เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 16 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    17 ก.ย. 59





บทที่ 13

In The Room

 




               “ตามสบายนะ” 


                 เจ้าของห้องสุดหรูที่ถือถุงพะรุงพะรังเต็มสองมือและเพิ่งก้าวเข้าไปในห้องหันกลับมาพูดกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู และในมือก็ถือถุงเต็มสองมือเช่นกัน เพียงแต่ไม่เยอะพะรุงพะรังเหมือนเจ้าของห้องก็เท่านั้น และประโยคดังกล่าวทำให้คนที่เดินตามมาเงียบ ๆ หันไปมองเจ้าของห้องแล้วจึงยิ้มและพยักหน้าให้  


                 มาร์คจึงเดินเข้าไปเปิดประตูค้างไว้ให้อีกคนเข้ามา มองตามคนตัวเล็กที่เดินเข้าไปและกำลังหันซ้ายหันขวาเหมือนไม่รู้ว่าจะทำยังไง ดวงตาคมกริบก็พลันอ่อนแสงเอ็นดู


                 หากถามว่าทำไมแบมแบมถึงมาอยู่ในห้องของมาร์คได้ ก็คงต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้… 


                 ระหว่างที่ขับรถจะเข้าตัวเมืองซานฟรานซิสโก มาร์คดันเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาร้านอาหารไทย เจ้าตัวจึงหันไปถามคนด้านข้างที่กำลังกดรูปในกล้องพร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีว่า


                 “อาหารไทยมีอะไรอร่อยบ้าง” แบมแบมชะงักไปเล็กน้อยหันมองคนพูดแล้วยิ้มกว้าง


                 “ก็หลายอย่างนะครับ ที่แนะนำคือ ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน ข้าวผัด ผัดไทย ของหวานก็ข้าวเหนียวมะม่วงครับ แต่ก็ยังมีอีกเยอะ เพราะที่แบมไล่มาเป็นเมนูที่คนต่างชาติกินแล้วติดใจบอกเป็นเสียงเดียวว่าอร่อยทุกคน พี่มาร์คอยากกินเหรอครับ” แบมแบมพูดไปพลางเคาะนิ้วกับปลายคางพลางคิดไปด้วย


                 มาร์คพยักหน้าพร้อมตอบ “เห็นป้ายโฆษณาเมื่อกี้…น่ากินดี”


                 แบมแบมพยักหน้าแล้วกลับมาพูดงึมงำกับตัวเอง แต่ความเงียบภายในรถ ต่อให้แบมแบมพูดเบาแต่ไหน ก็ไม่พ้นคนที่แม้สมาธิจะอยู่ที่การขับรถสายตามองถนน แต่ประสิทธิภาพการฟังกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้าง ๆ ไม่ว่าแบมแบมจะพูดบ่นเรื่องรูปภาพ หรือพูดกับตัวเองเบา ๆ มาร์คก็ได้ยินหมด


                 “คิดถึงอาหารไทยเหมือนกันนะ ไม่ได้ไปหาร้านกินเลย จะทำเอง สถานที่ก็ไม่มี…”


                 มาร์คได้ยินก็เลิกคิ้วถาม “ทำอาหารเป็นเหรอ?


                 แบมแบมหลุดจากความแล้วคิดหันมองคนถาม “ก็…เป็นนิดหน่อยครับ แม่ชอบลากเข้าห้องครัวให้ไปช่วยบ่อย ๆ มันเลยต้องทำเป็นไปด้วย” พูดไปก็หัวเราะไป น้ำเสียงและสายตาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อกล่าวถึงคนเป็นแม่


                  สายตาจากคนที่เหลือบเห็บพอดีคล้ายอ่อนโยนขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงการมีความสุขของคนข้าง ๆ ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้


                 “ครั้งก่อนแบมบอกว่าจะเลี้ยงข้าวพี่ใช่ไหม?


                 คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันก่อนจะคลายออกเมื่อความทรงจำที่ตนเคยเป็นคนเอ่ยไว้ผุดขึ้นมา “พี่มาร์คจะให้แบมเลี้ยงอาหารไทยเหรอครับ ถ้างั้นก็เลือกร้านเลยแบมเต็มที่!” ด้วยไม่ว่าครั้งไหนอีกฝ่ายก็เลี้ยงตลอด เที่ยวครั้งนี้ก็ด้วยเหมือนกัน แบมแบมจึงไม่ลังเลที่จะตอบแทนเมื่อมีโอกาส


                 ขับไปไม่นานมาร์คก็ตีไฟเลี้ยวเข้าไปจอดรถที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หันไปมองคนข้าง ๆ ก็เห็นใบหน้าที่แสดงความงุนงงจนมาร์คลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เจ้าตัวจึงเอ่ยขึ้นมา


                 “พี่มาร์คมาซื้อของเหรอครับ?” แบมแบมขยับตัวก้าวลงแล้วหันไปถามคนที่กำลังล็อครถอยู่


                 “ครับ แต่พี่พาแบมมาซื้อนะ” มาร์คหันมาตอบแล้วแตะแขนแบมแบมเบาๆ ให้เดินไป


                 “แบม? แบมไม่ได้จะซื้ออะไรนะครับ” คนที่อยู่ ๆ ก็มีของให้ซื้อโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวกำลังงงอย่างหนัก เพราะจำได้ว่าไม่มีประโยคไหนที่ตนบอกว่าจะซื้อของ จะว่าพูดแล้วจำไม่ได้ก็ไม่น่าจะใช่


                 “ซื้อสิ แบมต้องซื้อของไปทำอาหารไทยให้พี่กินไง แบมบอกเองนะว่าจะเลี้ยงพี่ หรือแบมไม่สะดวก…” มาร์คแสร้งทำเสียงหงอย ซึ่งเป็นเสียงที่ถ้าเพื่อนทั้งสามมาได้ยินคงจะต้องอยากเอาน้ำล้างหูกับสักสามรอบเป็นอย่างต่ำเพื่อฟังใหม่อีกครั้ง เพราะใครจะไปคิดว่าไอ้คนที่ตลอดมามักมีแต่โทนเสียงนิ่ง ๆ เรียบ ๆ ดันมาทำเสียงงุ้งงิ้ง(?)ให้ดูน่าสงสารหรือต้องการความเห็นใจจากใครสักคนนี่มัน...โคตรน่าเหลือเชื่อ!  

