เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 17 : บทที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    18 ก.ย. 59






บทที่ 14

Feeling



 

               “เมื่อคืนหลับสบายไหม”


                 มือที่กำลังจะตักข้าวต้มชะงักกึก ก่อนเจ้าของมือจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนถามที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หากเห็นเพียงแค่แวบเดียวแบมแบมก็ต้องรีบก้มหน้าก้มตาตอบแบบตะกุกตะกัก แล้วตักข้าวต้มเข้าปากทันที เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่แม้จะดูเรียบเฉยตามแบบฉบับเจ้าตัว แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าในดวงตาของอีกฝ่ายคล้ายมีประกายบางอย่างเต้นระริกอยู่ คำถามที่ก็เหมือนเป็นการถามทั่วไปอย่างเจ้าบ้านที่ดีพึงกระทำ หากทำไมรู้สึกว่าน้ำเสียงอีกฝ่ายดูขบขันปนพึงพอใจแปลก ๆ  


                 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนถูกถามอาจจะลืมไปว่าข้าวต้มในชามนั้นเพิ่งจะตักออกมาจากหม้อ และแน่นอนว่ามันยังร้อนอยู่มากเช่นกัน…


                 “เอ่อ…ครับ โอ๊ยยยย!!” ผลจากการรีบร้อน คือข้าวต้มลวกปาก แบมแบมรีบวางช้อนลงทันทีที่ปากและลิ้นรับรู้ได้ถึงความร้อนและความแสบ ริมฝีปากที่บวมอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเพิ่มระดับความบวมและแดงขึ้นไปอีกเท่าตัว แบมแบมหันหน้าออกจากชามข้ามต้ม หลับตาปี๋แล้วรีบห่อปากเป่าลมออกมาแรง ๆ มือหนึ่งยกขึ้นมาพัดหวังคลายความร้อน ส่วนอีกมือก็ยื่นจะไปหยิบแก้วน้ำมาดื่ม


                 ทั้งที่มั่นใจว่าจำจุดที่วางแก้วน้ำได้ แต่พอเอื้อมหาแล้วแบมแบมกลับไม่พบจึงลืมตาขึ้นเพื่อมองหา หากก็ต้องสะดุ้ง เมื่อลืมตาขึ้นมาเจอเจ้าของห้องกำลังนั่งคุกเข้าลงข้างหนึ่งพร้อมกับยื่นสิ่งที่เขากำลังหามาให้ ดวงตาคมกริบที่มองมาฉายชัดถึงความเป็นห่วงและกังวล


                 มาร์คยกแก้วน้ำมาจ่อปากแบมแบมเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่รับแก้วน้ำไปสักที ตอนแรกเห็นแบมแบมจะกินข้าวต้มทั้ง ๆ ที่ยังร้อนอยู่ ก็กำลังจะเอ่ยปากเตือนแต่ก็ไม่ทันเพราะแบมแบมเอารีบร้อนเอาเข้าปากซะก่อน


                 “ค่อย ๆ ดื่ม เดี๋ยวสำลัก” มาร์คเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อเห็นคนตัวเล็กรีบรับแก้วน้ำแล้วยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว


                 แบมแบมชะงักนิดหน่อย ก่อนค่อยๆ ลดระดับความเร็ว เมื่อดื่มหมดแล้วก็วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย ขณะที่ใบหน้าหวานนั้นเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นนิดเมื่อรู้สึกชาด้านในโพรงปาก ทั้งริมฝีปากก็รู้สึกแสบไปหมด ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้มันคงจะบวมและแดงมากแน่ ๆ


                 ขณะที่แบมแบมกำลังจะเงยหน้าของคุณเจ้าของห้อง มาร์คพลันยื่นปลายนิ้วเข้าไปเชยคางคนตรงหน้าให้ขึ้นมาสบตา ครั้นเห็นดวงตากลมโตมีหยาดน้ำคลอที่หางตา มือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาให้โดยอัตโนมัติ ตาคมไล่ลงมาเห็นริมฝีปากอิ่มที่บวมและแดงจนดูน่ากลัว คิ้วเข้มพลันขมวดขึ้นนิด ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ และใช้ปลายนิ้วโป้งข้างหนึ่งแตะไล้ริมฝีปากแดงช้ำแผ่วเบา ทั้งดวงตาคมกริบจ้องเขม็งคล้ายตรวจตรา


                 คนที่กำลังจดจ่ออยู่กับริมฝีปากบวม ๆ คงไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้คนที่ถูกสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวอย่างไม่คาดฝันนั้นชะงักตัวแข็งทื่อไปแล้ว แบมแบมนั้นรู้สึกเหมือนว่าสติจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คล้ายหัวใจจะสูบฉีบเลือดขึ้นมาบนแก้มทั้งสองข้างเป็นพิเศษ ใบหน้าจากที่แดงเพราะร้อนจากข้าวต้มอยู่แล้วเลยยิ่งแดงก่ำจนดูเหมือนมีใครเอาสีแดงมาสาดใส่จนชุ่มไปหมด ซ้ำแบมแบมยังรู้สึกเหมือนสมองกำลังหมุนวนเหมือนพายุดีเปรสชั่นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ทันตั้งตัวในขณะนี้


                 แต่ก่อนที่พายุดีเปรสชั่นจะเปลี่ยนเป็นพายุไต้ฝุ่น สิ่งที่ดึงเอาสติของแบมแบมกลับมา  คือสายลมอุ่นที่กำลังเป่ารดบริเวณริมฝีปากอิ่ม และไม่ต้องเดาอะไรให้มากความว่ามันเป็นลมจากไหน ในเมื่อตอนนี้สิ่งที่แบมแบมเห็นในระยะห่างไปไม่ถึงสองคืบคือใบหน้าและริมฝีปากของคนตรงหน้า!


