เติมรัก || MarkBam

ตอนที่ 11 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    30 ส.ค. 59





บทที่ 9


First Date(?)



 

                 หลังจากนั้น เจ้าของเรื่องก็ถูกยูคยอมลากมานั่งโต๊ะเพื่อให้เจ้าตัวชี้แจงเรื่องทุกอย่างให้ทุกคนฟัง ด้านแบมแบมแม้จะงุนงงไปบ้างว่าคนที่เหลือรู้เรื่องได้อย่างไร ต่ำพอมองคนที่ลากมาแล้วก็พอจะเดาได้  


                 หากพอเล่าจบแล้ว ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าอากาศโดยรอบนั้นเย็นลงแถมยังคล้ายมีกระแสของความอึดอัดอีกหน่อย ๆ ครั้นจะหันถามยูคยอมก็เห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งแล้วหันหน้าหนี ส่วนพี่ ๆ อีกสามคนก็มีท่าทางกระอักกระอวน อ้อมแอ้มเอ่ยว่าระวังตัว แล้วก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นเหมือนอยากเลี่ยง สุดท้ายเลยหันไปหาอีกคนที่เหลืออยู่ เห็นอีกฝ่ายเพียงแค่มองมานิ่ง ๆ สายตาคมกริบดูขุ่นมัวทั้งยังคล้ายกำลังสะกดกลั้นอะไรสักอย่าง ก่อนจะบอกให้เขาระวังตัว จากนั้นก็หันหน้าหนีไปทางอื่น แบมแบมก็ทำได้เพียงรับคำแล้วนั่งงง สักพักก็โดนยูคยอมลากไปทำงาน


                 เมื่อเสร็จจากงานทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ แบมแบมก็เช่นเดิมด้วยการปั่นจักรยานกลับหอ อากาศเย็นค่อนไปทางหนาวในช่วงค่ำไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว เพราะวันนี้เจ้าตัวเตรียมพร้อม จัดเต็มทั้งผ้าปิดจมูก เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ และถุงมือ


                 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะเพิ่งมายืนที่หน้าประตูห้องได้ไม่ถึง 10 วินาที แบมแบมล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ขณะที่มืออีกข้างก็ไขกุญแจห้องไปด้วย เมื่อเข้ามาและล็อคประตูเรียบร้อยแล้วจึงกดรับ


                 ว่าไง ยองแจเอ่ยขึ้นพร้อมนำโทรศัพท์ไปเหน็บไว้บนไหล่ ขณะที่ก็เอาหูแนบไปด้วย


                 [ไม่ว่าไงล่ะ วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นเล่ามาซะดี ๆ]


                 ประโยคกึ่งคำถามกึ่งบังคับที่ดังมาจากปลายสายเรียกรอยขมวดบนคิ้วเรียวได้เป็นอย่างดี หากพอจะเอ่ยถามกลับก็พลันนึกขึ้นได้ ประโยคที่ตอบกลับจึงเป็นประโยคเชิงประชดแทน


                 ข่าวเร็วดีนี่


                 [แน่น๊อน สายข่าวดีเยี่ยมขนาดนี้]


                แบมแบมส่ายหน้ากับยองแจที่แม้จะรู้ว่าเขาประชดแต่ก็ยังยอมรับหน้าชื่นตาบาน และที่บอกว่าสาย มันจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ยูคยอม


                 ยูคมันน่าจะเล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอ


                 [โอ๊ยย มันไม่เหมือนกันหรอก ฟังจากเจ้าของเรื่องอารมณ์มันต่างกันเยอะ]


                 คนเป็นเจ้าของเรื่องหัวเราะแผ่วเบา ก่อนเดินไปเปิดฮีทเตอร์ ถอดผ้าพันคอตามด้วยเสื้อกันหนาวและพาดทั้งหมดไว้บนพนักเก้าอี้


                 ไม่อ่ะ ขี้เกียจ


                 เพียงแค่นั้น แบมแบมก็ได้ยินเสียงจิจ๊ะดังลอดมา ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจแรงคล้ายไม่ได้ดังใจ เงียบไปเพียงอึดใจจากนั้นปลายสายก็พูดขึ้น


                 [ไม่เล่าก็ไม่เล่า งั้นขอถามว่าแบมคิดยังไง]


                 แบมแบมเลิกคิ้วกับคำถามก่อนตอบ อืม ก็ไม่ยังไง


                 [อะไรคือไม่ยังไง ไม่คิดไม่สนใจหรือไม่ชอบ]   


