เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 29 : บทที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    7 ส.ค. 60





บทที่ 24


When we were young.


 

                 มาร์ครู้สึกตงิดใจในตอนที่มารดาเล่าเรื่องสมัยเด็ก เพราะไอ้การจงใจเล่าพร้อมทั้งมองมาด้วยสายตากรุ่มกริ่มแบบเปิดเผยทำให้มาร์คเริ่มคิด …ถ้าเขาเป็นแบมแบม ถึงไม่รู้ก็คงสงสัยบ้าง หากก็ไม่คาดว่าสิ่งที่ตงิดใจนั้นจะเกิดขึ้นจริง


                 …แบมแบมรู้เรื่องแล้ว


                 และเหตุผลว่าทำไมมาร์คถึงมั่นใจเช่นนั้น นั่นเพราะหลังจากจบเรื่องเล่าสมัยเด็ก คุณนายดารินก็จัดการแจงหน้าที่ที่ต้องทำให้แก่ทุกคนเพื่อเตรียมงานเลี้ยงวันคริสต์มาสในค่ำวันนี้ ระหว่างนั้นบิดาของเขาจึงแอบเข้ามากระซิบบอกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า


                 ตอนที่รู้มันทำเอามาร์คชักจะอยากได้ยาแก้ปวดหัวสักเม็ดสองเม็ด เพราะแม้จะกระจ่างแล้วว่าเหตุใดเมื่อเช้าคนตัวเล็กถึงมีท่าทีเช่นนั้น แต่มาร์คก็ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไงต่อ เหลือบมองคนด้านข้างที่นั่งเงียบ ทั้งใบหน้าน่ารักนั่นยังเบือนไปมองนอกกระจกราวกับข้างทางมีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งนักสำหรับเจ้าตัว


                 แต่ก็นับว่าคุณนายดารินยังมีความเห็นใจให้บ้าง เพราะนอกจากการจดรายการซื้อของยาวเหยียดพร้อมไล่ให้เขาออกไปซื้อแล้ว ก็ยังส่งคนตัวเล็กมาเป็นเพื่อนด้วย มาร์คพอจะรู้เจตนาของมารดาว่าคงอยากให้ปรับความเข้าใจกับแบมแบม ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่หวังดีนั่นแหละที่เป็นคนส่งเสริมให้คนข้าง ๆ โกรธเขาแบบนี้ก็ตาม และแน่นอนว่าที่รู้นั่นก็เพราะประโยคสุดท้ายของคุณนายที่ว่า


                 ลงโทษพอแล้ว ม๊าเปิดโอกาสให้แล้วนะ อย่าให้พลาดล่ะ


                 มาร์คผ่อนลมหายใจยาวพร้อมเหลือบมองคนตัวเล็กอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่งท่ามกลางความประหลาดใจของคนนั่งมาด้วยที่หันขวับมามองทันที  


                 แม้จะจอดรถแล้วแต่ก็ยังคงมีเพียงความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ จนแบมแบมต้องขมวดคิ้วมองคนด้านข้างเมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาอะไรกลับมาจึงตัดสินใจเปิดประตูเดินลงจากรถไป กวาดตามองทั่วบริเวณก็พบว่ามันเป็นสวนสาธารณะที่สงบและร่มรื่นไม่น้อยทั้งที่อยู่กลางเมือง คนก็ไม่เยอะ อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันหยุดคนส่วนมากจึงเลือกอยู่กับครอบครัวมากกว่าจะออกมานอกบ้านด้วย แบมแบมเดินห่างจากตัวรถมาเรื่อย ๆ แม้ไม่หันกลับไปมองก็รู้ว่ามีคนเดินตามมา เสียงปิดประตูและล็อครถจากด้านหลังทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร


                 มาร์คมองแผ่นหลังเล็กก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้และส่งเสียงเรียก “แบมแบม” เห็นเจ้าของชื่อชะงักฝีเท้าและค่อย ๆ หันมามอง มาร์คจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่มีเพียงกระแสความเรียบนิ่งที่ไม่คุ้นเคย นั่นส่งผลให้มาร์คสะท้านไปชั่ววูบ ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ยเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด


                 “พี่…ขอโทษ”


                 แบมแบมมองมองคนตรงหน้าที่แสดงออกว่ารู้สึกผิดแค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องเม้มปากแน่น ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้ม


                 “แม้ว่าตอนแรกพี่จะลืมบอกจริง ๆ แต่วันนี้พี่ตั้งใจว่าจะพูดกับแบมเอง …ยกโทษให้พี่นะครับ” มาร์คพูดพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังก้มหน้า ก่อนมือหนาจะเลื่อนไปเชยคางคนตัวเล็กขึ้นมาเบา ๆ  


                 คนที่ถูกดึงให้กลับมาสบตาคมกริบทันได้มองเห็นนัยน์ตาคมที่มีแววติดจะออดอ้อนน้อย ๆ พร้อมน้ำเสียงที่คล้ายจะมีกระแสเว้าวอน ทั้งมือซนอีกข้างของคนตรงหน้าที่ไม่รู้เอื้อมมาโอบเอวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ค่อย ๆ ดึงรั้งเขาเข้าไปชิด ทำให้ระยะห่างระหว่างเราใกล้ยิ่งขึ้นไปอีกจนแทบจะไม่เหลือช่องว่าง


                 แบมแบมจึงรีบยกมือทั้งสองขึ้นมาทาบบนหน้าอกคนตรงหน้าและดันไว้เพื่อเว้นระยะทันที ใบหน้าที่รู้สึกได้เลยว่าเริ่มจะเห่อร้อนขึ้นมาอย่างที่ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้เลยว่ามันต้องแดงแล้วแน่ ๆ ทำให้แบมแบมพยายามก้มหน้าลงกว่าเดิมแต่ก็ติดที่มือใหญ่ยังคงยืดไว้คล้ายจะไม่ให้หลบหนีหรือหลีกเลี่ยงได้ สุดท้ายที่ทำได้ตอนนี้คือการไม่จ้องดวงตาคมที่เริ่มมีประกายบางอย่างที่ชวนให้อยากสลายหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเท่านั้นเอง


