เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 27 : บทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    9 ก.พ. 60




บทที่ 22


San Francisco to Los Angeles



 

                ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…


               [ว่าไงครับลูก]


                 “แม่ครับ คริสต์มาสกับปีใหม่นี้แบมไปแอลเอนะ”


              [อ่าว ไหนแบมบอกว่าว่าติดเรียนกับทำงานไงครับ]


                 “พอดีอาจารย์ยกเลิกคลาสน่ะครับ แล้วพี่แทยังก็เพิ่งบอกว่าจะปิดร้านพอดี ลองคุยกับพี่มาร์ค พี่เขาก็ชวนไปฉลองที่นั่นเลย”


               [โอเคจ๊ะ แม่จะได้ไม่เป็นห่วง แต่ไม่เปลี่ยนใจไปกับแม่นะ?]


                 “ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวหลังปีใหม่แบมหาวันกลับได้”


               [งั้นก็ตามใจ แม่ฝากขอบคุณมาร์คด้วยนะลูก แม่ต้องวางแล้วไว้คุยกันใหม่นะ]


                 “ครับ รักแม่นะ”


               [รักลูกเหมือนกันครับ]


                 แบมแบมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้แจ้งข่าวกับผู้เป็นแม่แล้ว แม้จะบอกช้าไปหน่อยแต่แบมแบมไม่อยากให้แม่มารู้ทีหลังว่าเขาโกหก ซ้ำยังไปโผล่ที่แอลเอทั้ง ๆ ที่บอกว่าติดเรียนและติดทำงาน


                 ตอนนี้แบมแบมนั้นทั้งตื่นเต้นและทั้งกังวล พยายามจะไม่คิดมากแต่ด้วยนิสัยแล้วมันก็พาลจะคิดไปตลอด บางทีก็รำคาญ…เพราะเรื่องที่ควรกังวลอย่างเรื่องมีคนคิดร้ายตัวเองกลับไม่กังวล ส่วนเรื่องที่มันยังไม่เกิดและยังไม่รู้แน่ชัดกลับกังวลไปก่อนหน้าซะมากมาย


                 วันนี้เป็นวันเดินทาง หากจะว่ากันตามตรงแล้ว เราควรจะขึ้นเครื่องเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่ไม่รู้เป็นยังไงผลสรุปสุดท้ายจึงเป็นการขับรถไปเอง


                 โดยส่วนตัวแล้วแบมแบมไม่มีปัญหาเพราะการเดินทางครั้งนี้เจ้าบ้านตัดสินใจใช้เส้นทาง Highway1 ซึ่งมันเป็นอะไรที่ถูกใจมาก


                 เส้นทาง Highway1 หรือ Pacific Coast Highway (PCH), Cabrillo Highway, Shoreline Highway, Coast Highway เป็นถนนที่วิ่งเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกทอดยาวจาก Los Angeles ถึง San Francisco และยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในอเมริกาด้วย





Highway1 


      

                             Cr.grayline.com                                      Cr.Betsy Malloy Photography (gocalifornia.about.com/)

        

                                 Cr.saraskjoldnes.com                                             Cr. Brian&Shannon (everywhereonce.com)

                 




                และก็เหมือนการไปเที่ยวคราวที่แล้ว มาร์คมารับแบมแบมก่อน แต่ต่างกันนิดหน่อยที่คราวนี้เพิ่มยองแจที่มารอกับแบมแบมเพราะที่พักอยู่ใกล้กัน ก่อนจะไปรับคนอื่น ๆ ที่รวมตัวอยู่ที่หอของจินยอง จากนั้นจึงพากันออกเดินทาง


                 เนื่องจากไม่เร่งรีบและไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา รวมถึงเป้าหมายในการใช้เส้นทางนี้คือการชมและสัมผัสบรรยากาศอันสวยงามตลอดสองข้างทาง ทำให้ทั้งหมดตกลงกันว่าจะแวะพักที่เมือง Camel By The Sea กันหนึ่งคืน


                 “เมืองน่ารักดีนะ” แบมแบมเอ่ยขึ้นขณะยกกล้องในมือขึ้นถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ


                 “อืม” ยองแจและยูคยอมที่กำลังมองไปสองข้างทางเอ่ยตอบพร้อมกัน


                 หลังจากนำกระเป๋าไปเก็บไว้ที่ห้องแล้วแบมแบมจึงชวนยองแจและยูคยอมออกมาเดินเล่น ส่วนคนที่เหลือนั้นกำลังพักผ่อน ตอนแรกมาร์คติดสอบห้อยตามมาด้วย แต่เป็นแบมแบมห้ามไว้เพราะอยากให้เจ้าตัวได้พักจากการต้องเหนื่อยขับรถมาตลอดทาง แต่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะยอมง่าย ๆ เพราะตั้งท่าจะมาท่าเดียวจนแบมแบมต้องบอกว่าคืนนี้จะนอนด้วย ถึงยอมแต่โดยดี


                 แบมแบมปัดเรื่องความเอาแต่ใจของใครบางคนก่อนหันมาสำรวจบริเวณรอบ ๆ ต่อ


                 Camel By The Sea หรือ Camel เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ บ้านเรือนและอาคารมีการออกแบบตกแต่งที่ดูน่ารักมีเสน่ห์และน่าอยู่มาก ที่ตัดสินใจแวะพักที่นี่ทั้งที่ยังเดินทางได้ไม่ถึงครึ่งทางเป็นเพราะต้องการชมความสวยงามของธรรมชาติ รวมถึงเมืองนี้ยังถือเป็นเมืองสำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะทุกประเภทอีก

                




Camel By The Sea


          

           

Cr. Jida (https://enjoycaliforniaandmore.wordpress.com/2015/07/19/carmel-by-the-sea/)