 

                 แบมแบมเบิกตากว้างมองคนที่เริ่มก้มหน้าลงคล้ายผิดหวังแล้วก็ให้รู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจ(?) จึงรีบเอ่ยขึ้นทันที


                “ได้ ได้ครับ เดี๋ยวแบมทำให้ทานก็ได้ครับ” ดวงตากลมโตมองคนด้านข้างอย่างกระวนกระวาย ก่อนใบหน้าหวานจะเริ่มมีรอยยิ้มแต่งแต้มเมื่ออีกฝ่ายเงยหนาขึ้นมามอง ดวงตาคมที่ตอนแรกดูหม่นแสงกลับดูคล้ายมีประกายวาววับขึ้นจนแบมแบมต้องกระพริบตาปริบ ๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด หากมองใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งกลับไม่เจอประกายวาววับที่ว่า จึงสรุปว่าตัวเองคงจะตาฝาดไป จึงยิ้มกว้างอีกครั้งแล้วเอ่ยชวนอีกฝ่ายให้เข้าไปเลือกของด้วยกัน


                 น่าเสียดายที่แบมแบมหันหลังเดินเข้าไปก่อน จึงไม่ทันได้เห็นประกายตาวาววับจากดวงตาคมกริบที่จ้องมองแผ่นหลังเจ้าตัวอย่างหมายมาด พร้อมรอยยิ้มที่เกิดขึ้นที่มุมปากของคนที่เมื่อครู่ยังมีสีหน้าเศร้าสร้อยเหมือนหมาที่เลี้ยงมาอย่างประคบประหงมถูกรถชนไปต่อหน้าต่อตาอย่างรอย่างนั้น


                 มาร์คไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้เขาจะสามารถทำอะไรแบบนั้นได้ แต่ก็ทำไปแล้ว คิดทบทวนดูแล้วก็อยากหัวเราะตัวเอง ถ้าคนอื่นรู้เข้าอาจจะคิดว่าเขาถูกผีเข้าแน่ ๆ แต่ครั้นหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังยืนขมวดคิ้วเลือกของสองอย่างในมืออยู่ ใบหน้าคมก็ยิ้มออกมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ก่อนจะเดินเข็นรถเข็นตามคนที่เลือกของได้แล้วพร้อมกับหันมาชวนเขาเดินไปดูของอย่างอื่นต่อ         


                 เมื่อซื้อของเสร็จมาร์คจึงขับรถพาแบมแบมมาที่ห้อง ความจริงของที่จะซื้อมันก็คงไม่เยอะขนาดนี้ หากว่าแบมแบมไม่หันไปถามเจ้าของห้องว่าในห้องมีอะไรบ้าง พอได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไรเลย แบมแบมจึงจัดการหยิบนั่นหยิบนี่วางบนรถเข็นมือเป็นระวิง ส่วนมากจะเป็นของกิน เพิ่มเติมของใช้บางอย่างเข้าไปด้วย มันก็เลยเกินที่คิดไว้ พอจะจ่ายเงิน มาร์คก็ชิงยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานก่อน แบมแบมที่กำลังจะหยิบกระเป๋าเงินออกมาจึงชะงัก เหลือบมองคนแย่งจ่ายแต่ไม่ได้พูดอะไร จนถึงรถนั่นแหละแบมแบมจึงหันไปเอ่ยว่าควรเป็นเจ้าตัวที่ต้องจ่าย  สุดท้ายมาร์คก็แค่ตอบตัดไปว่า


               ‘พี่ให้แบมทำอาหารเฉย ๆ ของทั้งหมดนี่ของพี่ พี่ก็ควรต้องจ่ายเองสิครับ


                 และประโยคนั้นก็ทำให้แบมแบมได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างปลง ๆ เท่านั้น

 





 

                 คนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ควักเงินออกจากกระเป๋าตังค์ กำลังจัดของที่ซื้อมาเข้าตู้เท่าที่จะทำได้ เพราะเจ้าตัวเพิ่งเคยมาที่นี่ หากจะวางหรือจัดตามใจชอบคงไม่เหมาะเท่าไหร่  


                 แบมแบมหันไปชะเง้อมองออกไปนอกห้องครัวครั้งหนึ่ง จึงสรุปได้ว่าห้องนี้เป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร ดูคร่าว ๆ ก็รู้ได้ว่าเป็นห้องที่ใหญ่เกินกว่าจะอยู่คนเดียว เพราะมีทั้งส่วนของห้องรับแขกที่อยู่ตรงกลาง ด้านขวาก็มีห้องแยกไปอีก 2 ห้อง ส่วนด้านซ้ายเป็นห้องครัวและห้องน้ำ ยังไม่นับรวมระเบียงด้านนอกที่ถ้าตาไม่ฝาดเหมือนจะเห็นสระว่ายน้ำด้วย


                 เมื่อจัดของพอไม่ให้รกเสร็จ แบมแบมจึงเริ่มจัดเตรียมวัตถุดิบทำอาหาร คิดไว้ว่าจะทำต้มยำกุ้ง ไข่เจียวหมูสับ ผัดคะน้า เมนูเบสิกสำหรับคนต่างชาติให้เจ้าของห้องทาน แบมแบมเริ่มจากการหุงข้าวก่อน จากนั้นจึงมาตั้งหม้อใส่น้ำเตรียมทำต้มยำ


                 ความจริงแล้วแรก ๆ แบมแบมไม่คิดว่าตัวเองจะทำอาหารได้ แต่หลังจากที่โดนแม่ลากเข้าไปช่วยบ่อย ๆ ประกอบกับเป็นคนช่างสังเกต จดจำ ทำให้เขาเริ่มชอบการทำอาหารไปโดยปริยาย รู้สึกดีและปลื้มใจหากคนที่ได้ทานบอกว่าอร่อยหรือกินด้วยท่าทางมีความสุข จะว่าเป็นอย่างที่สองที่เขาชอบรองจากการถ่ายรูปเลยก็ว่าได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็มีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างเลยไม่มีโอกาสได้ทำจริงจังสักที และทำคราวนี้จึงตั้งใจว่าจะทำเผื่อไปให้เพื่อนข้างห้องทั้งสองด้วย