                 “…มองพี่หน่อยได้ไหม”


                 กระแสเสียงเว้าวอนที่ดังขึ้นมาอีกครั้งทำเอาแบมแบมต้องเม้มปากแน่น อยากจะตะโกนประท้วงออกไปดัง ๆ ว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย! ทำไมคนตรงหน้าต้องมาพูดประโยคแบบนี้ด้วยน้ำเสียงแบบนี้ด้วย! หากแบมแบมก็ทำได้เพียงต่อว่าต่อขานในใจก่อนจะเบนสายตาไปสบดวงตาคมกริบนั่นอีกครั้ง


                 “ยกโทษให้พี่นะ”


                 กล่าวจบคนง้อก็เอียงใบหน้าลงไปคลอเคลียไล้จมูกและริมฝีปากกับแก้มนุ่มที่กำลังขึ้นสีแดงเรื่อเบา ๆ คล้ายออดอ้อน


                 “พี่มาร์ค!” แบมแบมย่นคอหนีพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเนื่องจากพวกเขาอยู่ในที่สาธารณะ


                 “ยกโทษให้พี่นะ …ไม่งั้นพี่ไม่ปล่อย” มาร์คผละใบหน้าออกมาเล็กน้อยพร้อมลอยหน้าลอยตาตอบไม่สนอาการตกใจของคนในอ้อมกอดที่กำลังพยายามดิ้นออก ซ้ำเจ้าตัวยังกระชับวงแขนให้แน่นยิ่งขึ้น เรียกว่าตอนนี้มาร์คกำลังใช้ความหน้ามึนให้เป็นประโยชน์ก็ว่าได้


                 “แบมจะโกรธพี่มาร์คก็เพราะเรื่องนี้แหละ!” แบมแบมที่กำลังพยายามพาตัวเองให้หลุดจากอ้อมแขนของคนตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายก็เผลอโพล่งขึ้นมาด้วยความลืมตัว พอรู้สึกตัวว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรออกไปก็ต้องชะงักแล้วเม้มปากแน่น


                 มาร์คหรี่ตามองคนตัวเล็ก สมองประมวลผลประโยคเมื่อครู่ก่อนจะเอ่ย “หมายความว่าแบมไม่ได้โกรธพี่เรื่องป๊ากับม๊าใช่ไหม”


                 แบมแบมเงียบหากในหัวก็คิด… ถ้าบอกว่าไม่โกรธนี่จะโดนอะไรอีกไหม?’ คิดได้อย่างนั้นแบมแบมก็ตัดสินใจตอบแบบกลาง ๆ “ก็โกรธ…นิดหน่อย แบมทั้งคิดมากทั้งกังวลตั้งนาน” เอ่ยจบแล้วก็พองลมเข้าที่แก้มทั้งสองข้างอย่างลืมตัว


                 บอกได้เลยว่ามาร์คไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของแบมแบมมาก่อน การขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตาเคือง ๆ กับการพองลมที่แก้มจนแก้มที่บวมอยู่แล้วยิ่งบวมจนอยากพาจมูกและริมฝีปากไปฝังไว้อยู่นาน ๆ การได้มองสีหน้าท่าทางน่ารัก ๆ แบบนี้ในระยะประชิดพาให้มาร์คต้องแอบอมยิ้มน้อย ๆ เพราะนี่มันน่าจะเป็นอาการงอนมากกว่าโกรธ


                 “งอน?


                 แบมแบมเม้มปากไม่ตอบ เพราะที่จริงก็ไม่อยากจะยอมรับว่ามันเป็นอย่างที่อีกคนพูดจริง ๆ …เขางอน แม้ก่อนหน้านี้จะบอกว่าไม่โกรธแต่เขาก็ไม่เคยบอกสักหน่อยว่าไม่งอน


                 “แบมโกรธต่างหาก” แต่ก็ตอบในสิ่งตรงกันข้ามกับความคิด


                 “โอเค โกรธก็โกรธ” มาร์คอมยิ้มตอบ


                 “พี่มาร์คปล่อยแบมก่อน” แบมแบมเอ่ยพร้อมขยับตัวประท้วงให้อีกฝ่ายคลายอ้อมแขน


                 “ไม่ปล่อย พี่ผิดพี่ต้องง้อก่อน”


                 น้ำเสียงและแววตากรุ่มกริ่มของคนตรงหน้าทำให้แบมแบมสังหรณ์ใจพิกล “ไม่กอดก็ง้อได้ครับ” พูดแล้วก็เริ่มขยับตัวอีกที


                 “ไม่ได้ นี่มันวิธีง้อของพี่” มาร์คเลิกคิ้วตอบ แขนทั้งสองก็กระชับแน่นกันอีกฝ่ายหนี


                 “งั้นแบมไม่โกรธแล้วก็ได้” แบมแบมรีบเอ่ยต่อทันทีเมื่อรู้ว่าคงจะออกจากสถานการณ์นี้ด้วยตัวเองไม่ได้แน่ ๆ


                 มาร์คได้ยินก็ขยับยิ้มบางก่อนวูบลงไปฉกฉวยความหอมนุ่มนิ่มจากแก้มทั้งสองข้าง และจบลงด้วยการประทับริมฝีปากที่ปากอิ่มแรง ๆ หนึ่งที ผละใบหน้าออกมามองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ทั้งใบหน้าโดยเฉพาะแก้มและปากกำลังแดงก่ำอย่างน่ารัก นั่นทำให้มาร์คชักจะอยากทำ อะไร มากกว่านี้ หากไม่ใช่เพราะกลัวจะถูกโกรธเข้าให้จริง ๆ ทั้งจากการกระทำ รวมถึงจากประโยคเอ่ยเย้าหลังจากนี้แล้วล่ะก็ เขาก็คงไม่ลังเลที่จะทำ อะไร อย่างที่คิดไว้แน่นอน


