายคนนี้แล้วมาบอกกับเธอว่า ‘นายมนุษย์น้ำแข็งนี่รวยอู้ฟู่มากเลยพี่หลิง เป็นไฮโซในระดับแถวหน้าเกรดทริปเปิลเอเลยทีเดียว จริงอยู่ หน้าตาหล่อ รูปร่างก็สมาร์ทดี แต่เวลาอยู่ใกล้ๆ นี่นะ โอ๊ย! เย็นจับขั้วหัวใจเลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฮีไม่เคยยิ้มแย้ม ไม่เคยหัวเราะ เหมือนคนไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก แบบนี้ใครแต่งงานด้วยก็คงเย็นชืดจนตาย เจินไม่เอานะ ชีวิตเจินยังมีสีสัน เจินยังอยากยิ้ม อยากหัวเราะดังๆ ไม่อยากถูกแช่อยู่ในห้องเย็น เจินจะทำยังไงดีล่ะพี่หลิง เจินไม่อยากแต่งงานกับหมอนี่!’

     เสียงคร่ำครวญของน้องสาวคล้ายกับจะดังอยู่ข้างหูรมย์รุจี ดวงตาที่มีน้ำคลอเพราะเจ็บหน้าซีกหนึ่งช้อนสายตาขึ้นมองมนุษย์น้ำแข็งของจิตรกัญญา

     มันคงบังเอิญที่เขากำลังมองเธออยู่พอดี ดวงตาสองคู่จึงประสานกันอย่างไม่มีใครหลบเลี่ยง รมย์รุจีเหมือนถูกดูดให้มองเขานิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนรู้สึกหนาวขึ้นมาจนอยากหรี่แอร์ลง เพราะเมื่อยิ่งมอง ดวงตาสีเข้มที่มองประสานกับดวงตาของเธอก็ยิ่งฉายแววเย็นชา ไม่มีความสงสาร เห็นใจ หรือว่าเคืองโกรธใดๆ ในแววตาคู่นั้น เขามองเธอราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ ไร้คุณค่า ไม่มีความหมายใด


75%

     วิธีมองราวกับจะกดเธอให้ต่ำยิ่งกว่าผงธุลีเป็นเหตุให้รมย์รุจีจำต้องหลุบตาลงต่ำ ไม่อาจทนสบสายตาซึ่งตีคุณค่าเธอไม่ต่างกับเศษดินเศษหินได้อีกต่อไป

     หญิงสาวค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น มือข้างหนึ่งของเธอกุมแก้มที่ร้อนผ่าวเอาไว้ ริมฝีปากที่รู้สึกว่ามันบวมกว่าปรกติเอ่ยเสียงเบาหวิวออกมา “หลิงขอโทษ หลิงไม่คิดว่าเจินจะ...หนี”

     สิ่งที่เพิ่งออกมาจากปากลูกเลี้ยงทำให้ผู้เป็นพ่อเงื้อมือขึ้น และมันอาจจะฟาดใส่ลูกสาวอีกครั้งก็ได้ หากไม่มีเสียงเย็นเฉียบดังมาจากมุมห้องเสียก่อน

     “สรุปว่าเจ้าสาวหนี วันนี้ฉันคือตัวตลกของแขกเกือบพันคนสินะ”

     เสียงร้องไห้ของแม่ดังขึ้นมาก็ตอนนี้ รมย์รุจีเห็นช่างทั้งสองยื่นกระดาษเช็ดหน้าและยาดมให้แม่เธอวุ่นวาย เห็นแล้วหญิงสาวก็อยากเดินไปปลอบแม่เหลือเกิน

     “ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอกครับคุณแสน” จิตติพยายามพูดเอาใจคนที่เขาอยากได้มาเป็นลูกเขย และเพราะอยากเอาตัวรอดแท้ๆ จิตติจึงเสนอเรื่องที่น่าตลกออกไป “เอาอย่างนี้สิ ให้หลิงลูกสาวอีกคนของผมแต่งงานกับคุณแก้หน้าไปก่อนดีไหม”

     รมย์รุจีเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เธออยากจะส่ายหน้า อยากปฏิเสธออกไป แต่ก็ไม่กล้า เธอกลัวพ่อ กลัวโทสะของเขาจนไม่เคยขัดใจอะไรพ่อเลยสักอย่าง

