เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 21 : บทที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    5 ต.ค. 59





บทที่ 18


Will you wait for me?



 

                 โชคดีที่ครั้งนี้เครื่องบินไม่ดีเลย์อย่างที่คิดเอาไว้ แต่บวกลบตอนรอกระเป๋าโหลดแล้ว เวลาตอนนี้ก็ประมาณเจ็ดโมงกว่า ๆ ได้ แบมแบมนอนหลับแทบจะตลอดการเดินทางทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยมากเท่าไรนัก


                 พอเดินพ้นประตูเกทแล้วกวาดสายตามองก็เจอคนตัวสูงหน้าหล่อยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มบาง สายตามองมาทางเขาที่กำลังก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าตัวอย่างไม่วางตา


                 “ยินดีต้อนรับกลับครับ” คนที่มายืนรอเอ่ยขึ้นเมื่อคนที่เจ้าตัวรอเดินมาอยู่ตรงหน้าห่างไปไม่กี่ก้าว ดวงตาสุกใสกับรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าหวานนั้นทำให้มาร์คยิ่งตระหนักได้ว่าตนนั้นคิดถึงคนตรงหน้ามากมายขนาดไหน ใจนั้นอยากจะเอื้อมมือไปคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดแต่ก็คิดได้ว่ามันไม่ควร จึงทำได้แค่ทักทายและส่งยิ้มให้เท่านั้น


                 “ขอบคุณครับ”  แบมแบมก็คงเหมือนมาร์คที่พอเห็นหน้าอีกคนแล้วก็รู้สึกเต็มตื้น แม้ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอหน้ากันจะไม่นานนัก หากแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นมันทำให้ความรู้สึกคิดถึงและอยากพบหน้ามันเพิ่มพูนมากกว่าปกติหลายเท่าตัว


                 และทั้งสองคนคงจะยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นอีกนานหากไม่ได้ยินเสียงประกาศอะไรสักอย่างของทางสนามบิน มาร์คและแบมแบมจึงหลุดขำออกมาพร้อมกันเบา ๆ จากนั้นมาร์คจึงเดินเข้ามาแย่งรถเข็นที่บรรจุกระเป๋าสัมภาระของแบมแบมแทน โดยที่เจ้าของก็พยายามยื้อแย่งกลับมา แต่คนแย่งนั้นหันไปมองพร้อมกับส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเข็นรถเข็นเดินนำไปทันที ทำให้แบมแบมต้องรีบเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้


                 แบมแบมนั้นเตรียมที่จะตอบคำถามหรือเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอด หากแต่เมื่อขึ้นรถและออกเดินทางมาได้สักพัก คนข้าง ๆ ก็ไม่มีวี่แววว่าจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ยังค้างคาหรือถามอะไรที่เกี่ยวเรื่องที่เจ้าตัวคิดเอาไว้เลย เรื่องที่คุยก็มีเพียงถามสารทุกข์สุขดิบ และยิ่งคนข้าง ๆ เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วทำให้บทสนทนาดูจะสั้นและมีเพียงแค่ถามเรื่องความเป็นอยู่เท่านั้น


                 ก่อนจะถึงหอแบมแบมก็ขอให้มาร์คแวะจอดที่ร้านค้าสักร้านเพื่อที่จะหาซื้ออะไรกลับไปกินที่ห้อง เพราะแบมแบมคิดไว้ว่าวันนี้จะพักผ่อนอยู่ในห้องทั้งวันไม่ออกไปไหน


                 เมื่อถึงที่หมายและขนกระเป๋าลงจากรถเรียบร้อยแล้ว แบมแบมกล่าวขอบคุณคนที่อุตส่าห์มารอรับตั้งแต่เช้า จากนั้นจึงหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นมาถือไว้ข้างหนึ่งพร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างไปลากกระเป๋ามีล้อใบใหญ่ แต่ก่อนที่จะได้จับที่หูกระเป๋ากลับมีมือของคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ  มาคว้าไปซะก่อน ทำให้แบมแบมต้องเงยหน้าไปมองหน้าคนที่แย่งกระเป๋าไปอย่างสงสัย


                 “เดี๋ยวพี่ช่วย”


                 “ไม่เป็นไรครับ” แบมแบมบอกปัดอย่างเกรงใจเพราะแค่ไปรับแต่เช้าก็รบกวนมากแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ฟัง จัดการยกกระเป๋าขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้แบมแบมต้องยอมในที่สุด


                 “พี่ช่วยนี่แหละ พี่อยากเข้าห้องน้ำด้วย”


                 “อ่า ครับ”


                 แต่แบมแบมอาจจลืมไป เนื่องจากเจ้าตัวไม่อยู่ห้องสองอาทิตย์จึงทำให้ห้องเริ่มมีฝุ่นจับ นั่นทำให้แผนที่วางไว้ว่าจะพักผ่อนต้องพับเก็บไว้และหันมาทำความสะอาดห้องแทน พร้อมด้วยแขกกิตติมศักดิ์เองก็จับพลัดจับพลูมาเป็นผู้ช่วยทำความสะอาดห้องด้วยเช่นกัน โชคดีที่เป็นห้องขนาดเล็กพร้อมทั้งข้าวของทุกอย่างในห้องเป็นระเบียบอยู่แล้วจึงทำให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ช่วงสาย ๆ ทั้งสองจึงช่วยกันจัดการจนเสร็จ


                 แบมแบมหันไปมองผู้ช่วยจำเป็นที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะทำงานเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วนำไปให้คนที่นั่งหันหน้ามามองเขาอยู่


                 “น้ำครับ” ยื่นแก้วน้ำให้ก่อนจะเดินกลับไปรินให้ตัวเองดื่ม “กลายเป็นรบกวนพี่มาร์คไปเลย” แบมแบมหันกลับมายิ้มให้อีกฝ่ายแล้วกลั้วหัวเราะ


