[Got7] LuBoMir ศึกพิทักษ์ดวงใจ (อัพเดตใหม่)

ตอนที่ 16 : บทที่ 10 รัสซูเรีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

รัสซูเรีย

 

 

Yugyeom Part

 

แสงแดดยามบ่ายสอดส่องเข้ามาในห้องนอน ผมเปิดเปลือกตาขึ้นเนื่องจากแสงแดดเริ่มจะแยงโดนตา ผมหันไปมองคนตัวเล็กที่นอนซบอยู่บนอก อดที่จะยิ้มให้กับภาพตรงหน้าไม่ได้ ผมเสกดอกเยบีร่าขึ้นมาหนึ่งดอกแล้วทัดไปที่หูของน้อง ผมขยับตัวออกมาอย่างเบาที่สุด เพราะเดี๋ยวน้องจะตื่น

“ทำอะไรที่มันโรแมนติกหน่อยดีกว่า”

ผมร่ายมนต์เสกให้ตรงโต๊ะหัวมุมห้องมีดอกกุหลาบวางอยู่รอบๆ 50 ดอก ตรงกลางมีการ์ดสีแดงวางอยู่ น้องชอบสีแดงนี่นา ^-^ ในระหว่างทางที่จะไปยังโต๊ะตัวนั้นผมเสกให้ตามพื้นมีดอกเยบีร่านำทางน้องไป จัดการในห้องเสร็จก็ต้องไปจัดการข้างนอกต่อ หวังว่าเราจะชอบนะ ^-^

 

Jungkook Part

 

“งื่อออ...” ผมพลิกตัวไปมาบนเตียงมือก็ควานหาร่างของพี่ยูคยอม ผมจำได้ว่านอนกอดพี่เขาไว้นี่นา -///-

“อ๊ะ...” พอผมลุกขึ้นก็มีดอกไม้ล่วงลงมาจากหูผม พอหยิบขึ้นมาก็รู้ว่ามันเป็นดอกเยบีร่า “แสงนำทางหรอ” ความหมายของดอกเยบีร่า ผมเริ่มรู้ความหมายของเหล่าดอกไม้มากขึ้น ก็พี่ยูคยอมชอบทำเซอไพร์นี่นา

“ฮิฮิฮิ วันนี้จะเล่นอะไรเนี่ย” ผมมองซ้ายมองขวาก็เห็นที่พื้นมีกลีบดอกเยบีร่าอยู่ตามพื้น พอมองตามไปเรื่อยๆ ก็ไปหยุดอยู่ที่โต๊ะมุมห้องที่มีดอกกุหลาบวางอยู่ ผมลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นก็พบกับการ์ดสีแดงวางอยู่กลางพุ่มดอกกุหลาบ

 

/ดอกกุหลาบรอบโต๊ะมีทั้งหมด 50 ดอก คือ รักที่แสนจะยืนยาวไม่มีอะไรมาหยุดไม่ให้เรารักกันได้ อยากรู้อะไรมากกว่านี้ไหม เปิดประตูห้องแล้วตามแสงนำทางมาหาพี่/

 

“-////- น่ารักจัง” ผมเก็บการ์ดนั้นไว้ ผมเปิดประตูห้องออกไปก็พบแจกันดอกเยบีร่าอยู่ตามทางทั้งสองข้าง ผมจึงเดินตามมันไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางแยกที่มีดอกเยบีร่านำไปทั้งสองทาง ต่างกันก็แค่แจกันดอกลิลลี่สีชมอยู่ตรงทางแยกฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นดอกคาร์เนชั่นสีแดง

“งื่ออออ ถ้าจำไม่ผิดลิลลี่สีชมพูหมายถึงที่สุดของหัวใจที่ฉันตามหา แล้วคาร์เนชั่นล่ะ” ผมเลือกเดินไปทางขวา ก็หัวใจที่ตามหานี่นา

“เอ๊ะ!! ทางแยกนี่มันไปที่ห้องโถงใหญ่ทั้งสองทางเลยนี่นา งั้นไปทางไหนก็เจอหมดสิ งื่ออออ อะไรของพี่ยูคยอมเนี่ย”

