เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    4 ส.ค. 59







บทที่ 4


Truth  | Destiny? | But it’s Pleasure    

 

 

 



                           ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด

                     เสียงจากนาฬิกาปลุกส่งผลให้คนกำลังหลับสบายบนเตียงเดี่ยวขนาดห้าฟุตต้องเอื้อมมือออกจากผ้าห่มเพื่อปิดต้นกำเนิดเสียงที่กำลังแผดเสียงลั่นตามหน้าที่ของมัน


                     คนบนเตียงหรี่ตาขึ้นมองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา 6.30 น. ก่อนเจ้าตัวจะค่อยยันตัวลุกขึ้น และนั่งหลับตานิ่งเพื่อปรับสภาพร่างกาย สักพักจึงลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง


                     วันนี้แบมแบมมีเรียน ความจริงคอร์สที่ลงเรียนเป็นคอร์สที่เน้นใช้สอนสำหรับคนต่างชาติที่ตั้งใจจะมาเรียนต่อโดยเฉพาะ มันเป็นคอร์สปรับพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องภาษาเพื่อใช้ในการเรียนมากกว่าภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ดังนั้นคนที่ลงเรียนส่วนมากจึงเป็นคนที่มีพื้นฐานในการสื่อสารหรือการพูดอยู่แล้ว และแบมแบมก็เป็นเช่นนั้น


                     แบมแบมเป็นคนที่พูดและเขียนภาษาอังกฤษได้ดี เนื่องจากตอนเด็ก ๆ โดนแม่จับเข้าคอร์สเรียน และด้วยความที่โรงเรียนสอนภาษาที่ไปเรียนนั้นมีเด็กหลายสัญชาติ ทำให้ได้คุยแลกเปลี่ยนภาษากับเพื่อนที่มาเรียนด้วยกัน  แบมแบมจึงพอพูดและฟังภาษาอื่นที่นอกเหนือจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้บ้าง เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส


                     ช่วงแรกที่ไปเรียนเคยมีบ่นกับแม่บ้างตามประสาเด็ก แต่แม่บอกว่าเพื่ออนาคตของตัวเขาเอง ตอนนั้นไม่เข้าใจหรอกว่าหมายความว่ายังไง กระทั่งตอนนี้ สุดท้ายสิ่งที่เคยพากเพียรเรียนมาก็ได้เอามาใช้จริง การมีพื้นฐานที่ดีทำให้แบมแบมสามารถเข้าใจและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นการต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่ แบมแบมจึงไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาเรียนไม่ได้หรือเรียนไม่เข้าใจ         


                     ที่ต้องพูดถึงเรื่องเรียน เพราะแบมแบมนึกขึ้นได้ว่าอีกประมาณ เดือนครึ่งเขาก็จะเรียนจบคอร์สแล้วนั่นเอง

 

 



                     หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แบมแบมจึงเดินมาคว้ากระเป๋าบนโต๊ะเขียนหนังสือที่เจ้าตัวจัดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นสะพายหลัง หยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ ตรวจเช็คห้อง สวมรองเท้า ล็อคห้อง และเดินออกไปตรงที่จอดจักรยานสำหรับผู้พักอาศัยของหอ จักรยานที่ใช้อยู่เป็นยูคยอมที่ให้ยืมมา ตอนแรกแบมแบมกะว่าจะซื้อมาไว้เป็นของตนเอง แต่ยูคยอมบอกว่ามี คัน จึงให้เขาเอามาใช้ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะหลังจากนั้นหนึ่งวัน ยูคยอมก็เอาจักรยานมาจอดไว้ให้ที่หน้าร้านแล้วแบมแบมก็จึงต้องเลยตามเลย


                     ความจริงก็ดี…ของฟรี   


                     แบมแบมปั่นออกมาได้สักพักก็แวะจอดร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของกินในยามเช้า ได้แซนวิชมา 1 ชิ้น กับนมช็อคโกแลตอีก ขวด