                 ด้านเจ้าของห้องที่ผละจากแบมแบมมาเก็บของ เมื่อเดินออกมาอีกครั้งได้ยินเสียงกุกกักในห้องครัวจึงเดินไปดู เห็นแบมแบมกำลังสาละวนหยิบนู้นจับนี่แล้วใบหน้าคมก็ดูคล้ายผ่อนคลายขึ้นมาทันใด การได้มาเห็นแบมแบมเดินไปมาในห้องเขามันทำให้รู้สึกได้ถึงความสุขที่ยิ่งเพิ่มขึ้นในหัวใจ ปกติมาร์คอยู่คนเดียว นอกจากตอนที่เพื่อนทั้งสามคนมาแล้ว ห้องนี้ก็จะมีแต่ความเงียบ แต่เหมือนตอนนี้แบมแบมจะทำให้ห้องนี้สดใสมีชีวิตชีวาและดูอบอุ่นขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงทำครัว หรือเป็นเพราะความลำเอียงในใจเขาที่คิดว่าเป็นเพราะแบมแบมกันแน่ที่ทำให้รู้สึกว่าตอนนี้ห้องนี้เริ่มเป็นเสมือนบ้านหลังหนึ่ง


                 คำว่า “บ้าน” สำหรับมาร์คไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้างสำหรับไว้ใช้อาศัยเพียงแค่นอนเท่านั้น เพราะคำว่า “บ้าน” ของมาร์คคือสถานที่รวมตัวของคนในครอบครัว สถานที่ที่อบอวลด้วยความรักความผูกพันของคนที่อยู่ในบ้าน ซึ่งอย่างหลังนั้นสำคัญ เพราะมันทำให้บ้านเป็นบ้านอย่างที่ควรจะเป็น  


                 ความคิดนั้นทำให้สายตาคมที่มองไปยังคนที่บังเอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นดูอ่อนโยน ทั้งริมฝีปากแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วย นับเป็นสายตาและรอยยิ้มที่ทำให้คนมองใจเต้นรัวแรงหอย่างห้ามไม่ได้ นั่นเพราะก่อนหน้านี้แบมแบมรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาจึงเงยหน้าจากการสับหมูจึงเจอช็อตเด็ดเข้าพอดี แล้วแบมแบมก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอียงคอมองกลับมา  ใบหน้าหวานเริ่มลุกลี้ลุกลนก่อนจะรีบก้มหน้าสับหมูต่ออย่างเก้ ๆ กัง ๆ เรียกเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากคนยืนมองได้เป็นอย่างดี เช่นนั้นแล้วมาร์คจึงเดินเข้ามาช่วยเป็นลูกมืออีกแรง


                 แบมแบมอยากจะปฏิเสธ แต่พอสบสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา มันทำให้ไม่สามารถเอ่ยปากปฏิเสธได้เลย ก็สายตาที่ดูคล้ายแมวอ้อนเจ้าของแบบนั้นของอีกฝ่าย จะให้แบมแบมทนได้ยังไง!


                 ถ้าถามยูคยอม ยูคยอมก็จะบอกทันทีเลยว่าไม่แปลกใจที่แบมแบมจะยอมอย่างง่ายดายแบบนี้ เพราะแบมแบมเป็นคนที่แพ้ลูกอ้อน ใครมาอ้อน มาทำตาใสใส่ จากตอนแรกใจแข็งจะอ่อนยวบลงทันที    


                 เมื่อทำอะไรไม่ได้แบมแบมจึงจัดการให้อีกฝ่ายล้างและหั่นผักเตรียมทำผัดคะน้า ตีไข่เตรียมไว้ทอด ส่วนตัวเองก็มาง่วนอยู่หน้าหม้อต้มยำ จัดการโยนวัตถุดิบ ปรุงรสตามสูตร สักพักเมื่อได้ที่แล้วจึงยกหม้อลงมา เตรียมกระทะทำเมนูต่อไป


                 ด้านคนที่กำลังหันผักอยู่นั้น ไม่คิดอีกเช่นกันว่าตัวเองจะทำหน้าหรือสายตาแบบนั้นได้ นี่เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวแปลกใจตัวเอง รู้สึกว่าอะไรที่ไม่เคยทำหรือไม่คิดจะทำ พอมาอยู่กับแบมแบมแล้วมันจะแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ รู้ว่าตัวเองจะทำอะไร แต่ก็ไม่ได้หยุดหรือลังเลที่จะทำ


                 แบมแบมคงจะเป็นคนแรกและคนเดียว (นอกจากคุณนายต้วน) ที่ได้เห็นมาร์คในมุมแบบนั้น


                 ครั้นเมื่อหันไปมองแบมแบมแล้วมาร์คก็ต้องรู้สึกแปลกใจขึ้นมาอีกครั้ง ตอนแรกที่อีกฝ่ายบอกว่าทำได้ เขาก็ไม่คิดว่าจะคล่องขนาดนี้ มันเหมือนคนทำบ่อย ๆ จนถนัดมากกว่าคนที่เคยทำแค่ครั้งสองครั้ง แบบนี้ก็คงเข้าทางคุณนายต้วน เพราะอีกฝ่ายชอบทำอาหารและชอบคนทำอาหารเก่งเป็นพิเศษ


                 เมื่อพ่อครัวจำเป็นทำอาหารเสร็จ จึงมาจัดโต๊ะเตรียมทาน โดยมีลูกมือคอยช่วยและอำนวยความสะดวก ทั้งสองนั่งลงคนละฝั่ง ต้มยำกุ้งส่งกลิ่นหอมอบอวล ไข่เจียวหมูสับสีเหลืองทองดูนุ่มฟูน่าทาน และผัดคะน้ารสชาติดูกลมกล่อมไม่อมน้ำมัน ทั้งหมดดูหน้าตาน่ากิน และพอได้ชิมแล้วมาร์คก็ต้องยิ้มออกมาอย่างถูกใจกับรสชาติ ไม่รู้ว่าต้นตำรับหรือคนอื่นทำจะเป็นแบบนี้ไหม เขารู้แต่ว่าเขาถูกใจและชอบรสชาติที่แบมแบมทำให้ทาน


                 แบมแบมที่ลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนตรงข้ามเห็นเช่นนั้นแล้วจึงยิ้มกว้างออกมาทันที

 





 