อยู่ดีๆ การตัดสินใจของผมก็เปลี่ยน ผมเลือกที่จะเดินไปทางซ้ายพร้อมกับหยิบดอกคาร์เนชั่นติดมือไปด้วยหนึ่งดอก เมื่อเดินมาถึงปลายทางผมก็พบพี่ยูคยอมกำลังยืนรอผมอยู่ที่ซุ้มดอกไม้ นี่เข้าเนรมิตห้องนี้เป็นสวนไปแล้วมั้งเนี่ย

“^-^ เลือกคาร์เนชั่นหรอคะ”

“o///o ฮะ...อ๊ะ..พี่ยูคยอม” งื่อออออ พี่ยูคยอมรวบตัวผมเข้าไปกอดไว้ พร้อมกับก้มลงมาหอมแก้มผมหนึ่งฟอด

“พี่ตกลงนะ ^-^” พี่เขาหยิบดอกคาร์เนชั่นออกจากมือผมพร้อมกับพูดคำนั้นออกมา

“ตกลงอะไรฮะ”

“ก็ตัวเล็กเอาดอกคาร์เนชั่นมาให้พี่ไงคะ”

“O-O???”

“อยากรู้ความหมายมั้ย”

“อื้อ”

“อ้อนพี่สิ ^-^”

“-///- “คนเจ้าเล่ห์

“หึหึหึ”

“พี่ยูคยอมฮะ ตัวเล็กอยากรู้ความหมายอ่า...บอกตัวเล็กหน่อยนะนะนะนะนะน๊า” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ยูคยอมก่อนที่จะทำตาแป๋วใส่

“55555555”

“งื่ออออ...หัวเราะทำไมอะ”

“ดอกคาร์เนชั่นสีแดงเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก ประมาณว่าโปรดเห็นความรักของฉันด้วย ออกแนวอ้อนแบบน่ารักๆ เหมือนที่เราทำใส่พี่เมื่อกี้ไง ^-^”

“>/////< งื่อออ”

“ขอจูบได้มั้ยครับ” พี่ยูคยอมประคองใบหน้าผมขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้าลงมา มอบจูบที่แสนหวานให้แก่ผม ผมหลับตาน้อมรับจูบนั้นอย่างเต็มใจ จูบของพี่ยูคยอมหวานเสมอ และเต็มไปด้วยวามอบอุ่นที่พี่เขาส่งมาให้ผม ผมรับรู้ถึงมันได้

“อืมมม..”

จากจูบที่อ่อนโยนกลายเป็นจูบที่ร้อนแรง และเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ผมแทบจะยืนไม่ไหว มันรู้สึกเหมือนจะหมดแรง พี่ยูคยอมกอดรอบเอวผมไว้ มืออีกข้างประคองหลังของผม ผมส่งมือขึ้นไปโอบรอบคอของพี่ยูคยอม เราสองคนมอบจูบที่แสนวิเศษนี้ให้กันนานมาก จนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“อืออออ...ขอมากกว่านี้ได้มั้ย” พี่ยูคยอมพูดทั้งที่ยังไม่ละริมฝีปากออกจากปากของผม เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังชิดอยู่แบบนั้น

“ว่าไงคะ พี่ขอนะ”

“งื่ออ -////-”

“พี่รักเรานะ”

“ผมก็รัก...”

“ท่านยูคยอมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!” เสียงของใครบางคนดังมาจากข้างหลัง ทำให้พี่ยูคยอมจำใจปล่อยผมก่อนที่จะสบถออกมา

“ชิ๊!!!”

“ท่าน..ท่านยูคยอมขอรับ”

“มีไรเคลวิน”

“ท่าน..ท่านมาร์คฟื้นแล้วครับ”

.

.

.

