[Got7] LuBoMir ศึกพิทักษ์ดวงใจ (อัพเดตใหม่)

ตอนที่ 7 : บทที่ 4 ผู้พิทักษ์กาลเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 ส.ค. 63

ผู้พิทักษ์กาลเวลา

 

 

Yugyeom Part

 

ผมยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้อง เช้าวันนี้อากาศค่อนข้างสดใส ท้องฟ้าดูปลอดโปร่ง ทุกอย่างดูสงบ ทุกคนในเมืองต่างดูมีความสุข แต่ความสุขนี้มันจะอยู่ไปได้อีกนานมั้ย ผมยอมรับเลยว่าวันนี้ผมรู้สึกเครียด ผมกังวลเพราะคำทำนายของซินเนีย เมื่อคืนนี้ซินเนียเดินมาบอกผมว่า

 

/ “ท่านยูคยอมค่ะ ซินเนียขอร้องให้ท่านช่วยไปบอกกับคนในทีมคนอื่นๆ ได้ไหมคะ ว่าให้รีบเคลียร์ปัญหาที่รุมเร้าอยู่ตอนนี้ให้หมด เพราะหลังจากนี้พวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เคลียร์แล้วนะคะ” ......

“ทำไม”

“หลังจากนี้อีกสี่วัน ผู้ที่มีพลังด้านมืดจะเริ่มลงมือโจมตีหัวเมืองต่างๆ พวกเค้าจะสร้างความวุ่นวาย จะมีผู้คนล้มตายอย่างมาก จะเกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และ สองคนในกลุ่มของท่านยูคยอมเป็นเป้าหมายสำคัญของการโจมตีครั้งนี้”

“ใคร....สองคนที่ว่าคือใครซิน”

“ผู้ที่วิเศษกว่าคนอื่น ผู้ที่..”

“ซิน!!! ....ซินเนีย!!!” /

 

ซินเนียยังบอกคำทำนายไม่จบเธอก็พลังหมดลง แล้วสลบไปจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย สองใน 7 สองคนอย่างนั้นหรอ ใครล่ะ สองคนนั้นคือใคร

“จะเป็นไปได้ไหมว่าหนึ่งในสองต้องมีพี่มาร์ค” ผมคิดแบบนั้น เพราะพี่มาร์คมีพลังที่แข็งแกร่งแต่พี่เขาไม่ค่อยได้ออกโรงนักหรอก

ผมมองซินเนียที่นอนอยู่บนเตียงสักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกจากห้องนอน เพื่อไปยังห้องนอนอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลจากห้องของผมนักหรอก ^-^ ห้องน้องจองกุกยังไงล่ะ

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องของน้องทันทีเมื่อมาถึง จะว่าผมไร้มารยาทก็ได้นะผมไม่ถือ ^-^ ผมเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงขนาดคิงไซต์ที่มีร่างเล็กนอนขดอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา

“ตอนนอนยังดูน่ารักอยู่เลยนะครับ ^-^” ผมก้มลงไปมองใบหน้าเนียนใสที่พ้นผ้าห่มออกมา อยากหอมแก้มนุ่มนั้นอีกจัง ^-^

“เรากำลังทำให้พี่เหมือนคนโรคจิตแล้วนะเด็กน้อย ^-^” ผมส่งมือไปเกลี่ยแก้มใสนั้นเบาๆ ก่อนที่จะโน้มหน้าลงไปใกล้ร่างเล็กเข้าไปอีก

“พี่ขอหอมแก้มเราหน่อยนะคะคนดี ^-^” ผมพูดจบก็หอมลงไปบนแก้มนุ่มนั้นอีกครั้ง

“หอมกว่าคราวที่แล้วอีกนะ ^-^” ผมลุกออกจากเตียงน้องก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับหน้าต่างห้องน้อง ผมสังเกตเห็นดอกลิลลี่ที่ให้กับน้องในวันนั้น ในตอนนี้น้องจัดดอกลิลลี่ใส่แจกันอย่างสวยงามวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับกระดาษโน๊ตที่แปะไว้ตรงข้างขวด ผมถือวิสาสะอ่านมันก็อดที่จะยิ้มไม่ได้กับข้อความที่น้องเขียนไว้

 

/พี่ยูคยอมให้ดอกลิลลี่กับจองกุกเพราะจองกุกคือรักแรกของพี่รึเปล่าฮะ แต่จองกุกอยากบอกกับพี่นะฮะว่า พี่คือทิวลิปสีแดงของจองกุกนะฮะ จุ๊ฟฟ/

 

“จะน่ารักเกินไปแล้วนะ เด็กน้อยของพี่ ^-^ จุ๊ฟ!!” ผมก้มจุ๊ฟลงบนกระดาษแผ่นนั้น พวกคุณจะว่าผมหื่นไหมถ้าผมจะบอกว่าไม่อยากให้น้องจุ๊ฟผมเขียนผ่านทางกระดาษ แต่ผมว่ามันยังเร็วไปสำหรับน้องแฮะ งั้นพี่จะรอจนกว่าจะถึงเวลาแล้วกันนะ

ผมหันไปมองที่เตียงจองกุกก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมา ผมเดินกลับไปที่เตียงอีกครั้งก่อนที่จะยกมือขึ้นแล้วเสกดอกไลเซนทัสหลากหลายสีออกมาช่อหนึ่ง ผมวางช่อดอกไลเซนทัสลงข้างตัวของน้องพร้อมกับแผ่นกระดาษใบหนึ่งก่อนที่จะเดินออกจากห้องของน้องไป

 

 

Jungkook Part

 

“อื้ออออ..”

งื่อออ......ผมพยายามเปิดเปลือกตาตัวเองขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ งื่ออออ เพราะพี่ยูคยอมนั้นแหละทำให้ผมนอนดึกเลย >//< ผมมัวแต่นั่งมองแล้วก็อมยิ้มอยู่กับดอกไม้ที่พี่ยูคยอมให้เมื่อวาน ดอกไม้ กลิ่นดอกไม้นี่นา

“หือ....สวยจัง” ผมลืมตาตื่นแบบเต็มตาทันทีเมื่อกลิ่นหอมที่ผมได้กลิ่นนั้นมันมาจากดอกไม้ตรงหน้า

“คึคึคึ น่ารักจังนะฮะ” ผมรู้เลยว่าพี่ยูคยอมต้องเป็นคนเอามาให้แน่ๆ ^-^ มีอยู่คนเดียวนี่นาที่จะให้ดอกไม้กับผมน่ะ

“มีกระดาษโน๊ตด้วยแฮะ” ผมหยิบกระดาษโน้ตที่วางอยู่ข้างๆ กันขึ้นมาอ่าน

“O/////////O งื่อออออออ....พี่ยูคยอม” ผมหุบยิ้มไม่ได้จริง ๆ นะ -////- ทำไมพี่เค้าถึงน่ารักแบบนี้ล่ะ ผมล้มลงกับเตียงอีกครั้งแล้วดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนนั้น จะน่ารักเกินไปแล้วนะฮะ แค่นี้จองกุกก็หลงพี่จะแย่แล้วนะ >///<

ผมมองกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มจนตาหยีให้กับกระดาษ พี่ทำแบบนี้กับผมก็เพราะพี่ใจตรงกับผมแล้วใช่ไหมฮะ ผมเข้าข้างตัวเองแบบนั้นได้แล้วใช่ไหม.........ผมรักพี่จัง พี่ยูคยอม

 

/ตื่นสายจังนะครับองค์ชายน้อย ดอกไม้ที่พี่วางไว้บนเตียงคือดอกไลเซนทัส มันเป็นดอกไม้ที่บอบบางมากเลยนะครับ มันบอบบางและน่าทะนุถนอมเหมือนองค์ชายเลยนะครับ ^-^ พี่รอทานข้าวเช้าอยู่นะครับ พี่จะรอที่สวนดอกไม้นะครับ คนเก่งของพี่/

 

“งื้ออออ ต้องไปอาบน้ำแล้ว” คิดได้ดังนั้นผมก็รีบตรงไปยังห้องน้ำทันทีหวังว่าพี่ยูคยอมจะไม่รอนานนะฮะ

 

เมื่อผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบตรงไปยังที่ที่พี่ยูคยอมรออยู่ ผมรีบสุดชีวิตแล้วนะ แต่มันช้าเพราะเลือกเสื้อผ้าอยู่ -_- กลัวไม่น่ารักนี่นา

 

 

 

 

Yugyeom Part

 

ผมนั่งรอน้องอยู่ที่สวนดอกไม้ ตอนนี้ทั้งสวนตกแต่งไปด้วยดอกไม้สีสันสวยงาม ส่วนใหญ่เป็นดอกที่ผมเอามาปลูกใหม่ทั้งนั้น ผมนั่งรอน้องได้สักพักก็เห็นร่างเล็กอยู่ที่ทางเข้าสวน ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าวันนี้น้องแต่งตัวน่ารักกว่าทุกวัน เสื้อตัวใหญ่คอกว้างสีขาวยาวคลุมมาถึงเข่า กางเกงขายาวสีดำที่แนบเนื้อนั้นอีก ^-^ น่ารักแบบนี้เดี๋ยวพี่ก็จับฟัดซะหรอก

“น่ารักจังนะครับวันนี้” ผมเอ่ยทักเจ้าตัวเล็กออกไป

“O////O...พะ...พี่ยูคยอมรอนานรึยังฮะ”

“ไม่นานครับ องค์ชายนั่งลงก่อนสิ” น้องนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับผม อาหารเช้าวันนี้เต็มไปด้วยของโปรดน้องทั้งนั้น

“ว้าว!! ..วันนี้ป้าแม่บ้านทำของโปรดจองกุกทั้งนั้นเลย ^o^”

“พี่ทำเองครับ ^-^”

“O_O จริงหรอฮะ”

“ไม่จริงครับ ^-^”

“งื่ออออ...พี่ยูคยอมอ่า” น้องทำปากยู่ทันทีที่ผมแกล้ง

“ชอบไหมครับ ดอกไม้เมื่อเช้าน่ะ”

“-///- ชะ....ชอบ...ฮะ”

“แล้วชอบคนให้ไหมครับ ^-^”

“O///O...พี่ยูคยอม”

“^-^ จองกุกเห็นดอกไม้ที่อยู่ระหว่างทางเดินไหมครับ”

“เห็นฮะ...พี่ยูคยอมเป็นคนแต่งเองหรอฮะ”

“ครับพี่แต่งเอง....มันมีดอกอะไรบ้างครับที่จองกุกเห็นน่ะหืม”

“กุหลาบทั้งนั้นนิฮะ แต่แค่คนละสี”

“ครับคนละสี คนละความหมาย”

“มันหมายถึงอะไรหรอฮะ”

“^-^” ผมลุกขึ้นไปเด็ดดอกไม้ที่อยู่ตามทางมาสีละดอกแล้วเดินไปเลื่อนเก้าอี้มานั่งฝั่งเดียวกับน้อง

“เริ่มที่สีแรก กุหลาบสีแดงอ่อน คือการเริ่มแอบรัก”

“-///-”

“สีที่สอง กุหลาบขาว ความรักที่บริสุทธิ์ ความรักที่ไม่หวังการได้รับรักตอบกลับมา”

“-//////- งื่อออ” ^-^

“สีที่สาม กุหลาบสีแดงสด ความรักที่เริ่มก่อตัวอย่างลึกซึ้งและมั่นคง” ผมโน้มตัวไปที่แก้มสีแดงระเรื่อนั้นก่อนที่จะชิงความหอมของน้องมา J

ฟอดดด!!

“งื่ออออ...พี่ยูคยอม >///<”

“สีสุดท้าย กุหลาบดำ.......ความรักที่เป็นนิรันดร์”

“O/////O”

“ดอกไม้ทุกดอกตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ที่พี่มอบให้องค์ชาย มันคือทุกอย่างที่ออกมาจากความรู้สึกของพี่ ความรู้สึกที่พี่มีให้องค์ชายนะครับ ^-^”

“พี่ยูคยอม....”

“ในกระดาษที่เราเขียนจุ๊ฟพี่น่ะ จะเป็นไปได้ไหมถ้าพี่ต้องการให้เราจุ๊ฟพี่ที่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่กระดาษ” ผมยกนิ้วมาชี้ที่ริมฝีปากตัวเอง

“O//////////O ถะ.....ถะ...ถ้าเป็น..พี่ยูคยอมจองกุกยอมฮะ” เมื่อน้องพูดอนุญาตผมก็ค่อยๆ ก้มหน้าไปหาน้อง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราสองคนเริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนริมฝีปากของผมแตะกับริมฝีปากของน้อง

 

“โย่วววว!!!! ยูคยอม!!!”

 

ผมรีบผละออกจากตัวน้องแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงที่โคตรจะมาได้ตรงจังหวะมากกกกกกกกกก ขวางโลกไปวันๆ แบบนี้ไม่มีใครที่ไหนหรอกนอกจากพี่ชายแท้ๆ ของผม

“กินข้าวกันอยู่อ๋อ.....กินด้วยดิ..... โย่ว!!!! องค์ชายน้อย ไม่สบายเปล่าเนี่ยหน้าแดงเชียว แล้วเมื่อกี้ทำไรกันอะ”

“อะ...เอ่อจองกุกเข้าข้างในก่อนนะฮะ -///- “น้องพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่หันมามองผมด้วย

“มาไมเนี่ย”

“มาขอคำปรึกษามึง”

“มาทำไมตอนนี้วะพี่”

“^-^ อย่าคิดว่าพี่ชายคนนี้ไม่เห็นนะจ๊ะ ว่าแกจะปล้ำองค์ชายน่ะ กิ้ววววว”

“กิ้วววว พ่อง!!!! ก็เห็นอยู่แล้วมาขัดทำไมวะ”

“OoO ยูคยอมแกพูดจาหยาบคายกับพี่ ม๊ายยยยยยยย น้องชายที่แสนจะบริสุทธิ์ของช้านนนนนนนนน Oh Noooooo!!!!”