                 “อ่ะ! แบม ไม่…ไม่เป็นอะไรแล้ว” เสียงที่เพิ่งเปล่งออกไปทำให้แบมแบมอยากเอาหัวมุดใต้โต๊ะไปซะตอนนี้เลยทีเดียว เพราะมันทั้งแผ่วเบาและสั่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


                 มาร์คมองใบหน้าหวานแล้วจึงยอมผละออกมาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อเขาทันเห็นใบหูและใบหน้าน่ารักนั้นแดงก่ำราวลูกมะเขือเทศก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงจนคางแทบจะชิดกับหน้าอก มือเล็กก็กุมกันแน่นอยู่บนตักคล้ายกำลังประหม่า


                 …ดูเหมือนเขาจะแสดงออกมากไป


                 มาร์คคิด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำเช่นนั้น ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกพึงพอใจที่เห็นว่าแบมแบมรู้สึกขัดเขินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ...เพราะมันดูเป็นสัญญาณที่ดี


                 “โอเคนะ?” มาร์คเอ่ยถามซ้ำ เมื่อได้คำตอบเป็นการพยักหน้าขึ้นลงถี่ ๆ ของอีกฝ่าย มาร์คจึงลุกขึ้นยืน พร้อมมือหนาวางแปะบนกลุ่มผมสีบลอนด์ตรงหน้าแล้วโยกเบา ๆ ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม


                 “กินต่อไหวไหม” แล้วก็ถามอย่างเป็นห่วงอีกครั้งเมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่หันกลับมา ซ้ำยังคงก้มหน้างุดอยู่เหมือนเดิม


                 แบมแบมเม้มปากแน่น ก่อนค่อย ๆ หันกลับมาตอบ “ไหวครับ แต่แบมขอไปห้องน้ำหน่อยนะครับ” เอ่ยแล้วแบมแบมก็ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำทันที




 

 

                 ขณะนี้ สิ่งที่กระจกในห้องน้ำสะท้อนกลับมาให้แบมแบมเห็น คือผู้ชายผมบลอนด์แก้มอูมคนหนึ่ง ที่ริมฝีปากบวมแดงจากการโดนข้ามต้มร้อน ๆ ลวก นั่นก็ไม่แปลกอะไรเพราะโดนมาจริง ๆ แต่ส่วนอื่นโดยเฉพาะแก้มกับใบหูที่มันแดงแข่งกับปากนี่สิ ที่ทำให้แบมแบมได้แต่เม้มปากแน่นความคิดสับสนไปหมด ไหนจะหัวใจใต้อกด้านซ้ายที่มันเต้นรัวแรงจนเหมือนจะกระเด็นออกมาจากอกได้ทุกเมื่ออีก จนแบมแบมต้องหายใจเข้าออกลึก ๆ และยกมือขึ้นทาบหน้าอกแล้วลูบเบา ๆ คล้ายต้องการให้สิ่งที่อยู่ข้างในลดระดับความรุนแรงลง


                 …นี่มันเกิดอะไรขึ้น!


                 เมื่อประโยคนี้ผุดขึ้นมา แบมแบมพลันผละมือจากหน้าอกมาขยี้หัวตัวเองจนมันฟูไม่เป็นทรง ทั้งยังผ่อนลมหายใจออกแรง ก่อนพยายามตั้งสติ


                 คำถามที่พี่มาร์คถามว่า เมื่อคืนหลับสบายดีไหมทำให้แบมแบมอยากรู้ว่าอีกคนต้องการจะสื่ออะไร ถ้าเป็นปกติก็ไม่แปลกกับคำถามอย่างเช่นหลับสบายดีไหม แต่มันน่าจะไม่ใช่กับคนที่เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนอนกอดอีกฝ่ายเหมือนกอดหมอนข้างแบบนี้! นึกแล้วแบมแบมก็รู้สึกว่าหน้าเห่อเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้


                 แบมแบมจำได้ว่าก่อนจะหลับตานั้นตัวเองนอนห่างกับเจ้าของห้องอยู่พอสมควร แต่ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเช้าตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือความหนักบริเวณช่วงเอว และความอุ่นสบายในแบบที่แตกต่างจากการห่มผ้าห่ม มันคล้ายอบอุ่นแบบสบายใจ อีกอย่างที่รู้สึกได้คือตัวเองกำลังกอดอะไรสักอย่างอยู่ แต่ด้วยความขี้เซาและตอนนั้นสมองยังไม่พร้อมทำงาน ทำให้ตัวเขาเองไม่ได้พิจารณาหรือเอะใจอะไร ครั้นพอลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นเบลอ ๆ ผ่านสายตาที่ยังไม่ตื่นดี คือผ้าสีเทาจึงรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง และด้วยความสงสัยก็เลยละมือจากสิ่งที่กอดอยู่มาลูบผ้าตรงหน้าเบา ๆ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความอุ่น ความแข็ง และแน่น แต่ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าสิ่งนี้คืออะไร …หมอนข้าง แต่เหมือนจะไม่ใช่จึงลูบพิสูจน์ต่อไป


                 หากลูบได้สักพักก็ได้ยินเสียงลม คล้ายกับมีคนหายใจเข้าออกบนหัวแรง ๆ จึงหยุดมือแล้วเงยหน้าไปมอง ตากลมโตหรี่ลงเมื่อเจอกับแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่าง กระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะต้องชะงักค้างแล้วเบิกตากว้าง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของห้องที่ตอนนี้กำลังก้มลงหรี่ตามองด้วยสายตาติดดุหากแต่มีประกายบางอย่างในดวงตาคมกริบคู่นั้นในระยะประชิด ครั้นเมื่อได้ยินเสียงคำรามในลำคอแผ่วเบาจากคนตรงหน้า แบมแบมจึงได้สติ และก้มลงมองสภาพตัวเอง


                 จึงพบว่าสิ่งที่ตนลูบอยู่ก่อนหน้าคือแผ่นอกแข็งและแน่นของอีกฝ่าย ขาข้างหนึ่งของเขายังก่ายขาอีกฝ่ายเหมือนตอนกอดหมอนข้างไม่มีผิดช่วงเอวที่รู้สึกหนักตอนตื่นขึ้นมาก็คือแขนของอีกฝ่ายที่พาดไว้ซ้ำตอนนี้เหมือนแขนข้างนั้นจะค่อย ๆ รัดแน่นจนดึงเขาเข้าไปชิดให้มากกว่าเดิมอีกด้วย