Mark Part

 

 

นี่ผมหลับไปนานแค่ไหนนะ ความรู้สึกอุ่นที่มือข้างซ้ายนี่ล่ะ ผมค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นแล้วมองไปที่ข้างซ้ายของตนเองก็พบร่างเล็กนอนซบอยู่บนเตียงแล้วเอามือผมไปวางบนแก้มตัวเอง

“^-^” คุณเคยรู้สึกแบบผมมั้ย ความรู้สึกเหมือนตายไปแล้วพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็ผมกับคนที่รักที่สุดเป็นคนแรก

“อื่อออ” น้องเงยหน้าขึ้นมา เอามือขยี้ตาตัวเองก่อนที่จะมองมาที่ผม

“O-O”

“^-^”

“พะ..พี่..ฮึก..ฮึก...ฮือออออออ...พี่มาร์ค” แบมแบมโผเข้ามากอดผม

“พี่อยู่นี่แล้ว...ไม่ร้องนะ” ผมกอดน้องตอบทั้งที่นอนอยู่แบบนี้แหละ

“แบม..ฮึก...ฮืออออ...ฮึก...อึกก..ฮืออ”

“โอ๋ๆๆ ไม่ร้องแล้ว”

“ฮืออออ...แบมรักพี่มาร์ค...ฮืออออออ...ตะ...ตอนที่..ฮึกกก...พี่มาร์คหลับ....ฮือออออ...แบม...ปวดใจ....ฮึกกก...ฮือออออ....แบมคิดถึงพี่มาร์คอ่า...ฮือออออออ”

“^-^ แบมลุกก่อน” น้องลุกออกจากตัวผม ผมพยุงตัวเองให้ไปนั่งพิงกับหัวเตียงน้องก็ช่วยประคองผมด้วยพร้อมกับสะอื้นนั้นแหล่ะ

“มานั่งนี่มา” ผมตบที่ข้างๆ ให้น้องมานั่ง น้องก็นั่งอย่างว่าง่ายเลย

“แบม”

“ฮึกก...ฮะ..ฮึกก” ผมมองไปที่ดวงตากลมโตตรงหน้าที่มีน้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด ผมโน้มหน้าไปจูบที่ดวงตาทั้งสองข้าง ไล่จูบไปที่ปลายจมูกของน้อง จนมาถึงปากอิ่ม

“พะ...พี่มาร์ค...อย่า..ฮึกกก..เดี๋ยวถูกพิษ..ฮึกกก”

“รักพี่ไหม”

“ฮึกกก...อื้อออ...”

“^-^ งั้นพี่ก็ไม่เป็นไร” ผมโน้มหน้าไปจูบน้องอย่างแผ่วเบา จูบที่ไม่ล่วงล้ำ เป็นเพียงจูบที่แตะปากกันแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

“ท่านมาร์ค!!!!”

“^-^ ไงเคลวิน”

“ฟื้นแล้ว...ท่านมาร์คฟื้นแล้ว....ทู้กโคนนนนนนนนนนนนนน” เคลวินบินออกไปนอกห้องพร้อมกับตะโกนทั่ววัง หึหึ พอกันเลยทั้งเจ้าของทั้งสัตว์เทวะ

“555555....เคลวินเหมือนแบมเลยนะ”

“ฮึกกก...ฮือออออออออออ”

“อ่าวร้องอีกทำไมครับ..หือ”

“แบม...ฮึกก..แบมดีใจอ่า...ฮืออออออ”

“^-^” ผมจับหน้าน้องมาซบลงที่อกผมน้องยังคงปล่อยโฮไม่หยุด

“จำไว้นะแบม ที่ผ่านมาพี่รู้ว่าทำตัวเย็นชาใส่ แต่พี่อยากให้แบมรู้ว่าพฤติกรรมที่พี่แสดงออกไปมันไม่สำคัญเท่ากับสายตาที่พี่ใช้มองแบม”

“อื้อ....ฮืออออออ....”

