[Got7] LuBoMir ศึกพิทักษ์ดวงใจ (อัพเดตใหม่)

ตอนที่ 11 : บทที่ 7 กรัทโทนี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ส.ค. 63

กรัทโทนี

 

 JB Part

 

“มึงกับกูมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวไอสันขวาน” ผมพูดใส่ไอหน้าแพนด้า ผมกับเทารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทเลยแหละ จนมีอยู่วันหนึ่งเทาได้หายตัวไปจากวัง ทุกคนในวังของเทาต่างร้อนรนมากที่องค์ชายของตนเองหายตัวไป มันจึงเดือดร้อนมาถึงวังของผม เพราะผมกับเทาเป็นเพื่อนสนิทกัน ท่านพ่อของผมจึงออกแรงช่วยตามหาอีกทางหนึ่ง

หลังจากที่ทุกคนต่างตามหาตัวเทาได้สองวันกว่า เทาก็กลับมาที่วังเอง ทุกคนต่างดีใจกันมากที่เทาไม่เป็นอะไร พอใครถามเทาว่าเทาหายไปไหนมา มันก็ตอบแค่ว่า พี่คนสวยพาไปเล่นด้วย แต่ที่ผมสังเกตได้จากการกลับมาของเทาในครั้งนั้น มันมีอะไรที่แปลกๆ ไป เทาไม่เหมือนเดิม จากเพื่อนรักที่เคยสนิทกันมากกลายมาเป็นศัตรูกัน เทาต้องการแข่งขันกับผมในทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลัง หรือความใหญ่โตของอำนาจ รวมไปถึงความรัก

“มึงกับกูไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์กัน” เทาตอบผมเสียงเย็น

“วิลเลียม...พาจินยองออกไป”

“ไม่....จินนี่จะอยู่กับบอมมี่”

“เราต้องดูแลลูกจินยอง” ผมหันไปมองจินยองที่ไม่มีทีท่าว่าจะออกไปจากที่นี่แน่ๆ จินยองจะอยู่ที่นี่ไม่ได้หากผมอาระวาด เพราะพลังของผมอาจกระทบกระเทือนไปถึงเด็กในท้องได้

“O_O พะ...พี่รู้”

“ค่อยไปพูดเรื่องนี้กันที่บ้าน....วิลเลียม...พาจินยองไปส่งที่วัง โรซานานายอยู่ที่นี่รอดับไฟแล้วเก็บศพคนบางคน J” ประโยคสุดท้ายผมหันไปพูดกับไอเทา

“เก็บศพมึงมากกว่ามั้งไอหัวหงอก”

“ศพใครเดี๋ยวมึงก็รู้”

เมื่อวิลเลียมพาจินยองออกไปแล้วโรซานาก็ไปปิดม่านพลังไว้ไม่ให้มีใครสามารถเข้ามาหรือออกไปจากห้วงเวลานี้ได้ ผมกับเทาในตอนนี้ต่างถือดาบไว้ในมือกันคนละเล่มดาบของเทามีประกายพลังเป็นสีดำทมิฬ ซึ่งนั้นเป็นเรื่องผิดปกติอีกเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัย ตอนเด็กประกายพลังของเทามันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ส่วนดาบของผมในตอนนี้ลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ ที่พร้อมจะแผดเผาคู่ต่อสู้ทันทีเมื่อสัมผัสโดน

 

ย๊ากกกก/อ๊ากกกกกกกก

 

ผมและเทาหันดาบพุ่งใส่กัน ดาบของเราสองคนกระทบกันไปมาจนเกิดเสียงดังของพลังที่ประทะกัน ผมฟันดาบไปทางซ้ายเทาก็ตั้งรับได้ทัน เทายกขามาถีบที่ท้องของผม ผมพลาดจึงเซไปด้านหลังเล็กน้อยเทาอาศัยจังหวะนี้ในการโจมตีผม มันฟันดาบมาด้านขวาแต่โชคยังดีที่ผมตั้งรับทัน

การต่อสู้ขอเราใช้เวลาอยู่นานพอสมควร ในตอนนี้ทั้งผมและเทายังไม่มีใครได้รับบาดแผลเลยสักคน เมื่อเป็นแบบนี้เทามันจึงเริ่มเล่นวิธีสกปรก มันใช้พลังเวทย์โจมตีผม มีน้ำเมือกหนืดๆ โผล่ขึ้นมาที่ใต้เท้าของผม น้ำเมือกนั้นเริ่มไหลขึ้นมาที่ขาของผมแล้วตรึงผมไว้จนไม่สามารถขยับขาได้

ในเมื่อมันใช้พลังเวทย์ได้ ผมก็ใช้ได้เหมือนกันแต่เทามันคงลืมไปอย่างหนึ่ง เรื่องเพลงดาบของเราพอๆ กันก็จริงแต่ถ้าเป็นเรื่องพลังเวทย์ ผมชนะขาด

^-^

“มึงขยับไม่ได้แล้วนะเจบี”

“หึหึ มึงลืมอะไรไปอย่างนะอาเทา ^-^”

“กูลืมอะไร”

“พลังเวทย์ของมึง มันอ่อนกว่าของกูว่ะ” ผมพูดเสร็จก็เกิดเปลวเพลิงขึ้นที่ขาของผม เมือกหนืดๆ ที่เกาะตรงขาของผมมันหลุดออกไปหมดแล้ว

“มึงอย่าดูถูกกูให้มากนักนะเจบี!!!” มันพูดจบก็ร่ายมนต์อะไรสักอย่าง แต่ที่แน่ๆ ดวงตาไอเทาในตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทั้งดวงตา แผ่นดินรอบๆ ตัวผมเริ่มสั่นไหว แล้วสักพักเริ่มมีตัวประหลาดอะไรไม่รู้โผล่ออกมาจากพื้นดินประมาณ 4-5 ตัวได้

“มึงมีพลังแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

“มึงไม่จำเป็นต้องรู้....ฆ่ามัน!!!!” ประโยคหลังเทามันสั่งไอพวกตัวประหลาดพวกนั้น พวกมันโจมตีใส่ผมพร้อมกันทีเดียว เล่นกับเจ้าพวกนี้สักหน่อยคงไม่เสียแรง

ก่อนที่พวกมันจะเข้าใกล้ผม สองตัวแรกที่ใกล้ผมที่สุดก็ถูกไฟลุกท่วมตัว ก่อนที่ร่างพวกมันจะสลายไป ยังเหลืออีกสาม ผมหลบการโจมตีจากไอสามตัวนั้น แล้วจัดการควบคุมจิตสองในสาม ให้มันกลับไปโจมตีกันเอง หึหึหึ เท่านี้ก็เรียบร้อย ผมจุดไฟใส่มือแล้วพุ่งไปยังที่เทาอยู่ทันที

เหมือนว่ามันพร้อมที่จะตั้งรับไว้อยู่แล้วมันสร้างกำแพงสีดำขนาดใหญ่มากั้นระหว่างมันกับผม เปลวไฟของผมโจมตีเข้ากับกำแพงนั้นจนกำแพงพังลง ผมส่งมือเข้าไปบีบคอไอเทาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือผมรวบมือมันทั้งสองข้างแล้วจับไว้ เทาดูจะตกใจไม่น้อยที่ผมทำลายกำแพงนั้นได้

“อึกกก.....ปล่อยกูไอ...” มันพูดอย่างยากลำบากเมื่อผมบีบคอมันแรงขึ้น

“กูบอกมึงแล้วว่าพลังมึงมันอ่อนกว่ากู.....เมื่อกี้มึงจะข่มขืนเมียกูใช่ไหม กูไม่ใช่แจ๊คสันที่จะเล่นสนุกกับเหยื่อ แต่กูชอบให้เหยื่อประสาทหลอนจนเป็นบ้ามากกว่าว่ะ” ผมพูดจบก็จ้องไปที่ดวงตาของไอเทา ผมจ้องเข้าไปให้ลึกที่สุดเข้าไปในจิตใต้สำนึกของมันแล้วจัดการปรุงแต่งภาพหลอนเล็กๆ น้อยๆ ให้มันสักหน่อย 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ม๊ายยยยยยยยยยย” เสียงไอเทามันหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ผมปล่อยมือออกจากมัน มันทรุดลงกับพื้นเอามือกุมหัวตัวเองไปมาแล้วดิ้นพล่านๆ อยู่กับพื้น สภาพเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกเลยว่ะ

“สนุกอยู่กับจิตปรุงแต่งของกูสักสามชั่วโมงแล้วกันนะ เลขสวยดี กูชอบ” ผมเดินหันหลังให้กับมันก่อนที่จะเรียกโรซานามารับผมออกจากห้วงมิตินี้ ส่วนไฟที่ไหม้ในระหว่างที่สู้กันเมื่อกี้นี้ผมก็ปล่อยให้มันลุกท่วมไปทั้งแบบนั้นแหละ ผมกลัวไอเทามันหนาวน่ะ ^-^ ผมเป็นคนดีใช่มะ

เมื่อออกมาจากห้วงมิตินั้นผมก็จัดการย้ายคลื่นพลังเวลาของเทาไปที่อื่นเพื่อไม่ให้เดือดร้อนคนในหมู่บ้าน ส่วนไอเทาก็ยังอยู่ในมิตินั้นคนเดียวต่อไป เอ๊ะไม่ใช่คนเดียวสิ มันมีเพื่อนอยู่ด้วยเป็นล้านๆ ตัวเลยแหล่ะ

