[Got7] LuBoMir ศึกพิทักษ์ดวงใจ (อัพเดตใหม่)

ตอนที่ 13 : บทที่ 9 เทพยูกิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

เทพยูกิ

 

 

Yugyeom Part

 

 

เสียงจ็อกแจ็กวอแวดังไปทั่วรอบตัว ในตอนนี้ผู้คนในหมู่บ้านต่างใช้ชีวิตกันตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใช้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อสักครู่ตอนผมมาถึงหมู่บ้านใหม่ๆ พร้อมจองกุก ผมเห็นว่าที่นี่มันสงบเกินไป สงบจนน่าแปลกใจ ผมจึงสอบถามคนในหมู่บ้านบางคน แล้วคำตอบที่ได้มาก็ทำให้ผมเครียดอยู่แบบนี้ เพราะสาเหตุที่ทำให้หมู่บ้านกับมาสงบได้เหมือนเดิมคือ พวกผู้พิทักษ์กาลเวลา

“พี่ยูคยอมฮะ”

“ครับตัวเล็ก”

“จองกุกอยากกินอันนั้น” น้องชี้นิ้วไปที่ร้านขนมปังร้านหนึ่ง ถ้าเดาไม่ผิดน้องคงอยากกินขนมปังที่เคลือบน้ำตาลอันนั้น

“งั้นรอตรงนี้นะครับ อย่าไปไหนนะ”

“ฮะ ^ [++] ^”

ผมลูบหัวน้องก่อนที่จะเดินไปซื้อขนมปังมาให้น้องกิน ยืนรอได้สักพักก็ได้ขนมปังมา ผมก็หันหลังเดินกลับไปยังจุดที่น้องยืนรออยู่ แต่ทุกอย่างที่ผมถืออยู่ก็ตกลงสู่พื้นเมื่อผมไม่เจอน้องรออยู่ที่เดิม แต่กลับพบร่างของซินเนียนอนอยู่ที่พื้น

“จองกุก...จองกุก!!!!” ผมตะโกนดังลั่นบริเวณนั้นก่อนที่จะอุ้มซินเนียขึ้นมา

“ซิน!! ...ซินนนน....ฟื้นสิ....โถ่เว้ย!!!!” ซินเนียไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไร ถ้าซินเนียโดนโจมตีทำไมผมถึงไม่รู้สึกตัวล่ะ

 

 

Jungkook Part

 

 

ผมยืนรอพี่ยูคยอมที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน ผมยืนรออยู่กับซินเนีย ตอนแรกเราก็ยืนคุยกันอยู่ดีๆ แต่จู่ๆ ซินเนียก็ล้มลงไปนอนกับพื้น

“ซินเนีย!!! ....อ๊ะ...นี่มันอะไรกัน” ผมไม่สามารถสัมผัสกับซินเนียได้ ผมจับตัวซินเนียไม่ได้เลย ผมชักจะกลัวแล้วนะ พี่ยูคยอมรีบหันกลับมาที

ดูเหมือนพี่ยูคยอมจะซื้อของเสร็จแล้ว พี่เขากลับมาที่เดิมแล้วก็ทำสีหน้าตกใจ ทำไมล่ะ ทำไมพี่ไม่เห็นผม พี่ยูคยอมตะโกนเรียกผมไปทั่ว แต่เขาไม่สามารถมองเห็นผมที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาได้

“ฮึกกก....พี่ยูคยอมจองกุกอยู่นี่...ฮือออออ” ผมเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล ผมสัมผัสเขาไม่ได้

“ฮืออออ....พี่ยูคยอม....ฮึก...ช่วย...ช่วยจองกุกด้วย” ผมพยายามจะจับแขนพี่เขาอีกครั้งแต่ก็ไม่สำร็จอีกตามเคย

“พะ...พี่ยูคยอม...ฮืออออ.....อย่าไปนะ....พี่ยูคยอม....กลับมา!!!!!!”