“หึหึหึ เด็กน้อยจริง” ผมพูดพร้อมกับลูบหัวน้องหวังจะปลอบให้เลิกร้อง เหมือนยิ่งทำยิ่งร้องหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“พี่รักแบมนะ สงครามข้างหน้าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตพี่ก็จะปกป้องแบม”

“ฮึกกก...ฮือออออออออออ”

 

JB Part

บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน ผมนั่งพิงเก้าอี้และเงยหน้ามองเพดานมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ผมอยู่ในอาการนี้ตั้งแต่วิลเลียมมาบอกผมเรื่องความผิดปกติในหมู่บ้านที่แจ๊คสันและยองแจเคยไปตรวจสอบ มันเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีกแล้ว คราวนี้เรามีข้อมูลเพียงแค่ว่า ผู้ชายในหมู่บ้านหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากวิลเลียมบอกผมเคลวินก็บินเข้ามาในห้องแล้วบอกว่ามาร์คฟื้นแล้ว วิลเลียมที่ดีใจจัดก็บินออกไปนอกห้อง

“เฮ้อ....สงสัยต้องลงพื้นที่เองแล้วมั้ง” ผมลุกขึ้นไปหยิบลูกแก้วที่ใช้สื่อสารทางไกลกับสมาชิกในกลุ่ม

“ให้ใครไปด้วยดีล่ะ” แจ็คสันพายองแจกลับไปเมืองออตตาวา มาร์คพึ่งฟื้น จินยองท้องอยู่ห้ามเด็ดขาด งั้นก็ยูคยอม

“แต่มันต้องดูแลองค์ชายนี่หว่า”

ก๊อกๆๆ

“เข้ามา”

“^-^”

“อ่าวจินนี่...มีอะไรรึเปล่า”

“เปล่าหรอก พอดีว่าไปดูพี่มาร์คมาน่ะ ก็เลยแวะมาดู”

“^-^ ลูกเป็นไงบ้าง” จินยองเดินเข้ามานั่งบนตักผม

“ช่วงนี้ดิ้นแรงขึ้นนะ สงสัยอยากออกมาวิ่งเล่นแล้วล่ะ”

“..........”

“เป็นไรไป มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“มีงานต้องทำน่ะ”

“จินนี่ไปด้วยนะ นะนะนะนะน๊า”

“จะไปได้ไงเราท้องอยู่นะ”

“ต้องได้สิ”

“แต่”

“ถ้ารักกันห้ามเถียงห้ามขัด”

พูดจบก็เดินออกจากห้องไป คาดว่าคงจะไปเตรียมตัวเพื่อที่จะไปกับผม ทำไมยิ่งท้องยิ่งดื้อแบบนี้นะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไง

ตอนนี้เราเดินทางมายังหมู่บ้านเป็นที่เรียบร้อย ในที่สุดผมก็ต้องพาจินยองมาด้วยจนได้ เท่าที่สังเกต ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นปกติดีถ้าดูแค่ผู้ชายในหมู่บ้านน่ะนะ

“บอมมี่ ทำไมสภาพผู้หญิงในหมู่บ้านเป็นแบบนี้ล่ะ” ผมหันไปดูรอบๆ ก็เห็นผู้หญิงในหมู่บ้านมีรอยฟกช้ำจากการทำร้ายอยู่เต็มร่างกายไปหมด จินยองเดินไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งพิงอยู่ข้างประตูแล้วเหม่อมองเข้าไปในบ้าน

“คุณผู้หญิงพอจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผมฟังได้หรือไม่”

“ฮึก...ฮืออ...เอา...มะ...มันเอาไปหมด...ฮือออ” หญิงสาวได้แต่นั่งร้องไห้ตัวโยน

“ดูท่าทางจะไม่ได้เรื่องหรอก”

“คุณผู้หญิง มองหน้าผมสิ แล้วตอบคำถามผม”

“ฮืออออ...ฮึกกก..”

“แจบอม...ต้องสะกดจิตแล้วแหละ”

.

.

.

ผมและจินยองพาหญิงสาวคนนั้นเข้ามาในบ้านร้างหลังหนึ่งที่อยู่แถวๆ นั้น ผมพยุงร่างหญิงคนนั้นนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่วางอยู่กลางบ้าน ผมนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงคนนั้นแล้วมองไปที่ดวงตาของเธอ

“จงมองผม...มองที่ดวงตาของผม” หญิงสาวตรงหน้ามองมาที่ดวงตาของผม เธอเริ่มสงบลงไม่ได้ร้องไห้โฮเหมือนเมื่อสักครู่นี้

“.....มันเอาไปหมด...”