                 “ไม่เป็นไรพี่เต็มใจ” มาร์คส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะยิ้มให้แบมแบมเบาใจว่าเขาไม่ได้ฝืนใจหรือไม่เต็มใจทำ ทั้ง ๆ ก็เป็นตัวเขาเองนี่แหละที่อาสาจะช่วยและยืนยันที่จะอยู่ ถึงจะเป็นอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังคิดเกรงใจทั้งที่เขาไม่อยากให้คิดอย่างนั้นเลยด้วยซ้ำ จะว่าไปก็อดที่จะหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้กับเรื่องตอนเช้าที่เขาพยายามตื้อและรั้งที่จะขึ้นห้องแบมแบมให้ได้ ทั้งบอกว่าจะขึ้นมาส่งหรือบอกว่าจะช่วยทำความสะอาดทั้ง ๆ ที่บอกได้เลยว่านับครั้งได้ที่เขาจะจับไม้กวาดขึ้นมากวาดห้องสักครั้งหนึ่ง (ที่ห้องจ้างแม่บ้าน) และเหตุผลที่บอกว่าจะเข้าห้องน้ำก็ดูเป็นเหตุผลที่งี่เง่าสำหรับเขาอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าแบมแบมสังเกตสักหน่อยก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้ย่างกรายเข้าไปในห้องน้ำเลย


                 แต่จะทำยังไงได้ …คนมันคิดถึง อยากอยู่ด้วยอยากเห็นหน้านาน ๆ ชดเชยความรู้สึกในช่วงสองอาทิตย์กว่า ๆ ที่ผ่านมาที่มันทำเขาจิตตกไปพักใหญ่ …เหตุผลมันก็แค่นี้


                 ทางด้านเจ้าของห้องก็เดินไปนั่งลงบนเตียงหันหน้าเข้าหาคนที่นั่งบนเก้าอี้ ปากอิ่มเริ่มเม้มแน่นคิดทบทวนเรื่องที่อยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจได้ในที่สุด


                 “พี่มาร์ค เรื่องเมื่อคราวก่อน…” และทันทีที่เอ่ยขึ้นมา อีกฝ่ายก็หันหน้ามามองเขาในทันที      


                 มาร์คไม่เอ่ยอะไรทำเพียงจ้องคนตัวเล็กอย่างเดียว ก้อนเนื้อที่อกแกร่งข้างซ้ายเริ่มกระตุกเต้นเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่าแบมแบมจะเป็นคนเอ่ยออกมาเอง ทั้งที่เขาพยายามอดทนไม่เอ่ยถึงตั้งแต่ตอนที่อยู่ด้วยกันบนรถแล้ว ด้วยเพราะเขาไม่อยากให้แบมแบมอึดอัดหรือรู้สึกกดดัน แต่พออีกฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมามันจึงทำให้ภายในใจตอนนี้มีทั้งความความหวาดหวั่นและความคาดหวังปะปนกันอยู่


                 ความคาดหวังนั้นมันก็มีอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว คาดหวังให้อีกฝ่ายตอบรับความรู้สึก แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้สานต่อไปได้ แต่กับความหวาดหวั่นมันตรงกันข้าม สำหรับมาร์คในตอนนี้นั้นหวั่นว่าแบมแบมจะปฏิเสธและบอกว่าที่ผ่านมาเห็นเขาเป็นเพียงพี่ที่สนิทเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะทำหน้ายังไงหรือตอบอะไรอีกฝ่ายไป


                 …เขาก็ไม่เขาใจว่าทำไมถึงเป็นคนคิดมากไปได้ขนาดนี้


                 …แค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแบมแบม     


                 มาร์คสะบัดความคิดแง่ร้ายในหัวมาตั้งใจฟัง หากประโยคที่ขาดห้วงมันกลับทำให้คนรอฟังคล้ายลมหายใจสะดุดไป


                 “ที่พี่มาร์คบอกว่าให้เรามีโอกาสได้ศึกษากัน แบม…” แบมแบมเม้มปากอีกครั้งพลางเหลือบมองคนที่จ้องมาและรอฟังอย่างใจจดจ่อก่อนจะค่อย ๆ สิ่งที่อยู่ในหัวออกมา


                 “แบม…บอกตรง ๆ ว่าตอนแรกก็สับสนอยู่เหมือนกัน อาจเพราะแบมไม่เคยมีแฟนหรือเคยมีความรักในรูปแบบนี้เลยคิดว่าอาจจะชอบพี่เพราะพี่เป็นคนที่แบมปลื้ม แต่พอลองมาคิดดูอีกทีแบมถึงได้รู้ว่ามันไม่ปกติ แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้แบมก็ยังสับสนอยู่ เอ่อ…อาจจะนิดหน่อย  แต่แบมคิดว่าแบม…รู้สึกดีกับพี่”


                 แม้จะรู้สึกดี และรู้ว่าไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน แต่สิ่งที่มายั้งไม่ให้แบมแบมเอ่ยคำว่าชอบหรือคำว่ารัก คือ…ความกลัว


                 ถึงจะบอกว่าเป็นคนกล้าได้กล้าเสียแต่ไม่รู้ทำไมกับเรื่องนี้แบมแบมกลับไม่กล้า ซ้ำยังกลัว…กลัวไปสารพัด กลัวว่าเกิดคบกันไปแล้วอีกฝ่ายทิ้งไปหรือไปเจอคนอื่นที่ดีกว่าหรือคบกันไปแล้วเกิดเข้ากันไม่ได้ล่ะ …ยังไงแบมแบมก็เป็นแค่เด็กผู้ชายที่ไม่เคยมีความรักคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เจ้าตัวเกิดความสับสนและลังเล คำตอบที่ให้อีกฝ่ายจึงเป็นคำตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้คล้ายอยากศึกษากันไปแต่ก็ยังไม่อยากเรียกว่าแฟน


