เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 12 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    3 ก.ย. 59




บทที่ 10


Intimidate



 


                 เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะต้องมีคนที่รักและคนที่เกลียด มันเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนมารัก ตรงข้ามกับการมีคนเกลียด สาเหตุนั้นอาจเกิดจากตัวเราเองที่ประพฤติตนให้เป็นที่น่ากังขาและน่ารังเกียจสำหรับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่จะโทษใครไม่ได้ อีกสาเหตุคือการโดนเกลียดเพราะคนอื่นไม่ชอบที่เราเป็นเรา นับเป็นเหตุผลค่อนข้างนานาจิตตัง นั่นเพราะเราไม่สามารถไปกำหนดให้ใครรักหรือเกลียดเราได้ แต่ในกรณีถ้าเราโดนเกลียดทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรหรือไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ใครตอนไหนล่ะ เป็นเช่นนี้แล้วจะต้องทำอย่างไร


                 เนื่องจากสาเหตุนั้นมันค่อนข้างจะตรงกับสถานการณ์ในตอนนี้เป็นอย่างมาก


                 ที่ต้องเอ่ยอะไรแบบนี้ก็เพราะช่วงนี้ยูคยอมสังเกตได้ว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาได้รับโพสอิทข่มขู่อยู่บ่อย ๆ น่ะสิ


                  อ่า…อาจจะไม่ถึงขั้นข่มขู่ เรียกว่าไม่หวังดีก็ได้ ข้อความประมาณว่าให้เลิกยุ่งกับใครสักคนหนึ่ง …ใครล่ะ?


                  ครั้นพอลองไปถามคนได้รับ เจ้าตัวก็บอกว่าไม่รู้ ซึ่งก็แหงล่ะ แบมแบมเคยไปยุ่งกับใครก่อนที่ไหน มีแต่คนมายุ่งกับมันก่อนทั้งนั้น พอถามว่าจะทำยังไงต่อ แบมแบมก็มีท่าทางไม่สนใจคล้ายไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปใส่ใจหรือสนใจมากมายขนาดนั้น  


                 ก็เพราะแบบนี้ไง…จะว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียของแบมแบม ยูคยอมก็ยังให้คำตอบไม่ได้


                 แบมแบมเพื่อนเขาเป็นคนมองโลกในแง่บวกซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าใครไม่มาร้ายจริง ๆ หรือทำอะไรที่เกินเลยจนทนไม่ไหว มันก็จะไม่สนใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมใคร อย่างที่บอก ถ้าใครมาดีมันก็จะดีด้วย แต่ถ้าใครมาร้ายมันก็จะตอบกลับแบบสมน้ำสมเนื้อเลยล่ะ เห็นตัวแค่นี้แต่เก่งและแสบอย่าบอกใครเชียว


                 ตอนนั้นเขาก็ได้แต่หวังว่าคนส่งโพสอิทจะเข้าใจผิดหรือล่าถอยไปเอง


                 แต่แล้วมันก็ไม่เป็นแบบนั้น


                 โพสอิทนั่นแรก ๆ ก็นาน ๆ เห็นที แต่ช่วงนี้รู้สึกจะเห็นบ่อยขึ้น ถามว่ากังวลหรือเป็นห่วงไหม ซึ่งมันก็แน่อยู่แล้วว่าต้องเป็นห่วง แต่ดูคนถูกเป็นห่วงสิ สนใจอะไรกับเขาที่ไหน คิดแล้วยูคยอมก็อยากจะเอาหัว(แบมแบม)โขกกำแพง แถมเจ้าตัวยังไม่ให้บอกใครอีกด้วย


                 “แบม มีคนเอานี่มาวางไว้หน้าร้าน เขียนชื่อนายไว้บนกล่องด้วย” เพื่อนพนักงานคนหนึ่งในร้านเดินถือกล่องขนาดกลางเข้ามาหาแล้วยื่นให้แบมแบมที่ตอนนี้กำลังเช็ดโต๊ะที่ลูกค้าเพิ่งลุกออกไปอยู่ใกล้ ๆ กับเคาท์เตอร์ ยูคยอมได้ยินจึงเดินเข้าไปเสือ… เอ๊ย ดูสิ


                บนกล่องมีแค่ชื่อผู้รับซึ่งเขียนไว้ว่า แบมแบม เท่านั้น ไม่มีตราประทับของไปรษณีย์ บ่งบอกว่าคนให้นำมาวางไว้เอง


                แปลก…


                 “…น่าสงสัยยังไงไม่รู้” ยูคยอมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแบมแบมเพียงแค่มองกล่องและกำลังจะวางไว้แถวนั้นเพื่อทำงานที่ค้างต่อ


                 “ยังไง?” แบมแบมชะงักมือที่กำลังจะวางกล่องลงบนเก้าอี้ หันมามองยูคยอมด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เข้าใจ


                 “ไม่รู้สิ ลางสังหรณ์ล่ะมั้ง” คนถูกถามก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะเจ้าตัวก็เพียงแค่สงสัยเท่านั้น


                 แบมแบมเอียงคอมองเพื่อนกับคำตอบที่เหมือนจะไม่ใช่คำตอบ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินไปหยิบกรรไกรอยู่หลังเคาท์เตอร์มาใช้ตัดเชือกที่รัดกล่องเอาไว้ ลากกรรไกรไปตามร่องฝากล่องที่ติดเทปไว้อย่างแน่นหนา ทันทีที่เปิดฝากล่องออกมาได้ สิ่งที่พบอย่างแรกคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พับไว้ยับยู่ยี่เต็มกล่อง แบมแบมกวาดเอากระดาษหนังสือพิมพ์ออก ก็เจอกระดาษสีแดงสดขนาดเท่าตัวกล่องวางแปะไว้