พี่ยูคยอมอุ้มซินเนียขึ้นแล้ววิ่งออกไปจากจุดนั้น เขาคงจะไปตามหาผมที่อื่น แต่ผมอยู่ตรงนี้นะ ทำไมพี่ถึงมองไม่เห็นผม ฮืออออ ผมกลัวแล้วนะ ผมทรุดนั่งลงกับพื้นตรงนั้นพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาไปกับเข่าที่ชันขึ้น ฮึกกก พี่ยูคยอมต้องกลับมา ไม่ว่ายังไงผมก็เชื่อว่าเขาจะหาผมเจอ ผมเชื่อแบบนั่น

 

 

 

Yugyeom Part

 

 

ความรู้สึกหวาดกลัว ความรู้สึกที่หัวใจสั่นไหว ความรู้สึกที่ทำอะไรไม่ถูกแบบนี้ มันเป็นครั้งแรกของผมจริงๆ ที่มีความรู้สึกนี้ ผมกลัว กลัวที่จะเสียจองกุกไป ไม่ใช่ว่าเขามีเลือดที่ทำให้ทุกคนเป็นอมตะ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นลูกขององค์ราชัน แต่เป็นเพราะเขา คือคนที่ผมมอบดวงใจให้ไปแล้วทั้งดวง

“ตื่นขึ้นมาสักทีสิซิน” ผมก้มมองซินเนียที่ยังคงหลับสนิทบนตักของผม

ตอนนี้ผมอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้าน ผมลองพยายามอุ้มซินเนียแล้ววิ่งตามหาจองกุกจากที่ต่างๆ ก็แล้ว สอบถามกับผู้คนในหมู่บ้านก็แล้วแต่ก็ไม่มีวี่แวว มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อผมก็อยู่ไม่ไกลจากจองกุกมากนัก แล้วทำไมผมถึงไม่รับรู้ถึงพลังอะไรเลยล่ะ

“ใจเย็นไอยูคยอม ลองคิดดิว่าพอจะมีใครที่ทำอะไรแบบนี้ได้บ้าง”

ผมพยายามใจเย็นควบคุมสติตนเอง ไม่ให้มันเตลิดไปไกล ผมไม่มีศัตรูที่ไหน ส่วนใหญ่ก็มักจะเข้ามาหาเรื่องผมเองโดยที่ผมไม่ได้ทำอะไร แล้วรอบนี้มันจะเป็นใครล่ะ

 

 

 

 

Jungkook Part

 

 

“ฮึกก...ฮืออออ”

ผมยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มจะมืดแล้ว ทำไมพี่ยูคยอมยังไม่มาช่วยผมสักทีล่ะ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนี้ไม่มีใครมองผมเห็นเลยสักคน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม “ฮึกก...ถ้าจองกุกมีพลังก็คงจะดีสินะ..ฮึกกก” ผมนั่งลูบแหวนที่อยู่บนนิ้วไปมา ไอริน เมื่อไหร่จองกุกจะเรียกไอรินออกมาได้สักที

“พี่ยูคยอม...ฮืออ...จองกุกกลัว...ฮือออออ”

 

 

Yugyeom Part

 

 

ท้องฟ้าเริ่มมืดขึ้นทุกที ผมยังหาตัวจองกุกไม่เจอ ผมคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่ามันเป็นฝีมือใคร ถ้ารู้ตัวว่าใครทำ ยูคยอมที่ไม่เคยฆ่าใคร วันนี้ผมนี่ล่ะจะเอาเลือดหัวมันออก

 

 

พรึบ!!!!

 

 

ผมหันไปมองข้างหลังทันทีเมื่อเกิดเสียงแปลกๆ เมื่อผมเห็นที่เกิดขึ้นผมก็เข้าใจได้ทันทีว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นฝีมือของใคร สภาพของซินเนียในตอนนี้คือ ลุกขึ้นมานั่งแต่ยังไม่ได้สติ ลืมตาขึ้นแต่ภายในดวงตาเป็นสีดำสนิท นั่งเหม่อมองไปข้างหน้า อาการของคนโดนกักขังอยู่ในห้วงของความมืด

“แกคงอยากตายมากสินะถึงกล้าทำแบบนี้” ผมพูดกับคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่ามันแอบดูผมอยู่

ในเมื่อมันเล่นวิธีสกปรกกับผม ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีขาวสะอาด ผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมจะเอาเลือดหัวมันออกมาให้ได้

ผมหยิบมีดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วกรีดมีดลงไปยังต้นไม้ที่ผมใช้เป็นที่พักพิงในตอนนี้ มีแสงสีขาวออกมาตามรอยที่ผมกรีด ผมหลับตาลงแล้วเริ่มร่ายมนต์ ลมพายุที่อยู่รอบตัวเริ่มโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ผืนแผ่นดินในตอนนี้เริ่มสั่นสะเทือน ผมเริ่มจับได้ถึงม่านพลังสีดำที่อยู่รอบๆ นี้และจุดๆ หนึ่ง ที่อยู่แถวๆ ที่ผมให้จองกุกรอผมตอนนั้น

“ใช้ม่านพลังความมืดบังตาอย่างนั้นหรอ” นับวันไอพวกบ้านั่นเริ่มใช้ศาสตร์มืดมากขึ้นไปทุกที

“ไม่ได้เจอกันนาน เก่งขึ้นนี่หว่า ไอเด็กโข่ง” เสียงของไอตัวต้นเรื่องดังมาจากข้างหลังผม

“รุ่นพี่เองก็ยังโฉดชั่วเหมือนเดิมเลยนะครับ ^-^”

“ทำเป็นปากดีไป....น่ารักดีนะ”

“........”

“องค์ชายน้อยน่ะ....น่ารักดีนะ...ผิวก็ขาว...จนน่าฝากรอยเลยแหล่ะ”

“ถ้าแตะต้องจองกุกแม้แต่ปลายเล็บ มันจะไม่ใช่แค่เลือดหัวของรุ่นพี่ออก แต่ผมจะเอาชีวิตรุ่นพี่ด้วย”

“หึหึ ยูคยอม....พลังของแก..มันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของฉันเลยนะ”

มันเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเตะไปที่กลางลำตัวของซินเนียจนซินเนียกระเด็นไปไกล ผมมองหน้ามันอย่างเคียดแค้น วันนี้มันต้องตาย ไอคนทรยศ จองโม (จองโม เป็นศิษย์พี่ที่เรียนเวทย์กับอาจารย์คนเดียวกับยูคยอมนะคะ แล้วตอนหลังจองโมเข้าไปร่วมกลุ่มเป็นสมุนให้กับซิโค่ จองโมเลยสังหารอาจารย์ของยูคยอมเพราะมันเป็นกฎของผู้พิทักษ์กาลเวลา ว่าห้ามมีอาจารย์หรือมีพันธะเบื้องหลังน่ะค่ะ)

หมับ!!!

ไอจองโมมันพุ่งเข้ามาใส่ผมแล้วบีบคอผมไว้ มันดันตัวผมจนชิดกับต้นไม้ใหญ่ ผมร่ายมนต์ในใจรากของต้นไม้ต้นนั้นก็มาโอบรอบเอวจองโมแล้วเหวี่ยงมันออกไป

“หึหึ....ลำพังแค่ต้นไม้ของมึงเอาชนะกูไม่ได้หรอกนะ”

 

 

“ก็บอกแล้วนี่ว่าจะเอาเลือดหัวออก” ผมพูดจบก็เสกดาบที่ไม่คิดจะใช้มันขึ้นมา ดาบสีเขียวมรกต ที่สามารถฟันได้แม้กระทั่งหิน

ไอจองโมพุ่งตรงเข้ามาหาผมอกครั้งพร้อมกับดาบคู่ที่อยู่ในมือทั้งสองข้าง ผมวาดดาบของผมเป็นรูปวงกลมก่อนที่จะเกิดวงแหวนเวทย์ขึ้น หลังจากนั้นก็มีรากไม้มากมายโผล่ออกมาจากวงแหวนพุ่งใส่จองโม จองโมสามารถป้องกันได้เกือบหมดแต่นั่นก็ทำให้เกิดบาดแผลที่สาหัสเอาการ

“ถุย!! ....หึ” จองโมพ่นเลือดของมันลงสู่พื้น ก่อนที่มันจะส่งยิ้มมุมปากมาให้ผม

อยู่ดีๆ มันก็ล้วงเอาอะไรบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋าของมันออกมา พร้อมกับโยนขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่มันจะระเบิดออกมาเสียงดังสนั่น แต่มันก็ไม่เกิดผลอะไร แล้วมันทำไปทำไม