     ขนาดเรื่องเรียน ที่เธอจบแค่ระดับอนุปริญญานั่นก็เพราะพ่อส่งให้เธอเรียนเพียงแค่นั้น พ่อมักบอกกับทุกคนซ้ำๆ ว่า เธอนั้นสติปัญญาทึบ เรียนไม่เก่ง ไม่มีความพยายาม ดังนั้นเข็นไปก็เหนื่อยเปล่า ให้ออกมาทำงานบ้าน และช่วยงานที่โรงงานเล็กๆ น้อยๆ น่าจะดีกว่าเสียเงินให้เรียนต่อ

     พอพ่อประกาศออกมาเช่นนั้น เธอก็ต้องยิ้มชื่น บอกกับแม่กับน้องว่าเห็นด้วยกับพ่อทุกประการ ทั้งๆ ที่เธออยากเรียนต่อ อยากได้ปริญญาแบบเพื่อนๆ ทุกคน ทว่าเธอขลาดเกินกว่าจะเรียกร้องอะไรจากพ่อ

     ดวงตาคมแต่เฉยชาราวกับเจ้าของไร้ความรู้สึกเบนสายตาจากจิตติมามองหญิงสาวในชุดสีครีมเหลือบทองซึ่งยืนใช้มือข้างหนึ่งกุมใบหน้าซีกหนึ่งของเธอเอาไว้

     รมย์รุจีไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอจึงรู้สึกถึงสายตาของเขา ทำไมเธอจึงรู้ว่าเขาค่อยๆ ไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า มองอย่างประเมินค่า ประเมินราคา จนเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นแค่สินค้าที่กำลังถูกลูกค้าพลิกดูเพื่อหาตำหนิ ร่างเธอร้อนผ่าวด้วยความอับอาย และหากเป็นไปได้ เธออยากจะหายวับไปจากตรงนี้นัก!

     หลังจากมองอย่างตรวจตราอยู่นาน ริมฝีปากบางก็เหยียดออกน้อยๆ คล้ายกับแสนหิรัญกำลังยิ้ม แต่จะเรียกว่านั่นเป็นรอยยิ้มได้อย่างไรในเมื่อดวงตาคมคู่นั้นฉายแววดูถูกดูหมิ่นออกมาชัดแจ้ง “คุณเป็นพ่อค้าที่เก่งจริงๆ คุณจิตติ เรื่องเอาสินค้าเกรดบีมาแทนของเกรดเอแบบนี้ก็พูดออกมาได้”

     ตั้งแต่เกิดมาจนอายุย่างเข้ายี่สิบแปดปีนี้ รมย์รุจีไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าขนาดนี้มาก่อนเลย จริงอยู่ว่าเธออาจจะไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่น่าสนใจเท่าน้องสาว แต่...เกรดบีกับเกรดเอนี่นะ ผู้ชายที่ชื่อแสนหิรัญคนนี้ช่างเปรียบเทียบได้เจ็บแสบจริงๆ!

     “ฉันจะไปบอกยกเลิกการแต่งงาน ส่วนคุณ...ฉันให้เวลาสามวันในการย้ายออกจากบ้าน”

     เสียงร้องไห้กระซิกๆ ของแม่เปลี่ยนมาเป็นการร้องไห้โฮหลังคำประกาศของผู้ชายซึ่งมีใบหน้าเฉยชาราวรูปสลัก รมย์รุจีหันไปมองพ่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ร่างของพ่อกำลังสั่นเทิ้มคล้ายกับจะเป็นลม เพราะความเป็นห่วงนั่นเองทำให้เธอก้าวไปประคองพ่อเอาไว้

     “คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคุณแสน” จิตติพูดออกมาเสียงเบาหวิว ตาเขาเริ่มลาย แข้งขาเริ่มอ่อนจนต้องเอนร่างสูงใหญ่พิงร่างของลูกเลี้ยงเอาไว้

     แสนหิรัญเห็นผู้หญิงเกรดบีพยายามประคองร่างของพ่อเธอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แม้เธอจะโซเซแต่ก็ยังขืนตัวเอาไว้เป็นหลักให้พ่อที่แสนจะไม่เอาไหนได้