                 ทานอาหารเสร็จแบมแบมจึงเก็บจานเพื่อจะนำไปล้าง แต่มาร์คกลับขัดขึ้นบอกว่าจะจัดการเอง ครั้นจ้องหน้าวัดใจกันไปชั่วครู่ สายตาติดจะดุของอีกฝ่ายก็ทำให้แบมแบมยอมแพ้ยกธงขาวไปโดยปริยาย สุดท้ายจึงเอ่ยยืมกล่องถนอมอาหารเพื่อจะนำอาหารที่ทำไว้ไปฝากเพื่อนข้างห้องทั้งสองแทน


                 เมื่อจัดการห่ออาหารเรียบร้อยแล้วแบมแบมจึงเดินออกมาจากบริเวณห้องครัว ตอนแรกคิดจะนั่งรอเจ้าของห้องอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี แต่แบมแบมเกิดเปลี่ยนใจจึงเดินสำรวจห้องอันกว้างใหญ่นี้แทน บริเวณห้องรับแขกไม่มีอะไรมากนอกจากชุดโซฟา ทีวี เครื่องเล่นเกมและแผ่นหนัง แบมแบมจึงเปิดประตูกระจกออกไปบริเวณระเบียงด้านนอกแทน


                 อย่างที่คิดไว้…ด้านนอกมีสระว่ายน้ำขนาดกลาง โดยทางขวาของสระเป็นเก้าอี้ผ้าใบ 2 ตัว ถัดไปเป็นโต๊ะและเก้าอี้กลางแจ้ง 1 ชุด รอบบริเวณมีกระถางต้นไม้และดอกไม้ดูแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตาขึ้น


                  แบมแบมเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงผ้าใบ แหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะตอนนี้ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉานราวกับมีใครเอาสีแดงไประบายทับ ประกอบกับลมที่ค่อนข้างแรงกว่าปกติ ทำให้แทบไม่ต้องเดาเลยว่าในไม่ช้าเม็ดฝนต้องกระหน่ำเทลงมาอย่างแน่นอน




 

 

                 มาร์คที่จัดการงานในครัวเสร็จ เดินออกมาไม่เห็นคนตัวเล็กจึงมองหา ครั้นเห็นอีกคนอยู่ข้างนอกจึงเปิดประตูเพื่อที่จะเดินออกไป แต่แล้วคิ้วหนาก็ต้องเลิกขึ้นนิด เมื่อเปิดประตูระเบียงแล้วเจอแรงลมปะทะเข้ากับใบหน้า ดวงตาคมกริบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่สองขายาวเริ่มก้าวเดินไปหาคนที่กำลังนั่งแหงนหน้าอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบพลางคิด


                 …สงสัยพายุจะเข้า


                 “เข้าไปข้างในเถอะ พี่ว่าฝนกำลังก็จะตก”


                 แบมแบมหันหน้าไปมองคนที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทันที ก่อนจะพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน มาร์คจึงหันหลังเดินนำเข้าห้องเพราะขณะนี้ฝนเริ่มปรอยลงมาแล้ว


                 ทันทีที่ทั้งสองเข้าห้องมาได้เพียงครู่เดียว เม็ดฝนก็พากันกระหน่ำเทลงอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงลมกระทบกับประตูกระจกดังกึกกักเป็นระยะบ่งบอกระดับความรุนแรงของลมพายุได้เป็นอย่างดี แบมแบมมองไปด้านนอกแล้วถอนหายใจ


                 …แล้วจะกลับห้องได้ยังไง


                 เพราะเวลานี้คงจะไม่มีรถสาธารณะหรือรถแท็กซี่ จะให้มาร์คไปส่งแบมแบมก็คิดว่ามันอันตรายเกินไป หันไปมองเจ้าของห้องก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับจะหันมามองเป็นเชิงชวนให้นั่งด้วยกัน และในเมื่อทำอะไรไม่ได้แบมแบมจึงต้องรอให้ฝนหยุดก่อน


                 “อยากดูรูปที่พี่ถ่ายไว้ไหม” มาร์คเสนอขึ้น เพื่อเป็นการฆ่าเวลาที่น่าจะดีกว่าการมานั่งเงียบฟังเสียงฝนอยู่แบบนี้


                 แบมแบมหันมองหน้ามาร์ค ดวงตากลมโตเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงค่อย “ได้เหรอครับ?” เห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มบางเบาทั้งใบหน้าหล่อเหลายังพยักหน้าให้น้อย ๆ ใบหน้าหวานจึงระบายยิ้มจนแก้มทั้งสองข้างขึ้นลูกกลม เป็นภาพที่น่ารักน่าหยิกในสายตาคนมองจนมาร์คอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกมันเบา ๆ ก่อนจะใช้หลังมือลูบแก้มนิ่มที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงจางอย่างน่ามอง


                 แบมแบมชะงักและเบิกตากว้าง ภายในตอนนี้รู้สึกราวกับมีใครมาจุดกองไฟบริเวณแก้มทั้งสองข้างให้ร้อนขึ้นมาแบบปุบปับ และไม่ต้องมองกระจกก็รู้ว่ามันต้องแดงก่ำแน่นอน ซ้ำสายตาพราวระยับของคนด้านข้างก็มากพอจะทำให้แบมแบมต้องรีบก้มหน้างุด และค่อย ๆเบี่ยงตัวจากสัมผัสที่ทำให้ร่ายกายเริ่มปั่นป่วนอย่างห้ามไม่อยู่


                 มาร์คเห็นอย่างนั้นก็ตัดใจผละมือออกอย่างอ้อยอิ่ง หากใบหน้าคมก็ยังคงมีรอยยิ้มเบาบางแต่งแต้มอยู่ จากภาพที่เห็นก็ยังคงมีคำ ๆ หนึ่งที่โผล่มาแทบทุกครั้งในหัว ยามที่เขาได้อยู่ใกล้ชิดหรือได้เห็นปฏิกิริยาอะไรสักอย่างจากอีกฝ่าย