                     ปกติในตอนเช้าแบมแบมไม่ค่อยได้กินอะไร อย่างมากก็แค่กินรองท้องนิดหน่อย เนื่องด้วยความเคยชินตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศไทยที่ต้องออกจากบ้านไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า (เพราะหลีกเลี่ยงรถติด) นั่นทำให้ไม่ค่อยมีเวลาทานอาหารเช้าสักเท่าไหร่ ทำเพียงอาศัยกินระหว่างเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งก็เป็นอาหารง่าย ๆ อย่างแซนวิช ขนมปัง และนม เท่านั้น


                     หลังจากดูเวลาบนนาฬิกาแล้วทำให้รู้ว่ายังพอมีเวลาก่อนจะเข้าเรียนอยู่ แบมแบมปั่นจึงจักรยานเข้าสวนสาธารณะที่เป็นทางผ่าน ก่อนจะหาที่นั่งเพื่อจัดการกับอาหารเช้า


                     ถ้าหากมีเวลาแบมแบมมักจะทำเช่นนี้บ่อย ๆ เพราะตอนเช้าของที่นี่อากาศเย็นกำลังดี การสูดอากาศบริสุทธิ์ ปล่อยความคิดไปเรื่อย ๆ มันทำให้จิตใจสงบ มีสติ มีสมาธิ รวมถึงเป็นการได้มองดูพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทั้งผู้คนที่เดินผ่านสวนไปมา ทั้งที่มาเดินเล่นกับสุนัข มาวิ่งออกกำลังกาย หรือที่แบกกล้องมาถ่ายรูปในยามเช้าด้วย


                     พูดถึงเรื่องถ่ายรูปแล้วก็พลันนึกถึงวันนั้น วันที่ถือว่าเป็นวันที่ดีมากครั้งหนึ่งในชีวิต


                     วันที่ได้เจอใครบางคนที่ปลื้ม…วันที่ได้รู้จักกับ MT93



 


 

                     ย้อนกลับไปเมื่อ อาทิตย์ก่อนหน้านี้


                 “คือ…แบม…”


                 “…”


                 “แบมเป็นเจ้าของแอคเคาท์นั้นเองแหละครับ”


                 “…!”              

   

                 เกิดความเงียบขึ้นทันใด ทุกคนบนโต๊ะต่างพร้อมใจกันเบิกตากว้างแล้วหันมองคนพูดคล้ายได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ


                 ครั้นเมื่อคนเอ่ยที่กำลังก้มหน้างุดอยู่ รู้สึกได้ว่ามันเงียบผิดปกติจึงเงยหน้าขึ้น ก่อนจะสะดุ้งเล็ก ๆ เมื่อเห็นคนทั้งสี่มองมาทางเจ้าตัวเป็นตาเดียว และเป็นแจ็คสันที่โพล่งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


                 “จริงดิ! ของแบมจริงดิ! โลกโคตรกลมเลยเว้ย!” แจ็คสันเอ่ยกลั้วหัวเราะด้วยเสียงที่ไม่เบานัก


                 “จริงเหรอแบม!” แจบอมหันมองจอโทรศัพท์สลับกับมองแบมแบมไปมาอยู่หลายครั้ง จนแบมแบมกลัวว่าอีกฝ่ายจะคอเคล็ด


                 “อืม หรือมันคือพรหมลิขิต” จินยองพูดงึมงำกับตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ายิ้มแปลก ๆ ให้มาร์คและหันไปยิ้มหวาน(?)ให้แบมแบม


                 แบมแบมที่อยู่ใกล้ได้ยินจินยองพึมพำ ๆ อะไรสักอย่าง ก่อนจะหันหน้าส่งยิ้มให้มาร์คและยังเผื่อแผ่มายังเขา แม้จะเหมือนยิ้มให้แบบปกติ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกตะหงิดแถมขนลุกแบบแปลก ๆ ก็ไม่รู้


                 “แอคเคาท์ของแบม?” มาร์คที่เงียบตั้งแต่ที่ได้ยินแบมแบมพูดจบขมวดคิ้วพร้อมหันไปถามเจ้าตัวอีกครั้ง

                 “ครับ แอคเคาท์แบมเอง” แบมแบมตอบย้ำ พร้อมกับส่งรอยยิ้มแห้ง ๆ ไปให้ ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่เชื่อก็ได้มั้งว่าเป็นเขาจริง ๆ แต่ความคิดนั้นก็ต้องปลิดปลิวไป เมื่ออีกคนเพียงพยักหน้าอย่างไม่มีความเคลือบแคลงใจให้ ซ้ำยังเอ่ยประโยคที่ทำให้แบมแบมต้องแย้มยิ้มกว้างขึ้นอย่างอัตโนมัติ