“มึงส่งสัญญาณอะไร”

“เดี๋ยวมึงก็รู้”

 

 

 

 

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย.....อ๊ากกกกกกกกกก”

O_O เมื่อผมได้ยินเสียงร้องนั้นใจของผมมันก็ตกวูบไปทันที เสียงร้องของตัวเล็ก........................สติของผมขาดสะบั้น ขาดแบบคุมไม่อยู่แล้ว ผมบอกแล้วว่าถ้ามันแตะต้องตัวเล็กแม้แต่ปลายเล็บผมจะเอาชีวิตมัน

“5555....แกมันอ่อนแอไอ้...อั๊ก!!!”

 

 

 

 

Writer Part

 

 

จองโมยังไม่ทันได้พูดจบ ก็มีฝ่ามือที่สวมถุงมือเกราะแทงทะลุหน้าท้องของมัน มันไล่ตามองคนที่แทงมันด้วยเพียงมือก็ต้องชะงักและหน้าซีดในทันที เพราะสิ่งที่มันเห็นตรงหน้าไม่ใช่ลูกเทพที่ทำตัวอ่อนไม่ยอมฆ่าใครแบบยูคยอม แต่มันกลับกลายเป็นร่างของเทพแบบเต็มตัว เทพยูกิ เทพที่โรคจิตและน่ากลัวที่สุด

ยูคยอมคือคนในตระกูลที่สืบทอดความสามารถนั้น

“ทะ....ท่าน...อึกกก...ท่านอยู่...ในร่างมัน...”

สวบ!!!

 

 

เทพยูกิชักมือออกมาจากร่างของจองโม ก่อนที่จะส่งยิ้มที่เย็นยะเยือกไปให้ เขาจับหัวจองโมขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง

“ยูคยอมบอกเจ้าว่าจะเอาเลือดหัวเจ้าออกสินะ ^-^”

 

 

กร๊อบ!!!!

 

 

เทพยูกิบิดคอของจองโมทีเดียวกระดูกของเขาก็หักแล้วตายคาที่ แต่นั้นมันยังไม่พอ เทพยูกิจิกที่เส้นผมจองโมก่อนที่จะกระชากมันอย่างแรง ส่งผลให้ในตอนนี้ ร่างของจองโมล่วงลงสู่พื้น แต่หัวของเขานั้นอยู่ในมือของเทพยูกิ

 

 

ทางด้านของจองกุก

 

 

เมื่อเกิดเสียงระเบิดดังลั่นเมื่อสักครู่นี้ จองกุกก็รับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ไม่ปกติรอบๆ ตัวของเขา มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว

“อ๊ะ....” จองกุกเอี้ยวตัวหลบอะไรบางอย่างที่พุ่งมาทางเขา เมื่อมองให้ชัดเขาก็พบกับชายสองคนที่เหมือนจะเป็นฝาแฝดกันอยู่ตรงหน้าของเขา

“แม่เจ้าเว้ยยย...โคตรน่าฟัดเลยว่ะโซรยง”

“หึหึ....แบบนี้ต้องขอบคุณท่านจองโมว่ะ”

“ยะ..อย่าทำอะไรผมนะ...ฮึกกก” จองกุกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

พวกมันทั้งสองกระโจนใส่จองกุก คนที่ชื่อแดรยงล็อคแขนจองกุกไว้ทั้งสองข้าง ส่วนโซรยงจับเข้าที่ขาจองกุกด้วยมือข้างเดียวส่วยอีกมือหนึ่งส่งเข้าไปในเสื้อตัวบางของคนตัวเล็ก

“ไม่....ปล่อยนะ...ฮือออออ”

“ไอเด็กนี่พูดมากจริง” โซรยงเริ่มหงุดหงิดที่จองกุกเอาแต่ดิ้นไปดิ้นมา

“ฮือออ...ปล่อย....ฮึกกกฮืออออ”