                 ยูคยอมขมวดคิ้วสงสัย “มีอะไรข้างใต้หรือเปล่า มันยังไม่สุดกล่องเลย”


                 แบมแบมก้มลงไปมองในกล่อง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษสีแดงออก


                 และสิ่งที่อยู่ข้างในก็ทำให้ยูคยอมถึงกับผงะ พร้อมกับร้องเฮ้ยออกมาด้วยความตกใจจนต้องรีบยกมือขึ้นลูบอกไปมาคล้ายเรียกขวัญ มองซ้ายมองขวาค่อยโล่งอกที่ตอนนี้มีลูกค้าแค่สองสามโต๊ะด้านนอก เช่นนั้นคงจะไม่ได้ยินเสียงร้องของเขา ยูคยอมผ่อนลมหายใจยาวก่อนทำใจก้มมองดูอีกครั้งด้วยสีหน้าเหยเก๋ ก่อนจะหันไปมองหน้าคนด้านข้าง เห็นเพียงเจ้าตัวเลิกคิ้วมองของในกล่องนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ยูคยอมแทบลมจับ


                 “น่ารักดีนะ…ว่าไหม” แบมแบมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วหยิบสิ่งนั้นออกมาพลิกดูอย่างสนอกสนใจ


                 “น่ารักตรงไหนวะ น่ากลัวล่ะสิไม่ว่า!” ยูคยอมขมวดคิ้วมองสิ่งที่อยู่ในมือแบมแบมอย่างพยายาม

หาความ น่ารักที่อีกฝ่ายเอ่ย แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหนซอกไหนยูคยอมก็ไม่เห็นว่าจะมีส่วนไหนที่ตรงกับคำว่า น่ารักของเพื่อนตัวเล็กเลย


                 “ก็น่ารักไง… นี่มันตุ๊กตานะยูค” แบมแบมเงยหน้ามองยูคยอมด้วยแววตาซื่อ ๆ เล่นเอาคนถูกมองไปไม่เป็น


                 โอเค เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่ามันคือตุ๊กตา…ใช่ ตุ๊กตา และมันคงจะน่ารักอย่างที่แบมแบมว่าถ้ามันเป็นตุ๊กตาหมีหรือตุ๊กตาแบบอื่นที่ไม่ใช่ตุ๊กตาผีแบบนี้!


                 ตุ๊กตาที่แบมแบมได้เป็นตุ๊กตาเด็กทารก มันจะดูปกติดีถ้าบริเวณหัวไม่มีรอยเข็มขนาดใหญ่แทงเป็นรูอยู่รอบหัว รอบดวงตาที่ควรปราศจากสีกลับปรากฏสีแดงช้ำ ดวงตาที่ควรจะเป็นดวงตาสีใส ๆ ที่ดูแล้วให้ความรู้สึกน่าเอ็นดู มาบัดนี้กลับกลายเป็นดวงตาสีขาวโพลนที่ไม่มีลูกตาดำปรากฏให้เห็น ปากที่ปกติมองดูจะเห็นเป็นปากเล็ก ๆ จิ้มลิ้ม แต่ตอนนี้มันเหมือนปากนั่นกำลังแสยะยิ้มชวนให้นึกถึงภาพยนตร์เกี่ยวกับตุ๊กตาผีที่ครั้งหนึ่งเคยเข้าไปดูในโรงจนถึงตอนนี้ก็ยังจำได้ติดตา ตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใส่เสื้อผ้าและตามตัวตั้งแต่หัวจรดเท้ามีคราบสีดำและสีแดงเลือดอยู่ทั่ว ยิ่งเพิ่มความน่าสยดสยองขึ้นอีกหลายเท่า





ภาพจาก : http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=277274.0

             



                จะมองยังไงก็ไม่มีความน่ารักอยู่เลยสักนิด


                 “เอาไปทิ้งเถอะ” ว่าแล้วยูคยอมรีบหยิบตุ๊กตาที่แบมแบมกำลังพลิกดูอย่างสนใจโยนใส่กล่องใบเดิมปิดฝามิดชิดทันที ครั้นเหลือบเห็นแบมแบมกำลังจะยื่นมือมาหยิบอีกรอบก็ทำการย้ายกล่องจากบนโต๊ะมาไว้ในอ้อมแขนทันที


                 “เอาไปทิ้งทำไม เสียดาย”


                 เสียดาย? เสียดาย! มันกล้าพูดออกมาได้ไง!