Cr. The Sea From travelreportmx.com






                เนื่องจาก Camel เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เดินเข้าซอยนั้นทะลุซอยนี้ไปมาสักพักก็ครบทั่วทุกพื้นที่แล้ว และใช่ว่าจะเดินเฉย ๆ แบมแบมไม่พลาดที่จะหยิบกล้องติดมือมาถ่ายบรรยากาศภายในเมืองรวมถึงเป็นตากล้องให้เพื่อนทั้งสองไปยืนเก็กท่าถ่ายแบบกันอย่างเพลิดเพลิน ส่วนแบมแบมก็มียูคยอมหรือยองแจถ่ายให้บ้างเป็นครั้งคราว


                 “ไงเด็ก ๆ เที่ยวเพลินไม่สนใจพวกพี่เลยนะ” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้แบมแบม ยองแจและยูคยอมต้องหันไปมอง


                 “พี่แจ็คสัน! มาถ่ายรูปกัน!” เป็นยูคยอมที่เอ่ยขึ้นมาท่าทางระริกระรี้พร้อมกับกวักมือเรียกแจ็คสัน พาให้คนเป็นพี่ที่ก็บ้าจี้ชอบทำตามอยู่แล้วรีบเดินเข้าไปโพสต์ท่าด้วยทันที


                 “ถ่ายเร็วแบม!” ยองแจที่ก็คึกไม่แพ้กันรีบเดินเข้าไปโพสต์ด้วยอย่างไม่น้อยหน้า ไม่วายหันมาเร่งแบมแบมจนคนตัวเล็กส่ายหน้าเบา ๆ แต่มือก็ยกกล้องขึ้นไปกดชัตเตอร์ให้อยู่ดี


                 ถ่ายไปสองสามรูปแจ็คสันก็เรียกจินยอง เจบี และมาร์คให้ไปถ่ายด้วย หากมีเพียงเจบีและจินยองเท่านั้นที่เดินเข้าไป ส่วนมาร์คนั้นก้าวมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ตากล้องตัวเล็กนั่นแหละ


                 แบมแบมเอียงคอมองคนข้าง ๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ก่อนจะหันไปรัวชัตเตอร์ถ่ายนายแบบทั้งห้าคนต่อ


                 “เอามา เดี๋ยวถ่ายให้ นายกับพี่มาร์คไปถ่ายด้วยกันบ้าง” ยูคยอมเอ่ยพร้อมเดินออกมาเอากล้องกับแบมแบม โดยเจ้าของกล้องไม่ทันได้เอ่ยคัดค้านอะไรสักนิด


                 “นั่นแหละ ๆ เข้าไปใกล้กันอีก ชิดอีก…ชิดอีก นั่นแหละ” ราวกับเป็นช่างกล้องมืออาชีพ ขณะถ่ายไปยูคยอมก็เอ่ยให้ทั้งสองคนทำท่าทางตามไปด้วย นี่ไม่รวมถึงผู้ร่วมสนับสนุนอีกสี่คนที่ก็พากันแย่งพูดพร้อมพากันยิ้มกรุ่มกริ่มอีก


                 แบมแบมเหลือบขึ้นไปมองหน้าคนข้าง ๆ ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน ครั้นเห็นสายตาที่แสดงความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด แม้จะไม่ได้ทำตามทุกท่าที่ถูกยุ แต่การโอบเอวโอบไหล่นี่ก็ทำให้แบมแบมพอจะเดาได้แล้วล่ะ


                 ชอบใจมากเลยสินะ!

      








 

                 หลังจากนั้นก็พากันเดินเล่นนิดหน่อยก่อนจะไปกินอาหารเย็น นั่งซึมซับบรรยากาศสุดแสนจะสบายและโรแมนติก พอดึก ๆ แล้วก็พากันกลับห้องไปพักผ่อน


                 เรื่องที่พัก ความจริงเปิดจองไว้สามห้อง แต่เนื่องด้วยช่วงนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวเยอะ จึงเหลือแต่ห้องที่เป็นเตียงขนาดห้าฟุตสามห้อง จะมีห้องหนึ่งที่ต้องนอนสามคนแต่มีเตียงเสริมให้  ดังนั้นในคราแรกจึงเป็นแบมแบม ยองแจ และยูคยอมที่อาสาจะนอนด้วยกัน


                แต่มันก็อย่างที่บอกไว้ตอนต้น สุดท้ายแบมแบมก็ได้มานอนกับมาร์คแทนเจบี ความจริงแบมแบมค่อนข้างเกรงใจ เพราะมันต้องกลายเป็นเหล่าพี่ ๆ ที่ต้องนอนด้วยกันสามคนแทน  หากแต่สีหน้ายินดีประหนึ่งถูกล็อตโตของเจบีหลังจากรู้ว่าแบมแบมจะมานอนแทนตนเองก็ทำให้แบมแบมได้แต่งุนงง ครั้นส่งสายตาแทนคำถามหากก็ไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายแบมแบมเลยคิดเอาเองในใจว่าเจบีคงจะอยากนอนกับจินยองและแจ็คสัน


                 ซึ่งแบมแบมหารู้ไม่ว่า มาร์คไม่ชอบนอนเตียงเดียวกับใครและกิตติศัพท์นี้ก็ได้ถูกเล่าต่อมาจากแจ็คสันผู้ซึ่งเคยแอบขึ้นไปนอนและสุดท้ายก็ประสบกับเหตุการณ์โดนถีบรับอรุณอย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านั่นเอง


                 ด้วยเหตุนี้เจบีที่ถูกสายตาบีบบังคับจากจินยองและแจ็คสันในตอนแรกจึงรู้สึกเหมือนแบมแบมเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยไว้ได้ทันเวลาอย่างไรอย่างนั้น