คุณอยากรู้ไหมว่าผมปรุงแต่งจิตอะไรให้มัน ไอเทามันกลัวแมลงครับ ผมก็แค่หาเพื่อนให้มันโดยสร้างจิตให้มีแมลงสาบประมาณยี่สิบกว่าตัวไต่ตามตัวไอเทา จิ้งหรีดออกมาจากปากมันประมาณร้อยกว่าตัว แล้วก็พวกแมลงอีกหลากหลายชนิดที่ออกมาจากหู จากรูจมูกมัน รวมถึงที่บินรอบๆ ตัวมันอีก คึคึคึ ผมว่ามันไม่เหงาแล้วแหล่ะ นี่เห็นว่าเคยเป็นเพื่อนกันนะเลยไม่เผามันให้ตายทั้งเป็น ผมเป็นคนรักเพื่อนใช่ไหมล้า ^-^

“โรซานาก่อนเข้าวังฉันพาแวะซื้อของในหมู่บ้านแปบนึงดิ”

“ท่านเจบีจะซื้ออะไรหรอครับ”

“ของฝากลูกกับเมียน่ะ ^ [++] ^”

 

 

JR Part

 

ผมนั่งอยู่ในห้องนอนของแจบอม หลังจากที่วิลเลียมพามาส่งที่วังนี้ผมก็มีอาการเวียนหัวและเจ็บท้องอีกครั้ง จนคนในวังต้อองรีบตามหมอหลวงมาดูอาการ แล้วพอหมอหลวงตรวจเสร็จผมก็ต้องช็อคเมื่อหมอหลวงบอกว่า

“ที่องค์ชายเจ็บท้องนั้นก็เพราะว่าองค์ชายน้อยเขาใช้พลังนะขอรับ แข็งแรงน่าดูเลยนะครับ ^-^”

“องค์ชาย....ผมได้ลูกชายหรอ”

“ขอรับ กระผมขอแสดงความยินดีด้วยนะขอรับ”

หมอหลวงเดินออกไปแล้ว ผมทรุดนั่งลงกับเตียง งั้นพลังที่ผลักเทาในตอนนั้นก็พลังของลูกผมน่ะสิ ผมลูบท้องตัวเองพร้อมกับมอบรอยยิ้มที่อบอุ่นไปยังท้องของตัวผมเอง

“แม่ควรตั้งชื่อลูกว่าอะไรดีนะ ตัวเล็กของแม่ ^-^”

ผมยอมรับนะว่าโกรธแจบอมมากที่บอกว่าถ้ารู้ว่าผมมีลูกเขาจะให้เอาออก แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ผมโกรธคนที่ผมรักได้ไม่นานจริงๆ ยิ่งตอนที่เห็นเขามาช่วยในตอนนั้นผมรู้สึกว่าหัวใจของผมมันเต้นอีกครั้งหนึ่ง

“อย่าโกรธพ่อเขาเลยนะลูก พ่อเขาเป็นคนที่พูดไม่ค่อยคิดเท่าไรนักหรอก” คิคิคิ หรอกด่าซะเลย

เอ!! ผมว่าผมแกล้งโกรธแจบอมหน่อยดีกว่าไหนๆ เขาก็ต้องมาง้อผมแน่ๆ อ๋อ!! เมื่อวันก่อนฮงกิส่งข่าวมาบอกผมด้วยแหละว่า เขาจะช่วยจีบยองแจแกล้งแจ๊คสันเพราะหมันไส้ไอแจ๊คสันมัน คึคึคึ งานนี้มันส์ จินยองเอาหัวแจบอมเป็นประกัน ^ [++] ^

“จินนี่ต๊า!!” นั่นไงตายยากจังพูดถึงก็มาซะละ

“..........” ต้องแกล้งโกรธจินยอง ท่องไว้ต้องโกรธ ต้องงอนนนนนนนน

“จินนี่อ่า บอมมี่ขอโทษนะคะ” งื่อออ ไอพี่แจบอมบ้า ทำหน้าแบ๊วแบบนั้นไม่ได้ดูน่ารักเลยนะ จริงๆ นะ >//<

“........” เก๊กขรึมไว้

“ง่า จินนี่อ่า บอมมี่ขอโทษนะคะ บอมมี่ไม่ได้ตั้งใจพูดจาโหดร้ายแบบนั้นกับจินนี่แล้วก็ลูกเลยนะ” เดี๋ยวนะจะว่าไปพี่แจบอมรู้ได้ไงว่าผมท้อง

“รู้ได้ไงว่าท้อง” ผมถามเสียงแข็งออกไป

“วิลเลียมบอกจ่ะ ^ [+++] ^” หึคิดว่ายิ้มโชว์เงิงแบบนั้นจะหายงอนเหรอเชอะ!!

“ถ้าวิลเลียมไม่บอกก็ไม่มีวันรู้เลยใช่ไหม” ผมถามเสียงเย็นอีกรอบ

“..........-_-.....กะ....ก็คงงั้น” อะไรนะ!!! ดู ดูมันตอบ

“ไอพี่แจบอม!!! รู้ไหมแบบนี้มันหมายความว่าพี่ไม่เคยสนใจฉันเลยนะ สังเกตบ้างไหมว่าเมียตัวเองท้องโตขึ้นนะ สังเกตบ้างไหมว่าเมียตัวเองมีอาการแพ้ท้องน่ะ สนใจบ้างไหม ไอผัวบ้า!!!!” ผมไม่พูดเปล่า ผมบิดหูไอพี่แจบอมไปมาด้วยความโกรธ แม่มพอท้องแล้วอารมณ์แปรปรวน -_-!!

“โอ้ยยยย....จินนี่หูพี่จะขาดแล้ว.....โอ้ยยยย”

“ดี!!! ให้มันขาดไปเลย” ผมบิดหูพี่แจบอมให้แรงขึ้นกว่าเดิม

“จินนี่จ๋า พี่ขอโทษษษษษ นี่ไงพี่ซื้อเค้กรสนมสดมาเลยนะ แล้วนี้นมสดร้อนเพิ่มน้ำตาล มีลูกอมหัวกะโหลกของโปรดจินนี่ด้วยนะ ^ [++] ^” หือ!! ของหวานหรอ

“......หายงอนก็ได้ นี่เพราะสงสารลูกหรอกนะกลัวไม่มีพ่อ ไม่ได้เห็นแก่กินเลย” ผมไม่ได้เห็นแก่กินจริงๆ นะ

“^-^ กินเยอะๆ เลยนะจ๊ะ” พี่เขาพูดจบก็เข้ามากอดผมจากด้านหลังพร้อมกับหอมที่ซอกคอของผม

“งื่ออออ จะกินอย่ามายุ่ง” ผมเตือนเลยนะว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวนจริงๆ

“น่านะขอหอมหน่อย” มันยังไม่เลิกไซร้ซอกคอผม ก็บอกว่าจะกินยังไงล่ะ

“งื่ออ บอกว่าจะกิน”

“บอมมี่ก็อยากกินจินนี่เหมือนกันอ่า” แม่มไม่เลิกไซร้

“กูบอกว่าจะกินขนม!!!!” บอกหลายรอบละนะ ชักจะหงุดหงิดละ

“จะ...จ้า” แจบอมปล่อยผมละ ทีนี้จะได้กินแบบสบายอารมณ์สักที

ผมก็นั่งกินบรรดาของหวานที่พี่แจบอมซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนคนซื้อน่ะหรอ คึคึคึ เนรเทศตัวเองไปอยู่มุมห้องเรียบร้อย เนื่องจากว่าเมื่อกี้มันมาลูบต้นขาผม ผมเลยจัดการปามีดไปที่หว่างขามันเท่านั้น ^-^ คำเตือนอย่าได้มายุ่งกับจินยองในเวลากินเป็นอันขาด คิคิคิ

 

 

Bambam Part

 

ความฝันสำหรับผมมันคือลางบอกเหตุ ที่แม่นยำที่สุด แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่ชินกับพลังนี้เลยสักนิด ช่วงนี้ผมฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง ผู้หญิงที่มัดมวยผมขึ้นสองข้างใส่ชุดสีม่วง เธออยู่ในฝันผมขอร้องให้ผมช่วยเธอกับพวกน้องๆ ของเธอ แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะตอบตกลงหรือปฏิเสธไป เพราะจิตใต้สำนึกกับสิ่งที่อยากพูดมันกำลังตีกัน ผมอยากตอบตกลงช่วยเธอ แต่จิตใต้สำนึกกลับบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเธอ

“ฮึกกก ฮืออออออ” เสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังขึ้น มันดังขึ้นมาจากทางไหนนะ

ผมเดินตามเสียงนั้นไป ผมไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนอย่างกับเขาวงกตแน่ะ มันคงเป็นความฝันอีกสินะเพราะว่าผมจำได้ว่าตัวเองกำลังหลับอยู่

“ฮืออออออ ฮึกก...ช่วยด้วย...ฮืออออ” เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังเข้ามาใกล้ๆ กับผมมากขึ้น

เมื่อผมเดินพ้นตรงหัวมุมมาแล้ว ผมก็พบกับเธออีกครั้ง ผู้หญิงชุดม่วง เธอนั่งกอดเข่าแล้วร้องไห้ แววตาของเธอมันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผมเดินเข้าไปหาเธอใกล้ๆ แล้วนั่งอยู่ตรงหน้าของเธอคนนั้น

“คุณฮะ ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ละฮะ” ผมถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

“ข้าสงสารน้องๆ พ่อหนุ่มน้อยได้โปรดช่วยข้ากับน้องๆ ของข้าด้วย ฮือออออ” หญิงสาวคนนั้นพูดทั้งน้ำตา บนใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคาบน้ำตาและดวงตาที่แดงก่ำ

