เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 20 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    29 ก.ย. 59





บทที่ 17


If I have a boyfriend?

 



 

                 Mark :

                 เอาชื่อพี่ไปอ้าง พี่คิดค่าเสียหายแพงนะครับ (8.30)

 

            ข้อความทางไลน์ที่ส่งเสียงเตือนตั้งแต่เช้าปลุกแบมแบมให้ต้องงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดอ่าน  จากที่ตอนแรกลืมตาแทบไม่ขึ้น พอได้อ่านข้อความที่คนอีกฟากโลกส่งมาดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ สมองจากที่ปกติจะทำงานได้ไม่เต็มที่ในช่วงตื่นนอนอยู่แล้ว บัดนี้มันกับชะงักค้างเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กำลังรวนเพราะประมวลผลข้อมูลไม่ทัน


                 ผ่านไปสักพักดวงตากลมโตจึงเร่งกระพริบถี่ ๆ ก่อนจะก้มลงไปอ่านข้อความดังกล่าวใหม่ราวกับว่าเมื่อครู่อาจเป็นเพราะตนกำลังเบลอจึงอาจทำให้อ่านผิด หากแต่สิ่งที่ปรากฏมันก็ชัดเจนจนไม่สามารถหลอกตัวเองได้ แบมแบมจึงได้แต่ตะโกนก้องในใจอย่างงุนงงสับสนปนกระดากอาย


               รู้ได้ไง!


                 คนถูกทำให้อายแต่เช้ารีบโยนโทรศัพท์ทิ้งบนเตียงราวต้องของร้อน ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ศีรษะแรง ๆ ให้ผมที่ยุ่งเป็นรังนกอยู่แล้วยิ่งกระเซิงหนักเข้าไปอีก เจ้าตัวพยายามหายใจเข้าลึกและผ่อนออกหลายรอบเพื่อระงับอาการตื่นตกใจ แล้วค่อยคิดเรียงลำดับข้อมูลเหตุการณ์เมื่อวานอีกครั้ง


                 โอเค มันก็ปกติดี เอ่อ…อาจจะไม่ปกตินิดหน่อยตอนตอบคำถามคนที่เข้ามาจีบ แต่มันก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะทำให้คนที่อยู่ห่างไปตั้งกว่าเจ็ดพันไมล์รู้เรื่องนี้ได้ เพราะเพื่อนที่นี่ไม่มีใครรู้จักเพื่อนที่อยู่อเมริกา รวมถึงตัวคนส่งข้อความมาแซวก็ไม่มีทางมาได้ยินแน่นอน แล้วอีกฝ่ายไปรู้มาจากไหน?


                 คิดเรียวมุ่นเข้าหากันอย่างคิดหนัก ครั้นเหลือบมองโทรศัพท์อีกครั้ง ดวงตากลมโตก็เบิกขึ้นนิด


                 หรือว่า…


                 คิดได้แล้วแบมแบมจึงกระโจนไปหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งโยนทิ้งลงเตียงอย่างไม่ใยดีเมื่อครู่ขึ้นมากดดูแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ


                 มาเต็มทั้งภาพทั้งข้อความ…จัดเต็มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


                 สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ตอนนี้คือภาพที่ถ่ายที่ถูกอัพลงเฟซบุ๊คโดยหนึ่งในเพื่อนที่ไปทานข้าวด้วยกันวันนั้น มันเป็นรูปที่แบมแบมกำลังยิ้มและเหมือนจะคุยกับผู้ชายคนที่เขาตอบไปว่าแฟนชื่อมาร์ค รูปมันไม่เท่าไหร่ แต่คำบรรยายด้านล่างนี่สิ…


                 “ไอ้แบมมันแน่จริงมากว่ะเพื่อน! ตอบคนเข้ามาจีบว่ามีแฟนแล้วไม่พอ ยังบอกว่าแฟนชื่อมาร์คอีก! กูยอมมันเลยว่ะ 555+ #เรื่องเด็ดสุดให้หยุดที่วงเล็กๆไม่ได้นะครับ อ่อ!และที่ลืมไม่ได้…แน่นอน ไอ้แบมมันต้องมีเพื่อนที่เมกา ไม่แน่คนชื่อมาร์คอาจมีจริงก็ได้! งั้นกูต้องฟ้องและไม่ทำให้เขาผิดหวังสินะ!

               BamBam’s friends in US! Man in This photo is hitting on BamBam! But, Don’t worry! BamBam doesn’t interest him. And you know? He said “I have a boyfriend! His name is MARKLOL! Sorry to Mark… I don’t know you have a really existed or not? We hope you don’t angry us for this joke. อ่อ! ต้องขออภัยเพื่อนรักของเราด้วยนะครับ แบมแบม… ด้วยรักและหวังดี (สุดๆ) with--- BamBam Kunpimuk and other…


               แน่นอนว่าอ่านจบแล้วแบมแบมแทบจะอยากร้องไห้ออกมาเดี๋ยวนั้น…ไอ้พวกบ้านั่นเผาเขาซะไม่มีชิ้นดี รู้กันไปหมดแล้ว!