                 “พี่ตามเรามานานแล้ว ถ่ายรูปสวยดี พี่ชอบ”


                 ไม่พูดเปล่าแถมยิ้มเล็ก ๆ มาให้อีกหนึ่งทีด้วย นั่นทำให้แบมแบมยิ่งยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ


                 นั่นเพราะแบมแบมจะรู้สึกดีทุกครั้งที่มีคนชมว่าถ่ายรูปสวย ยิ่งเป็นคนที่สนใจศึกษาเรื่องถ่ายรูป หรือเป็นคนที่ถ่ายรูปเก่งมาเห็นผลงานแล้วเอ่ยชม ก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีมีความสุขมากขึ้นสองเท่า ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าได้รับการยอมรับขึ้นในอีกระดับเลยทีเดียว


                “จะว่าไปมึงเองก็มีไม่ใช่เหรอวะอินสตราแกรม บล็อกมึงด้วย บอกแบมสิ  เขาจะได้เข้าไปดูรูปที่มึงถ่ายลงไว้” แจบอมนึกขึ้นได้จึงหันไปบอกเพื่อน


                 มาร์คพยักหน้าก่อนหันไปหาแบมแบม ยังไงก็ลองเข้าไปดูก่อนก็แล้วกัน”


                 ได้ยินดังนั้น แบมแบมจึงหยิบปากกากับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กตรงกระเป๋าเสื้อออกมาเตรียมไว้


                 “อินสตราแกรมกับบล็อกพี่ใช้ชื่อเดียวกัน.”


                 แบมแบมพยักหน้ารับ


                 “ชื่อ…”


                 แบมแบมก้มหน้ามองกระดาษมือก็กำปากกาแน่นเตรียมจดเต็มที่


                     “MT93


                     “…!” มือที่กำลังจะจรดปากกาลงจดชะงักไปทันที แบมแบมรู้สึกเหมือนหูอื้อตาลายไปชั่วขณะ พร้อมกับสมองก็เร่งทบทวนไปด้วยว่าเมื่อครู่ได้ยินว่าอะไร


                 แบมแบมไม่แน่ใจว่าหูฝาด ฟังผิด หรืออะไรหรือเปล่าเพราะเมื่อกี้ได้ยินว่า MT93…


                 MT93!


                 มันจะเป็นไปได้ยังไง!


                 แบมแบมสั่นหัวไปมาคล้ายพยายามตั้งสติแล้วเงยหน้ามองมาร์ค แม้ดวงตากลมโตจะฉายแววไม่มั่นใจ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด


                 “มะ เมื่อกี้ว่าอะไรนะครับ”


                 คิ้วหน้าเลิกขึ้นนิด แม้จะไม่เข้าใจท่าทางของอีกฝ่าย แต่เสียงทุ้มก็เอ่ยตอบพร้อมพ่วงด้วยคำถาม “ชื่ออินสตราแกรมกับบล็อกของพี่คือ MT93 มีอะไรหรือเปล่า?


                 เมื่อได้ยินชัดเต็มสองหู แบมแบมพลันเบิกตากว้างจ้องคนตรงหน้า ทั่วทั้งตัวชะงักงันอาการคล้ายสมองและร่างกายหยุดทำงานไปชั่วขณะ …คนที่ปลื้มมาตลอด ไม่เคยคิดหวังว่าจะได้เจอ เพราะแม้แต่หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็น แต่ตอนนี้…คนคนนั้นอยู่ตรงนี้ คนคนนั้นอยู่ตรงหน้าเขา!


                 แบมแบมวางปากกากับกระดาษโน๊ตลงบนโต๊ะ พร้อมกับเคลื่อนดวงตากลมโตที่เริ่มมีประกายวาววิบวับหันไปสบกับดวงตาคมที่ก็กำลังมองมาทางเจ้าตัว


                 “แบม…แบม…แบมตามแอคเคาท์นี้มานานมากแล้ว! ถ่ายรูปสวยมาก แบมเข้าไปดูบล็อกบ่อยเลย ปลื้มมาก เขาเป็นไอดอลของแบมเลยนะครับ คือ..คือ…  ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเนี่ย เป็นพี่มาร์คจริง ๆ ใช่ไหมครับ!


