คัดลอกลิงก์เเล้ว

บันทึกของคนอ่อนแอ

โดย Gripen

เรื่องราวชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งและน้องสาวของเขา

ยอดวิวรวม

4

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


4

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ส.ค. 63 / 03:13 น.
นิยาย ѹ֡ͧ͹ บันทึกของคนอ่อนแอ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องสั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องสั่นเรื่องแรกของผู้เขียน ซึ่งอาจจะมีข้อผิดพลาดมากมาย ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

เรื่องราวได้ถูกเล่าผ่านชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่าดีม ซึ่งชีวิตของเขานั้นก็ไม่ได้สวยหรูและราบรื่นอะไร ชีวิตของดีมนั้นก็เป็นเหมือนกับหลายๆคนที่มีปัญหามากมายถาโถมเข้ามา 
แต่ทว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของดีมนั้นทำให้ดีมได้รู้ว่า ความอดทนของคนเรานั้นมันมีไม่เท่ากัน

ขอขอบคุณผู้ที่เข้ามาอ่านทุกคน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ส.ค. 63 / 03:13


“คนอ่อนแอมักจะปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเองไม่ได้”

นี่เป็นสิ่งที่ฉันได้ยินมาตั้งแต่ที่ฉันยังเด็ก จนกระทั้งฉันโตและฉันก็ได้รับรู้แล้วว่า คำพูดคำนี้นั้น มันคือสิ่งที่ถูกต้องมากหรับสิ่งที่ฉันต้องเจอ

 

ฉันชื่อว่าดีม ฉันเป็นเพียงแค่เด็กชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ออกไปเล่นกับเพื่อนเพื่อหาความสุขไปวันๆ ครอบครัวของฉันนั้นเป็นเหมือนกับครอบครัวทั่วๆไป ฉันมีพ่อมีแม่และอีกไม่นานฉันก็จะได้มีน้อง ซึ่งฉันตื่นเต้นมากๆเกี่ยวกับเรื่องนี้

ตัวฉันนั้นอยากจะได้น้องชายเพราะฉันจะได้มีเพื่อนเล่นในตอนที่ฉันอยู่ที่บ้าน จริงๆจะเป็นน้องสาวหรือน้องชายก็ได้ทั้งนั้นแหละ

 

และแล้วเวลาก็ผ่านไปได้ซักพัก ในที่สุดน้องของฉันก็ได้ลืมตาดูโลกซักที

ฉันได้น้องสาว เธอดูน่ารักมากๆ เอาจริงๆฉันเองก็รู้สึกผิดหวังหน่อยๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากที่ฉันได้โอบอุ้มเธอครั้งแรก ฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอเป็นอย่างมาก

แม่ของฉันได้ตั้งชื่อให้เธอว่ามิน ฉันว่ามันเป็นชื่อที่ดีนะ แต่คนอื่นๆเขาตั้งชื่อนี้ให้ลูกของตัวเองเยอะแล้วมันจึงดูเป็นชื่อที่ไม่แปลกใหม่อะไร

 

หลังจากที่แม่คลอดมินออกมา นี่ก็ผ่านมาได้ซักพักแล้ว ครอบครัวของเรายังคงเป็นเหมือนเดิมแต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมนั้นคือ ฉันไม่สามารถออกไปเล่นได้เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากแม่ของฉันต้องไปทำงาน พ่อเองก็เช่นกัน ฉันจึงเป็นคนที่จะต้องคอยดูแลน้อง ซึ่งนั้นมันทำให้ฉันไม่พอใจนิดหน่อย

ฉันดูแลมินจนกระทั้งเธอออกไปเล่นกับฉันได้ แต่เพราะเธอเป็นเด็กที่ตัวเล็ก ฉันจึงต้องดูแลเธอต่อไป

 

หลังจากนั้นไม่นาน ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ครอบครัวของฉันนั้นเริ่มที่จะมีปัญหา พ่อของฉันนั้นเป็นคนที่ติดเหล่าเอามากๆซึ่งนั้นมันทำให้แม่ของฉันไม่พอใจ ทั้งสองคนเริ่มที่จะมีปากเสียงกัน ในตอนนี้ฉันทำได้เพียงแค่พาน้องออกไปให้ห่างๆจากทั้งสองคน

และแล้วครอบครัวของเราก็ได้แตกสะลาย 

ฉันและน้องถูกคนพ่อพาตัวมาด้วย พวกเราอยู่ด้วยกันสามคนซึ่งการที่พ่อเลิกกับแม่นั้น มันทำให้ฉันถูกพวกเพื่อนๆล้อว่า “ไอ้ลูกไม่มีแม่”