                 ที่พูดไปตอนนั้นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นเพราะความเผลอและความหงุดหงิดแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครถ่ายรูปแล้วเอามาลงพร้อมกับบรรยายรายละเอียดให้ขนาดนี้


                 แบมแบมถอนหายใจเฮือกใหญ่ จะโกรธก็โกรธไม่ลงเพราะก็รู้ว่าเพื่อนลงเล่น ๆ เหมือนโจ๊กขำ ๆ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ไง เพราะคนที่อ้างไปมีตัวตนจริง อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว แล้วก็ไม่รู้จะตอบคนถูกอ้างชื่อยังไงด้วย คิดแล้วก็อยากเอาปี๊บคลุมหัว…


                 แล้วคนที่บอกว่าอยากเอาปี๊บคลุมหัวก็เริ่มดึงผ้าห่มที่ตอนแรกวางกองไว้ตรงปลายเตียงขึ้นมาคลุมหัวแทนปี๊บที่ไม่สามารถจะหาได้ในตอนนี้ ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีจาง ๆ นั้นดูน่ารักน่าแกล้งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แบมแบมไม่รู้ว่าตอนนี้จะคอมเมนต์ด่าเพื่อนหรือตอบไลน์ที่เข้ามาแซวตั้งแต่เช้าก่อนดี


                 ปกติแบมแบมไม่ค่อยได้เข้าเฟซบุ๊คเท่าไหร่ นาน ๆ ทีถึงจะเข้ามาอัปเดตข้อมูลข่าวสาร สารทุกข์สุขดิบของเพื่อน ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ใช้บ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นอินสตราแกรม รองลงมาก็เป็นทวิตเตอร์   


                 แบมแบมไม่ได้เป็นคนติดโซเชียลสักเท่าไหร่ แต่ก็มีและเล่นไปตามกระแส เพราะถ้าไม่มีเลยก็คงจะไม่สามารถสื่อสารกับเพื่อนที่ส่วนมากจะติดต่อกันทางนี้ซะเป็นส่วนใหญ่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนเขาก็ชอบบ่นว่าติดต่ออยากอยู่ดี


                 เมื่อจัดการด่าเพื่อนและตอบไลน์ไปแล้วจึงเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการตัวเองเสร็จจึงหยิบโทรศัพท์ที่มีแสงกระพริบแจ้งเตือนขึ้นดู และนั่นมันก็ทำให้แบมแบมตัดสนใจอย่างแน่วแน่ว่าวันนี้จะไม่แตะโทรศัพท์และวางมันไว้อยู่บนห้องตลอดวัน


                 ให้ตายเถอะ! ในชีวิตไม่เคยโดนทำให้อายเพราะแค่อ่านข้อความไม่กี่บรรทัดมาก่อนเลยสาบานได้!

 

 




               วันนี้แบมแบมไม่มีแผนจะออกจากบ้านไปไหน นั่นรวมถึงแม่เขาด้วย ส่วนพี่ชายนั้นออกไปหาเพื่อนแต่เช้าแล้ว หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแบมแบมจึงเดินไปหาแม่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงศาลาไม้หน้าบ้านพร้อมจานผลไม้และน้ำเปล่าอีกหนึ่งแก้ว อาจเพราะยังเช้าอยู่ ลมที่พัดมาเบา ๆ บวกกับความร่มรื่นของต้นไม้ที่ปกคลุมอยู่โดยรอ ทำให้อากาศตอนนี้ยังไม่ร้อนมากเท่าไหร่นัก


                 แบมแบมเดินเข้ามาในศาลาวางจานและแก้วบนโต๊ะกลาง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แบมแบมยืดแขนขึ้นทั้งสองข้าง บิดตัวไปมาซ้ายขวาน้อย ๆ สายตาก็มองไปรอบ ๆ แล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนค่อย ๆ หันมองหน้าคนเป็นแม่ที่ยังคงนั่งอ่านหนังสือในมือ เพิ่มเติมคือทานผลไม้ไปด้วย แบมแบมเม้มปากพลางขบคิดวนไปวนมา ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุด


                 “แม่ครับ…ถ้าแบมมีแฟนเป็นผู้ชาย แม่จะว่ายังไง?”   


                 มือของผู้ถูกถามที่กำลังเอื้อมไปจิ้มผลไม้ชะงักกึกในทันที ก่อนใบหน้าที่ยังคงความงามไม่เสื่อมคลายของผู้ที่ถูกเรียกว่าแม่จะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนเล็กที่กำลังมองหล่อนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยกังวล ใบหน้าที่ปราศจากความมั่นใจของลูกชายเป็นอะไรที่นาน ๆ ครั้งหล่อนจะได้เห็น เพราะแต่ไหนแต่ไรมาแบมแบมเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสีย จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเด็กคนนี้จะไม่ลังเล แต่เรื่องนี้คงจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เจ้าตัวเครียดและกลัดกลุ้มอยู่ไม่น้อย


                 มือเรียววางซ้อมลงบนจานเบา ๆ แต่ไม่เอ่ยอะไรนอกจากมองหน้าลูกชายคนเล็กอยู่อย่างนั้น นั่นทำให้คนรอคำตอบเริ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติ ความเงียบที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้แบมแบมหวั่นและกลัวใจคนเป็นแม่ เขารู้ว่าเรื่องนี้ยากที่จะยอมรับ ยิ่งในสังคมไทยแม้จะมีการเปิดกว้างมากขึ้นแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะรับได้หมด ก็ได้แต่หวังว่าแม่จะไม่เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยอมรับไม่ได้นั่น…