                 “น่าเสียดาย… ถ้าได้ง้อคงมากกว่านี้”                       

           



 


 

                    งานเลี้ยงเย็นวันนี้เป็นเพียงงานกินเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัว ผู้ร่วมงานนอกจากครอบครัวต้วนจึงมีเพียงแค่เหล่าหนุ่ม ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเป็นงานเลี้ยงที่ค่อนข้างคึกคักไม่น้อย


                 แบมแบมนั่งยิ้มและพูดคุยกับทุกคนอย่างมีความสุข หลังจากเคลียร์เรื่องโกรธเรื่องงอนนั่นแล้วแบมแบมก็คิดไว้เลยว่าหากมีแบบนี้อีกคราวหน้าเขาจะต้องอยู่ห่างจากอีกคนเอาไว้ก่อน  คนอะไรมือไวชะมัด! นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะ


                 พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วแบมแบมก็ต้องระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ เหลือบมองคนด้านข้างแล้วเม้มปาก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะเปลี่ยนสถานะระหว่างเราขนาดไหน ความจริงจากระยะเวลาที่ได้ทำความรู้จักกัน แบมแบมไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ารู้สึกมีความสุขและอุ่นใจทุกครั้งที่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ ๆ คอยถาม คอยห่วงใย คอยดูแล คอยมาทำให้เขิน มาทำให้ใจเต้น


                 ในทางตรงกันข้าม ก็ยังคงเป็นพี่มาร์คอีกนั่นแหละที่ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงและอยากจะอยู่ใกล้ ๆ แบมแบมจำได้…มีครั้งหนึ่งอีกฝ่ายไม่สบาย แม้จะไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ยังไงมันก็ต้องกันเอาไว้ก่อน เขาจึงบอกให้นอนพักผ่อนอยู่ห้องไม่ต้องมาหา แต่อีกฝ่ายก็ยังดื้อจะมารับเขาไปกินข้าว จนต้องยื่นคำขาดว่าถ้ามาจะโกรธและไม่พูดด้วย ตอนนั้นพี่มาร์คเงียบไปก่อนจะตอบตกลงกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา จนเขาต้องย้ำบอกอีกรอบ …ก็ดื้อน้อยเสียที่ไหนล่ะคนนี้


                  คิดแล้วแบมแบมก็อมยิ้มน้อย ๆ …หรือมันจะถึงเวลาแล้วนะ


                 “จริงสิ ม๊าจำได้ว่าเคยถ่ายรูปตอนไปเที่ยวที่ประเทศไทยครั้งนั้นไว้อยู่นะ อืม…แต่ไม่รู้ว่าอัลบั้มนั้นอยู่ไหนนี่สิ” แบมแบมหลุดจากภวังค์ความคิด หันไปมองคนพูดด้วยสีหน้างุนงงเนื่องจากไม่ทันได้ฟัง


                 “มีรูปมาร์คกับแบมแบมเต็มเลย น่ารัก ๆ ทั้งนั้น” ดารินพูดยิ้ม ๆ


                 มาร์คเลิกคิ้วมองมารดา ความจริงแล้วเขาจำเรื่องราวตอนนั้นไม่ได้หรอก ด้วยความที่ยังเด็กมากหากแต่ก็มีคลับคล้ายคลับคลาบ้างตอนที่ได้ฟัง ภาพเด็กน้อยแก้มป่อง ตากลมโตที่เหมือนจะโผล่ออกมาจากความทรงจำเพียงชั่วเสี้ยววินาทียังคงเลือนราง  หากเรื่องที่มารดาเขาเล่าเป็นเรื่องจริง อาจฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อยถ้ามาร์คจะบอกว่าเขาไม่สงสัยแล้วว่าทำไมตัวเองถึงติดใจคนตัวเล็กตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกอย่างที่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต

 

 




 

                 ช่วงเวลาที่เหลือก่อนวันปีใหม่เป็นการจัดโปรแกรมเที่ยวแอลเอ ทั้งหมดตระเวนไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ บางวันก็มีเพื่อนของมาร์คและแจ็คสันมาร่วมทริปด้วยพลอยทำให้ยูคยอม ยองแจ และแบมแบมกลายเป็นน้องรักของบรรดาพี่ ๆ ไปอีกหลายคน ซึ่งนั่นก็สามารถสร้างความหงุดหงิดเล็ก ๆ ให้คนหน้านิ่งที่มองเห็นความสนิทสนมถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวอยู่บ่อย ๆ ของเพื่อนเจ้าตัวกับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี


                 และแม้ว่ามาร์คจะแสดงออกโดยการใช้สายตาข่มขู่ หรือเข้าไปยืนใกล้ ๆ คล้ายคอยคุม แต่บรรดาเพื่อนทโมนเหล่านั้นก็ทำเพียงแค่มองเมินไม่สนใจ ซ้ำยังลอยหน้าลอยตาทำอย่างเดิมต่อไป คนขี้หวงจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามทำใจให้สงบ(อย่างยากลำบาก)เท่านั้น


                 ผ่านไป 3 วันหลังจากพากันออกไปเที่ยวเสียจนเกือบทั่วแอลเอ วันนี้เป็นวันที่ทั้งหมดตกลงกันว่าจะพักผ่อนอยู่บ้าน กิจกรรมที่เลือกขึ้นมาทำก็หนีไม่พ้นการค้นเกมออกมาเล่น ยิ่งโดยเฉพาะเจค แจ็คสัน และเจบี ที่นับว่าติดเกมกันอยู่แล้ว ยังมียูคยอมกับยองแจที่ก็ถูกดึงเข้าไปเล่นจนติดกันงอมแงมเลยทีเดียว


                 แบมแบมที่ก็ไม่รู้จะทำอะไรเลยนั่งกินขนมไปด้วยเชียร์ไปด้วยอยู่แถวนั้น ข้าง ๆ มีจินยองที่กำลงนั่งอ่านหนังสือไม่สนใจเสียงดังโหวกเหวกโวยวายของบรรดาพวกที่เล่นเกมอยู่อีกคน


                 “เฮ้ยพี่แจ็ค! อย่าโกงดิ”


                 “อะไร! ใครโกง!


