เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 13 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    8 ก.ย. 59




บทที่ 11

Unravel


 


                 ในที่สุดก็ถึงปิดคอร์สเรียน นั่นทำให้หลังจากวันนี้ นอกจากทำงานที่ร้านแล้วแบมแบมจะมีเวลาว่างมากขึ้น แต่นั่นไมใช่ประเด็น ประเด็นจริง ๆ ก็คือจนถึงตอนนี้แบมแบมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะยังไงต่อ บอกตรง ๆ ว่ากลัวใจคนที่ส่งเขามาเหลือเกิน


                 ตอนนี้แบมแบมอยู่ระหว่างทางกลับห้อง ช่วงบ่ายว่างยาวเพราะไม่ได้เข้างาน จึงแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของเข้าห้อง หลังจากจอดจักรยานเรียบร้อยแล้ว จึงเดินเอื่อย ๆ เข้าไปด้านในที่ตอนนี้คนค่อนข้างบางตาเพราะยังเป็นช่วงทำงานอยู่


                 แบมแบมเลือกหยิบตะกร้าที่วางอยู่ริมทางเข้าแทนการเข็นรถเพราะคิดว่าคงจะซื้อของไม่เยอะ เดินไปที่โซนของใช้ทั่วไป หยิบแชมพู ครีมนวดผม สบู่ แป้งเด็ก กับของจุกจิกอีกนิดหน่อย เมื่อครบตามลิสต์แล้วก็เดินไปยังโซนของกินเป็นการปิดท้าย


                 ถ้ามีเวลาแบมแบมก็อยากจะทำอาหารกินเอง แต่เพราะหอที่พักอยู่ค่อนข้างมีข้อจำกัดในเรื่องนี้ ทำให้ไม่สามารถประกอบอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้ ที่ทำได้ก็มีเพียงแค่อาหารที่ทำง่าย ๆ เช่น ออมเล็ต สปาเก็ตตี้ สุกี้ ซึ่งก็ต้องมีกระทะไฟฟ้าเป็นของตัวเอง ส่วนอาหารที่มีกลิ่นฉุนนั้นเป็นสิ่งที่ควรจะต้องหลีกเลี่ยง เพราะการอยู่หอพักเล็ก ๆ ที่มีเพื่อนข้างห้อง หากทำอาหารที่มีกลิ่นฉุนอาจเป็นการรบกวนได้ และนั่นคือสิ่งสำคัญ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบใจกับการถูกรบกวนไม่ว่าจะเป็นการรบกวนด้วยกลิ่นหรือเสียงก็ตาม สังคมในเมืองใหญ่ผู้คนจะไม่ค่อยใส่ใจกันและกันนัก ต่างคนต่างอยู่ หากก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างไว้บ้าง


                 และนั่นเป็นเหตุผลที่แบมแบมได้พูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนข้างห้อง หากเปิดประตูออกมาเจอกัน หรือเดินผ่านกันก็มีทักทายพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบบ้าง


                 คนที่อยู่ข้างห้องขนาบข้างทั้งสองด้านของแบมแบมเป็นนักศึกษาที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวทั้งสองคน และทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนกันอีกด้วย ทั้งคู่ดูเหมือนคนมีโลกส่วนตัวสูง แต่แปลกที่สามารถนั่งคุยกับแบมแบมได้เป็นชั่วโมง แถมยังคุยเก่งเหมือนรู้จักกันมานานอย่างไรอย่างนั้น  ซ้ำพอรู้ว่าเพื่อนข้างห้องคนใหม่มาจากประเทศไทย ก็พากันตื่นเต้นรีบบอกว่าเคยไปเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว ติดใจและชอบประเทศไทยมาก โดยเฉพาะอาหารไทย แถมยังพากันถามด้วยแววตาเป็นประกายคาดหวังว่าแบมแบมจะทำอาหารไทยเป็น พากันกรูเข้ามาใกล้แล้วจับแขนแบมแบมไว้คนละข้างให้คนถูกถามงุนงงไปตามระเบียบก่อนจะหลุดขำออกมานิกหน่อยแล้วบอกไปว่าทำได้นิหน่อยแต่คงทำที่นี่ไม่ได้ ได้ยินอย่างนี้ทั้งคู่คงรู้สึกขัดใจไม่น้อย  


                 ดู ๆ ไปแล้วแบมแบมถือว่าตัวเองนั้นค่อนข้างโชคดี ที่ได้เจอได้รู้จักแต่กับคนดี ๆ แต่ก็อย่างว่า โลกเราไม่ใช่จะมีแต่คนดี และไม่ใช่ว่าแบมแบมจะไม่เคยเจอคนไม่ดี หากเจอก็เพียงแค่รับรู้แต่ไม่คิดจะสนใจ เพราะถือคติว่าจะไม่แคร์สิ่งใดหรือคนใดก็ตามที่ไม่ประสงค์ดีทั้งที่ไม่รู้จักตัวเขาจริง ๆ นี่ถือเป็นเกราะป้องกันจิตใจอย่าหนึ่งที่ได้ผลสำหรับแบมแบม เพราะถ้าเรามัวแต่ไปคิดมาก นอกจากมันจะทำร้ายตัวเองแล้วก็ยังทำร้ายคนที่รักเราทางอ้อมอีกด้วย

                 ความจริงแบมแบมเข้าใจว่าบ่อยครั้งนิสัยที่ไม่สนใจอะไรสุดโต่งแบบนี้ก็ทำเอาคนรอบข้างเป็นห่วงเหมือนกัน อย่างเรื่องโพสอิท เอาจริง ๆ แล้ว แบมแบมแค่ไม่สนใจคนที่ไม่ชอบเจ้าตัวเท่านั้น แต่สำหรับคนที่รักและเป็นห่วงนั้นแบมแบมใส่ใจเสมอ


                 คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเมื่อเดินมาถึงโซนอาหารแบมแบมจึงกลับมาให้ความสนใจกับการเลือกของต่อ


                 “แบมแบม!