                น่ารัก


                 ครั้นพอได้อิ่มอกอิ่มใจไปบ้างแล้ว มาร์คจึงพาแบมแบมไปดูรูปที่ได้เอ่ยไว้ก่อนหน้านั้น มาร์คเก็บรูปไว้ในคอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงาน ที่จริงห้องนี้ควรจะเป็นห้องนอนอีกห้อง แต่ในเมื่ออยู่คนเดียวมาร์คก็เลยปรับให้เป็นห้องทำงานแทน ในห้องมีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพดีตั้งไว้ทางซ้ายชิดผนังที่มีรูปติดอยู่มากมาย ตรงข้ามประตูมีหน้าต่างบานใหญ่และโซฟากับโต๊ะเข้าชุด ส่วนด้านขวาเป็นที่โล่งซึ่งบนผนังบริเวณนั้นมีรูปที่ติดไว้เกือบเต็มพื้นที่ ทุกรูปบนผนังล้วนแล้วแต่เป็นรูปที่มาร์คถ่ายเอง ภาพไหนสวยหรือชอบก็จะนำไปล้างและเอามาติดไว้


                 แบมแบมเดินเข้าไปมองรอบห้องด้วยสายตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าน่ารักมีรอยยิ้มแต้มอยู่ตลอดเวลายามไล่สายตาสำรวจและเพ่งดูรูปถ่ายมากมายบนผนัง


                 “มานี่สิ” มาร์คที่เดินไปเปิดคอมพิวเตอร์หันไปเรียก สายตาฉายแววเอ็นดูเมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังนั่งยอง ๆ เอียงคอดูรูปถ่ายของเขาอย่างเอาจริงเอาจัง


                 คนที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ก็พลันสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงเรียกของอีกฝ่าย ด้วยเพราะสมาธิทั้งหมดอยู่ที่รูปจนลืมสิ่งรอบข้างไปชั่วขณะ หันไปเห็นคนเรียกกำลังมองมาด้วยสายตาพราวอย่างขบขัน แบมแบมจึงยกมือลูบท้ายทอยแก้เขิน ก่อนลุกเดินไปหาทันที


                 “นั่งนี่สิ” มาร์คพูดพร้อมขยับเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ ก่อนเอื้อมมือไปจับเมาส์แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มรูปบนหน้าจอพลางเอ่ย “นี่รูปที่พี่ถ่ายไว้นานแล้ว ลองดูไปเรื่อย ๆ มีอะไรสงสัยก็ถามได้ หรือถ้าดูหมดแล้วก็เข้าแฟ้มอื่นได้เลย”

                 “ขอบคุณมากครับ” แบมแบมเอ่ยขอบคุณพร้อมรอยยิ้มกว้างด้วยความตื้นตันและดีใจอย่างที่สุด คงไม่ลืมหรอกใช่ไหมว่าแบมแบมนั้นปลื้ม MT93 มาก…  


                 มาร์คพยักหน้าแล้วยีหัวคนตัวเล็กเบา ๆ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหยิบแล็บท็อปออกมาทำงานอย่างอื่น และระหว่างที่ทำงานมาร์คก็ไม่วายหันไปก็หันไปมองอีกคนในห้องที่กำลังเพลิดเพลินกับสิ่งที่ตรงหน้าอยู่เป็นระยะ


                 ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงมองดูนาฬิกาแล้วก็เห็นว่าเป็นเวลาที่ดึกพอสมควร มาร์คจึงเดินออกไปนอกห้อง ครั้นมองไปทางระเบียงแล้วก็ถอนหายใจแผ่ว เมื่อฝนยังคงตกและลมยังคงแรงอยู่เช่นเดิม แบมแบมที่เดินตามออกมามองตามสายตาของคนเป็นพี่แล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้


                 “ฝนยังไม่ซาลงเลยเหรอครับ”


                 มาร์คหันมองคนที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ด้านข้างเมื่อไหร่ มือเล็กที่ยกขึ้นกอดอก คิ้วเรียวที่ขมวดกันจนเกือบเป็นปม ปากอิ่มที่บ่นพึมพำราวกับคำถามเมื่อกี้เป็นเพียงประโยคบอกเล่า ทำให้คนมองยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูระคนขบขัน  


                 “แล้วแบมจะทำยังไงเนี่ย”


                 “ค้างกับพี่ก็ได้ …ถ้าแบมไม่รังเกียจ” มาร์คพูดประโยคที่อยู่ในหัว ความจริงเขาคิดไว้ตั้งแต่ออกมาและเห็นฝนยังไม่หยุดตกแล้ว เพราะถ้าเป็นแบบนี้แบมแบมคงกลับไม่ได้แน่นอน มีทางเดียวคือต้องนอนค้างที่ห้องเขาเท่านั้น        


                   คนถูกชวนเริ่มครุ่นคิด …ดูจากสถานการณ์แล้วคงกลับไม่ได้และนี่ก็ดึกแล้วด้วย


                 “ไม่รังเกียจเลยครับ แบมสิต้องขอบคุณและขอรบกวนพี่มาร์คด้วย”


                 “พี่ยินดี” มาร์คเอ่ยยิ้ม ๆ และโดยที่คู่สนทนาไม่ทันสังเกต ใบหน้าหล่อเหลากพลันปรากฏรอยยิ้มมุมปากและสายตาเปล่งประกายพราวระยับชั่วขณะก่อนจะเลือนหายไป จากนั้นเจ้าตัวจึงเอ่ยต่อเสียงเรียบเรื่อย“อาบน้ำเลยไหม เดี๋ยวพี่ไปเตรียมเสื้อผ้าให้”


                 แบมแบมมองหน้าคนถาม แล้วส่ายหัวน้อย ๆ ตอบ “ไม่ดีกว่าครับ พี่มาร์คอาบก่อนเลย เดี๋ยวแบมไปเอากล่องอาหารเข้าตู้เย็น แล้วกลับไปดูรูปต่ออีกนิดนึง”   


              ได้ยินเช่นนั้นมาร์คก็ไม่ขัด มองตามคนที่พูดจบก็เดินลิ่ว ๆ เข้าครัวไป มาร์คจึงเดินไปทางห้องนอนเพื่ออาบน้ำบ้าง




 

           

                 หลังจากเก็บกล่องอาหารเข้าตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว แบมแบมจึงเดินเข้าห้องไปนั่งดูรูปที่เปิดค้างไว้ ระหว่างรออีกคนอาบน้ำและทำธุระส่วนตัว