     ความเป็นห่วงแม้กระทั่งคนที่เพิ่งทำร้ายร่างกายเธอ เป็นเหตุให้แสนหิรัญตวัดสายตามองหน้าเธออีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าเธอเป็นห่วงพ่อจริงๆ หรือแสร้งทำเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตนเอง และเขาก็ได้พบว่า สินค้าเกรดบีกลายเป็นเกรดซีไปแล้วเพราะแก้มที่โย้ออกมาข้างหนึ่ง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ จ้องเขม็งเพื่อค้นหาความจริงแล้วก็ได้พบว่า...ผู้หญิงเกรดบีคนนั้นกำลังมองผู้ชายที่เพิ่งทำร้ายเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นไย...เธอไม่ได้เสแสร้ง

     “ได้สิ ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นที่ฉันพอใจ” พูดจบแสนหิรัญก็เดินช้าๆ ตรงมาหาจิตติ ลูกหนี้รายใหญ่ของเขาที่คิดจะล้างหนี้ด้วยการขายลูกสาวให้

     บอกตรงๆ ว่าเคยมีคนคิดจะขายลูกสาวล้างหนี้ให้เขาหลายต่อหลายคน ทว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนดึงดูดจิตใจเขาได้ ไม่มีใครสักคนที่มีค่าคุ้มกับเงินมากมายที่บรรดาพ่อของเจ้าหล่อนติดค้างเขาไว้ ดังนั้นสัญญาขายตัวเพื่อแลกหนี้จึงไม่เคยเป็นผล เพราะเขายินยอมแค่...แลกค่ำคืนหนึ่งกับดอกเบี้ยเท่านั้น!


100%

     แสนหิรัญอายุสามสิบเจ็ดปีนี้ เขาทำธุรกิจหลากหลายแขนง เชี่ยวชาญในเรื่องการซื้อกิจการของบุคคลที่กำลังจะล้มละลายมาในราคาถูก นำมาปรับปรุงให้ดีเยี่ยม ก่อนขายทิ้งในราคาที่แพงลิบ เขาสนุกกับการทำงาน สนุกกับความท้าทายหลากหลายแบบที่เข้ามาจน ‘ลืม’ ลืมว่าชีวิตของคนๆ หนึ่งไม่ได้มีแต่งานเพียงอย่างเดียว เขาควรที่จะมีครอบครัวได้แล้ว

     เขาเริ่มคิดเรื่องนี้เมื่อเห็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาพาลูกสาวฝาแฝดมาร่วมงานเลี้ยงรุ่น เมื่อได้เห็นเด็กหญิงที่ทั้งน่ารักและแสนซน เขาจึงได้คิด เงินทอง ชื่อเสียงที่หามาได้มากมายจะกลายเป็นศูนย์ไปในทันทีที่เขาตายโดยไม่มีทายาทสืบทอด

     เมื่อต้องการอะไรสักอย่าง แสนหิรัญก็เป็นพวกเดินหน้าเต็มตัว เขาเริ่มมองหาผู้หญิงที่ควรคู่จะมาเป็นแม่ของลูกเขาตั้งแต่วันนั้น

     จริงอยู่ ในชีวิตเขาเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่มีผู้หญิงคนใดรั้งใจเขาเอาไว้ได้ และสำหรับผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมา ก็ไม่ได้ดีพอที่จะมาเป็นแม่ของลูกเขา เพราะถ้าดีจริง เขาจะทิ้งผู้หญิงพวกนั้นไปทำไม

     ในขณะที่กำลังหาแม่ของลูกอย่างจริงจัง ชายหนุ่มก็ได้พบกับจิตรกัญญาในงานเลี้ยงงานหนึ่ง เธอดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่คน สืบไปสืบมาก็ได้ความว่าเธอเป็นบุตรสาวคนเล็กของนายจิตติ คนที่เขาบังเอิญรู้ว่ากำลังมีหนี้สินพอกพูนอยู่พอดี

     เพราะเธอถูกใจเขามาก แต่จะให้ตามจีบ...ก็เสียเวลาทำงานทำการ เขาจึงเลือกใช้วิธีลัด จ่ายเงินซื้อ!