                 ในความคิดแบมแบม คำว่า แฟน มันเหมือนจะมั่นคง แต่ในบางอย่างและบางสถานการณ์มันกลับเปราะบางอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะกับเขาและพี่มาร์ค เราทั้งสองคนไม่ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์หรือเข้าหากันในเชิงชู้สาว เราเริ่มจากคำว่าพี่น้องและแบมแบมคิดว่าเราทั้งสองคนต้องการเวลาในการทำความรู้จักและศึกษากันให้มากกว่านี้ หลายคนอาจจะมองว่าเขาเล่นตัวหรือเรื่องมาก แต่อยากจะบอกว่าถ้าไม่มาเป็นเขาและมาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมันไม่มีทางรู้ได้หรอก


                 “พี่เข้าใจ…อย่างนั้นเราก็มาศึกษากันไปก่อน ปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึกของเราสองคน จากนั้นมันจะเป็นยังไงก็ให้มันเป็นไป โอเคไหมครับ” มาร์คแทบระงับความดีใจไว้ไม่อยู่ แค่คนตรงหน้าบอกว่ารู้สึกดี นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามีกำลังใจที่จะสานต่อและพัฒนาความสัมพันธ์นี้ต่อไป


                 มาร์คไม่เคืองหรือน้อยใจที่แบมแบมตอบแบบนั้น เขาเข้าใจว่าคนเรามีพื้นฐานความคิดไม่เหมือนกัน เขารู้สึกได้ว่าแบมแบมอาจคิดกับเขามากกว่าคำว่ารู้สึกดี และรู้ว่าที่อีกฝ่ายตอบแบบนี้อาจเป็นเพราะมีความกังวลอะไรอยู่ในใจสักอย่าง ดูจากที่มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่นบนตักและดวงตากลมโตที่มีแววกังวลปนไม่มั่นใจนั้นก็พอจะรู้ได้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรเขาก็จะพยายามทำลายความกังวลนั้นพร้อมกับทำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเขาจริงจังกับเจ้าตัวจริง ๆ


                 “ครับ…แบมจะพยายาม ขอบคุณพี่มาร์คมากนะครับ” แบมแบมยิ้มกว้าง รู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายเข้าใจ เพราะถ้าเกิดอีกฝ่ายไม่เข้าใจพาลโกรธและหนีหน้าไปก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นนี่นะ ดีแล้วล่ะ…ดีแล้วจริง ๆ                   

             

           





                ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้แบมแบมอยากจะเอาหัวมุดโต๊ะแล้วดำดินดำหญ้าหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

                 “น้องแบมแฟนพี่มาร์ค~ กิ๊ว ๆ”


                 “แฟนผมชื่อมาร์ค~ กิ๊ว ๆ~


                 คงจะเดาได้ไม่ยากใช่ไหมว่าใครเป็นคนพูด?


                 วันนี้แบมแบมโดนยูคยอมและยองแจลากออกมาจากห้อง โดยทั้งสองให้เหตุผลว่าจะเลี้ยงฉลองการกลับมา แต่พนันได้เลยว่านั่นไม่ใช่เหตุผลหลักในการลากเขาให้ออกมาตะลอน ๆ อยู่ด้านนอกจนมานั่งจับเจ่าอยู่ริมสระในสวนสาธารณะนี้แน่นอน ดูได้จากประโยคตั้งใจแซวข้างต้น…   


                 สรุปแล้วแบมแบมต้องมานั่งให้เพื่อนทั้งสองซักฟอกเรื่องราวและเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด ความจริงก็ไม่ถึงขนาดเล่าหมด อันไหนที่ควรต้องปิดมันก็ยังคงเป็นความลับอยู่เช่นเดิม


                 แต่ถึงกระนั้นพอเล่าจบทั้งสองก็พากันช็อคไปชั่วขณะ…คิดว่างั้นนะ ครั้นได้สติกลับมาก็พากันส่งสายตาและท่าทางแบบกรุ่มกริ่ม ๆ ให้ จากนั้นก็พากันหัวเราะดังลั่นไม่เกรงใจเจ้าของเรื่องที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้เลยสักนิด


                 “โอ๊ยยย โทษที ๆ ไม่ได้ตั้งใจหัวเราะนะ แต่เพื่อนแบมที่ไทยนี่สุดยอดจริง ๆ” ยูคยอมพูดออกมาอย่างยากลำบากแล้วพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย


                 แบมแบมหรี่ตามองคนที่ปากก็บอกขอโทษแต่การกระทำเหมือนจะไม่ใช่ พอเหลือบไปมองอีกด้านก็ไม่ได้ต่างกันเลย ซ้ำหยังหนักกว่าเพราะยองแจนั้นหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย ไม่พอยังมองมาด้วยสายตากรุ่มกริ่มเหมือนเดิม มองคนทั้งสองสลับไปมาอยู่ครั้งสองครั้งแบมแบมก็ถอนหายใจแบบปลง ๆ


                 “แล้วจากนี้แบมจะทำยังไงต่อล่ะ” ยองแจยอมเลิกแกล้งแล้วเอ่ยถามยิ้ม ๆ


                 “ทำยังไง? ทำอะไรล่ะ” แบมแบมถามกลับแต่สายตาก็ยังคงมองไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอย


                 “ก็เรื่องพี่มาร์คไง” ยูคยอมพูดเสริมขึ้นเมื่อเห็นแบมแบมทำท่าจะเข้าสู่โหมดหลอมรวมกับธรรมชาติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมันคงจะไม่ดีเท่าไหร่กับพวกเขาทั้งสองที่อยากจะเผือก… เอ๊ย ไถ่ถามด้วยความห่วงใย


                 “ก็…ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่ อย่างที่พี่มาร์คบอก ให้มันเป็นไปตามความรู้สึก…” เอ่ยแค่นั้นแบมแบมก็หลับตาพริ้มล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้า นั่นทำให้คนรอฟังทั้งสองขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเพื่อนตัวเล็กที่อยู่คั่นกลางพวกเขาแล้วถอนหายใจเอ่ยออกมาโดยพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย


                 “สงสารพี่มาร์คจริง ๆ …”


                 แน่นอนว่าแบมแบมได้ยินแต่ไม่คิดจะเอ่ยขัดหรือแก้ตัวอะไร ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังยืนยันความคิดและสิ่งที่พูดไปวันนั้นว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้นก่อน แบมแบมคิดว่าแต่ละคู่ย่อมมีจุดเริ่มต้นและเส้นทางในการเดินทางที่แตกต่างกัน เขากับพี่มาร์คก็มีเส้นทางเป็นของพวกเราเอง เราเลือกที่จะค่อย ๆ เดินทางเริ่มต้นเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน มันอาจจะดูขัดหูขัดตาคนที่เฝ้ามองอยู่ แต่สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของคนสองคนที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเดินทางแบบไหนไม่ใช่เหรอ?


