เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 22 : บทที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    12 ต.ค. 59








บทที่ 19


Jealous 



                 ความจริงแล้วการทำงานในวันหยุดไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับแบมแบม ยูคยอม หรือยองแจหรอก แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันคงจะใช้ได้แค่คำว่า เคย’ เพราะวันนี้แบมแบมคิดว่ายูคยอมและยองแจอาจเริ่มมีปัญหากับมันแล้วก็ได้


                 “ฮืออ อุตส่าห์นัดกันไว้ อดไปเลย…” เสียงคร่ำครวญที่ดังมาให้ได้ยินเป็นระยะจากหลังเคาท์เตอร์ทำให้แบมแบมที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ต้องชะโงกตัวข้ามไปมอง ก่อนจะเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะ


                 “อะไรอีกล่ะยองแจ นึกว่าบ่นเสร็จไปแล้วนะ” ประโยคนี้ของแบมแบมทำให้คนที่ฟุบหน้าอยู่ต้องเงยขึ้นมองคนพูดแล้วตวัดส่งค้อนทางสายตาไปให้หนึ่งที ส่งเสียงฮึดฮัดแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอดครวญเป็นรอบที่สิบของวัน


                 “ก็มันอยากไปนี่ นาน ๆ พวกเราจะมีวันว่างตรงกันสักที” แบมแบมเลิกคิ้วมองเพื่อนก่อนจะยิ้มและกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ


                “ก็ใช่ว่ามันจะหนีหายไปไหนซักหน่อย ไว้คราวหน้าค่อยนัดกันอีกก็ได้ แต่ตอนนี้พวกเราควรทำงานก่อนนะ” ได้ยินอย่างนั้นยองแจก็ถอนหายใจยาว นิ่งเงียบไปนิดแล้วรีบเด้งตัวขึ้นมามองหน้ามองหลังอย่างหวาดระแวงก่อนจะรีบเดินออกไปรับลูกค้าอย่างพนักงานที่ดีทันที  


                 แบมแบมเห็นปฏิกิริยาของยองแจแล้วก็ยิ้มขำ เรื่องที่ยองแจบ่นก็ไม่ใช่อะไร คือเมื่อวันก่อนเขา ยูคยอมและยองแจวางแผนกันไว้ว่าวันนี้จะไปเที่ยวกัน แต่จู่ ๆ เมื่อวานขณะกลับถึงห้องได้สักพักแบมแบมก็ได้รับข้อความจากพี่แทยังว่าให้พวกเขาทั้งสามคนเข้าช่วยมาทำงานที่ร้านเพราะมีคนลากะทันหัน จะปฏิเสธก็ไม่กล้าเพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย อะไรที่ช่วยกันได้ก็ควรช่วยกันไป




 


 

                 เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็นจวบจวนจะได้เวลาเลิกงาน แบมแบมก็ได้รับข้อความจากมาร์คว่าจะมารับไปทานอาหาร โดยให้ชวนยูคยอมและยองแจไปด้วย เพราะทางฝั่งนั้นก็มีเพื่อนทั้งสามคนที่จะติดสอยห้อยตามไปด้วยเช่นกัน


                 “ยูค ยองแจ ไปกินข้าวด้วยกันนะพี่มาร์คฝากชวน” แบมแบมเดินไปหาเพื่อนที่กำลังยืนกวาดพื้นและเช็ดโต๊ะอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน     


                 “ไปแน่นอน!” ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมาตอบรับด้วยความกระตือรือร้น


                คนชวนหัวเราะน้อย ๆ กับการตอบรับที่ดูจะเวอร์วังของเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะต้องหันไปทางประตูหน้าร้านเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้นมา


                 “อ่าว สวัสดีแซนดี้ บีไอ” แบมแบมยิ้มทักทายคนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างเป็นกันเอง เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้นรู้สึกว่าเด็กสาวจะกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านไปซะแล้ว ซ้ำยังมาบ่อยไม่แพ้คนเป็นพี่อีกตอนนี้เลยค่อนข้างจะสนิทกันระดับหนึ่งเลยทีเดียว


                 ทักแล้วแบมแบมก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเด็กสาวจะเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใสบนใบหน้าเสมอ หากครั้งนี้ลูกค้าประจำกลับเดินเข้ามาด้วยใบหน้าหมองเศร้าที่ดูไปชักคล้ายว่าเจ้าตัวพร้อมจะมีหยดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาได้ตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น


                 “พี่แบมมม” ทันที่ที่เร่งเดินเข้ามาในระยะที่ช่วงแขนของตนเองสามารถยื่นไปแตะตัวเจ้าของชื่อได้เด็กสาวก็จัดการโถมตัวเข้ากอดอีกฝ่ายทันที นั่นสร้างความประหลาดใจให้แบมแบมและเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างหลังให้มีสีหน้างุนงงไปด้วยกัน ครั้นจะดึงตัวเด็กสาวออกมาคุย หากเสียงสะอื้นน้อย ๆ ที่ดังมาจากคนที่กอดอยู่ก็ทำให้แบมแบมชะงักทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังคนตรงหน้าแผ่วเบา พร้อมกับส่งสายตาถามให้คนเป็นพี่ที่เดินเข้ามาพร้อมกัน แต่สิ่งที่แบมแบมได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มเศร้า ๆ ที่ถูกส่งมาเป็นคำตอบเท่านั้น


                 แบมแบมขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็คิดได้ว่าคงต้องจัดการสถานการณ์ตรงหน้านี้ซะก่อน


                 “ใจเย็น ๆ นะแซนดี้ เป็นอะไรไหนบอกพี่สิครับ”