จองกุกตัวเล็กเกินไปเขาไม่มีแม้กระทั่งแรงที่จะขัดขืน เมื่อจองกุกยังไม่หยุดดิ้น แดรยงจึงตบเข้าไปที่ใบหน้าเนียนนั้นจนมันขึ้นสี

“ฮึกกกฮือออออ...พี่ยูคยอม....ฮืออออ” ร่างเล็กร้องไห้จนตัวสั่น แดรยงจัดการฉีกเสื้อตัวบางจนขาดเผยให้เห็นผิวเนียนขาวใสของร่างเล็ก มันเลียริมฝีปากตนเองก่อนที่จะก้มลงไปจูบทั่วบริเวณหน้าท้องขาว

“ฮืออออ....ปล่อย!!!!”

“หึหึ” แดรยงหัวเราะในลำคอเมื่อพบว่าตามตัวของร่างบางเต็มไปด้วยรอยกุหลาบที่เขาสร้างไว้ มันก้มตัวลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้มันก้มลงไปครอบครองยอดอกเล็กนั้น

“ม่ายยยยยยยยยยย.....อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก” จองกุกหวีดร้องดังลั่นเมื่อแดรยงกัดที่หน้าอกของเขา ร่างเล็กร้องไห้หนักขึ้นยิ่งกว่าเดิม ปากบางนั้นพร่ำร้องเรียกหาแต่บุคคลอันเป็นที่รักไม่หยุด

“พี่...ฮึกกก...พี่ยูคยอม.....ฮืออออออ...ปล่อยนะ!!! ...ฮือออออออออ”

“เฮ้ยแดรยงกูบ้างดิวะ” โซรยงที่เริ่มทนไม่ไหวมันเร่งบอกให้แดรยงแบ่งร่างเล็กให้กับเขาบ้าง

“เดี๋ยวดิวะ ขออีกนิด”

แดรยงยังคงซุกไซร้ไปตามร่างบางนั้นไม่หยุด โดยที่มันไม่สังเกตเลยว่าตอนนี้ได้เกิดอะไรขึ้นกับโซรยง

“ฮึกกกก.....ฮึกกกก”

 

 

แหม่ะ!!! (เสียงหยดอุบาทมาก : ไรท์)

 

 

แดรยงรู้สึกว่ามีน้ำอะไรบางอย่างหยดใส่หัวของเขา เขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็ถึงกับชะงักทันที ในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นคือ หอกเหล็กขนาดใหญ่ปักลงทะลุจากปากของโซรยงไปยังท้ายทอยข้างหลัง

“กะ...แก...เป็น....อ๊ากกกกกกกกกกก” เทพยูกิจิกหัวของแดรยงขึ้นลอยจากพื้น ก่อนที่เขาจะเอาผ้าคลุมสีขาวของตนเองโยนให้แก่จองกุก

“ฮึกก.....คุณ...ฮึกกก..เป็นใครฮะ...”

“^-^ แล้วตัวเล็กคิดว่าพี่เป็นใครล่ะ”

“O_O!! ...พะ...พี่ยูคยอม”

“ปิดตาซะเด็กดี”

จองกุกหลับตาลงตามคำสั่งของเทพยูกิ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ในแววตาคู่นั้น ที่มองมาที่เขามันอบอุ่นเหมือนแววตาของยูคยอม เพียงเท่านั้นจองกุกก็เชื่อหมดใจแล้วว่าเขาทั้งสองคือคนคนเดียวกัน

เมื่อร่างเล็กหลับตาลงเทพยูกิก็จับแดรยงเชิดหน้าขึ้นก่อนที่เขาจะล้วงมือเข้าไปในปากแดรยงแล้วดึงลิ้นออกมาจนขาด

“อ๊ากกกกกกกก”

“หึหึ...แกกล้าดียังไง ยูคยอมยังไม่ได้สัมผัสร่างนั้นเลยนะ^-^”

เทพยูกิจับไปที่ใบหน้าของแดรยงก่อนที่จะบีบมันจนเกิดเสียงกระดูกดังกร๊อบ เขาเหวี่ยงตัวของแดรยงไปข้างหน้า ก่อนที่จะเสกดาบขึ้นมาแล้วแทงลงไปยังกลางหัวใจของแดรยงทันที

