เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 28 : บทที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    29 เม.ย. 60





บทที่ 23


Coincidence or Destiny



 

                 “ป๊า ม๊า…เล่นอะไรครับ” เสียงทุ้มแผงความเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นมาพร้อมดวงตาคมกริบที่ค่อย ๆ หรี่มองบิดามารดาและเผื่อแผ่ไปยังน้องชายที่เสหลบตาไปทางอื่นอย่างมีพิรุธ


                 “อะไร? เล่นอะไร? ป๊าเนี่ยนะ” เรย์ ต้วน หัวหน้าครอบครัวที่ถึงแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาจากอดีตให้เห็นอย่างชัดเจน ทั้งยังร่างกายที่คงความแข็งแรงเนื่องจากเจ้าตัวออกกำลังกายเป็นประจำ เอ่ยตอบเสียงสูงพร้อมคิ้วที่เลิกขึ้นแสดงท่าทางไม่เข้าใจในสิ่งที่ลูกชายคนโตกล่าวเมื่อครู่


                 “ใช่ฮะ! ไม่มีใครเล่นอะไรสักหน่อย” เจค ต้วน น้องชายคนเดียวของมาร์คเอ่ยต่อพร้อมพยักหน้ายืนยันคำพูดตัวเองอย่างแข็งขัน


                 “แล้วทำไมมองแบมแบบนั้นล่ะครับ? ผมเคยบอกเรื่องแบมแล้วไม่ใช่เหรอ” มาร์คถอนหายใจน้อย ๆ แม้จะเอ่ยถามเช่นนั้นแต่สายตากลับมองไปที่มารดาคล้ายจะบอกว่า…เขารู้


                 ใช่ว่ามาร์คจะไม่สังเกตว่าทั้ง ป๊า ม๊า และเจค มองแบมแบมจนเจ้าตัวที่ความรู้สึกช้ายังสามารถรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลได้ …โดยเฉพาะม๊า ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยบอกเรื่องแบมมาก่อนแล้ว ซ้ำครอบครัวก็ไม่ได้ค้านหรือว่าอะไร   


                 “ไม่มีอะไรหรอกลูก ก็พวกเราไม่เคยเห็นแบมแบม เลยอยากรู้ว่าคนที่ทำให้ลูกชายม๊ารักได้ขนาดนี้เป็นคนแบบไหนเท่านั้นเอง” คุณนายดาริน ต้วน เอ่ยยิ้ม ๆ หยอกล้อลูกชายหน้านิ่งของเธอ


                 “ว่าแต่…มาร์คบอกน้องเรื่องที่ครอบครัวเรารู้เรื่องทั้งหมดแล้วหรือยัง ม๊าเห็นน้องท่าทางแปลก ๆ นะ” ดารินเอ่ยถามในสิ่งที่เธอสงสัย


                 “…”


                “เงียบอย่างนี้ อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้บอกน้องน่ะ”


                 “…”


                 เมื่อคำตอบที่ได้มีเพียงความเงียบและการหลบตา ทำเอาดารินต้องยกมือขึ้นทาบหน้าอกแล้วเรียกชื่อลูกชายคนโตเสียงดัง “มาร์ค! ทำไมลูกไม่บอกน้อง!


                 มาร์คหันกลับมามองมารดาที่ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งคาดโทษอยู่แล้วก็ต้องถอนหายใจยาว “ผมก็ว่าจะบอก แต่ช่วงนั้นมันยุ่ง ๆ เลยลืมไป”


                 เป็นความจริงที่เขาเคยบอกครอบครัวเรื่องแบมแบมมาก่อนหน้านี้แล้ว และก่อนหน้าที่ว่าก็คือตอนแรก ๆ ที่เขามั่นใจว่าชอบนั่นแหละ ที่ยังไม่บอกแบมแบมตอนนั้นก็เพียงเพราะแค่อยากจะบอกตอนที่เป็นแฟนกันแล้ว และเขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พาแบมแบมมาบ้าน มาเจอครอบครัวก่อนจะได้เป็นแฟนกัน นั่นทำให้ลืมเรื่องนี้ไปสนิทใจ มาร์คมาคิดได้ก็หลังจากที่เห็นปฏิกิริยาแบมแบมเมื่อตอนมาถึงบ้านแล้ว อยากจะบอกแต่ก็ยังไม่มีโอกาสไม่รู้ว่าอีกคนจะคิดมากไปขนาดไหนแล้ว


                 “มาร์คนะมาร์ค …ป่านนี้น้องจะคิดมากไปขนาดไหนแล้ว” ดารินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ดูท่าทางของลูกชายแล้วเจ้าตัวก็คงจะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย


                 “ผมจะบอกหลังจากนี้ครับ” มาร์คเอ่ยเสียงเบา


                 “ดีแล้วล่ะ เปลี่ยนเรื่อง ๆ จะว่าไปแบมแบมนี่ก็น่ารักน่าเอ็นดูนะ” คนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นหวังเปลี่ยนบรรยากาศที่เริ่มจะหดหู่ของลูกชาย


                 “ใช่! แบมแบมน่ารัก ผมไม่คิดว่าแบมแบมจะน่ารักขนาดนี้นะเนี่ย ดูแก้มดิ น่าหมั่นเขี้ยวมากอ่ะ” เจคที่นั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศมาคุรีบเอ่ยต่อทันที แต่สิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมานั้นทำเอาเรย์และดารินต้องหันไปมองหน้าลูกชายคนโตทันใด


                 “ก่อนจะพูดอะไรน่ะ ดูหน้าพี่ชายแกหน่อยไหม นั่น…จะงาบหัวเข้าให้แล้ว” เรย์ ต้วน เอ่ยพลางกลั้วหัวเราะ ลูกชายคนโตที่ก่อนหน้านี้ทำสีหน้าหม่นหมองกลับเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วแน่นและเริ่มแผ่รังสีแปลกๆ ออกมา เพียงแค่ได้ยินประโยคดังกล่าว ใครจะไปคิดว่าลูกชายคนโตที่ปกติมีแต่จะนิ่งเงียบไม่สนใจคนอื่น บทจะหึงก็ออกอาการซะขนาดนี้ นี่แค่น้องชายตัวเองนะ ถ้าเป็นคนอื่นจะขนาดไหนกัน     