“ถ้าพี่ไม่เลิกโอดครวญผมไปละนะ”

“เลิกก็ได้วะ”

“จะให้ช่วยเรื่องพี่ยองแจอะดิ”

“อือ”

“พี่จะเอายังไง จะไปง้อหรือไปสารภาพรัก”

“ทำไมกูต้องไปสารภาพรักวะ”

“เปล่าก็แค่พูดให้ดูเหมือนมีตัวเลือกนิดนึง”

“ทำไมจะง้อใครสักคนมันยากจังวะ”

“มันไม่ยากหรอกถ้าพี่ทำทุกอย่างมาจากส่วนลึกของจิตใจจริงๆ”

“......ช่วยหน่อยดิ”

“เรื่องของพี่ พี่ทำเองเหอะ แต่ผมขอเตือนไว้เลย จะทำอะไรก็รีบทำซะก่อนที่จะไม่มีโอกาส”

“........................”

“ที่เงียบนี่คือไร กำลังคิดหรือว่ายังไง”

“มึงบอกรักจองกุกด้วยดอกไม้ใช่ไหม งั้นกูก็จะง้อยองแจด้วยดอกไม้เหมือนกัน”

“พี่จะเอาดอกอะไรไปง้อ”

“....ดอกหน้าวัว”

“-_-!!”

“ทำไม”

“รู้ความหมายไหม”

“มีความหมายด้วยหรอ”

“ความหมายมันมีกันทุกดอกแหละ แต่พี่เลือกเนี่ยมีความหมายไหม”

“ไม่อะ แค่นึกถึงหน้ายองแจแล้วนึกถึงวัว”

“-_-!! .....เฮ้ออ!! ...พี่ง้อในแบบฉบับของพี่เถอะ ผมว่ามันเวิร์กสุดละ” ผมพูดจบก็เดินกลับเข้าปราสาทไปโดยไม่คิดจะหันไปมองหน้าพี่ชายตัวเองเลยสักนิด

ถึงพี่แจ๊คสันจะดูโง่ๆ แต่พี่ผมมันมีความจริงใจในสิ่งที่มันทำ อาจจะหลุดโลกไปบ้างก็เหอะ ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว พี่ยองแจน่าจะชอบที่พี่แจ๊คสันไปง้อแบบไม่เป็นคนมากกว่าแนวโรแมนติกแบบผม หวังว่าพี่ยองแจจะชอบแบบนั้นนะ

 

 

Yongjae Part

 

นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่พี่แจ๊คสันไม่ได้มาก่อกวนเมืองหิมะ ความจริงผมควรดีใจสิที่ไม่มีใครมาทำลายคามสงบของผม แต่ทำไมในใจผมถึงเรียกร้องให้เขามาล่ะ ไม่ต้องมาง้อก็ได้ แต่แค่มาให้เห็นหน้าหรือไม่ก็มาปาระเบิดใส่ที่นี่อีกก็ยังดี

“ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะ” ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ในตอนนี้มันดูครึ้มแปลกๆ ไม่ได้ครึ้มเพราะฝนจะตก แต่ครึ้มเหมือนกำลังจะมีเรื่องไม่ดีเข้ามา

“ท่านยองแจครับ!!!!” เสียงของจาคอบดังมาแต่ไกล ผมมองไปยังจาคอบก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนหลังของมัน

“นายไปทำอะไรมา แล้วนั่นใคร”

“ผมไม่ทราบครับว่าเขาผู้นี้เป็นใคร ผมไปเดินตรวจความเรียบร้อยของเมืองก็พบเขานอนสลบอยู่ใต้กองหิมะกองหนึ่ง”

ผมให้จาคอบพาร่างของชายคนนั้นไปยังที่พักของผม จาคอบวางร่างชายคนนั้นลงบนเตียงของก่อนที่มันจะออกไปหาอาหารมาเพิ่มสำหรับบุคคลที่สามที่นอนสลบอยู่

“พวกธาตุไฟหรอ” ผมเห็นสัญลักษณ์ธาตุไฟบนต้นคอของชายคนนี้ มันรูปเดียวกันกับที่หน้าอกพี่เจบีเลยนี่นา อย่าพึ่งสงสัยว่าผมไปเห็นหน้าอกพี่เจบีได้ยังไง พี่จินยองเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของผม แล้วบังเอิญวันนั้นผมกลับไปที่วังใต้น้ำ แล้วก็บังเอิญไปเห็นอะไรต่อมิอะไรระหว่างสองคนนั้นเข้าพอดี -///-

“ท่าจะแย่แฮะถูกหิมะทับซะตัวเย็นเฉียบเลย” พวกธาตุไฟต้องทำให้ตัวอุ่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าตัวเย็นเกินไปเมื่อไรอาจทำให้ถึงตายได้

ผมนำน้ำอุ่นเช็ดตัวให้กับผู้ชายตรงหน้า ผมนำเสื้อผ้าที่คิดว่าตัวใหญ่ที่สุดให้เขาใส่แล้วนะ ทำไมยังดูฟิตๆ อยู่เลยล่ะ

“ฉันตัวเล็ก หรือว่านายตัวใหญ่เกินไปนะ” ผมมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายดูจะเริ่มเป็นปกติแล้ว

ผมปล่อยให้เขาคนนั้นนอนอยู่ในห้อง ส่วนผมก็ได้แต่ออกมานั่งเล่นข้างนอกเพื่อรับอากาศเย็นๆ ที่ผมชอบ ก็ข้างในห้องผมตอนนี้อุ่นเกินไป

“ถ้าพี่ไม่มาป่วนผมในวันนี้ ผมจะโกรธแบบไม่ให้อภัยแล้วนะ”

 

 

Jackson Part

 

“ยองแจอ่า....พี่ขอโทษ” ไม่ๆๆๆๆๆๆ

“ยองแจอ่า.....ดีกันน๊า” แหยะ

“ยองแจสุดสวย...อย่างงอลพี่แจ๊คสันสุดหล่อคนนี้นะจ๊ะ” -_-

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ทำยังไงดี”

ตอนนี้ผมอยู่ที่ทางเข้าเมืองหิมะของยองแจ ผมอยู่นี้มาได้สักพักและแต่ยังไม่กล้าเข้าไป ก็ไม่รู้ว่าจะไปง้อยังไง นี่ผมอุตส่าไปหาดอกหน้าวัวมาเลยนะเนี่ย

“เอาวะ!!! ...เป็นไงเป็นกัน”

ผมพูดจบก็เข้าไปในเมืองหิมะของยองแจทันที วันนี้ผมพยายามให้เข้าไปแบบไม่ปกติที่สุด ก็ปกติถ้าผมไม่ปาระเบิด ก็กร่างยิงปืนไปทั่วละ ^-^ จะว่าไป ผมเข้าไปแบบปกติดีไหมนะ ไม่ได้สิ วันนี้มาง้อต้องไม่ปกติหน่อย

ผมดินมาสักพักก็เห็นยองแจนั่งอยู่หน้าบ้านของตัวเอง เอาวะสู้ๆ ให้กำลังใจตัวเองก่อน ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ กับยองแจจนไปยืนอยู่ข้างๆ แล้วก็ยื่นดอกหน้าวัวไปตรงหน้ายองแจ

“อะไร” ยองแจหันมามองหน้าผม ตอนแรกเขาก็ตกใจเล็กน้อยที่เห็นหน้าผม

“ดอกหน้าวัวไงไม่รู้จักหรอ โง่ว่ะ”

“-_- รู้จักเว้ย!! แต่ที่ถามเนี่ยคือเอามาทำไม”

“กะ...ก็...เห็นแล้วนึกถึง” ทำไมกูต้องเขินด้วยวะ

“O///O” ถ้าผมตาไม่ฝาดเมื่อกี้ยองแจเขินใช่ไหม

“พี่เห็นหน้ายองแจแล้วนึกถึงวัวน่ะ เลยเอามาให้ ^-^”

“..............เห็นหน้าผม.......แล้วนึกถึงวัว............”