                 น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอย่างปลอบประโลมและอ่อนโยนพร้อมด้วยฝ่ามือเรียวที่เปลี่ยนจากลูบแผ่นหลังมาลูบศีรษะยิ่งทำให้เด็กสาวสะอื้นหนักเข้าไปใหญ่


                 “ใครทำอะไรคนเก่งของพี่แบมนะ ไหนบอกพี่แบมสิ ทำให้คนเก่งของพี่แบมร้องไห้จนหมดสวยแล้วเห็นไหมเนี่ย” สิ้นประโยคหยอกเย้าเด็กสาวก็รีบเงยหน้าขึ้นมองคนที่เธอนับถือเป็นพี่ชายอีกคนพร้อมกับส่งค้อนให้วงใหญ่ เห็นแบบนั้นแบมแบมจึงยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเบา ๆ  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่บนโต๊ะใกล้ ๆ แล้วค่อยไล่เช็ดน้ำตาบนสองแก้มให้เด็กสาว


                 “ใจเย็นลงแล้วนะ” เช็ดน้ำตาเสร็จแล้วแบมแบมจึงถามย้ำอีกครั้ง เมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าแบมแบมจึงดึงตัวเด็กสาวออกแล้วจูงมือให้นั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง


                 “ไหนเป็นอะไรครับทำไมถึงร้องไห้แบบนี้”


                 “แซนดี้…แซนดี้กับพี่ชายต้องย้ายไปอยู่นิวยอร์กกับพ่อแม่แล้ว แซนดี้จะไม่ได้เจอพี่แบมแล้ว…” แบมแบมเลิกคิ้วกับประโยคของเด็กสาวก่อนจะหันไปขมวดคิ้วให้คนเป็นพี่ชายที่กำลังเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างน้องสาวอีกที


                 แบมแบมนั้นไม่ได้แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้บีไอก็เคยบอกเขาไว้แล้วว่าเจ้าตัวและครอบครัวต้องย้ายบ้านเนื่องจากหน้าที่การงานของบิดา แต่ที่แบมแบมสงสัยคือทำไมเขาไม่บอกน้องสาว


                 “แซนดี้ครับ แซนดี้ไปเลือกเค้กให้พี่หน่อยได้ไหมเลือกมาให้พี่แบมด้วย เราจะได้นั่งกินด้วยกันไง” ทันทีที่นั่งลงบีไปก็หันไปพูดกับน้องสาวทันที ทำให้คนเป็นน้องสาวหันมามองด้วยความงุนงงแต่ก็พยักหน้ายอมลุกขึ้นเดินออกไป นั่นทำให้ยูคยอมและยองแจที่เหมือนไร้ตัวตนอยู่เมื่อครู่ต้องเดินตามเด็กสาวออกไปเช่นกัน เพราะได้รับกระแสกดดันจากคนบางคนว่าอยากคุยกับเพื่อนพวกเขาตามลำพัง


                 …แต่ถ้าจะส่งสายตามากดดันขนาดนี้ก็พูดออกมาเลยเถอะว่าอยากคุยกับไอ้แบมมันแค่สองคนน่ะ!


                 “มีอะไรหรือเปล่าครับ แล้วทำไมคุณไม่บอกแซนดี้ว่าจะย้ายบ้าน” แบมแบมมองตามหลังเพื่อนทั้งสองที่จู่ ๆ ก็เดินออกไป แต่พอหันกลับมาเห็นท่าทางของคนตรงหน้าจึงทำให้พอจะเดาได้ ดังนั้นแบมแบมเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามออกมาก่อน


                 บีไอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เพราะเห็นว่าช่วงนี้แซนดี้ติดคุณ ผมเลยคิดว่าถ้าบอกเร็วไปก็กลัวว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบวันนี้ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริ งๆ เลยตัดสินใจบอกใกล้ๆ วันที่จะย้ายเลยทีเดียวน่ะครับ”


                 แบมแบมพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนเอ่ยถามต่อ “แล้วจะย้ายกันวันไหนล่ะครับ”


                 “ไม่เกินสามวันหลังจากนี้ครับ”


                 คำตอบที่ได้ทำให้แบมแบมต้องเลิกคิ้วสูงอดจะสัพยอกไม่ได้ “รู้สึกว่าจะบอกใกล้ไปนะครับ”


                 บีไอหัวเราะเบา ๆ กับคำแซว “ตอนแรกก็ไม่ได้จะให้เป็นแบบนี้หรอกครับ แต่ช่วงนี้มันยุ่ง ๆ เลยลืมไปบ้าง วันนี้พอได้บอกก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ร้องจะมาหาคุณท่าเดียว”


                 แบมแบมยิ้มบาง หากก่อนที่อีกฝ่ายจะได้เอ่ยอะไรต่อเด็กสาวที่ก่อนหน้านี้ร้องจะมาหาแบมแบมท่าเดียวก็เดินกลับมาพร้อมกับเพื่อนเขาทั้งสองคนที่เดินถือเครื่องดื่มและขนมตามหลังมาด้วย และดูเหมือนว่าแซนดี้จะอารมณ์ดีขึ้นมาก เห็นได้จากการที่เด็กสาวยิ้มแย้มและหัวเราะเหมือนปกตินั่นทำให้คนเป็นพี่ชายรู้สึกโล่งใจ