เมื่อทุกอย่างจบลงร่างของเทพยูกิก็มีแสงสีขาวมากมายพุ่งออกมาจากตัวเอง เหล่าใบไม้ที่อยู่รอบๆ กับรอยมารรอบตัวของเขา จนแสงทุกอย่างหายไป เหลือไว้เพียงใบไม้และร่างของยูคยอมเท่านั้น

ยูคยอมเดินเข้าไปหาจองกุกที่ยังนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่ที่พื้น พร้อมกับรอยช้ำบนใบหน้านั้น หัวใจของเขาก็ยิ่งเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เขานั่งลงหน้าร่างบางก่อนที่จะโอบกอดร่างนั้นด้วยความรัก จองกุกลืมตาขึ้นก็พบกับคนที่เขารอมาตลอด คนที่เขาเชื่อว่าไม่ว่าจะยังไงก็ต้องมาช่วยเขา จองกุกซุกหน้าลงที่อกแกร่งของยูคยอมแล้วปล่อยน้ำตาแห่งความดีใจออกมาแบบไม่ขาดสาย

“ฮึกกก...ฮือออออออ”

“พี่อยู่ตรงนี้แล้วครับตัวเล็ก...ขอโทษนะครับ”

“ยะ...อย่าทิ้ง...อย่าที้งผมนะ...ฮือออออ”

“ครับ....พี่จะไม่มีวันทิ้งเรา....จะไม่ให้เราอยู่ไกลตัวแล้ว”

“ฮึกกก...อื้อออ”

ยูคยอมก้มลงจูบร่างเล็ก จูบแบบอ่อนหวาน และนุ่มนวลเป็นจูบที่เขาจะมอบให้จองกุกเพียงคนเดียวและจะเป็นจูบที่สัญญากับร่างเล็กว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากร่างเล็กอย่างแน่นอน

 

 

 

Bambam Part

 

 

สองวันมาแล้วนะ ที่ผมได้แต่นั่งอยู่ที่เดิมเท่านั้น เพียงเพื่อเฝ้ามองดูใครสักคนให้ลืมตาตื่นขึ้นมา พี่มาร์คนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่ผ้าพันแผลพันอยู่เต็มตัว ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พี่เจบีก็สั่งห้ามไม่ให้ผมออกไปไหน

“พี่รีบตื่นขึ้นมาสิฮะ”

“............”

ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างที่นอนอยู่ตรงหน้า มีเพียงเสียงลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพียงเท่านั้น

“ฮึกก...ผมต้องทำยังไง...ฮึกกก..พะ..พี่ถึง...จะฟื้นขึ้นมา...ฮึกกก”

น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ได้หยดลงมา ผมไม่สามารถเก็บหรือปิดบังความรู้สึกนี้ไว้ได้ ผมเจ็บปวดที่เห็นพี่มาร์คเป็นแบบนี้ ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่มาร์คมันคือความรักอย่างนั้นหรอ

“ถ้ามันคือความรักจริงๆ ....ฮึกกก....ผมก็ควรจะพูดแบบนี้สินะ”

“.......”

“ผมรักพี่มาร์คนะฮะ...ฮึกก”

ผมโน้มหน้ากดจูบไปที่ริมฝีปากหนาของร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ ผมละใบหน้าของตัวเองขึ้นมาแล้วจ้องมองไปยังใบหน้าของพี่มาร์ค ผมจะไม่มีวันลุกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าพี่มาร์คจะฟื้นขึ้นมา

 

 

 

 

Jackson Part

 

 

หงุดหงิด ฮึ่มมมมมมมมม หงุดหงิดโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

โครม!!!!!

 

 

“ท่านแจ็คครับ ท่านแจ็คอย่ามาพาลใส่ข้าวของแบบนี้สิครับ”

“หรือว่าแกจะให้ฉันพาลใส่แกห๊า!!! เป็นแก แกทนได้ไหมที่มีคนมาเต๊าะเมียแกถึงที่อะ ทนได้ป่าว!!!”

“ทนไม่ได้ครับ แต่ผมจะไม่มาโวยวายใส่ข้าวของแบบนี้”

“จะทำยังไง!!!!”

“ก่อนอื่นต้องเลิกแหกปากครับ”

“..........”