                 “พี่นั่นแหละ ผมกำลังจะเก็บแล้วพี่ก็มาตัดหน้าอ่ะ!


                “เขาไม่เรียกโกงนั่นเขาเรียกใครดีใครได้เว้ย มาแข่งกับพี่เร็วไปร้อยปี!” ยูคยอมมองแจ็คสันที่หลังจากกล่าวเสร็จก็หัวเราะสะใจตอกใส่หน้าเขา


                 “พวกพี่โดนกันทุกคนนั่นแหละ เกมนี้ไอ้แจ็คมันสุด ๆ แล้ว ไม่มีใครสู้มันได้หรอก” เจบีเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือมาตบไหล่ยูคยอมที่คล้ายจะเจ็บใจหลังจากแพ้มา 5 ครั้งรวด


                 “งั้นพี่ต้องเจอระดับปรมาจารย์!” ยูคยอมโพล่งออกไปพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ทั้งท่าทางและสีหน้าแลดูมีความมั่นใจถึงขีดสุด


                 “ใคร! ไปเชิญมา!” แจ็คสันนั้นมากว่าคนที่อยู่ตรงนี้ไม่มีใครสู้ได้แน่นอน เนื่องจาก เจค เจบี ยองแจก็ล้วนแพ้เขามาแล้ว จินยองเหรอ? รายนั้นไม่ชอบเล่นเกม มาร์ค? รายนั่นไม่ค่อยเล่นหรอก เกมที่ห้องมันก็ของเขานี่แหละ ไปทิ้งไว้เพราะพวกเขาชอบไปสิงที่ห้องมันบ่อย ๆ …เห็นไหม? แล้วใครจะมาเป็นปรมาจารย์ของยูคยอมได้


                 แต่เหมือนแจ็คสันจะลืมไปคนหนึ่ง…


                 “แบมมานี่! ได้เวลาแสดงฝีมือแล้วเพื่อน!” แจ็คสันหันหลังขวับไปมองคนที่ยูคยอมเรียกทันที ทันได้เห็นสีหน้าคนถูกเรียกที่ดูจะงุนงงไม่น้อย เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกลากเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามกลางวงเกมเช่นนี้


                 ยูคยอมลุกขึ้นเดินเข้าไปลากแบมแบมให้มานั่งจุมปุ๊กหน้าโทรทัศน์ หยิบจอยสติ๊กมากดนั่นนี่แล้วยัดใส่มือแบมแบมเสร็จสรรพ ก่อนจะหันไปมองหน้าแจ็คสันแล้วยักคิ้วให้หนึ่งที


                 “ลองกันดูสักตั้ง!” แจ็คสันมองแบมแบมแล้วยกยิ้มที่มองดูชั่วร้ายออกมาชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับไปกดจอยสติ๊กของตัวเองเพื่อเริ่มเกม


                 แบมแบมก้มลงมองของที่อยู่ในมือแล้วหันหน้าไปมองยูคยอมก่อนจะถอนหายใจ “ไม่ได้เล่นนานแล้วด้วย” แม้เจ้าตัวจะพึมพำกับตัวเอง แต่คนต้นเหตุที่ทำให้แบมแบมต้องมานั่งตรงนี้ก็เพียงยิ้มร่าแล้วเอ่ย


                 “ชนะให้ได้นะเว้ย!


                 แบมแบมหรี่ตามองคนพูดก่อนจะหันมาสนใจหน้าจอ แล้วถอนหายใจอีกครั้งคล้ายปลง แม้จะมีท่าทางเช่นนั้นหากหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณเริ่ม มือเล็กพลันกดรัวไปที่ปุ่มของจอยสติ๊กในมืออย่างรวดเร็วทันที!  


                 มาร์คที่เพิ่งเดินลงมาจากบนบ้านต้องเลิกคิ้วกับเสียงตะโกนของแจ็คสันที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น


                 “ได้ไงวะ! แบมแบมพี่ขออีกรอบ!


                 มาร์คเดินมาหยุดพิงที่กรอบประตูเพื่อดูสถานการณ์


                 “นี่มันรอบที่ 3 แล้วนะครับ” แบมแบมเอ่ยครวญไปให้คนที่ยังตื้อไม่เลิก


                 “น่า…เมื่อกี้พี่ประมาทไปหน่อย”


                 “พี่ก็พูดแบบนี้มาสามรอบแล้วอ่ะ! เห็นป่ะ ผมบอกแล้วว่านี่ใคร! ปรมาจารย์แบมแบม! เล่นอีกกี่รอบพี่ก็ไม่ชนะหรอกน่า” ยูคยอมเอ่ยเยาะเย้ย พร้อมกับแขนข้างหนึ่งที่เอื้อมไปโอบไหล่แบมแบมคล้ายภาคภูมิใจประหนึ่งคุณพ่อที่ได้รับข่าวว่าลูกชายเพิ่งชนะการวิ่งแข่งในงานโรงเรียนประถมอย่างไรอย่างนั้น


                 แจ็คสันยกมือชี้หน้ายูคยอมอย่างคาดโทษก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้แบมแบม ยื่นมือไปจับมือแบมแบมเอาไว้โดยไม่สนสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของคนโดนกุมมือสักนิด แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง


                 “เล่นกับพี่อีกครั้ง!


