ซาตานเจ้าจอมใจ | Satan or kitten | fantasy

ตอนที่ 2 : Forest

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

 

 

Forest

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"อีฟหมอนั่นพูดจริงหรอ เจ้ามีด้ายแดงกับหมอนั่นจริงๆหรอ" อาเดลตีหน้ายักษ์ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุดๆ

 

"มันกวนข้าไปอย่างนั้นแหล่ะ ด้ายแดงอะไรไม่มีหรอก"เจอร์โรมพยักหน้าเข้าใจก่อนจะมองไปรอบๆ

 

"อ่ะนั่นตรงนั้นคือจุดนัดพบ เราไปกันเถอะอีกไม่นานคนอื่นๆก็คงตามมากันแหล่ะ" อาเดลพยักหน้ารับก่อนทั้งคู่จะพากันเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆใต้ต้นเมเปิ้ลที่กำลังผลิใบอย่างสวยงาม

 

บ๊อก บ๊อก

 

อาเดลก้มลงอุ้มเอาเจ้าลูกหมาเวทมนต์ขึ้นมาเล่นพลางพูดคุยกับมันแก้เบื่อ

 

"เจ้าลูกหมาตัวนี้อยากไปเล่นกับข้าในป่าหรือไม่ หากเจ้าอยากไปข้านำเจ้าไปด้วยได้นะ"

 

บ๊อก บ๊อก

 

อาเดลยิ้มพลางลูบหัวลูกหมาขนทุยที่กำลังส่งสายตามาออดอ้อนพร้อมส่งเสียงหงิดๆในลำคอ

 

"เจ้านี่นะอีฟ"เจอร์โรมมองดูพลางส่ายหัวระอา

 

"ข้าล้อเล่นน่ะเจ้าหมา ใครมันจะพาเจ้าไปล่ะ ในนั้นมีอันตรายมากมายเจ้าก็เป็นเพียงสุนัขเวทมนต์ปกติ เดี๋ยวจะตายเอาได้นะ ในนั้นก็มีสัตว์เเวทมนต์เช่นเจ้าเยอะเหมือนกัน" ว่าจบก็ปล่อยเจ้าลูกหมาให้เป็นอิสระอย่างช้าๆ รออยู่ไม่นานนักทุกคนก็เริ่มทะยอยกันมาจนครบไม่เว้นแม้แต่

 

"ไอ หน้า ปลวก"เจอร์โรมหันควับทันทีเมื่อได้ยินคำที่มันแสลงหูไม่น่าฟังเหลือเกินออกจากปากเพื่อน อาเดลซึ่งจับจ้องไปที่มิเชลไม่ยอมวางตากัดฟันกรอดๆจนเจอร์โรมได้แต่ลอบถอนหายใจ

 

"อีฟเจ้าพูดอะไรน่ะ ไม่แสลงหูเอาเสียเลย"

 

"ไอ หน้า เหี้ย"

 

"อีฟ!!"

 

"ไม่ต้องมายิ้มให้ข้า!!"ว่าจบอาเดลก็ลุกขึ้นสะบัดผ้าคลุมเดินหนีไปอีกรอบ เจอร์โรมที่กำลังเล่นกับสุนัขเวทมนต์อยู่ก็ต้องลุกตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ มิเชลที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งหัวเราะสนุกเอาซะยกใหญ่ที่ได้แกล้งคนขี้โมโห ยิ่งอาเดลเห็นด้ายแดงที่กระพริบเวลาอยู่ใกล้ๆกันกับมิเชลเจ้าตัวก็จะยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ แต่ก่อนจะได้โมโหไปมากกว่านี้มาสเตอร์ก็มาซะก่อน

 

"เอาล่ะ วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าเข้าไปเที่ยวเล่นในป่า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้หัดเอาตัวรอดและอยู่ในในป่าให้เป็น เอาล่ะจับกลุ่มห้าคน"

 

"กลุ่มหรอ?"