                 “มานอนเถอะแบม” ขณะที่กำลังคิดเพลิน ๆ เสียงเรียกจากเพื่อนร่วมห้องก็ทำให้แบมแบมต้องหันหน้าไปหาโดยอัตโนมัติ และภาพที่เห็นก็ทำให้แบมแบมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงดี


                 ภาพที่พี่มาร์คกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง ดวงตาคมกริบที่จับจ้องมองมาไม่วางตา มือข้างขวาที่ตบปุ ๆ ลงบนที่นอนข้างตัวเองเป็นเชิงเรียกแล้วแสงไฟสีส้มสลัว ๆ กับอากาศเย็น ๆ ที่เสริมจินตนาการให้โลดแล่นไปไกลได้เป็นอย่างดีนี่อีก…


                 จู่ ๆ แบมแบมก็เหมือนจะรู้สึกหวาดระแวงและเสียวสันหลังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จึงได้แต่สะบัดไปมาหัวสองสามที แล้วเอ่ยปลอบตัวเองว่าคงจะคิดมากไป


                 และท่าทางนั้นของแบมแบมก็ทำให้คนบนเตียงเลิกคิ้วสูงแล้วเอ่ยถาม


                 “เป็นอะไรครับ?


                 “ปะ เปล่าครับ พี่มาร์คนอนก่อนเลยก็ได้ครับ”


                 ได้ยินอย่างนั้นคนหน้านิ่งพลันขมวดคิ้วนิด ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ “งั้นพี่รอนอนพร้อมแบมแล้วกัน”


                 ประโยคดังกล่าวทำให้แบมแบมชะงักไป ปากอิ่มเม้มเข้าหากันนิดก่อนจะตัดสินใจเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงแต่โดยดี


                 มาร์คอมยิ้มกับท่าทางของคนตัวเล็กที่ดูท่าคงจะไม่อยากให้เขาต้องมานั่งถ่างตารอเจ้าตัวนอน ความจริงก็รู้ว่าบรรยากาศอาจทำให้แบมแบมคิดอะไร ไปบ้าง และมาร์คยอมรับว่าตัวเขาก็มีคิด…บ่อยด้วย ซึ่งมันก็ไม่เห็นจะแปลก เพราะถ้าได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักสองต่อสอง ยิ่งบรรยากาศแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องคิด แต่เขาก็ไม่คิดจะฝืนใจแบมแบมอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ต้องรอให้พร้อมทั้งสองฝ่ายมันจะดีที่สุด


                 “พี่กอดนะ”

                 เป็นคำขอที่ดูเหมือนประโยคบอกเล่า เพราะหลังจากที่มาร์คเอ่ยแล้วเจ้าตัวก็ไม่รอฟังคำตอบหรือคำอนุญาตใด ๆ จัดการวาดวงแขนไปรวบกอดเอาคนข้าง ๆ ที่กำลังพยายามขดตัวให้เล็กที่สุดอยู่ ซึ่งท่าทางอย่างนี้มันทำให้มาร์ครู้สึกหมั่นเขี้ยวมากเลยจัดการขโมยหอมแก้มนิ่ม ๆ นั่นพร้อมสูดเอาความหอมเข้าเต็มปอด


                 ตัวแบมแบมนั้นเหมือนจะชินแต่มันก็ไม่อาจชินได้ ถึงจะโดนกอดทุกครั้งที่ไปนอนค้างที่ห้องอีกฝ่ายก็ตาม


                 ถ้าถามว่าชอบไหม…ก็คงต้องตอบว่าชอบ มันเป็นความรู้สึกเหมือนได้รับความอ่อนโยนและได้รับการปกป้องจากใครสักคน และยิ่งเป็นคนที่ตัวเองรู้สึกพิเศษด้วยแล้วมันยิ่งทำให้แบมแบมอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของคนคนนี้


                 แบมแบมครุ่นคิดในหัวชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวไปหาคนที่คลายอ้อมแขนบ้างแล้ว


                 มาร์คนั้นหลังจากได้กำไรไปก็กำลังจะหลับตานอน เพราะเมื่อครู่ไม่เห็นคนในอ้อมกอดตอบสนองสิ่งใดจึงคิดว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว หากแต่การขยับตัวขยุกขยิกพร้อมกับการค่อย ๆ หมุนตัวหันหน้ามาจ้องหน้าเขาก็ทำให้มาร์คต้องเลิกคิ้วแล้วเอ่ยถาม


                 “มีอะไร หืม?


                 “พี่มาร์ค…”


                 เอ่ยแค่นั้นคนเรียกก็ก้มหน้าลงคล้ายกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง และท่าทางเช่นนั้นก็ดูผิดสังเกตจนพาให้คนถูกเรียกต้องขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มตีสีหน้าจริงจังขึ้นมา


                 ขณะที่มาร์คกำลังจะเอ่ยถามอีกรอบ จู่ ๆ แบมแบมก็เงยหน้าขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับแตะริมฝีปากอิ่มลงบนปลายคางของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงรีบพาใบหน้าที่กำลังเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อของตัวเองกลับมามุดอกคนที่ถูก จุ๊บอย่างไม่ทันตั้งตัวราวกับจะหนีจากการกระทำชวนอายของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น     


                 สัมผัสนุ่มนิ่มที่เกิดเพียงชั่วเสี้ยววินาที หากแต่มันเป็นสัมผัสที่ทำให้หัวใจของมาร์คกระหน่ำเต้นอย่างรุนแรงแรงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ครั้นก้มลงมองคนที่กำลังมุดหน้ากับอกของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าหล่อเหลาที่ก่อนหน้านี้ปรากฏความตื่นตะลึงพลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ดวงตาคมฉายแสงแห่งความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด


                 นี่ถือเป็นครั้งแรกที่แบมแบมเป็นฝ่ายทำอะไรแบบนี้ก่อน ทุกครั้งจะเป็นมาร์คที่ชอบไปหาเศษหาเลยกับคนตัวเล็ก หากแต่มันก็คนละอารมณ์กับตอนนี้ แม้จะเป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่ปลายคางเพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาที แต่มันก็พาให้หัวใจมันชุ่มฉ่ำราวผืนทรายต้องฝน มันเหมือนเป็นพัฒนาการเล็ก ๆ ของแบมแบมที่ดูเป็นคนไม่ประสาในเรื่องแบบนี้


                 นี่คือข้อดี…แน่นอนว่ามีข้อดีย่อมต้องมีข้อเสีย


                 ข้อเสียของเรื่องนี้ คือหากแบมแบมเริ่มรู้จักรุกแบบนี้บ่อย ๆ แล้วมาร์คจะอดทนไม่ทำอะไรมากกว่านี้ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน? คิดแล้วมาร์คก็เริ่มรู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมาแล้วจริง ๆ


                 “ฝันดีนะครับพี่มาร์ค”


                 เสียงดังอู้อี้จากคนตัวเล็ก ทำให้มาร์คต้องดึงความคิดที่ดูท่าจะไปไกลขึ้นทุกทีกลับมา ก้มลงมองกลุ่มผมสีบลอนด์ที่ยังคงฝังใบหน้ากับหน้าอกเขาอย่างที่ดูก็รู้ว่าคืนนี้เจ้าตัวคงไม่คิดจะเงยขึ้นมามองหน้าเขาแน่ ๆ นั่นทำให้มาร์คยกยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะก้มลงฝังจมูกและริมฝีปากลงบนศีรษะทุยหนัก ๆ ครั้งหนึ่งแล้วเอ่ยตอบ


                 “ครับ ฝันดีครับ”


                 หากแต่ประโยคที่เอ่ยต่อพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของคนที่ถูกใช้แผ่นอกเป็นที่ซุกหน้าอยู่นั้น ก็ทำให้แบมแบมต้องเม้มปากแน่น มือเล็กถูกยกขึ้นมาทุบอกคนพูดเบา ๆ พร้อมกันนั้นใบหน้าที่แดงอยู่แล้วพลันยิ่งแดงเข้าไปอีก จนน่ากลัวว่ามันจะระเบิดไปด้วยความเขินอายในไม่ช้า


                 “…ทำแบบนี้จะทดสอบความอดทนพี่เหรอครับ หืม? ใจร้ายนะเราเนี่ย”  

 






 

                 เมื่อวานตอนเย็นทั้งหมดตกลงกันว่าจะออกเดินทางแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาแวะชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามเส้นทาง Highway1 ให้เต็มที่ เพราะตอนกลับคงจะต้องใช้เส้นทางอื่นที่ใช้ระยะเวลาในการเดินทางน้อยกว่านี้ เพื่อที่แบมแบม ยูคยอม และยองแจจะได้มีเวลาพักก่อนจะต้องไปทำงานในวันรุ่งขึ้น


                 ตอนนี้แบมแบมกำลังนั่งปรือตาสัปปะหงก รู้สึกเหมือนตัวเองพร้อมจะหลับได้ตลอดเวลา นั่นเพราะเมื่อวานกว่าจะทำใจให้สงบและข่มตาให้หลับได้ก็พบว่าอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จวนจะแล้ว ครั้นยังนอนได้ไม่ถึงสามชั่วโมงดี ก็ถูกคนที่นอนกอดทั้งคืนปลุกให้เตรียมตัวเดินทางต่อ…สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น


                 มาร์คที่ได้โยนหน้าที่คนขับรถไปให้แจ็คสันเรียบร้อยแล้ว หันมามองคนตัวเล็กที่เอาหัวโขกกับอากาศตลอดเวลาแล้วก็ยิ้มขำ นั่นทำให้จินยองที่นั่งข้างแบมแบมอีกด้านหนึ่งต้องหรี่ตามองเพื่อนก่อนจะถามขึ้นเบา ๆ


                 “ไอ้มาร์ค เมื่อคืนมึงทำอะไรหรือเปล่าทำไมแบมเป็นแบบนี้”


                 “ไม่ได้ทำอะไร” มาร์คเงยหน้ามองจินยองแล้วยักไหล่ เขาตอบดังพอที่คนในรถจะได้ยินกันทั้งหมด เพราะรู้ว่าถึงแต่ละคนจะดูเหมือนกำลังวุ่นอยู่กับการทำกิจกรรมของตัวเองอยู่แต่หน้ากับหูนี่เอียงมาฟังเอาซะจับไม่ได้เลยว่าแท้จริงแล้วกำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องใดกันแน่ แต่ถึงกระนั้นคนที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาอย่างแบมแบมที่นั่งอยู่ข้างเขาและจินยองก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด มาร์คเชื่อแล้วล่ะว่าแบมแบมนั้นขี้เซาอย่างแท้จริง


                 “เชื่อตายล่ะ” แจ็คสันที่แม้จะขับรถอยู่ก็ไม่หวั่น เอ่ยปากแซวเจ้าของรถจนทำให้ได้รับปฏิกิริยาตอบกลับจากคนถูกแซวโดยการถีบผ่านเบาะไปหนึ่งที


                 “เฮ้ย ๆ! รถแพงนะเว้ย!” แจ็คสันร้องโวยวาย


                 “ก็รถมันไหม” เจบียิ้มขำ


                 “เออ รถมันแต่กูห่วงแทน ถีบมายังกะเป็นรถคันละ 100 ดอลฯ”