                 และก่อนที่จะได้ฟังคำตอบ แจ็คสันที่รู้สึกถึงการสะกิดจากด้านหลังจึงยกมือขึ้นปัด และเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงคล้ายรำคาญ


                 “อย่าเพิ่งกวนได้ไหมวะไอ้เจบี เห็นไหมว่ากูกำลังทำภารกิจสำคัญระดับชาติอยู่” เมื่อกล่าวออกไปเช่นนั้นการสะกิดจึงพลันหยุดลง แจ็คสันยกยิ้มพอใจโดยไม่สังเกตบรรยากาศรอบตัวที่ดูเหมือนจะเงียบสงัดและแฝงความเย็นยะเยือกมากกว่าปกติเลยสักนิด


            “กูเข้าใจมึงนะ แต่กูอยากให้มึงหันกลับมาสักนิด …เพื่อสวัสดิภาพของตัวมึงเอง” และเป็นคนสะกิดนั่นแหละที่ต้องเอ่ยออกมาอีกครั้งโดยหวังให้คนที่มันไม่รู้ชะตากรรมตัวเองได้รู้สถานการณ์ที่เข้าข่ายเสี่ยงตายในตอนนี้สักที!


                 “อะไรของมึ…ง ” แจ็คสันที่ต้องจำใจละสายตาจากแบมแบมก็หันขวับไปมองโดยที่มือก็ยังคงกุมมือเล็กไว้อยู่ (เรียกว่าฉวยโอกาสและอยากลองจับมานานแล้วก็ว่าได้)


                 เพียงแค่หันกลับมาทั้งยังพูดไม่จบประโยค แจ็คสันก็ต้องพบกับสายตาคมกริบคู่คุ้นเคยที่กำลังหรี่ลงและจ้องมองมาอย่างดุดันคล้ายเสือที่กำลังจ้องตะปบเหยื่อ ทำให้แจ็คสันต้องขนลุกทั่วกาย พร้อมใบหน้าเริ่มมีเหงื่อแตกพลั่กทั้งที่ด้านนอกอุณหภูมิติดลบ ครั้นพอมองตามสายตาคมกริบนั่นแจ็คสันพลันต้องรีบปล่อยมือที่กำลังกุมอยู่ทันที พร้อมถดตัวไปนั่งหลบภัยด้านหลังยูคยอมที่นั่งด้านหลังแบมแบมอีกทีอย่างรวดเร็ว


                 มาร์คมองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วก็ต้องผ่อนลมหายใจหนักเมื่อรู้สึกว่าตัวเองแสดงอาการมากเกินไป อาจเป็นเพราะมันสะสมมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้าด้วย เลยทำให้ความอดทนเริ่มต่ำลงจนจวนจะหมดแบบนี้


                 ทางด้านแจ็คสันนั้น เมื่อไม่สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารและแววตาคมกริบแล้ว จึงค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาพร้อมระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะยิ้มหน้าบานกระโดดกลับมานั่งที่เดิมและตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมต่อ ทั้งยังไม่ลืมจะดึงยูคยอมให้มาเล่นด้วย


                 และเมื่อไม่มีวี่แววว่าจะเกิดคดีฆาตกรรมในห้องนั่งเล่น เจบี จินยอง และยองแจจึงหันกลับไปสนใจกิจกรรมก่อนหน้าของตนเองต่อโดยไม่สนใจคนมาใหม่อีก


                 แบมแบมหันไปมองเจ้าของบ้านเมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะเข้ามานั่ง ก่อนจะต้องเอียงคอคล้ายงุนงงแต่ก็ลุกขึ้นเดินไปหาเมื่อได้รับสัญญาณเรียกโดยการกวักมือเบา ๆ


                 “มีอะไรเหรอครับ?


                 “พี่มีอะไรจะให้ดู” แม้เจ้าตัวจะเอ่ยออกมาเรียบ ๆ หากแต่เสียงทุ้มก็แฝงความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มาร์คก้าวเท้าเข้ามาแตะข้อศอกแบมแบมให้เดินไปพร้อมกัน


                 แบมแบมที่แม้จะงุนงงแต่ก็ยอมเดินตามไปอย่างไม่ขัดข้อง และที่ที่อีกฝ่ายพามาคือห้องนอนของเจ้าตัว แบมแบมเหลียวมองไปรอบห้องคล้ายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ แม้ว่าตัวเองจะเคยเข้ามาครั้งสองครั้งแล้วก็ตาม


                 เจ้าของห้องหันไปปิดประตูก่อนจะเดินนำเข้าไป แบมแบมมองตามหลังเห็นอีกฝ่ายเข้าไปหยิบกล่องอะไรสักอย่างบนโต๊ะมาวางไว้บนเตียงนอน พร้อมกับเงยหน้ามองเขาคล้ายเรียกให้เข้าไปหา


                 เมื่อแบมแบมเดินเข้าไปนั่งตรงปลายเตียงใกล้ ๆ แล้ว เจ้าของห้องจึงเปิดกล่องใบนั้นพร้อมกับหยิบอัลบั้มรูปที่มองดูแล้วน่าจะเก่ามาก เพราะสีที่ค่อนข้างซีดของปกนอกสามารถบ่งบอกอายุของมันได้เป็นอย่างดี แบมแบมขมวดคิ้วงุนงงแต่ก็เอื้อมมือไปหยิบมา


                 “เปิดดูสิ” มาร์คเอ่ยบอก


                 แบมแบมมองหน้าเจ้าของห้องสลับกับอัลบั้มรูป แล้วจึงตัดสินใจเปิดดู


                 “นี่มัน…”


                 “ครับ…รูปแบมกับพี่” มาร์คเอ่ยพร้อมมองคนที่ยังคงจ้องรูปอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาพลันยกยิ้มมุมปากอย่างที่ดูแล้วไม่น่าไว้ใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียงซ้อนหลังคนตัวเล็กที่ยังคงไม่รู้สึกตัวเนื่องจากความสนใจทั้งหมดอยู่ที่รูปในอัลบั้มไปแล้วเก้าส่วน


                 “แบมไม่เคยเห็นเลย ทำไมที่บ้านแบมไม่มี…” แบมแบมจ้องมองรูปก่อนจะตวัดหันหน้าไปถามเจ้าของอัลบั้ม หากแต่แบมแบมก็ต้องชะงักเมื่อยามที่หันไปแล้วเจอใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ในระยะประชิด ยังไม่ได้เอ่ยปากทักท้วงหรือถามข้อสงสัยว่าทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แบมแบมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมารัดที่เอวก่อนตัวทั้งตัวจะเป็นอันต้องลอยหวือจากตำแหน่งเดิมที่ปลายเตียงขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงเต็มตัว พร้อมทั้งยังถูกแขนแกร่งรวบเอาไว้แน่นจนหลังแนบไปกับแผ่นอกร้อนผ่าวของเจ้าของอ้อมแขนจนรู้สึกได้