                 แม้จะคิดเช่นนั้น หากความเงียบที่ยังคงดำเนินอยู่ยิ่งทำให้แบมแบมรู้สึกกดดัน ปากอิ่มเม้มจนแดงไปหมดด้วยความเครียด ยิ่งใบหน้าของแม่ที่ดูจะเรียบเฉยกว่าปกติยิ่งทำให้แบมแบมเครียดหนักยิ่งกว่าเดิม


                 “มานั่งนี่สิลูก” ก่อนที่แบมแบมจะได้เครียดไปยิ่งกว่านี้ คนเป็นแม่ก็เรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


                 แบมแบมเม้มปาก ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ทันทีที่นั่งลงสัมผัสของอ้อมกอดจากคนเป็นแม่ทำให้แบมแบมยิ่งเม้มปากแน่นขึ้น ตากลมโตกระพริบถี่ ๆ เพื่อไล่หยดน้ำตาที่ทำท่าจะกลั่นตัวออกมาจากดวงตากลมโตได้ทุกขณะ


                 “แบมโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่น้า? เด็กน้อยแก้มป่องตาโตคนนั้นโตขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหนกันน้า…” เสียงหยอกล้อพร้อมกับการโยกตัวเบา ๆ คล้ายกล่อมเด็กของเจ้าของอ้อมกอด ทำให้แบมแบมเริ่มยิ้มออกมาได้ สองแม่ลูกกอดกันกลมอยู่อย่างนั้น ก่อนคนเป็นแม่จะคลายอ้อมแขนแล้วมองหน้าเด็กน้อยของหล่อนที่ใบหน้านั้นแดงก่ำทั้งริมฝีปากก็แดงช้ำไปหมด


                 “หายเครียดแล้วใช่ไหมครับคนเก่งของแม่” คำพูดที่มาพร้อมมือที่ยกขึ้นมาลูบหัวเบา ๆ ทำให้แบมแบมพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา จากที่ตอนแรกมีแต่ความหวาดหวั่น มาบัดนี้แบมแบมเริ่มมีความรู้สึกมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรเขาก็จะยอมรับมัน


                 “แม่ครับ เรื่อง…”


                 “ถ้าสมมุติว่าจู่ ๆ แม่ไปยืมเงินเขามาสิบล้านโดยที่ไม่บอกแบม แบมจะโกรธแม่ไหม?” คำถามที่ถูกส่งตัดมาทำให้แบมแบมต้องขมวดคิ้วเอียงคอมองคนเป็นแม่ด้วยความสงสัย หากแต่ก็ตอบเมื่อเห็นสายตาจริงจังของอีกฝ่ายที่มองมา


                 “ไม่โกรธครับ แบมรู้ว่าแม่คงมีความจำเป็น” คนเป็นแม่ยิ้มออกมาหลังจากได้ฟังคำตอบ


                 “แม่รักแบม แล้วแบมรักแม่ไหม?


                “รักสิครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่แบมถามแม่ครับ?” เสียงหัวเราะเบา ๆ จากแม่ทำให้แบมแบมยิ่งงงหนักเข้าไปอีก


                 “แบมครับ ที่แม่สมมุติเรื่องเงินสิบล้านนั่น แม่คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องที่แบมมีแฟนเป็นผู้ชายอีกมั้ง …แม่ก็รักแบม เรื่องอะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขสิ่งนั้นก็จะเป็นความสุขของแม่ด้วย” หล่อนยิ้มให้ลูกชายที่กำลังทำหน้าอึ้งก่อนจะพูดต่อ


                 “ความรักมันมีหลายรูปแบบ แม้สุดท้ายแล้วคนที่ใจเราบอกว่าใช่จะไมใช่เพศตรงข้ามกับเราแต่นั่นมันก็คือความรัก ใครจะอยากให้เป็นแบบนี้ในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนเพศเดียวกันจะรักกันไม่ได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วก็ควรรักษามันไว้ให้ดี ประคับประคองความรักที่มีให้กันอย่าละเลยปล่อยทิ้งปล่อยขว้างไม่เหลียวแล” คนพูดหยุดมองและเลื่อนมือขึ้นลูบแก้มลูกชายแผ่วเบาก่อนเอ่ยต่อ “แม่เข้าใจถ้าแบมจะรักผู้ชายด้วยกัน แม่ว่าแม่รู้จักลูกของแม่ดีนะ แม่รู้ว่าลูกเป็นคนมีเหตุผล เป็นคนคิดมาก คิดเยอะ และทุกอย่างที่ลูกคิดจะทำลูกไตร่ตรองดีแล้ว รวมถึงเรื่องนี้ด้วย นั่นหมายความว่าแม่มั่นใจว่าคนที่แบมเลือกให้อยู่เคียงข้างคงจะเป็นคนดี อย่างน้อยก็ดีสำหรับลูก แม่ไว้ใจแบม อะไรที่แบมเลือกและตัดสินใจแล้วแม่ก็พร้อมจะสนับสนุนลูกเสมอ”


                 แบมแบมที่อึ้งอยู่นาน ค่อย ๆ แย้มยิ้มกว้างออกมาจนทำให้ใบหน้าหวานนั้นดูเปล่งประกายแห่งความสุขออกมาได้อย่างชัดเจน ทุกคำพูดทุกประโยคของแม่ทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความโล่งใจและความยินดีที่ผุดขึ้นมาทำให้แบมแบมรู้สึกว่าดีแล้วที่ตัดสินใจเอ่ยไป


                 “ขอบคุณครับแม่…” แบมแบมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห่งความปลื้มใจ ก่อนจะต้องชะงักกับคำถามที่ถูกส่งมาอีกรอบ


                 “ว่าแต่…ใครน้อ~ ที่ทำให้ลูกแม่ต้องมาเครียดหน้ามุ่ยแบบนี้ หืม?