“ผมจะช่วยคุณได้ยังไง”

“ฮึกก....ได้สิ..ฮึก..ท่านแค่ตามหาดาบโซฮาร์ ดาบนั้นจะช่วยข้ากับน้องๆ ได้”

“แล้วผมจะหาดาบนั้นได้ที่ไหน”

“ถ้าเป็นเจ้าต้องหามันพบแน่นอน”

“.........” ทำไมจิตใต้สำนึกของผมมันปฏิเสธคนตรงหน้าอีกแล้วล่ะ

“เจ้าจะช่วยข้าใช่ไหมพ่อหนุ่มน้อย”

“ผมจะ...” ในขณะที่ผมกำลังจะตอบคำถามของเธอคนนั้น ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันเพราะเสียงเรียกของคนบางคน

 

 

Mark Part

 

“แบมแบม!! แบมแบมตื่นสิ” ผมเรียกน้องให้ตื่นจากความฝัน ทำไมต้องให้ตื่นนะหรอ ก็รอบตัวน้องตอนนี้มันมีไอความมืดอยู่เต็มไปหมดเลยน่ะสิ

“แบมแบม แบมแบม!!!!” ผมเขย่าตัวน้องให้แรงขึ้นอีก จนน้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา

“งื่อออ....พี่มาร์ค” น้องขยี้ตาตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะบิดขี้เกียงทั้งๆ ที่นอนอยู่

“ตื่นได้แล้ว” ผมส่งมือไปขยี้ที่หัวเล็กๆ นั้นก่อนที่จะมองไปรอบๆ ห้องในตอนนี้ไอความมืดได้หายไปหมดแล้ว

“พี่มาร์คฮะ แบมฝันอีกแล้ว”

“ฝันอะไร”

“........” น้องทำหน้าตกใจใส่ผมแปบหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำสีหน้าตามปกติแบบเดิม

“ฝันอะไรแบม”

“ผู้หญิงใส่ชุดสีม่วงมาหาผมอีกแล้วฮะ เธอบอกให้ผมช่วยเธอ”

“...........แล้วแบมบอกไปว่ายังไง”

“แบมยังไม่ตอบตกลงฮะ” ทำไมน้องทำหน้าเศร้าอีกแล้วล่ะ

“ลงไปกินข้าวซะ” ผมพูดจบก็เดินออกมาจากห้องนอนของน้องทันทีโดยที่ไม่กลับหันไปมองน้องอีก

“พี่มาร์ค ทำไมกลับมาทำตัวเย็นชาใส่แบมอีกแล้วล่ะ”

 

ก่อนหน้าที่มาร์คจะมาปลุกแบมแบม 4 ชั่วโมง

 

ตอนนี้ผมมาอยู่ที่วังของตัวเองเนื่องจากว่าอยู่ดีๆ พ่อบังเกิดเกล้าก็มาเรียกตัวให้กลับวังด่วน ผมกำลังจะแอบไปนอนกับแบมแบมในห้องอยู่แล้วเชียว

“พ่อเรียก...” ผมต้องชะงักทันทีเมื่อผมพบใครบางคนที่อยู่ในห้องรับแขกกับพ่อของผม

“มานั่งนี้สิ” พ่อพูดกับผมก่อนที่จะให้ผมนั่งเก้าอีกฝั่งตรงข้ามกับคริสตัล

“^-^” คริสตัลหันมายิ้มให้ผม ทำไมรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันเสแสร้งล่ะ

“วันนี้หนูคริสตัลมารอแกตั้งแต่เที่ยง จนตอนนี้ก็ดึกมากแล้วพ่อเลยจะให้นอนที่นี่ แกก็ดูแลหน่อยล่ะกัน”

“ฝากด้วยนะมาร์ค” คริสตัลหันมาพูดกับผมพร้อมรอยยิ้มที่โคตรของโคตรเสแสร้ง

พ่อผมเดินออกไปแล้ว ทิ้งผมกับคริสตัลไว้ที่ห้องรับแขกเพียงแค่สองคนเท่านั้น พอพ่อเดินออกไปเท่านั้นแหละ ยัยคริสตัลเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย จากเจ้าหญิงหงส์น้อยผู้น่ารักแสนเรียบร้อย กลายเป็นลูกลิงม้าดีดกะโหลกทันที

“แหม่!! อยากให้พ่อมาเห็นท่านั่งแกตอนนี้จัง” ผมหันไปพูดกับคริสตัลที่ตอนนี้มันนั่งเอาขามาพาดกับโต๊ะตัวเล็กๆ ที่อยู่หน้าโซฟา

“เออน่า!! นี่สายข่าวฉันมันบอกว่าแกเริ่มรุกน้องแบมแล้วหรอ”

“ขี้เสือกจริง...ก็ไม่ได้เริ่มรุกอะไรมากมาย แค่ทำตัวให้อ่อนโยนขึ้นเท่านั้น”

“หรอค่ะ....ระวังเถอะรุกน้องมากไปน้องมันจะตกใจ จนเริ่มกลัวแกนะ แกยิ่งหื่นกามอยู่”

“-_-!! ดูเลวขนาดนั้นเลย....ว่าแต่แกเหอะกระแดะมาหาฉันทำไมตั้งแต่เที่ยง”

“หนีหมามา....นี่ไอมาร์คช่วงนี้ฉันขอมาอยู่กับแกสักพักได้ปะ”

“ไม่ได้ว่ะ ต้องออกไปทำภารกิจกับแบมแบม”

“งั้นไปด้วย”

“จะไปทำไม แล้วหมาที่ว่านี่ใครอีกล่ะ”

“หนีไค”

“ใครล่ะ”

“ก็ไคไง”

“อย่ากวนดิวะ ถามว่าหนีใคร”

“กูหนีไอไค เจ้าชายหมาป่าไอเห้นิ!!!”

“555555 รู้แล้วน่า แกล้งแหย่เฉยๆ มันยังตามจีบแกอีกอ๋อ”

“เออ!! น่ารำคาญชะมัด ขนาดบอกว่าคบกับแกอยู่นะยังไม่เลิกตามเลย”

“อ๋อ....ห๊า!!! ...แกบอกมันว่าคบกับฉันหรอ”

“เออ”

“ไม่มีข้ออ้างอื่นรึไงวะ คนอื่นเขายิ่งยุให้ฉันกับแกแต่งงานกันอยู่”

“ไม่ต้องมาอ้างคนอื่น แกกลัวน้องแบมเข้าใจผิดก็บอกมาเหอะ”

“เออ -///-”

“ไปด้วยนะที่ทำภารกิจอะ นะนะนะ น๊า.....” มันหันมาทำตาปริบๆ ใส่ผม น่ารักตายแหละ

“ไม่เอาอะ”

“ตัลสัญญาว่าตัลจะเป็นเด็กน่ารักไม่ดื้อไม่ซน”

“ไม่”

“มาร์คอ่า เราเป็นเพื่อนรักกันนะ นะนะนะ”

“ไม่เอา”

“เดี๋ยวไปขโมยบอกเซอร์แบมแบมมาให้เลยอะ”

“พ่อง!!! -///-” น้องแบมใส่แต่กางเกงในเหอะ (เอ๊ะ!! แกรู้ได้ไง : ไรท์)

“น่านะมาร์คอ่านะนะ”

“ในระหว่างทำภารกิจมันอาจมีการต่อสู้กันอย่าไปเลย”

“อุ้ย!! มาร์คพูดงี้เป็นห่วงตัลชะ อั้ยยยย ตัลขอเขินแปบ” เตะผู้หญิงบาปไหม -_-!!

“ฉันต้องปกป้องแบมแบม ถ้าแกไปมันจะเป็นภาระให้ฉัน ฉันไม่อยากปกป้องแกเข้าใจ”

“อะโถ่!! ไอเราก็นึกว่าจะห่วงเพื่อน” นี่ผมไม่เข้าใจมันจริงๆ นะ มันเป็นผู้หญิงที่สวยมากนะ แต่กริยามารยาทนี้โคตรตรงข้ามอะ

“..........”

“มาร์คอ่านะ ตัลไม่อยากเห็นหน้าไอดำนั้นอะ นะนะ”

“ตามใจ อย่ามาขวางเวลากูจะสวีทกับแบมแบมก็พอ”

“นี่มาร์ค”

“ว่า”

“แกกลับไปทำเย็นชาใส่แบมเหมือนเดิมเหอะ...ถ้าไม่อยากเจ็บตอนจบ”

“...........”