                 แต่ถึงจะว่าอย่างนั้น ความจริงสถานะตอนนี้ของเขากับพี่มาร์คมันก็กึ่ง ๆ แฟนไปแล้วล่ะนะ…


                 ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…


                 เสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารทำให้แบมแบมที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายต้องลืมตาและยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ครั้นเห็นชื่อและเบอร์ของคนที่เพิ่งเป็นประเด็นเมื่อครู่ก็ทำให้แบมแบมยิ้มนิด ๆ ขณะสไลด์หน้าจอเพื่อรับสาย


                 “ครับ”


                 [ทำอะไรอยู่ครับ] น้ำเสียงนุ่มทุ้มแผงความอ่อนโยนจากปลายสายเรียกรอยยิ้มกว้างจากใบหน้าหวานได้เป็นอย่างดี


                 “นั่งคุยอยู่กับยูคยอม ยองแจครับ” แบมแบมตอบไปเสียงเบาคล้ายแกล้งไม่ให้เพื่อนทั้งสองที่พยายามเอียงหูฟังอย่างเนียน ๆ(?) ได้ยินบทสนทนา


                 [อยู่ห้อง?] ปลายสายถามต่อ


                 “เปล่าครับอยู่สวนสาธารณะ แบมออกมากินข้าวข้างนอกน่ะครับ”


                 [อืม] คนโทรมาตอบแค่นั้นก็เงียบเสียงไปทำให้แบมแบมต้องเอ่ยถามเพื่อต่อบทสนทนา


                 “พี่มาร์คล่ะครับทำอะไรอยู่”


                 [พี่ออกมาทำงานให้ป๊า …อยู่อีกเมือง] แบมแบมครางตอบในลำคอเบา ๆ ก่อนจะได้ยินปลายสายกล่าวมาอีกประโยค


                 [พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอก มันกะทันหัน] น้ำเสียงคล้ายกังวลของอีกฝ่ายทำให้แบมแบมหัวเราะออกมาน้อย ๆ


                 “ไม่เป็นไรครับ แบมก็ไม่ได้บอกพี่มาร์คเหมือนกันว่าออกมาข้างนอก งั้นก็หายกัน” ประโยคและน้ำเสียงสบาย ๆ ที่เจ้าตัวตอบกลับไปทำให้แบมแบมได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจเบา ๆ ของอีกฝ่าย


                 [ครับ เดี๋ยวพี่ไปทำงานต่อก่อน อย่ากลับค่ำ…พี่เป็นห่วง] แบมแบมแย้มยิ้มออกมาบาง ๆ กับประโยคสุดท้าย รู้สึกเหมือนว่าแก้มจะเริ่มร้อนยังไงชอบกล


                 “ครับ…เหมือนกันนะครับ” พูดตอบแค่นั้นก็รีบกดตัดสายทันที แบมแบมคิดว่าอีกฝ่ายคงจะรู้ว่า เหมือนกัน ที่เขาเอ่ยไปมันคือ เป็นห่วงเหมือนกัน


                 เพื่อนทั้งสองที่เงียหูฟังอยู่นั้นก็หันไปส่งยิ้มกรุ่มกริ่มเป็นรอบที่ร้อยของวันให้คนที่ตอนนี้ใบหน้าหวานและใบหูเล็กกำลังเริ่มมีสีแดงแตะแต้มบาง ๆ


                 …เพื่อนใครวะ! น่ารักน่าหยิกน่าแกล้งซะไม่มี!           

 




 

                 หลังจากวันนั้นหากแบมแบมหรือมาร์คไม่ได้ไปไหนด้วยกันหรือไม่ได้เจอกัน ทั้งสองก็จะโทรศัพท์หรือไลน์บอกว่าอีกฝ่ายจะไปไหน มันคล้ายกับเป็นการปรับตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ จากที่ปกติเคยชินกับการไม่มีใครให้รายงานหรือบอกว่าในแต่ละวันเราจะออกไปไหนหรือไปกับใคร จนมาวันนี้สิ่งนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว


                 มันไม่ใช่การติดตามชีวิตหรือการเข้าไปจู้จี้บังคับให้อีกฝ่ายต้องรายงาน หากมันเป็นสิ่งที่คนทั้งสองพอใจจะทำและมันก็เป็นส่วนหนึ่งของความห่วงใยที่มีให้กัน บางคนอาจฟังดูแล้วคิดว่ามันเป็นแค่ข้ออ้าง แต่คนทั้งสองคนรู้…รู้ว่าพวกเขาไม่เคยกดดันกันและกัน และมีพื้นที่ส่วนตัวให้กันเสมอ   


                 ฟังดูเหมือนวันเวลามันผ่านนานแล้ว? จะว่าอย่างนั้นก็ถูกเพราะตั้งแต่แบมแบมกลับมาจากไทยคราวนั้นก็ผ่านมาได้สองเดือนแล้ว แบมแบมนั้นได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับยูคยอมและยองแจ ซึ่งหมายความถึงว่ามันเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับมาร์ค แจ็คสัน จินยอง และเจบีด้วย และแม้จะอยู่คนละคณะแต่ทั้งหมดก็ได้เจอกันอยู่บ่อย ๆ เพราะแบมแบมและยูคยอมก็ยังคงทำงานที่ร้านกาแฟอยู่เพิ่มเติมคือยองแจที่กลายเป็นพนักงานใหม่อีกคน ไม่ต้องพูดถึงเจบี จินยอง และแจ็คสันที่ก็ยังคงแวะเวียนและมาอุดหนุนบ่อย ๆ อยู่แล้ว จนตอนนี้สนิทชิดเชื้อกันเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมาเป็นที่เรียบร้อยแ


                 ส่วนอีกคนที่ไม่ได้เอ่ยถึง ความจริงรายนั้นไม่ได้ที่ร้านบ่อยหรอก…แต่มาทุกครั้งที่แบมแบมเข้ากะเลยต่างหาก!