                 มันก็เฉย ๆ นะ ไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบอะไร


                 [พูดยังงี้แสดงว่าบอกผ่านไปอีกคนล่ะสิ]


                 อืม


                 [เฮ้อ…มีเข้ามากี่คนก็เป็นซะแบบนี้ นี่ไม่คิดจะเปิดใจให้ใครเลยเหรอ] เสียงถอนหายใจจากยองแจดังขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้


                 ใครว่าอย่างนั้น ก็เปิดใจอยู่นะแต่แค่มันยังไม่ใช่ไง


                 [ไม่เปิดใจให้คนนี้ แล้วคนนั้นล่ะ ชื่ออะไรนะ~ อ๋อ พี่มาร์คนั่นน่ะ]


                 ชื่อของใครบางคนที่ยองแจอ้างขึ้นทำให้แบมแบมชะงัก เอ่ยถามด้วยน้ำสียงงุนงง ยองแจรู้จักพี่มาร์คด้วยเหรอ


                 [เปล่า ยูคยอมมันเล่าให้ฟัง]


                 แล้วทำไมต้องพี่มาร์ค ได้แต่คิดไม่กล้าพูดออกไป


                 [แหนะ เงียบไปแบบนี้แสดงว่า…]


                 อะไร ก็พี่ที่รู้จักไง


                 [สนิทกันป่ะ เห็นว่าไปเที่ยวด้วยกันมาแล้ว]


                 แบมแบมขมวดคิ้วมองโทรศัพท์ ยูคยอมมันเล่าทุกอย่างจริง ๆ


                 ก็ระดับนึง พี่เขาใจดีนะ”


                 [แล้วคนนี้มีโอกาสป่ะ?]


                โอกาสอะไร


                 [แหม ก็รู้ ๆ กันอยู่]


                 เขาไม่ได้มาจีบซะหน่อย


                 […แต่ที่ได้ยินมาไม่ใช่แบบนั้นนี่หว่า] เสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์จากปลายสายทำให้แบมแบมต้องถามอีกครั้ง


                 เมื่อกี้ว่าไงนะยองแจ


                 [อ่อ! เปล่า ๆ เอ่อ…แล้วถ้าเขาจีบล่ะ แบมจะว่าไง]


                “…..”


                 [แบม?]


                 ก็…ไม่รู้สิแบมแบมลองคิดตาม ถ้าพี่มาร์คมาจีบจริง ๆ จะเป็นไงนะ…


                 [โอ้มายก็อดด! พูดแบบนี้แสดงว่าคนนี้มีลุ้น!]


                 ลุ้นอะไรล่ะแบมแบมเอ่ยแทรกขึ้นทันควันคล้ายคนร้อนตัว นั่นเรียกเสียงหัวเราะลั่นจากยองแจได้เป็นอย่างดี


                 [ก็ต้องรอดู~ แค่นี้ก่อนนะแบม ต้องไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้า อ่อ! ช่วงนี้อาจติดต่อยากหน่อยนะ เพราะมีธุระต้องไปทำเยอะแยะเลย พอปิดคอร์สก็ต้องกลับบ้านอีก โอเคนะ กู้ดไนท์ บาย!]


                หือ? อะ อือ บาย  


                 แบมแบมยังคงงุนงงกับการปุบปับของคนปลายสาย เมื่อยกโทรศัพท์ออกมามองก็ต้องอมยิ้มอย่างขบขัน หากในสมองก็ยังคงคิดถึงคำพูดของยองแจอยู่


                 ถ้าพี่มาร์คมาจีบ…งั้นเหรอ


                 คิดไปคิดมาก็เหมือนมีอารมณ์บางอย่างกำลังตีตื้นขึ้นมาในอก แบมแบมชะงักแล้วเริ่มส่ายหน้าระอากับตัวเอง


                 …เป็นบ้าอะไรอีกล่ะแบมแบม

 

 




                  แบมแบมคิดเอาไว้ว่าจะมานั่งจัดการรูปที่ได้จากเที่ยวครั้งก่อนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ แต่เหมือนจะไม่ไหว เพราะไม่รู้เหตุใดถึงรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียพลังงานมากกว่าปกติ


                ติ๊ง…


                และขณะกำลังจะขึ้นเตียง เสียงจากแอพลิเคชั่นในโทรศัพท์ก็ดังขึ้นซะก่อน แบมแบมเลยเดินไปหยิบเอาโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือมาดู


                 Mark :