“แกรู้ใช่ไหมว่าคุณลุงไม่ปลื้มแบม”

“อืม”

“ไม่ใช่แค่คุณลุงไม่ปลื้ม แต่....ฉันเห็นอนาคตแบมแบมว่ะ”

“แกจะพูดไร”

“.....ทั้งแบมแบมและแกจะต้องเสียใจทั้งคู่ถ้าแกยังทำแบบนี้กับน้อง” ไอคริสตัลมันพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไป

ที่คริสตัลมันพูดแบบนั้นมันมีทางเป็นไปได้อยู่สองทาง คือแบมแบมอาจจะตายในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือไม่ก็พ่อขัดขวางเรื่องความรักของเราจนทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเจ็บปวด หรือว่าผมจะต้องกลับไปทำตัวแบบนั้นกับแบมแบม

 

กลับสู่ปัจจุบัน

 

ผมนั่งรอน้องอยู่ข้างล่าง ผมทำถูกแล้วใช่ไหมที่ทำเย็นชาใส่น้องน่ะ พวกคุณอาจจะอยากด่าผมก็ได้ที่ผมทำแบบนั้นกับน้อง แต่ถ้าพวกคุณรู้เหตุผลที่ผมทำ ผมเชื่อว่าพวกคุณต้องบอกว่าผมทำถูกแล้ว

“พี่มาร์คทำอะไรกินหรอฮะ” เจ้าตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กลงมาข้างล่าง

“ดูเอาสิ”

“.........ฮะ” อย่าใจอ่อนนะไอมาร์ค ทำเพื่อน้อง

“วันนี้คริสตัลจะไปด้วยนะ”

“ฮะ”

“รีบๆ กินล่ะคริสตัลรออยู่”

“ฮะ”

“..........” ในตอนนี้บนใบหน้าใสนั้น เริ่มมีหยดน้ำตาไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยที่ผมมักจะแอบมองมัน พี่ขอโทษนะแบม

ผมกินเสร็จแล้วก็เก็บจานของตัวเองแล้วเอาไปเก็บทันที โดยที่ไม่รอน้อง ผมปล่อยให้น้องนั่งกินข้าวพร้อมน้ำตาทั้งแบบนั้น แบมแบมเป็นคนที่เก็บอารมณ์ไม่เก่ง รู้สึกอะไรยังไงก็จะแสดงมันออกมาหมด

“สวาปามเสร็จละ” คริสตัลมันทักผมที่เดินออกมาจากห้องครัว เห็นท่านั่งมันทีไรก็ปวดหัวกับมันทุกที เวลามันอยู่กับผมแค่สองคนมันมักจะเผยตัวตนของตัวเองออกมาแบบนี้ตลอดแหละ

“เออ”

“ให้ช่วยแสดงมะ ละครฉากน้ำเน่าของแกอะ” มันคงหมายถึงแกล้งเป็นแฟนผมน่ะ

“อือ”

“^-^ เรื่องแบบนี้ตัลถนัด” มันพูดจบก็เดินมาหาผมแล้วก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่ามันจะทำ

จุ๊บ

“^-^” <<<<คริสตัล

“O-O” <<<<<มาร์ค

 

เพล้งงงง

“ขะ..ขอโทษ...ฮะ” แบมแบมรีบเดินกลับเข้าไปในครัวพร้อมกับแก้วน้ำที่ตกอยู่ที่พื้น คงจะเอาน้ำมาให้คริสตัลสินะ

“แรงไปไหม” ผมถามคริสตัลเสียงเย็น

“ก็อยากให้สมจริงไม่ใช่หรอ” ใช่ผมต้องการความสมจริง เพื่อหรอกใครบางคนว่าหัวใจของผมอยู่กับคริสตัลไม่ใช่แบมแบม

 

 

Bambam Part

 

ตอนนี้พวกเราอยู่ในระหว่างการเดินทางไปยังหมู่บ้านที่ตอนนี้มีข่าวลือเรื่องการหายตัวไปอย่างลึกลับของคนในหมู่บ้าน ซึ่งคนที่หายไปส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกเด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 12 ขวบ รายละเอียดอื่นๆ นั้นต้องไปถามคนในหมู่บ้านอีกทีหนึ่ง

ผมนั่งอยู่บนหลังของเคโระจัง พี่มาร์คกับพี่คริสตัลอยู่บนหลังของเซเรโน ผมมองพวกเขาจากข้างหลังก็รู้สึกว่าพวกเขานั้นดูเหมาะสมกันดี ไม่แปลกใจที่ใครหลายคนต่างเชียร์ให้เขาทั้งคู่แต่งงานกัน หัวใจดวงน้อยของผมในตอนนี้เริ่มกลับมาปวดหนึบอีกครั้งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อเช้าขึ้น

“หนูแบมไม่เป็นไรนะ” เคโระจังพูดกับผม

“แบมทรมานจังเคโระ” ทำไมผมถึงอ่อนแอแบบนี้ น้ำตาของผมมันจะไหลลงมาอีกแล้ว

“อดทนหน่อยนะครับ อีกไม่นานหนูแบมของเคโระก็จะไม่ทรมานแบบนี้แน่นอน เชื่อเคโระนะ”

“มันจะหายทรมานได้ยังไง ในเมื่อพี่มาร์คดูเหมือนจะไม่อยากสอนแบมแล้ว” พี่มาร์คบอกแบมว่าความรักมันมีสองทาง คือทำให้ดีขึ้น กับทำให้แย่ลง อาการของแบมตอนนี้ดูเหมือนมันจะไปในทางที่แย่ลงเลย

“........”

“ความรักมันทำให้ทรมานขนาดนี้เลยหรอ” น้ำตาของผมมันไหลลงมาแล้ว ผมได้แต่ภาวนาว่าพี่มาร์คจะไม่ได้ยินเสียงสะอื้นของผมก็พอ

 

 

Mark Part

 

เสียงสะอื้นของคนตัวเล็กดังอยู่ข้างหลังผม ได้ยินทุกคำพูด รับรู้ถึงทุกการกระทำ อยากเข้าไปกระชากคนตัวเล็กเข้ามาสู่อ้อมกอดแล้วปลอบประโลมให้ตัวเล็กหายกังวล แต่ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ

“อดทนซะมาร์คถ้านายรักน้องจริง” คริสตัลที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาพูดกับผม

“ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วน่า”

/ท่านมาร์คว่าทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรอครับ/ เสียงเซเรโนดังเข้ามาในประสาทของผม

/เพื่อน้องฉันต้องทำเซเรโน/ ผมตอบเซเรโนกลับไปเช่นเดียวกัน

“มาร์คลงหน้าหมู่บ้านแล้วเดินเข้าไปเถอะ เดี๋ยวคนในหมู่บ้านจะตกใจเซเรโนกับเคโระ” คริสตัลออกความเห็น ก็อยากจะบอกอยู่แหละว่าถึงเธอไม่บอกฉันก็จะทำแบบนั้น - -

พวกเราทุกคนลงที่หน้าหมู่บ้านแล้วจึงพากันเดินเข้าไป โดยที่ผมเดินจูงมือคริสตัลเข้าหมู่บ้าน ผมปล่อยให้แบมแบมเดินตามมาทีหลัง ใจแข็งเข้าไว้ไอมาร์ค

“มาร์คตัลว่าแยกกันไปหารายระเอียดการหายไปของคนในหมู่บ้านดีกว่านะ จะได้เสร็จไวไว”

“ก็ดีเหมือนกัน เธอก็ไปกับฉันแล้วกัน แบมไปคนเดียวได้ใช่ไหม”

“ดะ..ได้ฮะ” น้องก้มหน้าตอบผม ไม่ต้องมองหน้าน้องผมก็รู้ว่าตอนนี้น้องกำลังกลั้นน้ำตาอยู่ พี่ขอโทษนะ

“งั้นก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว” ผมพูดกับน้องอีกครั้งก่อนที่จะเดินแยกไปอีกทางกับคริสตัล

“เซเรโนคอยตามดูแบมแบมไว้”

“ครับ”

ฉันหวังว่าแผนนี้ของเธอจะได้ผลนะคริสตัล เพราะถ้ามันไม่ได้ผลฉันจะจัดการกับเธอเอง โทษฐานที่ทำให้แบมแบมเจ็บใจเสียเปล่า

 

 

Bambam Part

 

“ฮึกก....ฮึกกก” ผมได้แต่กลั้นเสียงสะอื้นไว้แล้วมองตามหลังของสองคนนั้นไป ทำไมพี่มาร์คทำกับผมแบบนี้ล่ะ หรือว่าพี่กำลังสอนผมเรื่องความรัก ถ้ามันต้องทรมานแบบนี้อย่าสอนผมเลยดีกว่า

“หนูแบม”

“ฮือออ....เคโระแบมทำอะไรผิด....ฮึกกก”

“หนูแบมไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก ไม่มีใครผิดทั้งนั้น”

“ฮึกก...ฮืออออ”

“ไปหาที่นั่งพักก่อนนะแล้วเราค่อยไปหาข้อมูลกัน” เคโระพูดจบก็พาผมมานั่งตรงบริเวณบ่อน้ำพุที่อยู่ใจกลางเมือง ผมนั่งอยู่ริมบ่อน้ำพุพร้อมกับนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“หนูแบมเดี๋ยวเคโระไปหาอะไรมาให้กินนะ อย่าไปไหนนะ”

“ฮึกก....อื้ออ...”