                 “คะ ใคร มะ ไม่มีหรอกแม่ แบมแค่ถามเผื่อไว้เฉย ๆ!” แบมแบมรีบเอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว แต่นั่นมันก็เห็นได้ชัดถึงความพิรุธจนคนถามต้องใช้ไม้ตายสุดยอดเพื่อง้างปากคนเป็นลูก


                 “แบมจะไม่บอกแม่จริง ๆ เหรอ แม่เสียใจ…” น้ำเสียงนั้นฟังเศร้าสร้อยจนแบมแบมได้แต่มองอย่างเลิกลั่กปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ สุดท้ายเขาก็แพ้ลูกอ้อนกับน้ำเสียงเศร้า ๆ แบบนี้อยู่ดีสิน่า


                 “ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกครับแต่พี่เขาชื่อมาร์ค เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของยูคยอมน่ะครับ”


                 “อ่อ มาร์คเมื่อคืนนี่เอง…” เสียงพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง หากแต่ในบรรยากาศเงียบ ๆ แบบนี้แบมแบมกลับได้ยินชัดเต็มสองรูหู ทำให้อดที่จะตกใจและแปลกใจไม่ได้จนต้องโพล่งถามออกไป


                  “แม่! มาร์คเมื่อคืนไหน!?” เสียงละล่ำละลักถามของลูกชายทำให้คนเป็นแม่อมยิ้ม ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นนิดแล้วตอบคำถาม


                 “ก็ในเฟซบุ๊คไง แม่เป็นเพื่อนแบมแม่ก็ต้องเห็นสิ” เสียงเรียบเรื่อยคล้ายพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทำให้แบมแบมแทบจะกุมขมับ ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี้ก็…


                 “งั้นเรื่องอื่นก่อนหน้านี้แม่ก็รู้หมดเลยสิ?” และการพยักหน้าตอบคำถามของแม่ก็ทำให้แบมแบมกระจ่างชัด เพราะไม่ค่อยได้เข้าไปเล่นทำให้ลืมไปเลยว่าแม่ก็เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คเหมือนกัน เพราะแต่ก่อนไม่ว่าเพื่อนโพสต์อะไรแม่เขาก็ไม่เคยพูดแซวหรือพูดอะไร เลยคิดว่าไม่รู้ แต่ที่ไหนได้…


                 “อย่าว่าแต่แม่เลยที่รู้ พี่ชายเรานั่นแหละตัวดี สมัยก่อนเพื่อนพี่ชายเราตั้งท่าจะจีบเราตั้งหลายคนแต่ก็โดนสกัดดาวรุ่งจากคนหวงน้องไปซะหมด นี่คงจะลืมไปแล้วมั้งว่าน้องตัวเองก็เป็นผู้ชายแม่ล่ะเพลียจริง ๆ พออยากเห็นแบมมีแฟนบ้างไอ้ตัวพี่ก็เล่นขวางไปซะหมด ส่วนแบมก็ดูจะไม่สนใจใครเหมือนกัน นี่แม่ต้องขอบคุณมาร์คเขาใช่ไหมที่ทำให้แม่สมหวัง”


                 แบมแบมที่เพิ่งรู้ความจริงก็เบิกตากว้าง มิน่าล่ะเขาไม่ค่อยจะรู้จักเพื่อนพี่ชายสักเท่าไหร่ เมื่อก่อนถ้าพี่ชายต้องทำงานก็จะออกไปทำงานบ้านเพื่อน หรือนัดกันที่อื่น ทั้ง ๆ ที่บ้านเขาก็นับว่าเหมาะที่จะเป็นจุดรวมพลเพราะอยู่กลางเมืองไปมาสะดวก บางทีที่บังเอิญเจอกันพี่ชายเขาก็จะทำเหมือนรีบ แล้วเอ่ยเร่งเพื่อนที่ทำท่าเหมือนอยากจะคุยกับเขาให้เดินตามเจ้าตัวไป


                 ถ้าเป็นแบบที่แม่บอกก็เคลียร์ ขอบคุณพี่ชายที่ทำให้ชีวิตมัธยมของเขาราบรื่นเป็นอย่างดีไม่มีความวุ่นวายและสิ่งรบกวนตลอดปีการศึกษา     


                 “เมื่อหมดเรื่องเครียด ๆ แล้ว เราก็ไปเที่ยวตามประสาแม่ลูกกันดีกว่า” คุณแม่หัวใจยังสาวเอ่ยชวนลูกชายคนเล็กด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน ก่อนจะคล้องแขนเจ้าตัวเดินเข้าบ้านเพื่อเตรียมตัวเมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้า จากนั้นรถซีดานที่มีคนขับเป็นคุณลูกชายหน้าตาน่ารักและผู้โดยสารเป็นคุณแม่หัวใจยังสาวก็ออกเดินทางเพื่อไปช็อปปิ้งตามประสาแม่ลูกอย่างมีความสุข

