[Got7] LuBoMir ศึกพิทักษ์ดวงใจ (อัพเดตใหม่)

ตอนที่ 12 : บทที่ 8 เกี้ยวพาราสี (nc 20+)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

เกี้ยวพาราสี (20+)

 

Bambam Part

 

“ฮือออ...พี่มาร์ค”

ผมนั่งร้องไห้กอดลูกกรงไว้ได้แต่มองพี่มาร์คโดนทำร้ายอยู่แบบนั้น ตอนนี้หัวใจของผมมันเหมือนถูกฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ บาดแผลของผมตอนนี้มันเริ่มดีขึ้นแล้ว ร่างกายของผมมันจะรักษาบาดแผลเองซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผมมองกรัทโทนีที่กำลังเดินเข้าไปหาพี่มาร์ค มันคงกำลังจะกินพี่มาร์คเหมือนที่มันกำลังทำกับเด็กๆ คนอื่น ใช้แล้วฮะตัวการที่ทำให้เด็กๆ หายออกไปจากหมู่บ้านคือมันนั่นแหล่ะ

“ออกมาให้ห่างจากพี่มาร์คนะ!!!!” ผมตะโกนใส่มัน

“....หึหึหึ...” มันไม่สนใจผมมันเดินเข้าไปหาพี่มาร์คต่อ มันกระชากโซ่ของมันออกมาจากร่างพี่มาร์ค เลือดของพี่มาร์คไหลออกมาไม่หยุด ไม่นะ พี่มาร์คกำลังจะตาย พวกพี่เขาเป็นอมตะก็จริงแต่นั้นมันก็ต้องรอจนกว่าจะได้เป็นเหล่าเทพคนต่อไป ในระหว่างนั้นพวกเขาจะยังไม่มีความเป็นอมตะ

“ฉันบอกว่าให้แกหยุด!!!!” ผมตวาดสุดเสียง พลังของผมมันลุกขึ้นมาพลุกพล่าน แสงสีขาวแผ่ออกมาจากร่างผม กรงเหล็กที่ขังผมอยู่ในตอนนี้มันแตกกระจาย ผมรู้แค่ว่าผมไม่สามารถควบคุมพลังของผมได้ในตอนนี้

“กะ...แก....กรี๊ดดดดดดดดดดด”

“จงดับไปซะ แสงไฟแห่งชีวิตของแก จงดับไปซะ!!!!” เมื่อผมพูดออกไปแบบนั้นก็มีแสงสีขาวมากมายพุ่งออกมาจากตัวของผมแล้วพุ่งไปยังกรัทโทนี แสงสีขาวมากมายพุ่งทะลุผ่านร่างนั้น กรัทโทนีร้องออกมาอย่างโหยหวน ร่างของมันค่อยๆ สลายไปต่อหน้าต่อตาของผม

“แฮ่กๆๆ ....พะ...พี่มาร์ค” เมื่อตั้งสติได้ผมก็วิ่งไปหาพี่มาร์ค ผมประคองร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน

“ฮึกกก...ฮือออพี่มาร์ค อย่าเป็นอะไรนะฮะ แบมจะพาพี่ออกไปนะ”

ผมหลับตาลงพร้อมกับแสงสีขาวสว่างจ้ารอบๆ ตัวผมอีกครั้ง เมื่อผมลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องเดิมแล้ว ผมตื่นจากความฝันแล้ว ผมลุกขึ้นนั่งก็ต้องเจ็บแปล๊บกับแผลที่เกิดขึ้นในฝัน แผลมันเกิดขึ้นจริงๆ งั้นพี่มาร์คก็.....

“พะ..พี่มาร์ค” ผมหันไปอีกทางก็พบกับร่างพี่มาร์คที่นอนอยู่บนกองเลือดมากมายที่ไหลออกมาจากตัวของเขา เซเรโนนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ พี่มาร์คส่วนเคลวินนั่งมองผมอยู่ พี่มินโฮก็ช่วยประคองผมอีกแรง

“ท่านมาร์คครับ ฮือออ ท่านมาร์ค”

“หนูแบมมันเกิดอะไรขึ้น”

“กรัทโทนี.....มันตายแล้วครับ” ผมหันไปบอกเคโระจัง

“เป็นไปไม่ได้” ทำไมพี่มินโฮพูดแบบนั้นล่ะ

“ทำไมเจ้าถึงพูดแบบนั้น เจ้ารู้จักมันหรอ”

“เคโระอย่าเสียมารยาท” ผมบอกเคโระแล้วลุกขึ้นไปหาพี่มาร์คที่นอนอยู่ไม่ไกลจากตัวผมมากนัก

“เซเรโนพาพี่มาร์คกลับฐานทัพกัน เคโระอยู่ที่นี่นะแบมจะไปกับเซเรโน เคโระต้องอยู่บอกเรื่องราวทั้งหมดให้คนในหมู่บ้านฟัง แล้วบอกทุกคนด้วยว่าตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