                 เมื่อได้ยินคนเป็นพ่อเอ่ยเตือน เจคจึงหันไปมองพี่ชาย ก่อนจะต้องสะดุ้งแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งไปหลบหลังมารดาที่ก็กำลังยิ้มขำอยู่ทันที แต่ดูเหมือนเจคจะยังไม่สาแกใจ เมื่อเจ้าตัวยังคงเอ่ยยั่วคนหน้านิ่งที่ตอนนี้ชักจะไม่นิ่งต่ออีกยกอย่างไม่กลัวตาย


                 “ก็ผมพูดความจริงนี่ แบมแบมน่ารักจะตาย ยิ่งตอนยิ้มกว้าง ๆ ยิ่งน่ารัก แก้มนี่กล๊ม~ กลม ยุ้ย ๆ~ ท่าจะนุ่มน่าดู” ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟให้คนที่กำลังจ้องเขม็งคล้ายอยากจะเข้ามาเตะเขาเสียเต็มแก่


                 “เดี๋ยวโดน” มาร์คเอ่ยเสียงเย็นไปให้คนที่กำลังทำหน้าทะเล้นใส่ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเพียงหยอกเล่น แต่ได้ยินแล้วมันก็อดจะหวงคนตัวเล็กไม่ได้


                 “โหย มีคนหึงโหดหวงโหดอ่ะม๊า มองเฉย ๆ ก็ไม่ได้” เจคเบ้ปากเอ่ยฟ้องมารดา ทำให้มาร์คได้แต่ส่ายหน้ากับความขี้เล่นของน้องชาย


                 “ป๊าไม่คิดว่าแกจะเป็นขนาดนี้นะเนี่ย”


                 มาร์คหันไปมองบิดาที่มองมาก่อนเจ้าตัวจะถอนหายใจแล้วตอบ “ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้เหมือนกันครับ เหมือนมันจะควบคุมไม่ได้ด้วย”


                “งั้นก็คงจะรู้ว่ามันหมายความว่ายังไงใช่ไหม?


                 “ครับ” มาร์คตอบพร้อมยกยิ้มมุมปาก


                 “อย่าพูดอะไรเข้าใจกันแค่สองคนสิพ่อลูกคู่นี้” คุณนายดารินที่นั่งฟังอยู่เอ่ยแทรกขึ้นมา หากสองพ่อลูกก็เพียงหันมายิ้มให้แต่ไม่ตอบอะไร นั่นทำให้เธอต้องหรี่ตามองอย่างสงสัยส่งไปแทน


                 “ไม่มีอะไรหรอก แต่จะว่าไปผมไม่คิดว่าที่คุณมองแบมแบมจะเป็นเพียงแค่เพราะคุณไม่เคยเห็นหน้าหรอก มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ๆ” ดารินเลิกคิ้วเมื่อจู่ ๆ เป็นสามีก็เปลี่ยนมาเป็นผู้ตั้งคำถาม และแม้จะสงสัยกับบทสนทนาก่อนหน้าแต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบเธอก็เพียงต้องตามน้ำไป 


                 “ตาดีจริง ๆ เลยนะคุณเนี่ย”


                 คำตอบของคนเป็นแม่ทำให้มาร์คต้องเลิกคิ้วสูงแล้วเอ่ยถาม “มีอะไรเหรอครับ”


                 “อืม… ม๊าแค่สงสัยอะไรนิดหน่อย ยังบอกไม่ได้เหมือนกัน ขอม๊าไปนอนคิดก่อนนะ” มาร์คหรี่ตาสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร


                 จากนั้นคนทั้งสี่จึงแยกย้ายกันไปเข้าห้องนอน


                 ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่ดารินกำลังสงสัยนั้นมันสามารถสร้างความตกตะลึงและความเหลือเชื่อให้แก่ทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างมาก และนั่นก็ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอเองเช่นกัน              

 





 

                 เนื่องจากเมื่อวานแบมแบมได้นอนไปอย่างเต็มที่ จึงทำให้วันนี้ตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อย มองไปที่เตียงข้าง ๆ เห็นเพื่อนร่วมห้องทั้งสองยังคงนอนหลับสบายอยู่ก็ไม่อยากรบกวน หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแบมแบมจึงเดินลงมาชั้นล่าง ขณะกำลังลังเลว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือไปหาอะไรกินก่อน พลันได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากห้องครัว สุดท้ายแบมแบมจึงตัดสินใจสาวเท้าไปทางต้นเสียงเผื่อว่ามีอะไรที่พอจะช่วยและทำได้บ้าง ยังไงแบมแบมก็ยึดถือธรรมเนียมไทย อยู่บ้านท่านอย่างนิ่งดูดายมาอยู่มากินบ้านเขาก็ต้องทำอะไรบ้าง


                 ภายในห้องครัวมีคนอยู่ 3-4 คน หนึ่งในนั้นก็มีดารินที่ก็กำลังหยิบนู้นหยิบนี่ออกมาจากตู้เย็น จนคนที่ตั้งใจจะมาช่วยต้องเดินเข้าไปเงียบ ๆ เพื่อไม่เป็นการรบกวน จนกระทั่งภรรยาเจ้าของบ้านเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบเด็กหนุ่มหน้าหวานยืนชะเง้อมองมาอยู่ไม่ไกล


                 “อ้าว แบมแบมตื่นเช้าจังลูก ทานอะไรก่อนไหม?” ดารินทักพร้อมส่งยิ้มกว้างให้


                 “รอทานพร้อมกันเลยดีกว่าครับ เอ่อ…มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” แบมแบมยิ้มก่อนเอ่ยถาม


                 “ไม่เป็นอะไรลูก แบมไปนั่งรอหรือไปเดินเล่นก่อนก็ได้ครับ” ดารินบอกปัด เนื่องจากแบมแบมเป็นแขกจึงไม่ควรให้มาลงมือทำอะไรเช่นนี้ และถึงจะบอกไปแบบนั้นแต่เด็กหนุ่มตรงหน้าก็เพียงแค่พยักหน้ารับน้อย ๆ ก้าวออกไปยืนตรงประตูทางเข้าแล้วเอาแต่ยืนชะเง้อมองเธอกับคนอื่นอยู่ไม่ไปไหน ทำให้ดารินอดจะยิ้มเอ็นดูไม่ได้ สุดท้ายจึงเอ่ยบอกให้เข้ามาช่วย


                 “แบมแบมลูก…หนูมาช่วยม๊าทำออมเล็ตก็ได้มา” ถ้าดูไม่ผิดเหมือนดารินจะเห็นแววตาเป็นประกายคล้ายดีใจของเด็กหนุ่มที่เธอร้องเรียก ก่อนเจ้าตัวจึงปรี่เข้ามาหาทันที