 




 

                 ทางด้านอีกคนที่ตกเป็นประเด็นให้คู่แม่ลูกพูดถึงเมี่อครู่ก็กำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ดีเต็มขั้น จนทำให้เพื่อน ๆ ทั้งสามคนที่ตั้งใจมาถามข่าวคราวและมาผลาญของกินต้องงุนงงไปตาม ๆ กัน


                 เจบี จินยอง และแจ็คสัน ได้แต่มองหน้ากันไปมาก่อนจะหันไปมองเจ้าของห้องที่ตอนนี้เริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ใช่…อีกครั้ง เพราะตั้งแต่พวกเขาเข้ามาถึงมาร์คก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว มันก็ดีที่เพื่อนดูอารมณ์ดีเพราะนั่นหมายถึงว่าคงจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น แต่มันก็คงจะไม่แปลกอะไรถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ไอ้เพื่อนหน้านิ่งที่ปกติไม่เคยแสดงอารมณ์อะไร ไม่ว่าจะดีใจ เครียด หรือหงุดหงิด และการที่อยู่ ๆ คนแบบนั้นก็มาทำตัวอย่างนี้นี่มัน…น่าขนลุกเป็นบ้า!


                 “มาร์ค คือ…มีอะไรที่พวกกูควรรู้ไหมวะ?” เจบีถามคนที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ได้สักพักแล้ว หากพอถามออกไปอย่างนั้นเจ้าตัวกลับเพียงแค่เลิกคิ้วแต่ก็ยอมบอก


                 “แบมติดต่อมาแล้ว” มาร์คตอบก่อนวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะด้านหน้าแล้วยกชาขึ้นมาจิบ  แล้วก็อดจะยิ้มมุมปากอีกครั้งไม่ได้เมื่อนึกไปถึงเรื่องที่ได้รับรู้เมื่อเช้า


                 มาร์คคิดว่าแบมแบมคงจะรำคาญมากจริง ๆ ถึงได้เผลอพูดอะไรแบบนั้นออกไป เขาไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจพูดหรือมันจะเป็นแค่เรื่องโจ๊กหรือไม่ก็ตาม แต่แค่คนตัวเล็กคิดถึงเขาในสถานการณ์แบบนั้นมันก็ทำให้มาร์ครู้สึกดีขึ้นมาแล้ว และอย่างที่ว่า ไอ้ประโยคที่ตอบอีกฝ่ายไปล่าสุดนั้น เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเป็นคนพิมพ์ส่งไปจริง ๆ ประโยคที่ว่า


                 ไม่เป็นไร เอาไปใช้บ่อย ๆ ก็ได้ ถ้าเป็นแบมพี่ไม่หวงหรอก แต่คงจะดีกว่านี้ถ้ามันเป็นความจริงและพี่ได้เป็นคนพูดเอง…แบมว่าไหม?’


                 คนที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคนพิมพ์จริง ๆ เริ่มโคลงหัวไปมาเบา ๆ      


                 “แล้วแบมว่าไงบ้าง” เสียงจินยองที่เอ่ยออกมาทำให้มาร์คต้องหันไปความสนใจเพื่อนทั้งสาม


                 “ก็ตามที่ยูคยอมว่า เคลียร์กันแล้วแบมจะกลับมาอาทิตย์หน้า”


                 “ค่อยยังชั่ว งั้นต้องฉลอง!” แจ็คสันพรูลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยชักชวนตามประสาคนชอบงานรื่นเริง


                 “ขอกินอยู่ห้องแล้วกัน” มาร์คพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะบอกความต้องการ เพราะวันนี้เจ้าตัวคิดไว้ว่าจะไม่ออกไปไหน


                 “โอเค! งั้นเดี๋ยวกูไปซื้อก่อน ไม่เมาไม่เลิกเว้ย!” คนต้นคิดพูดแล้วลุกขึ้นลากเจบีให้ไปซื้อเป็นเพื่อน ก่อนเดินออกจากประตูไปก็ไม่วายหันมาบอกให้คนที่เหลือจัดเตรียมสถานที่ไว้ให้เรียบร้อยด้วย


                 “โอเคนะ” จินยองถามเจ้าของห้องที่กำลังลุกขึ้นเดินไปห้องครัว ทำให้มาร์คชะงักเท้าหันมองคนถามเพียงชั่วครู่จึงพยักหน้าให้เบา ๆ แล้วตอบ


                 “อืม ขอบคุณพวกมึงจริง ๆ”


                 “เพื่อนกันนี่หว่า” จินยองยิ้มแล้วลุกขึ้นตบบ่ามาร์คเบา ๆ ก่อนจะเดินนำไปห้องครัวแทน มาร์คมองตามพร้อมรอยยิ้มที่ยกขึ้นแต้มมุมปาก


                 เมื่อแจ็คสันและเจบีกลับมาทั้งสี่คนก็พากันนั่งดื่มไปด้วยคุยไปด้วย ก่อนจะเป็นแจ็คสันที่ตะโกนลั่นขึ้นมากลางวงหลังจากนั่งดูโทรศัพท์ไปได้สักครู่


                 “มาร์ค! มึงเห็นนี่แล้วใช่ไหม!” พูดแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ไปให้เพื่อนหน้านิ่งอ่าน และคำตอบที่ได้รับก็เป็นการพยักหน้านั่นทำให้แจ็คสันต้องเบิกตาขึ้นกว้างกว่าเดิม


                 “ไม่บอกพวกกูเลยนะมึง เรื่องเด็ดขนาดนี้!” แจ็คสันหันไปยืนโทรศัพท์ให้จินยองและเจบีดูพร้อมกับพูดบ่นเพื่อนไปด้วย ไอ้นี่! มีเรื่องอะไรแบบนี้แล้วไม่ยอมบอก!