                  เมื่อคนถูกปลื้มเจอคนตัวเล็กรัวใส่แบบไม่ยั้งเช่นนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ทั้งยังแปลกใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ย    เพราะถ้าอย่างงั้นแบมแบมก็ติดตามเขาเหมือนที่เขาก็ติดตามแบมแบมสินะ  


                   มาร์คหัวเราะแผ่วเบา คงจะถูกอย่างที่แจ็คสันว่า …โลกมันกลม  


                   ไม่ใช่เพียงแต่มาร์คที่ตกใจและแปลกใจ เพื่อนอีกสามคนที่รอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก็เช่นเดียวกัน


                 “จริงดิแบม! นี่มันไม่ใช่โลกกลมธรรมดาแล้วนะ แต่มันโคตรกลมเลย! ใครจะไปคิดว่าจะได้มาเจอกันแบบนี้!” แจ็คสันยังคงเบิกตากว้างขณะย้ำถาม น้ำเสียงและท่าทางแสดงออกชัดกับเรื่องเหลือเชื่อนี้


                 “จริงด้วย อยู่กันคนละมุมโลก ไม่เคยคุยกัน นี่ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยใช่ไหม จำได้ว่ามาร์คมันไม่เคยเอารูปตัวเองลงเลยนี่” แจบอมพยักหน้าเห็นด้วยกับแจ็คสันพร้อมทั้งเอ่ยสมทบตามข้อสันนิษฐานของตัวเอง


                 คนที่ได้เจอคนที่ปลื้มรีบพยักหน้าขึ้นลงหลายครั้ง “แบมก็คิดแบบนั้นครับ นี่แบมตามมานานมากแล้วจริง ๆ นะ เห็นรูปครั้งแรกก็ชอบเลย ในประวัติบอกว่าอยู่แอลเอ ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอตัวจริงด้วย” น้ำเสียงนั้นยังคงความตื่นเต้นอยู่เต็มเปี่ยม ทั้งใบหน้าหวานก็ยังฉีกยิ้มชนิดที่ว่ากว้างแบบสุด ๆ จนแก้มสองข้างขึ้นก้อนกลมอย่างน่าเอ็นดู


                มาร์คยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางของเด็กตรงหน้า


                 …น่ารัก


                 มาร์คชะงักไปนิด อดจะเลิกคิ้วแปลกใจไม่ได้ เมื่อคำนี้ก็โผล่ขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร เพราะบางทีเขาอาจจะแค่เอ็นดูแบมแบมเหมือนน้องชายเท่านั้น เมื่อให้เหตุผลกับตัวเองได้แล้วจึงขยับปากตอบ          


                 “ขอบคุณที่ชอบรูปของพี่นะครับ โลกกลมจริง ๆ ”        


                “ครับ! แบมมีเรื่องจะถามพี่มาร์คเยอะแยะเลย…” พูดได้แค่นั้นแบมแบมก็ชะงักไปเมื่อคิดอะไรได้ ปากอิ่มเม้มเข้ากันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาแผ่วเบาคล้ายไม่มั่นใจ “…ได้ใช่ไหมครับ”


                 เห็นเช่นนั้น มาร์คก็ส่งยิ้มบางไปให้ แบมแบมคงจะเป็นคนขี้เกรงใจอยู่ไม่น้อย “พี่บอกตั้งแต่แรกแล้วไง อยากถามอะไรก็ถามได้”


                 แบมแบมยกยิ้มกว้างจนตาหยี เผลอยกมือไหว้ขอบคุณมาร์คไปหนึ่งที ก่อนจะชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มแห้ง ๆ “มันเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทยน่ะครับ” แบมแบมอธิบายให้อีกฝ่ายที่มองมาด้วยสีหน้างง ๆ ก่อนคนตรงหน้าจะพยักหน้าว่าเข้าใจ


                 สามคนที่เหลือได้แต่นั่งมองคนสองคนคุยตอบโต้กันราวกับว่าบริเวณนี้มีกันอยู่แค่สองคนอย่างนึกทึ่ง และในระหว่างที่กรอกตามองทางซ้ายทีทางขวาทีนั้น พวกเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าได้แสดงสีหน้าประหลาด ๆ ออกไปแล้วกี่ครั้ง เหตุผลก็เพราะว่าคนที่คุยคนที่ยิ้มอยู่นี่มันคือมาร์ค… มาร์ค…มาร์คเลยนะเว้ย!