พวกเราย้ายมาอยู่กับคุณย่า คุณย่านั้นรักฉันกับมินมาก ถึงแม้ว่าบ้านของคุณย่าจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรแล้วก็คุณย่าไม่ได้มีเงินมากด้วย ถึงแม้ว่าพวกเราจะจน แต่พวกเราก็อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

ในขณะที่พวกเราอยู่กับคุณย่านั้น พ่อของพวกเราก็ได้ออกไปหาเงินที่ต่างจังหวัด

และแล้วพ่อของฉันก็ได้กลับมาพร้อมกับข่าวดีที่มันจะกลายมาเป็นฝันร้ายสำหรับฉันและมิน

พ่อของฉันได้แต่งงานใหม่และพวกเราต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน ฉันบอกตามตรงว่า

“ไม่อยากไปเลยซักนิด” 

หลังจากที่พวกเราย้ายมาอยู่ในครอบครัวใหม่ ที่นี่มีแต่ความกดดันอันหนักอึ้ง

มินอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะว่าเธอยังเด็กแต่สำหรับฉัน ที่นี่นั้น มันคือนรก

พ่อของฉันนั้นไม่ถูกกับคนในครอบครัวใหม่ อะ ลืมบอกไป แม่ใหม่ของฉันนั้นก็มีพวกลูกๆติดมาเหมือนกันและมีสองคนด้วย

ฉันได้มีพี่ชายและพี่สาว แต่บอกตามตรง ฉันไม่ชอบพวกเขาเลย

 

ฉันอยู่ที่บ้านหลังใหม่ได้ไม่ถึงหนึ่งปี หลังจากนั้นฉันก็ได้ย้ายไปอยู่กับคุณย่าของฉันโดยทิ้งน้องสาวของฉันเอาไว้ที่นั่น

“และนี่คือสิ่งที่ฉันได้ทำผิดพลาดที่สุดไป”

 

ฉันได้มาอยู่กับคุณย่า ซึ่งฉันขอยอมรับเลยว่ามันลำบากมาก ฉันต้องไปทำงานพิเศษตั้งแต่ที่ฉันยังเด็กเพื่อหาเงินค้าขนม ซึ้งฉันคิดว่านี่มันลำบากมากเมื่อเทียบกับน้องสาวของฉันที่ได้เงินค้าขนมจากพ่อแม่

แต่หลังจากที่ฉันโต ฉันก็ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของคำๆนี้

“ลำบากกายแต่สุขใจนั้นย่อมดีกว่าสุขกายแต่ลำบากใจ”

ตัวฉันนั้นได้รับกำลังใจมาจากคนในครอบครัวจริงๆ แตกต่างจากน้องสาวของฉัน มินนั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้า

มินจะมาหาฉันปีละครั้ง ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอดูเป็นเด็กที่ร่าเริงดี แต่ฉันนั้นไม่ได้สังเกตเลยซักนิดว่าสิงที่ฉันเห็นนั้น มันไม่ใช่เรื่องจริง

 

ฉันไม่ได้เจอมินอีกเลย หลังจากที่เธอมาเล่นกับฉันในช่วงฤดูร้อน ตอนนั้นฉันอยู่ชั้นมัธยมต้นแต่ตอนนี้ฉันได้เรียนจบไปเป็นที่เรียบร้อย

พ่อของฉันได้เรียกให้ฉันไปทำงานอยู่ที่นั่น ฉันก็ไม่ได้อยากจะอวยตัวเองหรอกนะ แต่ว่าฉันนั้นซ้องรถเก่งมากๆ

หลังจากที่ฉันไปถึงบ้านหลังนั้นได้ไม่นาน บอกตามตรง

“โคตรแย่เลย”

บรรยากาศภายในบ้านนั้นมันเหมือนกับหลุมเพลาะในสงคราม

น้องสาวของฉันนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะยิ้มแต่สิ่งที่ฉันเห็นนั้นมันมีเพียงแค่ความทุกข์ทรมารใจ

คนที่บ้านนั้นไม่ได้เป็นมิตรกับฉันเลยซักนิด

ฉันได้หางานทำและได้ออกมาเช่าห้องเล็กๆอยู่ ซึ่งฉันคิดว่าที่นี่มันดีกว่าในบ้านหลังใหญ่ๆนั่นเยอะเลย