                 จากที่ดูมาเกือบทุกสถานที่จะต้องมีถ่ายภาพเก็บไว้หลายมุม เห็นได้จากในหลาย ๆ แฟ้มจะมีรูปที่ดูเหมือนจะซ้ำแต่ก็ไม่ซ้ำเพราะมุมต่างกัน แม้บางภาพจะมีองศาที่แตกต่างกันนิดหน่อย ทำให้หลายคนที่ได้ดูอาจจะไม่สังเกต แต่แบมแบมที่มีวิธีการถ่ายภาพที่คล้าย ๆ กัน นั้นดูออก รูปแต่ละรูปแม้จะต่างกันเพียงนิดเดียวแต่ความรู้สึกที่สื่อได้จากรูปก็อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อาจเป็นเพราะแสงกระทบเลนส์ไม่เท่ากัน มุมกล้องที่คลาดเคลื่อนจากเดิม บรรยากาศที่อาจเปลี่ยนแปลง หรือระยะเวลาที่อาจเปลี่ยนไป ล้วนทำให้รูปใบหนึ่งไม่อาจเหมือนกับรูปอื่นใดที่แม้จะถ่ายจากสถานที่เดิม จากกล้องตัวเดิม กระทั่งถ่ายจากคนคนเดิมก็ตาม และแบมแบมคิดว่ารูปถ่ายทุกใบล้วนมีความหมายในตัวของมันเอง


                 หากยังดูได้ไม่ถึงครึ่งแบมแบมก็หาวออกมา ด้วยอากาศที่เย็นและฉ่ำไปด้วยฝน รวมกับที่วันนี้ตะลอนเที่ยวทั้งวัน ไม่เหนื่อยไม่ง่วงก็ดูจะเกินไปหน่อย แต่ก่อนที่ตาจะปรือและหัวจะสัปหงกไปมากกว่านี้ แบมแบมก็จัดการปิดคอมพิวเตอร์แล้วพาตัวเองไปนอนแปะบนโซฟาเพื่องีบสักนิดหน่อยแล้วจึงค่อยตื่นมาอาบน้ำ


                 ขณะเจ้าของห้องที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ก็มาทันเห็นคนตัวเล็กกำลังจะไถลตัวลงบนโซฟาพอดีคิ้วเข้มจึงเลิกขึ้น พร้อมมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นนิด ตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปปลุกเรียกก่อนคนขี้เซาจะหลับลึกกว่านี้ นั่นเพราะมาร์คไม่ลืมแน่นอนว่าแบมแบมนั้นปลุกยากและขี้เซาแค่ไหน


                 “แบม…ตื่นไปอาบน้ำก่อน”


                 แบมแบมที่กำลังจะขยับหามุมสบายจึงค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมองคนที่กำลังย่อตัวลงมาพร้อมกับมือที่เอื้อมมาเขย่าตัวเขาไปด้วย


                 “…เสร็จแล้วเหรอครับ” แบมแบมพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาหน้าตาก็เริ่มงัวเงีย มือข้างหนึ่งวางยันไว้กับโซฟา ส่วนอีกมือก็ยกขึ้นมาป้องปากที่กำลังจะหาว มาร์คอมยิ้มกับท่าทางของแบมแบม จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนและยื่นมือไปยีผมยุ่ง ๆ ของคนขี้เซา


                 “ครับ ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ของใช้ พี่เตรียมไว้ให้อยู่ในห้องน้ำนะ”


                 แบมแบมพยักหน้าเอ่ยกล่าวขอบคุณเบา ๆ แล้วเดินออกไป มาร์คมองตามจนอีกคนหายไปจากกรอบประตู จึงหันไปจัดการปิดแล็บท็อป ปิดไฟ และเดินออกจากห้อง หากพอก้าวขามาได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นแบมแบมเดินทำหน้างง ๆ ออกมาจากห้องน้ำ เจ้าตัวหันมาเห็นเขาจึงเดินเข้ามาถาม


                 “แบมหาของที่พี่มาร์คเตรียมไว้ไม่เจอ”


                 มาร์คเลิกคิ้ว “พี่หมายถึงห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน…พี่ลืมบอก” แบมแบมร้องอ๋อ พยักหน้าแล้วจึงเดินไป มาร์คมองตามจนอีกฝ่ายเข้าไปในห้องแล้ว จึงเดินไปหยิบน้ำเปล่าออกมาจากตู้เย็นสองขวด หยิบประเป๋าของแบมแบมที่วางไว้ในห้องรับแขกมาถือไว้อีกมือ ตรวจดูประตูหน้าห้องและประตูระเบียง ปิดไฟปิดฮีตเตอร์แล้วจึงเดินเข้าห้องนอนตามไป


                 เมื่อได้อาบน้ำแบมแบมก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แต่ความง่วงก็ยังคงมีมากกว่าอยู่ดี เสื้อผ้าที่พี่มาร์คเตรียมให้ดูจะใหญ่กว่าตัวเขาไปนิดหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จัดการตัวเองเสร็จจึงออกมาทันที เห็นเจ้าของห้องกำลังจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ในมือ ครั้นเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ก็เงยหน้าขึ้นมา


                 “ให้แบมนอนที่ไหนเหรอครับ” แบมแบมเอ่ยถาม เมื่อมองไปรอบห้องแล้วไม่เห็นฟูกปูไว้ตรงไหนเลย หรือให้ไปนอนข้างนอกนะ? แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะแบมแบมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย นอนที่ไหนก็ได้อยู่แล้ว  


                 “นี่ไง นอนตรงนี้กับพี่นี่แหละ” มาร์คตอบเสียงเรียบแล้วมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง มือก็ตบเตียงไปด้วยเป็นเชิงบอกให้รู้ว่า ตรงนี้ นั้นหมายถึงที่ใด


                 แบมแบมเบิกตาขึ้นนิดมองคนพูด แต่ก็เห็นเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่มองมานิ่งเหมือนไม่ได้พูดอะไรผิด แต่มาคิดดูอีกทีมันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรในเมื่อเป็นผู้ชายด้วยกัน แถมเขากับพี่มาร์คก็ยังเคยนอนเตียงเดียวกันมาแล้วด้วย พยักหน้าให้กับความคิดตัวเองแล้วก็จัดการพาตัวเองขึ้นไปบนเตียงเตรียมนอนทันที