                เจ้าของชื่อที่กำลังจะหยิบถุงขนมพลันชะงัก ก่อนจะเงยหน้าหันไปมองทางต้นเสียงที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมกับตะกร้าในมือที่มีของถูกบรรจุอยู่เต็มไปหมด


                 “บีไอ สวัสดีครับ”


                 คนที่กำลังเดินเข้ามายิ้มกว้างแล้วตอบ “สวัสดีครับ”


                  บีไอที่แค่แวะมาซื้อของเข้าบ้านไม่คิดว่าจะได้เจอแบมแบมก็ปิดความดีใจไว้ไม่อยู่ แม้จะรู้ว่าแบมแบมคิดยังไงและกำหนดความสัมพันธ์ของเราแบบไหนก็ตาม หากแต่ความจริงที่ช่วงนี้เขามีธุระให้จัดการเลยทำให้ไม่ค่อยได้ไปที่ร้าน พลอยทำให้ไม่ได้เจอแบมแบมไปด้วย


                 ก็อย่างที่บอกว่าถูกชะตา ไม่ใช่ว่าทำใจได้เร็ว แต่ด้วยความที่เผื่อใจไว้แล้ว ทำให้ตอนนี้เขามองแบมแบมเป็นเพื่อนเป็นน้องชายคนหนึ่งที่อยากจะห่วงใยและดูแล …เท่านั้นเอง


                 แต่ด้วยเหตุนี้ ทำให้มันมีเรื่องที่เขาไม่สบายใจ และมันเกี่ยวกับอีกฝ่ายโดยตรง จนเขาอยากเจอและคุยกับแบมแบม และในเมื่อวันนี้โชคดีได้เจอจึงถือโอกาสที่จะได้คุยไปเลย


                 “แบมว่างไหม ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย”


                 แบมแบมมีสีหน้างุนงงเมื่ออยู่ ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ในเมื่อบ่ายวันนี้ว่างอยู่แล้ว จึงตอบรับไป


                 “ได้สิครับ”

 

 





                 สวนสาธารณะตรงข้ามซูเปอร์มาร์เก็ตดูเป็นตัวเลือกที่ดีในการมานั่งคุยแบบสบาย ๆ พร้อมด้วยกาแฟหรือชาจากตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติคนละกระป๋อง แบมแบมและบีไอ หอบหิ้วของมาหย่อนตัวลงบนม้านั่งตัวหนึ่งใต้ร่มไม้ภายในบริเวณสวนสาธารณะ


                 แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาบ่ายที่มีแดดจัด แต่ลมที่พัดเข้ามาทำให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าวนัก นอกสายลมที่แทรกผ่านต้นไม้ใหญ่ และพุ่มดอกไม้รอบสวนจะหอบเอาความสดชื่นมาปะทะให้รู้สึกเย็นใจแล้ว หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามต้นหญ้า กลิ่นดิน และกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ลอยคลอเข้ามาปะทะจมูก ยิ่งทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก


                 แต่ไม่รู้เพราะบรรยากาศที่ผ่อนคลายเกินไปหรือเพราะเรื่องที่จะคุยมันฟังดูลำบากใจ เพราะตั้งแต่มาถึงคนที่บอกว่าจะคุยก็ยังไม่ได้เริ่มพูดหรือเอ่ยอะไรออกมา ด้านแบมแบมก็เพียงนั่งรอเท่านั้น


                 บีไอเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะแล้วก็ได้ถอนหายใจหนัก เจ้าตัวรู้ว่าตอนนี้เขากำลังเริ่มทำให้อีกฝ่ายเสียเวลา แต่พอมองใบหน้าหวานแล้วก็ยังพอใจชื้นขึ้นมาบ้างที่แบมแบมไม่มีท่าทีรำคาญหรือส่งสัญญาณกดดันให้เขารีบพูดธุระสักที นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าเรื่องที่กำลังจะพูดจะทำให้แบมแบมมีปฏิกิริยาตอบกลับมาแบบไหน ในเมื่อไม่ว่าจะสถานะเพื่อนหรือพี่ชายของเขาในตอนนี้ มันยังไม่มั่นคงพอจะเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มก่อตัวนี้เท่าไหร่นัก แต่เพื่อความสบายใจทั้งของตนเองและของอีกฝ่ายบีไอจึงตัดสินใจได้ในที่สุด


                 “แบมแบม…ช่วงนี้มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นบ้างไหม”


                 แบมแบมที่กำลังนั่งเหม่ออยู่เมื่อได้ยินเสียงคนด้านข้างก็สะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นการบ่งบอกว่างงกับคำถามที่อีกฝ่ายถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นนี้