“ใครเอาไป...แล้วมันเอาอะไรไป”

“เอาไปหมด...มันเอาทุก...คนไปหมด”

“ค่อยๆ เล่า เรารอคุณได้”

“สามี...ละ...แล้วลูกชายของฉัน...หายไป...ละ...แล้วกลับมา...แต่ไม่ใช่”

“หือ...หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ใช่”

“พวกเขา...ไม่ใช่...ฮึกก...ฮือออออออ”

“แจบอม...พอก่อนเธอไม่ไหวแล้วล่ะ”

“อือ” ผมผละออกมาจากร่างของหญิงตรงหน้า แล้วลุกขึ้นยืนมองเธอร้องไห้อยู่ตรงนั้น

“ฮึกก...ฮือออออ”

“เจอา...คราวที่แล้วมาร์คเจอเบลเซบับใช่ไหม”

“ใช่...หรือว่า”

“น่าจะใช่นะ ถ้าเบลเซบับโผล่มาแล้วแบบนี้ไม่แปลกที่ปีศาจตนอื่นจะขึ้นมาอาละวาด”

“บอมมี่งั้น...รอบนี้จะเกี่ยวกับปีศาจตนนั้นหรอ”

“ต้องใช่แน่ๆ รอบนี้น่าจะเป็นฝีมือของอัสโมเดียส”

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“แจบอม!!!”

“เจอาอยู่ข้างในห้ามออกไปนะ เข้าใจไหม!!!”

“แต่...”

“ปกป้องลูกซะ คนดี ^-^”

ผมวิ่งออกมาข้างนอกโดยทิ้งจินยองและหญิงสาวคนนั้นไว้ในบ้านร้างหลังนั้น ตอนนี้ข้างนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หญิงสาวในหมู่บ้านต่างพากันวิ่งไปวิ่งมาพร้อมกับตะโกนร้องไห้ดังระงมไปทั่ว

“นั่นมัน”

ในขณะที่หญิงสาวพากันวิ่งไปมากลับมีกลุ่มผู้ชายเดินไปรวมตัวกันยังจุดๆ หนึ่งด้วยท่าทางที่เหม่อลอย เดินเหมือนคนไร้สติ

“ไปที่ไหนกันวะ” ผมเดินไปตามทางที่พวกเขาเดินไปกัน พวกผู้ชายพากันยืนล้อมวงเป็นวงใหญ่ด้วยจำนวนคนที่มีอยู่มากทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นได้ว่าตรงกลางมีอะไร ผมจึงเดินเบียดกับผู้ชายกลุ่มนั้นเพื่อจะเข้าไปตรงกลาง

“นี่มันอะไรกันวะเนี่ย” เมื่อมาถึงตรงกลางผมก็พบเพียงแค่เศษเสื้อผ้าสีน้ำเงิน ไม่เห็นจะมีอะไรเลย

“สีน้ำเงิน...ทำไม..”

อ้ากกกกกกกกกกกก

“จินยอง!!!!”

.

.

.

.

Jinyoung Part

 

 

เมื่อแจบอมออกไปประตูบ้านร้างก็ปิดสนิท ทำไมผมรู้สึกใจคอไม่ดีเลยล่ะ หรือว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับแจบอม

“คุณอยู่ข้างในคนเดียวได้...” หญิงสาวตรงหน้าผมเธอหยุดร้องไห้ไปแล้ว เธอนั่งนิ่งเหมือนคนไม่มีสติ

“คุณฮะ คุณไหว..”

 

ปัง!!!

 

เสียงหน้าต่างทุกบานในบ้านหลังนี้ปิดพร้อมกัน ผมวิ่งไปที่ประตูแล้วจะเปิดมันออก แต่ก็ไม่สามารถเปิดออกได้ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไป มันเย็น เย็นจนเสียวสันหลัง

“หึหึหึ”

“คุณ”

หญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นยืนแล้วแสยะยิ้มให้กับผม ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน รอบๆ ตัวเธอมีกลุ่มควันสีน้ำเงินลอยขึ้นมาจากพื้นแล้วปกคลุมตัวเธอจนมิดศีรษะ