                 แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองกลั้นหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะต้องค่อย ๆ กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พร้อมเงยหน้าขึ้นไปอีกครั้งอย่างช้า ๆ เหมือนหุ่นยนต์ที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ถ้าตาไม่ฝาดเหมือนแบมแบมจะเห็นแววระริกคล้ายขบขันในดวงตาคม และไหนจะมุมปากที่กระตุกยิก ๆ คล้ายจะยิ้มไม่ยิ้มนั่นอีก 


                 เพียงเท่านั้นเอง คนที่กำลังกอดก่ายคนอื่นจึงรีบเอาขาลง ปล่อยมือที่วางแช่ไว้บนแผ่นอกหนาแน่นนั้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วนั่งหันหน้าไปอีกทางพร้อมเอ่ยขออาบน้ำก่อนและเดินกึ่งวิ่งไปทางห้องน้ำทันที ซึ่งหลังจากทำอารมณ์ให้คงที่และออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแล้ว จึงเดินออกมาข้างนอก ได้ยินเสียงและกลิ่นหอมโชยมาจากห้องครัว เดินเข้าไปก็เห็นเจ้าของห้องยืนทำอะไรสักอย่างหน้าเตาแก๊ส ด้วยความที่ยังรู้สึกแปลก ๆ กับเหตุการณ์เมื่อเช้าอยู่จึงคิดจะเดินเลี่ยงกลับไปเก็บของก่อน หากยังไม่ทันจะได้หันหลังกลับ อีกฝ่ายเหมือนรู้ว่าเขาเดินเข้ามาจึงหันหลังมอง และก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะก่อนอีกฝ่ายจะยิ้มบาง พร้อมชวนทางข้าวเช้า  เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงมีท่าทางและพูดคุยอย่างปกติก็ทำให้แบมแบมโล่งใจที่อีกฝ่ายคงไม่คิดมากหรือหยิบประเด็นเมื่อเช้ามาพูดให้เขินอาย


                 แต่รู้สึกว่าจะคิดผิด… ตอนนี้เลยได้ปากชา ปากแดง ปากบวมอยู่นี่ไง


                 แบมแบมคิด ก่อนกวักน้ำจากก๊อกใส่หน้าแรง ๆ สะบัดหัวไปมาสองสามที ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามทำใจให้สงบ เงยหน้ามองกระจกครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไป   




 

 

                 ขณะนั่งรอคนที่ขอไปเข้าห้องน้ำ คนด้านนอกก็กำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่พอดิบพอดี มาร์คอารมณ์ดีอย่างถึงขีดสุด กระทั่งนิ้วเรียวยาวยังยกขึ้นมาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะแผ่วเบา คิดถึงเรื่องบนเตียงเมื่อเช้าแล้วเจ้าของใบหน้าหล่อเหล่าก็อดยิ้มออกมาไม่ได้


                 นั่นเพราะความจริงแล้ว ถ้าแบมแบมหันหน้ากลับมาสักนิดหรือเหลือบมองกลับมาสักเล็กน้อยก็จะเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงมีแววตาคล้ายเสียดาย เพราะเจ้าตัวเพิ่งตื่นขึ้นมาก่อนหน้าคนตัวเล็กเพียงนิดหน่อยเท่านั้น จึงทำให้มีเวลามองใบหน้าหวานในตอนเช้าแค่เล็กน้อย แต่แววตาเสียดายก็เปลี่ยนเป็นวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยิ้มมุมปากคล้ายชอบอกชอบใจ ซึ่งหากใครก็ตามที่รู้จักมาร์คแล้วเห็นแบบนี้คงจะอยากเอามือตบหน้าตัวเองแรง ๆ สักทีสองที หรืออาจตบหัวคนข้าง ๆ เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้กำลังฝันไป หรือถ้าไม่ได้ฝันไปก็อาจเป็นมาร์คที่ถูกผีเข้าแน่นอน 


                 หลังจากที่แบมแบมออกมาจากห้องน้ำและมานั่งทานข้าวต่อ ระหว่างทั้งสองคนก็ไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น จนเมื่อกินเสร็จแบมแบมจึงอาสาล้างถ้วยชามเพื่อที่มาร์คจะได้ใช้เวลานี้ไปอาบน้ำแต่งตัว และไปส่งแบมแบมที่หอพัก


                 เสร็จสิ้นภารกิจ แบมแบมจึงเดินมานั่งที่โซฟาห้องรับแขก หยิบกล้องในกระเป๋าขึ้นมาดูรูปที่ถ่ายไปเมื่อวานระหว่างรอเจ้าของห้อง แบมแบมนั้นหากได้มีเวลาเป็นส่วนตัว หรือได้อยู่กับตัวเองหลังจากเกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยากจะรับมือ จะทำให้สามารถปรับอารมณ์ สงบจิตใจได้รวดเร็ว และมันรวมถึงการทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดได้ง่ายมากขึ้น นั่นทำให้เขาสามารถที่จะแยกแยะว่าเรื่องใดควรจะใส่ใจหรือไม่ใส่ใจ หรือว่าควรจะจัดการกับมันอย่างไร เพื่อไม่ให้ตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อน


                  เรื่องที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่เรื่องที่จะเกิดขึ้น เขาก็คงต้องพยายามรับมือกับมัน แบมแบมยอมรับว่ารู้สึกดีกับอีกฝ่าย และไม่เคยมีอาการกับใครแบบนี้มาก่อน อาการหน้าแดง ใจเต้นแรง หรือแม้กระทั่งการเขินอาย ในชีวิตเท่าที่จำได้สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง คือการรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว หรือการได้รับของขวัญที่ถูกใจ และทั้งสองอย่างล้วนเกิดขึ้นในวัยเด็ก อาการเขินอายถ้าจำไม่ผิดก็ช่วงที่ต้องออกรายงานหน้าชั้น หรือการถูกบังคับให้ทำบางสิ่งที่ดูน่าอายในที่สาธารณะ ซึ่งนั่นเขาว่าส่วนมากใคร ๆ ก็เป็นกัน