                 คนถามเห็นท่าทางเช่นนั้นก็พอจะเข้าใจ จึงเอ่ยถามอีกรอบ แต่เปลี่ยนประโยคให้สามารถสื่อสารได้เข้าใจและชัดเจนกว่าเดิม “ก็แบบ...ช่วงนี้รอบตัวแบมมีอะไรแปลกไปไหม อย่างมีคนส่งของแปลก ๆ ให้ อะไรแบบนั้นน่ะ”  ถามไปก็กลั้นใจไป รู้สึกได้เลยว่าตัวเองหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง ซ้ำชั่วขณะนั้นบีไอก็รู้สึกได้เลยว่าคนที่เขาถามเบิกตากว้างขึ้นนิด ทำหน้าครุ่นคิด สักพักก็พูดขึ้น


                 “ก็…ครับ ช่วงนี้ก็มีคนส่งโพสอิทแปลกมาให้ แล้วก็ส่งตุ๊กตาให้ตัวหนึ่ง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วครับ มีอะไรหรือเปล่า?” แบมแบมตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ และเริ่มเดาได้ว่าอีกฝ่ายอยากพูดอะไร


                 ก็ในเมื่อเขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังนอกจากเพื่อนทั้งสองและพี่ ๆ อีกสี่คน ซ้ำยังมั่นใจว่าจะไม่มีใครเอาไปเล่าต่อแน่นอน ในเมื่อเป็นแบบนี้คนที่รู้ก็เหลือแค่คนทำหรือไม่ก็คนที่รู้จักคนทำ ซึ่งแบมแบมสามารถตัดข้อแรกไปได้สำหรับคนข้าง ๆ ซึ่งมันก็เหลือข้อที่สอง แต่รู้จักในแบบไหนนี่สิ


                  บีไอได้ยินคำตอบแล้วก็ต้องก้มหน้าหลับตาแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆ


                 …แบบนี้คงไม่ผิดคนแล้วล่ะ


                 ครุ่นคิดถึงความเป็นจริงแล้วบีไอก็ได้แต่รู้สึกผิดต่อคนข้าง ๆ เรียบเรียงคำพูดในหัวอยู่ชั่วครู่ ก็เงยหน้าขึ้นไปมองแบมแบมด้วยสายตาที่แสดงถึงความลุแก่โทษ พร้อมเอ่ย


                 “คนที่ส่งให้แบม น่าจะเป็น เฮ้อ…” อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกลั้นใจพูดเสียงแผ่ว “เป็นน้องสาวผมเอง”


                 “น้องสาว?” แบมแบมเอ่ยทวน ยอมรับกับตัวเองว่าแปลกใจ เพราะที่คิดไว้ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด ก็…น้องสาวเนี่ยนะ?


                 “คืออย่างนี้ครับ น้องสาวผมติดผมมาก อาจจะเห็นว่าช่วงนี้ผมมาหาแบมบ่อย ๆ ตอนแรกผมก็ไม่สงสัยอะไร แต่พอดีผมบังเอิญไปเจอโพสอิทที่แกเขียนแล้วคงจะลืมทิ้งไว้ ก็เลยลองมาถามแบมดูก่อน …สรุปแล้วมันก็เป็นความจริง ยังไงผมก็ขอโทษแทนน้องด้วยนะครับ” บีไอ พูดไปเสียงก็เบาลงไปเรื่อย ๆ เห็นคนข้าง ๆ ไม่ตอบอะไรก็พาลให้คิดว่าอีกฝ่ายคงจะโกรธและไม่พอใจอยู่มากโข เป็นเขาก็คงจะรู้สึกไม่พอใจเหมือนกัน เพราะอยู่ดี ๆ ก็โดนแบบนี้ ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้หรือทำผิดอะไรด้วยซ้ำ หากกำลังจะเอ่ยปากขอโทษอีกครั้งแบมแบมก็เอ่ยขึ้นมาก่อน


                 “ไม่เป็นอะไรหรอกครับ” แบมแบมเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ความจริงก็ไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้ว่าใครทำก็ดี จะได้แก้ปัญหาได้ ยิ่งถ้าเป็นแบบนี้ แบมแบมคิดว่าเขาคงไม่ต้องทำอะไร ในเมื่อตัวต้นเหตุรู้เรื่องเขาก็คงไปจัดการกันเอง แบมแบมเองก็ไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งด้วยเท่าไหร่ เพราะมันดูจะวุ่นวายซะเปล่า ๆ


                 แทนที่ได้ยินเจ้าทุกข์ว่าอย่างนั้นแล้วคนต้นเหตุจะสบายใจ บีไอกลับยิ่งรู้สึกผิด ในความคิดเขา อย่างน้อยถ้าแบมแบมด่าว่าบ้าง เขาก็คงจะรู้สึกดีกว่านี้ แต่นี่ไม่ว่าแถมยังไม่เอาเรื่องอีก ถึงแม้จะยังไม่มีอะไรเลยเถิดถึงขั้นเจ็บตัว แต่เขาก็ไม่สบายใจอยู่ดี มองใบหน้าหวานที่ไม่มีเค้าของความประชดประชันหรือโกรธเคืองแล้วก็ทำให้บีไอตัดสินใจ…  


                 “พรุ่งนี้แบมไปทำงานที่ร้านไหม?


                 แบมแบมเลิกคิ้วนิด ที่อีกฝ่ายก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน แต่ก็ตอบคำถาม “ไปครับ ไปตอนบ่าย”


                 “เลิกงานตอนเย็นใช่ไหม?


                 “ครับ…มีอะไรหรือเปล่า?