 

"ห้า"

 

"เห้ย มาสเตอร์!!"

 

"สี่"

 

"เจมส์มานี่!"

 

"สาม สอง"

 

"ดึงใครก็ดึงๆมาเลยก่อนจะโดนทำโทษ"อาเดลสั่งเพื่อนรักอย่างลนๆ เจอร์โรมก็ไม่รู้จะทำยังไงดึงใครได้ก็ดึงจนใครเป็นใครเขาเองก็ไม่รู้้หมือนกันมาอยู่รวมกันจนครบห้าคนในเวลาอันรวดเร็ว

 

"หนึ่ง หมดเวลา ดีมาก"

 

เมื่อมาสเตอร์พอใจอาเดลหันหน้ามองสมาชิกกลุ่มตัวเองทีละคน

 

"ข้า เจมส์ อาคาน่า อ้ะ อาคาน่าเจ้าคือธิดาของเทพแห่งสัตว์หนิ อย่างนี้ก็เข้าป่าได้สบายล่ะสิ เจ้าพูดกับสัตว์ได้ใช่หรือ"

 

"อืม พวกเจ้านี่นะดึงข้ามาไม่ถามข้าเลย"

 

"มันมีเวลาให้ถามที่ไหนเล่า"

 

"อาราเลียร์ เอลส์? เจ้าจะช่วยพวกข้าทำอะไรได้เนี่ย"

 

"เอลส์นี่แหล่ะเชี่ยวชาญป่าดีนักแหล่ะ อย่ามาดูถูกข้านะอาเดล"

 

"อ้ะจ้ะๆไหนคนต่อปะ--- เจ้า!"อาเดลยกนิ้วขึ้นชี้หน้ามิเชลเมื่อพบว่าสมาชิกคนสุดท้ายไม่ใช่ใครอื่น

 

"เจมส์เจ้าดึงมันเข้ามาทำไม!"

 

"ข้าดึงใครได้ก็ดึงก็เจ้าบอกเองจะมาโทษข้าก็ไม่ได้" เจอร์โรมทำไขสือก่อนจะหันหน้าหนีไปอย่างคนหน้ามึน

 

"เอาเถอะน่า อยู่กลุ่มกับข้าแล้วมันทำไมนักหนา ถ้าไม่จำเป็นข้าก็จะไม่ยุ่งกับเจ้าหรอกนะปีศาจน้อย ขี้เกียจจะวุ่นวาย"

 

"ให้มันจริงเถอะเจ้า อยู่ให้ห่างข้าอย่างน้อยสองเมตร"

 

"เหอะ"มิเชลสบถออกมาพร้อมมองบนก่อนจะกอดอกหันหน้าหนี

 

"พระเจ้าหนอพระเจ้า พระเจ้าตาถั่วองค์ใดมันเป็นคนผูกด้ายบ้าๆให้ข้ากับไอเตี้ยนี่ด้วย สงสารข้าบ้างหรือไม่"มิเชลเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับท้องฟ้าแต่ก็ไม่พ้นโดนคนตัวเล็กกว่ามองค้อนมาอีกอยู่ดี

 

"พร้อมกันหรือยัง" เสียงของมาสเตอร์ดังขึ้นอีกรอบ ก่อนทุกคนจะหันไปสนใจไม้กายสิทธิ์ในมือมาสเตอร์ เห็นทีงานนี้คงสนุกไม่เบาหลายๆคนคิดเช่นนั้น แต่สำหรับเทซีอุสน้อยมันช่างน่าเบื่อสิ้นดี

 

"ไม่พร้อมเลย"อาเดลตอบกวนๆก่อนมาสเตอร์จะหันหน้ามา

 

"งั้นเชิญกลุ่มคุณอีฟก่อนเลย หาทางออกจากป่าให้ได้และขอให้ปลอดภัยกลับมา"

 