                 นั่งคุยกันได้สักพักก็ใกล้เวลาปิดร้านบีไอจึงชวนน้องสาวกลับ ขณะเดินจวนจะถึงประตูร้าน แซนดี้กลับโพล่งขึ้นมาว่าจะเข้าห้องน้ำแล้วก็วิ่งปรูดไปทันที พาให้แบมแบมที่เดินมาส่งต้องยิ้มออกมาน้อย ๆ ครั้นหันกลับไปเห็นคนเป็นพี่ส่ายหน้าคล้ายระอาน้องสาวของตนแล้วแบมแบมก็ยิ่งยิ้มกว้าง


                 “เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ”


                 บีไอยิ้มตอบให้แล้วถามแซวกลับ “บอกในส่วนของวันนี้หรือตอนที่ผมต้องย้ายครับ”


                 “ก็ทั้งสองนั่นแหละครับ” แบมแบมพูดยิ้ม ๆ


                 บีไอมองใบหน้าหวานที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มตรงหน้าแล้วจึงสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่ตนตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก “เอ่อ ถ้าผมจะขออะไรสักอย่าง…จะได้ไหมครับ”


                 แบมแบมเอียงคอมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย “ครับ?


                 บีไอต้องชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมาเบา ๆ “ขอกอด…ได้ไหมครับ”


                 แบมแบมชะงักพร้อมกับคิ้วเรียวที่เลิกขึ้นนิด ๆ กับคำขอนั้น ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วให้คำตอบที่ทำเอาคนตรงหน้าเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง


                 “ได้สิครับ”


                 แม้ว่าการกอดจะเป็นเรื่องปกติในสังคมคนอเมริกัน แต่สำหรับคนต่างถิ่นโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ทำให้บีไอไม่แน่ใจว่าสังคมที่นั่นจะเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า ทำให้ตอนแรกเขาไม่กล้าที่จะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สุดท้ายเมื่อมาคิดได้ว่าไหน ๆ ก็จะจากกันแล้วจึงลองเสี่ยงดู  และมันก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง


                 จากนั้นคนขอจึงก้าวเท้าเข้าไปหาคนตัวเล็กตรงหน้า ก่อนสองแขนจะค่อย ๆ ยื่นเข้าโอบกอดที่ลำตัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมจากคนในอ้อมกอดทำให้บีไอเผลอเม้มปาก แขนทั้งสองข้างกอดรัดคนตรงหน้าแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว มือเล็กที่ยกขึ้นตบหลังตอบเบา ๆ ทำให้รู้สึกอุ่นวาบในใจ บีไอค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกนี้ไว้ แม้ปากจะบอกว่าตัดใจแต่ความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้อีกฝ่ายมันก็ยังคงอยู่ และเขามั่นใจว่ามันก็จะยังคงอยู่แบบนั้นตลอดไป


                 ผ่านไปเพียงชั่วครู่แต่เนิ่นนานนักในความรู้สึกของใครบางคน ขณะที่บีไอกำลังจะผละออกจากร่างกายนุ่มนิ่มตรงหน้า เสียงดังโครมครามจากบริเวณหน้าร้านก็ทำให้ทุกคนสะดุ้งสุดตัว รวมทั้งบีไอที่ตกใจจนรีบปล่อยมือทั้งสองข้างทันที พร้อมกับทุกคนที่ก็หันขวับไปมองทางต้นเสียงอย่างแปลกใจ

 





 

                 ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่เกิน นาที

                 ถ้ามีใครมองออกไปนอกร้านก็จะทันเห็นคนบางคนที่ใบหน้าปกติมักราบเรียบอยู่เป็นนิจ หากตอนนี้มันกลับแข็งกระด้าง ซ้ำดวงตาคมยังฉายแววเย็นชาและความเย็นเหยียบอย่างน่าขนลุก ทั้งบรรยากาศรอบตัวก็เริ่มทวีความหนาวเหน็บอย่างที่คนรอบข้างรู้สึกได้ตามแรงอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนและกำลังปะทุขึ้นอยู่ภายใน


                 สิ่งที่มาร์คเห็นคือคนสองคนกำลังยืนโอบกอดกัน มันจะไม่เป็นปัญหาใด ๆ หากว่าหนึ่งในนั้นไม่ใช่บุคคลที่เจ้าตัวตั้งใจจะมารับ! และแม้จะเห็นคนคนนั้นผ่านกระจกหรือแม้ว่าจะเห็นเพียงแค่ด้านข้างแต่มาร์คก็มั่นใจว่านั่นคือแบมแบม


                 และความจริงตรงหน้าก็ทำให้ความรู้สึกหึงหวงแล่นเข้ามาตีในอกพร้อม ๆ กับความรู้สึกสับสนปนเปกับความไม่เข้าใจ มาร์คพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมอารมณ์และยกเอาเหตุผลที่น่าจะเข้าท่าในสถานการณ์นี้มากที่สุดขึ้นมาเพื่อหักล้างกับความคิดในแง่ลบที่พุ่งขึ้นมาอย่างยากที่จะหยุดยั้ง หากแต่ทั้งหมดที่กำลังพยายามอยู่กลับพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีเมื่อเห็นมือเล็กของคนที่ตั้งใจมารับยกขึ้นกอดตอบอีกฝ่าย!