     นายจิตติไม่ใช่คนโง่แต่เป็นคนโลภ ผู้ชายคนนี้อาจจะเก่งไม่น้อยเพราะสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยสองมือของตนเอง แต่พวกที่เพิ่งรวยก็แบบนี้ ใช้เงินไม่เป็น เมื่อเริ่มร่ำรวยก็มักจะตามมาด้วยการใช้จ่ายเงินเกินตัว พอเงินขาดมือก็อยากจะหาเงินมาหมุนแบบง่ายๆ

     การพนัน คือสิ่งที่ทำให้นายจิตติและกิจการของเขาดิ่งลงเหว

     แสนหิรัญก้าวเข้ามาหาในเวลาที่จิตติกำลังไขว่คว้าหาคนช่วยพอดี

     ชายหนุ่มไม่ได้เข้าไปหาจิตติในฐานะเพื่อน แต่เขาเปิดเผย ตรงไปตรงมา เขาพูดตรงๆ ว่าต้องการช่วยจิตติเพราะชอบจิตรกัญญา หากจิตติยกจิตรกัญญาให้เขา เขาจะตอบแทนด้วยการเข้าไปช่วยฟื้นฟูกิจการที่ตอนนี้อาจเรียกได้ว่าตกอยู่ในมือของเขาเกือบหมดแล้ว และยังจะส่งคืนกิจการให้กับพ่อตาด้วยความยินดีอีกด้วย

     การซื้อขายที่มีกำไรงามแบบนี้ทำให้จิตติรีบตบปากรับคำทันที ฤกษ์งามยามดีถูกกำหนดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะความใจร้อน อยากได้อะไรก็ต้องได้ของแสนหิรัญ

     ความรีบร้อน เป็นเหตุให้เขาได้พบว่าที่เจ้าสาวเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น แม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้ชอบพอ หรืออยากแต่งงานกับเขานัก ทว่าเขาก็ไม่คิดเลยว่าเธอจะหนี

     โง่จริงๆ ที่เลือกการล้มละลายแทนที่จะแต่งงานกับเขา!

- - - - - - - - - -


สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่า

ขอบพระคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

เราคงจะลงให้อ่านประมาณ 80% ค่ะ

การลงก็จะลงไปเรื่อยๆ วันนึงหนึ่ง สอง หรืออาจจะถึงสามรอบ ถ้าว่าง ถ้าไม่ลืม 55555

ถ้าชอบ กดซื้ออีบุ๊กกันได้ค่า อ้อ add fav เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ ^ ^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