“ได้สิ....เซเรโนดูแลหนูแบมด้วย”

“ฮึกก....อื้ออ”

เซเรโนพาผมและพี่มาร์คออกมาจากหมู่บ้านเพื่อกลับฐานทัพในระหว่างเดินทางผมก็คอยช่วยรักษาแผลพี่มาร์คไปด้วย ผมไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่ผมเริ่มไม่ไว้ใจพี่มินโฮแล้วสิ

 


Yugyeom Part

 

หลังจากที่ได้รับข่าวจากวิลเลียมว่าพวกพี่ๆ โดนโจมตี ผมก็เริ่มคิดหนักว่าจะเอายังไงกับไส้ศึกที่อยู่ในวังตอนนี้ ถ้าข้างนอกเริ่มลงมือกันแล้วมีหรือที่คนในจะไม่ทำอะไรเลย พักหลังๆ มานี้ผมทำตัวติดกับจองกุกมาก เรียกได้ว่าไม่ให้พ้นสายตาเลย

“ท่านยูคยอมค่ะ”

“ว่าไงซิน”

“ท่านจองกุกยืนอยู่หน้าห้องแต่ไม่กล้าเข้ามาน่ะค่ะ”

“^-^ รู้แล้วล่ะ ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กคนนั้นจะกล้าเข้ามาตอนไหน” เสียงความคิดดังแบบนั้นจะไม่ให้รู้ได้ยังไงว่าอยู่หน้าห้อง

/ งื่อออ พี่ยูคยอมจะตื่นนอนยังนะ/ อยากจะตอบกลับไปจังว่าพี่ตื่นแล้ว

/ วันนี้จองกุกแต่งตัวน่ารักพอรึยังนะ/ ตัวเล็กของพี่น่ารักทุกวันแหละ

/ ง่า แล้วถ้าเข้าไปแล้วพี่ยูคยอมกำลังยุ่งอยู่ล่ะ/ ถ้าไม่ลองเข้ามาจะรู้ไหมละเด็กบ๊อง

/ งื่อออ กลับห้องดีกว่า/ อ่าว -_-!!

แอ๊ดด (เสียงเปิดประตู)

“O///O” น้องหน้าแดงก่ำเมื่อผมเปิดประตูออกไป

“ตัวเล็กมาทำอะไรตรงนี้ครับ” ^-^

“คะ...คือ...จองกุก....งื่อออ -///-” น้องก้มหน้างุดด้วยความอาย

“ว่าไงครับ”

“......จองกุกแค่เดินผ่าน” / งื่อ จองกุกโกหกพี่ยูคยอมไปซะแล้ว/

“หรอครับ....ว๊า พี่ก็นึกว่ามาหาพี่ซะอีก ^-^”

“o////o เปล่านะ!!!” /จองกุกจะตะโกนทำไม/

“จะตะโกนทำไมน๊า”

“งื่ออ..มาหานั้นแหล่ะ” หึหึ ประโยคหลังน้องพูดเบามากนี่ถ้าไม่ติดว่าหูดี คงจะไม่ได้ยินหรอก

“อะไรนะครับ”

“>///< บอกว่ามาหาไงเล่า!!”

“5555...^-^ ตัวเล็กของพี่จะน่ารักไปแล้วนะ”

“อื้อออ...พี่ยูคยอมอะ” ผมเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มนั่นไปมาด้วยความหมันเขี้ยว

“ท่านยูคยอมเพคะ องค์ราชันเรียกพบเพคะ” สาวรับใช้ของวังเดินมาหาผม

“อืม”

“จองกุกไปด้วยนะฮะ”

“ครับ”

ผมเดินจูงมือน้องไปยังห้องที่องค์ราชันรออยู่ ถามว่าผมแคร์สายตาที่เหล่าทหารส่งมาไหมนั้น ผมไม่สนใจหรอก เพราะเกือบจะครึ่งค่อนวังต่างรู้แล้วว่าจองกุกกับผมรู้สึกดีๆ ต่อกัน รวมถึงตัวองค์ราชันเองด้วย ^-^ โชคดีมากที่พระองค์ไม่คัดค้านอะไร

ผมและน้องต่างมาถึงห้องรับแขกขนาดใหญ่ของวังเรียบร้อยแล้ว รวมถึงคนๆ นั้นด้วย ไส้ศึกที่ผมไม่รู้ว่าจะรับมือด้วยยังไงดี

“ที่พ่อเรียกพวกเจ้ามาก็ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไรมากนักหรอก แค่จะขอปรึกษายูคยอมเรื่องการจลาจลที่เกิดขึ้นในเมืองเท่านั้นเอง”