แรกๆมินก็ได้มาเล่นที่ห้องฉันบ่อยๆ ฉันคิดว่ามินคงจะเห็นห้องเช่าเล็กๆนี่เป็นสถานที่หลบภัย ฉันมักจะทำอาหารให้มิสังเกตทาน ซึงมันไม่ได้อร่อยอะไรแต่มิดกลับทานมันจนหมดแล้วพูดกับฉันว่า

“มันก็อร่อยอยู่นะคะพี่ แต่หนูคิดว่าพี่ควรจะลดเกลือลงหน่อยจะดีกว่า”

ฉันทำได้เพียงแค่พูดว่า

“จ้าๆ”

แล้วทำตามที่มินบอก แต่บอกตามตรงว่าการที่มีคนทานอาหารฝีมือเรานั้นมันทำให้เรามีความสุขแปลกๆนะ

ฉันได้สังเกตอยู่ซักพัก มินนั้นไม่ทานอาหารที่บ้านหลังใหญ่เลย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอาหารที่อร่อยมากก็ตาม

“เอาตามจริง ฉันก็เข้าใจความรู้สึกของมินอยู่นะ”

มินเริ่มที่จะมาอยู่กับฉันมากขึ้น เธอเริ่มที่จะไม่กลับบ้านและนอนที่ห้องเช่าเล็กๆนี่

เนื่องจากมินนั้นเป็นเด็กเก็บกด ฉันจึงต้องหาทางพาเธอไปปลดปล่อยอารมณ์บ้าง ฉันได้พามินไปเล่นเกมที่ร้านอีกเตอร์เน็ตใกล้ๆกับบ้าน เธอดูมีความสุขมากในตอนที่อยู่ในโลกของอีกเตอร์เน็ต

มินได้แสดงอารมณ์ต่างออกมาให้ฉันได้เห็น บอกตามตรงว่าเธอดูน่ารักมาก

ฉันกับมินได้ศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมและคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั้นมันทำให้ฉันได้รับความรู้ใหม่ๆที่ฉันไม่เคยได้เรียนและฉันก็ได้ไปเรียนรู้เรื่องระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม

ตัวฉันนั้นเป็นคนที่เก็บเงินไม่ค่อยเป็น ต่างจากมินที่บริหารจัดการเรื่องเงินได้อยู่หมัด

“ฉันจะเก็บเงินซื้อบ้านหลังเล็กๆซักหลัง จากนั้นฉันก็จะสร้างห้องคอมที่ดูหลูหลา พอถึงวันหยุดฉันก็จะหมกตัวเล่นเกมทั้งวัน นี่ละความฝันของฉัน”

ฉันได้พูดแบบนั้นในตอนที่ฉันกำลังนั่งนับเงินกับมิน

เธอหัวเราะให้กับคำพูดของฉัน ซึ่งนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกอายแล้วก็ดีใจไปในเวลาเดียวกัน

มินได้พูดกับฉันว่า

“ถ้าพี่ซื้อบ้านได้ หนูขอไปอยู่ด้วยได้มั้ย?”

“แน่นอน แค่น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้สบายๆ”

และนี่คือสัญญาที่พวกเราสองพี่น้องได้สร้างขึ้น

พวกเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเลื่อยๆจนกระทั่ง

“ถ้าแกไม่กลับบ้าน แกก็ไม่ต้องมาเป็นลูกของฉัน”

พ่อได้มาที่ห้องเช่าและได้พูดกับมินด้วยคำพูดที่รุนแรง ฉันนั้นทำได้เพียงแค่ยืนมองเหมือนกับแต่ก่อน

มินยังไม่สามารถออกมาจากการดูแลของพ่อได้เนื่องจากมินยังอยู่ในช่วงวัยเรียน

ลำพังเงินเดือนฉันจะไปมีปัญญาดูแลมินได้ยังไง

หลังจากนั้นพวกเราสองพี่น้องต้องแยกจากกันอีกครั้ง

ฉันได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิมซึ่งฉันต้องย้ายที่อยู่ไปอยู่ในเมืองกรุง ฉันทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวให้กับตัวเอง

จนกระทั้ง

“หัวหน้าคะ มีสายมาถึงคุณค่ะ”

พนักงานบริษัทคนหนึ่งได้เดินมาหาฉันพร้อมกับโทรศัพท์

ฉันได้รับเอาโทรศัพท์นั้นมาเพื่อที่จะคุยกับคนในสาย

สิ่งแรกที่ฉันได้ยินนั้นเป็นเสียงร้องไห้ของชายวัยกลางคน เสียงของชายคนนั้นมันเป็นเสียงของคนที่ฉันรู้จักดี