“อืม ^-^”

“ไม่ได้เอามาให้เพราะความหมาย”

“ความหมาย ความหมายไร”

 

ตุ้บ!!!

 

“เฮ้!!! ทำไมทำแบบนี้ล่ะ” ยองแจโยนดอกหน้าวัวมาใส่หน้าผม

“จะไปตายไหนก็ไปเลยไป๊!!!! .....ฮึกกก”

“อะไรวะ นี้ตกลงจะเอายังไง เอาดอกไม้มาให้ก็แล้ว ขอโทษก็แล้ว ต้องการอะไรอีกวะ”

“พี่มันเฮ็งซวย!!! พี่มันโง่ ฮึกกกก”

“โถ่เว้ยยยย!!! อย่าร้องได้ไหม” ผมจับที่ไหล่ยองแจอย่างแรง ทำไมผมต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วย

 

“ปล่อยยองแจเดี๋ยวนี้นะ!!!”

 

ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่ออกมาจากบ้านของยองแจ ผมก็พบเข้ากับผู้ชายผมสีทองไฮไลต์น้ำตาล ร่างกายกำยำ ที่สำคัญ ทำไมมันใส่ชุดของยองแจ

“ยองแจ!!! ไอหน้าปลาบู่นี่มันเป็นใคร” ผมบีบไหล่ยองแจอีกครั้ง

“เขาจะเป็นใครแล้วพี่เกี่ยวอะไรด้วย พี่ไม่มีสิทธิ์มาถามหรือต้องมารู้เรื่องส่วนตัวของผม” โกรธ ตอนนี้ผมโกรธมาก ไอ้บ้านี่มันเป็นใคร

หมับ!!!!

 

ไอบ้านั้นมันจับเข้าที่ข้อมือของผมที่บีบไหล่ยองแจอยู่

“ปล่อยซะ แค่นี้ยองแจก็เจ็บพอแล้ว”

“ไม่ปล่อย!!! บอกมายองแจ ไอบ้านี่มันเป็นใคร”

“อยากรู้นักใช่ไหม” ยองแจพูดจบก่อนที่จะจับมือผมที่ไหล่ของเขาออก ยองแจเดินเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น แล้วก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่ายองแจจะทำ

ยองแจโน้มหน้าผู้ชายคนนั้นลงมาก่อนที่จะจูบลงบนปากของเขาทำไมล่ะ ทำไมผมเจ็บที่หัวใจแบบนี้ล่ะ

O_O ผมจับลงบนที่แก้มของตัวเองก็พบว่ามีน้ำใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาของผม ผมร้องไห้ ผมร้องไห้ทำไม

“ที่นี้รู้รึยังว่าผมกับ.....เขาเป็นอะไรกัน” ยองแจพูดขาดห้วงทันทีเมื่อเห็นน้ำตาของผม

“กลับไปซะ นายไม่ควรมาทำแบบนี้กับยองแจ” ไอบ้านั้นพูดออกมา

“ยองแจ....พี่ขอโทษ”

นั้นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมพูดกับยองแจ ก่อนที่จะหันหลังให้เขาแล้วเดินออกมา น้ำตาของผมไหลออกมาไม่หยุด มันไหลออกมาเองโดยที่ผมไม่รู้สาเหตุ ที่แน่ๆ ผมเจ็บ ผมรู้สึกเหมือนจะตาย ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียอะไรไปสักอย่าง แต่ว่ามันคืออะไร

 

 

Yongjae Part

 

พี่แจ๊คสันร้องไห้ พี่เขาร้องไห้เพราะผมใช่ไหม น้ำตาของผมไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่พี่แจ๊คสันเดินออกไป

“นายโอเคไหม”

“ฮึกกก...ขอโทษนะ....ที่ทำแบบนั้น”

“^-^ ไม่ต้องขอโทษหรอก....เพราะผมได้กำไรเห็นๆ”

“ได้กำไรอะไร” ผมมองหน้าผู้ชายคนนั้นทันที

“สวัสดิ์ดีครับ ผมชื่อฮงกิ ตั้งแต่วันนี้ผมขอเดินหน้าจีบคุณเลยนะครับ คุณยองแจ ^-^”

“OoO” อึ้งครับ ผมอึ้งเลย ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้กับผม แล้วที่สำคัญ ผมเพิ่งจะเจอเขาเองนะ

“คุณน่ารักดีผมชอบ ส่วนชุดคุณชุดนี้ผมไม่ขอคืนนะ จะเก็บไว้ดูเวลาคิดถึงแล้วมาที่นี่ไม่ได้ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ฟอด!!!”

“OoO” ไอ้บ้านั้น มันพูดจบก็หอมแก้มผม แล้วมันก็เดินออกไปเลย นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ยยยยยยย

 

 

Mark Part

 

ท้องฟ้าสีครามที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกสีดำ กระแสลมที่ตอนนี้พัดอย่างรุนแรง รวมถึงคลื่นในน้ำทะเลที่ซัดเข้าชายฝั่งอย่างรุนแรง ทุกอย่างอาจจะดูเป็นเรื่องปกติถ้าหากผม หรือ น้องๆ ในกลุ่มคนใดคนหนึ่งมีความรู้สึกอยากฆ่าคน หรือไม่ก็กำลังโกรธ มันจะเกิดภัยพิบัติตามธาตุที่แต่ละคนควบคุม แต่ตอนนี้ผมไม่ได้โกรธหนิ อยากฆ่าคนไหม....ก็ไม่

งั้นก็มีอยู่อย่างเดียว คำเตือนว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น สงครามแย่งชิงองค์ชายน้อยกำลังจะเริ่มแล้วสินะ

“ท่านมาร์คครับ”

“ว่าไงเซเรโน”

“เมื่อสักครู่มีสายรายงานว่าเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นที่หมู่บ้านในเมืองสำคัญต่างๆ ครับ”

“หมายความว่ายังไง”

“คือตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ได้เล็งไปที่เมืองขององค์ชายน้อยอย่างเดียวครับ”

“เหตุการณ์แปลกๆ ที่ว่ามันคือเรื่องอะไร”

“ก็มีทั้งความผิดปกติของดินฟ้าอากาศ รวมไปถึงผู้คนในหมู่บ้านกลายเป็นสัตว์ประหลาดครับ”