                 โอเค หลายคนอาจจะคิดว่ามันก็ไม่เห็นแปลก ก็แค่คนคุยกัน แต่ใครที่รู้จักมาร์คจะไม่พูดอย่างนั้น เหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น มันคือความจริงที่ว่าพวกเขาไม่เคยเจอเหตุการ์ณแบบนี้เลยตั้งแต่รู้จักกับมาร์ค


                 …มาร์คคุยน้ำไหลไฟดับ… ถึงคำพูดจะดูเกินจริงไปหน่อยแต่มันก็ไม่เกินไปสำหรับคนคนนี้ พวกเขาไม่เคยเจอจริง ๆ กับการที่มันคุย ยิ้ม หัวเราะ ขนาดนี้กับคนเพิ่งเจอและเพิ่งรู้จักกันยังไม่ถึงชั่วโมง นี่ถือว่าน่าเหลือเชื่อมาก และมันทำให้พวกเขาขนหัวลุกไปหมด จะว่าตั้งแต่เห็นมันยิ้มตอนแรกเลยก็ว่าได้


                แต่จะอย่างไรก็ตามพวกเขาขอยกให้แบมแบมเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของมาร์ค ต้วน!


                     ทางด้านคนที่ถูกยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์นั้นก็เริ่มตระหนักได้ว่าตนยังอยู่ในเวลาทำงาน จึงหยุดคุยพร้อมกับขอช่องทางติดต่อ เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าจึงเลื่อนเอาปากกาและกระดาษโน๊ตที่ตนวางทิ้งไว้ก่อนหน้าให้ทันที ระหว่างที่ยืนรอแบมแบมสังเกตเห็นคนที่เหลือบนโต๊ะต่างอ้าปากค้าง เบิกตากว้างจ้องกระดาษกับคนที่กำลังก้มหน้าเขียนสลับไปมาหลายรอบ


                ไม่ทันได้เอ่ยถาม คนที่เขียนเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับส่งกระดาษที่มีทั้งเบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์ให้ซะก่อน แบมแบมจึงละความสนใจจากคนทั้งสามมารับกระดาษและพับใส่กระเป๋าเสื้อไว้พร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนจะขอตัวออกมาโดยลืมเรื่องเมื่อครู่ที่เจ้าตัวสงสัยไปสนิทใจ

           



 

                  จากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์  

                     ความจริงช่วงแรก ๆ หลังจากได้เบอร์โทรศัพท์และไอดีไลน์มา แบมแบมก็ไม่กล้าส่งข้อความไป (กว่าจะแอดเพื่อนก็ผ่านไป 2 วันแล้ว) แต่สุดท้ายก็ทำใจกล้าส่งไปจนได้ แต่ส่งไปแค่ว่า นี่แบมแบมนะครับ’ รออย่างลุ้น ๆ อยู่ไม่นาน อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่า ครับ’ และบทสนทนาครั้งแรกก็จบลงแค่นั้น


                     หลังจากนั้นก็มีบ้างที่ทักไปถามเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายรูป ส่วนการตอบรับก็จะมีเร็วบ้าง ช้าบ้าง เพราะอีกฝ่ายเปรยว่าช่วงนี้กำลังยุ่งกับงานทางบ้าน  


                    ความจริงในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่มาร์คกับเพื่อนก็แวะมาที่ร้านอยู่บ้าง แต่ด้วยเพราะตัวเขาเองก็ยุ่งกับการทำงาน จึงทำให้ไม่ค่อยได้ทักทายหรือคุยกันเท่าไหร่


                     คนตัวเล็กอมยิ้มกับตัวเอง เพลิดเพลินกับความคิดจนลืมเวลา เพราะเมื่อเจ้าตัวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ดวงตากลมโตพลันต้องเบิกกว้าง เนื่องจากอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว!