คำพูดแรกของเขานั้นทำให้ฉันแทบจะถือโทรศัพท์ไม่อยู่

คำๆนั้นคือ

“มินตายแล้ว เธอฆ่าตัวตาย ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วย”

ฉันวางโทรศัพท์ลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ความมืดได้เข้าปกคลุมสติของฉัน

“ทั้งหมดมันเป็นความผิดของคนๆนั้น”

นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันรู้

 

หลังจากนั้นฉันก็ได้ไปร่วมงานศพของมิน ฉันได้มีรู้เหตุผลการฆ่าตัวตายของมินหลังจากที่ฉันมาถึงบ้านที่เหมือนกับนรก

มินอยู่ที่นี่ด้วยความทรมาร เธอเป็นโรคซึมเศร้าและเริ่มที่จะเก็บตัว และจากนั้นเธอก็ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองโดยการแขวนคอ

มินต้องการที่จะให้เผาศพตัวเองหลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว

ฉันได้ยืนมองควันไฟสีดำที่โพยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับนึกภาพที่พวกเราสองพี่น้องได้อยู่ด้วยกัน

 

หลังจากที่พวกเราจัดพิธีอะไรกันเสร็จ ฉันก็ได้เดินไปหาชายผู้มีศักดิ์เป็นพ่อของฉัน 

“ผมจะพามินไปอยู่ด้วย แบบนั้นน่าจะดีกับตัวมินมากกว่า”

ฉันหยิบเอาโหลอัฐิของมินขึ้นมา

ก่อนที่จะจากคนๆนี่ไปนั้น ฉันได้พูดคำพูดที่ฉันอยากจะพูดมากที่สุดออกมา

“พอใจคุณหรือยัง”

ในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปขึ้นรถนั้น ก็ได้มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม

“พี่ใช่พี่ดีมหรือเปล่าคะ?”

“ใช่”

เด็กสาวได้เอาจดหมายยื่นมาให้ผมพร้อมกับพูดว่า

“มินฝากมาให้พี่”

ผมรับเอาจดหมายนั่นเอาไว้ก่อนจะขึ้นไปบนรถ ผมค่อยๆเปิดจดหมายขึ้นมาอ่านดู

“ในตอนที่หนูยังเด็ก พี่มักจะอยู่เคียงข้างหนูเสมอ ไม่ว่าหนูจะเป็นเด็กขี้แยขนาดไหน พี่ก็จะคอยเอาใจใส่หนูอยู่เสมอ ในตอนที่หนูรู้สึกทรมารและหมดหนทาง พี่ก็มักจะหาหนทางใหม่ๆให้หนูอยู่เสมอ เกมที่พวกเราเล่นด้วยกัน หนูสนุกมากเลยละ อยากจะเล่นมันอีกจัง สุดท้ายนี้ หนูคงจะพูดได้เพียงแค่ว่า ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำให้หนูนะคะ แล้วก็ขอโทษที่หนูไม่สามารถไปอยู่กับพี่ได้ หนูรักพี่นะ”

หยดน้ำตาได้ค่อยๆหยดลงไปที่กระดาษจดหมาย ฉันพยายามที่จะอดกลั้นมันเอาไว้ แต่สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้

“พี่ของโทษ”

นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ ผมมันอ่อนแอ อ่อนแอขนาดที่ว่าผมไม่สามารถปกป้องน้องสาวเพียงคนเดียวของผมได้

“ไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ”

ผมได้วางจดหมายเอาไว้ข้างๆโหลอัฐิก่อนจะออกรถและขับจากไป จากนรกแห่งนี้ไปตลอดการ

 

ภายในห้องที่เต็มไปด้วยกล้องและแสงไฟ ที่ตรงกลางห้องนั้น ได้มีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ หญิงสาวได้พูดขึ้นมา

“วันนี้ เราก็ได้อยู่กับชายผู้ที่เขียนหนังสือที่ได้รับความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง คุณดีมนั่งเอง คือดิฉันอยากจะทราบว่าคุณดีมมีแรงบันดาลใจอะไร ถึงได้เขียนผลงานที่สุดยอดถึงขนาดที่ว่าเรียกน้ำตามผู้อ่านได้ขนาดนี้ออกมากันคะ”

หลังจากที่ชายหนุ่มได้ฟังคำถาม ชายหนุ่มก็เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ชวนให้คิดถึงและบางอย่างที่สำคัญมากๆ

ชายหนุ่มได้ยิ้มออกมาก่อนจะตอบสั้นๆไปว่า

“คือ มันไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะเหล่าเรื่องราวของคนอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

ผลงานอื่นๆ ของ Gripen

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น