คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ภารตฺเทวะ

ตอนที่ 3 : ตติยบท


     อัพเดท 6 ต.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อื่น ๆ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : คุณสี่ตา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุณสี่ตา
My.iD: https://my.dek-d.com/oommcrnid
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 250 Overall : 5,429
1 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ภารตฺเทวะ ตอนที่ 3 : ตติยบท , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4246 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กำเนิดพระขันธกุมาร

เหล่าทวยเทพได้ไปเฝ้าพระศิวะเพื่อทูลขอโอรสให้ปราบตารกสูร แต่ไม่ต้องการให้เกิดโดยตรงเพราะเกรงว่าจะมีอำนาจมากเกินไป พระศิวะจึงนำน้ำเชื้อเคลื่อนสู่แผ่นดิน พระอัคนีนั้นได้กลืนน้ำเชื้อไว้แต่ไม่สามารถทนได้นานนัก พระศิวะจึงแนะว่าให้ไปใส่ในร่างของผู้ที่มาอาบน้ำในเช้าเดือนมาฆะ พระอัคนีจึงปล่อยน้ำเชื้อนั้นใส่รูขุมขนแห่งนางพราหมณีทั้ง6 นางพรหมณีไม่อาจทนความร้อนได้จึงปล่อยที่ขุนเขาหิมาลัย เขาหิมาลัยนั้นไม่อาจทนความร้อนได้ก็สะบัดสู่แม่น้ำคงคา โดยลอยติดดงอ้อบังเกิดกุมารนามว่า ขันธกุมาร ( มุรกัณสวามี ) พระอัคนีมาพบจึงมอบหอกไว้ให้พระกุมารเอาหอกไปตีภูเขาเล่น เทวราชอินทราผ่านมาเห็นจึงเข้าสู้กับพระกุมารพระอิทร์ใช้วัชระฟาดใส่ร่างกุมารจนแยกออกเป็น3ภาคนามว่าศาข วิศาขะ ไนคมเข้าสู้กับพระขันธกุมารจนพ่ายแพ้ ต่อมานางกฤติกาผ่านมาพบก็แย่งกันให้นม พระกุมารจึงบันดาลให้มี6พักตร์ เนื่องด้วยพระขันธกุมารมีนางกฤติกาเป็นมารดาจึงมีนามว่า กรรติเกยะ ต่อมาพระประชาบดีได้พาพระกุมารไปที่เทวสมาคม พระศิวะจึงถามว่ากุมารนี้เป็นบุตรผู้ใดสุริยเทพและจันทรเทพซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดจึงกราบทูลว่า นี่เป็นศิวโอรส พระกรรติเกยะจึงได้นามว่า สกันทกุมารหลังจากนั้นทวยเทพได้มอบอาวุธให้กับพระกุมารโดยพระวิษณุมอบมงกุฎ จักร วิชัยมาลาและมยุราพาหนะ พระศิวะมอบตรีศูล ขวานและปาศุปัต พระแม่ปารวตีมอบหอก พระพรหมมอบพระเวท สายยัชโญปวีต หม้อกมัณฑลุและธนูพรหมมาสตร์ พระอินทร์มอบวัชระและช้าง พระสุริยะมอบราชรถและเสื้อเกราะ พญาครุฑมอบจิตรวาหนะ อรุณเทพมอบไก่ตามรจูฑะ พระพฤหัสบดีอบพรให้มีชัยชนะ พระยมมอบตะบอง จากนั้นพระศิวะได้สร้างเมืองโรหิตกให้กับสกันทกุมาร จากนั้นจึงได้นำทัพเทวดาไปปราบตารกสูร หลังจากนั้นก็วิวาห์กับนางเทวเสนาหรือนางเกามารี( แปลว่า กองทัพเทวดา บุตรีพระประชาบดี )
 