                 มาร์คเห็นแบมแบมยอมง่าย ๆ ดวงตาคมกริบจึงกระตุกวาบขึ้นในเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับเป็นนิ่งเรียบปกติแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋ามาให้ส่งให้คนข้าง ๆ พลางเอ่ย “กระเป๋าแบม”


                 แบมแบมหันไปมอง เอ่ยขอบคุณแล้วหยิบกระเป๋ามาเปิดดูโทรศัพท์มือถือ ไม่มีแจ้งเตือนอะไรสำคัญ แบตเตอรี่โทรศัพท์ก็ยังเหลือเยอะอยู่เพราะวันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ จึงยัดเก็บไว้ที่เดิมพร้อมปิดกระเป๋าและวางลงข้างเตียง หันหน้าไปหาคนด้านข้างที่กลับไปจดจ่อกับโทรศัพท์เช่นเดิมแล้วเอ่ย


                 “แบมนอนก่อนนะครับพี่มาร์ค ไม่ไหวแล้ว” พร้อมปิดปากหาวเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่ทราบได้


                 มาร์คละจากหน้าจอโทรศัพท์เอ่ย “อืม…เดี๋ยวพี่ก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”


                 ได้ยินแบบนั้นแบมแบมจึงล้มตัวลงนอน ยื่นมือลงจับผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว


                  ผ่านไปสักพักจนแน่ใจว่าคนข้างกายหลับแล้วแน่นนอน มาร์คจึงวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียง เอียงคอไปมาเล็กน้อยขจัดความปวดเมื่อยจากการนั่งก้มหน้านาน ๆ เมื่อกี้เขาคุยกับพวกแจ็คสัน มันไลน์มาถามเรื่องเที่ยววันนี้ ครั้นบอกไปว่าคืนนี้แบมแบมนอนค้าง พวกมันก็พากันถล่มถามแทบจะไล่อ่านไม่ทัน ดีที่ปิดเสียงเตือนไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้รำคาญแน่ ๆ มาร์คส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันมองด้านข้าง เพียงแค่นั้นใบหน้าคมพลันอ่อนละมุมยามเห็นใบหน้าน่ารักที่นอนหลับสบายอยู่ข้างกาย มือหนายื่นมือไปลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา มุมปากพลันยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมารวมถึงเหตุการณ์ในวันนี้


                 มาร์ครู้ได้เลยว่าวันนี้เขายิ้มและหัวเราะมากกว่าปกติ รู้ได้เลยว่าตัวเองมีความสุขเมื่อมีแบมแบมอยู่ข้างกาย หัวใจที่เคยเต้นในอัตราจังหวะที่คงที่มาตลอดกลับเต้นถี่กว่าที่เคย ไม่ว่าแบมแบมจะทำอะไรหรือเอ่ยอะไรก็ดูน่ารักน่ามองไปหมด ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นหรือคิดเหมือนเขาหรือเปล่า แต่มาร์คคิดอย่างนั้นจริง ๆ


                 ส่วนตัวเขามองว่าแบมแบมเป็นคนนิสัยง่าย ๆ สบาย ๆ นั่นถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แบมแบมเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและเป็นที่น่าเอ็นดู แต่สิ่งสำคัญคือภายใน แม้ภายนอกแบมแบมจะดูเป็นคนสบาย ๆ เหมือนไม่สนใจอะไร แต่เขารู้สึกได้ว่าแบมแบมเป็นคนคิดเยอะและคิดมาก แต่เจ้าตัวเลือกที่จะไม่แสดงออกมา อาจเพราะไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง นั่นคือสิ่งที่เขาคิด และอีกอย่างที่สังเกตได้คือแบมแบมเป็นคนมีเหตุผล มีความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ และสามารถจัดการมันได้ในแบบของตัวเอง (แม้บางอย่างจะทำให้เขาหงุดหงิดไปบ้างก็ตามที)


                 นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสนใจอีกฝ่าย กระทั่งมันพัฒนาเป็นความว่าชอบ สุดท้ายก็เปลี่ยนคำว่า …รัก


                 มาร์คยอมรับว่ามันอาจจะดูเร็วไปบ้างที่จะใช้คำนี้ แต่เขารู้ตัวเองดีว่าตอนนี้คิดยังไงหรือว่ารู้สึกยังไงกับใครสักคน โดยเฉพาะคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เขา ในห้องเขาตอนนี้


                 มองคนที่ยังคงหลับตาพริ้มดูสบาย มือจากที่ลูบหัวอยู่ก็เลื่อนลงมาแตะเบา ๆ ที่แก้มนุ่มนิ่ม ก่อนใบหน้าคมจะขยับยิ้มเมื่ออีกฝ่ายขยับใบหน้าเข้าหาเบา ๆ คล้ายหาความอบอุ่นจากสิ่งที่สัมผัสเจ้าตัวอยู่


                 และเสียงเตือนจากโทรศัพท์ก็ทำให้มาร์คต้องตัดใจผละมือและสายตาออกจากแบมแบมแล้วหันไปหยิบมาเปิดดู เป็นข้อความไลน์ของยูคยอมที่ส่งมาแซวและบอกให้เขารีบทำอะไรสักอย่าง แม้จะบอกเพียงแค่นั้นแต่มาร์คก็พอจะเดาได้ จึงละสายตาจากหน้าจอไปมองคนข้างตัว


                 ข้อเสียจากการที่แบมแบมเป็นที่รักและเอ็นดูทำให้เขามีคู่แข่งเยอะ มาร์คคิดแล้วก็ถอนหายใจออกมา วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินไปปิดไฟและกลับมานอนบนเตียง


                 มาร์คตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้งหลังจากครุ่นคิดเกี่ยวกับข้อความของยูคยอม ความเป็นไปได้ ประกอบกับปฏิกิริยาการตอบสนองของแบมแบมในวันนี้ เขาคิดว่าควรจะต้องบอกให้แบมแบมรู้ชัดเจนไปเลยว่าเขาคิดยังไง ถ้ามันออกมาดีก็ถือว่าโชคดี หากว่ามันออกมาเลวร้าย…ก็คงจะต้องยอมรับและพยายามต่อไป …เท่านั้นเอง