                แบม นอนหรือยัง (22.35)

 

                พี่มาร์ค? แบมแบมเลิกคิ้วกับคำถาม ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป

 

                                                                                                                        BamBam :

                                                                                                                                         (22.36) ยังครับ

                 Mark :

                 พรุ่งนี้แบมมีเรียนไหม (22.36)

                                                                                                                                           BamBam :

                                                                                                                            (22.36) มีครับ เรียนเช้า

 

                 Mark :

                 งานที่ร้านล่ะ (22.37)


                 แปลก…พี่มาร์คไม่เคยถามแบบนี้


                                                                                                                                          BamBam :

                                                                                                                                      (22.37) ไม่มีครับ

                 Mark :

                 พรุ่งนี้ไปซื้อของกับพี่หน่อยได้ไหม (22.37)

                                                                                                                       BamBam :

                                                                                                                                                                                (22.37) ครับ?


                 เอาล่ะ แปลกจริง ๆ แล้ว เพราะหลังจากแบมแบมตอบเชิงถามกลับล่าสุด อีกฝ่ายก็เงียบไปเลย       และผ่านไปไม่ถึง 5 นาที เสียงโทรศัพท์จากคนที่คุยด้วยเมื่อครู่ก็ดังขึ้น


                 “ครับ”


               [….]


                 “…พี่มาร์ค?


                 ได้ยินเสียงกุกกัก ๆ จากปลายสาย สักพักก็มีคนพูด


              [เมื่อกี้จินยองมันพิมพ์]


                 แบมแบมเลิกคิ้วกับประโยคแรกของปลายสาย นั่นแสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนชวน…แม้จะแปลกใจแต่แบมแบมก็ทำได้เพียงตอบไป


                 “อ่า…ครับ”


                 ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรอีก แบมแบมก็เหมือนได้ยินเสียงตะโกนโวยวายของบุคคลที่สาม เอ่อ…น่าจะสี่ จากปลายสาย


               [ไอ้มาร์ค! เอามานี่!...&^%^$*&]


                อืม…เขาควรต้องยกโทรศัพท์ให้ห่างจากหูสินะ…


               [แบมแบม ได้ยินไหม ฮัลโหล ๆ]


                 เสียงที่ผ่านสายมาไม่ใช่เสียงเจ้าของเครื่อง และถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นพี่จินยอง


                 “ครับ ได้ยินครับ”


                 ตอบกลับไปก็ได้ยินเสียงครางในลำคอคล้ายตอบรับ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยเข้าเรื่อง


               [คืองี้นะ ที่จริงพรุ่งนี้พวกพี่นัดจะไปซื้อของกัน แต่พี่ เจบี แจ็คสัน มีธุระด่วนกะทันหัน เลยไปกับไอ้มาร์คไม่ได้ ตอนบ่ายแบมว่าง ไปเป็นเพื่อนไอ้มาร์คมันหน่อยได้ไหม?]


                 “…ยูคยอม”


               [รายนั้นก็ไปกับพี่นี่แหละ ไม่ว่างเหมือนกัน]


                คนถูกถามมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย …ก็ใช่ว่าไปไม่ได้หรอกนะ มันก็แค่.…รู้สึกตงิด ๆ แต่ก็เอาเถอะ


              [แบม?]


                 “โอเคครับ”


              [เยส! เอ๊ย…เดี๋ยวพี่ให้ไอ้มาร์คมันโทรคุยรายละเอียดอีกทีนะ!]


                พูดเสร็จอีกฝ่ายก็ตัดสายไปทันที


                 …อืม  

 





               ขณะที่ฝั่งนั้นยังงงไม่หาย อีกฝั่งนั้น…

                 ตอนนี้เจ้าของห้องกำลังหรี่ตามองเพื่อนทั้งสามอย่างดุดัน เพราะหลังจากที่ออกมาจากร้านกาแฟด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ทั้งที่ควรจะแยกย้ายกันกลับ แต่แจ็คสัน เจบี และจินยองกลับยกโขยงมาที่ห้องของมาร์ค


                 และเมื่อมาถึง ทั้งสามก็พากันแยกย้ายราวกับนัดกันไว้ คนหนึ่งตรงเข้าไปส่วนของห้องรับแขก รื้อเครื่องเล่นเกมส์ออกมาต่อกับโทรทัศน์ อีกสองคนเดินเข้าไปห้องครัว เพื่อไปขนของกินออกมากินเล่น เจ้าของห้องก็ทำได้เพียงยืนอยู่หน้าประตูมองเพื่อนทั้งสามทั้งที่ยังถอดรองเท้าไม่เสร็จ