                “แบมฟังนะ! มันไม่ได้น่าเสียดายเลย ใครก็ไม่รู้เอาตุ๊กตาแบบนี้มาให้ นี่มันข่มขู่ชัด ๆ ถ้ามันเป็นตุ๊กตาผีแบบในหนังก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันเหมือนจงใจเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปทำให้มันน่ากลัวมากกว่า” ยูคยอมโพล่งขึ้นมาอย่างเหลืออด ก็เข้าใจที่บางครั้งแบมแบมก็มีรสนิยมแปลก ๆ ไปบ้าง แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้


                 แบมแบมมองยูคยอมที่กอดกล่องเอาไว้แน่นเหมือนหวงมันนักหนาแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว …มาแบบนี้ยังไงก็คงไม่ได้คืน


                 “งั้นเอามานี่ก่อนเผื่อข้างในมีอะไรที่ยังดูไม่หมดอีก” ว่าแล้วก็ตบมือลงบนโต๊ะตัวเดิมเป็นเชิงให้วางกล่องลง


                 “แค่ดู?” ยูคยอมหรี่ตาพลางถามสีหน้าไม่ไว้ใจ


                 “เออน่า”


                 การตอบแบบเนือย ๆ คลายตอบปัดของแบมแบมทำเอายูคยอมต้องถลึงตาใส่ แต่ก็ยอมวางกล่องลงที่เดิม แล้วก็เป็นอย่างที่แบมแบมว่า เพราะเมื่อยกเอาตุ๊กตาออกแล้วข้างล่างสุดมีกระดาษสีขาวหม่นจนเกือบเป็นสีดำขนาดเท่าฝ่ามือพับครึ่งอยู่ ด้านในกระดาษเขียนด้วยสีแดงคล้ายสีเลือดว่า


                 เลิกยุ่งกับเขาซะ!’


                 แบมแบมเลิกคิ้วมองข้อความบนกระดาษ ส่ายหัวแล้วถอนหายใจอย่างแรง คนข้าง ๆ ที่ชะเง้อมาอ่านก็เบิกตากว้าง


                 “คนเดิมใช่ไหม? นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว” ยูคยอมหยิบกระดาษมาจากมือแบมแบมแล้วพลิกหน้าพลิกหลังอยู่สองสามรอบ เมื่อไม่เห็นอะไรเพิ่มเติมก็โยนกลับลงกล่อง


                 “ช่างเขาเถอะ ถ้าเขาคิดว่ามีความสุขที่จะทำ” แบมแบมเอ่ยน้ำเสียงสบาย ๆ คล้ายไม่ใส่ใจ ก็ในเมื่อไม่ได้เดือนร้อนอะไรจากการกระทำนี้ก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจ


                 “นายก็เป็นซะแบบนี้ไง” ยูคยอมได้ยินอย่างนั้นอดจะรู้สึกหงุดหงิดเพื่อนไม่ได้


                 “มีอะไรกันหรือเปล่าเด็ก ๆ”


                 เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ยูคยอมต้องหันไปมอง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากหงุดหงิดเป็นรอยยิ้มกว้างเมื่อคิดอะไรดี ๆ ได้ ไม่ให้บอกใช่ไหม? ได้รู้กันหมดนี่แหละ หึหึหึ


                 คิดแผนชั่วร้ายเสร็จก็ปรายตามองแบมแบมด้วยสายตายิ้มเยาะ ก่อนจะเรียกกลุ่มคนทักที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา


                 จินยองชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเมื่อเห็นยูคยอมทำท่าเรียก เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าให้พร้อมชูนิ้วขึ้นสี่นิ้วแล้วกวักมือเรียกอีกครั้ง ก็เป็นอันรู้กันว่าเรียกทั้งหมด จินยองจึงหันเรียกอีกสามคนด้านหลังให้เดินไปด้วยกัน ความจริงต้องบอกว่าสอง เพราะอีกคนนั้นมองจ้องทั้งยังตั้งท่าจะเดินไปตรงนั้นตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้านแล้ว


                 เมื่อเห็นกลุ่มคนคุ้นเคยกำลังเดินเข้ามาตามคำขอของเพื่อนข้างตัว แบมแบมก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงชอบกล ที่จริงสังหรณ์ตั้งแต่ยูคมันหันมามองด้วยสายตาแปลก ๆ แล้ว


                 “ไงแบม สบายดีนะ” จินยองเดินมาถึงก็หันไปทักทายแบมแบมที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังยูคยอมอีกที


                 “ครับ สบายดีครับ” แบมแบมก้าวออกมาทักทาย


                 “มีอะไรล่ะเรา” เจบีที่เดินเข้ามาสมทบยกมือรับคำทักทายจากแบมแบมแล้วจึงหันมาถามยูคยอมที่แสยะยิ้มแปลก ๆ อยู่คนเดียว


                 จู่ ๆ แจ็คสันโผล่พรวดเข้ามาแทรกกลางวงเพราะอยากเข้าร่วมบทสนทนา หากบังเอิญสายตาเหลือบไปสังเกตเห็นกล่องบนโต๊ะ และมันก็เปิดฝาอยู่จึงชะโงกหน้าเข้าไปดู


                 “กล่องอะไรล่ะนี่…เห้ย!” ทันทีที่เห็นของในกล่อง แจ็คสันพลันตกใจจนผงะถอยหลังไปสองก้าว ก่อนโพล่งขึ้นเสียงตื่น “ใครมันเล่นพิเรนทร์แบบนี้วะ!