                 ยอมรับตรง ๆ เลยว่าประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ค่อนข้างน้อย อาจเป็นว่าเมื่อก่อนเขาไม่เคยที่จะสนใจมัน แม้ปากจะบอกว่าเปิดใจแต่เอาเข้าจริงทุกคนที่เข้ามาล้วนถูกปฏิเสธหมด นั่นเพราะถึงจะไม่เคยมีคนรักหรือมีความรักในรูปแบบนั้น แต่สัญชาตญาณมันบอกแค่ว่า ไม่ใช่ และด้วยคิดว่าตัวเองยังเด็ก เหตุผลแค่นั้นที่ทำให้เขาไม่ตอบรับหรือไม่พยายามสานต่อความสัมพันธ์กับใครเลยสักคน


                 ส่วนตอนนี้…ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายมันเรียกว่าความรักหรือเปล่า มันอาจจะเป็นเพียงความปลาบปลื้ม นั่นทำให้ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะแตกต่างจากที่เคยเป็นมา แต่หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร แบมแบมก็ไม่อยากผลีผลามทำอะไรที่มันอาจจะเป็นการทำร้ายทั้งตัวเองและอีกฝ่ายไปพร้อม ๆ กัน เขาไม่ได้คิดจะละเลยไม่สนใจหรือมองข้ามความรู้สึกและการกระทำของอีกฝ่าย เขาเพียงแค่ขอเวลาให้ตัวเองสักพัก ถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความรัก เขาก็ไม่ลังเลที่ตอบรับและสานต่อความสัมพันธ์นี้  แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายด้วยว่าจะอดทนรอจนกระทั่งถึงตอนนั้นได้ไหม


                 บางที…นี่อาจจะเป็นบททดสอบระหว่างความรู้สึกและความอดทนของเขากับพี่มาร์คก็ได้


                 อีกด้าน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังยืนนิ่งคิ้วเข้มขมวดแน่นกับเรื่องที่วนอยู่ในหัว ตอนนี้ความคิดแยกออกเป็นสองฝั่ง คือเขาควรจะเสี่ยงพูดดีหรือไม่ เพราะหากไม่เสี่ยงเรื่องมันอาจจะยากขึ้นกว่าเดิมเพราะความไม่ชัดเจน และหากตัดสินใจเสี่ยงมันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเขาและคนที่รออยู่ข้างนอก หากลองคิดดูอีกที ไม่ว่าทางไหนก็ล้วนมีความเสี่ยงหมด เพียงแค่จะเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อยเท่านั้น                   

                  มาร์คเดินออกมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน ครุ่นคิดสักพักก็ตัดสินใจกับตัวเอง ขายาวก้าวเดินไปที่โซฟาห้องรับแขก ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับคนตัวเล็กที่ยังคงจดจ่ออยู่กับกล้องไม่ได้รับรู้การมาของเขาแม้แต่น้อย


                 “แบมแบม…”


                 คนที่มัวแต่สนใจสิ่งที่อยู่ในมือชะงัก ละความสนใจจากกล้องและเงยหน้าขึ้นขานรับ “ครับ”


                 “รีบกลับไหม พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”


                 “ไม่ครับ วันนี้ไม่ได้เข้าร้าน” แบมแบมยิ้มและวางกล้องลงข้างตัวบ่งบอกให้รู้ว่าพร้อมที่จะให้ความสนใจกับบทสนทนาต่อจากนี้


                 ความเงียบปกคลุมทั้งสองไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง เพราะคนที่บอกว่ามีเรื่องคุยยังคงหลับตาเงียบคล้ายกำลังครุ่นคิด ส่วนอีกคนก็เพียงนั่งรอฟังอย่างใจเย็น สักพักเจ้าของห้องก็เปิดเปลือกตาขึ้น สายตามองตรงไปที่คนด้านหน้าด้วยความแน่วแน่จริงจัง และเอ่ยปากพูดในที่สุด


                 “แบม…รู้ใช่ไหมว่าพี่คิดยังไงกับเรา”


                 สิ้นประโยคนั้น คนที่กำลังตั้งใจรอฟังพลันเบิกตากว้าง ปากที่ยังคงแดงจากการถูกลวกเมื่อเช้าอ้าออกน้อย ๆ ด้วยความตกใจ สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ด้วยไม่คิดว่าอีกคนจะถามเอาตรง ๆ ดื้อ ๆ แบบนี้ ทั้งที่เมื่อกี้เจ้าตัวก็เพิ่งคิดเพิ่งคิดเพิ่งตัดสินใจไปหมาด ๆ


                 …ให้ตายเถอะ!


                แม้ใจอยากจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่พอมองหน้าอีกฝ่ายแล้วเห็นแต่ความจริงจังไม่มีวี่แววล้อเล่นในสายตา  ทำให้แบมแบมได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรง ก่อนจะก้มหน้าที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่รุกลามขึ้นมาประปราย ปากอวบอิ่มสีแดงเม้มเข้าหากัน ในหัวเริ่มครุ่นคิดหนัก


                 มาร์คมองใบหน้าหวานที่ตอนแรกแสดงอาการตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนเจ้าตัวจะก้มหน้าลง ความเงียบของอีกฝ่ายทำให้มาร์คเริ่มเครียดและกังวล เมื่อกี้เขาใช้คำถามที่บอกให้รู้ตรง ๆ เลยว่าเขารู้สึกยังไง ไม่ใช่คำถามในเชิงที่ต้องตีความอีกว่าเขารู้สึกยังไง พูดให้ชัดคือเขาถามว่า แบมรู้ใช่ไหมว่าพี่รู้สึกยังไงกับเรา ไม่ใช่ แบมรู้ไหมว่าพี่รู้สึกยังไงกับเรา แค่มีคำว่าใช่ ก็ทำให้ประโยคมีความชัดเจนที่แตกต่างกันแล้ว มาร์คเชื่อว่าในสถานการณ์แบบนี้แบมแบมคงเข้าใจคำว่า รู้สึก ที่เขาหมายความถึงแน่นอน …นี่เป็นอีกอย่างที่เขาตัดสินใจเสี่ยงกับมัน