“ท่านรับทราบเรื่องนั้นแล้วหรือขอรับ” ผมหันไปพูดกับองค์ราชัน ถึงแม้พระองค์จะบอกให้ผมทำตัวสบายๆ กับเขาแต่ยังไงผมก็ยังเกรงใจเขาอยู่ดีนั่นแหละ

“ทราบหมดแล้ว ท่านอำมาตย์ทั้งสองฝั่งซ้ายและขวาต่างให้คำแนะนำว่าให้เจ้าช่วยไปดูแลที่หัวเมืองในหมู่บ้านด้วยตัวเองจะดีกว่า เพราะว่าทหารในวังฝีมือไม่ได้เก่งกาจสู้ท่านได้” หึ หวังจะจับผมแยกกับจองกุกล่ะสิ คิดอะไรตื้นๆ นะครับ ท่านอา

“ก็ได้ครับ” ผมตอบตกลงไป

“แล้วจองกุกละฮะ” น้องหันมาถามผมตาแป๋ว

“^-^ ท่านจะว่าอะไรไหมขอรับหากกระผมจะขอให้น้องไปด้วย”

“เดี๋ยวยูคยอมอ่า ถ้าเอาองค์ชายไปด้วยมันจะไม่อันตรายไปหน่อยหรอ” ท่านอารีบแย้งขึ้นมาเมื่อผมทำให้เขาผิดแผน

“แต่ข้าว่าแบบนั้นมันก็ดีนะ ดูท่าทางลูกข้าก็คงอยากจะไปด้วย” องค์ราชันพูดพร้อมกับหันมาทำหน้าล้อเลียนจองกุก

“-///-” ตัวเล็กของผมหน้าแดงอีกล่ะ 555 วันนึงจะหน้าแดงกี่รอบกันเนี่ย

“แต่ว่ามันอาจจะเกิดเรื่องอันตรายขึ้นก็ได้นะขอรับ” ท่านอายังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเขี่ยผมออกไปให้ห่างจองกุก

“ท่านยูคยอมดูแลองค์ชายได้อยู่แล้วน่า” ท่านอำมาตย์อีกคนหนึ่งพูดขึ้น

“แต่”

“ข้าอนุญาตให้เจ้าพาลูกข้าไปได้ยูคยอม ^-^ ข้าไว้ใจเจ้า”

“ขอบคุณขอรับที่ไว้วางใจผม”

พวกเรานั่งคุยกันอีกสักพักผมกับจองกุกก็ขอตัวออกมาก่อนเพราะจะเตรียมตัวไปทำภารกิจ ก่อนออกจากห้องไม่วายได้ยินเสียงความคิดของท่านอา

/ไอมารหัวขน/ นั้นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน

ผมจะเป็นมารหัวขนขัดขวางทางคุณมากกว่านี้อีก เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็ส่งจิตผ่านไปยังองค์ราชันแล้วบอกแผนของผมให้เขาฟัง ผมบอกเขาแค่ว่าจะพาน้องไปในที่ที่ปลอดภัย เพราะในวังมีหนอนบ่อนไส้อยู่ แต่ผมไม่บอกเขาว่าเป็นใครเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง

“พี่ยูคยอมฮะทำไมต้องเตรียมเสื้อผ้าไปเยอะขนาดนั้นด้วยละฮะ”

“พี่จะพาตัวเล็กไปเที่ยวหลายวันเลยน่ะสิ”

“OoO เที่ยวนอกวังหรอฮะ”

“ครับ”

“จริงหรอฮะ พี่ยูคยอมจะพาจองกุกไปเที่ยวจริงๆ ใช่ไหม ^-^” น้องเกาะแขนผมแล้วเขย่าไปมา ถ้ายังไม่เลิกทำตัวน่ารัก พี่จะจับฟัดแล้วนะ

“ครับ ดังนั้นคนเก่งของพี่ปล่อยพี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ต้องเตรียมของอีกนิดก็จะเสร็จแล้ว ไปนั่งเล่นกับซินเนียก่อนนะครับ ^-^ ฟอด!!” ผมหอมแก้มนุ่มนั่นไปหนึ่งที ใครใช้ให้ทำตัวน่ารักขนาดนี้ล่ะ

“-///- งื่ออออ” / คนบ้าจะทำให้อายไปถึงไหนกัน/

“^-^” ผมปล่อยให้ซินเนียดูแลจองกุกอยู่ข้างๆ ตัวผมเองก็จัดข้าวของที่จำเป็นต้องใช้เอาไปด้วยใส่ลงกระเป๋าให้เรียบร้อย จนตอนนี้เรากำลังออกเดินทางออกจากเมืองไปยังหมู่บ้านที่ผมต้องไปตรวจเช็คความเรียบร้อยเอง

 

Jongkook Part

 