“...........ส่งข่าวหาเจบี บอกเรียกทุกคนมาประชุมเดี๋ยวนี้”

“ให้ไปประชุมที่ไหนครับ”

“ฐานทัพลับของเรา”

 

 

JB Part

 

ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ตอนนี้บรรยากาศดูอึมครึมผิดปกติ บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมใจไม่ดีเลยแฮะ

“ท่านเจบีขอรับ”

“ว่าไง”

“เซเรโนส่งข่าวมาว่าท่านมาร์คเรียกประชุมที่ฐานทัพลับขอรับ แล้วยังบอกด้วยว่าให้ท่านเจบีเรียกสมาชิกคนอื่นๆ ให้มาร่วมประชุมด้วยขอรับ”

“ขอบใจมาก ฝากส่งข่าวให้พวกที่เหลือด้วย”

“ขอรับ”

“เรื่องที่กังวลมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะ”

 

(ตั้งแต่ตอนนี้ไรท์จะเป็นผู้บรรยายเองนะคะ ^-^)

 

ในตอนนี้สมาชิกของหน่วยสังหารพิเศษ got7 ก็ได้มารวมตัวกันในฐานทัพลับของพวกเขา ที่ยงกุกและฮิมชาน เพื่อนของพวกเขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา

ยงกุกและฮิมชาน นักประดิษฐ์มือฉมัง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เครื่องมือสงคราม อุปกรณ์ในการสืบสวนสอบสวนเขาทั้งสองคนก็สามารถสร้างออกมาได้หมด

“ที่เรียกรวมแบบนี้เพราะมีเรื่องสำคัญมากเลยสินะ” เจอาเอ่ยถามทันทีเมื่อทุกคนมารวมกันครบแล้ว

“เซเรโนจะเป็นคนอธิบายเรื่องทุกอย่างเอง” มาร์คพูดจบก็นั่งลงบนโซฟาภายในห้องประชุมทันที

“สายของทางเราได้ตรวจพบความผิดปกติทางหมู่บ้านต่างๆ ในเมืองสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยพิบัติหรือผู้คนกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด”

“กลายร่างอย่างนั้นหรอฮะ” แบมแบมพูดขึ้นมา

“ครับ.....ซึ่งแต่ละคนที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดนั้นล้วนตายไปแล้วทั้งสิ้น”

“คล้ายๆ ซอมบี้นะหรอ” JB

“ก็ไม่เชิงครับ....ทางสายของเราบอกมาว่า ผู้ที่กลายร่างนั้นล้วนแต่ฟื้นขึ้นมาจากความตายทั้งนั้น แต่ฟื้นขึ้นมาในรูปแบบของสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างแปลกๆ แตกต่างออกไปครับ”

“แล้วทำไมนายไม่ส่งคนไปช่วยก่อนละมาร์ค เดี๋ยวสัตว์ประหลาดพวกนั้นก็ออกมาอาละวาดนอกหมู่บ้านก่อนพอดี” เจอา

“......ส่งคนไปแล้ว......แล้วก็ตายหมดแล้วด้วย แถมยังได้ของขวัญกลับมาอีก” มาร์คตอบ

“ของขวัญไรพี่” แจ๊คสันที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมา

“..............” มาร์คไม่ตอบแต่แค่ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเจบี

“.......เรื่องนี้อยู่ในความดูแลของพวกเรา พวกนายอย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวเป็นอันขาด ไม่ว่าในกรณีใดๆ ถ้าพวกนายฝ่าฝืน ไม่ว่าคนของพวกนายจะมาดีหรือไม่ เราจะจัดการทำโทษตามกฎของเรา นี่เป็นคำสั่ง จาก ผู้พิทักษ์กาลเวลา..........” เจอาที่ดึงกระดาษออกจากมือเจบีไปอ่านออกเสียงให้ทุกคนในห้องได้ฟังเนื้อความในจดหมาย

“หึ!!! อวดดีนักนะ” เจบีเค้นเสียงพูดออกมา

“ถล่มพวกมันเลยดีไหม” แจ๊คสันออกความเห็น

“ถ้าเราปล่อยไว้แบบนี้ผู้คนในหมู่บ้านจะเป็นอันตรายนะฮะ” แบมแบม

“พวกมันไม่มีสิทธิ์มาสั่ง สถานะของพวกมันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาสั่งพวกเราได้ กับอิแค่ผู้พิทักษ์กาลเวลา ลูกไอแก่ตัณหากลับนั่นกับเราลูกของเหล่าเทพใครใหญ่กว่ากันล่ะ J” เจบีพูดขึ้น

“คือว่าตกลงท่านเจบีจะเข้าไปยุ่งเรื่องนี้สินะขอรับ” วิลเลียมถามผู้เป็นนายทันที

“อืม.....เซเรโนตอนนี้เมืองที่มีปัญหาใหญ่ๆ เลยมีกี่เมือง”

“มี 4 เมืองครับ”

“OK งั้นเราจะแบ่งเป็นกลุ่มไปจัดการในแต่ละเมือง เจอานายมากับฉัน พี่มาร์คไปกับแบมแบม แจ๊คสัน.....ไปกับยองแจนะ”

“.......................” แจ๊คสันเงียบทันทีที่เจบีมอบหมายงานให้

“.....ครับ......” เป็นยองแจที่ตอบตกลงออกมา

“ส่วนยูคยอม นายต้องดูแลองค์ชาย อย่าให้คลาดสายตา”

“ครับ” ยูคยอมตอบรับคำสั่ง ตอนที่เขาออกมาประชุมนั้นเข้าได้เสกให้ต้นไม้ในห้องต้นหนึ่งปลอมเป็นเขาแล้วเฝ้าดูองค์ชายอยู่ใกล้ๆ ก่อนเขาจะออกมาก็บอกองค์ชายตัวน้อยไว้แล้วด้วยเช่นกัน

“ถ้าใครเจอกับผู้พิทักษ์กาลเวลา...ถ้ามันมาดีเราก็ดีกลับ ถ้ามันมากวนเบื้องล่างก็ใส่ไม่ต้องยั้ง ^-^”

“ท่านพี่เจบีครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะบอก” ยูคยอมพูดแทรกขึ้นมาทันที

“เรื่องอะไรยูคยอม”

“ซินเนียได้บอกคำทำนายกับผมไว้เรื่องของการโจมตีครั้งนี้ของพวกปีศาจ.....พวกมันไม่ได้เล็งเป้าไปที่องค์ชายน้อย แต่เล็งเป้าไปที่ สองในเจ็ดของกลุ่มพวกเรา ซึ่งซินเนียไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นใคร”

“O_O!!!” เจบีนิ่งทันทีเมื่อยูคยอมพูดขึ้นมา

“..............เมื่อไหร่.....ถามว่าซินเนียบอกเมื่อไหร่!!!!” มาร์คตะคอกใส่ยูคยอมทันที ทุกคนต่างตกใจให้กับการกระทำของพี่ใหญ่ในกลุ่ม

“เมื่อวานครับพี่”