“จะ...แจบอม” ผมกลัว บรรยากาศแบบนี้มันคืออะไรกัน

“ไง...พ่อเทพสายน้ำ...” มีเสียงผู้หญิงที่เย็นยะเยือกดังออกมาจากกลุ่มควันนั้น

“อุ้ย...ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า ว่าที่เทพสายน้ำคนต่อไป”

“...อะ...อัสโมเดียส” กลุ่มควันเริ่มหายไปหมดแล้วตรงหน้าผมปรากฏภาพของหญิงสาวรูปร่างผอมบาง ใส่ชุดเดรสสีน้ำเงิน

“หุบปาก!!! อย่าได้เอ่ยเรียนชื่อนั่นในตอนที่ข้าอยู่ในร่างนี้...”

“.....”

“อย่าได้ตกใจไปพ่อหนุ่มน้อย...ข้าแค่ไม่ปลื้มใจเท่าไรนักหากเจ้าเรียกชื่อปีศาจใส่ร่างหญิงสาวผู้งดงามเช่นข้า...นามของข้าในร่างนี้” เมื่อพูดจบร่างนั้นก็หายไปผมได้แต่มองซ้ายขวา แต่ก็หาร่างนั้นไม่พบ

หมับ!!

“อึกกก...” รัสซูเรียปรากฎร่างตรงหน้าผมในระยะประชิดแล้วบีบคอผม เธอแนบหน้าเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับพูดข้างหูผมด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“รัสซูเรีย...นามของข้า คือ รัสซูเรีย”

“อึกกก...ปะ...ปล่อย”

“ร่างกายเจ้ามันช่างหอมหวานเหลือเกิน...”

แควก!!

“เฮื้อก!!” รัสซูเรียฉีกเสื้อผ้าของผมออก มันไล่มือวนไปมาแถวหน้าท้องที่นูนขึ้นมาหน่อยๆ ของผม

“ทำไมข้า ถึงได้กลิ่นของเด็กผู้ชายตัวน้อยๆ จากตัวเจ้ากันล่ะหืม”

“อึกกก..หยุด...นะ” มันบีบท้องผมด้วยมือเพียงข้างเดียวแต่ผมรับรู้ได้ถึงอันมหาศาลของมัน

“เจ้าตั้งชื่อรึยัง...เอ...มันจะเป็นยังไงนะถ้าเด็กออกมาก่อนกำหนดน่ะ หึหึหึ”

“อึกกก...ฮึกกก...อย่านะ” ร่างกายผมตอนนี้มันขยับไม่ได้เลย แม้แต่พูดยังพูดไม่ออกด้วยซ้ำ แจบอมพี่อยู่ไหน ช่วยผมกับลูกด้วย

รัสซูเรียบีบหน้าท้องเจอาแรงขึ้นกว่าเดิม เล็บของมันจิกเข้าไปในผิวหน้าท้องของเจอา สร้างความเจ็บปวดให้กับเจอาเป็นอย่างมาก มันค่อยๆ จิกเล็บของมันลงไป ลึกขึ้น ลึกขึ้น และลึกขึ้น จนเลือดเริ่มไหลซึมออดมาเป็นทางยาว

“หือ...มีฤทธิ์ใช่ย่อยนี่ไอหนู” หน้าท้องของเจอามีแสงสีขาวแวววับขึ้นมาเมื่อเลือดของเขาออกมามากจนเกินไป

“อย่า...อย่าทำลูก...ผม” ใบหน้าของเจอาชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา เขากลัวและเจ็บปวดมากในเวลาเดียวกัน

“หึ...เจ้าสั่งข้าหรอ...งั้นอย่าให้มันได้ออกมาลืมตาดูโลกเลยแล้วกัน”

รัสซูเรียเอามือออกจากท้องของเจอาแล้วร่ายมนต์อะไรบางอย่างที่มือของมันมีกรงเล็บปรากฎขึ้นมาพร้อมกับเปลวไฟลุกตามกรงเล็บของมัน มันนำมือข้างนั้นวางบนท้องของเจอาแล้วจิกกรงเล็บลงบนท้องของเจอาอีกครั้ง

“เฮือก!! ...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

 

 

**********************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น