                 “สุด ๆ ไปเลยว่ะ มิน่า เมื่อเช้าไอ้มาร์คมันถึงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์” จินยองเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ ไม่ต่างจากเจบีที่ก็พยักหน้างึก ๆ เห็นด้วย


                 “แบมแบมนี่สุดยอดจริง ๆ ว่ะ! คนจริง! กูชอบ! เจอครั้งหน้าขอกระโดดกอดแล้วหอมแก้มบวม ๆ นั่นสักฟอดได้ไหมวะ!” แจ็คสันหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดประโยคที่จินยองและเจบีลงความเห็นกันว่าน่าจะเสี่ยงเป็นการฆ่าตัวตายตั้งแต่ยังอายุน้อยจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมาพูดต่อหน้าไอ้มาร์ค คนที่ตอนนี้มันเริ่มจะแผ่รังสีทะมึนมาปกคลุมรอบตัวชวนให้อึดอัดหายใจไม่ออกแล้วด้วย


                “เมื่อกี้มึงว่าไงนะ?” เสียงราบเรียบที่เปล่งออกมาพร้อมกับความเย็นเหยียบอย่างน่าขนลุกที่ได้ยินกันถ้วนทั่ว พาให้แจ็คสันนั้นเริ่มรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ได้พูดอะไรที่ไม่สมควรเป็นอย่างมากออกไปต้องเย็นสันหลังวาบ เจ้าตัวค่อย ๆ หันมองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้มันดูน่ากลัวและดูอันตรายอย่างสุด ๆ ก่อนจะยิ้มแหยแล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ สไลด์เท้าไปหลบหลังโซฟาพร้อมกับเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก                


                 “คะ คุณเพื่อนมาร์คเมื่อกี้ กะ กูแค่พูดเล่น! ใช่! กูพูดเล่นเฉย ๆ! มึงใจเย็น! มึงต้องใจเย็น!


                 หากจะถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไปจินยองและเจบีที่เป็นผู้สังเกตการณ์จะขอไม่ตอบก็แล้วกัน รู้ไว้แต่ว่ามันทำให้ไอ้แจ็คสันที่ร่าเริงและพูดมากได้ตลอดเวลาสงบเสงี่ยมไปอีกเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว         




 

           

                 พรุ่งนี้แบมแบมก็ต้องบินกลับอเมริกาแล้ว แต่ในความรู้สึกนั้นเหมือนเพิ่งจะกลับมาบ้านได้แค่วันสองวันเท่านั้นเอง ก็อย่างที่เขาว่า…เวลามักผ่านไปเร็วเสมอ


                 พูดถึงเรื่องเมื่อวานแล้วอยากจะบ้าตาย เมื่อคืนยูคยอมมันยังอุตส่าห์ไลน์มาแซวเรื่องพี่มาร์ค ยองแจก็อีกคน


                 ก็นะ…เอาให้เต็มที่  


                 ส่วนเจ้าของชื่อก็เงียบหายไปทั้งวัน มาโผล่ตอนกำลังจะเข้านอนโดยส่งข้อความบอกฝันดีเท่านั้น แบมแบมคิดไม่ตกอยู่ว่าจะคุยหรือมองหน้าอีกฝ่ายยังไง…เอาตรง ๆ ก็เขินนิด ๆ นั่นแหละ


                 ตอนนี้แบมแบมกำลังเลือกซื้อของฝาก ที่ได้มาส่วนมากจะเป็นขนมและของกิน มีพวกงานจักรสานบ้าง แบมแบมนั้นชอบอะไรที่เป็นงานฝีมือเป็นพิเศษเพราะมันมีคุณค่าและมันบ่งบอกถึงความตั้งใจของคนทำ สวยไม่สวย ประณีตหรือไม่ประณีตมันออกมาทางผลงานทั้งหมด นั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้แบมแบมชอบการทำอาหารและสามารถทำมันออกมาได้ดีเพราะการทำอาหารก็ถือเป็นงานฝีมืออีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน


                 ซื้อของเสร็จก็กลับบ้านไปจัดกระเป๋า แบมแบมออกเดินทางคืนนี้ตอนตีสอง และคงได้ออกจากบ้านประมาณเที่ยงคืน แบมแบมจึงคิดเอาไว้ว่าจะไปนอนอยู่บนเครื่องบินเลย ทำให้คืนนี้คงเป็นคืนที่ค่อนข้างยาวนานมากเลยทีเดียว


                 ติ๊ด…ติ๊ด…


                 แบมแบมที่กำลังสำรวจความเรียบร้อยอยู่ ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มาสไลด์ดูแจ้งเตือน


                 Mark :

                 ทำอะไรอยู่? (22.30)


                 แบมแบมแย้มยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบไป                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        BamBam :