                 เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นของเพื่อน อีกสามคนที่เหลือจึงก้มลงไปมองบ้าง


                 “เห้ย! ใครซื้อมา?” จินยองและเจบีถามเงยหน้าขึ้นมาถามยูคยอมแทบจะพร้อม ๆ กัน


                  “นี่แหละครับ เรื่องที่จะพูด”


                 แบมแบมเบิกตากว้างทันทีที่ยูคยอมเริ่มเกริ่นขึ้น ก่อนมือเล็กจะรีบยื่นไปกระตุกชายเสื้อคนด้านข้างแล้วเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบลอดไรฟัน


                 “จะ-พูด-อะ-ไร”


                 “เออน่า” ยูคยอมกระซิบตอบพร้อมลอบแสยะยิ้ม ก่อนหันมาเอ่ยต่อ “นี่แหละครับเรื่องที่จะพูด ไอ้เนี่ย…” ยูคยอมเริ่มเล่าแล้วชี้ไปที่กล่อง “ไม่มีใครซื้อหรอกครับ แต่มีคนเอามาให้แบมมัน”


                 สิ้นประโยคทุกคนจึงหันไปมองเจ้าของที่แท้จริงที่ตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจเงียบ ๆ คนเดียว


                 “ให้แบม? ใครให้? ให้ทำไม?” แจ็คสันถามขึ้นใบหน้าปรากฏความงุนงงไม่น้อย


                 ยูคยอมดีดนิ้ว หันหน้าไปทางคนถามแล้วเอ่ยขึ้น “ใช่พี่ ใครให้? ให้ทำไม? เพราะพวกผมไม่รู้เหมือนกัน”


                 เจบีได้ยินคำตอบก็แทบจะอยากประเคนเท้าไปให้


                 “อย่าทำหน้างั้นดิพี่ ก็ไม่รู้จริง ๆ แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ก่อนหน้านี้มาแปะโพสอิทขู่บ่อย ๆ”


                 “ขู่?” มาร์คที่เงียบฟังตั้งแต่ต้นสะดุดตรงที่ยูคยอมบอกว่ามีคนขู่ จนต้องเอ่ยถามออกมา


                 “ใช่พี่ ช่วงหลังมานี่แบมมันได้โพสอิทแบบนี้บ่อย ๆ บอกว่าให้เลิกยุ่งกับใครก็ไม่รู้ นี่ล่าสุดก็ส่งไอ้นี่มา โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทั้งที่มันน่ากลัวแต่ไอ้คนได้มันบอกน่ารัก แถมเกิดเรื่องขนาดนี้มันยังจะไม่ให้ผมบอกใครอีกด้วย” พูดรัวแทบหายไม่ทัน ใช่! แบมมันต้องมีคนดุ คนเตือนบ้าง และยูคยอมคิดว่าต้องเป็นพี่มาร์คเท่านั้น!


                 ขณะที่คนฟ้องเมามันกับการเล่าเรื่อง ทางด้านคนที่เป็นเจ้าของเรื่องนั้นแทบจะอยากระเหยไปกับอากาศแถวนั้นหรือทำอะไรก็ได้ให้ไม่ต้องตกเป็นเป้าสายตาจากคนที่มองมาอย่างกับเขาไปทำอะไรผิดร้ายแรงมาอย่างไรอย่างนั้น


                 ก็แค่ไม่ได้บอกใคร…


                  แค่ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่เท่านั้นเอง…


                 หากสามคนก็ยังไม่สู้อีกคนที่หรี่ตามองเด็กดื้อด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่มีประกายความกดดันออกมาเป็นระรอก ก่อนเจ้าของดวงตาคบกริบจะก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาใคร


                 มาร์คยืนนิ่งมองคนตัวเล็กตรงหน้าชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา พร้อมมือหนายกขึ้นลูบหัวคนที่ยังคงก้มหลบตา เสียงทุ้มเอ่ยประโยคด้วยน้ำเสียงที่ทำให้แบมแบมและคนรอบข้างต้องตวัดสายตามามองคนพูดเป็นตาเดียว


                 “เกิดเรื่องแบบนี้แล้วทำไมไม่บอก ถ้ามีอะไรร้ายแรงกว่านี้คนที่เขารักและหวังดีกับแบม จะเป็นห่วงแบมขนาดไหนรู้ไหม…หืม”


                 เสียงทุ้มเข้มที่เปล่งออกมานั้นแฝงความอ่อนโยนอยู่หลายส่วนอย่างที่ใครก็ตามที่ได้ฟังย่อมสามารถสัมผัสได้ ทั้งยังท่าทางที่เหมือนกำลังปลอบประโลมอธิบายเหตุผลให้เด็กน้อยที่ทำผิดแล้วไม่กล้าบอกพ่อแม่นั่นอีก


                 คนที่รับน้ำเสียงและคำปลอบโยนแทนที่จะถูกดุอย่างแบมแบมได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ในขณะที่เจบี จินยอง แจ็คสัน และยูคยอม ได้แต่อึ้งค้างกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งกลางร้านไปแล้ว!


                แถมยังเป็นประติมากรรมที่สามารถขนลุกได้ด้วย!  

 





 

                 หลังจากเหตุการณ์ชวนช็อค มาร์คก็ย้ำกับแบมแบมให้ระวังตัว ทั้งยังให้บอกให้เล่าให้ฟังหากมีเรื่องเช่นนี้อีก เพราะถ้าแค่โพสอิทมันก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าถึงขั้นส่งอะไรอย่างนี้มาให้มันก็ไม่น่าวางใจได้แล้ว ก่อนจะผละไปนั่งที่โต๊ะ มาร์คยังมิวายเหลือบมองไปที่ข้อมือคนตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นลอย ๆ


                 “สร้อยข้อมือสวยดีนะ”


                 ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะใส่สร้อยข้อมือ แต่เมื่อได้ยินอีกคนทักขึ้นมา แบมแบมกลับรีบเอามือไขว้หลัง ปากอิ่มแน่น ทั้งตากลมยังเผลอส่งค้อนไปให้อีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว


                 ไม่รู้จะทักทำไม ก็ในเมื่อตัวเองเป็นคนซื้อให้


                 สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นเส้นเดียวกับที่แบมแบมอยากได้ตอนไปเดิน Union Square ไม่รู้อีกคนแอบไปซื้อตอนไหน เพราะตอนขากลับและกำลังจะลงจากรถ อีกฝ่ายก็ยื่นมาให้แล้วบอกว่าเป็นของขวัญขอบคุณที่มาเป็นเพื่อน


                 ตอนแรกก็ไม่กล้ารับเพราะมันแพง แต่เหมือนพี่มาร์คจะรู้ว่าเขาต้องปฏิเสธ อีกฝ่ายจึงเอื้อมมือมาจับแขนเขาตั้งท่าจะใส่ให้เดี๋ยวนั้นเลย จนเขาต้องยอมแพ้แล้วรับเอาไว้ดี ๆ นั่นแหละ   


                 “มีคนให้มาครับ…สวยไหม” แบมแบมตอบกลับแถมยิ้มทะเล้นให้คนที่เป็นคนซื้อ ตบท้ายด้วยการยกมือข้างที่มีสร้อยข้อมือขึ้นมาหมุนให้ดูอีกด้วย


                 คนถามได้แต่เลิกคิ้วสูง มุมปากคล้ายยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวคนขี้อวดอย่างหมั่นเขี้ยวจนอีกฝ่ายร้องโอดโอยนั่นแหละ เจ้าตัวถึงจะพอใจแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะแต่โดยดี


                 คนที่เหลือที่คล้ายทำตัวเป็นฝุ่นอยู่แถวนั้นพลันได้สติกลับคืนมา หันไปหาแบมแบมแล้วผลัดกันเตือนให้ระวังตัว จากนั้นจึงเดินไปสมทบกับคนที่เพิ่งเดินผละออกไป


                 “มึงซื้อสร้อยข้อมือให้แบมเหรอ?” เพราะความสงสัยท่วมท้นแจ็คสันเลยต้องเปิดประเด็นถามขึ้นมาก่อนคนแรก


                 คำตอบที่ได้รับเป็นเพียงการหันมามองนิ่งก่อนจะพยักหน้า


                 “แหม…พออยู่กับเพื่อนนี่กลับมาเป็นคนพูดน้อยเงียบขรึม แล้วเมื่อกี้นี้นี่มึงนี่พูดเยอะอย่างกับเอาคำพูดมึงทั้งอาทิตย์มารวมกันอย่างนั้นแหละ” แจ็คสันอดจะค่อนขอดไม่ได้ ทีกับเพื่อนนี่ประหยัดคำพูดเหลือเกิน บางอย่างนี่กูก็ไม่รู้หรอกนะว่ามึงจะสื่ออะไร หรือต้องให้กูนั่งทางในเอามันก็ไม่น่าใช่ไหมวะ


                 “กูก็ว่างั้นแหละ นี่อยากจับแบมแบมมามัดติดกับมึงเหลือเกิน มึงจะได้อ้าปากคุยอย่างหรรษากับพวกกูบ้าง” ว่าแล้วเจบีก็หยิบทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาปาใส่มาร์คด้วยความหมั่นไส้


                 มาร์ครับทิชชู่ที่ถูกปามาแล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วยักไหล่เหมือนไม่สนใจสิ่งที่เพื่อนทั้งสองพูดเลยสักนิด


                 “แต่กูว่าถ้าเอาแบมมามัดติด มันจะยิ่งไม่คุยกับพวกเรามากกว่าวะ” จินยองคิดตามคำพูดของเจบีก็แสยะยิ้มออกมา


                 มาร์คมองเพื่อนทั้งสามคนที่จู่ ๆ ก็เริ่มหัวเราะแปลก ๆ แล้วเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้คิดจะถามหรือซักไซ้ให้มากความ นอกจากหันไปหยิบหนังสือที่ถือติดตัวมาด้วยขึ้นมาอ่านเพียงเท่านั้น   

 

 





                  หลังจากวันนั้นแบมแบมก็ยังคงได้โพสอิทอยู่ แต่ดีที่ไม่มีของอะไรส่งมาอีก แต่จะว่าไปช่วงนี้แบมแบมกลับไม่ค่อยเห็นบีไอ ซึ่งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มาหรือมาคนละเวลากับตอนที่เขาเข้าร้านหรือเปล่า


                 ที่เอ่ยถึงก็เพราะหลังจากวันที่ได้เจอกันครั้งแรก แบมแบมก็ยังไงได้โพสอิทกับของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บีไอวางไว้ที่โต๊ะหน้าบอร์ดบ้าง ฝากเพื่อนที่ทำงานไว้บ้างอยู่เหมือนเดิม บางครั้งที่เดินสวนกันในร้านหรือตอนที่แบมแบมไปเสิร์ฟแล้วเจออีกฝ่ายก็มีพูดคุยกันบ้าง บางครั้งถ้างานในร้านไม่เยอะ ก็มีแวะนั่งคุยบ้าง ถึงพอจะรู้ว่าอีกคนมีเจตนายังไง แต่แบมแบมรู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้คุยกัน บทสนทนาที่อีกฝ่ายหยิบยกขึ้นมาพูดไม่ได้มีในเรื่องที่ส่อให้คิดในแง่ของคนมาจีบสักเท่าไหร่ เราเพียงพูดคุยกันในเรื่องทั่ว ๆ ไป แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่สนใจเหมือนกันบ้าง ด้วยความที่เขาเป็นคนเข้ากับคนง่ายอยู่แล้ว การพูดคุยกับใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไรนัก ซึ่งบีไอก็ดูจะเป็นคู่สนทนาที่ดี หากแต่ก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดจะพูดกันได้ทุกเรื่อง