                 ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีแต่เหมือนผ่านไปนานหลายชั่วโมง เจ้าของดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองอีกคนอย่างรอคอย แม้จะรู้สึกหน่วงในใจไปบ้างกับความเงียบที่ดูเหมือนจะยืดเวลาออกไปอย่างไม่สิ้นสุด แต่สุดท้ายการพยักหน้าของคนตัวเล็กก็ทำให้มาร์คที่เกร็งตัวด้วยความเครียดค่อย ๆ เป่าลมออกจากปากอย่างแผ่วเบาแล้วยิ้มให้กับตัวเอง เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็รับรู้สิ่งที่เขาทำมา


                 “พี่ไม่รู้ว่าแบมคิดยังไงกับสิ่งที่พี่ทำและสิ่งที่พี่แสดงออกตั้งแต่เรารู้จักกัน แต่พี่อยากให้เรารู้ไว้ว่าพี่ไม่เคยทำหรือรู้สึกแบบนี้กับใคร” มาร์คหยุดมองปฏิกิริยาแบมแบม เห็นอีกฝ่ายยังก้มหน้าเหมือนเดิมก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ “…สนใจตั้งแต่แรกเจอ จนอยากดูแล อยากปกป้อง อยากเข้าไปอยู่ในสายตาเขา อยากให้เขาอยู่ในสายตาตลอดเวลา ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้…แบมเป็นคนแรก” มาร์คพูดออกมาจากใจและจากความรู้สึกที่เขามี ตลอดเวลาที่พูด มาร์คไม่ได้ละสายตาไปจากแบมแบมเลยสักนิด ดวงตาคมเข้มที่แววตาทอประกายความอบอุ่น อ่อนโยน แววตาที่มีให้คนที่แม้ว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเลยก็ตามที


                 แบมแบมยังคงก้มหน้าเม้มปากแน่น ใบหน้าเห่อร้อนยิ่งกว่าเดิมจนลามไปที่ใบหูและลำคอ ความรู้สึกไม่ต่างจากเมื่อเช้า และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ จนกระทั่งประโยคต่อมาที่ทำให้แบมแบมต้องเงยหน้าอ้าปากค้างทันที 

 

                 “พี่ชอบแบม”


                 แต่เพียงแวบเดียวแบมแบมก็รีบก้มหน้าลงอีกครั้งเพื่อหลบสายตาที่ส่งประกายความมั่นใจ อ่อนหวาน และออดอ้อนของอีกคนที่มองมาไม่วางตา


                 ที่มาร์คไม่บอกว่า รักก็เพราะอยากให้แบมแบมค่อย ๆ ปรับตัว ค่อย ๆ รับความรู้สึกเขาเข้าไปทีละนิด…ทีละนิด  


                 “ที่พี่ตัดสินใจพูดก็เพราะอยากให้แบมรับรู้ไว้ พี่รู้ว่ามันเสี่ยงกับความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ แต่ไม่ว่ายังไงพี่ยังอยากจะบอก …เพื่อความชัดเจน เพื่อที่แบมจะได้ไม่สับสนหรือเข้าใจผิดถ้าพี่ทำอะไรหรือพูดอะไรที่ดูเหมือนเกินคำว่าพี่น้อง …รู้แบบนี้แล้วแบมจะรังเกียจพี่ไหมครับ?


                 น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะสั่นและไม่มั่นคงในประโยคสุดท้าย ทำให้คนที่เงียบมาตลอดค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หากเมื่อได้สบตากับคนตรงหน้า จากแววตาอ่อนหวานมั่นคงกลับเปลี่ยนเป็นแววตาที่ดูเหมือนไม่มั่นใจผสมความกับความกังวล และสุดท้ายมันคล้ายมีแววอ้อนวอนแฝงอยู่  นั่นทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกอย่างแรง คนถูกเว้าวอนก้มหน้าลงคางแทบชิดอก มือทั้งสองข้างที่วางไว้บนตักเริ่มบีบเข้าหากันแน่น หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งกระหน่ำรัวแรงมากยิ่งขึ้น มันเต้นแรงเหมือนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จมาใหม่ ๆ ทั้งที่เขาก็เพียงแค่นั่งฟังอีกคนพูดอยู่เฉย ๆ เท่านั้น


                 เป็นอีกครั้งที่ความเงียบของคนตัวเล็กด้านหน้าทำให้มาร์ครู้สึกคล้ายหายใจไม่ออก ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะค่อนข้างมั่นใจว่าแบมแบมไม่ได้รังเกียจ หากแต่เมื่อถามตรง ๆ แล้วคำตอบเป็นความเงียบเช่นนี้ มันก็ทำให้เขาเริ่มที่จะใจหายได้เหมือนกัน


                 จมอยู่กับความคิดตัวเองสักพัก แบมแบมก็หายใจเข้าออกลึกพยายามทำใจให้สงบ เงยหน้าสบตากับอีกคนที่มองมาอยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาที่เริ่มมีความมั่นคง หากแต่บนแก้มก็ยังคงมีสีแดงระเรื่ออยู่ ทำให้เจ้าของแก้มบวมดูน่ารักและน่าหมั่นเขี้ยวไปพร้อม ๆ กัน


                 “แบม…ไม่ได้รังเกียจพี่มาร์คนะครับ แต่ตอนนี้แบมไม่รู้จะพูดยังไงดี มัน…ตกใจ และมันก็ค่อนข้าง…สับสน”