"ยังไงนะมาสเตอร์? ท่านจะไม่ไปกับพวกข้าหรอกหรือ"

 

"ไม่ๆๆๆ555"

 

"แล้วหากพวกข้าเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร"

 

"ก่อนเข้ามาที่นี่พ่อแม่พวกเจ้ารู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเจ้าจะได้เรียนรู้และเจออะไรบ้าง ครั้งนี้ข้าก็ได้แจ้งพ่อแม่ทุกคนไปหมดแล้ว หากแต่พวกเจ้าจะไม่มีฝีมือขนาดที่จะไปตายทิ้งที่กลางป่า พ่อแม่เจ้าก็ต้องจำยอมเพราะต้องยอมรับว่าบุตรธิดาของตนนั้นไม่มีความสามารถมากพอที่จะอยู่บนโลกนี้ โดยเฉพาะเจ้าเลย คุณอีฟ เป็นถึงบุตรแห่งซาตานเทซีอุส คงไม่ทำให้ข้าผิดหวังหรอกนะ โชคดี" ว่าจบมาสเตอร์ก็เคาะไม้กายสิทธิ์ไปทางกลุ่มของอาเดลก่อนทุกอย่างจะขาวโพลนและแปรเปลี่ยนเป็นความมืดภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

 

"ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย!"เอลส์สาวอย่างอาราเลียร์ร้องขึ้นทันทีเมื่อสายตาปรับโฟกัสให้เข้ากับบรรยากาศได้

 

"นี่เราอยู่บนเรือกันหรือ" เจอร์โรมถามขึ้นเมื่อมองไปรอบๆแล้วกลับพบแต่เพียงน้ำกับต้นไม้กลางน้ำอีกไม่กี่ต้น ซ้ำยังมืดจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นซะด้วยซ้ำ

 

"มืดขนาดนี้จะหาทางออกจากพ่อยังไงล่ะเนี่ย ใครมีไฟ"

 

"ข้ามีคบเพลิงติดกระเป๋ามาด้วย"อาราเลียร์โพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้น

 

"ใครเขาพกของแบบนี้ติดตัวกัน เจ้านี่แปลกคนนะอาราเลียร์"อาคาน่าแซว

 

"ข้าเป็นแอลส์น่า เดินป่าเดินดงบ่อยใช้ชีวิตในป่าเป็นส่วนใหญ่ของแบบนี้ก็มีติดตัวเป็นธรรมดาแหล่ะ"

 

"ข้ามีไฟแช็ค เอ้า"อาเดลว่าขึ้นพลางโยนไฟแช็คไปทางเอลส์สาวตัวเล็ก เมื่อแสงสว่างถูกจุดขึ้นทุกคนก็ต่างรู้สึกหวาดหวั่นกันอย่างบอกไม่ถูก รอบข้างปกคลุมไปด้วยผืนน้ำกับต้นไม้ที่ยืนต้นสูงเสียน่ากลัว ไม่มีแม้กระทั่งแสงจันทร์สาดส่องลงมา กระลมหนาวพัดมาหวิวๆให้ขนลุกเล่น พลางกระแสน้ำก็แปลกไปอีกด้วย

 

"เมื่อครู่มีใครรู้สึกว่าเรือมันโคลงเคลงๆแปลกๆมั้ย"มิเชลถามขึ้น

 

"เมื่อครู่เหมือนว่ากระแสน้ำจะแอบแรงอยู่แวบนึงนะ ข้าก็รู้สึก"อาคาน่าตอบ

 

"นี่มาสเตอร์ส่งพวกเรามาทำอะไรที่นี่เนี่ย น่าขนลุกสิ้นดี"อาเดลบ่นพลางทำหน้าบึ้ง เมื่ออาเดลพูดจบทุกคนก็นั่งกันอย่างเงียบๆไม่มีใครพูดจา ยิ่งชวนให้บรรยากาศวังเวงน่าขนลุกไปอีก ลมหนาวที่พัดมาเป็นระลอกๆส่งเสียง หวิวๆมันทำให้ททุกคนรู้สึกไม่ดีอย่างสุดๆมีเพียงมิเชลที่ยืนท้ายเรือถือไม้พาย หรือเรียกให้ถูกก็คือพันท้ายนั่นแหล่ะ