                 มาร์คส่ายหน้าระอา ก่อนจะหันกลับมาสนใจคนตัวเล็กด้านข้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่แจ็คสันเหยียบเบรกชะลอความเร็วรถตรงทางแยกพอดี ทำให้แบมแบมที่สัปปะหงกอยู่พลันเอนตัวไปด้านหน้าตามแรงกระชากอย่างรวดเร็ว มาร์คจึงคว้าเอวแบมแบมไว้ไม่ให้ศีรษะเล็กทิ่มไปด้วยหน้า และเมื่อแจ็คสันเหยียบคันเร่งวิ่งไปตามปกติ มาร์คจึงจัดแจงให้แบมแบมนั่งพิงเบาะดังเดิม จากนั้นจึงค่อย ๆ จับหัวทุยให้เอนมาพิงซบไหล่ตัวเอง ก้มมองใบหน้าหวานที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องแล้วก็ต้องยกยิ้มเอ็นดู  


                 จินยองที่มองเห็นสายตาและการกระทำของเพื่อนก็อดที่จะถามไม่ได้


                 “มาร์ค มึงกับแบมนี่ยังไงแล้ววะ”


                 “อะไร” มาร์คละสายตาจากแบมแบมแล้วเงยหน้ามอง


                 “ก็…เป็นแฟนกันหรือยัง” จินยองไม่อยากจะไปละลาบละล้วงหรอก แต่มันก็อยากรู้…


                 มาร์คฟังคำถามแล้วก็ต้องถอนหายใจแผ่ว ตอบออกไปสั้น ๆ “ยัง”


                 “ทำไมล่ะ” เจบีที่ก็อดไม่ได้ต้องโพล่งถามต่อ


                 มาร์คไม่ได้ตอบทันที ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองใบหน้าน่ารักที่กำลังพิงหลับอยู่กับไหล่ตัวเอง ก่อนยกหลังมือขึ้นแตะแก้มนุ่มแล้วไล้ไปมาแผ่วเบาจนเจ้าของแก้มกลมเริ่มขมวดคิ้วแล้วขยับใบหน้าไปมาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนิ่งไป เป็นปฏิกิริยาที่เรียกรอยยิ้มบางจากคนเฝ้ามองได้เป็นอย่างดี


                 จากคนที่ปกติเป็นคนนิ่งเงียบ


                 จากคนที่ปกติเป็นคนไม่สนใจคนอื่น


                 จากคนที่ปกติภายนอกดูเย็นชาไม่น่าเข้าใกล้


                 จากมาร์คคนนั้นกลายเป็นคนที่เวลานี้สายตาและการกระทำล้วนแฝงไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน ความห่วงใยและความเอาใจใส่ ในแบบที่คนรอบข้างสามารถสัมผัสเห็นได้อย่างชัดเจน และสิ่งเหล่านี้ก็มีเพื่อใครบางคนที่นอนหลับซบไหล่เจ้าตัวอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว 


                 เพราะแบบนั้นจึงทำให้คนที่เหลือไม่เข้าใจว่าทำไมป่านนี้ทั้งคู่ถึงยังไม่ตกลงเป็นแฟนกัน  เพราะหากมองทางด้านแบมแบมก็ไม่เห็นเจ้าตัวจะปฏิเสธอะไร ซ้ำยังดูเหมือนจะรู้สึกแบบเดียวกับมาร์ค และหากประกอบกับระยะเวลาที่ผ่านพ้นไปตั้งแต่ทั้งสองคนคุยและทำความเข้าใจกันด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่


                 เมื่อมาร์คสัมผัสได้ถึงสายตาทั้งห้าคู่ที่รอคอยคำตอบ ก็ต้องลอบผ่อนลมหายใจก่อนจะตอบคำถามในแบบที่น่าจะสั้นและตรงประเด็นที่สุด


                 “ก็ดูไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็มีความสุขดี”


                 “แล้วมึงไม่คิดเหรอว่าแบมจะรอมึงพูดประโยคนั้นอยู่”


                 มาร์คนิ่งไปหลังจบประโยคของจินยอง มองหน้าทุกคนบนรถแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ที่กูยังไม่ถาม เพราะกูอยากให้แบมเปิดใจและยอมรับอย่างเต็มที่ก่อนว่าเขารู้สึกแบบเดียวกับกูจริง ๆ”


                 “กูก็เห็นแบมเปิดใจแล้วนะ เขาก็ดูเป็นห่วงมึงจะตาย” แจ็คสันพูดขึ้นพร้อมกับเหลือบมองกระจกส่องหลังเพื่อมองหน้าเพื่อน


                 “นั่นสิ มันรักพี่แน่ ๆ พี่ต้องรีบนะ เดี๋ยวมีคนมาจีบไอ้แบมมันอีก”


                 ยูคยอมอยากจะบอกยองแจเหลือเกินว่าไอ้ประโยคหลังนั่นไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ เขาไม่อยากเจอเหตุการณ์เหมือนตอนอยู่ที่ร้านอีกหรอกนะ!


                 และยองแจก็เหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่คงเผลอหลุดอะไรที่ไม่ควรออกไปก็ตอนที่มาร์คหันมาหรี่ตามอง พร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งกว่าเมื่อครู่หลายเท่าว่า


                 “…อีกไม่นานหรอก”


                 นั่นทำให้ยองแจสาบานเลยว่าจะไม่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดเล่นอีกแน่นอน!  

 

 






                 สิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นแบมแบม ที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าขี้เซาที่สุดและปลุกยากที่สุด ที่พูดแบบนั้นเป็นเพราะ ไม่ว่าแจ็คสันจะจอดรถเพื่อแวะถ่ายรูปหรือแวะเที่ยวที่เมืองไหน ไม่รู้เพราะเหตุใดแบมแบมจึงรู้สึกตัวตื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องให้ใครปลุกซ้ำยังร่าเริงเป็นปกติ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายนั่นถ่ายนี่ แต่พอเที่ยวเสร็จขึ้นมานั่งบนรถได้สักพักก็หลับไปอีก เป็นแบบนี้ตลอดทางเลยก็ว่าได้


                 ซึ่งคนที่เหลือก็ไม่รู้จะหาคำตอบจากเหตุการณ์นี้ยังไง เลยสรุปเอาว่าคงเป็นเพราะสัญชาตญาณในการชอบเที่ยวและรักในการถ่ายรูปที่ปลุกแบมแบมจากการนอนหลับไหลมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน(?)