ผมยังคงร้องไห้อยู่ที่เดิมเป็นเวลากว่าสิบนาทีได้ แล้วดูท่าว่าผมจะไม่หยุดร้องง่ายๆ ซะด้วยสิ

“ฮืออออ...ฮึกกก...ฮืออออ”

“อะ” ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของบุคคลที่มาใหม่ ผมมองผ่านม่านน้ำตาของตัวเองก็พบเข้ากับผ้าเช็ดหน้าผืนสีน้ำเงิน ก่อนที่จะคอยๆ มองขึ้นไปยังเจ้าของที่ยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้

“ฮึกกก...ฮึกกก”

“เช็ดซะ” เขาคนนี้มีใบหน้าที่หล่อเอาการ ดวงตาโตคม ร่างกายกำยำที่มีมัดกล้าม ใบหน้าของเขาแน่นิ่ง ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีอารมณ์หรือท่าทางที่แสดงออกมาทางหน้าตาเลย ใบหน้าของเขาเรียบเฉยมาก เหมือนกับใครอีกคน

“ฮืออออออ” เมื่อผมคิดถึงพี่มาร์คผมก็ต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

“..........ขอโทษนะ....” เขาคนนั้นพูดขอโทษผมก่อนที่จะส่งมือมาจับที่ใบหน้าของผมให้เงยขึ้นแล้วบรรจงเช็ดน้ำตาให้กับผม เขานั่งยองๆ ลงตรงหน้าผมพร้อมกับคอยเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ฮึกกก...คุณ...ฮึกก”

“อย่าพึ่งพูดอะไร....แล้วก็หยุดร้องได้แล้ว”

“ฮึกกกก....งื่อออ” ผมร้องออกมาแทบจะทันทีเมื่ออยู่ดีๆ เขาคนนั้นก็เอาผ้าเช็ดหน้าที่ซับน้ำตาให้ผมมาบีบที่จมูก

“สั่งออกมาสิมันอึดอัดไม่ใช่หรอ”

“หือ....งื่ออ..ไอ่เอา (ไม่เอา) ” ผมส่งเสียงอู้อี้ไปให้เขา ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับคนที่ไม่รู้จักล่ะ

“สั่งออกมา ฉันไม่รังเกียจ”

“...งื่อออ...” แต่ผมเกรงใจนี่นา

“สั่งออกมาเซ่!!!!” หวา!!!! เขาตะคอกใส่ผม ผมสะดุ้งไปทีหนึ่งก่อนที่จะสั่งน้ำมูกออกไป

“พรืดดดดด....” งื่ออออ น่าอายอ่า -////-

“เท่านี้ก็จบ” เขาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดจมูกผมนิดหนึ่งก่อนที่จะเอามันออกจากจมูกผม ตอนนี้ผมโล่งจมูกมากเลยแหล่ะ

“เดี๋ยวผมซักคืนให้นะฮะ”

“ไม่ต้องหรอก” เขาพูดพร้อมกับยกผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นก่อนที่จะมีเปลวไฟสีฟ้าลุกขึ้นมาที่ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

“รู้สึกดีขึ้นรึยัง”

“กะ...ก็ดีขึ้นฮะ”

“งั้นก็ดีแล้ว” เขาพูดพร้อมกับกำลังเดินออกไปจากผม ผมยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลยนะ

“เดี๋ยวสิฮะ....”

“ว่า”

“....ขอบคุณฮะคุณ....”

“มินโฮ...ฉันชื่อมินโฮ”

“ขอบคุณฮะคุณมินโฮ ^ [++] ^” ผมพูดพร้อมกับยิ้มแบบเห็นฟันไปให้เขา

“o////o” ทำไมหน้าของคุณมินโฮถึงแดงแบบนั้นล่ะ

“คุณมินโฮเป็นอะไรรึเปล่าฮะ”

“ปะ...เปล่า...ไปก่อนนะ” เขาเดินออกไปแล้ว นั้นเขาจะรีบไปไหนกันนะ

 

 

 

Mark Part

 

หงุดหงิด บอกตรงๆ เลยว่าตอนนี้หงุดหงิดมากถึงมากที่สุด สภาพอากาศตอนนี้เริ่มแปรปรวนเพราะอารมณ์ของผมมันไม่คงที่แล้ว

“เป็นบ้าไรของแกวะมาร์ค เดี๋ยวพายุก็เข้าหรอก” ต้นเหตุของความหงุดหงิดก็เกิดจากมันนี้ล่ะ

“ถ้าไม่ติดว่าต้องทำเพื่อแบมฉันจะใช้ลมพัดแกกลับบ้านเลยตัล”

“อุ้ย!! พี่มาร์คอย่าทำหน้าดุจิ ตัลกั๊วกลัว ^_^”

“ไปตายซะไอบ้า” ผมล่ะเบื่อมันจริงๆ เมื่อไหร่จะถึงวันนั้นสักที ผมจะได้กลับไปทำตัวดีๆ กับแบมแบม

ถ้าทุกคนถามว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้น่ะหรอ ทำไมถึงต้องทำร้ายน้องขนาดนั้น เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อคริสตัลมาบอกเรื่องอนาคตของผมก่อนที่จะกลับไปบ้านแบมแบมว่ามันเห็นคู่แข่งผม คนที่มีสิทธิ์เป็นเทพแห่งสายลมรุ่นต่อไปแบบผม มันจะใช่วิธีสกปรกโดยจะจับคนรักของผมไปใช้ในการต่อรอง อีกประมาณสองอาทิตย์ต่อจากนี้จะมีการประลองกันระหว่างผู้มีสิทธิ์สืบทอดทั้งสอง ซึ่งแน่นอนเป้าหมายของมันต้องเป็นแบมแบม แต่คริสตัลบอกว่าบางส่วนคิดว่าหัวใจผมอยู่ที่คริสตัล พวกผมเลยวางแผนแกล้งทำเป็นคบกับคริสตัลก่อนจะถึงวันแข่ง

และในวันนี้คริสตัลบอกว่าพวกมันจะส่งลูกน้องมาจับตัวแบมแบม มันจะจับตัวน้องไปทรมาน คริสตัลมันเลยเสนอตัวเข้าแลกเป็นเหยื่อล่อให้ ที่มันทำแบบนี้ไม่ใช่อะไรหรอก ก็คู่ต่อสู้ของผมมันคือ เซฮุน เพื่อนของไอหมาป่าที่ตามจีบคริสตัลอยู่น่ะสิ ยัยนี่เลยคิดพิเรนอยากเห็นเพื่อนทะเลาะกัน -_-!! แต่ก็ดี น้องแบมของผมจะได้ไม่เดือดร้อน

“มาร์ค” คริสตัลมันพูดออกมาเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ว่า”

“มาแล้ว.....ระวังด้วย” เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็เริ่มไล่มองดูรอบๆ แบบเนียนๆ ก็ต้องพบกับคนคนหนึ่งที่ผมจำได้ว่ามันอยู่ในกลุ่มผู้พิทักษ์กาลเวลา มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเซฮุนนี่หน่า

“ไม่ใช่คนนั้น...” คริสตัลพูดขัดขึ้นมาหลังจากที่เอนหัวมาซบที่แขนผม

“แต่คนนั้นมันเป็น”

“มินโฮไม่ทำอะไรหรอก”

“แกรู้ได้ไง”

“ฉันรู้ดีมากกว่าแกแล้วกัน”

“เหอะ”

“อีกสามสิบวิมันจะโจมตีเข้ามาทางซ้ายกรุณาแกล้งทำเป็นตกใจสุดขีดด้วย”

“.......”

หลังจากที่คริสตัลบอกผมได้สักพักผมก็รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ด้านขวา เดี๋ยวนะ ด้านขวาหรอ

ฟิ้วววววว/เฮ้ยยยยย/กรี๊ดดดดดดด

ผมกระชากคริสตัลมาด้านซ้ายแทบไม่ทัน ไหนยัยบ้านี่มันบอกว่าด้านซ้ายไงวะ ไอบ้านั้นมันโจมตีเข้ามาจากด้านขวา ถ้าผมไหวตัวไม่ทันคริสตัลได้โดนดาบนั้นฟันแน่ๆ

“ชิ!!!” เสียงสบถของไอนั้นดังขึ้น ตอนนี้ทุกคนในเมืองเริ่มแตกตื่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่

“ไหนว่าด้านซ้าย” ผมก้มไปถามคริสตัลเบาๆ

“ถ้าพูดเรื่องจริงแกก็ตกใจไม่เนียนดิ -_-!!” ดูมันตอบ น่าปล่อยให้ไอบ้านั่นฟันคอขาด

“เฮ้ย!!!” ผมต้องตกใจอีกครั้งเมื่อไอบ้านั้นพุ่งมาโจมตีใส่ในตอนที่ผมคุยกับคริสตัลอยู่

“เกะกะว่ะ” ผมบ่นใส่คริสตัลที่มันเกาะแขนผม

“ถ้าแกเหวี่ยงฉันออกแผนแตกแน่”

“ฮึ่ยยยย” ไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง อีกสักพักแบมแบมต้องมาตรงนี้แน่ๆ เพราะคนในเมืองพากินวิ่งพล่านด้วยความแตกตื่น

“ตัลจ๊ะ รอมาร์คอยู่ตรงนี้นะ” จะอ้วกกกก ผมพูดอะไรออกไป ผมแกล้งพูดเสียงดังเพื่อให้ไอบ้านั้นได้ยิน ก่อนที่จะหันไปหามันแล้วเสกดาบขึ้นมาเพื่อจะต่อกรกับมันที่บังอาจจะมาเล่นวิธีสกปรกกับผม

ผมกับมันต่างคนต่างเริ่มประชันเพลงดาบใส่กัน มันตั้งรับดาบของผมอย่างยากลำบาก เอาตรงๆ ฝีมือดาบผมอาจจะสู้แจ๊คสันมันไม่ได้ แต่ประสิทธิภาพดาบของผมดีกว่าแจ๊คสันตรงที่ว่า ดาบผมมันทั้งใหญ่ทั้งหนักและคมมาก ถ้าโดนฟันเข้าไป ไม่ตายก็กระดูกหักแหล่ะครับ

ในตอนนี้ผมกับมันสู้กันอย่างบ้าคลั่งผมเริ่มสังเกตเห็นมือของฝ่ายตรงข้ามเริ่มมีอาการสั่นอย่างเห็นได้ชัด ไม่สั่นสิแปลก ตั้งรับพลังดาบผมอย่างจังแบบนั้นสูญเสียแรงเยอะอยู่พอสมควร ผมมันไม่ชอบเล่นกับคู่ต่อสู้แบบเจบีหรือแจ๊คสัน ผมชอบแบบจบไวๆ ตายไวๆ