ตอนนี้ผมนั่งตัวเกร็งอยู่ในรถม้าที่ทางวังจัดมาให้ฮะ ก็จะไม่ให้ผมนั่งตัวเกร็งได้ยังไงในเมื่อพี่ยูคยอมจับผมมานั่งบนตักแล้วยังกอดผมไว้แบบนี้อีก -///- งื่อออ เขินจนตัวจะระเบิดอยู่แล้วนะ พี่เขาไม่เห็นรึไงว่าซินเนียก็อยู่ด้วย

“ซินเนีย ช่วยออกไปตรวจดูข้างนอกหน่อยได้ไหม เผื่อมีคนมาโจมตีระหว่างกำลังเดินทางน่ะ ^-^” พี่ยูคยอมหันไปพูดกับซินเนีย ทำไมผมถึงรู้สึกว่าพี่ยูคยอมอ่านใจผมได้เลยล่ะ

ฟอด!!

“งื่ออ พี่ยูคยอมอ่า” คนฉวยโอกาส

“ทำไมล่ะ ก็เราตัวหอมนี่นา”

“จองกุกอายอะ”

“อายทำไม ไม่มีใครอยู่สักหน่อย”

“ก็...งื่อออ” พี่ยูคยอมหอมแก้มผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แช่ไว้นานกว่าปกติ -///-

“อยากทำมากกว่านี้จัง ^o^”

“o///o” คนบ้ามาขออะไรแบบนี้ล่ะ.........จะทำก็ทำเลยจิไม่ต้องมาขอหรอก (หนูกุ๊กกกกกก : ไรท์)

“หึหึ”

“อ๊ะ...พี่..อื้อ”

พี่ยูคยอมพลิกตัวผมให้นั่งหันหน้าไปทางเขา ก่อนที่จะประทับริมฝีปากลงมาที่ปากของผม พี่เขาเล็มเลียรอบปากของมอยู่สักครู่ก่อนที่จะส่งลิ้นร้อนเข้ามาภายในโพรงปากของผม ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นไปทั่วร่างกาย ยิ่งตอนที่ลิ้นร้อนของพี่ยูคยอมตวัดเกี่ยวกับลิ้นของผม มันทำให้ผมรู้สึกหมดแรงเอาได้ง่ายๆ

“อื้อออ....อ๊ะ...อื้มมมม”

พี่ยูคยอมถอนจูบออกจากผม เพื่อให้ผมได้หายใจแค่แปปเดียวเท่านั้นพี่เขาก็กดจูบลงมาอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้มือของพี่ยูคยอมก็เริ่มอยู่ไม่สุข พี่เขาล้วงมือเข้ามาใต้สาบเสื้อของผม ลูบไปตามหน้าท้อง เมื่อถูกมือหนาสัมผัสร่างกายแบบนี้ผมรู้สึกตัวเกร็งไปทั้งตัว

“อื้ออ....งื่อออ...พะ....อื้ออออ....”

พี่ยูคยอมเริ่มเปลี่ยนเป้าหมาย เขาถอนจูบออกแล้วซุกไซร้จูบไปตามต้นคอ จนตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บเป็นจุดๆ ตามคอไปหมด ถ้าให้เดาป่านนี้มันคงเป็นรอยแดงเหมือนตอนที่อยู่ในห้องสมุดนั้นแน่ๆ

ผมโอบมือไปตามลำคอแกร่งของพี่ยูคยอม บ้างก็สอดไปตามกลุ่มไรผมนุ่มนั้น เพื่อระบายความรู้สึกมากมายที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้

“อื้อออ...พะ..พี่ฮะ...อ๊า!!” เสียงสุดท้ายผมเผลอร้องออกมาอย่างดังเมื่อพี่ยูคยอมขบเม้มที่คอของผมย่างแรงจนมันเจ็บปนกับความรู้สึกดีแบบแปลกๆ

“พี่จะทนได้อีกนานแค่ไหนนะตัวเล็ก” พี่ยูคยอมพูดเสียงแหบพร่าที่ข้างหูของผม ผมรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้ใบหน้าของผมมันต้องแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศเป็นแน่

“พี่ทำผมเจ็บนะ” ผมแกล้งดุคนตรงหน้าไป

“จุ๊ฟ....^-^”

“O///O” พี่ยูคยอมกดจูบลงมาที่ปากผมรอบนี้ไม่ใช้จูบที่ล่วงเกินแต่เป็นการจูบที่กดปากลงมาได้หนักหน่วงมาก งื่อเขินนนนนน >///<

“หายโกรธพี่นะครับ” พี่ยูคยอมพูดพร้อมกับมองผมด้วยสายตาเหมือนลูกแมว

“>////< งื่อออ คนบ้าผมเขินจนจะตายแล้วนะ ทำไมถึงทำแบบนี้เล่า!!!” อ๊ะ เจ้าบ้าจองกุกนายพูดอะไรออกไป