                 สุดท้ายก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ คือเดินทางมาถึงแอลเอช่วงประมาณหัวค่ำ มาร์คโทรบอกทางบ้านเรียบร้อยว่าใกล้จะถึงแล้ว


                 “ไอ้มาร์ค เจคอยู่บ้านป่ะ?” แจ็คสันเอ่ยถามหลังจากเห็นเพื่อนคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว


                 “อยู่”

                 “ดีเลย ว่าจะคุยเรื่องเกมหน่อย” แจ็คสันยิ้มกว้าง ส่วนคนถูกถามก็ส่ายหน้าระอาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


                 มาร์คหันมองแบมแบมที่ตื่นได้พักใหญ่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อเห็นคนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะคลายออกเป็นระยะ ๆ ส่วนนิ้วมือก็ยกขึ้นมาเคาะที่หน้าขาตัวเองเบา ๆ คล้ายคนกำลังตื่นเต้น ประหม่า กังวล


                 “เป็นอะไร…ตื่นเต้น?


                 แบมแบมสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงที่ดังขึ้นมาจากคนข้างตัว หันไปมองก่อนยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบ


                 “นิดหน่อยครับ”


                 ได้ยินคำตอบแล้วมาร์คก็ต้องยกยิ้มมุมปาก เคลื่อนมือขึ้นไปกุมมือของแบมแบมแล้วบีบเบา ๆ คล้ายให้กำลังใจ


                 “มันไม่มีอะไรหรอก…ทุกอย่างจะเรียบร้อย”


                 เพียงคำพูดสั้น ๆ และความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ ทำให้ความกังวลที่ก่อตัวมากขึ้นตามระยะทางที่ใกล้จะถึงจุดหมายของแบมแบมก่อนหน้านี้คล้ายมลายหายไปจนเหลือแต่ตะกอนเล็ก ๆ จนแทบจะมองไม่เห็นและแทบจะไม่รู้สึกได้เลยในทันที


                 นั่นสินะ…กังวลไปก็เท่านั้น


                 คิดแล้วแบมแบมก็ยิ้มกว้างให้คนข้าง ๆ ที่ยังกุมมือเขาเป็นเชิงบอกว่า ดีขึ้นแล้ว และ…ขอบคุณ






 

 

                 ครอบครัวของมาร์คมีกันอยู่ 5 คน มี พ่อ แม่ พี่สาว มาร์ค และน้องชายอีกหนึ่งคน พี่สาวมาร์คนั้นแต่งงานและย้ายไปอยู่อีกรัฐจึงทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก ส่วนเจคน้องชายคนสุดท้องเรียนอยู่เกรด 11 ที่แอลเอ ถึงจะอยู่กันคนละที่แต่ครอบครัวมาร์คก็ติดต่อกันบ่อย ๆ ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงถือว่าดีมาก


                 แจ็คสันหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าบ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่งและขับเข้าไปจอดที่โรงจอดรถอย่างชำนาญเนื่องจากเคยมาแล้วหลายครั้ง ทั้งหมดเปิดประตูลงจากรถพร้อมเดินไปหยิบกระเป๋าสัมภาระของตนไปถือสะพายไว้เอง พาเอาเด็กรับใช้สองคนที่รีบวิ่งมาเพื่อจะรับของไปเก็บต่างก็ทำท่าเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่ชั่วครู่ ก่อนมาร์คจะหันมาส่ายหน้าแล้วพยักหน้าให้ไปทำอย่างอื่นแทน


                 เมื่อเอากระเป๋าครบทุกคนแล้วมาร์คจึงพาทั้งหมดเดินไปที่ประตูหน้าบ้านที่มี พ่อ แม่ และน้องชายของเขายืนยิ้มต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว มาร์คตรงเข้าไปสวมกอดผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ แล้วยืนหมัดไปชนกับน้องชายที่ก็ยกขึ้นมารออยู่ก่อนแล้ว


                 จากนั้นจึงเป็นเวลาของบรรดาแขกทั้งหลายได้ทักทาย หากแต่ยังไม่ทันจะได้แนะนำตัว คุณผู้หญิงของบ้านก็บอกว่าเข้าไปแนะนำในบ้านดีกว่า จะได้พักผ่อนกันด้วย ดังนั้นทั้งหมดจึงพากันยกโขยงเข้าไปนั่งรวมตัวกันในห้องรับแขก


                 “แจ็คสัน เจบี จินยองคงไม่ต้องแนะนำเพราะป๊า ม๊าคงเห็นหน้ามันบ่อยแล้ว” มาร์คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากที่ทุกคนนั่งกันเรียบร้อยหมดแล้ว


                 “ม๊าดูมันดิ!” แจ็คสันเบ้ปากฟ้อง ทำให้ทุกคนต่างหัวเราะกับท่าทางกระเง้ากระงอดที่มันดูไม่เข้ากันสุด ๆ ซึ่งมาร์คก็ไม่สนใจและหันไปแนะนำคนต่อไป


                 “นั่นยูคยอมกับยองแจเป็นน้องที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน” มาร์คผายมือไปฝั่งตรงข้าม ยูคยอมกับยองแจก็ยิ้มกว้างแล้วโค้งศีรษะให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่ก็ยิ้มรับ


                 “ส่วนนี่…แบมแบม” มาร์คผายมือมายังคนที่ตัวเองบังคับให้นั่งข้าง ๆ ซึ่งติดกับโซฟาของผู้ใหญ่ทั้งสองที่สุด