* คัมภีร์มหาภารตะและรามายณะกล่าวว่า ครั้งหนึ่งพระศิวะหัวหน้าคณะเทวดาได้เข้าสู่ตบะ อสูรต่างพากันเข้ายึดสวรรค์และขับไล่เทวดา วันหนึ่งพระอินทร์ไปในป่า พบปีศาจเกสินกำลังปลุกปล้ำนางเทวเสนาอยู่ พระอินทร์จึงขับไล่ไป นางเทวเสนาขอให้พระอินทร์ช่วยหาสวามีเพื่อปกป้องนาง พระอินทร์ก็รับปากแล้วไปกราบทูลพระพรหม พระพรหมนั้นจึงพินิจว่า สวามีของนางนั้นจะมีเชื้อสายจากพระรุทร ( พระอัคนี ) พระอินทร์ได้จัดพิธีบูชาไฟเมื่อพระอัคนีออกมารับของเซ่นไหว้ ก็บังเกิดความรักต่อนางพราหมณี แต่หักห้ามใจแล้วไปหลบในป่า นางสวาหะ ( ลูกสาวทักษะมุนี ) ซึ่งมีความรักกับพระอัคนีอยู่แล้วจึงแปลงกายเป็นนางพราหมณีทั้ง6 ( ไม่อาจแปลงกายเป็นนางอรุณธาตรี ชายาฤาษีวสิษฐ์ได้เพราะนางมีความซื่อสัตย์ต่อสวามี ) เข้าสมสู่กับพระอัคนีจนบังเกิดไข่6ฟอง นางสวาหะนำไข่นั้นไปลอยนแม่น้ำคงคาจนบังเกิดพระกุมารนามว่า พระขันธกุมาร ต่อมาพระประชาบดีได้พาพระกุมารไปเฝ้าพระศิวะจึงได้นามว่า สกันทะ หลังจากนั้นก็ได้ปราบอสูรจนหมดสิ้นแล้ววิวาห์กับนางเทวเสนา ส่วนนางพราหมณีโดนฤาษีขับไล่เพราะคิดว่ามีชู้ จึงขอไปอาศัยในสวรรค์ พระขันธกุมารจึงให้นางพราหมณีทั้ง6เป็นนางกฤติกา พระขันธกุมารจึงมีนามว่า กรรติเกยะ 


กำเนิดพระพิฆเนศวร

นางชยาและนางวิชยาได้ทูลแนะนำพระแม่ปารวตีว่าถึงแม้ว่าพระนางจะมีนนทิ ภฤงคินแต่นั่นหาใช่บริวารที่แท้จริงไม่ พระนางควรที่จะมีบริวารเป็นของพระนางเอง เมื่อพระนางสรงน้ำพระนางได้นำเหงื่อไคลมาปั้นและบันดาลให้เกิดเทวบุรุษขึ้นมานามว่า คเณศ ( คณปติ ) รับสั่งให้เฝ้าประตูวิมาน พระศิวะจะมาหาพระแม่ปารวตีแต่คเณศขวางไว้ พระศิวะจึงส่งคณะศิวะสาวกมาสู้แต่ก็พ่ายแพ้ พระศิวะนำคณะเทวดามาสู้รบมีอาทิพระวิษณุ สกันทกุมาร พระพรหม พระอินทร์ ในสนามรบพระศิวะจึงใช้ตรีศูลตัดศีรษะของพระกุมาร พระแม่ปารวตีเมื่อทราบความก็พิโรธปรากฏรูปเป็นพระแม่มหากาลีส่งพระแม่ศักตินับแสนมาสู้กับคณะเทวดา พระนารทมุนีจึงอ้อนวอนให้ยุติมหาวินาศแต่พระนางมหากาลีกล่าวว่าต้องการให้โอรสฟื้นชีพและเป็นปฐมบูชาก่อนผู้ใดทั้งหมด พระศิวะจึงใช้ตรีศูลไปหาสิ่งมีชีวิตที่พบเป็นรายแรก ตรีศูลพบกับช้างเป็นรายแรก ( ช้างนั้นคือช้างเอราวัณซึ่งโดนเนรเทศมาอยู่โลกมนุษย์และจะได้ไปอาศัยในเทวโลกอีกครั้ง ดังนั้นความอยุติธรรมจึงหามีไม่ ) จึงตัดเศียรช้างมาต่อให้กับพระกุมาร พระกุมารจึงมีนามว่า คชานน ( ผู้มีเศียรเป็นช้าง ) พระศิวะจึงประทานพรให้ว่าจะเป็นปฐมบูชาก่อนผู้ใดทั้งหมด ในขณะเดียวกันคชามุขสูร ( อสูรหน้าช้าง ) ผู้ที่ได้รับพรจากพระพรหมว่าไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์จะสังหารตนไม่ได้และก่อความเดือดร้อน พระตรีเทพยังทำอะไรมันไม่ได้ พระพิฆเนศวรผู้เป็นกึ่งเทวะจึงมารบกับคชามุขสูร ในตอนแรกคชามุขสูรหักงาข้างขวาของพระคเณศ แต่พระองค์ได้ยึดงาแล้วขว้างกลับไปโดนคชามุขสูร ทำให้อสูรกลายร่างเป็นหนู คชามุขสูรขอเป็นพาหนะของพระองค์ พระคเณศจึงมีนามว่า มุสิกะวาหณะ ( ผู้มีหนูเป็นพาหนะ )และเอกทันต์ ( ผู้มีงาข้างเดียว )