                 “ทำเป็นไหม? ถ้าไม่เป็นเดี๋ยวม๊าสอนก่อน”


                 “เป็นครับ” แบมแบมตอบรับอย่างกระตือรือร้นทันที


                 “งั้นม๊าไปทำอย่างอื่นนะ” ดารินยิ้มเมื่อเห็นท่าทีแข็งขันของเด็กหนุ่ม


                 แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะหันมาหยิบชามแล้วตอกไข่ลงไป 3 ฟอง ตีให้เข้ากันจากนั้นก็ใส่เครื่องเคียงลงไป หันไปตั้งกระทะเทน้ำมันใส่เล็กน้อย เมื่อน้ำมันร้อนแล้วจึงเทไข่ที่เตรียมไว้ หยิบไม่พายมากวนไข่ไปเรื่อย ๆ จนจับตัวเป็นก้อน จากนั้นจึงดันไข่ทั้งหมดไปไว้ที่ขอบกระทะ พอเริ่มสุกก็ตวัดกลับด้านพร้อมกับดันให้ไปชิดขอบกระทะอีกครั้ง เมื่อไข่สุกดีแล้วจึงนำมาใส่จานและเตรียมทำใหม่อีกครั้ง


                 ดารินมองท่าทางคล่องแคล่วของแบมแบมอย่างพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการหยิบจับหรือการลงมือ ไม่มีอาการลังเลหรือเก้ ๆ กัง ๆ ให้เห็นเลย แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวคงจะทำอาหารบ่อยหรือไม่ก็ชื่นชอบการทำอาหารอยู่ไม่น้อย แม้ว่าออมเล็ตจะเป็นเมนูที่ทำได้ง่าย แต่ถ้าคนที่ไม่เคยทำหรือทำไม่บ่อยก็น่าจะมีการชะงักมือหรือลังเลบ้าง


                 งั้นก็แสดงว่าที่ลูกชายเธอเคยเล่าเรื่องแบมแบมให้ฟังคงเป็นเรื่องจริงสินะ…


                 “นี่แสดงว่างานเลี้ยงเย็นนี้ม๊าก็มีลูกมือเพิ่มอีกคนแล้วสิเนี่ย” ดารินเอ่ยแซวพร้อมกับยิ้มให้แบมแบมที่หันมามอง ก่อนจะต้องหัวเราะน้อย ๆ กับคำตอบที่ได้


                 “ยินดีเลยครับ” แบมแบมยิ้มจนตาหยี แก้มบวม ๆ ยกขึ้นจนเห็นเป็นก้อนกลม ดารินชะงักไปนิด มองภาพนั้นพร้อมครุ่นคิด


                 “ที่รัก ผมขอกาแฟหน่อย… อ่าว ทำไมแบมแบมมาอยู่นี่ได้ล่ะ” เสียงสามีดังขึ้นจึงทำเอาสิ่งที่กำลังคิดหยุดชะงักไปด้วย ดารินหันไปมองคนมาใหม่ที่หันไปมองเด็กหนุ่มอย่างแปลกใจ


                 “แบมแบมมาช่วยค่ะ เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะคะ กาแฟใช่ไหม?” ดารินตอบแทนแบมแบมพร้อมถามไปในตัว


                 “ครับ งั้นที่มาร์คเคยบอกไว้ว่าแบมแบมทำอาหารเป็นก็จริงงั้นสิ” เรย์ตอบภรรยาก่อนจะหันไปเอ่ยกับแบมแบมที่มีสีหน้างุนงงกับประโยคเมื่อครู่


                 “พี่มาร์คเคยพูดถึงผมด้วยเหรอครับ?” แม้จะยังงง ๆ แต่แบมแบมก็เอ่ยถาม


                 “เคยสิลูก ตอนม๊าเขาโทรไปหาก็มีเล่าให้ฟังบ้าง น้ำเสียงนี่อ่อนโยนมีความสุขเชียว” เรย์เอ่ยตอบยิ้ม ๆ ทันทีอย่างลืมตัว


                 แบมแบมที่ได้ยินเช่นนั้นจึงชะงักไป แม้จะไม่รู้ว่าพี่มาร์คเล่าอะไรบ้าง แต่ความนัยของประโยคเมื่อครู่ก็ทำให้แบมแบมเดาได้ไม่ยากว่าคนทั้งคู่ต้องรู้และระแคะระคายอะไรบ้างไม่มากก็น้อย และถึงแม้พี่มาร์คจะไม่ได้บอกตรง ๆ แต่คนเป็นพ่อแม่หรือจะไม่รู้ว่าลูกคิดยังไง ยิ่งลูกชายเป็นคนพูดน้อยด้วยแล้ว…


                 ดารินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เห็นแบมแบมชะงักไปเธอจึงรีบเดินไปหยิกแขนสามีอย่างแรง โทษฐานพูดอะไรไม่คิด ส่วนคนพูดนั่นก็เพียงแค่สะดุ้งหันมามองแล้วเลิกคิ้วงุนงง ก่อนจะเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งนึกได้


                 “คงไม่ต้องรอให้พ่อตัวดีบอกเองแล้วมั้ง…” ดารินพึมพำเบา ๆ เมื่อเห็นแบมแบมมีอาการคล้ายกระอักกระอวนแต่พยายามจะไม่แสดงออกมา เธอจึงเดินเข้าไปหาหยิบชามในมือเล็กวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะหมุนตัวเด็กหนุ่มให้หันมา จากนั้นจึงวาดแขนไปสวมกอดคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์สับสนเอาไว้ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปลูบศีรษะทุยแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน


                 “แบมแบม ไม่ต้องกังวลนะครับ ม๊ากับป๊ารู้เรื่องมาร์คกับแบมแล้ว…” เพียงพูดเท่านี้ดารินก็สัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนตัวแข็งทื่อไปแล้ว นั่นสร้างความเอ็นดูให้เธอได้อย่างมากเลยทีเดียว


                 “รู้แล้ว…” เสียงแบมแบมคล้ายพึมพำกับตัวเอง นั่นเรียกรอยยิ้มทั้งของเรย์และดารินได้อีกครั้ง


                 “ครับ” ดารินผละออกมามองหน้าแบมแบมที่ยังคงมีความตกตะลึงอยู่


                 “มาร์คเขาเคยบอก สักพักแล้วล่ะ แบมไม่ต้องคิดมากนะลูก ป๊ากับม๊าไม่ได้ว่าอะไร ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ลูกชายม๊ารักใครเป็นสักที” ดารินแย้มยิ้มอ่อนโยนให้แบมแบม มือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมากุมใบหน้าน่ารักอย่างแผ่วเบา