 

โคลง โคลง

 

"หึ้ยๆๆๆ ทำไมกระแสน้ำมันเป็นอย่างนี้เนี่ย" เจอร์โรมทักท้วงขึ้นเมื่อจู่ๆกระแสน้ำก็แรงขึ้นอีกครั้งและกลายเป็นสงบไปอีกครั้ง

 

ฮูก ฮูก

 

"จะมาร้องทำไมตอนนี้เล่าเจ้านกฮูก"อาราเลียร์นั่งกอดเข่าพลางว่าเจ้านกฮูกตัวอ้วนที่เกาะอยู่บนต้นไม้สูง ก่อนอาคาน่าจะยกนิ้วขึ้นจ่อปากเป็นสัญญาณว่าให้เอลส์สาวเงียบก่อน

 

"ลอเรนท์เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ"อาคาน่าตะโกนถามเจ้านกฮูกเสียงสั่นๆ

 

ฮูก ฮูก

 

"ไม่ เจ้าอำข้าเล่นใช่หรือไม่"

 

ฮูก ฮูก

 

"..." เมื่ออาคาน่าเงียบ ทุกคนก็พลอยเงียบตามไปด้วยเมื่อมองสีหน้าธิดาแห่งเทพีแกรนดีสแล้วก็รู้ได้เลยว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีนัก

 

"พวกเจ้า"

 

"..."

 

"จระเข้รอล่าเหยื่ออยู่ใต้น้ำ" จากบรรยากาศที่อึดอัดอยู่แล้วกลับหดหู่ลงไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดของอาคาน่าอาราเลียร์นั่งกอดเข่าพลางซุกหน้ากับใหล่ของอาเดลอย่างลืมตัว เจอร์โรมเอามือทาบหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

"ลอเรนท์บอกว่ามันเป็นจระเข้ยักษ์"

 

"ตาแดง"มิเชลเสริม

 

"เจ้ารู้ได้อย่างไร"อาคาน่าถาม

 

"เมื่อครู่ข้าเห็นแต่ข้าไม่แน่ใจ"

 

"ปั๊ดโถ่เอ้ย แล้วเจ้าจะอุ๊บไว้ทำไมกันเล่าทำไมไม่รีบบอก"อาเดลโวบวายหันไปตีขามิเชลอย่างหงุดหงิด

 

"สองเมตร เขยิบออกไปเลย"มิเชลว่าพลางชี้นิ้วไล่ อาเดลก็ได้แต่บิดปากใส่คนตัวโตกว่า ก็ในเมื่อเรือนนี้มันยังยาวไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำจะเป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาจะห่างกันสองเมตร เพียงบรรจุคนห้าคนก็แทบจะเหยียดขากันไม่ได้อยู่แล้ว

 

 

คลื่นนนนนน

 

"โอ้ย หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคอกโคไดนิสัยเสีย"อาราเลียร์โวยวายพลางเอาหน้าถูไปมาบนลาดไหล่ของอาเดลจนอาเดลต้องดันออก

 

"นี่! อดัมเจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะ"อาคาน่าชะโงกหน้าออกไปจากเรือเล็กน้อยก่อนจะตะโกนลงไปในน้ำ

 

"เจ้ารู้จักชื่อพวกมันได้ยังไงอาคาน่าตั้งแต่เจ้านกฮูกตัวเมื่อครู่แล้ว"อาเดลถามขึ้น

 

"พวกสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของน่ะพวกมันไม่มีชื่อหรอก หากแต่ถ้ามีคนตั้งชื่อให้แล้วพวกมันจะชอบมากและมันจะใช้ชื่อนั้นไปตลอดชีวิต"อาคาน่าอธิบายก่อนจะชะโงกหน้ากลับไปเจรจากับจระเข้ผู้หิวโหยต่อ

 

คลื่นนนนน

 

"กรี้ดดดดดดดด เจ้าจะทำเช่นนั้นมิได้เจ้าจระเข้ตระกละน่าเกลียดโสมมโสโครก"จู่ๆอาคาน่าก็เงยหน้าขึ้นมาโวยวายอย่างมีจริตก่อนจะบ่นคำสองคำสามคำตามน้ำไป

 

คลื่นนนนนนนนนนนน

 

"สรุปยังไงเนี่ยอาคาน่า! ทำไมคลื่นมันยิ่งแรงกว่าเดิมล่ะ"มิเชลถามพลางย่อตัวลงก่อนจะพลัดตกเรือไปซะก่อน

 

"มันบอกว่าต้องมีคนเสียสละให้มันอย่างน้อยหนึ่งคน"

 

"เรื่องอะไรฟะ ไอจระเจ้หน้าโง่เอ้ย!! มีปัญญาก็ขึ้นมากินสิวะ!!!"อาเดลยืนขึ้นตะโกนเกรี้ยวกราดทำเอาทุกคนอกสั่นขัญผวากันไปหนักกว่าเดิม

 

"อาเดล! อดัมมันบอกว่าบุตรแห่งเทซอุสยื่งน่าินถ้ามันกินเจ้าลงไปมันได้มีพลังพอที่จะหลุดจากหนองน้ำนี้และหนีออกจากป่าไปเปื่อนเมืองได้เลยนะ"อาคาน่าว่าพลางดึงมืออาเดลให้นั่งลง

 

"อยากกินนักก็ขึ้นมา! ดูซิใครมันจะกินใคร ไอขี้โม้เอ๊ย!!!"มิเชลเห็นอย่างนั้นก็ดึงอาเดลให้นั่งลงบนตักทันทีพลางเอามือปิดปากเจ้าตัวเล็กไว้

 

"พูดมากนักนะเจ้า เจ้าอยู่ในถิ่นมัน เจ้าคิดรึว่าถ้าลงไปอยู่ใต้น้ำแล้วเจ้าจะชนะมันน่ะ"มิเชลว่าพลางทำหน้าดุ แต่อาเดลหาสนใจไม่พยายามแกะมือคนตัวโตออกอย่างสุดความสามารถ

 

"ซ่านักนะเจ้า"มิเชลกดจุดบนท้ายทอยอาเดลไปหนึ่งทีก่อนดวงตารีเรียวจะค่อยๆปิดไป

 

"เจ้าทำอะไรเพื่อนข้าน่ะ"เจอร์โรมว่าพลางทำหน้าฉงน

 

"ให้เขานอนพักไปก่อน มิเช่นนั้นคงได้เรียกจระเข้ขึ้นมากินคนหมดเรือแน่ๆ"

 

ตู้ม!!!!!

 

ทุกคนหันมองทางต้นเสียงทันที จระเข้ตัวใหญ่กระโดดขึ้นมาปรากฏตัวบนผืนน้ำขณะนี้กำลังว่ายน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมที่จะจู่โจมทุกขณะ

 

"ข้าคือธิดาแห่งเทพีแกรนดีสขอสั่งให้เจ้าหยุดบัดเดี๋ยวนี้" ไม่เป็นผลมันไม่ฟังอาคาน่าแม้แต่น้อย

 

"บอกให้หยุดไงยะ!" เมื่อเจ้าจระเข้ตัวโตบอกไม่ฟังนักอาคาน่าจึงต้องจำใจยืนขึ้นเผชิญหน้ากับอสูรกายตัวใหญ่ตรงหน้านี้

 