                 “พี่มาร์ค!” แบมแบมตวาดแหว พยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อให้ตัวเองหลุดจากอ้อมกอด


                 “พี่ขอกอดหน่อย” มาร์คฝังจมูกลงบนศีรษะทุยพร้อมเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี


                 “กอดก่อนค่อยขอเนี่ยนะครับ” ถึงแม้จะได้ยินคำขอนั้นแต่แบมแบมก็ยังคงดิ้นอยู่ดี จนคนอยากกอดต้องกระชับแขนไว้แน่น


                 “ก็ถ้ามัวแต่ขอมันจะไม่ได้ทำ”


                 ประโยคสั้น ๆ แต่มันช่างเป็นประโยคที่บอกถึงปณิธานและความตั้งใจของคนพูดเหลือเกิน แบมแบมทำได้เพียงหันไปส่งสายตาค้อนให้คนหน้ามึนเท่านั้น และในเมื่อโดนรวบแบบนี้แล้วคงยากที่จะหนีแบมแบมเลยหันมาสนใจอัลบั้มรูปในมือแทน


                 “ที่บ้านแบมไม่มีจริง ๆ นะรูปพวกนี้” แบมแบมมองรูปใบแรกในอัลบั้มที่เป็นรูปถ่ายรวมของทั้งสองครอบครัว แบมแบมนั้นถูกแม่อุ้มอยู่ ส่วนคนหน้ามึนที่กำลังกอดเขาตอนนี้ยืนอยู่ด้านหน้าสุดและทำหน้านิ่งมองตรงมาที่กล้องเท่านั้น


                 “พี่มาร์คทำหน้านิ่งตั้งแต่เด็กเลย” อดไม่ได้แบมแบมจึงเอ่ยแซวพร้อมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพลิกเปิดหน้าต่อไป รูปส่วนมากในอัลบั้มก็จะมีครอบครัวของเขาและพี่มาร์คสลับกันไป รูปทั้งหมดล้วนถูกถ่ายในช่วงเวลา 2 อาทิตย์ที่ครอบครัวต้วนไปเที่ยวประเทศไทย แบมแบมเปิดพลิกไปเรื่อย ๆ มีหัวเราะบ้าง เอ่ยแซวเจ้าของห้องบ้าง หากใบหน้าน่ารักก็แตะแต้มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาจนกระทั่งเปิดหน้าสุดท้าย


                 แบมแบมเม้มปากแน่นไม่รู้ว่าควรจะเขินหรือรู้สึกเฉย ๆ เมื่อเห็นภาพสองใบสุดท้ายในอัลบั้ม ถ้าจะให้อธิบายแบมแบมก็คงบอกว่ามันภาพที่ตรงกับคำบอกเล่าของคุณม๊าก่อนหน้านี้แบบไม่มีผิดเพี้ยน


                 ภาพเด็กชายที่มองดูก็รู้ว่าเติบใหญ่ขึ้นมาคงจะหล่อเหลาไม่น้อยเว้นเสียแต่ชอบทำหน้านิ่ง กำลังหลับตาพริ้มประทับริมฝีปากบนแก้มของทารกน้อยตัวกลม แก้มกลม ตุ้ยนุ้ยน่ารักที่ตอนนั้นเด็กน้อยน่าจะกำลังหัวเราะชอบใจอะไรบางอย่างอยู่


                 กับอีกภาพที่เด็กชายยังคงหลับตาพริ้มพร้อมมือเล็กที่กุมแก้มบวมป่องของเด็กน้อยคนเดิมทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม หากแต่เจ้าตัวเปลี่ยนจากที่จุ๊บแก้มกลม ๆ ก่อนหน้า เป็นที่ริมฝีปากน้อย ๆ นั่นเท่านั้นเอง…


                 และอย่างที่บอกไปก่อนหน้า เขาควรรู้สึกเช่นไร เขินดีไหม? หรือทำเฉย ๆ ไป เพราะถึงยังไงมันก็เป็นเรื่องตอนที่ยังเด็กมาก


                 “น่ารัก”


                 จู่ ๆ เสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นมา และเหมือนมันจะดังมาจากแถว ๆ ข้างใบหู ทำให้แบมแบมไม่กล้าหันหน้าไปเพราะเกรงว่าจะเป็นการเข้าทางอีกคนมากกว่า


                 “ตอนเด็ก ๆ ใครก็น่ารักหมดนั่นแหละครับ พี่มาร์คยังน่ารักเลย” แบมแบมตีความคำพูดของอีกฝ่ายว่าคงจะหมายถึงเรื่องรูป


                 “อืม…น่ารัก… น่ารักตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะ เด็กน้อยที่ชื่อแบมแบมคนนี้น่ะ”


                 เสียงเอ่ยกระเซ้าจากคนด้านหลังทำให้แบมแบมต้องเม้มปากแน่น… เอาเข้าไป! ทำให้คนอื่นประหม่าเข้าไป! สนุกเขาสิ!