                 ระหว่างแบมแบมกับมาร์คนั้นไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ นอกจากเรื่องที่เอ่ยไปแล้ว ทั้งสองก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง กินข้าว เที่ยว แต่ก็ไม่บ่อยเพราะแต่ละคนต่างก็มีภาระหน้าที่และสิ่งที่ต้องทำ แบมแบมก็ต้องเรียนและทำงานที่ร้าน ส่วนมาร์คนอกจากเรียนแล้วก็ยังต้องช่วยงานทางบ้านด้วย  


                 ในเรื่องของความรู้สึกของแบมแบม เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ดูจะชัดเจนขึ้น แบมแบมนั้นรู้ว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้แน่นอน แต่ด้วยความที่ทั้งสองไม่รีบร้อนจึงยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมาให้ชัดเจน ถ้าจะให้เปรียบมันก็คงจะเหมือนเส้นใยที่กำลังทักทอกว่าจะเป็นรูปร่างที่สวยงามคงทนและแน่นหนามันก็ต้องใช้เวลา


                 “แบม มาอีกแล้วว่ะ” ยูคยอมเดินเข้าไปหาแบมแบมพร้อมโบกกระดาษโพสอิทสีหวานในมือ นั่นทำให้เจ้าของชื่อต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้าคล้ายเบื่อหน่าย


                 ยูคยอมกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแบมแบมหลังจากเห็นสิ่งที่เขาเอามาให้ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เพื่อนตัวเล็กมองเขาเหมือนเอือมเต็มทน


                 “เนื้อหอมก็ต้องทำใจล่ะนะ”


                 “ใครอีกล่ะ!” ยองแจที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ส่งเสียงถามก่อนยื่นศีรษะเข้ามากลางวง ยูคยอมผงะเล็กน้อยด้วยความตกใจ


                 “ตกใจหมด!” ยูคยอมเอ่ยพร้อมกับลูบอกปลอบขวัญตัวเองเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากแบมแบมได้เป็นอย่างดี


                 “อย่าทำเป็นขวัญอ่อนไปเลยน่า ตัวก็ใหญ่ซะเปล่า แล้วไง…สรุปว่าใคร? อะไร? ยังไง?” คนที่เพิ่งโผล่เข้ามาหันไปค่อนคนตัวใหญ่แต่ดันขวัญอ่อนไม่เข้ากับขนาดตัว ก่อนจะเปลี่ยนไปถามสิ่งที่สงสัยพร้อมกับหันมองเพื่อนทั้งสองสลับไปมาอย่างต้องการคำตอบ


                 “นี่ไง” ยูคยอมตอบพลางยื่นแผ่นโพสอิทไปให้ยองแจดู ส่วนเจ้าของน่ะเหรอ? หันไปหาอีกทีก็…นู้น สะบัดตูดเดินหนีไปเคาท์เตอร์เรียบร้อยแล้ว


                 “อีกแล้วเหรอ?” ยองแจเลิกคิ้วขึ้นเมื่ออ่านข้อความในกระดาษแผ่นเล็ก ก่อนจะมองตามเพื่อนที่เดินหนีไปแล้ว


                 “ก็นะ…ยังไม่ชินอีกหรือไง?” ยูคยอมยักไหล่ประมาณว่า เรื่องนี้มันก็ดูธรรมดาปกติไม่ใช่เหรอ?’ นั่นทำให้ยองแจต้องหรี่ตามองเพื่อนข้าง ๆ แล้วถอนหายใจออกมา


                 “เออน่ะ! ไอ้เรามันก็ไม่อะไรหรอก …ว่าแต่ว่าพี่มาร์ครู้เรื่องไหมวะ?” ประโยคแรกพูดเสียงดังคล้ายประชด แต่ประโยคหลังนี่ยองแจต้องมองหน้ามองหลังมองรอบตัว แล้วค่อย ๆ กระซิบถามเบา ๆ


                 ไม่ต่างจากยองแจ คนถูกถามอย่างยูคยอมก็ยังมองหน้าเหลียวหลัง ครั้นแน่ใจว่าปลอดภัยจึงกระซิบตอบเบา ๆ “ไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าไม่ เพราะไม่เห็นพี่แกพูดอะไรถามอะไรเลย”


                 ยองแจเบิกตาขึ้นนิดเมื่อได้ยินแบบนั้น


                 “เห้ย! ทำไมแบมมันไม่บอก” สิ้นประโยคนี้ถ้ายองแจตาไม่ฝาดเหมือนเห็นคู่สนทนาทำสีหน้าหวาดผวาขึ้นมาชั่วแวบหนึ่งก่อนเจ้าตัวจะทำหน้าเหมือนกลืนยาขมแล้วรีบกระซิบตอบอย่างรวดเร็ว


                 “ไม่บอกน่ะดีแล้ว นายไม่มาเห็นตอนพี่มาร์คของขึ้น น่ากลัวชิบ! พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลยเนี่ย!” ไม่พูดเปล่ายูคยอมยังยกมือขึ้นมาลูบแขนบ่งบอกว่าเจ้าตัวขนลุกขึ้นมาจริง ๆ


                 “ขนาดนั้นเลย?” ยองแจครางสีหน้าคล้ายไม่เชื่อ


                 ยูคยอมรีบพยักหน้ายืนยัน


                 ยองแจมุ่นคิ้วสีหน้าครุ่นคิดก่อนเอ่ย “อืม…มันก็ยังไม่มีอะไรมากนี่เนาะ ถ้ามีอะไรไอ้แบมมันก็คงจะบอกพี่เขาเองแหละ” แล้วพยักหน้ายืนยันความคิดและคำพูดตัวเอง