                 “ใช่แล้ว ป๊านี่ดีใจจนอยากจะปิดโรงแรมเลี้ยงฉลองเลยนะรู้ไหม” เรย์เอ่ยพลางกลั้วหัวเราะพร้อมกับเดินเข้ามาลูบศรีษะแบมแบมอย่างเอ็นดู


                 แบมแบมที่ได้แต่ตกตะลึงนิ่งค้าง มองหน้าคนทั้งสองที่ส่งยิ้มอย่างเมตตาและเอ็นดูมาให้ แบมแบมเริ่มเม้มปากแน่น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้ว่าเป็นยังไง ทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมด รู้แค่ว่าดีใจและปลื้มใจมากเท่านั้นเอง


                 “ขอบคุณครับ…” สุดท้ายแบมแบมก็ทำได้เพียงกล่าวขอบคุณอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยิ้มกว้างให้คนทั้งสองที่เข้ามาโอบกอดและปลอบประโลมเขาไปพร้อม ๆ กัน


                 “เอ่อ…แบมไม่โกรธมาร์คนะลูก” เรย์เอ่ยขึ้นเบา ๆ หลังจากผละออกมาแล้ว


                 “ไม่ลูก! งอนไปเลย ม๊าสนับสนุน!” ดารินเอ่ยท้วง ราวกับว่าคนที่เธอสนับสนุนให้แบมแบมงอนนั้นไม่ใช่ลูกชายเธอ


                 “โถ่…คุณ ลูกก็บอกแล้วว่าลืม แต่ก็จะบอกเองนี่” เรย์เอ่ยครวญ เพราะมันก็เป็นความผิดเขาที่ทำให้แบมแบมรู้ก่อนที่ลูกชายคนโตจะเป็นคนเอ่ยปากบอกเอง


                 “ฉันสนที่ไหนล่ะ! ผู้ชายก็เป็นแบบนี้! งอนเลยนะลูก!” ดารินสะบัดหน้าหนีสามี ก่อนจะหันมาทำหน้าจริงจังให้แบมแบมที่มองมาด้วยสีหน้าคล้ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก


                 แบมแบมอยากจะบอกเหลือเกินว่า…เขาก็เป็นผู้ชาย แต่คิดไปคิดมาเหมือนนี่มันไม่ใช่ประเด็น สุดท้ายเลยตัดทิ้งไปมาคิดอีกเรื่อง…


                 ถ้าพูดกันตรง ๆ มันก็สมควรโกรธอยู่ เพราะอีกฝ่ายไม่บอกว่าเคยบอกครอบครัวแล้ว แต่แบมแบมก็รู้จักอีกฝ่ายเกินกว่าจะถือโทษโกรธเคือง แม้จะมีขุ่น ๆ บ้างที่ลืมบอกจนทำให้เขาคิดมากไปหน่อย แต่ความเอาใจใส่ ความห่วงใย ความอดทนที่ผ่านมาที่อีกคนมีให้มันก็ทำให้แบมแบมคลายความขุ่นข้องหมองใจลงไปได้เกือบหมด เพราะนั่นมันรวมถึงตัวแบมแบมเองที่ก็ไม่เคยบอกอีกฝ่ายเหมือนกันว่าแม่เขาก็รู้แล้ว…ถือว่าหักล้างกันไปก็แล้วกัน


                 แม้แบมแบมจะคิดแบบนั้นแต่ท่าทางคุณแม่ของพี่มาร์คคงจะไม่ยอม… เพราะเมื่อจะหันไปตอบว่าเขาไม่โกรธ หากประกายตามุ่งมั่น คาดหวัง (ที่จะแกล้งลูกชาย) ที่ส่งมานั้น ทำเอาเขาต้องตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้


                 “…ครับ” มทันทีตอบไปเช่นนั้นคุณนายของบ้านก็แย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปทำกาแฟให้สามีต่ออย่างอารมณ์ดี แบมแบมหันไปยิ้มแห้งให้คุณป๊าที่ตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างปลง ๆ พร้อมกับส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ อย่างอ่อนใจ  


                 เอ่อ….งั้น (แกล้ง) งอนนิดหน่อยก็แล้วกันนะ      

 

 





                 มาร์คตวัดสายตามองตามหลังคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบหางตามามองเขาเป็นรอบที่ 3 ครั้งคราวนี้มันทำให้มาร์คเริ่มจะหมดความอดทน ครั้งแรกนั้นไม่คิดอะไรเพราะเหมือนอีกฝ่ายดูวุ่นวายกับการช่วยงานในครัวอยู่ ครั้งที่สองเริ่มไม่มั่นใจเพราะแม้มาร์คจะใช้สายตาคมกริบจับจ้องทุกการก้าวเดินแต่แบมแบมก็ยังไม่หันมองอยู่ดี ตอนนั้นมาร์คให้เหตุผลกับตัวเองว่าคงจะอยู่ไม่ใกล้พอ จึงลุกเปลี่ยนไปนั่งใกล้กับบริเวณทางเดิน ซึ่งมั่นใจว่าไม่ว่าใครที่เดินผ่านก็ต้องมองเห็นว่ามีคนนั่งอยู่


                 เหมือนจะได้ผล หากไม่ใช่ว่าพอแบมแบมเดินผ่านมาครั้งที่ 3 เจ้าตัวกลับทำเพียงเหลือบมอง ไม่ยิ้ม ไม่ทักทายแล้วก็เดินผ่านไปเฉย ๆ จนทำให้มาร์คต้องมุ่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และมันเป็นคำถามที่ไม่สามารถตอบเองได้ ทำให้มาร์คคิดเอาไว้ว่าถ้าเดินผ่านไปครั้งที่ 4 แล้วยังเป็นเหมือนเดิมก็คงต้องถามให้รู้เรื่อง


                 และเหมือนเดจาวู ครั้งที่ 4 แบมแบมก็เพียงแค่เดินผ่านกลับไปทางห้องครัวโดยไม่หันมอง มาร์คตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมก้าวเดินตามทันที แบมแบมก็เหมือนจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากคนบางคนที่เจ้าตัวจงใจมองเมินจึงเริ่มเร่งฝีเท้าเพื่อจะหนีห่างเหมือนกัน