                 มาร์คยิ้มออกมาทั้งปากและตา เป็นรอยยิ้มที่พาให้บรรยากาศรอบข้างดูผ่อนคลายและอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว “ครับ พี่เข้าใจ แค่แบมไม่รังเกียจก็พอแล้ว ถึงตอนนี้แบมจะยังไม่คิดอะไรกับพี่ แต่จากนี้พี่ขอโอกาสให้เราลองศึกษากันดูได้ไหม พี่ไม่รู้ว่าแบมจะกลับไทยเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าถ้าแบมกลับไปแล้ว …เราจะได้เจอกันอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่พี่ไม่อยากปล่อยความรู้สึกนี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย ได้ไหมครับ”      

 

                 คิ้วเรียวขมวดคิ้วมุ่นทันที อยากจะเขินกับน้ำเสียงอ่อนโยนและออดอ้อนของอีกคน แต่พอได้ฟังประโยคหลัง ๆ ก็เริ่มรู้สึกทะแม่ง เรื่องกลับไทยน่ะไม่แปลก แต่ประโยคที่ว่าไม่รู้จะได้เจอกันตอนไหนนี่สิ หรือเขายังไม่เคยบอกพี่มาร์คว่าจะมาเรียนต่อ? แต่คิดดูแล้วเรื่องนี้ความเป็นไปได้เริ่มน้อยลง เพราะหลังจากเรียนปรับพื้นฐานแล้วแม่ก็ยังไม่ติดต่อมา ทั้งที่อีกเพียงเดือนเดียวมหาวิทยาลัยก็จะปิดรับสมัครอยู่แล้ว


                 “เอ่อ เรื่องกลับไทย….”    

                

                 ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…


                 เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขัดขึ้นมาทำเอาคำพูดที่กำลังจะเอ่ยหยุดชะงัก แบมแบมก้มมองโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะตรงด้านหน้า ชื่อที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอทำให้ต้องมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง แต่มือก็เอื้อมไปหยิบขึ้นมาแล้วส่งสายตาเชิงขออนุญาตและขอโทษเจ้าของห้อง เมื่อได้รับคำตอบเป็นการยิ้มบางและพยักหน้า แบมแบมจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปคุยตรงบริเวณประตูระเบียง


                 “ครับพี่แทยัง”


               [แบมว่างไหม?! พี่ขอล่ะมาช่วยงานที่ร้านหน่อย! คนที่ต้องเข้าร้านวันนี้ติดธุระกะทันหันทั้ง 2 คนเลย นี่พี่ก็โทรไปให้ยูคยอมมาช่วยเหมือนกัน แบมมาได้ไหม?]


                 แบมแบมชะงักไปเล็กน้อย จากการพูดรัวยาวแบบไม่เว้นพักหายใจของปลายสาย แต่ก็เงียบได้ไม่นานเพราะอีกฝ่ายนั้นพูดเร่งเอาคำตอบอีกครั้งอย่างร้อนใจจนแบมแบมต้องรับปาก


                 “ครับ ๆ ได้ครับ”


               [พระเจ้า! มาด่วนที่สุดนะ! พี่ขอไม่เกิน 20 นาที เพราะใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว หอแบมอยู่ใกล้คงไม่มีปัญหา งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องไปจัดการหลังร้านอีก]


                 โดยไม่รอแบมแบมตอบรับ ปลายสายตัดไปทันทีที่พูดจบ ขณะที่คนถูกเรียกตัวด่วนยืนนิ่งค้างกับคำว่า 20 นาที เพราะถ้าตอนนี้แบมแบมอยู่หอจริง ๆ มันคงไม่มีปัญหา แต่นี่เขาอยู่ห้องพี่มาร์ค ซึ่งมันคงจะไม่ทันเวลาแน่ ๆ ถ้าเขาต้องรอรถสาธารณะหรือหารถแท็กซี่นั่งไปเอง


                 “มีอะไรหรือเปล่า?


                 เสียงที่ดังทักมาทำให้คนที่กำลังจมจ่อมกับความคิดหันขวับไปทางต้นเสียง พลันใบหน้าหวานก็มีสีหน้าแสดงคาดหวังและยินดีปรากฏขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่ายจนคนเรียกต้องเลิกคิ้วขึ้นข้างอย่างงุนงง


                 “พี่มาร์ค…ไปส่งแบมที่ร้านหน่อยได้ไหมครับ ตอนนี้เลย!


                 เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากแดงอวบอิ่มนั่นดูน่ารักและออดอ้อน ยังดวงตากลมโตเป็นประกายที่ช้อนขึ้นมองน้อย ๆ พร้อมกับการเข้าประชิดตัวแล้วเขย่าแขนข้างหนึ่งเบา ๆ ทำให้คนโดนอ้อนชะงักไปกับท่าทางที่ไม่เคยเห็นจากอีกฝ่าย


                 ความจริงก็คือ แบมแบมเป็นคนที่ถ้าอยากได้อะไรหรือต้องการอะไร ถ้าสมองประมวลผลแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายสามารถให้หรือทำให้ได้ เจ้าตัวจะกลายเป็นคนขี้อ้อนไปโดยอัตโนมัติ และใครที่โดนอ้อนแบบนี้เป็นต้องใจอ่อนยอมคนขี้อ้อนเสียแทบทุกราย แต่เจ้าตัวก็จะอ้อนเฉพาะในกรณีที่จวนตัวจริง ๆ (แต่บางครั้งอาจจะอ้อนเพียงเพราะอยากอ้อนเฉย ๆ ก็มี)


                 แบมแบมเขย่าแขนอีกฝ่ายแรงขึ้นเมื่อไม่มีการตอบรับ ขณะที่มาร์คก็กำลังรวบรวมสติที่เกือบจะกระจัดกระจายกับความน่ารักของคนด้านข้าง พอรู้สึกตัวจึงหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายและเอ่ยตอบ   


                 “ได้สิครับ”


                 “ขอบคุณครับ!