                เจ้าของห้องส่ายหัวระอากับเพื่อนทั้งสาม ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไปอย่างไม่สนใจ


                 สองคนที่ตรงเข้าไปด้านในอย่างจินยองและแจ็คสันที่สองมือเต็มไปด้วยขนมและเครื่องดื่มเดินออกมาจากห้องครัว พร้อมสอดส่ายสายตาหาเจ้าของห้อง


                 “ไอ้มาร์คล่ะ” แจ็คสันถามคนที่กำลังต่อจดจ่ออยู่กับการเลือกเกมส์บนโซฟา


                 …กับการเรียนมึงทุ่มเทแบบนี้ไหมเพื่อนรัก


                “ในห้อง” ราวกับรู้ว่าถูกแอบด่า คนที่ก็ถูกแอบด่าจริง ๆ จึงหันไปหยิบหมอนที่วางอยู่ข้างตัว แล้วขว้างใส่คนพูดไปหนึ่งที


                 “ไอ้…! ขว้างหมอนใส่กูทำไมเนี่ย!” แจ็คสันโวย เมื่อขนมที่หอบเต็มสองมือได้อันตรธานหายลงไปกระจายอยู่บนพื้นห้องเรียบร้อย และนอกจากขนมแล้วหน้าก็ยังเกือบหงายหลังลงกับพื้นด้วย …ดีนะที่มีต้นขาแน่น ทนทานต่อทุกสถานการณ์


                 เจบีเพียงยักคิ้วสองสามทีแล้วหันไปสนใจเกมส์ต่อ


                 “มันไม่อยู่ก็ดีแล้ว ตอนนี้พวกมึงมาช่วยกูคิดเลย” จินยองวางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ นั่งลงบนโซฟาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง


                 “คิดอะไรวะ แต่ก่อนจะคิดเนี่ยมาช่วยกูเก็บก่อนไหม”


                  จินยองเพียงแค่ปรายตามองแล้วพูดเสียงเรียบ “รีบเก็บแล้วรีบมาสุมหัวเร็ว ๆ”


                  นั่นไง…แล้วแจ็คสันจะทำอะไรได้


                 “โอเค มีอะไรว่ามา” เมื่อทั้งสามคนนั่งหันหน้าเข้าหากันแล้ว เจบีจึงเริ่มถาม


                 แจ็คสันมองเจบีแล้วหันมองจินยองที่ตอนนี้กำลังทำหน้าจริงจังคล้ายจะเตรียมวางแผนไปรบ ทั้งที่จริงเขามันก็ไม่น่าจะมีเรื่องหนักหนาอะไรขนาดนั้น ก็ได้แต่คิดไม่ได้พูดออกมา…เดี๋ยวจะเจออภินิหารจินยอง


                 แจ็คสันคิดว่ามันไม่โอเค…


                 “เรื่องไอ้มาร์คกับแบม กูมาคิดดู ถึงพวกเราจะรู้ว่ามาร์คมันเอาจริง แต่ก็รู้เฉพาะเรา คนอื่นไม่รู้โดยเฉพาะแบมแบม มึงก็เห็น…แบมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย” จินยองครุ่นคิดเพื่อเรียบเรียงคำพูดก่อนจะเอ่ยให้เข้าประเด็นที่สุด


                 “จะว่าไปก็ใช่นะ ที่จริงกูก็ตะหงิดอยู่เหมือนกัน ที่จริงก็อยากให้ไอ้มาร์คมันบอกแบมไปเลยว่าจีบ แต่กลัวว่ามันจะกลายเป็นได้ผลตรงกันข้ามน่ะสิ” เจบีเอ่ยสำทับ เขาเองตอนแรกก็คิดว่าแบมแบมน่าจะรู้ แต่พอสังเกตดูกลับกลายเป็นว่า ไม่ว่ามาร์คทำอะไรไปก็ดูเหมือนมันจะศูนย์เปล่าไปเกือบทั้งหมด


                “กูก็คิดแบบนั้น และคิดว่ามาร์คมันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เพราะดูแล้วมันคงคิดจะค่อย ๆ เดินหน้าไป แต่มึงคิดดูสิ สิ่งที่มันทำก็เหมือนสิ่งที่คนปกติเขาสนิทกันทำให้กันไหม แบมแบมก็ซื่อซะขนาดนั้น และกูมั่นใจว่าหลังจากกลับจากเที่ยวคราวนั้น นอกจากที่มันไปที่ร้านทุกวันแล้วมันยังไม่เคยได้ออกไปไหนกับแบมอีก” จินยองพูดพร้อมตบหมอนบนตักอย่างแรงแสดงถึงความมั่นใจ