“555555…. ก็เราน่ารักแบบนี้จะไม่ไห้พี่แกล้งเราได้ยังไงหือ”

“-/////-”

“ตัวเล็กหลับตาลงหน่อยครับ”

“ทำไมละฮะ”

“หลับตาลงเถอะนะพี่มีของจะให้”

“อืมม....ฮะ”

“ถ้าพี่ไม่สั่งให้ลืมตาห้ามลืมนะ”

“ฮะ” เมื่อผมหลับตาลงก็พบว่าคนตรงหน้าขโมยหอมแก้มผมอีกแล้ว -_-!! ให้ตายเหอะถ้าแก้มผมช้ำนะ...........จะหอมให้ช้ำเหมือนกันเลย >///<

ผมรู้สึกว่าเกิดบางสิ่งบางอย่าง ขึ้นที่คอของผม แล้วยังได้ยินเสียงกระทบกันของเงิน ถ้าให้ผมเดาผมว่าพี่ยูคยอมกำลังใส่สร้อยให้ผมอยู่แหล่ะ

“ลืมตาได้แล้วครับ”

“….คิคิ น่ารักจังฮะ ^o^” ผมก้มลงที่คอของผมก็พบกับสร้อยรูปหัวใจที่มีวงกลมล้อมอยู่ข้างนอก

“ดูดีๆ นะครับ” พี่ยูคยอมพูดจบก็จับที่จี้หัวใจนั้นก่อนที่วงกลมกับหัวใจจะแยกออกจากกันจนหลายเป็นสร้อยอีกเส้นหนึ่ง พี่ยูคยอมเอาส่วนที่เป็นวงกลมไปใส่ไว้เอง ส่วนที่คอของผมตอนนี้เหลือเพียงหัวใจเท่านั้น

“^-^ สร้อยคู่ของเรานะ”

“-///-....ว่าแต่ทำไมต้องเป็นวงกลมละฮะ”

“เหมือนเกาะไงครับ.....วงกลมที่อยู่รอบหัวใจคือเกาะที่คอยป้องกันดวงใจที่อยู่ข้างในนั้น วงกลมก็คือพี่.......พี่จะคอยปกป้องตัวเล็ก ไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ที่ตัวเล็กอยู่ในอันตรายให้จับสร้อยเส้นนี้แล้วพี่จะไปช่วยเราในทันที”

“O-O”

“ตัวเล็กครับ”

“ฮะ”

“^-^ รับดอกไม้ช่อนี้ไว้ได้ไหม” พี่ยูคยอมยื่นช่อดอกไม้มาให้ผม

“ดอกอะไรหรอฮะพี่ยูคยอม” ผมรับช่อดอกไม้นั้นมาแล้วตั้งคำถาม

“ดอกไอวี่ครับ”

“สวยจังฮะ...แปลว่าอะไรหรอฮะ”

“เป็นตัวแทนของการแต่งงานครับ” ผมนิ่งไปทันทีเมื่อพี่ยูคยอมพูดประโยคนั้นออกมา

“O-O”

“หลังจากสงครามทุกอย่างจบลง.....แต่งงานกับพี่นะจองกุก”

พี่ยูคยอมพูดแค่นั้นก่อนที่จะมอบจูบที่อ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่พี่เขาเคยจูบผมมา เราจูบกันแบบนั้นสักพักจนพี่เอาละออกจากริมฝีปากของผมที่ตอนนี้บวมเจ่อไปหมด

“.....ฮะ...”

“ครับ”

“ผมจะแต่งกับพี่....ผมรักพี่ยูคยอม >///<”

 

Youngjae Part

 

♪ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฉันนั่งตกปลาอยู่ริมที่นอนนนนน แปลกใจฉันจริงปลาไม่กินเหยื่อ นั่งตกอยู่นานจนฉันนึกเบื่อ ฮืม ฮืม ปลาไม่กินเหยื่อน่าแปลกใจ♪

/ อือ กูก็เริ่มเบื่อมึงละ -_-!! /

♪หากฉันใช้ร่างกายเป็นเหยื่อ เกี่ยวตกยองแจ คงได้ใจมากอยู่ถมไป ไม่ต้องใช้เหยื่ออื่นเกี่ยวหรือไร เพียงยกร่างนี้ให้ พอได้แลเห็นเดี๋ยวเดียวก็ตาม♪

/ เอ๊ะ!! เนื้อเพลงชักแปล่งๆ .....เดี๋ยวนะ......อีฮวกกกกกกกกกกกกกก/

ผลัก!! โครม!!!