                 ยูคยอมที่ได้ยินอยากจะแย้งไปว่า เรื่องตุ๊กตาคราวก่อนไอ้แบมมันยังไม่คิดจะบอกใครเลย คราวนี้กะอีแค่โพสอิทมันจะบอกทำไม… แต่คิด ๆ แล้วตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้นนี่หว่า ตอนนั้นไอ้แบมมันยังไม่เป็นอะไรกับพี่เขา แต่ตอนนี้ก็ เออ…ถือซะว่าเป็นก็แล้วกัน แบบนั้นมันคงจะบอกอยู่หรอก


                 “คุณคิมยูคยอมครับ อู้งานหักเงินนะครับ” เจ้าของชื่อหันไปมองต้นเสียงอันแสนคุ้นเคยที่ดังมาจากข้างหลังแล้วก็ต้องทำการก้าวสไลด์ตัวไปด้านข้างช้า ๆ พร้อมกับส่งยิ้มแหยไปให้เจ้าของเสียง ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับไปทำงานอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ยองแจยืนเคว้งอยู่กับ…เอ่อ พี่แทยังที่หันมาส่งยิ้มละไมให้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ฟังดูเชือดเฉือนจิตใจคนฟังเหลือเกิน


                 “แล้วคุณชเวยองแจล่ะครับ…อยากถูกหักเงินอีกคนไหม?


                 “มะ ไม่ครับ! ทำงานครับ! ทำงาน!” ละล่ำละลักพูดแล้วยองแจก็รีบหมุนตัวเดินไปต้อนรับลูกค้าที่กำลังเข้ามาใหม่ทันที นั่นทำให้ผู้เป็นเจ้าของร้านต้องส่ายหัวน้อย ๆ กับเด็กทั้งสอง ก่อนจะกลั้วหัวเราะแล้วเดินเข้าหลังร้านไป




 

 

                “แบมวันนี้กลับไง?” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะที่กำลังเช็ดทำความสะอาด มองไปทางคนถามที่ก็กำลังเช็ดถูโต๊ะอีกตัวแต่ห่างออกไปสองสามโต๊ะ


                 “พี่มาร์คมารับ ทำไม?


                 “ก็ว่าจะชวนไปกินข้าวด้วยกัน นี่ยองแจมันก็ไป” ยูคยอมยักไหล่ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับคำตอบของเพื่อน เพราะวันนี้แบมแบมไม่ได้ปั่นจักรยานมาซึ่งนั่นหมายความว่าต้องมีคนมาส่ง และแน่นอนว่าต้องมีคนมารับ …และมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ


                 “เดี๋ยวถามพี่มาร์คก่อน” แบมแบมพยักหน้า ความจริงก็อยากไปเพราะไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้ว การเรียนต่างคณะมันทำให้มีเวลาว่างไม่ตรงกัน ที่ทำให้พอได้เจอได้คุยกันบ้างก็เพราะทำงานที่เดี่ยวกันนี่แหละ


                 กริ๊ง…กริ๊ง…


                 คนที่สามารถเปิดประตูเข้ามาได้แม้ว่าตรงประตูจะมีป้ายที่มีตัวอักษร 5 ตัวโต ๆ แขวนไว้ให้เห็นกันเด่นชัดว่า ‘CLOSE’ ก็คงจะมีไม่กี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือมาร์ค ต้วน ที่ตั้งใจมารับหนึ่งในพนักงานของร้าน ความจริงวันนี้มาร์คนั้นวางแผนไว้ว่าจะพาคนตัวเล็กไปดินเนอร์ก่อนจะพาไปนั่งเล่นรับลมเย็น ๆ ที่ใดที่หนึ่ง 


                 มันดูเป็นความคิดที่ดี…


                 ใช่…ดี มันดีกระทั่งก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมงที่มาร์คได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนหนึ่ง โทรมาบอกว่าเจ้าตัวนัดกับคนคนตัวเล็กไว้แล้วว่าจะไปกินอาหารไทย และยังบอกอีกว่าคนที่เขาจะมารับฝากให้ชวนเขาไปด้วยกัน ตอนนั้นก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมแบมแบมไม่โทรชวนเอง ครั้นคิดจะโทรไปถามหากเพื่อนตัวดีดันบอกว่าน้องยุ่งอยู่ไม่ต้องโทรไปรบกวน แถมยังเร่งสำทับให้เขารีบตอบตกลง แม้จะสงสัยแต่ก็ทำได้เพียงคาดเดาไปเองว่าแบมแบมอาจจะยุ่งจริง ๆ เขาจึงตอบตกลง ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงติดใจอยู่นั่นทำให้มาร์คตัดสินใจมาถามเอาต่อหน้าทีเดียว


                 หากแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปใกล้ เสียงคุ้นหูที่เหมือนมาร์คจะเพิ่งได้ยินผ่านหูโทรศัพท์ไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนก็ดังมาจากด้านหลังพร้อมเจ้าของเสียงที่เดินลิ่วแซงหน้าเขาไปหาคนที่เงยหน้ามาตามเสียงเรียก นั่นทำให้มาร์คต้องชะงักเท้าหยุดเดิน ก่อนจะขมวดคิ้วมองผู้มาใหม่ที่ดูจะรีบร้อนแบบแปลก ๆ


                 “แบมแบม! พี่จองโต๊ะไว้แล้วนะไม่ต้องห่วง!


                 “โต๊ะ? โต๊ะอะไรครับ”


                 คำตอบพร้อมท่าทางของแบมแบมที่บ่งบอกให้รู้ว่าสงสัยกับคำพูดเมื่อครู่ทำให้แจ็คสันต้องส่งสัญญาณโดยการขยิบตาอย่างถี่รัว พร้อมกับเหลือบหางตาไปมองคนที่เพิ่งเดินแซงมา ซึ่งขณะนี้บนใบหน้าหล่อเหลากำลังแสดงความสงสัยเคลือบแคลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้แจ็คสันรู้สึกว่าตอนนี้นอกจากหัวใจจะเต้นรัวจากการวิ่งมาเต็มฝีเท้าเมื่อครู่แล้ว มันยังกระหน่ำเต้นรัวเร็วขึ้นเพราะความกลัว …กลัวว่าแผนจะพังครืนไม่มีชิ้นดี!