                 จากที่ได้มีโอกาสคุยกันมาสักพัก แบมแบมรู้สึกว่าเราสามารถจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ รู้…ว่าในอนาคตไม่แน่นอน แต่ในตอนนี้ ในความรู้สึกของเขาตอนนี้ ให้ความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้แค่เพื่อนจริง ๆ ไม่ว่าคนอื่นจะว่ายังไงแต่แบมแบมรู้ตัวเองดีว่าอะไรที่ใช่หรือไม่ใช่ อะไรที่ชอบหรือไม่ชอบ หลังจากแค่ได้ลองพูดคุยหรือลองได้ตัดสินใจอะไรสักอย่าง


                  เมื่อได้คำตอบให้กับตัวเอง แบมแบมก็ไม่รีรอที่จะเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายตรง ๆ ว่ารู้สึกยังไงและสามารถให้ความสัมพันธ์แบบไหนกับอีกฝ่ายได้ เขาไม่ว่าถ้าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับและอาจหนีหายไปเลยทันที แบมแบมเพียงแค่ไม่ชอบให้ความหวังใครหรือให้ใครสักคนมาเสียเวลาด้วย ในเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายคาดหวังมันไม่สามารถเป็นไปได้ เขาก็ควรพูดคุยและบอกไปตรง ๆ


                 ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหรือตามตื้ออยู่แบบเดิมก็จะไม่ว่าอะไร เพราะถือว่าบอกแล้ว แต่แบมแบมนั้นจะขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้ชัดเจน สุดท้ายถ้าอีกฝ่ายทำให้รำคาญจนถึงจุดที่ทนไม่ไหว แบมแบมก็มีวิธีจัดการในแบบของตัวเองอยู่


                 และดูเหมือนบีไอก็คงจะคิดหรือคาดเดาไว้อยู่แล้ว เพราะเมื่อเขาพูดไปแบบนั้นอีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มตอบกลับมา แม้จะเป็นยิ้มที่ดูฝืนปนผิดหวังหน่อย ๆ ก็ตาม ก่อนจะบอกขอบคุณที่เขาบอกตรง ๆ


                 แบมแบมคิดว่าถ้าเราเริ่มบทสนทนาระหว่างกันในแบบอื่น เราอาจจะไม่ได้มาคุยอย่างสนิทใจในแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้


                 แต่เรื่องนี้แบมแบมยังไม่ได้บอกใคร เพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่จำเป็นที่จะต้องไปป่าวประกาศ


                 ตอนแรกก็คิดแบบนั้น…แต่ตอนนี้รู้สึกอยากจะบอกยูคยอมไอ้เพื่อนตัวดี นั่นเพราะมันจะชอบกระแนะกระแหนทุกครั้งที่เห็นเขาคุยกับบีไอ แถมยังมีคนร่วมกระบวนการอย่างยองแจอีกต่างหาก





 

 

                 วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันเดิม ๆ ที่แบมแบมเพิ่งเลิกงานและกำลังปั่นจักรยานกลับที่พัก แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือระหว่างทางหางตาดันเหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาเล็ก ๆ ที่น่าจะเอามาติดใหม่แทนโฆษณาอาหารของร้านอาหารในละแวกนี้


                 เนื้อหาของป้ายจะว่าอะไรแบมแบมไม่รู้ แต่สิ่งที่ติดอยู่ในหัวหลังจากปั่นผ่านมาแล้วคือรูปบนป้ายนั่น


                 รูปสะพานโกลเดนเกท...


                 เป็นความจริงที่ว่าแบมแบมยังไม่ได้ไปที่นั่นเลย ทั้งที่ควรจะเป็นที่แรก ๆ ที่ต้องไปหลังจากได้มาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ


                 ครั้นพอกลับถึงห้อง อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวเสร็จ แบมแบมจึงตั้งใจจะมาเสิร์จหาข้อมูล เพราะอีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะได้เวลาปิดคอร์สเรียนแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะไปหลังจากนั้น กล้องที่เอาไปซ่อมก็เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย


                 ทั้งที่ตั้งใจแบบนั้น แต่จู่ ๆ โน๊ตบุ๊คที่เปิดไว้ก็ดับวูบไป คนที่กำลังจะพรมนิ้วบนแป้นเพื่อหาข้อมูลต้องขมวดคิ้วมุ่น ลองกดปุ่มเปิดเครื่องใหม่แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเสียง ไม่มีแสง ไม่มีภาพ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าจะสามารถใช้งานมันได้ขึ้นมาสักอย่าง แบมแบมนิ่งไปสักพักก็ถอนหายใจอออกมา


                 เยี่ยม! อันหนึ่งดี อันหนึ่งเสีย โชคร้ายสุด ๆ


                 หลังจากปลงกึ่งอนิจจังกับตัวเอง ก็จัดการเก็บโน๊ตบุ๊คลงกระเป๋าเตรียมส่งซ่อม ก่อนหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เพื่อจะใช้หาข้อมูลแทนโน๊ตบุ๊คที่เพิ่งเสียไป กำลังจะกดเข้าแอพพลิเคชั่นเสิร์จเอนจิน แต่มือดันไปกดเข้าแอพพลิเคชั่นอินสตราแกรมซะอย่างนั้น