“............” สีหน้าของมาร์คบ่งบอกว่าเครียดได้อย่างเด่นชัด

“สองในเจ็ดหมายถึงใครวะ” แจ๊คสันพูดขึ้นมา

“...........ดูแลคู่ของตัวเองให้ดีๆ อย่าให้คลาดสายตาเป็นอันขาด.....ไปทำตามหน้าที่ที่มอบให้ซะ...” เจบีพูดจบก็เดินออกจากห้องไป

“ยองแจวันนี้กลับเมืองบาดาลกับพี่นะ” เจอาพูดกับยองแจที่นั่งเงียบมานาน

“ครับ”

“ออมม่า!! ...สองคนที่ว่าออมม่ารู้ไหมว่าเป็นใคร” แบมแบมถามเจอาทันทีเมื่อเจอาทำท่าทางจะเดินออกจากห้องไปพร้อมยองแจ

“.............ไม่รู้สิ ^-^....แบมแบมไม่ต้องกลัวนะ ออมม่าเชื่อว่าพี่มาร์คปกป้องเราได้” เจอาบอกกับแบมแบมพร้อมกับส่งมือไปลูบหัวของคนตัวเล็กที่ทำตาแป๋วอยู่ตรงหน้าเขา

“งื่ออออ..O///O....ออมม่าอะ”

“แบมจะกลับรึยัง” มาร์คถามแบมแบมที่ตอนนี้ยืนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เจ้าตัวเล็กดันไปนึกถึงตอนที่มาร์คจูบเจ้าตัวขึ้นมาน่ะสิ

“จะ...จะกลับแล้วฮะ”

“งั้นพี่ไปด้วย วันนี้ขอไปค้างที่บ้านนะ” มาร์คตอบกลับไป เจอาที่เริ่มรู้สถานการณ์ก็เดินออกไปพร้อมกับยองแจ ส่วนยูคยอมก็ถูกแจ๊คสันลากตัวออกไปแล้วเช่นกัน

“หา!!!! ...พะ...พี่มาร์ค...จะมาค้างที่บ้านหรอฮะ -///-”

“อืม...ก็ต้องทำงานคู่กัน...พี่ก็เลยไปอยู่ด้วยซะเลย ^-^”

“-///- ก็ได้ฮะ”

“^-^ งั้นกลับบ้านกันนะครับ”

มาร์คพูดพร้อมกับเดินโอบไหล่เล็กของแบมแบมออกไปด้วย ในความรู้สึกของแบมแบมตอนนี้ คือทำไมพี่ชายที่แสนจะเย็นชาของเขาถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนตั้งแต่เขาบอกเรื่องอาการแปลกที่เกิดขึ้นกับตัวเขา พี่ชายคนนี้ก็มีท่าทีที่ดูอ่อนลงกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก

 

 

Jackson Part

 

ผมลากน้องชายตัวเองออกมาจากห้องนั้น ผมโคตรจะหงุดหงิดเลยในตอนนี้ ยองแจไม่คุยกับผม ยองแจเมินผม ให้ตายเหอะ อย่าทำแบบนี้ จะทุบจะตีกันก็ได้แต่อย่าไม่สนใจผมจะได้ไหม

“ร้อนใจขนาดนี้ทำไมยังไม่รู้ตัวอีกวะพี่” ยูคยอมพูดขึ้นมา นี่มันอ่านใจผมอีกละ

“.......อาการแบบนี้มันเรียกว่าความรักหรอวะ” ผมถามน้องออกไป

“.....ถ้าผมบอกไปว่าใช่ พี่จะเชื่อไหม”

“พี่...พี่ควรทำยังไงดี..” น้ำตาของผมมันไหลออกมาอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดมาผมร้องไห้แค่สามครั้งในชีวิต ครั้งที่หนึ่งตอนที่ท่านแม่จากไป ครั้งที่สองต้องยอมเสียสละยกของเล่นสุดโปรดให้ยูคยอมมัน ครั้งที่สามก็เพราะนาย ยองแจ

“ตอนนี้มีคนมาจีบพี่ยองแจใช่ปะ”

“แกรู้ได้ไง”

“ผมได้ยินพี่ยองแจคิดเกี่ยวกับหมอนั้นในห้องตอนเราประชุมกัน”

“.......ถึงขั้นเก็บเอามาคิดเลยหรอ...ยองแจคงจะมีใจให้ไอ้หมอนั่นไปแล้วแน่ๆ”

“...-_-!! ...ถ้าพี่ยองแจมีใจให้ไอ้หมอนั่นพี่จะเลิกรักพี่ยองแจไง”

“อืม..”

“O_o แกเป็นใคร นี่ไม่ใช่พี่ชายฉันแน่ๆ”

“อะไรของแกไอยูคยอม”

“ถ้าเป็นพี่แจ๊คสันจริงๆ ต่อให้เรื่องนั้นมันจะยากแค่ไหนพี่ก็ต้องผ่านไปให้ได้ดิ ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ด้วยถึงมันจะมีเจ้าของแล้วพี่ก็จะเอามาให้ได้ นั่นคือพี่แจ๊คสัน”

“....................”

“แล้วที่สำคัญ ผมขอบอกไว้เลยนี่เห็นว่าเป็นพี่นะ...........พี่ยองแจมีใจให้พี่ไม่ใช่ไอ้หมอนั้น” ยูคยอมมันเดินมาพูดประโยคหลังกับผมแบบชิดที่หู แล้วมันก็เดินจากไป

“..............”

“...............”

“ยองแจมีใจให้เรา”

“ยองแจมีใจให้เรา”

“อ๊ากกกกกกกกก ยองแจมีใจให้เรา!!!!”

“แหกปากหาไรวะ!!!!” ฮิมชานตะโกนออกมาจากห้องทำงานของมันที่ถัดไปจากห้องประชุมของเราเมื่อกี้นี้

“ชานนี่ต๊า แจ๊คกี้มีความสุขมั๊กมาก” ผมพูดพร้อมกับเข้าไปกอดฮิมชานพร้อมกับถูหัวไปบนไหล่ของฮิมชานอย่างออดอ้อน

 

แกร๊ก!!

 

“หือ....” ผมหันไปมองสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ตรงหัวผมก็ต้องพบกับเพื่อนหน้าโหดของพี่มาร์ค ที่ตอนนี้จ่อปืนมาที่หัวผมแล้วเรียบร้อย T^T

“ออกจากเมียกูเดี๋ยวนี้อย่าหาว่าไม่เตือน”

“ครับ.....ผมไปละนะพี่” ผมพูดพร้อมกับยิ้มแหยงๆ ไปให้ โหดจุง แค่กอดนิดกอดหน่อยทำเป็นหวง

 

 

ผมกลับมาถึงวังของผมก็จัดการแหกปากตะโกนลั่นวังหาเจ้าอิธานทันที

“อิธาน.....อิธานนนนนนน!!!!”

“ครับท่านแจ๊คสัน”

“ไปเตรียมน้ำอุ่น แล้วเครื่องขัดผิวบำรุงผิวทุกอย่างให้พร้อม พรุ่งนี้ก่อนไปทำงานใหญ่ฉันต้องหล่อ ต้องดูดียิ่งกว่าตอนนี้เข้าใจไหม!!!”