              โอ๊ย น้องแบม! ช่วยพี่ด้วยเถอะ!


                 คร่ำครวญอยู่ในใจ ครั้นหางตาเหลือบไปเห็นไอ้เพื่อนรักอีกสองคนที่พากันเดินอมยิ้มเข้าร้านแบบชิล ๆ แล้วแจ็คสันก็อยากจะร้องไห้ คิดแผนก็คิดด้วยกันแต่สุดท้ายคนที่ต้องเป็นหน่วยกล้าตายไปโกหกไอ้คนที่น่ากลัวที่สุดแบบหน้าด้าน ๆ ก็ต้องเป็นเขา!


                 หวังแจ็คสัน! ใครบอกให้แกเป่ายิงฉุบแพ้!


                 ความเงียบและใบหน้าที่ดูงงงวยอย่างสุดขั้วของแบมแบมยิ่งทำให้แจ็คสันอยากจะเอาหัว (เจบีกับจินยอง) โขกลงพื้นแล้วฟาดกับผนังให้รู้แล้วรู้รอด ตายแน่! ไอ้แจ็คสันตายแน่!


                 เมื่อคิดอะไรไม่ออกแจ็คสันจึงรีบฉวยข้อมือแบมแบมขึ้นมาแล้วส่งสายตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ไปให้ พร้อมกับพูดประโยคที่ยิ่งทำให้คนโดนฉวยข้อมืองงหนักเข้าไปอีก


                 “ก็ที่เราคุยกันไว้ไง กินข้าวที่…” พูดได้แค่นั้นมือเล็กนุ่มนิ่มของคนตรงหน้าก็ถูกใครบางคนดึงออกไปอย่างรวดเร็ว


                 แจ็คสันหันขวับไปมองบุคคลที่กำลังก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าแทนที่แบมแบม และนั่นทำให้คนที่เพิ่งทำอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะถอยหลังกรูดเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางที่เหมือนจะอยากจับเขาหักคอของคนหน้านิ่งที่ตอนนี้มันดูเหมือน เอ่อ…จะไม่นิ่งแล้ว


                 “นี่มันเรื่องอะไร” มาร์คนั้นสงสัยตั้งแต่เห็นสีหน้างง ๆ ของแบมแบม จนมาขุ่นเคืองตอนเห็นเพื่อนฉวยจับข้อมือของคนตัวเล็ก ถามออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มีกระแสความหงุดหงิดปนอยู่จาง ๆ


                 “เอ่อ คือ…” แจ็คสันเริ่มเหงื่อตกคิดคำพูดไม่ออกจึงหันไปมองคนที่ร่วมคิดแผนครั้งนี้อย่างขอความช่วยเหลือ และนั่นทำให้แจ็คสันต้องแสยะยิ้มร้ายกาจออกมาเมื่อเห็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดทั้งสองกำลังกลั้นขำอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ไม่ไกลโดยไม่คิดจะเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์เลยแม่แต่น้อย


                 แจ็คสันหันกลับมามองคนที่แผ่รังสีเยือกเย็นออกมาแล้วรีบยกมือข้างหนึ่งมาปิดตา ส่วนมืออีกข้างก็ยกชี้ไปทางคนทั้งสองที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ประหนึ่งชี้ตัวผู้ต้องหา นั่นทำให้เจบีกับจินยองที่ถูกหักหลังหน้าด้าน ๆ ต้องทำหน้าเหวอ แล้วรีบหันมองคนที่กำลังเปลี่ยนทิศทางของรังสีทิ่มแทงอันน่ากลัวมาทางพวกเขา


                 แบมแบมที่ตอนแรกไม่เข้าใจ ครั้นหันมองคนนู้นทีคนนี้ทีสมองก็เอาคำพูดของแจ็คสันและท่าทางของคนทั้งสี่มาประติดประต่อ สุดท้ายก็พยักหน้าเข้าใจสถานการณ์ ใบหน้าหวานเงยมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้คงกำลังเริ่มหงุดหงิดจึงก้าวเข้าไปใกล้ มือเล็กยกขึ้นแตะแขนแกร่งแผ่วเบาก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม


                 “ใจเย็น ๆ นะครับพี่มาร์ค”


                 เพียงประโยคเดียวบรรยากาศกดดันทั้งหลายก่อนหน้านี้พลันลดฮวบราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นทำให้คนต้นเหตุทั้งสามต่างพากันถอนหายใจอย่างแรงด้วยความโล่งอก จากนั้นก็ไม่ลืมหันไปส่งสายตาขอบคุณอย่างลึกซึ้งให้แบมแบมอย่างพร้อมเพรียงกัน 


                 ยูคยอมกับยองแจที่เกาะขอบเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมพี่ ๆ ทั้งสามคนถึงชอบทำเรื่องที่มันเสี่ยงให้ตัวเองต้องอายุสั้นก่อนวัยอันควรกันจังนะ …ไม่เข้าใจจริงๆ เลย     


                 แบมแบมเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมาสนใจยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าที่เริ่มสงบลงแล้ว


                 “เมื่อกี้ยูคยอมกับยองแจก็ชวนแบมไม่กินข้าว งั้นเราก็ไปด้วยกันทั้งหมดนี้เลยนะครับ” รอยยิ้มสดใสและดวงตาสีดำขลับเป็นประกายของคนตัวเล็กทำให้มาร์คต้องยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ พร้อมมือที่ยกขึ้นลูบผมสีบลอนด์เบา ๆ อย่างเอ็นดู  


                 แม้จะอยากไปด้วยกันสองคน แต่สุดท้ายมาร์คก็รู้ว่ายังไงเขาก็ต้องใจอ่อนและยอมตามใจแบมแบมอยู่ดี ก็ใครใช้ให้คนตรงหน้าเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจและความรู้สึกของเขากันล่ะ


                 …และคำตอบก็น่าจะรู้กันอยู่ มันก็ตัวเขาเองไม่ใช่หรือไง           

              



_________________________________________________________________________________________

Talk...