                 แบมแบมโคลงหัวน้อย ๆ เพราะเหมือนมันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เมื่อได้จับโทรศัพท์สิ่งแรกที่กดเข้าไปเช็คคืออินสตราแกรม แม้จะเป็นอย่างนั้นแบมแบมก็ไม่ได้กดออก แต่กลับเลื่อนขึ้นลงเพื่อเช็คไปแทน กดไลค์บ้าง เลื่อนผ่านบ้าง แล้วก็เห็นว่าพี่มาร์คลงรูป กดไลค์ไปก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า


                 “เหมือนจะเคยเห็นพี่มาร์คลงรูปสะพานหรือเปล่านะ…” พึมพำกับตัวเองแล้วก็กดเข้าแอคเคาท์ของอีกฝ่ายเพื่อเลื่อนดูรูปเก่า ๆ จนเจอรูปที่ตรงกับความทรงจำ


                 “ดีเลย! งั้นถามพี่มาร์คดีกว่า” แบมแบมยิ้มกว้าง กดออกจากอินสตราแกรมแล้วไปเข้าแอพพลิเคชั่นแชทแทน ตอนแรกว่าจะเสิร์จหาข้อมูลเองไม่ก็ถามยูคยอม แต่ในเมื่อถ้าถามพี่มาร์คก็จะได้ทั้งข้อมูลการเดินทาง สถานที่ รวมถึงจุดถ่ายรูปด้วย อย่างหลังสำคัญ เพราะสองอย่างแรกสามารถหาเองหรือถามใครก็ได้ แต่อย่างสุดท้าย คนที่เคยไปถ่ายจะรู้มุมรู้จุดที่ถ่ายสวย ถึงแม้แบมแบมจะไปหาเองได้แต่ถามและรู้ไว้ย่อมดีกว่าแน่นอน


                 BamBam :

                 พี่มาร์คครับ (22.25)

                                                                                                                  Mark :

                                                                                                                                   (22.26) ว่าไง


                 แบมแบมชะงักมือที่กำลังจะกดออกจากแอพพลิเคชั่น เพื่อไปดูอย่างอื่นระหว่างรอ หากแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรอีกฝ่ายพลันตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว


                 BamBam :

                 พี่มาร์คว่างคุยไหมครับ แบมมีเรื่องอยากถาม (22.26)

                                                                                                                                         Mark :

                                                                                                                                       (22.26) ว่าง

 

                 แบมแบมยิ้มกว้างทันที

 

                 BamBam :

                 อยากถามว่าจะไปสะพานโกลเดนเกทยังไงครับ แล้วก็จุดถ่ายรูปด้วย (22.27)

                                                                                                                                         Mark :

                                                                                                                         (22.27) อยากไปเหรอ

                BamBam :

                 ครับ ยังไม่เคยไปเลย แล้วอาทิตย์หน้าก็ว่างพอดี (22.27)

                                                                                                                                         Mark :

                                                                                                                               (22.28) ไปกับใคร

 

                 แบมแบมขมวดคิ้วสงสัย เหมือนประโยคจะห้วนแบบแปลก ๆ แต่ก็เหมือนตัวเองจะคิดมากไป เพราะอีกฝ่ายก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นะ

 

                 BamBam :

                 ไปคนเดียวครับ (22.29)

                                                                                                                                         Mark :

                                                                                                                                 (22.30) อืม ไปวันไหนล่ะ?

            BamBam :

            คิดว่าไม่วันจันทร์ก็อังคารครับ (22.30)

                                                                                                                                         Mark :

                                                                                                                            (22.33) เดี๋ยวพี่พาไป

           

            อ่อ…ห๊ะ!

            แบมแบมที่ตอนแรกพยักหน้าหลังจากได้อ่านประโยคนั้น ก็ชะงักและเบิกตากว้างแล้วอ่านซ้ำอีกครั้ง ก่อนนิ้วจะกดพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว


                 BamBam :

                 จริงเหรอครับ! (22.34)

                                                                                                                                           Mark :

                                                                                                 (22.35) พี่ก็ไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกัน


            เหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม แต่มันก็แปลได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น แบมแบมยิ้มกว้างจนแก้มจะฉีก รู้สึกหัวใจพองโตแบบแปลก ๆ ดีใจที่มีคนพาไปก็อีกเรื่อง แต่คนพาไปคือพี่มาร์คนี่สิ!


            ความคิดที่ผุดขึ้นมาเมื่อครู่ทำให้แบมแบมชะงัก


            ทำไมถึงคิดแบบนี้ทำไมถึงดีใจขนาดนี้…แบมแบมสงสัยว่าถ้าเปลี่ยนจากพี่มาร์คเป็นยูคยอม ยองแจ หรือคนอื่น เขายังจะเป็นแบบนี้ไหม เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็เริ่มเม้มปากแน่น ทั้งยังเริ่มสับสนกับอาการของตัวเอง


            …มันชักจะไม่ปกติซะแล้วสิ 




___________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

          ขอประกาศอีกครั้งว่าตอนนี้กำลังรีไรท์อยู่ค่ะ เปิดตอนที่เหลือไม่ได้~ หรือผิดที่ไรท์ที่ไม่ลบตอนให้รู้แล้วรู้รอด หรือไม่พิมพ์บอกต่อหลังชื่อตอนคะว่ากำลังรีไรท์อยู่ ฮรือออ... แต่ก็ช่างเถอะเนอะ!