                 จากนั้นแบมแบมก็รีบเดินไปเก็บของเข้ากระเป๋าทันที ส่วนมาร์คก็เดินไปหยิบกระเป๋าเงินและกุญแจรถในห้องนอน ในหัวก็คิดว่าคนตัวเล็กคงจะรีบจนลนไปหน่อยถึงแสดงท่าทางอย่างนั้นออกมา นั่นเพราะเมื่อเช้าก็คุยกันแล้วว่า เขาจะขับรถไปส่ง ถ้าเพียงแค่เปลี่ยนสถานที่ เขาไหนเลยจะไม่ไป แต่คิดดูแล้วเป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะได้เห็นอีกด้านที่ไม่เคยเห็นของคนตัวเล็ก


                 …สงสัยต่อไปคงต้องหาเรื่องให้แบมแบมอ้อนบ่อย ๆ


                 ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจกับความคิดสุดท้ายของตน

 

 




                 มาร์คขับรถมาจอดบริเวณหน้าร้านในเวลาอันฉิวเฉียด แบมแบมหันมาขอบคุณแล้วเปิดประตูลงจากรถด้วยความเร่งรีบ พาให้เจ้าของรถส่ายหน้าเบา ๆ แล้วมองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูจนอีกคนหายลับเข้าไปในร้านนั่นแหละจึงค่อยขับรถออกไป


                 ตั้งแต่รับโทรศัพท์จากแทยังแบมแบมก็ลืมเรื่องที่คุยค้างไว้กับมาร์คไปเลย จนเลิกงานและกำลังเดินทางกลับหอจึงฉุกคิดขึ้นมาได้


                 “ค่อยบอกก็ได้หรอกมั้ง…” แบมแบมงึมงำตกลงกับตัวเอง และขณะกำลังจะก้าวเข้าตึก เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลังทำให้แบมแบมต้องหยุดเดินและหันไปมอง


                 “แบมแบม!


                 “ไง เพิ่งกลับเหรอ” แบมแบมยิ้มพร้อมเอ่ยถามคนทักทั้งสองที่เดินยิ้มกว้างเข้ามาแต่ไกลทั้งสองคนเป็นเพื่อนข้างห้องที่แบมแบมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านั่นเอง


                 “กลับจากทำงาน กำลังจะไปหาอะไรกิน ไปด้วยกันไหม?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำ มีใบหน้าหล่อเหลา หากแต่รอยสักที่สามารถมองเห็นทุกพื้นพี่บนผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าอาจทำให้อีกฝ่ายดูน่ากลัวไปบ้างนิดหน่อยเอ่ยตอบ หันไปมองข้าง ๆ ก็เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่พอกัน รอยสักก็มีเยอะไม่แพ้กัน ทำให้ทั้งคู่ดูเท่และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน แต่มันก็เป็นธรรมดาสำหรับวัยรุ่นที่นี่ที่จะมีการสักบ้าง ภายนอกทั้งสองคนอาจจะดูน่ากลัว แต่ภายในนิสัยทั้งสองคนนั้นน่าคบหามากเลยทีเดียว


                 พูดถึงของกิน แบมแบมก็นึกขึ้นมาได้ว่าห่อกับข้าวที่ทำไว้เมื่อวานมาฝากคนทั้งคู่ จึงจัดการปลดเป้สะพายหลังแล้วหยิบกล่องอาหารขึ้นมาสองกล่อง ยื่นให้ทั้งสองคนตรงหน้าทันที


                 “เมื่อวานผมทำอาหารไทยกับเพื่อนมาเลยทำมาฝาก”


                 ทั้งสองคนตลุกวาวทันที เพราะจำได้ว่าเคยบ่นและรบเร้าเพื่อนข้างห้องตัวเล็กหลายทีว่าอยากกิน แต่ก็นานมากจนคิดว่าอีกฝ่ายคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำ


                 “โอ้ว ขอบคุณมากเลยแบมแบม” ทั้งคู่รับกล่องข้าวมาถือไว้และเดินเข้าไปกอดคอคนตัวเล็กคนละข้างแล้วหัวเราะเสียงดังลั่น


                 ยืนคุยกันอีกสองสามประโยคทั้งสามก็พากันชวนขึ้นห้อง ขณะกำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์หางตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างก่อน ทำให้แบมแบมต้องเอ่ยบอกให้คนทั้งสองขึ้นไปก่อน จากนั้นจึงพาตัวเองมายังตู้จดหมายมากมายที่ติดเรียงรายพร้อมกับหมายเลขห้องกำกับไว้ทุกตู้


                 สิ่งที่ทำให้แบมแบมต้องเดินมาบริเวณนี้คือการ์ดสีที่สอดอยู่หน้าตรงตู้ไปรษณีย์ของห้อง  ปกติแล้วถ้ามีจดหมายมาถึงห้องใด เจ้าหน้าที่ของตึกจะนำมาหย่อนไว้ในตู้ใกล้ทางเข้าลิฟต์ที่มีแม่กุญแจปิดล็อคแน่นหนา โดยกุญแจจะมีเพียงเจ้าของห้องและเจ้าหน้าที่ของตึกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอบ และทุกครั้งที่นำจดหมายมาหย่อนเจ้าหน้าที่จะสอดการ์ดมาด้วยเสมอ (ถ้าเป็นกล่องพัสดุก็จะมีกระดาษแจ้งให้ไปรับกับเจ้าหน้าที่อีกที) และการ์ดที่นำมาใช้จะแบ่งเป็นสามสี คือสีเขียว จะเป็นจดหมายธรรมดา สีเหลือง คือจดหมายค่อนข้างด่วน และสุดท้ายสีแดงเป็นจดหมายเร่งด่วน จะว่าไปมันก็เหมือนการส่งจดหมายในประเทศไทยที่มีแบบส่งธรรมดา ลงทะเบียน และส่งอีเอ็มเอส


                 ส่วนการ์ดที่อยู่ตรงตู้จดหมายห้องแบมแบม คือสีแดง แสดงว่ามันเป็นจดหมายเร่งด่วน มือเรียวหยิบกุญแจตู้ที่พ่วงไว้กับกุญแจห้องขึ้นมาไข ด้านในเป็นซองจดหมายสีขาว เมื่อหยิบขึ้นมาดูชื่อผู้ส่งก็เป็นอย่างที่คิดไว้