                 “โอเค งั้นตอนนี้ผมต้องขอตัวก่อน เจอกันพรุ่งนี้ครับ” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนหยิบข้าวของแล้วเดินจากไปทันที ทิ้งให้แบมแบมได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ มองตามหลังคนที่รีบเร่งเดินจากไปด้วยความงุนงง





 

 

                 แบมแบมถึงห้องหลังจากหลังจากผ่านเหตุการณ์ชวนงงในสวนสาธารณะได้สักพัก นึกถึงเรื่องที่คุยกับบีไปแล้วก็เริ่มรู้สึกโล่งที่ปัญหากำลังจะคลี่คลาย และจะได้บอกคนอื่น ๆ ให้เลิกระแวงกันสักที


                 ว่าแล้วแบมแบมก็อดคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ไม่ได้ และมันยังเป็นอีกเรื่องที่ตัวเขาควรต้องคิดทบทวน


                 เรื่องของเรื่องคือ อยู่ ๆ แจ็คสันกับจินยองก็มาที่ร้านแค่สองคนในช่วงเวลาใกล้ปิดร้าน ซ้ำยังตรงดิ่งเข้าหาแบมแบม พร้อมบอกจุดประสงค์ว่าที่มาก็เพื่อมาคุยกับแบมแบมโดยเฉพาะ


                 …เพื่อคุยเรื่องมาร์ค


                 ตอนแรกแบมแบมนั้นก็ไม่เข้าใจ ในเมื่อมาร์คกับเจ้าตัวก็ไม่ได้มีปัญหาหรือมีเรื่องขัดเคืองกัน จนฝ่ายที่มาคุยต้องเริ่มเอ่ยเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว


               “แบมแบม ที่จริงพี่ไม่คิดจะก้าวก่ายเรื่องของมาร์คมันหรอกนะ แต่พวกพี่อยากช่วยมัน”


                 “ช่วยอะไรครับ?


                 “เอาอย่างงี้ ตั้งแต่ที่รู้จักมาร์คมา แบมว่ามันเป็นคนยังไง” แจ็คสันถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ปรับให้เข้าสู่โหมดจริงจังที่นานปีจะมีสักครั้ง


                 “ก็…เป็นคนเงียบ ๆ นะครับ แต่ก็อ่อนโยน …ใจดี” แบมแบมให้คำจำกัดความมาร์คในแบบที่เจ้าตัวรู้จักแบบสั้น ๆ เรียกสีหน้าเหวอของอีกสองคนได้เป็นอย่างดี และก็เป็นแจ็คสันที่อดไม่ได้ต้องเอ่ยถามซ้ำ


                 “แบมไม่คิดว่ามันแปลกเลยเหรอ?” นั่นเพราะพอได้ยินคนพูดถึงมาร์คแบบนี้แล้วก็อดที่จะขนลุกไม่ได้


               อ่อนโยน? ใจดี? ใครวะ!


                 “ก็ไม่นะครับ มีอะไรหรือเปล่า? คนถูกถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำหน้างงแล้วถามกลับ หากครั้นพอถามบ้าง กลับไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ถาม จึงเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนานี้ชักจะแปลกขึ้นทุกที


                 “พูดกันตรง ๆ เลยนะแบม ไอ้มาร์คที่แบมรู้จักกับไอ้มาร์คที่พวกพี่รู้จักมันไม่เหมือนกัน มาร์คที่แบมรู้จักอ่อนโยน ใจดี เงียบ ๆ ใช่ไหม แต่มาร์คที่พวกพี่รู้จักมันไม่ได้อ่อนโยน ใจดี กับคนอื่นแบบนี้ มันเป็นคนเย็นชาด้วยซ้ำ ถึงแม้จะเงียบแต่มันไม่ได้เงียบแบบที่มันเงียบกับแบม มันจะเงียบเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้คนอื่นรู้ว่ามันไม่อยากจะเสวนาหรือคุยด้วย แบบ…อย่ายุ่ง อย่าเข้าใกล้ อะไรแบบนี้น่ะ”


               จินยองที่คิดว่าถ้าแจ็คสันมันมัวแต่ถามอ้อมไปอ้อมมาแบบนี้ วันนี้ก็คุยกันไม่จบแน่นอน  เลยตัดสินใจตัดบทสนทนาของแจ็คสันแล้วพูดมันตรง ๆ


                 “แล้วก็นะ ที่พี่อยากจะบอกคือ ตั้งแต่ที่พวกพี่รู้จักกันมันมา ซึ่งก็นานพอสมควร มันไม่เคยอ่อนโยน ใจดี แบบนี้กับใครเลยสักคน แบมน่าจะเข้าใจที่พี่ต้องการจะสื่อนะพูดไปก็ดูปฏิกิริยาของคนถูกถามไปด้วย


                มันเป็นความจริงที่ถึงแบมแบมอาจจะซื่อไปบ้าง แต่เจ้าตัวก็เข้าใจราง ๆ ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการบอกบอก นั่นทำให้แบมแบมต้องก้มหน้าเม้มปากแน่น มือที่วางไว้บนตักกำเข้ากับผ้ากันเปื้อนที่เป็นเครื่องแบบของร้านจนยับยู่ยี่ ท่าทางที่ไม่อาจเดาความคิดได้เช่นนี้ทำให้จินยองเริ่มทำตัวไม่ถูก แต่ก็กลั้นใจเอ่ยต่อ