มัลลิการชุนศิวลึงค์

เมื่อถึงวัยอันสมควรพระศิวะได้ทดสอบบุตรว่า หากผู้ใดวนรอบโลกก่อนก็จะให้ผู้นั้นวิวาห์ โดยพระขันธกุมารได้ทรงมยุราพาหนะวนรอบโลกทันที พระคเณศนั้นได้ใช้ปัญญาของตนแล้วเดินวนรอบพระศิวะและพระแม่ปารวตี เพราะตามพระเวทว่า บิดาเสมือนอากาศมารดาประดุจธรณี ด้วยปัญญาของพระคเณศดังนั้นพระองค์จึงได้วิวาห์กับนางสิทธิและนางพุทธิ ( ธิดาพระวิศวรูป ) ฝ่ายพระขันธกุมารนั้นน้อยพระทัยจึงหลบไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ดังนั้นทั้งสองพระองค์จึงปรากฏพระรูปเป็นศิวลึงค์เฝ้ามองพระขันธกุมารด้วยความเป็นห่วง
* มัลลิการชุนศิวลึงค์ อยู่ที่เขาศรีไศล ริมแม่น้ำกฤษณา

มหากาเลศวรศิวลึงค์
http://www.jyotirlingtour.com/images/MahakalDarshan.jpg

ครั้งหนึ่งมีอสูรชื่อ ทุศัน ได้บำเพ็ญตบะขอพรพระพรหมว่า ขอให้ตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ พระพรหมก็ให้ตามนั้นแต่ให้เงื่อนไขว่าหากไปรบกวนเหล่าฤาษีที่บูชาพระศิวะอำนาจนั้นจะเสื่อมทันที เมื่อทุศันได้รับพรก็ก่อความเดือดร้อนไปทั่วจนกระทั่งพบกับพราหมณ์ที่บูชาพระศิวะ ทุศันก็จะเข้าทำร้ายแต่ทว่าบังเกิดแท่งเสาไฟขนาดใหญ่ พระศิวะทรงปรากฏในรูปมหากาลและเผาผลาญทุศันจนเป็นเถ้าถ่าน
* มหากาเลศวรศิวลึงค์ อยู่ที่นครอุชเชนี ต่อมาพระเจ้าอันตัมชาน์ ( ซึ่งเป็นอิสลาม ) ได้ทำลายเสีย