                 จากประเทศไทย…แม่


                 มีอะไรมาเซอร์ไพรส์อีกล่ะ คิดแล้วแบมแบมก็ส่ายหัว ก่อนจะก้าวขาเดินเข้าลิฟต์ที่มีคนเพิ่งเดินออกมาพอดี


                 มาถึงห้อง แบมแบมจัดการวางข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูและเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยหน้าตาที่บ่งบอกถึงความสดชื่นและสบายตัว เหลือบไปเห็นจดหมายบนโต๊ะจึงเดินไปหยิบเพื่อเปิดอ่าน


                 ครั้นพอได้เห็นสิ่งที่อยู่ในซองจดหมาย คิ้วเรียวก็ต้องขมวดเข้าหาแน่น มือเอื้อมไปคว้าหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะมากดโทรออกหาคนที่ส่งจดหมายมาให้จากอีกฟากโลกทันที


                 “แม่ครับ…นี่มันหมายความว่ายังไง?”     




____________________________________________________________________________________________   Talk (Rewrite Ver.)

     เป็นไงล่ะ พี่มาร์คคนจริง! #ทีมคนฉวยโอกาส อีกรอบค่ะ 5555

     รีดเดอร์อาจจะสงสัยว่าทำไมอิไรท์มาลงเร็วเหลือเกิน....เร่งปั่นค่ะ เร่งปั่นเนื่องในโอกาสที่ Fav. ครบ 3000 คน! #จุดพลุ!!! นี่เราเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง...ปริ่มมากค่ะ T^T ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะที่ยังรอติดตาม แม้ว่าอิไรท์คนนี้จะอืดอาดยืดยาดและไม่มีความแน่นอนให้เลยก็ตาม #ด่าตัวเองไปอีกไหมล่ะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2825 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:21
    อะไรอ่ะๆ คุณแม่ขยันทำให้ตื่นเต้นจริงเชียววว
    #2825
    0
  2. #2790 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:06
    เเบมเเบมไม่สับสนสิ~~~
    #2790
    0
  3. #2729 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:45
    มีอะไรอ่ะ คุณแม่
    #2729
    0
  4. #2701 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 09:48
    เกร้ดดดด พี่มาร์คคนจริง 555+
    #2701
    0
  5. #2676 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 17:14
    กลัว ไม่นะ จะให้แบมกลับไทยหรอ
    #2676
    0
  6. #2628 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 21:27
    คุณแม่ขร้าาาาาาา กำลังไปได้สวยเลยอ่า คุณแม่จะทำอะไรน๊าาาา
    #2628
    0
  7. #2593 hept (@SWOONNER_BT) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:23
    บอกชอบกระทันหันนนนน พี่มาร์คแบบก่พพคำส-ยะมิเสฟใหสกมะมเ มากอ่ะ เขิน สกวกงเาพบกมมหให
    #2593
    0
  8. #2463 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 14:36
    คืออะไรอ่ะแบม
    #2463
    0
  9. #2462 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 11:12
    ขุ่นแม่กำลังทำอะไรอยู่คะ เค้ากำลังจะไปได้ดีฮือออ
    #2462
    0
  10. #2461 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 00:54
    เกิดอะไรรรรร
    #2461
    0
  11. #2314 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:36
    ทำไม อะไร ยังไงคะ เกิดอะไรขึ้น
    #2314
    0
  12. #2283 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 19:33
    ว็อทแฮพเพ่น ?
    #2283
    0
  13. #2260 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 00:14
    ใจบ่ดีค่าา
    #2260
    0
  14. #2190 เป็นติ่ง³ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 12:30
    คุณแม่จะให้แบมอะไรยังไงง ฮือลุ้นน><
    #2190
    0
  15. #2124 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 01:21
    กลัวน้องแบมหัวใจวายซะก่อน
    #2124
    0
  16. #2030 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 23:14
    พี่มาร์ครอคำตอบแบมอยู่นะ ไม่ใช่แม่แบมให้กลับนะ T__T
    #2030
    0
  17. #1959 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:14
    อย่าบอกนะว่าคุณแม่เรียกตัวน้องแบมกลับอ่ะไม่น๊า
    #1959
    0
  18. #1864 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:11
    อะไรยังไง โอ้ยไม่อยากคิด
    #1864
    0
  19. #1863 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:11
    อะไรยังไง โอ้ยไม่อยากคิด
    #1863
    0
  20. #1515 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 00:25
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย พี่มาร์คอยากโดนอ้อนหรา คริคริ คุณแม่เซอร์ไพซ์อะไรน้องน้าส
    #1515
    0
  21. #1465 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 12:18
    มาร์คตรงๆไปแล้ว ไม่รังเกียจก็ดีใจแล้ว คุณแม่ส่งอะไรมาเอ่ย 
    #1465
    0
  22. #1446 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 21:34
    อะไรอ่าาา คุณแม่ส่งอะไรมาาาา
    #1446
    0
  23. #1142 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 19:35
    เขินไปดิ งื้ออออออออออออ -///////- พี่มาร์คบอกน้องแล้วอ่ะ สู้ๆนะคะพี่ น้องเขินขนาดนี้ ไม่น่ารอดค่ะ 555555 ชอบที่น้องอ้อนล่ะสิ หึหึ แต่มาร์คต้วนเจ้าเล่ห์มากๆค่ะ!! คุณแม่คงไม่ได้ให้น้องกลับไทยใช่มั้ย? ;(
    #1142
    0
  24. #1102 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 18:37
    คุณแม่!!!
    #1102
    0
  25. #929 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 19:39
    คุณแม่คงไม่เรียกแบมแบมกลับไทยนะคะ แงงงงงงง



    พี่มาร์คเจ๋งอะบอกชอบแบมแบมไปแล้ววว ดีแล้วค่ะพี่ พี่ต้องสู้นะ
    #929
    0