“โอ้ยยยยย...แจจ๋า แจจ๋าถีบแจ๊คกี้ไม T^T” ไอพี่แจ๊คสันนั่งเบะปากอยู่ที่พื้น

“แล้วพี่ร้องเพลงบ้าไรละ ประสาทปะ โดนนอนพักฟื้นสองวันสติหายหมดแล้วไง” ใช้ครับพี่แจ๊คสันโดนสั่งนอนพักฟื้น หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นพี่เจบีก็สั่งให้พี่แจ๊คสันพักผ่อนไปก่อนจนกว่าจะหายดี และก็กำชับไว้ว่าห้ามออกจากฐานทัพลับเด็ดขาด

“อ่าวแจจ๋า ทำไมไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย แจ๊คกี้กำลังเกี้ยวพาราสีเราอยู่รู้เปล่า” ดูมันใช้ศัพท์

“ที่พูดมาน่ะรู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร”

“เกี้ยวพาราสีน่ะหรอ”

“อือ -///-” ทำไมผมต้องเขินกับคำพูดไอบ้านี่ตลอดเลยล่ะ ความจริงผมก็ไม่รู้ความหมายหรอกเลยถามมันไป

“อ๋อ....จำเขามาน่ะ ^ [++] ^” จำมา -_-!! มันอาจจะจำมาจากยูคยอมตอนจีบจองกุกก็ได้ ได้ข่าวว่าคู่นั้นสวีทกันจนมดขึ้นจอ

“จำใครมาล่ะ ยูคยอมหรอ”

“ไม่ใช่สักหน่อย แจจ๋ามั่วล่ะ แจ๊คกี้จำมาจากงูต่างหาก เมื่อประมาณปีที่แล้วไปเดินป่ากับยูคยอมแล้วเจองูมันชูคอใส่กันแล้วพันกันให้มั่วไปหมดก็เลยถามยูคยอมว่ามันทำไรกัน ยูคมันเลยบอกว่ามันกำลังเกี้ยวพาราสีกันอยู่ แต่ฉันรู้ความหมายนะที่มันทำแบบนั้นเพราะจะมี s.ex กัน ^o^”

“-_-!! งู....พี่จำมาจากงู......”

“จ๊ะ”

“เดี๋ยวนะ.....มันทำแบบนั้นเพราะจะมี s.ex แล้วพี่ก็กำลังจะทำแบบนั้นกับ...ผม” ผมยกนิ้วชี้เข้ามาที่ตัวเอง

“อุ้ย!! แจจ๊าฉลาดขึ้นนี่นา ในเมื่อรู้แล้วก็......มาให้พี่เขมือบซะดีๆ” มันไม่พูดเปล่าครับ มันกระโจนจากพื้นมาใส่ผมที่นั่งอยู่ริมที่นอน

“อ๊ากกก ไอบ้าปล่อยฉันนะเว้ย” ผมพยายามผลักพี่แจ๊คสันออกไปจากตัวผม แต่ผมก็สู้แรงมันไม่ได้อยู่ดี

“งื่อออ แจจ๋าอะยอมพี่เถอะนะนะ สองวันมานี่พี่คิดทบทวนแล้วทบทวนอีกพี่จริงจังกับแจจ๋ามากนะ ดังนั้นยอมพี่เถอะ เพราะพี่จะไม่ทนละ”

พี่แจ๊คสันพยายามซุกไซร้ซอกคอผมอย่างหนักหน่วง จนผมเจ็บไปหมด แล้วอยู่ดีๆ ความรู้สึกหวาดกลัวก็พุ่งเข้ามาใส่แบบไม่รู้ตัว นี่มันครั้งแรกของผมนะ มันต้องอ่อนโยนกว่านี้สิ ไม่ใช้ทำแบบป่าเถื่อนแบบนี้

“ฮึกกก....ฮึก” น้ำตาผมไหลออกมาแล้ว พี่แจ๊คสันหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของผม

“ยองแจ....ยองแจร้องไห้หรอ” ยังมีหน้ามาถาม กูหัวเราะอยู่มั้ง

“ฮึกก...ปล่อยนะ..ฮือออ” พี่แจ๊คสันเริ่มหน้าเสียแล้วลุกออกจากตัวผมไป

“ยองแจ...พี่ขอ...ยองแจ!!!” ผมไม่ฟังพี่แจ๊คสันพูดให้จบผมรีบลุกจากที่นอนแล้ววิ่งออกนอกห้องไป

“ยองแจ!!!!”