                     แบมแบมเด้งตัวลุกขึ้นยืน หยิบถุงแซนวิสกับกล่องนมเดินกึ่งวิ่งไปทิ้งที่ถังขยะใกล้ ๆ ก่อนจะกลับมาขึ้นคร่อมจักรยานแล้วรีบปั่นไปทันที


                     ถ้าเป็นเวลาปกติแบมแบมจะปั่นช้า ๆ เพื่อชมวิวและสัมผัสกับบรรยากาศรอบข้างไปด้วย แต่วันนี้เสียเวลากับการทานอาหารเช้ามากไปหน่อย ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น …ปั่นขาแทบหลุด!


                     “แบม! แบมแบม!


                     คนตัวเล็กที่กำลังชะลอจักรยานเมื่อใกล้จะถึงที่หมาย หันไปมองต้นเสียงตรงฟุตบาททางเท้า เห็นเป็นคนคุ้นเคยจึงค่อย ๆ เลี้ยวจักรยานไปจอดรออยู่ข้างทาง


                     “ไงยองแจ ไปด้วยกันไหม” แบมแบมหันไปยิ้มให้เจ้าของชื่อ และชวนขึ้นจักรยานไปเรียนพร้อมกัน


                     “แหม ถามมาได้ ไปสิครับ!” คนตะโกนเรียกเพื่อนเพื่อการนี้พูดพลางกลั้วหัวเราะพร้อมกับเดินเข้าไปหา ด้วยจักรยานคันนี้เป็นจักรยานสำหรับขี่คนเดียว ทำให้คนซ้อนต้องยืนอยู่ข้างหลังและจับไหล่คนปั่นไว้


                     เมื่อเห็นเพื่อนพร้อมแล้วแบมแบมจึงเริ่มปั่นอีกครั้ง  


                     ยองแจเป็นคนเกาหลี เป็นเพื่อนที่แบมแบมเจอตอนมาเรียนปรับภาษา  ด้วยความที่เพิ่งมาต่างประเทศ ทำให้ตอนนั้นเขายังไม่ค่อยได้คุยกับใครนอกจากยูคยอม พอมาเรียนก็ได้เจอยองแจที่มาเข้าเรียนพร้อมกัน อาจจะด้วยความที่บังเอิญเลือกที่นั่งใกล้กันบ่อย เลยพลอยทำให้ได้ทักและคุยในทุกครั้งที่เจอกัน ไป ๆ มา ๆ จึงมาสนิทกันแบบนี้ ยูคยอมกับยองแจเองก็รู้จักกันผ่านเขาที่เคยชวนยองแจไปที่ร้านเช่นกัน และความบังเอิญอีกอย่างที่เกิดขึ้นกับแบมแบมและยองแจคือ นอกจากเขาสองคนจะมาเรียนปรับภาษาที่เดียวกันแล้ว ยังจะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก


                     แต่จะบังเอิญหรือไม่บังเอิญยังไงก็ตาม แบมแบมคิดว่าตอนนี้เขาควรรีบปั่น ก่อนจะพากันไสายจริง ๆ ก็น่าจะดี 





____________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

          ขอพื้นที่ตอบคำถามนิดนึงนะคะ...ที่เห็นซ่อนตอนไว้ก็เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงรีไรท์ทั้งเรื่องค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวก ยังไงก็รอติดตามเวอร์ชั่นนี้ไปพร้อม ๆ กับไรท์เลยก็แล้วกันนะคะ มาลุ้นและฟินไปพร้อม ๆ กันค่ะ :)   



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2815 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 13:07
    แปลกๆนะเนี่ยยยย หรือพี่จะรู้จักน้องอยู่ก่อนแล้วนะ น่าคิดๆ
    #2815
    0
  2. #2783 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 15:23
    พรหมลิขิต
    #2783
    0
  3. #2767 rjisubb (@rjisubb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 14:05
    ชอบฟิคแนวนี้มากเลย
    #2767
    0
  4. #2759 ปาปัวนิวกินี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 12:58