                 มาร์คเห็นแบบนั้นก็เริ่มขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังเล็กพร้อมขาที่เร่งสาวเข้าไปจนใกล้ยิ่งขึ้น มาร์คไม่ชอบและหงุดหงิดที่เห็นแบมแบมหันหลังคล้ายจะหนีกันแบบนี้


                 “มาร์ค ทำอะไรลูก”


                 ขณะที่มาร์คกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าแขนแบมแบมให้หยุด เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลังก็ทำให้คนที่กำลังจะถึงตัวคนตัวเล็กต้องหยุดเดินและชะงักมือทันที มาร์คหรี่ตามองแบมแบมที่เดินต่อไปอย่างไม่เหลียวกลับมาก็ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันกลับไปด้านหลังตามเสียงเรียก


                 “ครับ”


                 “ม๊าถามว่ากำลังจะทำอะไร” ดารินคลี่ยิ้มให้ลูกชาย


                 “เปล่าครับ” มาร์คบอกปัด


                 “งั้นเหรอ… อ่อ เราอย่าไปกวนน้องนะ น้องกำลังช่วยม๊าจัดโต๊ะอยู่ นี่ก็ตื่นมาช่วยทำอาหารตั้งแต่เช้าแล้วด้วย น่ารักจริง ๆ เลยเด็กคนนี้” ดารินเออออไปตามนั้นเสมือนว่าไม่ได้ติดใจอะไร ทั้ง ๆ ที่เธอนั้นทราบดีถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกชายหงุดหงิดและทำหน้าห่อเหี่ยวซังกะตายอยู่ตอนนี้


                 “ครับ” มาร์ครับคำเสียงแผ่ว หันไปมองทางด้านหลังไม่เห็นวี่แววของคนที่เดินตามก่อนหน้าก็ต้องถอนหายใจยาว สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินไปรอที่โต๊ะอาหารแทน


                 ส่วนทางด้านคนที่เร่งฝีเท้าออกมาพลันต้องผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่ได้ตามมาเพราะมีแม่เรียกตัวเอาไว้ แบมแบมรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมาราวกับจะมองให้ทะลุนั่น รวมถึงความรู้สึกเสียวสันหลังยามที่อีกฝ่ายเดินตามและเข้าใกล้จนเกือบประชิด นั่นทำให้แบมแบมขนลุก


                 ให้ตายสิ…พี่มาร์คนี่เคยน่ากลัวอย่างไรก็ยังคงน่ากลัวอยู่อย่างนั้น นี่ก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่ตัดสินใจ (แกล้ง) งอน


                 “เป็นยังไงบ้างลูก”


                 แบมแบมหันมองคนที่เพิ่งเข้าเดินมาแล้วถามด้วยดวงตาเป็นประกายคล้ายชอบใจ แบมแบมทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ เป็นคำตอบ นั่นทำให้ดารินต้องหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางเช่นนั้นของเด็กหนุ่ม ก่อนเอ่ย


                  “ไปทานข้าวกันเถอะจ้ะ ป่านนี้คงลงมากันครบแล้วล่ะ”


                 แบมแบมยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะเดินไปล้างมือที่เคาท์เตอร์ ทำให้ไม่ได้ยินดารินที่มองตามหลังเจ้าตัวไปพร้อมกับพึมพำแผ่วเบา


                 “คล้ายจริงๆ”

 

 





                 มาร์คคงคิดผิดว่าหลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้วจะมีเวลาได้คุยกับแบมแบม นั่นเป็นเพราะเมื่อเสร็จสิ้นจากการทานอาหารเช้า ทุกคนก็ถูกพ่อและแม่ของมาร์คชวนมานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น


                 เมื่อทำอะไรไม่ได้มาร์คจึงพยายามส่งสายตาไปให้แบมแบมที่กำลังยิ้มหัวเราะอยู่กับทุกคน แต่จนแล้วจนรอดคนตัวเล็กก็ไม่หันมาสนใจเขาสักที นั่นทำให้มาร์ครู้สึกว่าความอดทนเขาก็กำลังจะหมดลงแล้วเช่นกัน


                 เหมือนแจ็คสัน จินยอง เจบี และยูคยอมจะรับรู้ได้ว่าระหว่างมาร์คและแบมแบมมีอะไรบางอย่างที่แปลกไป อาจจะเป็นเพราะเห็นมาร์คนั้นเอาแต่มองจ้องไปทางแบมแบม แต่แบมแบมกลับไม่แม้แต่จะหันมองคนจ้องเลยด้วยซ้ำ หรืออาจจะเป็นเพราะหากมาร์คพยายามเรียกหรือคุยกับแบมแบมทีไร ก็จะมีคนคนหนึ่งขัดขึ้นทุกครั้ง


                 ใครน่ะเหรอ ก็…


                 “แบมแบม ม๊าถามอะไรหน่อยลูก” คนนี้ยังไงล่ะ…


                 “ครับ?” แบมแบมที่กำลังหัวเราะกับเรื่องเล่าสมัยเด็กของเจคหันมองดารินที่มองมาด้วยแววตาคล้ายสงสัย


                “หนูมีญาติผู้หญิงที่เคยมาเรียนที่นิวยอร์กรึเปล่า อายุพอ ๆ กับม๊านี่แหละ ม๊าเห็นหน้าหนูแล้วรู้สึกว่าคล้ายกับเพื่อนม๊าคนหนึ่ง เราเคยเรียนด้วยกันที่นั่น เป็นคนไทยเหมือนหนูด้วย แต่เราไม่ได้เจอไม่ได้ติดต่อกัน 10 กว่าปีแล้ว”


                 และนี่คือเรื่องที่เธอสงสัยตั้งแต่เห็นหน้าแบมแบมครั้งแรก …ความจริงดารินสงสัยถึงขนาดที่ว่าเพื่อนเธออาจจะเป็นแม่แบมแบมด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ถามแบบเจาะจง เพราะเธอไม่คิดว่าจะมีบังเอิญถึงขนาดนั้น และเธอก็ไม่รู้อายุของแม่แบมแบมด้วย อย่างดีขอแค่เป็นญาติ เธอก็มีสามารถหาทางติดต่อเพื่อนรักของเธอผ่านแบมแบมได้


                 ด้านคนถูกถามแบบแบมแบมก็พลันต้องขมวดคิ้วเอียงคอครุ่นคิด จะว่าไปแล้วถ้าตามเงื่อนไขนี้เขาก็รู้จักอยู่คนเดียว