                 “ที่พี่มาพูดกับแบมแบบนี้พี่ก็กลัวแบมจะหลบหน้ามาร์คเหมือนกันนะ แต่พี่ไม่อยากให้แบมเข้าใจว่ามาร์คอ่อนโยน ใจดีกับคนอื่นเหมือนที่ทำกับแบม ซึ่งมันไม่ใช่เลย และพวกพี่ก็อยากขอ ถึงมันจะฟังดูเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว ถ้าตอนนี้แบมยังไม่คิดอะไรกับมาร์คก็ไม่เป็นไร แต่อย่าหลบหน้ามันได้ไหมคุยกับมันเหมือนเดิม คิดซะว่าวันนี้พวกพี่ไม่ได้มาพูดอะไรกับแบม


               จินยองพูดแล้วก็คอยเหลือบมองคนตัวเล็กไปด้วย แต่แบมแบมก็ยังไม่เงยหน้าหรือตอบอะไรพวกเข้าอยู่ดี จนแจ็คสันที่เริ่มจะใจเสียต้องพูดขึ้นมาด้วยอีกคน


                 “ถึงมาร์คมันจะดูเย็นชาแต่มันก็เป็นคนดี พวกพี่อยากช่วยมันจริง ๆ ถึงกล้าเสี่ยงมาพูดเรื่องนี้กับแบม พี่ไม่ได้หวังให้แบมใจอ่อนทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ พวกพี่แค่อยากให้แบมรับรู้ไว้เท่านั้น… พวกพี่ก็ทำได้เท่านี้ สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับมาร์คและแบมเองนั่นแหละ”


               ยิ่งได้ฟัง ความคิดและความรู้สึกของคนที่นั่งก้มหน้าตอนนี้ยิ่งตีกันวุ่นวาย มันมีทั้งอารมณ์สับสน งุนงง ไม่เข้าใจ เขิน ผสมปนเปกันไปหมด แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่มันตีตื้นขึ้นมาในอกจนแซงหน้าทุกอย่างคือ …ความดีใจ


               ดีใจอะไรน่ะเหรอ? …ก็ไม่รู้สิ



                 “พี่ ๆ นี่รักเพื่อนกันจังเลยนะครับ มาพูดแบบนี้ทั้งที่ไม่รู้ว่าผมคิดยังไง ไม่กลัวว่าผมจะไม่อยากคุย ไม่อยากเห็นหน้าพี่มาร์คแล้วเหรอครับ”


              ในที่สุดแบมแบมก็เงยหน้าพูดเสียงเรียบ ท่าทางและน้ำเสียงเช่นนั้นทำให้คนทั้งสองสะอึกขึ้นมาทันที ใบหน้าเริ่มซีด ถึงจะแอบคิดไว้บ้าง แต่พอมาเจอเจ้าตัวพูดตรง ๆ แบบนี้ ก็ได้แต่คิดว่าไม่น่ามาพูดเลย ถ้าพวกเขาเป็นคนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมาร์คและแบมแบมแย่ลงล่ะ…จะทำยังไง


               บางทีพวกเขาก็ควรเป็นกำลังใจให้อยู่ห่าง ๆ น่าจะดีกว่าใช่ไหม ไม่น่าวู่วามเลยจริง ๆ แต่จะทำยังไงต่อนี่สิ เพราะถ้ามาร์คมันรู้… คงไม่ตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต!


                 ความคิดเชิงลบที่ตีเข้ามาในหัวของคนรักเพื่อนทำให้สีหน้าทั้งสองคนตอนนี้จากที่ซีดแล้วก็ดูจะย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้านแบมแบมที่แกล้งตีมาดขรึมก็แอบอมยิ้มอยู่คนเดียว


               แบมแบมคิดว่ามันไม่ผิดหรอกที่แจ็คสันกับจินยองจะอยากช่วยเพื่อนและมาพูดแบบนี้ แต่หากลองคิดอีกดูมุม กับบางคนที่เขาคิดอยากจะเป็นแค่พี่น้องจริง ๆ มาได้ยินแบบนี้ ซ้ำยังไม่ได้ยินจากเจ้าตัวเอง…จะเป็นยังไง


               ถ้าคิดในแง่ดีหน่อยบางคนอาจจะไม่คิดมากหรือเฉย ๆ  แต่บางคนอาจจะรู้สึกไม่อยากเจอไม่อยากคุยและพยายามถอยห่าง ซึ่งนั่นมันก็เป็นได้ทั้งหมด …และโชคดีที่แบมแบมเป็นแบบแรก


               ครั้นเห็นว่าฝั่งตรงข้ามดูเหมือนจะเงียบไปนาน แบมแบมหันไปดูก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา มองคนทั้งสองดูก็รู้ได้เลยว่ากำลังรู้สึกผิดอย่างสุด ๆ เห็นแบบนั้นแล้วแบมแบมก็ควรต้องเลิกแกล้งซะแล้วล่ะ


                 “พี่จินยอง พี่แจ็คสัน ที่แบมพูดแบบนั้นไม่ได้ตั้งใจจะว่าเลยนะครับ แต่แค่อยากจะบอกว่าคนเราคิดไม่เหมือนกัน พี่ไม่ผิดที่หวังดีกับเพื่อน แต่ถ้าผลมันไม่ได้ออกมาอย่างที่ตั้งใจไว้ เรื่องมันก็อาจจะออกมาเลวร้ายได้นะครับ …ขอโทษนะครับถ้าแบมพูดจาเหมือนอวดเก่งสั่งสอน”