ตรีปุรันตกะมูรติ

บุตรชายทั้งสามของตารกสูรนามว่าวิทยุนมาลิ ตารากากษะและกมลากษะ ได้ขอพรจากพระพรหมว่าขอให้มีปราสาทที่แข็งแกร่งอยู่สามหลังปราสาททองอยู่บนสวรรค์ ปราสาทเงินอยู่ท่ามกลางอากาศ ปราสาทเหล็กอยู่บนพื้นดิน เมื่อเวลาผ่านไปปราสาททั้งสามหลังจะมาอยู่ในระนาบเดียวกันและไม่มีอะไรทำลายได้นอกจากลูกศรดอกเดียว เมื่อได้พรแล้วสามพี่น้องก็ก่อความเดือดร้อนซ้ำยังจับพระอินทร์และคณะเทวดาไว้ที่ปราสาทเหล็ก เทวดานั้นอ้อนวอนพระศิวะให้ช่วยเหลือ พระศิวะทราบเรื่องจึงจะไปปราบอสูรโดยที่ทวยเทพแบ่งพลังให้พระองค์จนเป็นมหาเทพ ในการปราบอปัสมารบุรุษนั้นพระมหาเทพทรงประทับบนราชรถโดยมีพระพรหมเป็นสารถี พระมหาเทพทรงแผลงศรไปปลดปล่อยคณะเทวดาให้ออกจากคุก และยิงลูกศรเพียงดอกเดียวทำลายปราสาททั้งสามรวมถึงอปัสมารบุรุษด้วย