                 “ก็…มีครับ แต่ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่เหมือนกันว่าจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า แล้วเขาชื่ออะไรเหรอครับ?” แบมแบมไม่มั่นใจแต่ในใจก็คิดว่ามันคงจะไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก ใช่ไหม…


                 ดารินนั่งทบทวนความทรงจำอยู่ชั่วครู่ หากแต่เธอจำชื่อภาษาไทยไม่ได้ จำได้ก็แต่ชื่อภาษาอังกฤษที่เพื่อนเธอใช้ตอนที่เรียนอยู่เท่านั้น “ม๊าจำชื่อภาษาไทยเขาไม่ได้ แต่ชื่อที่ใช้อยู่ที่นี่ ชื่อ…มิเชล”


                 แบมแบมชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อ มิเชล หลุดออกมาจากอีกฝ่าย


                 ไม่สิ…มันไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น อาจจะเป็นคนละคนก็ได้ คนที่ใช้ชื่อมิเชลมีตั้งหลายสิบหลายร้อยคน แม้จะมีเงื่อนไขว่าเป็นคนไทยก็ตาม


                 ยังไม่ทันที่แบมแบมจะได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือที่บ่งบอกว่ามีคนโทรเข้ามาก็ทำให้แบมแบมต้องเอ่ยปากขอโทษพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อคนโทรมาหาแล้วแบมแบมก็เงยหน้าไปมองดารินที่ก็ยิ้มและมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แบมแบมเม้มปากแน่น ตัดสินใจกดรับโดยไม่สนใจว่ามันจะเสียมารยาท ในใจคิดเพียงว่าไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ ก็คงจะได้รู้คำตอบพร้อมกันทั้งหมดจากการรับสายนี้


                 “ครับแม่” แบมแบมเอ่ยเป็นภาษาไทยหลังจากบนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏใบหน้าคนโทรมาในแอพพลิเคชั่นที่สามารถเห็นหน้าคู่สนทนาได้


                 [เป็นยังไงบ้างลูก ถึงแอลเอหรือยัง นี่แม่เพิ่งกลับมาถึงที่พัก]


                 ไม่ใช่ว่าแบมแบมไม่รู้สึกถึงสายตาทุกคู่ของทุกคนในห้องที่จับจ้องมาด้วยความสงสัย ยิ่งเขาพูดเป็นภาษาไทยคงยิ่งทำให้คนทุกคนไม่เข้าใจ รวมถึงคงจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงกดรับตรงนี้เลย


                 “ถึงแล้วครับ… แม่ครับ แม่เคยมาเรียนที่นิวยอร์กใช่ไหม?


                 [หืม? เคยจ้ะ]


                 “ชื่อที่แม่ใช้ตอนที่อยู่ที่นี่ชื่ออะไรครับ”


               [‘มิเชลไงครับ แบมมีอะไรหรือเปล่าลูก]


                 เพียงได้ยินคนปลายสายของแบมแบมพูดชื่อมิเชลขึ้นมา ทำให้ดารินที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบิกตาขึ้นนิดอย่างแปลกใจทันที แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าแบมแบมและคู่สายคุยอะไรกัน แต่เธอมั่นใจว่าเด็กตัวเล็กข้าง ๆ ไม่ได้พูดคำว่า มิเชล ออกมาแน่ ๆ และยังเสียงปลายสายที่ดูคุ้นอย่างไรบอกไม่ถูกนั่นอีก


                 “แม่…มีเพื่อนชื่อดารินไหมครับ”


                 ดารินมองแบมแบมสลับกับโทรศัพท์ในมือเล็กอย่างสงสัยยิ่งขึ้นเมื่อมีชื่อเธออยู่ในประโยคสนทนาด้วย


                 แบมแบมเห็นแม่เลิกคิ้วสูง ก่อนจะยิ้มและตอบกลับมา ซึ่งมันเป็นคำตอบที่ทำให้แบมแบมต้องกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึงกับความโลกกลมนี้


                 [มีสิจ้ะ เพื่อนรักเลยล่ะ เราเรียนด้วยกันที่นิวยอร์กแต่แม่ติดต่อเขาไม่ได้เลย จะว่าไปแล้วก็คิดถึงเหมือนกันนะ… แต่เอ๊ะ! ลูกรู้ได้ยังไงว่าแม่มีเพื่อนชื่อดารินด้วย]


                 แบมแบมไม่ตอบคำถามแม่ แต่เขาสามารถตอบคำถามในใจได้อย่างชัดเจนแล้วว่า มิเชลคนที่แม่พี่มาร์คพูดถึง เป็นมิเชลคนเดียวกับที่เขาคิดจริง ๆ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้…


                 “แบมมีอะไรจะเซอร์ไพรส์แม่ด้วย” พูดจบแบมแบมก็หันโทรศัพท์ไปด้านข้าง เพียงเท่านั้นเสียงอุทานอย่างตกใจก็ดังมาจากผู้หญิงทั้งสองคนทันที


                 “มิเชล!


               [ดาริน!]


                 และโทรศัพท์แบมแบมก็ถูกครอบครองโดยคุณนายดารินที่ถูกแบมแบมยื่นให้ พร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปคุยด้านนอก สายตาทุกคู่บ่งชัดได้ถึงความสับสน งุนงง และไม่เข้าใจ สุดท้ายจึงเบนมาจับจ้องที่แบมแบมราวกับจะถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน


                 แบมแบมเม้มปากก่อนจะตอบ “นั่นแม่ผมเองครับ…มิเชลที่พูดถึงก็แม่ผมครับ”


                 เพียงเท่านี้ความตกตะลึงพลันปรากฏขึ้นแก่ทุกสายตา ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่แบมแบมจะเป็นเพื่อนกับดาริน นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างถึงที่สุด ใครจะไปคิดว่าโลกมันจะกลมได้ถึงเพียงนี้!





 

 

                 ผ่านไปประมาณ 20 นาที ดารินจึงเดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้างประดับอยู่เต็มใบหน้า เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแบมแบมแล้วยื่นโทรศัพท์ในมือคืนให้ ก่อนจะทำการโน้มตัวลงไปกอดเด็กหนุ่มแน่น ๆ หนึ่งทีท่ายกลางความสับสนปนงุนงงของทุกคนในห้อง ก่อนผละออกมาหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างฟอดใหญ่


                 แบมแบมที่ตั้งตัวไม่ทันได้แต่นั่งนิ่งอึ้งค้างอยู่แบบนั้น ดารินเห็นแล้วก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ย


                 “ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะลูก ทำไมม๊าถึงจำแก้มกลม ๆ ยุ้ย ๆ นี่ไม่ได้กันนะ” ประโยคนั้นทำให้แบมแบมเริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ


                 “หมายความว่ายังไงครับ” เป็นมาร์คที่โพล่งถามออกมา เพราะถ้าให้ตีความหมายของประโยคนั้น ก็แปลว่ามารดาของเขาต้องเคยเจอแบมแบมมาก่อนแล้ว …ตั้งแต่เมื่อไหร่?