                ในขณะที่ความคิดและความรู้สึกตีกันให้ยุ่ง สายตาแบมแบมก็เหลือบไปเห็นบางที่ดูคุ้นตาวางอยู่ในกล่องจึงยื่นมือไปหยิบขึ้นมาดู


                 “ของแบมไง” มาร์คที่มองตามตั้งแต่แบมแบมเอื้อมไปหยิบเอ่ยตอบคลายความสงสัย


                 “มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” แบมแบมพลิกมอง ถุงมือ ของเด็กแรกเกิดในมือไปมา


                 ความจริงแล้วของแบบนี้มันอาจจะเป็นของมาร์คหรือของเจคก็ได้ หากแต่ที่คนตอบมั่นใจว่ามันเป็นของแบมแบมก็เพราะในอัลบั้มรูป… เด็กน้อยแบมแบมใส่ถุงมือคู่นี้ด้วยน่ะสิ


                 “คงเป็นของที่ระลึก” มาร์คเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก เนื่องจากมันมีสองกรณีที่สามารถเกิดขึ้นได้ คือแม่ของแบมแบมให้ไว้เป็นของที่ระลึกจริง ๆ หรืออีกอย่างคือ…เขาแอบเอามันมาเอง


                 ก็ไม่อยากจะคิดว่าตัวเขาในวัย 3 เกือบ 4 ขวบ จะทำอย่าหลังได้ หากแต่หลักฐานที่เป็นรูปภาพบ่งบอกชัดว่าเขาติดเด็กน้อยคนนั้นมากแค่ไหน และนั่นมันก็ทำให้เขาไม่สามารถจะตัดประเด็นนี้ออกไปได้เลย


                 “พี่มาร์คเก็บไว้นานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” ดูเหมือนแบมแบมจะไม่ติดใจสงสัยอะไร มาร์คจึงคิดว่าควรจะปล่อยมันไป


                 “อืม พี่ไม่ได้ค่อยได้เปิดกล่องใบนี้เท่าไหร่” ความจริงกล่องใบนี้เป็นกล่องความทรงจำวัยเด็กที่เขาเกือบจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แม้มันจะอยู่ในห้องแต่มันก็ซุกอยู่ในกล่องลังเก็บของที่ปกติไม่ค่อยสนใจและเข้าไปยุ่งกับมันเท่าไหร่ แต่พอได้ฟังมารดาเล่าเรื่องและบอกว่ามีรูปอยู่ก็ทำให้นึกขึ้นมาได้ มาร์คจึงกลับมาค้นห้องแล้วเจอมัน


                 มาร์คก้มมองคนตัวเล็กที่ไม่พูดไม่จานั่งมองถุงมือของตัวเองแล้วหันไปคว้ากล่องมาหยิบนั่นหยิบนี่ดูอย่างเพลิดเพลิน ดูเหมือนเจ้าตัวอาจจะลืมไปแล้วว่ายังคงอยู่ในอ้อมแขนเขาอยู่


                 ใบหน้าหล่อเหลามองตามคนตัวเล็กที่ยังคงสนใจแต่ของในกล่องแล้วก็ให้ต้องกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจ


                 แบมแบมที่วุ่นอยู่กับการหยิบของเล่นขึ้นมาดูพลันต้องชะงัก เมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนพร้อมสัมผัสนุ่มแผ่วเบาบริเวณซอกคอ กว่าสมองจะประมวลผลว่ามันคืออะไร ก็โดนคนหน้านิ่งประทับริมฝีปากซ้ำไปซ้ำมาแถมยังมีแนวโน้มจะเคลื่อนลงต่ำกว่านี้อีกด้วย!


                 เมื่อได้สติกลับมาแบมแบมจึงรีบเอียงคอหนีการรุกเร้าเอาแต่ใจของคนเจ้าเล่ห์ทันที พร้อมใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่องจากการกระทำของอีกฝ่าย  


                 ให้ตายเถอะ! เผลอเป็นไม่ได้!


                 “ไม่ดูของในกล่องแล้วเหรอ” มาร์คเงยหน้าขึ้นมายิ้มกรุ่มกริ่ม เรียกสายตาขุ่นจากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี และนั่นทำให้มาร์คระบายยิ้มน้อย ๆ พร้อมเอ่ย


                 “พี่ไม่ทำมากกว่านี้แน่นอน …ถ้าแบมไม่เต็มใจ”


                 ประโยคแรกดูเหมือนจะดี แต่ประโยคหลังนั้นทำเอาแบมแบมต้องหรี่ตามองคนที่กำลังหัวเราะเบา ๆ คล้ายมีความสุขเสียเต็มประดา ทำเอาแบมแบมรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย


                 ฉับพลันความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวก็ทำให้แบมแบมต้องอมยิ้มแปลก ๆ กับตัวเอง ทบทวนความคิดชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ พลิกตัวนิดหน่อยแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องที่หยุดหัวเราะแล้วมองเชิงถาม


                 “พี่มาร์ค…” เสียงที่เอ่ยออกไปนั้นช่างแผ่วเบาและกระเซ้าอย่างที่แบมแบมไม่คิดว่าตัวเองจะเอ่ยออกมาได้ นั่นทำเอาเจ้าของชื่อชะงักไปนิดคล้ายถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ


                 “แบมคิดว่า…” เอ่ยพร้อมยกมือขวาไปไล้ลงมาตามโครงหน้าคมแผ่วเบา พร้อมใบหน้าก็เลื่อนเข้าไปใกล้อีกฝ่ายทีละนิด…ทีละนิด


                 มาร์คเบิกตาขึ้นเล็กน้อยกับการกระทำแปลก ๆ ของคนในอ้อมแขน หากแต่ในสมองก็ไม่สามารถหาเหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย เนื่องจากพฤติกรรมที่เข้าข่าย ยั่วยวน ของคนตัวเล็กทำเอาสติมาร์คแทบจะเตลิด


                 แบมแบมเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็ต้องลอบยิ้ม ก่อนจะเอียงหน้าไปให้จมูกและปากอิ่มเฉียดแก้มสากแผ่วเบา พร้อมเอ่ยกระซิบใกล้ใบหูที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด


                 “แบมคิดว่า…”


                 น้ำเสียงที่กระเซ้ายิ่งกว่าเมื่อครู่ทำให้คนหน้านิ่งต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก มือที่โอบเอวเล็กไว้อยู่เผลอลูบขึ้นบนแผ่นหลังเนียนแผ่วเบา…


                 แบมแบมเม้มปากแน่นพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แม้จะรู้สึกขนลุกซู่เมื่อสัมผัสถึงความร้อนจากฝ่ามืออีกฝ่ายบนแผ่นหลังก็ตาม ก่อนจะรีบโพล่งออกไปอย่างรวดเร็ว


                 “แบมคิดว่า…แบมลงไปข้างล่างก่อนดีกว่า!