 

 

Jackson Part

 

ไปแล้ว ยองแจวิ่งออกไปแล้ว ออกไปแล้ว ...............ออกไปแย้วววววว ฮิฮิฮิ แผน A เคลียร์ 55555555 ก่อนอื่นต้องรีบโทรหาบักเจบีเพื่อนเลิฟ

ผมหยิบลูกแก้วที่อยู่ในลิ้นชักมาวางไว้บนที่นอน ก่อนที่ลูกแก้วนั้นจะมีแสงสีขาวออกมาพร้อมกับฉายภาพของคนบางคน

“เอโย่ว!! เพื่อนบี...นั่นหน้ามึงไปโดนไรมาวะ” ผมถามเมื่อเห็นสภาพหน้าเพื่อนตัวเอง หน้ามันตอนนี้มุมปากแตกช้ำ ที่แก้มที่รอยข่วน และผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงเหมือนถูกจิก

“จินยองอะดิ แพ้ท้องแล้วพาลหงุดหงิดไปทั่ว กูทำอะไรก็ผิดไปหมดอะ นี่ก็ทั้งตบทั้งจิกกูเลยเหอะ”

“เออ....นั้นมันเรื่องครอบครัวมึงกูไม่อยากยุ่ง ตอนนี้แผน A กูสำเร็จละ มึงเตรียมตัวกล่อมยองแจให้ไปที่นั้นเลย”

“เออ!!!”

เมื่อคุยกับไอบีเสร็จผมก็ต้องไปเตรียมตัวสำเร็จเย็นวันนี้ อย่างว่าแหละคนอย่างแจ๊คสัน ไม่มีวันยอมน้อยหน้าเพื่อนอย่างแน่นอน ในเมื่อไอบีมีลูกดังนั้น ผมก็จะมีด้วยยยยยยยยยยยย

“อิธาน!!!!!!!!”

“ครับ!!!!!!!”

“จะแหกปากทำไม!!!!!”

“แล้วท่านแจ๊คจะแหกปากทำไมครับ!!!!”

“เลิกเถียงกัน!!!! ไปเตรียมของมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปขอเมียและทำลูก!!!!” หึหึ แจจ๋ายังไงวันนี้แจจ๋าก็ปฏิเสธแจ๊คกี้ไม่ได้หรอนะ ขอบอก อะคึอะคึ

 

 

Youngjae Part

 

“ฮึก...คนบ้า...ฮือออออ” ผมนั่งร้องไห้อยู่บนหลังจาคอบ ผมให้มันพาผมไปหาพี่จินยอง ที่พึ่งของผมในเวลาที่ผมมีปัญหาหรือมีเรื่องท้อใจ ทำไมผมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จากที่เคยเย็นชาไม่สนใจใคร ทำไมตอนนี้ผมกลับอ่อนแอแบบนี้ล่ะ เพราะไอบ้านั้นคนเดียวเลย

“ฉันจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

.

.

ผมมาถึงวังพี่เจบีแล้ว ตั้งแต่ที่พี่เจบีรู้ว่าพี่จินยองท้องพี่เขาก็ให้พี่จินยองมาอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องแต่งงานพี่แกบอกว่าภารกิจเสร็จเมื่อไหร่เขาจะแต่งทันที

“ท่านยองแจขอรับ” เมื่อมาถึงที่นี่ก็ต้องเจอเข้ากับวิลเลียมนกฟินิกส์ตัวยุ่งของพี่เจบี

“ว่าไง”

“ท่านเจบีขอให้ท่านไปพบที่ห้องนั่งเล่นขอรับ”

“แต่ฉันมาหาพี่จินยอง”

“ท่านจินยองพักผ่อนอยู่ขอรับ”

“เอางั้นก็ได้”

วิลเลียมพาผมเดินมาหาพี่เจบีที่ห้องนั่งเล่น พี่เจบีนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ โซฟาตัวนั้น ก่อนที่จะมองหน้าเขาเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

“...........”

“อย่ามองพี่แบบนั้นสิ”

“มีไรก็รีบพูดมาเถอะฮะ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พี่แค่จะวานเราไปเอาของให้หน่อยน่ะ”

“เอาของ”

“อือ...”

“ทำไมไม่ใช้วิลเลียม”

“ก็ที่จะไปเอามันอากาศเย็นพวกใช้พลังไฟแบบพี่ไปไม่ได้ไง”

“............” ทำไมผมรู้สึกว่าเขาโกหกผมละ

“น่านะยองแจ ช่วยพี่หน่อย”

“ก็ได้....จะให้ไปที่ไหน”

“อ๋อ...ไปตามแผนที่นี้เลย” พี่เจบียื่นม้วนกระดาษมาให้ผม

“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมฮะ”

“อือ”

“ผมฝากของให้พี่จินยองด้วยมันช่วยบำรุงครรภ์ ผมไปละ”

“ขอบใจมากนะ”

“ครับ”

“อ้อ...ยองแจ ไปเอาตอนเย็นๆ นะ ^-^”

“-_-? ครับ”

ผมออกจากวังพี่เจบีแล้วกลับไปที่เมืองหิมะก่อน ที่จะไปเอาของให้พี่เขา ทำไมต้องไปตอนเย็นด้วยนะ แล้วทำไมต้องให้ผมไปด้วยล่ะ ผมปฏิเสธไปก็ได้นะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมในใจของผมมันถึงบอกว่าห้ามปฏิเสธเด็ดขาด

 

 

Writer Part

 

เวลาตกเย็น ยองแจไปยังจุดนัดหมายที่เจบีเขียนไว้ในแผนที่โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังจะเจอกับอะไร

“ก็ไม่เห็นจะหนาวอะไรนี่นา หิมะก็ไม่มี พี่เจบีหรอกเราป่าววะ”

“อะ..เอ่อ...ท่านยองแจ”

“ว่าไงจาคอบ”

“คือว่าที่นี่ผมเข้าไม่ได้ครับ”

“???”