1,549 ความคิดเห็น

  1. #1505 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:28
    อันนี้พ่อจริงหรือพ่อเลี้ยง
    #1505
    1
    • #1505-1 ลิซ (liz) (@orange77) (จากตอนที่ 1)
      5 ตุลาคม 2561 / 16:36
      พ่อเลี้ยงค่ะ หลิงเป็นลูกติดแม่มา ส่วนเจินเจินเป็นลูกจริง
      #1505-1
  2. #1474 .hip9irl (@hip9irl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 15:14
    ขอบคุณที่มาลงให้อ่านใหม่อรกรอบนะคะ นิยายเรื่องนี้สนุกมากจริงๆ
    #1474
    1
    • #1474-1 (@orange77) (จากตอนที่ 1)
      25 กันยายน 2561 / 16:52
      ขอบคุณค่า
      #1474-1
  3. #1466 bailiu (@bailiu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:00
    คุณแสนนนนนนน คุณแสนกลับมาแล้ว
    เปิดเรื่องมาก็ร่าหมันใส้เลย ถึงจะเกรดบีก็บีมือหนึ่งยะ
    ดีกว่าเกรดเอมือสองแน่นอน..
    #1466
    1
    • #1466-1 ลิซ (liz) (@orange77) (จากตอนที่ 1)
      17 กันยายน 2561 / 22:01
      55555555 คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ทำเหมือนเพิ่งเคยอ่านครั้งแรกนะคะ อิอิ
      #1466-1
  4. #1464 ChiisanaHoshi (@chiisanahoshi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 19:02
    คุณแสนเป็น ผช. คนแรกที่ทำให้ตกหลุมรัก ลิซ ค่ะ
    #1464
    1
    • #1464-1 ลิซ (liz) (@orange77) (จากตอนที่ 1)
      16 กันยายน 2561 / 20:17
      กอดดดดดดดดด นานแล้วก็ยังรักเนอะ รักอมตะ 5555
      #1464-1
  5. #259 uralee (@uralee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:48
    เริ่มเรื่องก็น่าติดตามมากค่ะ
    ดูซินางเอกของเราจะทำยังไง
    #259
    0
  6. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:39
     ว่าจะอ่านตั้้งนานแต่ไม่ว่างสักทีวันนี้เลยแวะอ่านก่อนจะโหมงานหนักตอนดึกอิอิ
    #258
    0
  7. #257 PeKcHuL@ราชวงค์ลิง (@pekchul) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:40
     ติดตามมมมม...
    #257
    0
  8. #256 จิรารัตน์ (@jeabrutn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:40
    มาอ่านค่ะ
    #256
    0
  9. #255 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:02
    นิติดตามมากค่ะ
    #255
    0
  10. #254 Willslow* (@will86) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2555 / 17:58
    น่าติดตามค่ะ >< 
    #254
    0
  11. #253 OUnph (@muzmee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 01:54
     เพิ่งเข้ามาอ่านจ้า  น่าติดตามมากมาย และจะติดตามไปจนจบ จะพยายามเม้นเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ทุกตอนน๊า แต่ถ้าตอนไหนลืมก็อย่าว่ารีดเดอร์ขี้ลืมคนนี้เลยนะ ^^
    #253
    0
  12. #252 Okay (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 00:43
    แค่เริ่มเรื่องก็น่าติดตามแล้วค่ะ ชอบมากๆ นิยายที่พี่สาวเป็นนางเอกเนี่ย กรี๊ดๆๆ >
    #252
    0
  13. #251 Praew (@preawviiandearth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2555 / 20:46
    น่าสนุกสุดๆ
    #251
    0
  14. #250 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 05:36
    ขอโทษที่เข้ามาอ่านช้า ขอเริ่มเลยนะคะ
    น้องเจินเริ่มเกเรแล้ว
    #250
    0
  15. วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 23:43
    คุณแสนจะทำอะไรคะ ไม่ต้องคิดมากให้วุ่นวาย ไม่ต้องลำบากขึ้นเขาลงห้วย แค่บอกยายหนูหลิงไปคำเดียวสั้นๆ ว่า "รัก" ก็เรียบร้อยค่ะ

    สู้ๆ นะคะคุณแสน หาใจตัวเองให้เจอ กล้าๆ หน่อย บอกรักผู้หญิงไม่เสียฟอร์มหรอกน่า
    #249
    0
  16. #248 ญานภา (@wakanit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2554 / 00:22
    เข้ามาอ่านตามเสียงกรีด
    #248
    0
  17. #247 นัควัต (@nakwat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 08:36
    น่าติดตามมากค่ะ
    #247
    0
  18. #246 ~น้ำฟ้า~ (@pasasiam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 11:33

    เปิดเรื่องเร้าความสนใจมากเลยนะคะไรเตอร์

    #246
    0
  19. #245 cascada (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 04:11
    ชอบค่ะ อัพบ่อย ๆ นะค๊ะ
    #245
    0
  20. #244 Shionee (@lovestory2007) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 10:36
    น่าติดตามค่ะ
    #244
    0
  21. #243 Wipada (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 14:52
    อัพต่อน่ะค่ะชอบๆ^^
    #243
    0
  22. #242 MU @ Club (@mooarmy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 / 18:04


    น่าสนใจมากมายเลยค่ะไรเตอร์

    พระเอกของเราจะเอา"ความรู้สึก" มาเป็นเรื่องเล่นๆ หรือนี่

    ต่อจากนี้ไป ก็ต้องเป็นการยอมรับ"ผล" ขอเหตุที่ได้สร้างขึ้นสินะ

    ( หวังว่าพี่น้องคู่นี้คงรักกันด้วยใจบริสุทธิ์นะคะ )



    #242
    0
  23. #241 Chlee (@chlee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 / 00:13
    สวัสดีคะไรเตอร์  ไรเตอร์เปิดเรื่องได้น่าสนใจ  เขย่าหัวใจให้เต็นตุกตุกนะคะ  คนอ่านอยากจะรู้ว่าเจินเจินจะหนีไปไหนและหลินจะแก้ปัญหาอย่างไรนะคะ
    #241
    0