                 อารมณ์หึงหวงที่รอจะควบคุมสติสัมปชัญญะอยู่แล้วก็เข้าครอบงำความพยายามมีเหตุผลในสมองทันที นั่นทำให้สิ่งที่อยู่ใกล้มือคนโมโหหึงที่สุดอย่างเก้าอี้ไม้หน้าร้าน ถูกจับเหวี่ยงกระเด็นไปปะทะกับโต๊ะจนล้มระเนระนาดเกิดเสียงดังโครมครามไปทั่วบริเวณ หากแทนที่มาร์คจะเดินเข้าไปอาละวาดและจัดการกระชากตัวคนทั้งสองให้ออกห่างจากกัน เขากลับหันหลังเดินออกไปหน้าร้านเปิดประตูขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว


                 เพื่อนทั้งสามที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้แต่นิ่งอึ้งก่อนจะรีบพากันขึ้นรถขับตามคนอารมณ์ร้ายไปทันที


                 ขณะที่นอกร้านเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ภายในร้านที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนั้นก็มีแต่เพียงความเงียบสงัด สายตาทุกคู่ที่ก่อนหน้ามองไปยังหน้าร้านค่อย ๆ เบนมาหาคนที่เป็นชนวนอารมณ์ของคนที่เพิ่งขับรถจากไปเมื่อครู่


                 ใบหน้าหวานแสดงชัดถึงความตกใจปนความคาดไม่ถึง แต่เพียงชั่วครู่คนที่เป็นชนวนอารมณ์ดังกล่าวก็ค่อย ๆ หลับตาลงแล้วถอนหายใจยาวพลางคิดอย่างเหนื่อยใจ


                 …อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้


                 “ผม…ขอโทษนะครับ” บีไอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งท่าทางของคนด้านนอกและปฏิกิริยาของคนตรงหน้าก็ทำให้เขาเข้าใจว่าทั้งสองคนคงจะ...


                 “ไม่เป็นไรหรอกครับ”


                 บีไอมองคนที่แม้จะยิ้มตอบหากแต่ความกังวลที่เขาสังเกตได้ภายใต้รอยยิ้มฝืน ๆ นั้นก็ไม่สามารถปกปิดได้อยู่ดี แน่นอนว่าเขาก็รู้สึกผิด หากมันก็มีชั่วแวบหนึ่งที่ความสะใจเล็ก ๆ มันพุ่งขึ้นสูงจนต้องระงับเอาไว้ไม่ให้แสดงออกทางสีหน้า แม้รู้ว่าความคิดแบบนี้มันผิดแต่จะทำยังไงได้ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาก็นึกหมั่นไส้อยากจะต่อยหน้าไอ้คนที่เขาเห็นเกือบทุกครั้งที่มาที่นี่และยังคอยกีดกันไม่ให้แบมแบมเข้าใกล้เขาทุกครั้งไป ดังนั้นหากเขาจะมีความรู้สึกสะใจแบบเมื่อครู่ขึ้นมาบ้างมันก็คงไม่แปลก…ใช่ไหม?


                 เพียงแต่เขาก็ไม่อยากให้ความสะใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตนทำให้คนตรงหน้าไม่สบายใจ ไปยิ่งกว่านี้ และเรื่องที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เขาก็คงไม่สามารถจะไปแก้ไขหรือทำอะไรให้เรื่องมันหนักหนาและบานปลายยิ่งกว่าเดิมได้เหมือนกัน ดังนั้นเมื่อแซนดี้เดินกลับออกมาเขาจึงตัดสินใจบอกลาและขอตัวกลับทันที


                 หลังจากที่บีไอและแซนดี้เดินออกไปแล้ว ยองแจและยูคยอมจึงเดินเข้ามาหาแบมแบมที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน


                 “จะเอาไงต่อล่ะทีนี้” ยองแจถามพร้อมกับนั่งลงด้านข้าง


                 “พี่มาร์คโคตรน่ากลัวอ่ะ” ยูคยอมเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวาด ๆ มือทั้งสองก็ยกขึ้นถูแขนแรง ๆ


                 แบมแบมมองเพื่อนทั้งสองคนก่อนตอบ “…ปล่อยไปสักพักให้อารมณ์เย็นลงก่อนแล้วกัน หเดี๋ยวค่อยไปอธิบาย” ยองแจและยูคยอมพยักหน้าเบา ๆ อย่างเห็นด้วยกับความคิดของแบมแบม



 



 

                 ความจริงแล้วความคิดเช่นนั้นมันก็อาจจะดูเข้าท่าดี แต่ใครจะรู้ว่ามาร์คนั้นเป็นคนที่หากยิ่งปล่อยให้เรื่องค้างคาเจ้าตัวจะยิ่งทวีอารมณ์รุนแรงมากขึ้น จนขณะนี้แม้แต่เพื่อนทั้งสามคนยังเข้าหน้าไม่ติด


                 เจบี แจ็คสัน และจินยองที่ตอนแรกนึกหวั่นในใจเพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นเพื่อนจะเตลิดไประบายอารมณ์ที่ไหน แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อมาร์คเลือกกลับมาที่ห้อง หากความโล่งใจก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อตามเข้ามาในห้องและพบข้าวของที่สมควรจะวางอยู่บนโต๊ะหรือไม่ก็บนตู้นั้นลงมากระจัดกระจายอยู่ตามพื้น แม้จะไม่มากแต่ก็เดาได้ว่ามันคงจะไม่ตกลงมาเองอย่างแน่นอน เมื่อเหลียวหาเจ้าของห้องก็เห็นนั่งกระดกสิ่งมึนเมาเข้าปากไม่ขาด ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังทะมึนและบรรยากาศที่คงความเย็นเหยียบทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะยังไม่มีทางลดอารมณ์ที่กำลังปะทุลงได้ง่าย ๆ


                 ครั้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้หวังจะพูดอะไรสักอย่าง หากแต่ก้าวเท้าได้เพียงสองก้าวเจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนโซฟาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอารมณ์เดือดดาลซะก่อน


                 “พวกมึงกลับไปก่อน”


                 “ไอ้มาร์ค พวกกูว่า…”