               แบมแบมเอ่ยเสียงอ่อน ใบหน้าหวานเปื้อนด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็กล่าวขอโทษและก้มศีรษะให้คนทั้งสองเมื่อรู้สึกว่าสิ่งที่พูดเมื่อครู่อาจทำให้ทั้งคู่รู้สึกว่าแบมแบมปีนเกลียว ถึงที่นี่จะเป็นอเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพ แต่แบมแบมเป็นคนไทย จิตสำนึกและสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังมาทำให้แบมแบมไม่อาจมองข้ามความรู้สึกเหล่านี้ได้


               เห็นอย่างนั้นจินยองและแจ็คสันต่างก็พากันรีบโบกไม้โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรให้แบมแบม ก่อนเอ่ย “จริง ๆ พวกพี่ก็ผิดที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน อย่างที่แบมพูดนั่นแหละ เฮ้อ…ไม่น่าเลยเรา” จินยองเอนหลังพิงพนักเก้าอี้และถอนหายใจออกมาแรง ๆ เมื่อเรื่องไม่เป็นไปในทางเลวร้ายอย่างที่คิดไว้ แต่ก่อนที่จะได้สบายใจไปกว่านี้ก็ต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งตัวตรงแล้วโพล่งถามแบมแบมอีกครั้ง ทำให้แจ็คสันที่กำลังจะเอนหลังพิงตามต้องสะดุ้งและกลับมานั่งหลังตรงอีกครั้งโดยอัตโนมัติ


                 “งั้นแบมก็จะคุยกับมาร์คมันเหมือนเดิมใช่ไหม”


               แบมแบมพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้เป็นคำตอบ


                 “งั้นแบมอย่าบอกมาร์คมันนะว่าพวกพี่มาคุยเรื่องนี้กับแบม มันเอาพี่ตายแน่! เอ่ยไปแล้วจินยองก็ชักจะรู้สึกเสียวสันหลังยังไงพิกล


               แบมแบมได้ยินก็หัวเราะและรับปากไป  แจ็คสันมองหน้าคนตัวเล็กฝั่งตรงข้ามนิ่งดวงตาฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “แบมแบมพี่ขอถามอีกอย่างได้ไหม” ครั้นเห็นแบมแบมพยักหน้าตกลงก็สูดลมหายใจลึกแล้วถามทันที “มาร์คมันพอมีหวังไหม?


               จินยองหันขวับมองแจ็คสันทันทีพร้อมดวงตาที่เบิกกว้าง พร้อมกันนั้นมือก็ยกขึ้นไปโบกหัวแจ็คสันอย่างแรง ทั้งยังเอ่ยเสียงต่ำรอดไรฟันว่า “มึงถามอะไรวะ!


               แจ็คสันยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกทำร้ายที่รู้สึกว่าจะเริ่มปวดตุบ ๆ แม้จะอยากโวยกลับแต่ก็รู้ว่าตัวเองถามอะไรไม่เข้าท่า จึงได้แต่บ่นงึมงำ “ก็กูอยากรู้…”


                  ด้านคนถูกถามอย่างแบมแบมก็ชะงักนิ่งไปสักพัก มองคนทั้งสองที่หันกลับมาแล้วอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบในสิ่งที่ทำให้จินยองและแจ็คสันพากันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง แม้อยากถามให้กระจ่างแจ้ง แต่ทั้งสองก็ได้แค่อ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนปลาทองเท่านั้น เพราะคนที่อยากให้ตอบคำถามนั้นลุกหนีไปแล้ว


               “แบม…ก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครนะครับ”


               นั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แบมแบมต้องกลับมาทบทวนหัวใจตัวเองนั่นเอง

 

 




                 ร้านกำลังปิด แต่คนที่เมื่อวานบอกว่าจะมาก็ยังไม่เห็นกระทั่งเวลานี้ แบมแบมเดินออกมาจากทางหลังร้านพร้อมยูคยอม ขณะจะเดินไปเอาจักรยานก็สังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับที่จอดจักรยานโบกมือมาให้ เพ่งมองก็เห็นว่าเป็นคนที่บอกเอาไว้ว่าจะมานั่นเอง


                 ยูคยอมหันมามองคนข้างกายเหมือนจะถาม แต่แบมแบมก็พูดขึ้นมาก่อน


                 “เขาบอกว่าจะมาหา”


                 “หวังว่าเรื่องนั้นจะเคลียร์แล้วนะ ถึงกล้ามาหาเนี่ย” ยูคยอมขมวดคิ้วแล้วพึมพำขึ้นมาให้ได้ยินแค่สองคน นั่นเพราะแบมแบมเล่าเรื่องที่คุยกับอีกฝ่ายให้ฟังแล้ว ฟังแล้วยูคยอมก็เพลียกับนิสัยของเพื่อนตัวเล็กของเขาเหลือเกิน ไม่เอาเรื่องเขา ไม่โกรธเขา แล้วยังจะนัดเจอกันอีก แม้จะไม่พอใจแต่ยูคยอมก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าคอยอยู่เป็นเพื่อนแบมแบมเท่านั้น         


                 “สวัสดีครับแบมแบม” บีไอทักทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้าหมาใกล้


                 “สวัสดีครับ” แบมแบมเอ่ยพร้อมยิ้มทักทาย


                  “คือ…นี่….” บีไอกำลังจะทักยูคยอมแต่พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มเจื๋อน ก่อนจะรีบเข้าเรื่อง เอ่ยไปมือก็ยื่นไปด้านหลังแล้วพยายามดึงคนที่แอบอยู่ให้ออกมา