ผมตวัดดาบของตัวเองลงก่อนที่จะกระทุ่งตัวเองใส่มัน มันเซไปข้างหลังเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะฟาดสันดาปใส่ข้อมือมันจนดาบหลุดมือไป ผมใช้จังหวะนั้นแทงดาบใส่กลางลำตัวของมัน ทุกอย่างจบ ร่างของมันแน่นิ่งคาดาบของผมอยู่กับที่ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากร่างเปื้อนดาบของผม ผมกระชากดาบออกมาจากร่างนั้น แล้วเดินหันหลังไม่กลับไปมองอีก

“มึงโหดมากอะ” คริสตัลพูดออกมา

“ว่าแต่ฉัน แกนี่ไม่ค่อยเลยเนอะ” ผมพูดพร้อมกับมองดูข้างคริสตัลที่ตอนนี้มีพวกใส่หมวกนินจานอนให้เกลื่อน ไอพวกนี้หวังจะมาชิงตัวคริสตัลไปตอนที่ผมสู้กับลูกพี่มันสินะ หึหึ โคตรคิดผิดอะ ฝีมือคริสตัลใช่เล่นที่ไหน

“แหม่!! ผู้หญิงบอบบางแบบฉันก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองบ้าง”

“ทำไมไม่ปล่อยให้ถูกจับไปวะ”

“เดี๋ยวคืนนี้มันก็ไปที่ปราสาทฉันอีก รอให้อาบน้ำเสร็จก่อนแล้วค่อยปล่อยให้ตัวเองโดนจับไป”

“ต้องสวยก่อนว่างั้น”

“ถูก”

“-_-!!”

“พี่มาร์คฮะ!!!” ผมหันไปตามเสียงเรียกของแบมแบม น้องวิ่งหน้าตาตื่นมาทางผม

“..........”

“พะ...พี่มาร์คไม่เป็นไรนะฮะ” น้องถามผมในสภาพที่ยังหอบอยู่ รีบวิ่งมาขนาดนี้เป็นห่วงพี่หรอ

“ดูจากศพพวกมันคิดว่าพี่เป็นอะไรไหมล่ะ”

“......ขอ..ขอโทษฮะ...” น้องทำหน้าซึมอีกครั้ง อดทนก่อนนะแบม อย่างเพิ่งเกลียดพี่นะ

“โอ้ยยยย” เสียงยัยคริสตัลร้องขึ้นมา สำออยอะไรอีกล่ะทีนี้

“ตัลเป็นไงบ้าง” ผมรีบไปพยุงคริสตัลแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงแบบสุดๆ อย่าคิดว่าแสดงดีอยู่คนเดียวสิ

“ตัลเจ็บขามากเลยล่ะมาร์ค” มันพูดจบก็ซบหน้าลงมาที่อกผมก่อนจะพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

“พาฉันกลับแล้วปล่อยให้แบมหาข้อมูลที่นี้ต่อ”

“พูดบ้าอะไร ขืนปีศาจโผล่มาระหว่างฉันไม่อยู่ล่ะ”

“มีคนคอยดูแลแบมอยู่แล้วน่าเร็วสิ สายของไอเซฮุนมันยังมีอยู่แถวนี้อีก” ผมพยักหน้ารับก่อนที่จะอุ้มคริสตัลขึ้นในท่าเจ้าหญิง

“แบมหาข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปของคนที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปรอฟังรายละเอียดที่บ้าน”

“ละ...แล้วพี่มาร์คละ”

“จะพาคริสตัลกลับไปก่อน” พูดจบผมก็ไม่ฟังคำพูดน้องต่อ ผมเรียกเซเรโนมาแล้วขึ้นไปบนหลังมันทันที

/ท่านมาร์คกำลังจะทำอะไร/ เสียงของเคลวินดังขึ้นมาในโสทประสาทของผม

/กำลังช่วยแบมไม่ให้อยู่ในอันตราย ฉันฝากนายดูแลแบมด้วยเคลวิน ช่วงนี้ให้น้องอยู่ให้ห่างจากฉัน/

/เพราะการคัดเลือกนั้นหรอครับ/

/อืม/ ผมตอบแค่นั้นก่อนที่เซเรโนจะบินออกไปจากหมู่บ้านนี้

 

 

Bambam Part

 

พี่เขาไปแล้ว ไม่กลับมามองผมด้วยซ้ำ พี่เขาไม่เห็นด้วยซ้ำไปว่าผมหกล้มจนเป็นแผลในระหว่างที่วิ่งมาหาพี่ ผมเป็นห่วงพี่มากนะ แล้วทำไมพี่ถึงไม่ใยดีผมเลยล่ะ

“ฮึกกก...เคโระ...แบม...ฮือออ” วันนี้มันวันอะไรกัน ผมร้องไห้มากี่รอบแล้วนะ

“ร้องไห้อีกแล้วนะตัวเล็ก” เสียงของผู้ชายคนเดิมที่เช็ดน้ำตาให้ผมตรงบ่อน้ำพุนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณมินโฮ...ฮึกกก”

“เลิกร้องได้แล้ว มีงานต้องทำไม่ใช่หรอ”

“ฮะ...ฮึกกก”

“เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อน” เขาพูดจบพร้อมกับเดินเข้ามาดึงตัวผมเข้าไปกอด ทำไมผมถึงรู้สึกว่าอ้อมกอดนี้มันอุ่นจังล่ะ ผมไม่เคยรู้สึกปลอดภัยแบบนี้มาก่อนเลย ผมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดนั้น อ้อมกอดที่ผมคิดว่ามันปลอดภัยที่สุด

 

 

Minho Part

 

สวัสดีครับรีดเดอร์ทุกคน ผมชื่อมินโฮ เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์กาลเวลา ผมได้รับมอบหมายภารกิจให้มาสังหารพวกตัวเกะกะทั้งหลายอย่าง กลุ่ม GOT7 ใช้ครับครับ พวกคุณอ่านไม่ผิดหรอก ผมถูกสั่งให้มาฆ่าพวกเขา รวมถึงคนตัวเล็กที่กำลังเดินนำหน้าผมอยู่ในตอนนี้

“คุณลุงฮะผมขอถามรายละเอียดอะไรหน่อยได้ไหมฮะ” เด็กน้อยตรงหน้าก้มลงถามลุงแก่ๆ คนหนึ่งที่กำลังนั่งซ่อมรองเท้าอยู่

“ว่ามาสิ”

“คือ....ลุงพอจะทราบเรื่องที่เด็กในหมู่บ้านหายไปไหมฮะ”

“อ๋อ...หนูคือคนที่ถูกไหว้วานให้มาช่วยใช่ไหม” ชายแก่คนนั้นเอ่ยถามคนตัวเล็ก

“ฮะ ^-^ ลุงพอจะให้รายละเอียดกับผมได้ไหม”

“^-^” ชายแก่คนนั้นส่งยิ้มให้ตัวเล็กและผมก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วบอกให้พวกเราเดินตามเขาไป

ผมกับตัวเล็กเดินตามชายแก่คนนั้นจนไปถึงบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง พวกเราเดินเข้าไปในบ้านแล้วนั่งรอชายแก่คนนั้นที่เก้าอี้ไม้ผุๆ ที่วางอยู่ในห้องเล็กแคบๆ

“คุณมินโฮฮะ.....แบมขอเรียกคุณว่าพี่ได้ไหมฮะ”

“......ตามใจสิ”

“^ [++] ^ ขอบคุณฮะ”

“-///-” เด็กบ้านั่นยิ้มจนตาแทบปิด แล้วทำไมผมต้องเขินด้วย ผมมาที่นี้เพื่อฆ่าพวกเขานะ แกอย่าลืมหน้าที่สิมินโฮ

หลังจากที่ดูว้าวุ่นใจอยู่กับตัวเองสักพัก ชายแก่คนนั้นก็ออกมาพร้อมกับแก้วน้ำสองใบ เขาวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเรา

“เอาล่ะ ลุงขอถามก่อนว่าพวกเจ้ารู้เรื่องมามากน้อยเพียงใด”

“ผมรู้แค่ว่าส่วนใหญ่ที่หายตัวไปเป็นเด็กฮะ แล้วก็จะหายไปในเวลากลางคืน”

“ส่วนผมไม่รู้อะไรเลย” ผมโกหกคำโตออกไป ในระหว่างที่รอพวก GOT7 ผมก็เก็บเกี่ยวรายละเอียดมามากพอสมควร

“งั้นลุงจะอธิบายให้ตั้งแต่ต้นเลยนะ.....เรื่องมันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้ อยู่ดีๆ หมู่บ้านที่แสนจะสงบสุข ก็เกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น ในทุกๆ คืนเวลาเที่ยงคืนตรง เด็กๆ ในหมู่บ้านอย่างน้อยคืนละคน จะลุกแล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย พวกพ่อแม่มารู้ตัวอีกทีลูกก็หายไปแล้ว ส่วนที่รู้ว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนนั้นเพราะว่ามีชาวบ้านที่ยังไม่ได้นอนพบเห็นเด็กที่กำลังจะไปโดยบังเอิญ แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเด็กๆ ไปที่ไหนกันเพราะเมื่อเด็กๆ ออกพ้นจากประตูของหมู่บ้านเมื่อใด ก็จะหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีรอยเท้าเดินต่อไป มันหยุดแค่หน้าประตูหมู่บ้านทั้งนั้น”

“แล้วตอนนี้ทุกคนทำการคุ้มกันเด็กๆ ยังไงฮะ”

“เดี๋ยวนี้ในทุกๆ คืน พวกทหารจะพากันปิดประตูเมือง และล็อคอย่างแน่นหนา แต่ก็ป้องกันได้แค่วันสองวันเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเด็กๆ ก็พากันหายไปอีก ส่วนรอยเท้าของพวกเด็กๆ ก็มาหยุดอยู่แค่ทางประตูหมู่บ้านเช่นเดิม”

“ลุงฮะ นอกเหนือจากนี้พอจะมีตำนานอะไรไหมฮะ หรือไม่ก็มีเด็กที่ทางนี้จับตัวไว้ทันก่อนที่เขาจะหายไปไหม”

“มีอยู่คนหนึ่ง พ่อค้าขายขนมปังจับไว้ได้ พอพวกคนในหมู่บ้านถามก็เอาแต่บอกว่ามีคุณป้าเรียกให้ไปกินขนม.....”

“แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ไหนละฮะ”

“เธอตายแล้วล่ะ...หลังจากนั้นได้สองวันเราก็พบเธอนอนตายอยู่บนเตียงพร้อมกับฝูงแมลงวันเกาะเต็มตัวไปหมด สาเหตุการตายก็ไม่สามารถระบุได้เนื่องจากว่าตอนที่พบร่างของเด็กคนนั้นก็เน่าเปื่อยหมดแล้ว”

“........”

“พวกเจ้าต้องช่วยหมู่บ้านนี้นะ ได้โปรด”

“ผมสัญญาฮะ...ว่าจะทำให้หมู่บ้านนี้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม”

“งั้นก็อยู่ทานข้าวเย็นก่อนนะเดี๋ยวลุงทำอะไรให้กิน”

“ขอบคุณฮะ ^-^”

 

“แบม”

“ฮะพี่มินโฮ”

“มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ....ที่บอกว่าหลังจากสองวันที่ช่วยเด็กคนนั้นไว้ได้สองวันก็เห็นซากศพเน่านอนอยู่บนเตียงน่ะ....ถ้าศพจะเน่าจนแมลงวันตอมได้นั้น คนเป็นพ่อเป็นแม่จะไม่สังเกตเห็นก่อนหรอ” ผมพูดออกไปตามที่สงสัย มันก็น่าแปลกจริงๆ นะ คนเป็นพ่อแม่จะไม่ได้กลิ่นอะไรเลยรึยังไง

“อืม....งั้นรอให้พี่มาร์คมาก่อนแล้วค่อยคิดอีกทีละกันฮะ ^-^”

“.....” ไอมาร์คอย่างนั้นหรอ มันทำให้ร้องไห้ขนาดนั้นยังจะพูดถึงมันด้วยรอยยิ้มอีกนะ เด็กบ้า

“เคโระจัง...ช่วยบินไปบอกพี่มาร์คหน่อยสิว่าให้มาที่หมู่บ้านแล้วเล่ารายละเอียดให้พี่มาร์คฟังด้วยนะ”

“แล้วหนูแบมจะอยู่กับใคร”

“กับพี่มินโฮไง”

“แต่....”

“เดี๋ยวฉันดูแลแบมเอง” สัตว์เทวะตนนี้ดูจะไม่ชอบหน้าผมสักเท่าไรนัก

“ฉันไม่ไว้ใจแก”

“เคโระทำไมพูดจาแบบนี้”

“หนูแบมไว้ใจมันได้ยังไงในเมื่อเพิ่งเจอกันเองนะ”

“พี่มินโฮเป็นคนดีแบมเชื่อแบบนั้น”

“........” เชื่อใจผมอย่างนั้นหรอ

“ฮึ่ย!! ถ้าแกทำอะไรหนูแบมฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง” สัตว์เทวะตนนั้นหันมาขู่ใส่ผมก่อนจะบินออกไปทางหน้าต่าง

 

Mark Part

 

ตอนนี้เวลา 23.30 น. หลังจากที่ผมได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเคลวิน ผมก็ทิ้งคริสตัลแล้วรีบกลับมายังที่หมู่บ้านทันที โดยไม่ฟังคำเตือนของคริสตัลแม้แต่นิด จะให้มัวแต่ไปฟังคำทำนายยัยนั้นก็บ้าละ ในเมื่อคนที่อยู่กับแบมแบมตอนนี้ เคลวินบอกว่ามันเป็นผู้พิทักษ์กาลเวลา แผนบ้าแผนบออะไรนั่นเป็นอันยกเลิกไป

“......งื่ออ.....” แบมแบมนอนอยู่บนตัวเคลวินในร่างเทวะ

“............” ผมหันไปมองไอมินโฮที่ตอนนี้มันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ใกล้ๆ กับแบมแบม

“มีอะไร” มันเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมาถามผม

“มึงจะทำอะไร”

“....ทำไมถึงถามแบบนั่นล่ะ”

“ฉันไม่ใช่แบมที่จะดูไม่ออกว่าแกเป็นใคร”

“......อยากรู้จริงๆ หรอ องค์ชายมาร์ค”

“มึงต้องการอะไร ไอเทาส่งมึงมาทำไม”

“..........” มันหันไปมองแบมแว้บหนึ่งก่อนที่จะหันมาคุยกับผม

“มึงตอบกูมา”

“ก็ไม่มีอะไรมาก ท่านเทาแค่สั่งให้ฆ่า GOT7 ก็แค่นั้น ^-^”

“หึ...มึงจะฆ่ากูว่างั้น”

“ฉันฆ่านายแน่องค์ชายมาร์ค แต่สำหรับแบมแบม....ฉันขอเก็บไว้ละกัน”

“..........” ผมได้แต่กำมือแน่นระบายความโกรธไว้แค่นั้น ไปโปรยเสน่ห์เรี่ยลาดอีกแล้วนะแบมแบม

“เด็กคนนี้น่ารักดีนะ น่ารักจนฉันฆ่าไม่ลงเลยล่ะ”

“ถ้ามึงแตะแบมแม้แต่ปลายเล็บกูฆ่ามึงแน่”

“มึง.....”

“ท่านมาร์คครับ คลื่นพลังปีศาจ”

“..........” ผมรีบลุกจากที่นั่งแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างของบ้าน เมื่อมองออกไปข้างนอกก็พบกับม่านพลังที่ว่านั่น ที่น่าแปลกคือ ม่านพลังมันกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่มีแหล่งกำเนิดชัดเจน

“หมู่บ้านนี้ชักไม่น่าไว้ใจแล้วสิ” ผมพูดออกมาอย่างที่ใจคิด

“งื่อออ....ฮื่อออ...พี่มาร์ค” ผมหันไปตามเสียงเรียกก็พบแบมๆ นอนส่ายไปมา ใบหน้านิ่วคิ้วขมวด มีเหงื่อไหลออกมาท่วมตัว

“แบม!!!” ผมรีบวิ่งเข้าไปประคองแบมไว้ทันที เมื่ออยู่ดีๆ แบมก็บิดตัวไปมาด้วยความทรมาน

“ชะ...ช่วย...ฮืออออ....พี่มาร์ค.....อึกกก” แบมปัดป่ายมือไปทั่วร่างของตนเองเหมือนปัดอะไรออกจากตัว

“แบม!! ....ตื่นสิแบม” ผมเขย่าตัวแบมแรงขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

“ท่านมาร์คที่ร่างหนูแบมมีม่านพลังความมืด” เคลวิลพูดออกมา

“ปล่อย...อื้อออ.....อึกก....พะ...พี่มาร์ค....อ๊ากกกกกกกกกกก” แบมแบมหวีดร้องออกมาสุดเสียง แต่ที่ทำให้ผมตกใจไม่ใช่แบมร้องออกมาแบบนั้น แต่ที่จมูกและปากของแบมกำลังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“นี้เรื่องบ้าอะไรวะ!!!!”

“ท่านมาร์คมีเด็กเดินออกมาจากบ้านแล้วครับ” เซเรโนบอกผม

“เซเรโนเคลวินไปขวางเด็กคนนั้นไว้ ช่วยเด็กให้ได้ฉันจะดูแลแบม”

“ครับ/ครับ”

“แบม....ตื่นสิแบม” ผมเอาผ้ามาเช็ดที่ใบหน้าที่เปื้อนเลือดของร่างเล็ก ตอนนี้เลือดหยุดไหลแล้ว แบมแบมก็สงบลงแล้วด้วยไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น

“..............”