                 “กูบอกให้พวกมึงกลับไปก่อน!” ยังไม่ทันที่เจบีจะเอ่ยจบประโยค เสียงเจ้าของห้องที่เมื่อครู่ยังคงเรียบนิ่งกลับตะโกนขึ้นมาพร้อมกับตวัดสายตาที่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าวและความอันตรายมาทางพวกเขาชั่วแวบหนึ่งก่อนเจ้าตัวจะหันกลับไปและไม่สนใจอย่างอื่นอีกนอกจากแก้วแอลกอฮอล์ตรงหน้า


                 ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเจอมาร์คในรูปแบบนี้ อย่างที่เคยบอกคือถ้ามาร์คมันเกิดโมโหสุด ๆ ขึ้นมาใครก็เอามันไม่อยู่ เพียงแต่ว่าถึงจะโมโหมากขนาดไหนมันก็มีเหตุผลและยังสามารถคุยกันได้อยู่


                 แต่พวกเขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ พวกเขามั่นใจว่ามันคงจะไม่มีอะไรลึกซึ้งอย่างที่เห็น แบมแบมไม่ใช่คนแบบนั้นและพวกเขาก็มั่นใจรู้ว่ามาร์คมันก็รู้เพียงแต่ความหึงหวงมันไม่เข้าใครออกใคร แม้จะมีความมั่นใจหรือเหตุผลมารองรับมากแค่ไหนมันก็ยังไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกดังกล่าวที่มันเกิดขึ้นมาได้ พวกเขาเชื่อว่าใครก็ตามที่เจอแบบนี้ก็ต้องเป็นกันทั้งนั้น ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนที่เผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้นั้นจะสามารถเก็บอารมณ์ไม่แสดงออกได้มากกว่ากันสักแค่ไหนมากกว่า


                 และอย่างที่เห็น ปกติมาร์คเป็นคนเก็บอารมณ์ได้ดี…ดีมากด้วยซ้ำ แต่มันคงใช้ไม่ได้หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแบมแบม ยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ระหว่างทั้งสองคนยังเปราะบางแบบนี้ เพียงแค่มีอะไรมากระทบนิดหน่อยคงทำให้มันยิ่งกระเจิดกระเจิงหนักเข้าไปอีก แต่สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องมาคุยกันเอง พวกเขาคงจะเข้าไปยุ่งย่ามมากไม่ได้


                  คิดอย่างนั้นทั้งสามคนจึงตัดสินใจล่าถอยและเดินออกจากห้องไป


                 “จะปล่อยมันไว้แบบนั้นเหรอวะ” แจ็คสันขมวดคิ้วถามเพื่อนทั้งสองขณะเดินไปตามทางเดิน


                 “ก็ไม่อยากหรอก แต่ปล่อยให้มันสงบสติอารมณ์หน่อยก็ดี อยู่ไปก็ไม่รู้จะทำยังไง ดีไม่ดีขืนอยู่นานมันจะยิ่งโมโหหนักกว่าเก่า” จินยองตอบก่อนจะถอนหายใจออกมา


                 “โทรหาแบมดีไหม?” แจ็คสันเสนอความเห็นขึ้นมาอีกครั้งและนั่นทำให้เพื่อนทั้งสองหยุดชะงักก่อนจะหันมองหน้าคนพูดพร้อมกับส่งสายตาที่ถ้าแจ็คสันตีความไม่ผิดเหมือนมันสองคนจะสื่อประมาณว่า เพิ่งจะเห็นมึงออกความเห็นอะไรได้น่าฟังก็วันนี้แหละวะ!’


                 “ทำไมมองกูแบบนั้น” เนื่องจากรู้สึกเหมือนกับถูกด่าทางสายตาจึงทำให้แจ็คสันต้องขมวดคิ้วถามเพื่อไขความข้องใจพร้อมกับหรี่ตามองเพื่อนทั้งสองสลับไปมา


                 “เปล๊า…” เสียงสูงประสานสองเสียงยิ่งทำให้แจ็คสันมุ่นคิ้วหนักแต่ก็ยอมปล่อยผ่านเมื่อเห็นว่าเรื่องของเพื่อนที่อยู่ในห้องที่เพิ่งเดินจากมาสำคัญกว่า


                 “สรุปจะโทรไหม?


                 ก่อนจะได้รับคำตอบ เสียงโทรศัพท์ของจินยองพลันดังขึ้นเจ้าของโทรศัพท์จึงหยิบขึ้นมาดูก่อนเบิกตากว้างเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสองพร้อมเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


                 “แบมโทรมา!” พูดเสร็จก็กดรับทันที


                 “ฮัลโหลแบม!


               [เป็นยังไงบ้างครับ]


                 แม้จู่ ๆ อีกฝ่ายจะถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนั้นแต่จินยองเข้าใจจึงรีบตอบ


                 “ไม่ดีเลย” คล้ายได้ยินปลายสายถอนหายใจเบา ๆ   


               [แล้ว…พี่มาร์คอยู่ไหนครับ]


                 “อยู่ที่ห้อง แบมมาหามันหน่อยได้ไหม” จบประโยคปลายสายก็เงียบไปนั่นทำให้จินยองต้องรออย่างลุ้นระทึก


               [ครับ เดี๋ยวแบมจะไป]


                 คำตอบที่ได้รับทำให้จินยองถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วก็ได้แต่คิดหวังว่ามันจะคลี่คลายและจบลงด้วยได้ดี

 

 






                 เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นหลังจากเพื่อนทั้งสามเพิ่งเดินออกไปทำให้มาร์คต้องตะโกนออกไปด้วยความเดือดดาลโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองเลยด้วยซ้ำ


                 “กูบอกให้พวกมึงกลับไปก่อนไ!