“.......เอิ่ม...ท่านแจ๊คต้องการจะเสริมหล่อไปทำไมครับ แค่ไปทำภารกิจ”

“แค่หรอ...แกกล้าบอกว่าการที่ฉันจะไปเจอยองแจเป็นเรื่องแค่เนี่ยหรอ.....ไปเตรียมของเดี๋ยวนี้!!!”

“ครับ!!!”

“แม่บ้าน!!! แม่บ้าน!!!!”

“ขาองค์ชาย”

“ไปเตรียมชุดที่คิดว่าหล่อโคตรๆ มาให้ฉันใส่เดี๋ยวนี้.....พรุ่งนี้ตอนเช้าปลุกด้วยแต่เช้าฉันจะมาทำอาหารเอง...เข้าใจไหม!!!”

“ค่ะองค์ชาย”

“หึหึหึ....5555555555....ยองแจจ๊ารอพี่แจ๊คสันคนหล่อคนนี้ก่อนนะจ๊ะ แหม่แอบมีใจให้พี่ก็ไม่บอก....หึหึหึ...ไอหน้าปลาบู่มึงแพ้กูตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยเหอะ....555555555555” แจ๊คสันหัวเราะอย่างบ้าครั้งในห้องโถงใหญ่ของวังที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าทหารที่ยืนดูองค์ชายใหญ่ของวังนี้อย่างปลงๆ

“โถ่!! ท่านแจ๊คสันสติสตังหายไปหมดแล้วนะครับ T-T ทำไมผมชั่งน่าสงสารยิ่งนักต้องมาเป็นสัตว์เทวะให้ท่าน ถึงท่านจะไม่เต็มแค่ไหนกระผมก็ยังเคารพและรักท่านนะครับ” อิธานที่ดูแจ๊คสันอยู่ห่างๆ ได้แต่ทำหน้าปลงให้กับเจ้านายตนเอง

 

 

Mark Part

 

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ผมนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก มีเจ้าของบ้านตัวเล็กกำลังวิ่งวุ่นอยู่ในครัวเพื่อทำมื้อเย็น ในตอนแรกผมก็จะเข้าไปช่วยนะ แต่คนตัวเล็กบอกว่า ยิ่งผมเข้าใกล้เขามากเท่าไร ใจของเขาก็ยิ่งเต้นแรงจนทำให้เขาไม่มีกระจิดกระใจทำอะไรเลย ผมได้ยินในตอนแรกก็อยากจะจับคนตรงหน้ามาฟัดซะให้ได้ ใครใช้ให้ทำตัวน่ารักขนาดนี้ล่ะ

“ท่านมาร์คครับ ผมจับกระแสพลังความมืดได้ที่นอกบ้านของท่านแบมแบมครับ” เซเรโนบอกกับผม ผมจึงเดินไปที่หน้าต่างของบ้านก็พบกับร่างของแจฮโยที่ยืนออกไปไม่ไกลจากบ้านของน้องเท่าไหร่นัก

“ทำไมมีพลังแปลกๆ ออกมาจากตัวแจฮโยล่ะ” ผมเพ่งไปที่แจฮโยอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ไม่มีม่านพลังความมืดแล้ว

“หายไปแล้วครับ คลื่นพลังแปลกๆ” เซเรโนบอกกับผมอีกที หวังว่าคลื่นพลังนั้นจะไม่ได้ออกมาจากตัวของแจฮโยนะ

“ท่านมาร์คครับ” เคลวินสัตว์เทวะของแบมแบมเรียกผม

“มีอะไรเคลวิน”

“ช่วยออกไปคุยกับผมข้างนอกบ้านได้ไหมครับ”

“..............เซเรโนอยู่เฝ้าแบมแบมที”

“ครับ”

เคลวินพาผมออกมายืนคุยที่หน้าบ้าน คงจะเป็นเรื่องสำคัญสินะถึงไม่อยากให้แบมแบมได้ยิน ตอนแรกผมก็แปลกใจถ้าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ทำไมเคลวินมาคุยหน้าบ้านล่ะ ไม่กลัวคนอื่นได้ยินหรอ แต่ความสงสัยก็ต้องหมดไปเพราะเคลวินสร้างม่านพลังกันคนนอกได้ยินระหว่างบทสนทนาของผมกับเคลวิน

“ผมต้องขอโทษที่ต้องให้ท่านมาร์คมายืนคุยตรงนี้ แต่พลังของผมไม่สามารถใช้ได้กับหนูแบม ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

“ไม่เป็นไร ว่าแต่นายมีเรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่องคำทำนายของซินเนีย”

“....อืมฉันรู้แล้ว”

“ตอนแรกผมเถียงกับซินเนียในเรื่องนี้เพราะผมคิดว่ามันเร็วเกินไปที่จะเกิดสงครามนี้ ในตอนนี้น่าจะเป็นสงครามชิงตัวองค์ชายจองกุกก่อน แต่ว่ามันไม่ใช่ ดูเหมือนพวกมันต้องการทั้งเลือดองค์ชายจองกุกและ......ดวงใจศักดิ์สิทธิ์”

เคลวินเงียบไปสักพัก น้ำตาของเควินคลออยู่ที่ดวงตาของเขาทั้งสองข้าง

“ไม่เป็นไรนะ”

“ครับ ผมไม่คิดว่ามันจะถึงเวลาไวขนาดนี้”

“พวกมันต้องไม่ได้อะไรไปทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือดขององค์ชายหรือว่าดวงใจศักดิ์สิทธิ์”

“ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าพวกมันจะเอาทั้งสองอย่างไปทำไม แต่พอได้ฟังคำทำนายของซินเนียผมก็ทราบทันทีว่าพวกมันกำลังคิดแผนชั่วอะไรอยู่”

“แผนอะไร”

“ดวงใจศักดิ์สิทธิ์ท่านมาร์คทราบหรือไม่ครับว่ามันมีไว้ทำไม”

“ไม่....ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ใคร”

“มีใครรู้เรื่องนี้บ้างครับ”

“ฉัน เจอา แล้วก็เจบีเท่านั้นที่รู้”

“แล้วทำไมท่านยูคยอมถึงไม่รู้ล่ะครับในเมื่ออ่านใจพวกท่านได้”

“เจบีสะกดไว้น่ะ นายลองบอกฉันมาทีว่าดวงใจศักดิ์สิทธิ์มีไว้ทำไม”