                 อาจเป็นเพราะน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนขึ้นยามเอ่ยชื่อแบมแบม ทำให้ครอบครัวผู้ใกล้ชิดคนหน้านิ่งทั้งสามคนต่างเลิกคิ้วสูงและแสดงอาการคล้ายแปลกใจ จนบรรดาแขกทั้งหลายสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนกับปฏิกิริยาเหล่านั้น


                 แบมแบมหันไปยิ้มให้ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ นั่นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองต่างก็ยิ้มเอ็นดู และคนที่เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเผลอไหว้สวัสดีตามความเคยชินจึงรีบเงยหน้าขึ้นมาพร้อมยิ้มเขิน


                 หลังจากนั้นทุกคนก็พากันคุยเรื่องสัพเพเหระเพื่อรอเวลาทานอาหารในอีกสิบนาที ตัวแบมแบมนั้นไม่ค่อยได้คุยอะไรเท่าไหร่เพราะยังคงมีความประหม่าอยู่ ถ้าถามถึงคนที่นั่งข้าง ๆ ล่ะก็…รู้สึกเหมือนขอตัวไปเก็บของกับพี่เจบีและพี่จินยองได้สักพักแล้ว ซึ่งทั้งสามคนนั้นก็หอบกระเป๋าของคนที่เหลือไปให้ด้วย ตอนแรกก็อยากจะตามไป แต่สายตาพี่มาร์คเหมือนจะบอกว่าให้นั่งรออยู่ตรงนี้ แบมแบมเลยไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้


                 ความจริงนั่งอยู่ตรงนี้ ฟังคนอื่น ๆ คุยมันก็ไม่น่าจะมีอะไรให้ต้องกังวล หากว่าแบมแบมจะไม่ได้รู้สึกคล้ายว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่ ซึ่งก็เหมือนจะไม่ได้คิดไปเอง เพราะเมื่อหันไปเห็นแม่ของพี่มาร์คที่มองจ้องมาที่เขานั้นมีแววสงสัยเคลือบแคลงอย่างเห็นได้ชัด แบมแบมจึงเม้มปากแน่น พอหันไปสบตาท่านก็เพียงยิ้มน้อย ๆ ให้เท่านั้น


                 แบมแบมก็ไม่อยากคิดมาก ถ้าหากไม่ใช่ว่าแม้กระทั่งบนโต๊ะอาหารแบมแบมก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของท่านที่เหลือบมองมาบ่อย ๆ แม้จะไม่ได้จ้องจนรู้สึกได้เหมือนก่อนหน้านี้  แต่คนที่มีความระแวง ความกังวล และมีชนักติดหลังอยู่อย่างแบมแบมมันก็เหมือนจะรู้สึกได้ไวกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยทีเดียว


                 มันไม่อึดอัดหรอก…แต่เหมือนมันทำตัวไม่ถูกมากกว่า

 





 

                 “ขออาบน้ำก่อนนะ”


                 “ตามสบาย”


                 หลังได้รับคำตอบจากยองแจและการพยักหน้าของแบมแบมแล้วยูคยอมจึงเดินถือข้างของเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป


                 แบมแบมมองตามยูคยอมก่อนจะหันกลับมาจัดการของในกะเป๋าต่อ พร้อมทั้งพยายามละกังวลเกี่ยวกับความคิดตัวเองชั่วครู่ ความจริงแบมแบมโล่งอกนิดหน่อยหลังจากรู้ว่าจะได้นอนกับเพื่อนทั้งสองคน ไม่ใช่ว่าไม่อยากนอนกับพี่มาร์คหรอก แต่ไม่รู้สิ…พอคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วมันก็รู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้


                 “เป็นไรอ่ะแบม” ยองแจที่กำลังจัดของอยู่ เงยหน้าขึ้นมาเห็นเพื่อนตัวเล็กนั่งเหม่อเหมือนคนคิดมากจึงเอ่ยถาม


                 “หืม? เปล่านี่” แบมแบมปฏิเสธ


                 “งั้นเหรอ…ถ้ามีอะไรก็เล่าให้ฟังได้นะ”


                 ฟังจากน้ำเสียงและรูปประโยคก็เห็นได้ชัดว่ายองแจไม่เชื่อที่เขาตอบ หากแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ ที่แบมแบมไม่อยากเล่าก็เพราะว่านี่อาจจะเป็นเรื่องที่คิดมากไปเองก็ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาควรจะจัดการตัวเองให้กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุดสินะ  




_____________________________________________________________________________________________________________

Talk....

            'อะไร' ที่ว่าคืออะไรคะพี่มาร์ค กรี๊ดดดดด >////< #มือปิดตาแล้วมองลอดระหว่างนิ้ว

               คือ...พอแต่งถึงตอนนี้แล้วเกิดคำถามกับตัวเองขึ้นมาทันทีเลยว่า... เป็นอะไรกับห้องนอนและเตียงมากไหมวะกู 5555 พอจะมีฉากแบบนี้ทีไรนี่เอะอะพาขึ้นเตียงตลอด~ แล้วก็ได้แค่กอดกับหอมด้วยนะ (คราวนี้ดีหน่อยแบมจุ๊บกลับ) แต่เรื่องของเรื่องคือ... ทดสอบความอดทนพี่มาร์คมากไหม 555 แหมมมม~ นิดๆ หน่อยๆ ก็เอาเถอะเนาะมาร์คเนาะ คิคิคิ

             ปล. เห็นรูปแล้วก็อยากไปค่ะ 555


Talk (Rewrite Ver.)