"เจ้าคิดว่าเจ้าหิวเป็นคนเดียวหรือไร เจ้าเข้ามาเลยถ้าคิดว่าเก่ง วันนี้ข้าจะกินจระเข้ให้ดู เอาให้ชาติหน้าอายจนไม่กล้าไปเกิดเป็นจระเข้เลย!" ว่าจบปีกสีขาวทั้งสองข้างก็แทงทะลุหลังออกมา ผมสยายออกจนน่าสะพรึงดวงตาสีฟ้าใสราวคลิสตัลกลายเป็นสีน้ำหม่นทั้งดวงเขี้ยวทั้งสองข้างงอกออกมาจนเห็นได้ชัด อาคาน่าทะยานออกไปจากเรือสาวมือไปจับเอาหางจระเข้ใหญ่พลางบินขึ้นฟ้าและหายไปในป่าอย่างรวดเร็วได้ยินเพียงเสียงคำรามแวบเดียว ก่อนทุกอย่างจะเงียบลง

 

"ฮืออออออ ทำไมข้าต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย มาสเตอร์นะมาสเตอร์ส่งกันมาแกล้งชัดๆเลย"อาราเลียร์บ่นพลางก้มหน้า

 

มิเชลก้มหน้าลงมองคตัวเล็กในอ้อมแขนที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติก็นกเอ็นดูหน้าตาขึ้นมา แต่เอ็นดูได้ไม่นานก็ได้สติคืนส่งเจ้าตัวกลับไปให้เพื่อนรักของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

"นี่เจ้า เจ้าชื่ออะไรน่ะ ตั้งแต่พบเจ้าพวกข้ายังไม่รู้จักชื่อเจ้าเลย"เจอร์โรมถามขึ้น

 

"เจ้ารู้แล้ว"มิเชลว่า

 

"ห้ะ? เจ้าว่าอย่างไรนะ"

 

"ข้าชื่อมิเชล มาเกอร์เบิร์ก เจ้าล่ะชื่ออะไร"

 

"เจอร์โรม ฮามิงตันท์"

 

"อืม ยินดีที่ได้รู้จักไอน้องชาย"

 

"เท่าๆกันมั้ยอย่ามาเรียกข้าน้องนะ"

 

"ถือตัวจริงๆเลยนะเจ้าเนี่ย"

 

"แล้วเจ้าเป็นตัวอะไรล่ะมิเชล หล่อๆแบดๆแบบเจ้าคงเป็นแนวๆเดียวกันกับอาเดลใช่มั้ยล่ะ" มิเชลกรอกตาไปมาสักครู่ก่อนจะหันมาพูดคุยกับเจอร์โรมต่อ

 

"อย่าเอาข้าไปไว้ในจำพวกกับเจ้าปีศาจน้อยจะได้มั้ย"

 

"แล้วไม่ใช่หรือไร สรุปเจ้าเป็นตัวอะไร"

 

"เป็นเหมือนเจ้านั่นแหล่ะ"เจอร์โรมเกาหัวแกรก

 

"เจ้าเป็นพ่อมดเหมือนข้าหรอ" เจอร์โรมว่าจบมิเชลก็หันหน้าหนีทันที พร้อมกับความเบื่อหน่ายที่ก่อตัวขึ้น

 

"เห้ออออ"

 

"อะไรเล่า ก็ข้าเป็นพ่อมด สรุปเจ้าก็เป็นพ่อมดเหมือนข้าใช่มั้ย"

 

"อืมอืมอืมอืมอืมอืมอืม"

 

พรึบ พรึบ พรึบ

 