“เมื่อนานมาแล้วประมาณ 5,000 ปีได้ ในดินแดนแห่งนี้ได้มีสัตว์ประหลาดที่ร้ายกาจถือกำเนิดขึ้นเจ็ดตัว ทั้งเจ็ดตัวมีชื่อเรียกว่า seven sins ตัวที่หนึ่งมีชื่อว่า อัสโมเดียส ทูตแห่งลูซิเฟอร์ เป็นปีศาจตัวแทนของความมักมากในกามตัณหา ตัวที่สองมีชื่อว่า เบลเซบับ หนึ่งในเทวฑูตผู้ร่วงหล่นมาจากสวรรค์ ตัวแทนแห่งความตะกละ ตัวที่สามมีชื่อว่า แมมม่อน เป็นหนึ่งในเจ้าชายแห่งนรก เป็นปีศาจที่สามารถอ่านความคิดมนุษย์ได้ ตัวที่สี่มีชื่อว่า เบลฟีเกอร์ เคยเป็นเทวฑูต มีหน้าที่ในการจัดตำแหน่งในนรก เป็นปีศาจนักประดิษฐ์ที่ชาญฉลาด ตัวที่ห้ามีชื่อว่า ซาตาน มันสามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ตามที่มันต้องการ ตัวที่หกมีชื่อว่า เลเวียธาน ปีศาจที่มีรูปร่างเป็นสัตว์เลื้อยคลาน คล้ายงูยักษ์หรือมังกร อาศัยอยู่ในทะเลลึก เป็นปีศาจดุร้ายที่สุดและน่ากลัวที่สุดเท่าที่มนุษย์จะจินตนาการออก ตัวสุดท้าย ตัวที่เจ็ดมันคือตัวที่ร้ายกาจที่สุด ลูซิเฟอร์ ในตอนแรกมันเป็นเทพแต่มีความโลภและอยากเป็นใหญ่เหนือใครทำให้จิตใจเกิดเป็นด้านมืดทำให้กลายเป็นปีศาจร้าย ทั้งหมดอาละวาดในดินแดนแห่งนี้อย่างบ้าคลั่งผู้คนต่างล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ในตอนนั้นเองท่านมหาเทพได้ฝ่าฝืนกฎที่ว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับโลกเบื้องล่าง ท่านได้ลงมายังดินแดนแห่งนี้และกำจัดมันก่อนที่มันจะมุ่งหน้าลงไปสู่โลกมนุษย์ พระองค์ได้สร้างดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา ในดาบเล่มนั้นมีดวงจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์อยู่สองดวง พระองค์ใช้ดาบเล่มนั้นปราบปีศาจ Seven Sins และได้ผนึกมันลงในผลึกน้ำแข็ง แล้วฝังมันลงไปให้ลึกสุดขอบของนรก ส่วนดาบเล่มนั้นหายสาบสูญไปไม่เคยมีใครได้พบอีก แต่ดวงจิตทั้งสองได้หลุดออกมาจากดาบและแยกทางออกจากกันไปหาที่ซ่อนเพื่อไม่ให้ปีศาจรุ่นหลังได้นำพลังของมันมาปลุก Seven Sins ขึ้นมาได้อีก”

“ดวงจิตทั้งสองอยู่ที่ทั้งสองคนนั้นใช่ไหม”

“ครับ ดวงจิตทั้งสองคือดวงใจศักดิ์สิทธิ์ มันมีเรื่องที่เหนือความคาดหมายของท่านมหาเทพ ตรงที่ว่าพระองค์ไม่คิดว่าดวงจิตทั้งสองจะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาแล้วสิงในร่างนั้น นั่นคือสิ่งที่พระองค์ไม่ได้คาดการณ์ไว้”

“นายกำลังจะบอกว่า ตอนนี้พวกปีศาจกำลังจะพยายามปลุก Seven Sins ขึ้นมาใหม่ แล้วใช้เลือดของจองกุกทำให้มันเป็นอมตะจนไม่มีใครฆ่าพวกมันได้ใช่ไหม”

“ครับผม”

“..................”

“ท่านมาร์คครับ ผมขอร้องอะไรท่านมาร์คหน่อยได้ไหมครับ”

“เรื่องอะไรล่ะ”

“ช่วยปกป้องหนูแบมแบมด้วยครับ” เคลวินบอกผมทั้งน้ำตา ใช่แบมแบมคือหนึ่งในนั้น รวมไปถึงยองแจด้วย

“ถึงนายไม่บอกฉันก็จะปกป้องคนที่ฉันรัก”

 

หลังจากที่เราคุยเรื่องนั้นกันเสร็จ ผมกับเคลวินก็เข้ามาข้างใน ก็พบกับอาหารหลากหลายเมนูวางอยู่ที่โต๊ะ พร้อมกับพ่อครัวตัวน้อยที่ตอนนี้นอนฟุบลงกับโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว

“แบมแบม” ผมเรียกน้องให้ลุกมากินข้าวด้วยกัน น้องสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะยันตัวเองให้นั่งดีๆ

“คุยธุระกันเสร็จแล้วหรอฮะ”

“............”

“เซเรโนบอกว่าพี่มาร์คเรียกเคลวินไปคุยธุระฮะ แบมเลยไม่อยากกวน”

“^-^ ครับพี่คุยเสร็จแล้ว” ผมพูดเสร็จก็หันไปยิ้มขอบคุณเซเรโนในใจ

เรานั่งกินข้าวกันได้สักพักผมก็เห็นอาการผิดปกติของน้องที่เงียบไป ตอนแรกผมก็จะไม่วุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของน้องเท่าไรนักหรอก แต่ผมก็กลัวว่าน้องจะได้ยินเรื่องที่ผมกับเคลวินคุยกัน

“แบมแบมมีเรื่องอะไรที่จะบอกพี่หรือเปล่าครับ”

“คือว่า.....ช่วงนี้แบมฝันร้ายบ่อยๆ น่ะครับ”

“ฝันว่าอะไรครับ”

“ฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดสีม่วง เขามาหาแบมแบมแล้วบอกให้แบมแบมช่วยเขาครับ”

“ผู้หญิงหรอ”

“ครับ เธอบอกว่าเธอยังมีน้องๆ ด้วยอีกหกคนที่จะให้ผมช่วย”

“มันเป็นแค่ฝันอย่าใส่ใจเลยนะ” ผมพูดกับน้องพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้ใจผมเริ่มไม่ดีแล้วสิ ปีศาจแต่ละตัวที่เคลวินบอกกับผม ผมก็พอจะเคยได้ยินและเห็นรูปมันมาบ้างแต่ทุกตัวมันรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวจะตายไป ไม่มีตัวไหนเป็นผู้หญิงเลย แล้วใครล่ะที่มาหาแบมๆ

หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จน้องก็ไปอาบน้ำแล้วขึ้นไปนอนข้างบน ตอนแรกน้องจะให้ผมไปนอนในห้องนอนแล้วน้องจะนอนข้างล่างเอง ผมเลยบอกน้องว่าจะนอนข้างล่าง น้องก็เกี่ยงอยู่นั่นแหละบอกว่าผมเป็นแขกมันดูไม่ดี ผมก็เลยแหย่ไปว่าถ้าแบมแบมไม่ฟังพี่ พี่จะไปนอนกับแบมแบมในห้อง เท่านั้นแหละเจ้าตัวเล็กรีบวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเข้าห้องนอนไปเลย

“ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไม่มีการสูญเสียใดๆ ทั้งสิ้นด้วยเถอะ” ผมพูดกับเซเรโนที่ตอนนี้นอนหลับไปแล้ว หวังว่าชะตากรรมมันคงไม่ทำให้ผมต้องสูญเสียคนที่รักไปนะ

 

 

 

..............................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น