“หลังจากนั้น ผมจะรีบทำให้ใจตัวเองสงบลง แล้วค่อยเข้าไปทำคะแนน ในเมื่อได้เป็นเมียแล้วแปลว่าเราเป็นต่อ ดังนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวครับ”

“แล้วตอนนี้ฉันสงบรึยัง”

“-_-!!”

“ฉันถามว่าตอนนี้ฉันสงบรึยัง!!!”

“บอกว่าให้เลิกแหกปากไงครับ”

“ฉันสงบรึยัง” (พูดด้วยเสียงที่กระซิบ)

“-_-!! ครับ สงบแล้ว”

“โอเค!!! งั้นไปทำคะแนนกัน”

ผมรีบเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องรับแขกที่มีร่างบอบบางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียผมแล้ว นั่งอยู่กับไอแขกที่ไม่ได้รับเชิญ นอกจากจะไม่หล่อแล้ว มันยังหน้าหนาหน้าทนมาจีบยองแจถึงที่นี่

ผมแอบมองต้นทางอยู่ที่ประตูห้องรับแขก ผมจับตาดูไอหน้าปลาบู่ที่หล่อน้อยกว่าผม นั่งส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้กับเมียสุดที่รัก ไอคุณเมียก็ไม่มีทีท่าจะขัดขืนหรือรังเกียจใดๆ ทั้งสิ้น แม่มมมมมม เดี๋ยวจับทำโทษซะเลย

“เฮ้!!! ว่าไงไอหน้าปลาบู่” ผมเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเมียสุดที่รัก พร้อมกับพูดทักทายแขก

“ไอบ้านี่...ทำไมพูดกับพี่ฮงกิแบบนั้นล่ะ” เดี๋ยวนะ เรียกไอนั่นว่าพี่ แต่เรียกสามีตัวเองว่าไอบ้านี่ ขอโทษนะ คุณมึงเป็นเมียกูป่าววะ

“ไม่เป็นไรหรอกยองแจ จากที่เจบีมันเล่าแจ๊คสันมันก็ไม่มีมารยาทแบบนี้แหล่ะ” หนอยไอสังเวช ด่ากูไม่มีมารยาทแล้วมึงมานั่งเต๊าะเมียกูนี่มีมารยาทชะ

“ผมต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ พอดีว่าเขาชอบทำตัวเหมือนเด็กๆ น่ะ” เหมือนเด็กๆ ยองแจกล้าว่าพี่ทำตัวเหมือนเด็กๆ หรอ คืนนี้เดี๋ยวได้เห็นดีกันว่าเหมือนเด็กๆ ไหม

“น้องยองแจนี่น่าสงสารนะครับ ที่มีคนแบบนี้มาพัวพันในชีวิต คงจะวุ่นวายน่าดูสินะ”

“ใช้ฮะพี่เขาชอบมาทำให้รอบตัวผมมันวุ่นวาย”

 

 

ปัง!!!!

 

 

ผมลุกขึ้นและเตะโต๊ะที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างแรง วุ่นวายอย่างนั้นหรอ พี่ทำให้เราลำบากใจมากเลยรึไง คงจะรำคาญพี่มากสินะ

ผมกำลังจะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอประโยคต่อมาของยองแจ

“ถึงจะวุ่นวาย แต่ผมก็มีความสุขนะ เพราะมันเป็นความวุ่นวายที่สามารถทำให้ผมใจเต้นแรงได้ทุกครั้งที่พบกับความวุ่นวายเหล่านั้น”

ยองแจพูดพร้อมกับหันมายิ้มจนตาหยีให้ผมเห็น หึหึ แล้วผมทำยังไงนะหรอ ก็กระโดดใส่แล้วจับฟัดแรงๆ นะสิ ไม่สนใจไอหน้าปลาบู่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยสักนิด ผมจับยองแจหอมซ้ายหอมขวาจนไอบ้าฮงกิมันลุกเดินออกไปข้างนอกทันที หึหึหึ ทนไม่ได้ละสิ อิจฉาละสิ หมันไส้กูละสิ กร๊ากกกกกกกกก สุดท้าย กูวิน!!!!!!

 

 

 

 

.................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น