                 “คุณ…อย่าบอกนะว่าเป็นคนที่เราไปเยี่ยมที่ประเทศไทยเมื่อตอนนั้น…” เรย์ที่ก็พยายามครุ่นคิดเนื่องจากคุ้นชื่อมิเชล เพื่อนของภรรยาเช่นกัน


                 “ใช่แล้วค่ะ” ดารินหันไปยิ้มให้สามีที่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหลัง ก่อนเธอจะหันหน้าไปหาลูกชายคนโตที่ก็มองมาอย่างสงสัยอยู่แล้ว


                 “ตอนนั้นมาร์คก็ไปด้วยนะลูก” ดูเหมือนดารินยิ่งพูดออกมาทุกคนในห้องยกเว้นสามีของเธอก็มีเพียงสีหน้าที่ปรากฏความสับสนไม่เข้าใจส่งมาเป็นคำถาม นั่นทำให้เธอต้องเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง


                 “ม๊ากับมิเชลเป็นเพื่อนเรียนด้วยกันที่นิวยอร์ค เราสนิทกันมากเลยนะ ไปไหนไปด้วยกัน มีเรื่องอะไรก็จะเล่าให้กันฟังตลอด แม้กระทั่งเรียนจบม๊ากลับไต้หวันมิเชลกลับไทย กระทั่งแต่งงานแล้วเราก็ยังติดต่อกันอยู่” ดารินยิ้มขึ้นมาเมื่อนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น “แต่เราก็ไม่มีเวลาจะมาเจอกันเลย เพราะต่างคนต่างทำงานมีครอบครัวให้ต้องดูแล” ดารินหันไปยิ้มให้เรย์ “จนมีช่วงหนึ่ง ม๊ากับป๊ามีเวลาว่าง 2 อาทิตย์ เราจึงตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมดารินและถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย อ่อ! ตอนนั้นมาร์คเกิดแล้วนะ รู้สึกจะประมาณ 3 เกือบ 4 ขวบแล้วล่ะ” ดารินหันไปอมยิ้มมองลูกชายคนโต


                 “ส่วนมิเชลก็มีลูกชาย 2 คน คนโตน่าจะอายุมากกว่ามาร์ค 5 ปีนะถ้าม๊าจำไม่ผิด ส่วนแบมแบมนี่เพิ่งเกิด น่าจะประมาณ 8-9 เดือน กำลังน่ารักเชียว” คนเล่าหันไปยิ้มให้แบมแบมที่ตอนนี้ดวงตากลมโตสุกใสนั่นกำลังจ้องมองเธอคล้ายเด็กน้อยที่กำลังนั่งฟังนิทานอยู่


                 “แบมแบมน่ารักมาก ยิ้มแย้มหัวเราะไม่กลัวคนแปลกหน้า แก้มก็กลม ๆ แดง ๆ นุ่มนิ่มน่าหอม น่ารักมากจริง ๆ น่ารักจนคนบางคนแถวนี้เอาแต่มองจ้องตามติดน้องไม่ห่างตั้งแต่เจอหน้า” ดารินเหลือบมอง คนบางคนแถวนี้ เป็นการบ่งบอกให้ทุกคนรู้ว่าเธอหมายถึงใคร


                 “อ่า…ผมจำได้ คนบางคนแถวนี้ ตามติดแจไม่ห่างเลย” เรย์ยิ้มล้อเลียน คนบางคนแถวนี้ เช่นเดียวกัน


                 ส่วนคนที่รู้จากสายตาที่มองมาว่าตัวเองคือ คนบางคนแถวนี้ก็ทำได้เพียงแค่เบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหนีทุกสายตาที่มองไปยังเจ้าตัวด้วยประกายตาวิววับราวกับจะล้อเลียน แบมแบมเองที่เห็นแบบนั้นก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนจะขัดเขินไปด้วย


                 ดารินยิ้มก่อนจะเล่าต่อ “ตลอด 2 อาทิตย์เราทั้งสองครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน มาร์คติดแบมแบมมาก ไม่ว่าใครจะอุ้มแบมแบมจะไปไหนมาร์คก็จะเดินตามตลอด บางทีก็ขออุ้มบ้าง ขอให้มานั่งตักบ้าง จนพี่ชายตัวจริงเขาหมั่นไส้เอาเลยล่ะ” พูดถึงตรงนี้แล้วดารินก็หัวเราะ “แล้วก็เราน่ะเผลอเป็นไม่ได้ ชอบหอมแก้มน้อง จุ๊บปากน้องตลอด พอพี่ชายแบมแบมเห็นก็พยายามหาทางกันมาร์คออก แต่ไม่รู้ทำไมสุดท้ายก็เป็นมาร์คที่ได้อยู่กับแบมแบมอยู่ดี”


                 ดูเหมือนดารินยิ่งเล่าก็ยิ่งมีคนแสดงอาการล้อเลียนลูกชายเธอ จนเจ้าตัวต้องหันไปหรี่ตาดุให้คนล้อเลียนเป็นเชิงปราม แต่วินาทีนี้คงไม่มีใครกลัว เพราะทุกคนดูจะสนุกสนานกับการล้อเลียนและแกล้งลูกชายหน้านิ่งของเธอทั้งนั้น


                 “กระทั่งวันกลับมาร์คยังร้องไห้งอแงไม่อยากกลับ อยากอยู่กับน้องจนต้องปลอบกันยกใหญ่เชียว”


                 “แล้วทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ขาดการติดต่อกันล่ะครับ” แบมแบมรีบโพล่งถามไปเรื่องอื่นเพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนประหม่านี้โดยเร็ว


                 ดารินถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยตอบ “หลังจากนั้นครอบครัวเราก็ต้องย้ายมาที่นี่ มันกะทันหันมาก เราคาดว่าคงจะได้อยู่ที่นี่ยาวเลยตัดสินใจขายบ้านที่นั่น และด้วยความรีบร้อน ม๊าเลยลืมที่อยู่ของเพื่อนไว้ที่นั่นหมดเลย ก็อย่างที่รู้กันว่าสมัยนั้นมันติดต่อหากันไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนกับสมัยนี้ เราสองคนจึงเหมือนขาดหายกันไปเลย …จนกระทั่งวันนี้”