                 เสียงตะโกนไล่นั้นทำให้คนที่กำลังเดินเข้ามาชะงักเท้าไปแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจและเดินเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม นั่นทำให้เจ้าของห้องต้องมุ่นหัวคิ้ว รังสีความไม่พอใจเด่นชัดยิ่งขึ้น บรรยากาศที่ก่อนหน้านี้ไม่น่าเข้าใกล้อยู่แล้วยิ่งทวีความน่ากลัวและน่าขนลุกขึ้นไปอีกเท่าตัว หากแต่มันก็ยังไม่ทำให้คนที่กำลังเดินเข้ามาเปลี่ยนความคิดที่จะหันหลังกลับไป มาร์คเตรียมจะออกปากไล่อีกครั้งแต่เมื่อตวัดสายตาขึ้นมองก็ต้องชะงัก


                 “นั่นหมายถึงแบมด้วยหรือเปล่าครับ”


                 มาร์คนิ่งค้างมองคนที่กำลังขยับเข้ามาใกล้แต่เพียงครู่เดียวก็ตวัดสายตากลับมาที่เดิม  ยกแก้วในมือขึ้นดื่มโดยไม่เอ่ยอะไรออกไปสักคำ


                 แบมแบมมองคนตรงหน้า ครั้นเห็นร่องรอยของอารมณ์ ความไม่พอใจและความสับสันฉายชัดในทุกท่าทางและแววตาคมกริบนั่น แบมแบมจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาใกล้ ๆ อีกฝ่ายพร้อมเอ่ยเรียก


                 “พี่มาร์ค”


                 ……….


          “พี่มาร์คครับ”


                 ……….  


                 “พี่มาร์ค”


                  ไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงตอบรับ แม้แต่การหันมามองหน้าสักนิดก็ยังไม่มี มาร์คทำเหมือนแบมแบมเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ตัวตนเหมือนไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น นั่นทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกไปชั่วขณะคล้ายหัวใจถูกบีบจนเจ็บแปลบไปหมด ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นดวงตากลมโตปรากฏแวววูบไหวพร้อมกันนั้นก็พยายามสะกดกลั้นความน้อยใจและเสียใจที่พากับประดังประเดเข้ามาในอก


                 หากแต่สุดท้ายก็พยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายอาจจะยังอยู่ในอารมณ์ที่ยังไม่อยากเจอใครก็ได้


                 …ดังนั้นเขาควรจะออกไปสินะ


                 “ถ้าพี่มาร์คยังไม่อยากคุยกับแบมตอนนี้…” แม้จะพูดเกริ่นออกไปแบบนั้นคนข้าง ๆ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจ ยิ่งตอกย้ำว่าอีกฝ่ายคงต้องการให้มันเป็นเช่นความคิดและคำพูดเมื่อครู่ของตน ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ซ่านในอกจนแบมแบมอยากจะยกมือขึ้นมาทุบแรง ๆ เผื่อว่ามันจะสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ หากสุดท้ายก็ยังพยายามข่มใจและเอ่ยลา แม้ว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกไปจะฟังดูสั่นและแหบพร่าไปหมด


                 “แบม…กลับก่อนนะครับ” สิ้นประโยคแบมแบมรีบขยับตัวลุกพรวดหันหลังเตรียมจะเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากบรรยากาศและสถานการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนน้ำในตามันจะไหลออกมาได้อยู่ทุกชั่วขณะ


                 หากแต่ก้าวไปได้แค่ก้าวเดียวข้อมือด้านขวากลับถูกจับรั้งไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ของคนที่นั่งเงียบมาตลอด ก่อนจะถูกดึงให้หันกลับไปทางเดิม และเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดทำให้แบมแบมได้แต่ยืนนิ่งอย่างตกใจ รู้ตัวอีกทีก็ถูกมือใหญ่อีกข้างดึงรั้งเอวให้ไปแนบชิด


                 ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้างเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ร้อนผ่าวแนบลงมาที่ริมฝีปาก และใบหน้าหล่อเหลาที่มองเห็นในระยะประชิดทำให้แทบจะไม่ต้องเดาเลยว่าอะไรสักอย่างที่กำลังขยับทาบทับอยู่บนริมฝีปากคืออะไร!


                 สัมผัสจาบจ้วงรุนแรงของคนตรงหน้าที่กำลังบดเบียดริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากเขาอย่างคนมีอารมณ์ขุ่นมัวทำให้แบมแบมที่เพิ่งได้สติต้องหลับตาปี๋ยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการขึ้นทุบหน้าอกแกร่งแรง ๆ พร้อมส่งเสียงครางในลำคออู้อี้ ทั้งยังพยายามเอนหัวไปด้านหลังเพื่อให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่คล้ายจะเป็นภัยต่อตนเอง


                 หากแต่กระประท้วงที่ไร้ผลก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน เมื่อมาร์คปล่อยมือจากข้อมือเล็กแล้วเปลี่ยนไปจับล็อกบริเวณท้ายทอยเพื่อไม่ให้แบมแบมเบนหน้าหนี


                 การรุกรานอย่างเอาแต่ใจของเจ้าของห้องทำให้แบมแบมที่ไม่มีประสบการณ์เริ่มหายใจไม่ทัน และเหมือนคนเอาแต่ใจจะรู้ เพราะไม่นานมาร์คก็ค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเพื่อให้เจ้าของริมฝีปากอวบอิ่มสูดเอาลมหายใจเข้าปอดหากแต่ใบหน้าคมนั้นไม่ได้ผละห่างไปไหน