                                                                                                                    (22.31) กำลังจัดกระเป๋าอยู่ครับ


                 ตอบแล้วแบมแบมก็เอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนนิ้วไปกดสัญลักษณ์บวกที่ด้านล่างซ้ายแล้วกดที่เมนูรูปกล้อง ถ่ายรูปกระเป๋าเดินทางส่งไปให้อีกฝ่ายดู ก็ไม่เคยทำแบบนี้หรอก แต่ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ก็รู้สึกอยากทำขึ้นมา


                 แบมแบมยักไหล่ปัดความคิดในหัวเมื่อเห็นภาพที่อีกฝ่ายส่งตอบกลับเขามาเช่นกัน เป็นรูปแก้วชาที่กำลังมีควันลอยเอื่อย ๆ ขึ้นมา พื้นหลังของรูปบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวถ่ายอยู่บริเวณหลังห้องบนโต๊ะสนามข้างสระน้ำ


               Mark :

                 ให้พี่ไปรับไหม (22.34)                 

                                                                                                                                          BamBam :

                                                                                                                                                                               (22.35) ไม่เป็นไรครับแบมนั่งแท็กซี่ได้


            ปฏิเสธไปเนื่องจากเที่ยวบินที่จองไว้จะบินไปถึงตอนเช้า แบมแบมจึงเกรงว่าจะเป็นการรบกวนอีกฝ่าย แทนที่จะได้นอนหลับสบายกลับต้องตื่นมารับทั้งที่เขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรเพราะปกติก็นั่งแท็กซี่อยู่แล้ว


            Mark :

            แบมมาถึงกี่โมง (22.35)


            อ่านแล้วแบมแบมก็เลิกคิ้วอย่างงุนงง หากก็ตอบไป


                                                                                                                   BamBam :

                                                                       (22.36) ก็น่าจะประมาณ 7 โมงเช้าครับ ถ้าเครื่องไม่ดีเลย์


                 Mark :

                 เดี๋ยวพี่ไปรับ (22.36)


                 แบมแบมเบิกตาขึ้นน้อย ๆ กับความเผด็จการของอีกฝ่าย แล้วมาถามแต่แรกทำไมถ้าตั้งใจจะมารับอยู่แล้วน่ะ


                 แบมแบมถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่อยากจะขัด เพราะค่อนข้างแน่ใจว่าถ้าลองเป็นแบบนี้แล้วถึงเขาปฏิเสธไป เชื่อเถอะว่ายังไงเมื่อถึงเวลานั้นก็คงได้เห็นคนตัวสูงหน้าหล่อยืนรอที่ประตูเกทแน่นอน


                 จากที่คุยกันมาทำให้แบมแบมรู้อย่างหนึ่งว่าถ้าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จะทำให้ถึงที่สุด ถึงจะมีเสียงคัดค้านแต่หากเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายมุ่งมั่นตั้งใจและคิดว่ามันดีสำหรับตนแล้วเจ้าตัวก็ตะบี้ตะบันไปจนมันสำเร็จหรือถึงทางตันแล้วนั่นแหละ และกรณีถึงทางตันก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมแพ้หรอกนะ ทางเลือกหลากหลายทางที่คิดไว้ตั้งแต่เริ่มแรกนั่นแหละที่เจ้าตัวจะทำต่อไป


                 ก็นับว่าลึก ๆ แล้วนิสัยเราสองคนก็คล้าย ๆ กัน …บางอย่างน่ะนะ

                                                                                                                                    BamBam :

                                                                                                                             (22.38) โอเคครับ แบมยอม


                 ก็ได้แค่ตอบไปแบบนี้เท่านั้น

 

 




               ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางจริง ๆ แบมแบมเริ่มรู้สึกใจหาย เพราะการไปครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนตรงที่ต้องไปเรียนต่อยาวไม่ใช่แค่การเรียนภาษาเพียงหกเดือนอีกแล้ว


                 “รักษาตัวดี ๆ นะแบม” พี่ชายขี้หวงเดินมากอดน้องเบา ๆ ก่อนจะกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างที่ทำให้แบมแบมต้องหัวเราะออกมา


                 “ใครมาจีบก็ชกหน้ามันไปเลยนะ” ตั้งแต่ที่รู้ว่าน้องชายรู้ทุกอย่างที่เจ้าตัวทำแล้ว อาการขี้หวงของคนเป็นพี่ก็ดูจะเปิดเผยอย่างเต็มที่เลยทีเดียว


                 “กระซิบอะไรกันสองพี่น้อง มาให้แม่กอดบ้าง” คุณนายภูวกุลเดินไปตีแขนลูกชายคนโตเบา ๆ เพื่อให้คลายอ้อมแขนออก ก่อนหล่อนจะยกแขนขึ้นโอบกอดลูกชายคนเล็กที่อ้าแขนรออยู่แล้ว หล่อนโยกตัวเบา ๆ ก่อนจะหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างฟอดใหญ่


                 “ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก มีอะไรก็โทรมาหาแม่ทันทีเข้าใจไหม” มือเรียวลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีบลอนด์เบา ๆ พร้อมส่งยิ้มอ่อนโยน


                 “ครับแม่” แบมแบมแย้มยิ้มกว้างจนแก้มกลมทั้งสองข้างยกขึ้นมา ทำให้คนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะยืดตัวไปหอมแก้มนุ่มนิ่มนั่นอีกครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว


                 “ลูกแม่นี่น่ารักจริง ๆ น้า อ่อ…แล้วอย่าลืมพาว่าที่ลูกเขยแม่มาเที่ยวบ้านเราด้วยนะ” ได้ยินอย่างนั้นแบมแบมก็ชะงัก ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ


                 “ลูกเขยอะไรล่ะแม่…” เสียงตอบเบาราวกระซิบอย่างเขินอายนั้นทำให้คนแซวหัวเราะออกมายกใหญ่ สร้างความงุนงงให้คนที่มองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอย่างลูกชายคนโตที่ได้แต่สงสัยว่าแม่กระซิบอะไรถึงทำให้น้องชายที่เขาไม่เคยเห็นท่าทางที่ดูจะขัดเขินแบบนี้หน้าแดงขึ้นมาได้ …คงจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาสงสัยหรอกนะ


                 อยากจะเอ่ยถามแต่ก็ถึงเวลาที่น้องจะต้องไปรอขึ้นเครื่องแล้ว ล่ำลากันเสร็จแบมแบมจึงกระชับกระเป๋าสะพายใบเล็กบนหลังแล้วเดินตรงเข้าไปยังประตูที่มีติดป้ายไว้ว่า เฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศเท่านั้นทันที    




____________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

          ไม่มีอะไรทอล์ค แต่จะชวนไปปั่นวิวค่ะ GOT7 - HARD CARRY! #Let's GO!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2828 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 17:38
    โหหหหหห ไม่นึกว่าเรื่องจะถึงพี่มาร์คอ่ะ พี่มาร์คต้องสมนาคุณเพื่อนน้องคนนั้นนะ >////<
    #2828
    0
  2. #2804 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 07:43
    เขิลชิปเป๋ง อร้ายยยยยยย
    #2804
    0
  3. #2792 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:50
    น้องงงงงงงงงงงงงงง
    #2792
    0
  4. #2732 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:21
    จะเจอกันแล้วนะ ตื่นเต้นนน
    #2732
    0
  5. #2678 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 17:55
    พี่มาร์คงานงอก พี่ชายหวงน้องขนาดนี้ 555555
    #2678
    0
  6. #2631 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:08
    น้องกลังจะกลับมาแล้วน๊าาา คนพี่นางจะได้เลิกคลุ้มคลั่ง(?)สักที 555
    #2631
    0
  7. #2486 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 11:56
    จะกลับมาแล้วว
    #2486
    0
  8. #2484 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 23:32
    งื้อออ น่ารักมากเลย แบมจะกลับแล้ว พี่มาร์คคิดถึงแย่ ><
    #2484
    0
  9. #2481 leehwayeon bb (@541378) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 15:22
    โอ๊ยยยยรอตอนต่อไปเลยจ้าาาา เขินมั้กอ่านตอนนี้
    #2481
    0
  10. #2480 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 10:39
    พี่มาร์คนี่ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งแล้วรึปล่าวว5555555
    #2480
    0
  11. #2479 oOATTAEo (@oattae) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 08:35
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ชอบเหมือนเดิม มีความสุขค่ะ โดยเฉพาะพี่มาร์คตอนนี้แลดูจะ happy เหลือเกิน 555
    #2479
    0
  12. #2478 Sudarat Pairo (@sudarat_fah) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 02:16
    ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะมาร์คคึ5555
    #2478
    0
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. #2476 fern_pika (@fern_pika) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:10
    ลูกเขยเต็มปากเต็มตำเลยหน่าขุ่นแม่55555
    #2476
    0
  15. #2317 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 21:26
    โอ๊ยนี่ถ้าพี่ชายรู้นี่มาร์ค ต้วนเจอศึกหนักนะครับโผมมมมม ขอกระโดดลงทีมคุณแม่คะอยากได้ลูดเขย อิอิอิ
    #2317
    0
  16. #2286 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 20:23
    แม่น่ารัก
    #2286
    0
  17. #2265 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 09:01
    5555 พี่คุณน่ารักอ่ะ หวงน้องมากด้วย
    #2265
    0
  18. #2131 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 15:21
    แม่น่าร๊ากกกก
    #2131
    0
  19. #2062 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 13:47
    ยังไม่เป็นตอนนี้ แต่อีกไม่นานหรอก แอร๊ยยยยย
    #2062
    0
  20. #1962 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:48
    คุณแม่นี่ว่าที่ลูกเขยเต็มปากเต็มคำ ดีจริงเลยเราชอบ
    #1962
    0
  21. #1868 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:02
    ลูเขยเรอะ ลูกเขย คุงแม่นี่สุดยอดดดดดเลยยย
    #1868
    0
  22. #1531 bestye (@bestyespd) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 02:38
    แบมโดนพรุนแน่ๆ555555เขินแรงงง
    #1531
    0
  23. #1519 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 01:28
    ตลกพี่มาร์คอาการหนักนะเรา 555 โธ่พี่แจ๊คไม่ระวังเลยนะ คริคริ
    #1519
    0
  24. #1468 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 12:41
    มันต้องอย่างงี้!! ตอนนี้มันส์มากก ถ่ายไปฟ้องเลยทีเดียว แต่รู้ไหมว่าคนฟิน เพื่อนมาร์คถึงกับฉลอง555 มันฟินหนักขนาดนี้ ตอนหน้าอาจมีอุปสรรคมาถ่วง(?)
    #1468
    0
  25. #1449 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 22:14
    เป็นว่าที่ลูกเขยไปซะล่ะะะ
    #1449
    0