                 “แซนดี้…” ครั้นพอยื้อกันไปมาไม่เป็นผล บีไอจึงต้องเรียกอีกฝ่ายเสียงนิ่ง เจ้าตัวจึงชะงักและยอมปล่อยมือที่เกาะหลังเขาอยู่แล้วค่อย ๆ ก้าวออกมา          


                 แบมแบมงุนงงกับท่าทางของคนตรงหน้า แล้วก็ต้องยิ่งงงหนักเมื่อคนที่ก้าวออกมาเป็นเด็กผู้หญิง อายุน่าจะประมาณ 14-15 ปี ตัวเล็กหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม มองไปมองมาใบหน้าก็ดูคล้ายบีไออยู่เหมือนกัน


                 “น้องสาวผมเอง …แซนดี้เราคุยกันว่ายังไง” คนที่บอกว่าอีกคนคือน้องสาวหันไปเอ่ยกับเด็กสาวเสียงนิ่ง จนเด็กสาวคนนั้นต้องเม้มปาก ก่อนค่อย ๆ ก้าวเท้าออกมายืนอยู่ตรงหน้าแบมแบม ขณะที่มือก็จับแขนพี่ชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งพิง


                 “หนู…หนูขอโทษค่ะ” เด็กหญิงพูดออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำคลอหน่วย เธอกลัว…ถึงแม้พี่ชายบอกว่าอีกฝ่ายไม่ถือโทษโกรธ แต่เธอก็รู้ว่าสิ่งที่ทำไปมันไม่ดี ไม่ดีมาก ๆ เลยด้วย ตอนนั้นเธอเพียงแค่คิดว่าคนคนนี้จะมาแย่งพี่ชายไป มันเป็นความคิดของเด็ก ๆ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบและด้วยแรงยุจากเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันทำให้เธอหน้ามืดตามัวหลงทำตามอย่างไม่สนใจว่ามันถูกหรือผิด จนพี่ชายมาพูดกับเธอ ถึงทำให้เธอรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย…และพอพี่ชายบอกว่าจะพามาหาอีกฝ่าย เธอก็กลัวจับใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องก้มหน้ายอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพราะการกระทำไม่รู้จักคิดของตัวเอง


                 แบมแบมเห็นอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกเอ็นดู แค่กล้ามาขอโทษ และสำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำมันก็ดีมากมายแล้ว แบมแบมไม่ใช่คนที่จะตอกย้ำหรือเหยียบย่ำคนอื่น โดยเฉพาะคนที่รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดและพยายามแก้ไขมัน


                 “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่โกรธหรอก แค่เรารู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ และกล้ามาขอโทษ ก็เป็นคนเก่งมาก ๆ แล้วรู้ไหม” แบมแบมพูดพลางแย้มยิ้มเบาบาง


                 เด็กสาวที่คิดว่าคนตรงหน้าจะต้องด่าว่าเธอแน่นอน กลับต้องเบิกตากว้างรีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นอีกคนส่งยิ้มที่มีแต่ความจริงใจและบ่งบอกว่าไม่ถือโทษโกรธมาให้ ใจดวงน้อยก็รู้สึกแช่มชื้นขึ้นมาทันใด


                 “ข ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ แซนดี้จะไม่ทำอีกแล้ว แซนดี้ไม่ทำแล้ว แซนดี้ขอโทษพี่แบมมาก ๆ เลยนะคะ!” คนได้รับการให้อภัยปล่อยมือที่จับแขนพี่ชายไว้แล้วเอื้อมมาจับมือแบมแบมทั้งสองข้างอย่างขอบคุณ


                 แบมแบมชะงักไปนิดที่อยู่ดี ๆ ก็โดนคว้ามือแล้วเอาไปเขย่า ก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วตอบว่าไม่เป็นไรซ้ำ ๆ ให้เด็กหญิงคลายกังวล เงยหน้าไปมองคนเป็นพี่ชายก็ได้รับสายตาขอบคุณมาให้ แบมแบมพยักหน้าให้เบา ๆ ก่อนจะขอตัวกลับและลากแขนยูคยอมให้ออกมาด้วยกัน


                 ยูคยอมส่ายหัวระอา พลางคิด เฮ้อ! ให้มันได้อย่างนี้สิ แบมแบมก็ยังเป็นแบมแบมอยู่วันยังค่ำล่ะนะ

                 



___________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

      เนื่องจากไม่รู้จะ Talk อะไร เอาเป็นว่าตอนหน้าจะได้ฟินกับบรรยากาศดี ๆ นะคะ :) 

       


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2822 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 07:45
    ที่แท้ก็น้องสาวนี่เองงงงงง