               ขอใช้ทอล์คเวอร์ชั่นเก่าร่วมด้วยนะคะ รู้สึกช่วงนั้นจะหวีดเหลือเกิน 5555 

                คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ กดกลับมาอ่านอีกครั้ง~ hahaha คิดถึงรีดเดอร์นะคะ ^^ ...พบกับตอนต่อไปค่ะ

     

    



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2833 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 21:38
    น้องคิดมาแล้วววววว ม๊าพี่มาร์คจะแกล้งอะไรน้องหรือเปล่านะ
    #2833
    0
  2. #2806 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 15:25
    น่ารักอะ อิอิ
    #2806
    0
  3. #2737 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:52
    เขินนนน มาร์คต้องรีบขอเป็นแฟนแล้วล่ะ
    #2737
    0
  4. #2706 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 15:00
    ม๊าาาา เอ็นดูแบมแบมมากๆนะฮับนะ
    #2706
    0
  5. #2683 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 15:55
    มาร์คแนะนำว่าแบมเป็นอะไรกับมาร์คอ่ะ
    #2683
    0
  6. #2584 Fanfic08 (@fanfic95) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:22
    แบมไม่คิดมากนะ
    ทีมรอมาร์คบอกความรู้สึกกับแบมแบม 55555
    #2584
    0
  7. #2579 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:12
    น้องแบมคิดมากอ่าาา
    #2579
    0
  8. #2578 cielily (@cielily) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:57
    เราอยากจะบอกว่ารอออออออออออออยู่นะ
    #2578
    0
  9. #2577 Almone (@Almone) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:44
    โง้ยอ่านแล้วเขินมากกกกฮือออ
    #2577
    0
  10. #2576 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:32
    ชอบอ่า... ~ อ่านแล้วเขินตาม (>\\\<)
    #2576
    0
  11. #2575 Natthaphan-g (@Natthaphan-g) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:32
    ฮื่ออออออออ เขินนนนนน
    #2575
    0
  12. #2574 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:30
    ทั้งเขินนนทั้งละมุน มันดีกับใจมากกก
    #2574
    0
  13. #2573 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:06
    รีไรท์แล้วเขินขึ้นมากกว่าเดิมสิบเท่าเลยค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอแบบสยิวกิ้วกว่านี้อีกได้มั้ยคะ เอาเยอะๆ เต๊าะเยอะเลย ชว๊อบบบบ 5555
    #2573
    0
  14. #2324 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 23:41
    ใส่ใจทุกรายละเอียดมากกกก ทั้งไรท์ทั้งอิพี่มาร์คเลย
    #2324
    0
  15. #2137 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 22:47
    พี่มาร์คละมุนกับแบมมากจริงๆ
    #2137
    0
  16. #2086 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 13:32
    ลุ้นอ่ะ ม๊าพี่มาร์คคงไม่ได้ไม่ชอบแบมใช่มั้ย ?
    #2086
    0
  17. #1978 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:43
    ครอบครัวมาร์คคงไม่กีดกันใช่ไหมอ่ะ

    ทำไมม๊ามาร์คถึงมองแบมตลอดเวลาล่ะ
    #1978
    0
  18. #1874 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:48
    มองบ่อยๆก้อกังวลบ้างล่ะนะ  แบบนี้ก้อหายใจขากอยุ่อ่ะ สุ้ๆแบมๆ
    #1874
    0
  19. #1813 PiPoTweeTy (@PiPoTweeTy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มกราคม 2559 / 12:21
    ม๊ากับป๊ามองมาบ่อยๆ น้องแบมอย่าคิดมากกก อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปนะ
    #1813
    0
  20. #1567 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 18:12
    แบมอ่าาาาา เขินๆๆๆๆๆๆ
    #1567
    0
  21. #1469 anatomii (@anatomii) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 12:35
    ???????????? เราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เป็นฟิคที่ฟีลกู๊ดมากกก สำนวนไรท์ก็ดีมากอ่านแล้วลื่นไหลสุดๆ บังเอิญเจอเรื่องนี้อ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้เลย ฮือออ เราชอบมากชอบจนไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงให้หมดดี ชอบความรู้สึกในฟิค ชอบบรรยากาศของเรื่อง ชอบฟีลของตัวละครทุกคน ชอบลักษณะการดำเนินเรื่อง ชอบที่มันค่อยๆเป็นค่อยๆไปแบบนี้ เหมือนเราได้เค้าไปสัมผัสบรรกาศต่างๆในเนื่อเรื่องจริงๆ ฮืออออ ชอบจังเลย //สมัครเป็นแฟนคลับไรท์จะตามอ่านทุกเรื่องทุกชาติภพ (เว่อร์ไปล่ะ><")

    หวังว่าม๊าจะเอ็นดูน้องแบมของเรามากๆเหมือนลูกขายม๊านะค้าาาาาา
    #1469
    0
  22. #1460 Absolute_1a (@phimchanokliew) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 09:20
    ม๊าสนใจอะเด้
    #1460
    0
  23. #1459 nim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 21:22
    ถ้าทำแบบนี้บ่อยๆ แบมจะไม่รอด 555555555555+
    #1459
    0
  24. #1458 oni (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 03:12
    อาการแบบนี้ม๊าหวงลูกชายหรือป่าววววววว

    ดูท่าจะออกอาการทำให้แบมคิดมากเลยอ่ะ

    มาร์คก็ทิ้งให้แบมอยู่คนเดียว(ที่มาด้วยกันงัย)

    หวังว่าม๊าแค่ลองใจหรือทดสอบเฉยๆนะ

    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะไรท์ฯรอเจอกันปี2559นะคะ
    #1458
    0
  25. #1457 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 00:10
    ละมุนนนนน เอื่อยๆแต่ละมุนชอบอ่ะะะะะะเ ชอบการบรรยายบรรยากาศมากกกกกกกกกกดี๊ดี ชอบพฤติกรรมของนายมาร์คต้วนอ่อนละมุนแต่ชะ้นรู้นะว่านายกาม!!!!!!55555555555 อดทนต่อไปป
    #1457
    0