                 หลังจากที่คนตัวเล็กสามารถปรับลมหายใจได้แล้ว คนฉวยโอกาสก็ทำการโน้มใบหน้าลงไปฉกฉวยเอาความหอมหวานจากริมฝีปากอิ่มที่เริ่มบวมแดงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว มือที่ยืดจับท้ายทอยเมื่อครู่เปลี่ยนไปโอบเอวเล็กเอาไว้แน่น


                 ด้านแบมแบมที่เมื่อครู่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตได้ก็ต้องสะดุ้งตกใจอีกรอบพยายามตั้งสติพร้อมกับทำท่าจะผละออกห่าง หากแต่ก็ต้องนิ่งไปเมื่อสัมผัสครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อนหน้า มันมีแต่ความนุ่มนวล อ่อนหวานและอ่อนโยน อีกฝ่ายไม่ได้รุกล้ำมีเพียงสัมผัสอุ่นร้อนบริเวณริมฝีปากคล้ายเพียงแตะแต้มหยอกเย้าดูดดึงด้วยความชอบใจเท่านั้น    


                 สัมผัสนุ่มหยุ่นจากริ่มฝีปากบวมอิ่มทำให้มาร์คคิดว่าเขาคงจะเสพติดและไม่สามารถหยุดการกระทำนี้ได้ง่าย ๆ


               …สัมผัสเพียงครั้งคงยังไม่พอ


                 มาร์คนั้นไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ เพราะพอรู้ตัวอีกทีก็กระทำการอันอุกอาจนี้ไปแล้ว แม้จะกลัวอีกฝ่ายโกรธแต่ย้อนกลับไปได้เขาก็คงจะทำแบบนี้อยู่ดี แม้มันจะดูผิดอยู่บ้างแต่มาร์คคงต้องยอมรับว่า ณ เวลานั้นมันทนไม่ไหวจริง ๆ ดังนั้นสุดท้ายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้เขาก็คงจะต้องยอมรับผลที่จะตามมา   


                 สัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือเล็กที่วางทาบบริเวณหน้าอกคล้ายประท้วงบอกให้หยุด ทำให้มาร์คต้องตัดใจแล้วค่อย ๆ ผละออกมาจากริมฝีปากอิ่ม เสียงหอบหายใจของคนตัวเล็กทำให้มาร์คยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ปากแดงช้ำที่เจ้าตัวเผยอออกเล็กน้อยเพื่อใช้ช่วยหายใจอีกทางทำให้มาร์คแทบสบถออกมาอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปทาบริมฝีปากที่แสนยั่วยวนนั่นเบา ๆ อย่างรวดเร็วอีกทีหนึ่ง


                 อาการสะดุ้งและเงยขึ้นมองเขาอย่างตื่นตกใจทำให้มาร์คกระตุกริมฝีปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ตาคมส่องประกายแพรวพราว ภาพที่เห็นตรงหน้าแทบจะทำให้มาร์คอยากก้มลงไปฟัดคนตรงหน้าอีกรอบ


                 แก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างน่าดูพร้อมทั้งดวงตากลมโตที่คลอฉ่ำและปรือลงนิดดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก ซ้ำรสชาติของริมฝีปากที่เมื่อกี้เขาได้ลิ้มรสความหอมหวานไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งหมดมันทำให้มาร์คแทบจะหมดความอดทนขึ้นมาจริง ๆ จนกระทั่งสามารถสาบานกับตัวเองว่าให้ตายยังไงก็จะไม่มีวันให้ใครได้เห็นภาพแบบนี้ของแบมแบมอย่างเด็ดขาด


                 ว่าแล้วก็ไม่รอช้าคนที่ยังคงติดใจกับการฉวยโอกาสครั้งนี้ก็พยายามจะทำการเอารัดเอาเปรียบคนตัวเล็กที่ยังคงหอบหายใจน้อย ๆ ต่อ ถ้าไม่ติดที่ว่าแบมแบมนั้นรู้ทันจึงรีบก้มหน้าพร้อมออกแรงผลักที่ฝ่ามือแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าทั้งยังตะกุกตะกัก


                 “พะ พอก่อนครับ บะ แบบนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องพอดี” พูดไปแล้วก็ต้องก้มหน้างุดกว่าเดิม เมื่อท่อนแขนที่กำลังโอบเอวนั้นดูเหมือนจะรัดแน่นขึ้นก่อนที่เจ้าของมันจะหัวเราะพร้อมกับลากเสียงยาวในลำคอเป็นเชิงหยอกล้อ


                 “หืม….”


                 “พะ พี่มาร์คปล่อยแบมก่อน” แบมแบมขยับตัวดุ๊กดิ๊กพยายามพาตัวเองออกจากอ้อมแขนแข็งแรง แต่กระนั้นดูเหมือนการกระทำนี้จะยิ่งทำให้คนฉวยโอกาสยิ่งชอบใจ เพราะแทนที่จะคลายอ้อมแขน อีกฝ่ายกลับโน้มใบหน้าลงมาขโมยหอมแก้มนิ่มเบา ๆ นั่นทำให้คนที่กำลังดิ้นชะงักกึกไปในทันที


                 มาร์คสบโอกาสที่แบมแบมหยุดนิ่งพาทั้งตัวเองและคนในอ้อมกอดกลับไปนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมอีกครั้ง 


                 แบมแบมเบิกตาขึ้นเล็กน้อยกับการถูกฉุดให้ลงไปนั่ง โดยการอัพเกรดจากการนั่งเบาะโซฟาไปนั่งบนตักเจ้าของห้องแล้ว ด้านเจ้าของห้องที่ตอนนี้ยังคงลอยหน้าลอยตาอมยิ้มแถมไม่ยอมปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดอีกต่างหาก