    แต่พี่มาร์คคะ ถึงขนาดเพื่อนต้องออกโรงแบบนี้ เราจะป๊อดเกินไปแล้วนะ
    #2822
    0
  2. #2788 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 18:22
    พี่มันหายไปไหนเนี่ย
    #2788
    0
  3. #2726 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:59
    พอรู้ว่าใครเป็นคนทำก็โล่งง
    #2726
    0
  4. #2693 D_dayWM (@D_dayWM) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 04:45
    แบมแบมอย่าเพิ่งใจเต้นกับมาร์คนะ มึนๆไปก่อนสิ อยากให้มาร์คแสดงความรู้สึกมากกว่านี้อีกหน่อย ชัดเจนไปเลยว่าจะจีบให้แบมรู้ตัวด้วย
    #2693
    0
  5. #2674 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 16:31
    ฟินนนนน แบมคนดีมากอ่ะ
    #2674
    0
  6. #2591 hept (@SWOONNER_BT) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 18:40
    รู้สึกยังไงหรอแบมมมม. มีความอยากรู้ออยากเห็น
    #2591
    0
  7. #2438 Guideexb (@guide-hb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 16:15
    แบมก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร โอ้ยออมม่าคะฟ้ฟ้ฟ้ห้าเสีดีชับหับกีบบัำยะ-ดรีเัหยกจะพจหักล้กบลัียย่อบ???????
    #2438
    0
  8. #2437 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 12:20
    แบมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร อ๊ายยยยยยย >< 
    #2437
    0
  9. #2435 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 13:52
    แบมทำให้คนรักอีกแล้วนะ
    #2435
    0
  10. #2344 Iris_bella (@Iris_bella) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 09:13
    ก็ แบมก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร กรี๊ดดด เขินมากก แบมน่ารักมากๆเลย ใจดีอบอุ่นสุดๆ ชอบแบบนี้ค่ะไรท์ มันอบอุ่นในใจ ดีจริงๆนะคะ
    #2344
    0
  11. #2310 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 19:23
    โอ๊ยเด็กหนอเด็กทำอะไรไม่คิดแต่ยอกกลับใจก็ดีแล้ว ส่วนแจ็คเนียร์ทำดีมาเอาคังค์ไปกินหนมปะ5555
    #2310
    0
  12. #2280 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 09:57
    อื้อหือถามกันแบบนี้ก็มีสะดุ้งกันบ้างล่ะค่า 55555
    #2280
    0
  13. #2256 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 22:02
    แจ็คนางถามได้ตรงประเด็นมากค่าา555
    #2256
    0
  14. #2115 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 01:54
    ดีที่เรื่องไม่ร้ายแรงน้า
    #2115
    0
  15. #2020 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 18:31
    ค่อยยังชั่วหน่อย คิดว่าจะมีอะไรร้ายแรงซะอีก แบมหวั่นไหวแล้ว มาร์คเดินหน้ารุกหนักๆเลยยย
    #2020
    0
  16. #1994 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:39
    โล่งเลยดีใจ พี่บีไอ ยังเป็นพระรองอันทรงคุณค่าอยู่5555 แบมอ่ะๆแหม่ๆชอบก็บอกให้พี่มาร์คชื่นใจบ้างเห๊อะ
    #1994
    0
  17. #1988 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:34
    จบสวยดีนะ555
    ดูๆไปแร้วนิสัยตัวละครคล้ายเด็กอ่ะ มีมาร์คที่ดูภูมิฐานกะแบมที่ดูเก่งเกินอายุ น่าเคารพมาก ส่วนอื่นกะขี้โว้ยวาย ชอบทำไรเหมือนเด็ก55555
    #1988
    0
  18. #1934 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:13
    เรื่องจบลงด้วยดีซะทีนะ ต่อไปคงไม่มีใครมากวนแบมแล้วเนอะ
    #1934
    0
  19. #1860 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:26
    ก้อนะคลี่คลายก้อดีแล้ว
    #1860
    0
  20. #1774 pepipepi (@pepipepi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 13:24
    โธ่ แซนดี้นี่เอง สำนึกผิดแล้วให้อภัยก็ได้ องค์แบมแบมสิงบ้าง คาแรกเตอร์แบมแบมนี่น่าจีบจริงๆ ถ้าไรท์เตอร์ไม่พูดถึงพี่มาร์ค นี่ลืมนึกไปด้วยว่าพี่แกไม่มีบทเลย555555
    #1774
    0
  21. #1511 BB1a_38 (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 21:43
    โอ้ยยยยยยยย รู้สึกขำพี่แจ๊คกับพี่จินยอง 5555
    #1511
    0
  22. #1442 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 19:21
    โล่งใจจจ
    #1442
    0
  23. #1387 embrace (@prangmy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 21:03
    คลี่คลายทั้งฝั่งมาก และฝั่งที่เหมือนจะเกลียดแบมเลย แบมเหมือนนางเอกนะ แต่ก็เหมือนแม่พระเอกมากกว่า5555 ชอบค่ะ มีเพื่อนๆเอี่ยวเยอะเลย สนุกดี ชอบมิตรภาพๆ ^^ เกิดเป็นมาร์คนี่ดีจริงๆ555
    #1387
    0
  24. #1136 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 16:37
    อ่อๆๆ เป็นน้องบีไอนี่เอง กลัวจะเกิดอะไรขึ้นร้ายแรงกว่านี้อ่ะ
    แบมยิ่งมองโลกในแง่ดีมากๆอยู่ เฮ้อออออออออ
    แต่ก็เคลียร์กัันแล้วเนอะ แล้วแบมคะ พอรู้ว่าพี่มาร์คมีใจให้นี่ดีใจ
    หมายความว่าก็มีใจให้พี่เขาด้วยใช่มั้ยคะ? ;)
    #1136
    0
  25. #920 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 18:27
    น้องสาวบีไอนี่เอง แต่ดีแล้วนะบีไอก็ไปพูดกับน้อง น้องก็สำนึกผิดแล้วก็มาขอโทษแบมแบมแล้ว ไม่เป็นไรเนอะคนทำผิดแล้วสำนึกผิด เป็นสิ่งที่เยี่ยมนะ

    ตกลงพี่มาร์คแกมีความหวังใช่ปะ >.< 
    สงสารแจ็คกับจินยองที่แบมแบมแกล้ง555
    #920
    0