                 มาร์คปัดความคิดในสมองแล้วหันไปหาตัวต้นเหตุที่ทำให้ต้องมาคิดกังวล แบมแบมพลิกตัวหันหน้ามาทางเขาและกำลังพยายามขดตัวกับผ้าห่มเพราะความหนาวเย็นทั้งที่ในห้องก็เปิดฮีตเตอร์อยู่ ทำให้มาร์คมุ่นหัวคิ้วน้อย ๆ ก่อนดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาแวบหนึ่ง


                 ไม่มีความลังเลใด ๆ บนใบหน้าคม เพราะมาร์คนั้นพาร่างกายขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายทั้งยังวาดแขนไปที่เอวบางราวกับเป็นเจ้าของ ก่อนค่อยๆ ดึงตัวอีกคนเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแทนการปรับฮีตเตอร์ที่น่าจะเป็นวิธีที่คนทั่วไปทำเพื่อคลายความหนาวเย็น


                 ถ้าจะให้อธิบายการกระทำที่ดูรุ่มร่ามและฉวยโอกาสของมาร์คแล้ว นั่นก็คงเป็นเพราะความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ทำให้มาร์คไม่สนใจจะปรับฮีตเตอร์แต่ใช้ตัวเองเป็นเครื่องทำความอุ่นให้อีกคนแทน คนฉวยโอกาสแย้มยิ้มมุมปากกับตัวเอง ก้มลงมองคนในอ้อมแขน ก่อนจะยกมือขึ้นปัดผมหน้าม้าแล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนเบา ๆ หากแต่แนบแน่น และเนิ่นนาน…


                  ใบหน้าคมค่อย ๆ ผละออกมามองใบหน้าหวานน่ารักด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าเอาคางเกยหัวคนตัวเล็กที่กำลังซุกซบใบหน้าและขยับหาความสบายในอ้อมกอดเขาไปด้วย เมื่อได้ที่แล้วก็นอนนิ่งจนมาร์คหมั่นเขี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาจึงก้มลงไปฝังจมูกกับผมสีบลอนด์แรง ๆ หนึ่งที อดจะคิดกับตัวเองไม่ได้ว่านี่ถือเป็นโชคดีของเขาหรือเปล่าที่แบมแบมเป็นคนขี้เซา


                 มาร์คทอดมองคนในอ้อมกอดนิ่ง ดวงตาคมฉายแววรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด มองอยู่อย่างนั้นสักพักจึงเริ่มปิดเปลือกตาเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนในอ้อมกอดไป       




___________________________________________________________________________________________  Talk (Rewrite Ver.)

          พี่มาร์คคนนิสัยไม่ดี! ชอบฉวยโอกาสกับน้องงง #แต่ทำบ่อยๆ ก็ดีนะคะ #ชอบ #ทีมพี่มาร์ค #ทีมคนฉวยโอกาส



           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2824 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 09:54
    โหหหหหหพี่มาร์คคคคค เอาใหญ่เลยนะๆๆๆๆๆๆๆ >///<
    #2824
    0
  2. #2802 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:35
    หมอนกะจุยอะ เขิลลลลล 55555
    #2802
    0
  3. #2789 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:01
    พี่เอ้ย
    #2789
    0
  4. #2776 Pimtcnct (@18102545) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:00
    ทำไมมันละมุนอบอุ่นขนาดนี้ แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #2776
    0
  5. #2769 Name _filmmy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 14:10

    ละมุนอย่างแรงงงงงงง

    #2769
    0
  6. #2757 BowLoveBaByBam (@BowLoveBaByBam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 17:36
    กี๊ดดดดดกกกก นี้ทำแบบนี้ค้องมาขอน้องเลยนะคะะะ!!!
    #2757
    0
  7. #2728 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:28
    ทำไมละมุนนนนนนน ฮิตเตอร์ไม่ต้องแล้วววว มาร์คอบอุ่นขนาดนี้
    #2728
    0
  8. #2700 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 17:10
    อบอุ่นไปด้วยเลยค่ะ แงงง
    #2700
    0
  9. #2675 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 16:59
    ให้แม่มาขอน้องเลยนะมาร์คต้วน
    #2675
    0
  10. #2627 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 18:36
    งื้อออออออ ตอนนี้ละมุนอย่างแรง >.<
    #2627
    0
  11. #2592 hept (@SWOONNER_BT) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:12
    ฉวยเยอะๆเลยค่ะ
    #2592
    0
  12. #2460 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 19:13
    ร้ายเงียบนะ มาร์ค
    #2460
    0
  13. #2458 Sudarat Pairo (@sudarat_fah) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 14:05
    ร้ายนักก65555
    #2458
    0
  14. #2454 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 12:26
    อ๊ายยยยย พี่มาร์คร้ายกาจจจ ><
    #2454
    0
  15. #2453 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 07:29
    ชอบค่ะ รุกบ่อยๆนะคะพี่มาร์ค5555555
    #2453
    0
  16. #2452 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 04:19
    มาร์ครุกเลย5555
    #2452
    0
  17. #2313 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:21
    ไม่ค่อยเลยนะพี่มาร์คแหมๆๆๆๆๆ ไหนละพ่อคนเย็นชา พี่คนเงียบครึมหึ
    #2313
    0
  18. #2282 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 10:39
    คนเจ้าเล่ห์!
    #2282
    0
  19. #2259 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 23:59
    ดูเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกวันนะคะพี่มาร์คคค
    #2259
    0
  20. #2120 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 01:07
    วันนี้พี่มาร์คกำไรสุดๆ อิอิ
    #2120
    0
  21. #2029 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 22:49
    อะไรๆมันก้อดลใจไปซะหมด คิคิ ฟินเลยสิพี่มาร์ค ได้กำไรตลอดด
    #2029
    0
  22. #1957 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:39
    พี่มาร์คเคลิ้มเชียวนะแก น้องตื่นมาจะตกใจไหมเนี่ย
    #1957
    0
  23. #1862 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:52
    แกนี่ลวงเด็กรึเปล่ามัคคึ
    #1862
    0
  24. #1529 bestye (@bestyespd) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 01:57
    ร้ายกาจมากกกกกกกกกฮรืออออ
    #1529
    0
  25. #1514 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 00:00
    ไม่มีบทพูดแต่อ่านแล้วรู้สึกดีนะ มันลื่นสมูท ไม่ต้องพูดมากก็ได้ 5555 แบมขี้เซามากกกกกกกกกกกก
    #1514
    0