                 ดารินหันไปมองแบมแบมด้วยสายตาอ่อนโยน พร้อมกับมือที่ก็เอื้อมไปลูบศีรษะทุยแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งไปให้คนที่เธอมองอยู่ เช่นเดียวกับที่แบมแบมก็ยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ฟังสิ่งที่ดารินเอ่ย


                 “ม๊าไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญ โชคชะตาหรืออะไร ที่พาแบมแบมกับมาร์คมาพบเจอ มารู้จักกัน จนสิ่งนั้นพาให้ม๊าได้มาเจอกับแบม และสุดท้าย…ทำให้ม๊าได้เจอกับเพื่อนรักที่ไม่คิดว่าจะพบกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม…ม๊าขอบคุณมัน ขอบคุณมากจริง ๆ”

                  

                 


___________________________________________________________________________________________

Talk...

          รู้สึกเหมือนหายไปนาน...นานไหม? ไม่หรอกเนาะ/meถูกฟาดด้วยกล้องวีดีโอเรือนแสนของน้องแบม 

                             

       



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2834 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:00
    โหหหหหห นิมันมากกว่าพรหมลิขิตอีกกกกกกกก มันคือโชคชะตา เขาสองคนเป็นของกันและอย่างแท้จริง
    พี่มาร์คก็ที่แท้ชอบหอม ชอบกอด ชอบจุ๊บน้องมาตั้งแต่เด็กแล้วววววว
    #2834
    0
  2. #2807 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 16:24
    จุ๊บปากน้องตั้งกะน้อง 8-9 เดือน ร้ายนะพี่ต้วน
    #2807
    0
  3. #2795 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 06:41
    พรหมลิขิตอีกเเล้ว...
    #2795
    0
  4. #2755 impraan17 (@impraan17) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 18:12
    <p>ซึ้งมากเลย //พี่มาร์ครักน้องตั้งแต่ตอนฉี่ขวบอ่ะ</p>
    #2755
    0
  5. #2738 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:05
    โชคชะตา โลกกลม พรหมลิขิตมากกกกกกกกกก 5555555
    #2738
    0
  6. #2707 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 15:38
    โห่มาร์คคค ...แกเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลยหรอ อินิสัยชอบหากำไรให้ตัวเองเนี่ย55555+ ///แงงงง อบอุ่นหัวใจสุดๆเลยอ่ะ งือออ เขิงเด้ออ
    #2707
    0
  7. #2684 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 16:12
    รู้สึกดีจัง
    #2684
    0
  8. #2636 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 23:03
    โอ้วววววว ~~~ พรหมลิขิต ^.^
    #2636
    0
  9. #2633 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:27
    โอโหหหหห พรหมลิขิตบันดาลมากค่ะ
    #2633
    0
  10. #2616 Almone (@Almone) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:18
    โง้ยน่ารักกกกกก เค้าเกือบลืมเรื่องไปแล้วแหละไรท์55555555
    #2616
    0
  11. #2615 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 07:32
    โห.. บังเอิญหรือโชคชะตากันแน่ พี่มาร์คมาเจอกับน้องตั้งแต่ยังเด็กแน่ะ ^^
    #2615
    0
  12. #2614 Noey Bah (@kmnoey) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 18:18
    น่าร้ากกกก นึกภาพตามตอนเด็กๆแล้วอยากจะกรีดร้อง น่ารักมาก ฮือ
    #2614
    0
  13. #2612 Pirinin (@cchoammp) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:17
    รออออ ถึงจะอ่านจบไปแล้วแต่ยังอยากอ่านต่อเรื่อยๆ
    #2612
    0
  14. #2611 Wcx.3 (@dervasong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:13
    ฮื่ออออออออ คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆ กลับมาอ่านกี่รอบๆก็ยังจะบอกว่ารักเรื่องนี้เหมือนเดิม จะรอรูปเล่มนะคะ อยากได้มาถือไว้ในมือมากๆ รักไรท์ด้วยยยยย~~~~
    #2611
    0
  15. #2609 the sun girl (@rosarine) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:38
    ฮรื่อหายไปนานเลยค่ะ คิดถึงน้าาา ถึงเราจะเคยอ่านจบแล้ว แต่ก็รอเพื่อรวมเล่มเสมอน้า
    #2609
    0
  16. #2605 MYMARKISBAM (@MYMARKISBAM) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:33
    ไรท์กลับมาแล้ววงงื้ออออ ดีใจจจจจ
    #2605
    0
  17. #2602 onlyyounger (@onlyyounger) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:05
    ไรท์กลับมาต่อแล้ววว หายไปนานจนหวั่นใจว่าไรท์จะเทรึเปล่า ขอบคุณมากนะคะที่มาต่อ รอตอนต่อไปนะคะ
    #2602
    0
  18. #2601 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 11:08
    ดีใจมากค่ะที่ไรท์กลับมา มันดีมากง่าาาาา
    #2601
    0
  19. #2600 cielily (@cielily) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 07:49
    Long time ago ได้อ่ะ ไรท์ จนเกือบลืมไปแล้วว่ายังรอไรท์อยู่ 55555 กลับไปอ่านใหม่อีกครั้งเลย(ล้อเล่น) อย่าหายไปนานนะคะ
    #2600
    0
  20. #2599 Bee13102536 (@Bee13102536) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 06:43
    คิดถึงมากเลยยยย รอนานมากก นึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ววว
    #2599
    0
  21. #2598 narat98 (@nicknight4n) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 01:13
    คิดถึงมากเลยค่ะ ยิ้มแก้มแตกแล้วเนี้ย // อย่าพึ่งฟาดน้าาา แบมพึ่งซื้อมาเองนะคะ 55555
    #2598
    0
  22. #2597 enDEARing (@rungbuab) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:22
    ดีใจมากค่ะ รอไรท์นานมากกกก
    #2597
    0
  23. #2596 nekomazz (@tiggerjung33142) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:05
    กลับมาแล้ววววววว
    #2596
    0
  24. #2595 MB_PP (@punna_porn) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:01
    ไรท์กลับมาแล้วว เค้าคิดถึงไรท์มากๆเลย
    #2595
    0
  25. #2594 JENIs 'Ct (@wawanza) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 23:50
    คิดถึงไรท์มากเลยค่ะ ฮรึกกก
    #2594
    0