          ขอบอกอีกครั้งว่ารูปประกอบข้างต้นเพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านนะคะ เป็นความหวังดี(?)เล็ก ๆ น้อยๆ จากไรท์เตอร์ผู้น่ารักที่ช่างกล้าอวยตัวเองได้อย่างหน้าไม่อายคนนี้แหละค่ะ 55555

          ติดแท็ก #เติมรักมบ หรือเข้าไปเมาส์มอยกับไรท์ได้ที่ทวิตเตอร์ @lucent_pre นะคะ (คลิ๊กเข้าไปได้เลยค่ะ)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2821 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:09
    มีลางสังหรณ์ว่าคนส่งอีตุ๊กตาผีนั้นมา กับคนส่งโพสอิทมาจีบจะเป็นคนเดียวกันนนน วิธีการเหมือนกันเลยอ่ะ
    ว่าแต่พี่มาร์คคค ไม่คิดจะบอกอะไรน้องเลยอ้ออออ
    #2821
    0
  2. #2754 impraan17 (@impraan17) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 22:11
    <p>น่ากลัวมาก รูปที่แปะไว้</p>
    #2754
    0
  3. #2725 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:48
    ใครขู่น้องงงงงงงง
    #2725
    0
  4. #2673 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 16:04
    น่ากลัว บีไอป่าวส่งโพสอิทขู่น่ะ แบบทำใจไม่ได้
    แบมแอบชอบพี่มาร์คล่ะสิ
    #2673
    0
  5. #2625 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 17:34
    ใครเป็นคนขู่แบมนะ จิตอ่ะ
    #2625
    0
  6. วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 15:18
    ฮืออออ ตกใจกัพภาพปลากรอบ
    #2504
    0
  7. #2493 wachirapornha (@wachirapornha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 03:16
    เลาอยากจะโบกว่า อ่านตอนนี้ในเวลาตี3ไม่เหมาะเลยจริงๆ หืออออ~จะร้องเหมือนโดนแกล้ง ภาพประกอบทำหัวใจจะวายเลยค่ะ แต่ก็กลับมาเขินได้ต่อ???
    #2493
    0
  8. #2450 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 04:01
    โอ้ยน่ารักไม่ไหวแล้วววว
    #2450
    0
  9. #2433 Guideexb (@guide-hb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 14:30
    ฮือไรท์นี่อ่านอยู่ดีๆสะดุ้งเลย;_;
    #2433
    0
  10. #2432 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 09:31
    แบมยังไม่รู้ตัว
    ใครนะที่ส่งของให้แบม
    #2432
    0
  11. #2431 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 12:27
    คนส่งตุ๊กตาให้แบมเป็นใครกัน แล้วเลิกยุ่งกับใคร มาร์ค? รอค่าาาา
    #2431
    0
  12. #2430 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 12:08
    รอนะคะไรท์ รูปตุ๊กตานี่น่ากลัวจริงๆ กว่าจะทำใจเลื่อนได้ฮืออออ
    #2430
    0
  13. #2428 cream_bambam (@cream_bambam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 19:57
    อ่านไม่ได้อ่าาไรท์~~
    #2428
    0
  14. #2343 Iris_bella (@Iris_bella) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 01:44
    ง่าาาา รูปน่ากลัวจริงๆค่ะไรท์
    #2343
    0
  15. #2341 vip009 (@vip009) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 00:45
    ตกใจรูปมากไม่กล้าเข้าห้องน้ำเลยแม่งงงง
    #2341
    0
  16. #2309 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 18:50
    แทบโยนโทรศัพท์ทิ้งพร้องอุทานเสียงดังว่าเชี้...เลยอะไรท์ตุ๊กตาหลอนมาก คนที่ส่งมาต้องหมายถึงพี่มาร์คแน่ๆเพราะบีไอก็อกหักไปแล้ว
    #2309
    0
  17. #2279 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 00:10
    คนที่ส่งมาข่มขู่ให้เลิกยุ่งเนี่ย เลิกยุ่งกับใคร มาร์ค หรือ ฮันบิน ?
    #2279
    0
  18. #2262 Auiig7 (@Auiig7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 02:03
    ใครส่งตุ๊กตาผีมาให้แบมอ่ะ...ที่ให้เลิกยุ่งนี่มาร์ครึบีไอ แต่แบมคงทำไม่ได้อ่ะเนอะ...เพราะเค้ามายุ่งกับแบมก่อนทั้งนั้น 55555 อยากเห็นแบมดาร์คตอนจัดการคนที่ขู่แบมอ่ะ
    #2262
    0
  19. #2255 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:32
    ใครขู่แบมเนี่ยยย
    #2255
    0
  20. #2201 Da'wy Sehun (@dawysehun94) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 00:57
    ไม่อะไรเลยไรท์อ่านตอนนี้เที่ยงคืนไงฮือ5555544
    #2201
    0
  21. #2039 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 01:55
    แบมแบใสตรองมากๆ
    #2039
    0
  22. #2019 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 17:59
    มาร์คดูแลแบมให้ดีนะ อย่าให้ใครมาทำอะไรแบมได้ ! แบมคิดถูกแล้วหล่ะที่ชวนพี่มาร์ค ><
    #2019
    0
  23. #1993 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:27
    ไม่ใช่ B.I. ใช่มั้ยอ่าที่ส่งของมาขู่ อย่าเลยโดนแบมหักอกนี่ก็สงสารละอยากจะปลอบใจแทน
    #1993
    0
  24. #1985 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:08
    แต่เอาหัวเป็นประกัน ว่าบีไอไม่ได้ทำแน่????????????
    #1985
    0
  25. #1932 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:53
    ใครกันนะที่ขู่แบมแบมแล้วอยากให้แบมเลิกยุ่งกะใคร
    #1932
    0