จู่ๆอาคาน่าที่หายไปเมื่อครู่ก็บินกลับมาเหยียบบนเรืออีกครั้งพร้อมกับชุดที่ย้อมไปด้วยสีแดงจากที่ก่อนหน้านี้เป็นชุดกระโปงคลุมยาวตัดเย็บอย่างประณีตตามสไตล์เทพีคุณหนู แต่ตอนนี้อาคาน่ากลับมีเลือดเต็มปากเต็มเสื้อผ้าดวงตาปกคลุมไปด้วยสีดำเขี้ยวยังคงไม่หดกลับและเล็บมือก็ยังยาวโชอยู่อย่างนั้น

 

"อิ่มแล้วหรออาคาน่า"มิเชลถาม

 

"อืม"

 

"รีบๆคืนร่างซะล่ะ ประเดี๋ยวอาราเลียร์จะกลัวจนกระโดดน้ำหนีเจ้าไป555"เจอร์โรมแซว ไม่นานนักอาคาน่าก็กลับคืนสู่สภาพเดิมคงไว้แค่ชุดที่เปื้อนเลือดและปากที่มอมเลือดอยู่ เมื่อทุกอย่างคลี่คลายมิเชลกับอาราเลียร์ก็ช่วยกันพายเรือเพื่อที่จะวนไปหาทางออก

 

"นี่อาคาน่า เมื่อครู่เจ้าน่ากลัวมากเลยนะ ข้าไม่นึกว่าธิดาเทพีจะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย"

 

"บางทีใจดีเกินไปมันจะลำบาก ข้าก็ไม่ชอบร่างเมื่อครู่หรอกแต่มันจำเป็น มันทั้งน่ากลัวและโหดร้ายแต่จะทำยังไงได้ในเมื่อมันก็คือตัวข้า ข้าเคยเป็นอย่างนั้นมาก่อนแล้วสองครั้งเมื่อตอนข้ายังเยาว์วัย"

 

"เอ้ะ นั่นอะไรน่ะ"อาราเลียร์ทักท้วงขึ้นกอนจะชี้ไปที่โขดหินข้างหน้า

 

"มันก็โขดหิน ทำไมหรือ"เจอร์โรมถามขึ้น

 

"มันใช่โขดหินแน่หรือดูให้ดี"อาราเลียร์ว่า

 

"จระเข้" มิเชลพูดขึ้นพลางวางไม้พาย

 

"อีกแล้วรึ! ข้าอิ่มแล้วนะแล้วข้าก็เหนื่อยมากด้วย!"อาคาน่าโวยวายขึ้น

 

"ไม่ต้อง ข้าจัดการเอง" มิเชลว่าพลางยืนขึ้นสบตากับจระเข้ยักษ์ด้านหน้า

 

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเวน ไหนเจ้าบอกข้ามาซิว่าทางออกจากที่นี่ไปทางไหน"ทุกคนเหวอทันที เมื่อจู่ๆมิเชลก็ลุกขึ้นและคุยกับจระเข้ยักษ์ด้านหน้านี้อย่างสบายๆ

 

"มิเชล เจ้า.."อาคาน่ายิ่งเหวอกว่าใครเมื่อจระเข้ยักษ์ยอมฟังมิเชลซ้ำยังบอกทางให้อีก

 

"ถ้าคิดถึงข้าล่ะก็ ทำตัวดีๆล่ะอย่าไปรังแกใครเข้าใจมั้ย"มิเชลว่าพลางยิ้มและลูบหัวจระเข้ยักอย่างอบอุ่นทำเอาทุกคนอึ้งจนตาค้าง

 

"..."

 

 

"เอาล่ะ กลับบ้านกันเถอะเรา ข้าอยากกลับบ้านไปนอนจะแย่ "มิเชลว่าพลางยกมือปิดปากหาวไม่สนใจแม้กระทั่งว่าตนกำลงกลายเป็นที่สนใจอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#Satanorkitten

 

 

 

 

 

เมื่อยกันไปเลยทีเดียวตอนนี้คุยกับจระเข้จนเหนื่อย

 

 

 

 

 


ปาร์ค แชยอง Blackpink











ซากุระ Iz*one






SQW
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น