    เขาเรียกพรมลิขิตค่ะพี่มาร์ค

    #2759
    0
  5. #2750 impraan17 (@impraan17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 15:08
    <p>อุ่นได้อีก นะพี่มัคคึ</p>
    #2750
    0
  6. #2719 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:50
    โลกกลมมมม พรหมลิขิตตตตต
    #2719
    0
  7. #2689 D_dayWM (@D_dayWM) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 00:54
    โลกมันกลมเนาะ ที่ทำให้ทั้งสองคนได้มาเจอกัน MB
    #2689
    0
  8. #2667 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 20:05
    ชอบอ่า น่ารัก
    #2667
    0
  9. #2608 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:36
    บังเอิญหรือพรหมลิขิตน้อออออ
    #2608
    0
  10. #2581 Sky High (@9234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:21
    ชอบความบังเอิญหลายๆอย่างในเรื่องนี้จังเบยย
    #2581
    0
  11. #2446 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 03:15
    มาร์คคุยน้ำไหลไฟดับ555555
    #2446
    0
  12. #2415 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:55
    ชอบอ่ะ เป็นอะไรที่น่าทึ่งมากอ่ะกับเหตุการณนี้ แบบโรแมนติกอ่ะ
    #2415
    0
  13. #2385 tazeza (@tazeza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 15:21
    อ่านฟิคเรื่องนี้ครั้งแรก ชอบนะสนุกมาก ตัวละครดูสมจริงมากจนไปถามอากู๋ดู สรุปพวกนางคือ Got7(55555)ขำตัวเองแรงมาก ติดเลยจากนั้นเราก็กลับมาติ่งเกาหลีอีกรอบ(สถาปนาตัวเองเป็น อกซ เรียบร้อย)แล้วติ่งหนักมาก แรกๆชอบชิป markbam ตอนนี้ ชิปรอบวงจร้า 555 ขอบคุณไรต์ที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่าน จะติดตามต่อๆๆไปนะคะสู้ๆ
    #2385
    0
  14. #2383 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 07:10
    พรหมลิขิตแล้วแบบนี้ ><
    #2383
    0
  15. #2382 Phanida Sutthisan (@mind_1412) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 07:01
    งู้ยชอบอ่ะ????
    #2382
    0
  16. #2381 Pirinin (@cchoammp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 06:02
    คิดถึงไรท์จัง กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ5555
    #2381
    0
  17. #2380 leehwayeon bb (@541378) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 04:39
    รอค่าาาา
    #2380
    0
  18. #2379 MBsofly (@MBsofly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 00:37
    เรื่องนี้คือเเบบเราตามอยู่ๆ 55+ อ่านแปปเดียวรู้เลยว่าอ๋อเรื่องนี้ที่เคยอ่านนี่เอง เพิ่งรู้ว่ารีไรท์หรอคะ ? ยังไงก็สู้ๆนะคะ ชอบพล๊อตเรื่องค่ะ
    #2379
    0
  19. #2378 __mmaayy (@__mmaayy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 17:25
    ไรท์จ้าา มันล็อกอะ ??
    #2378
    0
  20. #2373 Phanida Sutthisan (@mind_1412) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:48
    ไรท์ผู้น่ารักกกกก มันล็อกง่ะ????
    #2373
    0
  21. #2336 Dodobyun (@Dodobyun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 06:30
    ละมุนน มีความน่ารักอ่ะ อ่านเเล้วรู้สึกมันอบอุ่น สนุกดีคะ 5555พรหมลิขิตมาก ตกหลุมรักผ่่านรูปถ่ายย โอยยเขินนน 55เเบมเเบมเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของมาร์คต้วนนน 





    #2336
    0
  22. #2302 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 22:35
    พรหมลิขิตบรรดานชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกลพรหมลิขิตดลจิตใจ(แม่)ให้มาร์คได้คู่กับแบม อิอิอิอิ
    #2302
    0
  23. #2271 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 20:24
    ในที่สุดเราก็หากันจนเจอ...
    #2271
    0
  24. #2128 Saisande7 (@Saisande7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 12:56
    อ่านเพลินเลยค่ะ ชอบแนวนี้จัง
    #2128
    0
  25. #2027 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 00:53
    โลกกลมมากกกกก เป็นพรหมลิขิตชัดๆ
    #2027
    0