                  แบมแบมอาศัยจังหวะที่อีกคนชะงักค้างอย่างงุนงงกระโดดลงจากเตียง วิ่งไปเปิดประตูก่อนจะหันกลับมาทำหน้าทะเล้นใส่คนที่ยังคงนิ่งเป็นประติมากรรมอยู่บนเตียงแล้วจึงออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว    


                 กว่าจะรู้ตัวว่าถูกแกล้ง คนในอ้อมแขนก็กระโดดเผ่นแผ้วลงจากเตียงไปเสียแล้ว มาร์คมองตามคนตัวเล็กที่วิ่งออกจากห้องไปแล้วก็ต้องกระตุกยิ้ม


                 โดนเอาคืนแล้วไงล่ะ มาร์ค ต้วน


                 แต่ความจริง…โดนเอาคืนแบบนี้มันก็ไม่แย่เท่าไหร่ล่ะนะ

    



___________________________________________________________________________________________
TALK... (Rewrite Ver.)
          หายไปนานจนรีดบอก "จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วเว้ยยยย!" 5555 
            แหมมม...นี่แหละเป้าหมายของไรท์ ให้รีดจำไม่ได้แล้วกลับไปอ่านใหม่ อ่านซ้ำๆ เพิ่มวิวโน๊ะ งุงิ 5555 ล้อเล่นนนน~~ ยังไงก็คิดถึงทุกคนนะคะ/ส่งจูบบบบบบ -3-




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2835 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:43
    เอ็นดูมาร์คต้วนนนน โดนน้องแกล้งกลับบบบ
    #2835
    0
  2. #2808 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 16:38
    หมอนขาดละเนี่ย เขิล 55555
    #2808
    0
  3. #2796 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 07:00
    น้องงงงงงงงงงงงง
    #2796
    0
  4. #2770 NINGWC (@NINGWC) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 00:27
    เพิ่งมาเจอเรื่องนี้! สนุกมาก! มากๆๆๆๆ น้องแบมน่ารักก พี่แจ็คตลก และพี่มาร์คหล่อนิ่งมากกก อยากเห็นน้องแบมรุกกกกกก
    #2770
    0
  5. #2739 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:19
    น้องงงงงงงงงงงงงงง 5555555555
    #2739
    0
  6. #2685 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 16:26
    เขินนนนน
    #2685
    0
  7. #2661 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 22:47
    น้องแบมขี้ยั่วววววว
    #2661
    0
  8. #2659 Nningggg (@Nningggg) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 22:39
    เราคิดถึงงงงง T^T
    #2659
    0
  9. #2658 embrace (@prangmy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 20:38
    นึกว่าไรท์เปลี่ยนด้อมหรือชิปคู่อื่นมากกว่าแล้ว55555 เราชอบภาษาเรื่องนี้นะ ไม่เชิงเรียบแต่บรรยายได้ดี อ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆตั้งแต่ชิปมบเลย ตอนนั้นยังงงว่าทำไมคนชิปอยู่เลยมั้ง รอไรท์ลงให้จบถึงจะอ่านรวด แต่ปรากฏว่าไรท์รีไรท์55555 ดีใจที่ไรท์มาต่อนะคะ ช่วงนี้สอบ เดี๋ยวสอบเสร็จมาอ่านน><
    #2658
    0
  10. #2657 Kanun Sc (@kanunsc) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:40
    รอไรท์นานมากกกกกก
    #2657
    0
  11. #2656 vararava (@vararava) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:36
    โดนเอาคืนยังยิ้มได้ โถพี่เค้าเป็นเอามากนะคะ... ว่าแล้วก็แอบกลับไปอ่านย้อนของเก่าซะหน่อยดีกว่า
    #2656
    0
  12. #2655 Icemb (@reikaice) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 08:58
    รอไรท์มานานแสนนานในที่สุดก้มาแล้วววว คิดถึงนะคะ
    #2655
    0
  13. #2654 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 08:19
    หวานละเกินนนนนนโอ๊ยยยยยยย
    #2654
    0
  14. #2653 Meiji Panalee (@may-panalee) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 06:36
    มาร์คมือไวมาก5555
    #2653
    0
  15. #2652 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 06:19
    งุ้ย (>\\\\<) เขินอ่าาาาาาาา
    #2652
    0
  16. #2651 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 01:50
    รีไรท์แล้วรู้สึกฟืดฟาดเลยค่ะ เรทขึ้นเยอะเลย คือชอบมาก 55555555555
    #2651
    0
  17. #2650 napatsawanearn (@napatsawanearn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 00:29
    พี่มาร์คคคคค
    #2650
    0
  18. #2649 St.tripleJ (@pimploy651) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 00:00
    นี่พี่มาร์คหรือปลาหมึก มือไวมาก ><
    #2649
    0
  19. #2648 Wcx.3 (@dervasong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 23:34
    คิดถึงจังเลยยยยย
    #2648
    0
  20. #2647 My bias is MARKBAM (@rungbuab) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 23:34
    คิดถึงค่ะ คิดถึงมากๆ
    #2647
    0
  21. #2640 JBBOW (@JBBOW) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 19:22
    เปิดให้อ่านให้จิ!!! อยากอ่านอ่าา รอเปิดนร้าาา
    #2640
    0
  22. #2326 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 00:16
    งืออออเบาหวานขึ้นตาเขินง่ะ(?)
    #2326
    0
  23. #2292 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 09:52
    จ้าาาาาาาา
    #2292
    0
  24. #2139 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 23:13
    น้องแบมระวังพลาดนะจ๊ะ อิอิ
    #2139
    0
  25. #2088 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 14:26
    เดวนี้แบมรู้จักยั่วพี่มาร์คแล้ว >< พี่มาร์ครักแบมมาอ่ะ เราว่ามาร์คน่าจะขโมยถุงมือแบมมานะ 55555
    #2088
    0