                 “โอเค เรามาคุยกัน”


                 สิ้นประโยคนี้ของคนที่อุทิศตัวเป็นเบาะให้แขกกิตติมศักดิ์นั่งพร้อมกับใบหน้าคมที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจ ทำให้คนที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้อยากจะร้องไห้แล้วเอาหน้ามุดแจกันไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำได้แค่คร่ำครวญอยู่ในใจ


               คุยกันท่านี้เนี่ยนะ! พี่มาร์คจะรู้ไหมว่านอกจากจะไม่ชินแล้วมันยังทำให้เขาเขินมากอีกด้วย ยูคยอม ยองแจ พี่แจ็คสัน พี่เจบี พี่จินยอง ใครก็ได้…ใครก็ได้มาเอาพี่มาร์คคนเจ้าเล่ห์คนนี้ไปเก็บที!’  

 



____________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

          เป็นบทที่แสดงให้เห็นถึงความหึงแรงบวกกับความหื่นของพี่เขาจริง ๆ ค่ะ #ยิ้มอ่อน (ของมาร์คหรือของไรท์กันแน่ เอาดีๆ 555)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2830 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 19:36
    บีไอออออออ นายสะใจหราาา
    พี่มาร์คอาจจะขอบใจนายนะ >////<
    #2830
    0
  2. #2805 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 09:01
    โกดจิงเนอะไม่ใช่แผนนะพี่มาร์ค ร้ายนัก 555555
    #2805
    0
  3. #2734 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:55
    หึงหวงรุนแรงจริงงงงง
    #2734
    0
  4. #2703 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 11:07
    มันต้องเอาไปเก็บไกลๆด้วยนะ อันตรายมากเลย555 ไหน ใครที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไหน คนที่ไม่ยอมพูดกับแบมแบม พอเขาจะไปดันดึงเขามาจูบแถมยิ้มให้อีก ไบโพล่าอ่อมาร์ค 555555555555+
    #2703
    0
  5. #2680 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 21:21
    แห๊มมมมม ร้าย
    #2680
    0
  6. #2634 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:30
    ทำไมเราชอบคนพี่โหมดฉวยโอกาสอย่างงี้น๊าาา 555
    #2634
    0
  7. #2502 LT43_MarkBam (@Loogtan43) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:55
    งือออ><`
    #2502
    0
  8. #2501 llii (@llii) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 13:13
    แหมพี่มาร์คคคคค ได้โอกาสแล้วไม่หยุดเลยนะ
    #2501
    0
  9. #2500 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 12:27
    ง่อววเขินวุ้ย5555
    #2500
    0
  10. #2499 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 12:06
    โกรธแล้วเป็นแบบนี้นี่น่ารักจังงงงงง
    #2499
    0
  11. #2497 cielily (@cielily) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 07:31
    ได้กำไลมากมาร์ค ต้วนเอาไปเลย ยกให้ แบมแบมอ่ะ
    #2497
    0
  12. #2496 boweedylan (@boweedylan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 06:42
    โอ๊ยยยย..ชอบแบบนี้. แนวนี้. อารมแบบนี้. ฟิคเรื่องนี้. ชอบๆ. มาต่อไวๆนะค่ะ สู้ๆ
    #2496
    0
  13. #2495 Kwanmanut Koa (@koakoa1a) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 02:43
    โอ้ยย ถ้าจะโกรธกันแล้วหวานขนาดนี้นะ~
    #2495
    0
  14. #2494 enDEARing (@rungbuab) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 02:10
    อ่านกี่ทีก็ยังเขิล และชอบมากค่ะ รอเล่มๆๆ 555555
    #2494
    0
  15. #2319 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 22:09
    พี่มาร์คหึงโหด หึงเจ้าเล่ห์มากกกก ที่ทำไปนะความอนายล้วนๆใช่ไหมตอบมานะมาร์ค ต้วน
    #2319
    0
  16. #2293 songprince (@songprince) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 10:40
    ตายยยยย ตายแล้ววววว เรานี่แหละตายไปแล้ววว
    #2293
    0
  17. #2288 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 20:58
    อื้อหือออออออออออ
    #2288
    0
  18. #2274 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 21:48
    โกรธน้องไม่ลงอะเดดด้
    #2274
    0
  19. #2133 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 06:22
    พี่มาร์ครุนแรงจังนะ ทั้งสองอย่างเลย อิอิ
    #2133
    0
  20. #2129 Saisande7 (@Saisande7) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 19:38
    พี่มาร์คเวอร์ชันวัยทองชัดๆ
    #2129
    0
  21. #2080 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 11:07
    โกดได้ไม่นานจริงๆ 55555 ปรับอารมณ์ไม่ทัน =.,=
    #2080
    0
  22. #1964 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:52
    ตกลงนี่ต้องขอบคุณบีไอใช่ไหมที่มากวนอารมณ์พี่มาร์คเนี่ย
    #1964
    0
  23. #1886 embrace (@prangmy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:16
    แบมจะเอาอยู่ไหมม มาร์คดูเหมือนต้องการตีตราเราแรงๆ55555 แบบนี้ก็น่ารักดีค่ะ เขินๆๆ
    #1886
    0
  24. #1880 ELFstyle (@clazy13forever) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:06
    เราชอบมาร์คนิ่งๆ แต่แบบนี้ก็ดี 5555
    #1880
    0
  25. #1870 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:41
    โอยอดอีแป้นจะแตก หึงได้ฟินมากกก
    #1870
    0