“ฝีมือของมึงรึเปล่า” ผมถามไอคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ

“บอกแล้วไงว่าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้น่ะ” ผมมองหน้ามัน ต้องพบกับแววตาที่ห่วงใยของมันส่งมาให้แบมแบม

“แล้ว.....แบม!!!” ผมยังไม่ทันถามไอมินโฮ แบมแบมก็เริ่มกระตุอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูจะรุนแรงมากกว่าครั้งที่แล้ว

“กะ....กรัท.....กรัทโทนี.....” แบมแบมพูดออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า

“กรัทโทนีหรอ” ไอมินโฮมันอุทานขึ้นมา

“ใครคือกรัทโทนี” ผมหันไปถามมัน ผมกอดร่างแบมแบมไว้แน่น ตอนนี้ในหัวใจของผมมันสั่นไหวจนรับรู้ได้ถึงอากาศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเพราะอารมณ์ของผม

“....ก็แบมพูดขึ้นเมื่อกี้ไง”

“.....ตื่นขึ้นมานะคนดี” ผมไม่สนใจคำตอบของไอบ้านั่น ผมหันไปพูดกับแบมแบมที่นอนตัวเกร็งอยู่ในอ้อมกอดของผม

“ท่านมาร์คครับ...” เคลวินเรียกผม

“เด็กปลอดภัยไหมเคลวิน”

“...เด็กคนนั้นตายแล้วครับ...อยู่ดีๆ ก็มีฝูงแมลงวันบินออกมาจากร่างของเด็กคนนั้น...ร่างของเด็กคนนั้นสลายไปในทันทีเลยครับ”

“............พี่ควรทำยังไงดีแบม” ผมก้มลงไปสูดความหอมจากศีรษะเล็กนั้นหวังต้องการกำลังใจ ผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว

“ท่านมาร์คทำไมรอบๆ ร่างหนูแบมมีม่านพลังความมืดหนาแน่นแบบนี้ล่ะ”

“ฉันไม่รู้เคลวิน ฉันไม่รู้”

“เคลวินนายใช้พลังนายส่งท่านมาร์คไปในความฝันหนูแบมสิ นายเป็นสัตว์เทวะที่เชื่อมต่อกับโลกแห่งนิมิตรได้นี่” เซเลโนพูดกับเคลวิน

“เคลวินฉันจะไปช่วยแบม” ผลลืมไปได้ยังไงว่าเคลวินมันสามารถทำแบบนั้นได้

“......ผมฝากท่านมาร์คดูแลหนูแบมด้วยนะครับ ปกป้องดวงใจไว้ให้ได้” ผมพยักหน้าให้เคลวิน

เคลวินกลางปีกของตนเองออก ในตอนนี้เคลวินอยู่ในร่างเทวะ ผมกับแบมแบมอยู่ในวงแหวนเวทย์ของเคลวิน ในตอนนี้ทั้งห้องต้องอยู่ในแสงสีขาวสว่างจ้า ผมรู้สึกตัวเบาก่อนที่จะรู้สึกว่าในอ้อมกอดของผมมันไม่มีร่างเล็กอยู่แล้ว ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็พบกับ ห้องโถงใหญ่ที่มีแต่ซากเน่า ของศพ ศพ ศพเด็กในหมู่บ้านนี่หว่า

ผมกวาดตาไปทั่วทุกมุมห้องก็เจอแต่ซากศพที่ตอนนี้เหม็นเน่าไปทั่ว ผมไม่เห็นตัวแบมแบมเลย

 

ขวับ!! ตู้มมมมมมมมมม

 

“อั่ก!! ....ไอเลว” ผมหันไปมองสิ่งมีชีวิตตนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากผมมากนัก การโจมตีเมื่อกี้ผมหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ถือว่าโดนไปเต็มๆ เหมือนกัน เมื่อมองดูดีๆ ผมก็เห็นร่างนั่นได้อย่างชัดเจน ผู้หญิงร่างท้วมใหญ่ ใส่ชุดสีเนื้ออมส้ม ในมือของมันมีลูกตุ้มอยู่ นั่นคงเป็นอาวุธที่โจมตีผมเมื่อกี้สินะ

“พ่อหนุ่มน้อย เจ้าอยากเล่นสนุกกับข้าก่อนที่จะเป็นอาหารข้าไหมล่ะ”

“แกคือกรัทโทนีหรอ”

“ในร่างนี้น่ะใช้ ข้าคือกรัทโทนี”

“....แบมแบมอยู่ไหน บอกมา!!!” ผมเสกดาบของผมออกมา เป็นผู้หญิงผมก็ไม่สนหรอกกล้ามาทำร้ายแบมแบมผมฆ่าหมดแน่

“คิคิคิ หนุ่มน้อยคนนั้นเป็นคนรักของเจ้ารึ....อย่างนี้ก็สนุกสิให้มันได้เห็นคนรักของมันถูกข้ากินต่อหน้าต่อตา คิคิ”

“ในเมื่อไม่บอกกันดีๆ ต่อให้เป็นผู้หญิงฉันก็ไม่ไว้หน้าหรอกนะ”

“หึหึหึ” ยัยนั่นผายมืออกไปด้านข้างพร้อมกับมีลูกกรงเหล็กขนาดใหญ่ออกมาพร้อมกับร่างๆ หนึ่งที่อยู่ในกรงด้วยสภาพที่ทำหัวใจผมกระตุกวูบ แบมแบมมีเลือดอาบท่วมตัว

“มึง...ย๊า!!!!” ผมพุ่งเข้าไปหวังจะโจมตีมัน แต่มันก็ป้องกันเมื่อลูกตุ้มของมันมาปะทะรับดาบของผมไว้

“คิคิคิ เจ้าแข็งแรงดีนี่”

ผมปัดลูกตุ้มมันออก ผมยกดาบขึ้นแล้วร่ายมนต์เรียกสายลมทั้งหมดมารวมพลังไว้ที่ดาบแล้วฟาดมันลงไปที่มัน

 

ตู้มมมมมมมมมม!!!!!

 

“แฮ่กๆ ....แบม” ผมยืนหอบอยู่กับที่ สายตาก็กวาดหาร่างบางที่น่าจะอยู่ในกลุ่มหมอกควันนั้น ดาบของผมมันหนักมากกว่าดาบปกติอยู่แล้วการใช้พลังเมื่อกี้ก็มากพอที่จะสูบเอาแรงทั้งหมดของผมออกไป

“พะ...พี่มาร์ค.....ระวัง”

“หือ....อ๊อก!!!!” ผมที่ไม่ทันได้ระวังตัวก็ถูกโจมตีอีกครั้ง ลูกตุ้มลูกใหญ่นั้นฟาดเข้ามาใส่ที่กลางลำตัวของผมอย่างเต็มแรง

ผมที่ตอนนี้จุกจนไม่มีแรงจะลุกขึ้นยืนถูกลูกตุ้มนั้นกระหน่ำฟาดลงมาไม่ยั้งมือ เจ็บ เจ็บไปถึงกระดูกเลย ตอนนี้ดวงตาของผมเริ่มพร่า เพราะเลือดที่ออกมาจากหัวไหลลงมาสู่ดวงตาของผม ผมปล่อยพลังออกมาจากแล้วปัดลูกตุ้มนั้นออกไป แม้พลังจะเริ่มน้อยแล้วก็ตาม แต่ยังพอโต้ตอบได้บ้าง

ผมพยุงให้ตัวเองลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มลงไปอีกครั้ง ผมมองไปยังกรัทโทนี ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ กรงที่ขังแบมไว้ มันค่อยๆ เดินมาหาผม ผมพยายามที่จะใช้พลังสู้กับมันอีกครั้ง

 

“อ๊ากกกกกกกกกกก”

 

ผมร้องออกมาสุดเสียง เมื่ออยู่ดีๆ ลูกตุ้มนั้นก็กลายเป็นโซ่ที่มีปลายแหลมคม โซ่เส้นนั้นมันพุ่งเข้ามาที่แขนของผมทั้งสองข้างแล้วทิ่มทะลุแขนผมไป ตอนนี้ร่างของผมถูกตรึงไว้กับผนังห้อง

“ฮือออ...พี่มาร์ค....ปะ...ปล่อยพี่มาร์คนะ” แบมแบมร้องไห้ออกมา ผมเห็นน้องพยายามพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้น สภาพน้องมีบาดแผลอยู่เต็มตัว

“คิคิคิ เลือดของคนรักเจ้ามันช่างหอมหวานยิ่งนัก ดวงจิตศักสิทธิ์ ข้าชักอยากจะลิ้มลองมันแล้วสิ”

“อย่า....ฮืออ...อย่า...ทำพี่มาร์ค....ฮึกกก”

“แบม...” อย่าร้องไห้นะคนดี ผมที่พยายามจะขยับตัว แต่มันก็ขยับไม่ได้เมื่อแขนถูกตรึงไว้ทั้งสองข้าง มันคงมีทางเดียวสินะ

“......ย๊ากกกก” ผมกระชากแขนตัวเองออกมาจนโซ่ขาด มันส่งผลให้แขนของผมเกิดแผลขนาดใหญ่เลือดไหลออกมามากขึ้นกว่าเดิม กรัทโทนีหันมามองผมอย่างตกใจ มันคงไม่คิดว่าผมจะบ้าขนาดกระชากแขนตัวเองออกมาสินะ เพื่อช่วยคนที่ผมรักต่อให้ต้องตัดแขนทิ้งผมก็ยอม

ผมพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายขว้างดาบไปที่กรัทโทนี ซึ่งมันก็ได้ผลดาบของผมแทงเข้ากลางท้องของมัน

“กรี๊ดดดด.....แก....” โซ่ที่ขาดเมื่อสักครู่บัดนี้กลับมาประสานต่อกันจนสมบูรณ์แล้วพุ่งตรงมาที่กลางท้องของผม ผมไม่มีแรงที่จะหลบแล้วล่ะ โซ่เส้นนั้นแทงทะลุท้องของผมไป

“ไม่!!! ......พี่มาร์ค....ฮือออออ” ผมได้ยินเสียงของแบมแบมร้องในตอนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติของผมมันจะดับวูบลงไป

 

............................................................................

 

 

sds

​มินโฮ

หัวหน้าหน่วยลอบสังหารของผู้พิทักษ์กาลเวลา

เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด มีทัศนคติต่างกันสุดคั่วกับคนอื่นในกลุ่ม

สามารถล่องหนได้ ถนัดการใช้มีดสั้นที่สุด

หลงรักแบมแบมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น