         (40%) รีดทุกคนอย่าว่าอะไรน้องแบมเลยนะคะ น้องยังเด็กและอ่อนประสบการณ์ค่ะ แม้จะยอมรับความรู้สึกตัวเองแต่ก็มีสับสนไม่มั่นใจบ้างอะไรบ้าง (คนพี่นี่ก็รุกละเกิ๊นนน) ...ก็ให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่าเนาะ! 

         (100%) พี่มาร์คนี่น่ารักเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ เลยน้า~ แจ็คสันก็เป็นแจ็คสันเสมอต้นเสมอปลายเหมือนกัน 555 น้องแบมของเราก็เริ่มแสดงออกในแบบของเขาอยู่นะคะ มันก็อาจจะไม่ขนาดคนพี่ที่ชอบรุกหน้าตายไร้ซึ่งความอายหรอกค่ะ 555

          พบกันตอนต่อไปนะคะ :) อยู่เป็นกำลังใจให้กันจนจบเรื่องเลยน๊า~ รัก <3  




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2829 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:02
    3 เพื่อนซี้ตัว J ขยันกระตุกต่อมพี่มาร์คจริงๆเลยยยย เดี๋ยวจะโดนเพื่อนมาร์คกินหัวเข้าสักวันนะ 55555
    #2829
    0
  2. #2733 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:33
    งุ้ยยย ตามใจน้องตลอดดด บทโหดนี้
    #2733
    0
  3. #2679 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 20:58
    ละมุนนนนน
    #2679
    0
  4. #2632 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:18
    ค่อยเป็นค่อยไปก็น่ารักดีนะ
    #2632
    0
  5. #2491 Sudarat Pairo (@sudarat_fah) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 01:33
    สนุกม้าดดดดด ><
    #2491
    0
  6. #2490 yukiko (@nongnun9) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 19:08
    โว้ยยย น่ารัก
    #2490
    0
  7. #2489 oOATTAEo (@oattae) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 08:16
    ไม่ใช่แฟนก็เหมือนแฟน มีความห่วงใย ใส่ใจ ดีงาม
    #2489
    0
  8. #2488 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 00:21
    ชอบที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองมันไม่เร่งรัดเกินไป ค่อยเป็นค่อยไปน่ารักมากง่าาาา
    #2488
    0
  9. #2487 freshiip1 (@freshiip1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 23:50
    เราอ่านรอบสองแล้วก็ยังสนุกเหมือนเดิมเลย????
    #2487
    0
  10. #2482 ochin456 (@ochin456) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 16:38
    รีบมาปลดล็อคน้าาาาาาาาาาา
    #2482
    0
  11. #2318 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 21:44
    เล็งเห็นมาแต่ไกลเลยว่าพี่มาร์คมีเกียร์อยู่ในมือ แต่เกียร์ที่ไม่ใช้เกีบร์วิศวะนะแต่เป็นเกียมัวอะ 55555
    #2318
    0
  12. #2287 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 20:41
    ตามใจเขาจังน้า~
    #2287
    0
  13. #2132 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 23:46
    พี่มาร์คน่ารักกับแบมมากเลย
    #2132
    0
  14. #2063 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 14:07
    พี่มัคหึงโหด >< ถ้าแบมเป็นแฟนพี่มาร์คจะขนาดไหน
    #2063
    0
  15. #1963 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:26
    มาร์คอารมณ์มองเพื่อนกับมองว่าที่คนรักนี่คนละฟิวล์เลยนะแก
    #1963
    0
  16. #1885 embrace (@prangmy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:10
    แจ็คเอ๊ย55555
    #1885
    0
  17. #1869 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:24
    แกกกกกกกกกก!!!มัคคึแกน่ารักมากกกกก
    #1869
    0
  18. #1520 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 08:47
    พี่มาร์คน่ารักมากกกกกกก ขอตั้งชื่อว่าพี่มาร์คหลงว่าที่แฟน 55
    #1520
    0
  19. #1450 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 22:25
    ชอบหาเรื่องให้ตัวเองอายุสั้นกันจัง5555
    #1450
    0
  20. #1263 geejajaa (@geejaadorable) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:19
    แจ๊คสะนนี่จอมหาเรื่องจริงๆ ดีนะที่แบมแบมเอาพี่มาร์คอยู่
    #1263
    0
  21. #1254 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 11:36
    น่ารักกกกกกกก น้องแบมน่ารักมากก เรื่องนี้แทบจะไม่แตะเนื้อต้องตัวกันเลย แต่ทำไมเราเขิลล เฟินได้ขนาดนี้ ><
    #1254
    0
  22. #1147 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 20:42
    งื้อออออออออออ เขินนนนนน อยากมีคนมาบอกต้อนรับการกลับมาจังเลยยยย คุยเรื่องสถานะกันแล้วเนอะ ค่อยๆศึกษากันไป แค่น้องบอกว่ารู้สึกดีเนี่ย พี่มาร์คก็สุขสุดๆแล้วค่ะ ถถถถถ ยูคแจนี่แซวหนักตลอดดดดดนะคะ แต่ทำไมแจ็คสันชอบหาเรื่องให้ตัวเองตลอดเลยค่ะ เกือบไปแล้วนะ 5555555 แบมพูดประโยคเดียวเนี่ย บรรยากาศอึดอัดหายไปเลยค่ะ งานดี ><;;;
    #1147
    0
  23. #1137 ringgle (@nilnil) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 18:16
    แจ็คแจอ่ะดิ กิ๊วๆๆๆๆๆๆๆๆ~
    #1137
    0
  24. #1005 pkmyt (@powpc) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 20:02
    โพสอิสนี่ บีไอคนเดิมรึเปล่า
    #1005
    0
  25. #935 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 20:39
    โพสอิสนี่มีคนมาจีบหรือมาขู่แบมแบมกัน

    มาร์คน่าร้ากกกกมากกกกก 
    #935
    0