พระศิวะรบกับชลันธร

ครั้งหนึ่งด้วยความโอหังของเทวราชเป็นเหตุให้พระศิวะเบิกพระเนตรที่3 แต่เทวคุรุพฤหัสบดีได้ขอร้องไว้ ดังนั้นพระศังกรจึงโยนเพลิงนั้นไปที่ทะเลเกลือแล้วบังเกิดทารกขึ้นมาจากทะเลนั้น ทารกนั้นส่งเสียงกัมปนาทไปทั่วพระพรหมจึงเสด็จลงมาดูก็เข้าอุ้มทารกน้อยนั้น ทารกนั้นก็เข้ากอดพระศอแล้วเขย่าจนพระพรหมกรรแสง ขณะเดียวกันพระสมุทรก็ปรากฏกายด้วยแล้วนำทารกนี้ไปมอบให้กับอสูรคุรุศุกขราจารย์ ( พระศุกร์ ) ทารกนี้มีนามว่า ชลันธร เมื่อเจริญวัยชลันธรได้อภิเษกกับนางวฤนดา ลูกสาวของจอมอสูรกาลเนมิ นอกจากนี้มันยังได้รับพรจากพระพรหมว่า ตราบใดที่นางวฤนดายังมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเขาอยู่เมื่อนั้นเขาจะสมปรารถนาทุกประการ ต่อมาชลันธรขึ้นเป็นอสูรราชและเห็นราหู ชลันธรจึงถามราหูว่าเหตุใดจึงเหลือเพียงศีรษะ ราหูจึงเล่าถึงการกวนเกษียณสมุทรชลันธรเมื่อได้ฟังก็โกรธและยกทัพบุกสวรรค์ ในการรบทัพอสูรถูกทำลาย พระศุกร์จึงได้ใช้มนตร์มฤตสัญชิวินีชุบชีวิตอสูร ในคราวนี้กองทัพเทวดาได้ถูกทำลาย พระพฤหัสบดีจึงเก็บสมุนไพรจากภูเขาโทณะมาชุบชีวิตเทวดา ชลันธรเห็นดังนั้นจึงโยนภูเขาโทณะลงในทะเลทำให้คณะเทวดาต้องล่าถอย ชลันธรนั้นหยิ่งกับพลังอำนาจของตนยิ่งนักจึงยกทัพบุกสวรรค์อีกรอบ ในคราวนี้เทวดาได้อัญเชิญพระวิษณุมาร่วมรบ ในขณะที่รบพระวิษณุไม่สามารถทำอันตรายชลันธรได้ ( เพราะเกิดจากแรงพิโรธองพระศิวะ ) เทวฤาษีนารทจึงบอกให้ยุติสงครามแล้วให้ชลันธรยอมรับพระวิษณุเป็นพระเทวัญ ( พี่เขย เพราะเหตุว่าชลันธรเกิดจากทะเล เทวีลักษมีก็เกิดจากทะเลเช่นเดียวกัน ) และพาทั้งสองพระองค์มาประทับที่วังของตน นานวันเข้าชลันธรเริ่มไม่วางใจทั้งสองจึงขับไล่ไป ในขณะเดียวกันพระศิวะได้มีโองการให้พระนารทมุนีใช้วาทศิลป์อันเยี่ยมปลุกเพลิงพิโรธของศักติเทวีปารวตีเสีย เมื่อนั้นประตูแห่งมัจจุราชจะเปิดรอชลันธร พระนารทมุนีได้พูดจาหว่านล้อมเกี่ยวกับพระปารวตี ชลันธรนั้นเมื่อได้ฟังก็เกิดราคะขึ้นมาในใจและส่งราหูไปเป็นทูต ครั้นพระศิวะได้ฟังราหูมาสู่ขอพระแม่ปารวตีก็พิโรธและบังเกิดยักษ์หน้าสิงห์ออกมาไล่กินราหู พระศิวะสงสารจึงให้ปล่อยราหูไปแต่ยักษ์นั้นหิวมากจึงกินร่างของตนเองจนเหลือแต่หัว พระศิวะจึงประทานนามว่า เกียรติมุข ( หน้าที่ทรงเกียรติ ) และให้เป็นทวารบาล ผู้ใดไม่เคารพเกียรติมุขมันผู้นั้นย่อมไม่ได้รับพรจากพระศิวะ ชลันธรจึงนำกองทัพบุกไกรลาสครั้นพระศิวะทอดพระเนตรเห็นพระศุกร์ก็โกรธและบันดาลให้เกิดนางกฤติยา นางกฤติยาจับพระศุกร์ยัดที่ช่องสังวาสแล้วหายตัวไป ชลันธรนั้นได้ปลอมเป็นพระศิวะและเข้าไปหาพระแม่ปารวตี เมื่อเห็นพระเทวีน้ำเชื้อก็เคลื่อนสู่แผ่นดินแล้วสลบไป พระเทวีพิโรธมากจึงมีโองการให้พระวิษณุทำลายความซื่อสัตย์ของนางวฤนดา โดยพระวิษณุปลอมตัวเป็นชลันธรทำลายความซื่อสัตย์องนางวฤนดา นางวฤนดารู้เข้าก็โกรธและสาปให้พระวิษณุต้องลงไปเกิดเป็นมนุษย์เข้าสู้รบกับรากษสโดยมีวานรช่วยเหลือ ในสนามรบพระศิวะปรากฏวิศวรูปอันยิ่งใหญ่และทรงใช้พระบาทกวนเกษียรสมุทรจนบังเกิดกงล้อขนาดใหญ่มีรัศมีเท่ากับพระอาทิตย์ล้านดวง หมุนควงเข้าทับศีรษะของชลันธรจนร่างระเบิด นางวฤนดานั้นเมื่อรู้ก็เสียใจมากจึงท่องมนตรา5พยางค์ นางก็บรรลุถึงโมกษะและเปลวไฟก็ได้มอดไหม้ร่างของนางจนเป็นเถ้าถ่าน

อ้างอิง

ตรีมูรติ อภิมหาเทพของฮินดู

สยามเทวะ

บทละครรามเกียรติ์และบ่อเกิดรามเกียรติ์

http://www.hindumeeting.com/forum/index.php?topic=792.0



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ภารตฺเทวะ ตอนที่ 3 : ตติยบท , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4246 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android