Open Dream
ดู Blog ทั้งหมด

ภัยคุกคามข้อมูล

เขียนโดย Open Dream
Power ToolsAce HardwareTractor SupplyNorthern ToolSolar PanelsTractor Supply CompanySears PartsSolar EnergyHusqvarnaSolar PowerBatteries PlusBlack And DeckerMechanicMilwaukee BrewersBatteriesRyobiWind PowerBoschHome HardwareMotorcycle Parts

ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็ปส์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร อิงค์ จัดทำรายงานสรุปภัยคุกคามข้อมูลที่พบมากที่สุด 8 ประเภทในปี 2551 พบว่า

1. แพร่ระบาดสูงสุด:สร้างอันตรายในวงกว้าง

การโจมตีที่มีเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้เฉพาะและเว็บไซต์ยอดนิยม มีเว็บไซต์หลายประเภท ทั้งบันเทิง การเมือง ช็อปปิ้งออนไลน์ เครือข่ายทางสังคมถูกใช้แพร่ระบาดมัลแวร์ ภาวะอันตรายนี้เกิดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม มีเว็บไซต์ทั่วโลกที่ติดโค้ดร้าย ส่งไปถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ดูเหมือนว่าแนวโน้มนี้ยังคงเกิดต่อเนื่องเกินกว่าที่คาดหมายไว้

2. ฝังแน่นที่สุด:บ็อตเน็ต

บ็อตเน็ตเปรียบเสมือนสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในทุกที่ โดยตัวอันตรายสำคัญอย่าง Storm, Kraken, Mega-D/Odzok, MayDay และ ASProx ปรากฏขึ้นเป็นระลอกๆ ตลอดปี 2551 และมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อนักวิจัยบ็อตเน็ตดำเนินการตรวจสอบ แม้มีการปิดเว็บไซต์ McColo ผู้สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์รายใหญ่ไปแล้วเแต่ก็แค่หยุดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านบ็อตชั่วคราว ที่พวกเขาจะค้นหาเครื่องมืออื่นๆ มาใช้ในการแพร่ระบาดอีกครั้ง

3. แคมเปญจัดจำหน่ายใหญ่ที่สุด:โปรแกรมป้องกันไวรัส (ของปลอม)

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสลวง แบ่งทำงานเป็น 2 ขั้น ขั้นแรกจะหลอกผู้ใช้ว่าระบบของพวกเขาติดมัลแวร์แล้วด้วยการสร้างอาการติดเชื้อหลอกๆ ขึ้นมา ขั้นต่อมาจะชักชวนให้ผู้ใช้ซื้อโปรแกรมป้องกันไวรัสปลอม เพื่อล้างการติดเชื้อลวงนั้นภัยคุกคามนี้ใช้ช่องทางติดเชื้อและมาในหลายรูปแบบ ตั้งแต่สแปมไปจนถึงการวางอันดับเว็บของตนให้ติดในเว็บไซต์ค้นหายอดนิยม (SEO) เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อซึ่งยังรวมถึงการฝังตัวอยู่ในเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหลายแห่งด้วย

4. ติดตามได้ยากที่สุด:ตัวเปลี่ยน DNS

เทรนด์ ไมโคร ตรวจพบมัลแวร์สองตัวที่เปลี่ยน DNS ได้แก่ TROJ_AGENT.NDT และ BKDR_AGENT.CAHZ ถือเป็นอันตรายต่อโฮสต์ต่างๆ ในเครือข่ายย่อยภายในองค์กร โดยจะติดตั้ง Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) Server ปลอมบนเครือข่ายมัลแวร์เหล่านี้จะตรวจสอบการรับส่งข้อมูลและดักจับ แพคเก็ตที่ร้องขอจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในเครือข่าย จากนั้นตอบกลับการร้องขอที่ดักจับได้นั้นด้วยแพคเก็ตที่มี DNS server เป็นอันตรายให้ผู้ได้รับแพคเก็ตถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังเว็บไซต์อันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต

5. อัตโนมัติที่สุด:ช่องโหว่

หนอน .DLL ชื่อ WORM_DOWNAD.A ได้ใช้ช่องโหว่ MS08-067 แสดงชุดคำสั่งที่ทำให้นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยเชื่อว่าจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาบ็อตเน็ตใหม่ขึ้นมาโดยมีโฮสต์ที่ไม่ซ้ำกันกว่า 500,000 แห่งที่แพร่ระบาดหนอนตัวนี้ไปยังในประเทศต่างๆ แล้ว และมีข้อบกพร่องซีโร่เดย์ใน Internet Explorer นำไปสู่ภัยคุกคามข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ 2 อย่างด้วยได้แก่ การขโมยข้อมูลและโจมตีแบบ SQL Injection (ใช้คำสั่ง SQL เพื่อช่วยในการแฮกระบบ) ซึ่งเกิดกับเว็บไซต์ 6,000 แห่ง อาชญากรไซเบอร์ใช้ประโยชน์ข้อบกพร่องเหล่านี้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย

6. ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด:รูตคิตส์

รูตคิตส์ MBR (Master Boot Record) เริ่มแพร่ระบาดช่วงต้นปี 2551 ตรวจพบรูตคิตส์ที่ชื่อว่า TROJ_SINOWAL.AD ซึ่งจะค้นหาพาร์ติชันที่สามารถบู๊ตได้ของระบบที่ติดเชื้อ จากนั้นจะสร้าง MBR อันตรายใหม่ขึ้นมาเพื่อโหลดส่วนประกอบของรูตคิตส์ที่ชื่อว่า RTKT_AGENT.CAV ลงไว้ในระบบ แล้วทำการบันทึกไว้ในเซกเตอร์ภายในพาร์ติชันที่บู๊ตได้

7. อันตรายสูงสุด:มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ GPcode รุ่นใหม่ที่ เทรนด์ ไมโครตรวจพบชื่อว่า TROJ_RANDSOM.A พบในเดือนพฤศจิกายน มัลแวร์ตัวนี้จะค้นหาและเข้ารหัสไฟล์ที่พบในไดรฟ์ที่อ่านและเขียนได้ของระบบจากนั้นก็จะแสดงให้ผู้ใช้เห็นว่าไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ดังกล่าวได้ถ้าไม่มีคีย์เข้ารหัสลับเหยื่อจะได้รับแจ้งว่าต้องซื้อเครื่องมือถอดรหัสลับซึ่งจะมีการทิ้งไฟล์ข้อความไว้ในแต่ละโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสลับไว้

8. น่ารำคาญที่สุด:มัลแวร์แบบรันอัตโนมัติ (AUTORUN)

ไดรฟ์แบบถอดได้และไดรฟ์ที่ใช้งานจริงถือเป็นแหล่งติดเชื้อสูงสุดอันดับ 4 ของโลก โดย 15% ของการติดเชื้อทั้งหมดในเอเชียและออสเตรเลียมาจากมัลแวร์ที่เกิดจากไดรฟ์แบบถอดได้ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่จะมีมัลแวร์แบบรันอัตโนมัติเป็นตัวติดเชื้อสูงสุดและเป็นมัลแวร์ที่ติดเชื้อมากที่สุดในพีซีของประเทศในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) ด้วย นอกจากนี้มัลแวร์ดังกล่าวยังสามารถผ่านเข้าไปยังเครือข่ายของนาซาและกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้สำเร็จแล้วด้วย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

From: http://variety.teenee.com/science/13110.html

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น