ยองแจได้แต่ทำหน้าตาสงสัยก่อนที่จะมองไปด้านหน้า ก็พบกับประตูเหล็กขนาดใหญ่ หลังประตูเหล็กนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้มากมายที่เขาไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆ มันสวยมาก ใบไม้ทุกใบมีสีขาวใส ดูบริสุทธิ์

“ทำไมนายถึงเข้าไม่ได้”

“มันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ครับ สัตว์เทวะแบบจาคอบเข้าไม่ได้”

“งั้นรอข้างนอกแล้วกัน”

“ครับ”

ยองแจเข้าไปข้างในแล้วจาคอบที่รออยู่ข้างนอกก็ไม่ได้ทันระวังตัวว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังแอบดูตนอยู่ จนกระทั้งมันกระโจนใส่จาคอบอย่างเต็มแรง

“อื้ออออ.”

“ชู่!!! ข้าเองอิธาน”

“อิธาน....งั้นท่านแจ๊คสัน”

“อื้อ”

“ไม่ได้การละ”

“หยุดเลย....เจ้าต้องไปกับข้าเรื่องของเจ้านายให้เขาเคลียร์กันเอง” พูดจบอิธานก็พาจาคอบออกมาจากที่แห่งนั้น

 

ทางด้านยองแจ

 

ยองแจที่เดินเข้ามาในป่าแห่งนี้ก็ต้องพบกับสิ่งสวยงามต่างๆ ทุกอย่างที่อยู่ที่นี้มันช่างงดงามไม่มีที่ติ ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูขาวสะอาดตาและบริสุทธิ์มาก เมื่อเดินไปได้สักพักเขาก็ต้องพบกับต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก หญ้าที่อยู่รอบๆ มีสีเขียวอ่อนและสวยงามมาก ในขณะที่ยองแจกำลังหลงไปกับความงดงามของต้นไม้ต้นนี้ ก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินมาข้างหลังแล้วสวมกอดเขาโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว

“อ๊ะ!!!”

“ที่รักครับ”

“O_O” ยองแจถึงกับตัวแข็งทื่อขึ้นมากะทันหันเมื่อแจ๊คสันกระซิบข้างหูเขาแล้วพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน

“ที่รักไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่ฟังอย่างเดียวพอ เพราะถ้าที่รักพูดพี่จะหอมแก้ม เข้าใจไหม”

“ขะ..เข้าใจ..อ๊ะ”

ฟอดดด!!

“^-^ ก็บอกแล้วว่าห้ามพูด เข้าใจไหม”

“ (- -) (_ _) (- -) (_ _) ”

“ดีมากครับ ฟังนะ พี่ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อเช้านี้ พี่ขอโทษจริงๆ แต่ที่พี่ทำไปเพราะพี่รักยองแจนะ รักมากเลยด้วย พี่ไม่รู้ว่าศึกสงครามครั้งนี้มันจะนานแค่ไหน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการรอ” แจ๊คสันจับยองแจให้หันหน้ามามองตนเอง ก่อนที่เขาจะยื่นดอกไม้ให้กับยองแจ

“ดอกหน้าวัวเนี่ยนะ -_-!!”

“อืม...แต่ครั้งนี้มันมีความหมายนะ”

“ความหมายไร ถ้าไม่ได้เรื่องถูกแช่แข็งแน่”

“^-^ ดอกหน้าวัวเป็นตัวแทนแห่งรักที่มั่นคง ความรักที่พี่มีให้ยองแจ มันจะมั่นคงและเป็นแบบนี้ไปตลอดกาล....” เมื่อแจ๊คสันพูดจบมือที่จับดอกไม้ที่ยื่นให้ยองแจก็ปล่อยออกพร้อมกับแหวนไหลลงมาตามก้านของดอกไม้ลงสู่มือของยองแจ

“O///O”

“แต่งงานกันนะ”

“ฮึกก....ฮึกก...ไอบ้า....ฮึก..”

“^-^ ตอบมาเร็วพี่ใจร้อนนะ”

“ฮึกกก....ฮึกกก”

“ว่าไงครับ”

“ฮึกกก....แต่ง....แต่งครับ”

“^ [++] ^ พี่รักเรานะ”

“ผมก็รักพี่”

 

แปะลิ้งป๊าบๆ

 

.............................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น