                 “พวกมึงก็พูดไม่ดูนิสัยมันเลยนะ กูว่ามันทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว” แจ็คสันนั่งคันปากหยิบ ๆ อยากจะพูดว่าถ้าเป็นเขานี่จะจีบเช้าจีบเย็น หยอดทุกมุข! เก็บทุกเม็ด! เสร็จ!(?) ไม่มีเหลือ!


                “กูถึงคิดอยากจะช่วยมันนี่ไง ยิ่งมีคนชื่อบีไออะไรนั่นอีก มึงก็เห็น นั่นเขาจีบมาก่อนไอ้มาร์คอีก”


                 “งั้นทำยังไงล่ะ?


                 “ถ้ากูรู้กูจะมาถามพวกมึงไหม?” จินยองหันไปขึงตาใส่แจ็คสัน เขาให้มาช่วยคิดไม่ใช่ให้มาช่วยเพิ่มคำถาม และก็ต้องได้ข้อสรุปก่อนไอ้มาร์คมันอาบน้ำเสร็จอีก หากถามว่าทำไมต้องรีบ คำตอบคือ อะไรมันก็ไม่แน่นอน ถ้าคิดทำอะไรได้ก็ควรรีบทำก่อน ถึงจะไม่ได้อะไรแต่ก็ยังได้คิด


                 ถ้ามึงสมหวังเมื่อไหร่ มึงควรต้องจัดหนักให้พวกกู ไอ้มาร์ค!   


                 ช่วยสุดตัวแม้เพื่อนไม่เอ่ยปาก ช่างเป็นคนดีอะไรแบบนี้…บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้เจตนาเผือกเรื่องของเพื่อนจริง ๆ นะ


                งั้นเอาแบบนี้…” เจบีที่เงียบไปก่อนหน้าโพล่งขึ้นมา พร้อมคว้าคอเพื่อนทั้งสองเข้ามาใกล้แล้วเล่าแผนการที่คิดไว้อย่างรวดเร็ว





 

                 “มาร์ค กูยืมโทรศัพท์หน่อยดิ กูลืมโทรศัพท์ไว้บนรถ ขี้เกียจลงไปเอา” จินยองเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเป้าหมายเดินออกมาจากห้อง


                 เห็นเจ้าของห้องมุ่นคิ้วคล้ายเป็นเหตุให้คนขอรีบพูดตามสคริปต์ที่วางไว้ทันที


                 “ของแจ็คสันแบตหมด เจบีมันยังไม่ไปจ่ายค่าโทรศัพท์” แม้สคริปต์มันจะน่าสงสัย…อย่างมาก แต่มันคงใช้ได้กับคนที่ตอนนี้ขี้เกียจจะคิดอะไรให้มากความ เพราะเจ้าตัวจัดการปลดล็อคโทรศัพท์ในมือ และโยนไปให้คนขออย่างง่ายดาย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว


                 “ทำไมง่ายจังวะ…” จินยองพึมพำ แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจบีขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ แล้วเอ่ยเร่ง


                 “อย่ามามัวสงสัย จัดการก่อน!


                 “เร็วเลยมึง!” แจ็คสันที่ขยับเข้ามานั่งอีกข้างก็พูดเร่งสำทับ


                 “นี่ก็เร่งกันจัง! ไหน ๆ แบม แบม… เจอแล้ว! หวังว่าจะตอบกลับมาทันทีนะ” จินยองรีบกดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์แล้วหาชื่อแบมแบม เจอแล้วก็จัดการทักไป …นี่ถ้าไม่ตอบทันทีมีหวังแผนล่ม


                 และโชคก็เข้าข้าง เมื่อแบมแบมตอบกลับมาในทันที


                 เจ้าของห้องที่เดินออกมาพร้อมขวดน้ำ มองไปเห็นเพื่อนทั้งสามคนนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวด้วยกันก็เกิดความสงสัย มันไม่แปลกที่นั่งโซฟาตัวเดียวกัน แต่ที่แปลกคือการนั่งสุมหัวกันดูอะไรสักอย่างแล้วทำเสียงตื่นเต้นกับอะไรสักอย่างที่ว่า ซึ่งมันก็ไม่น่าจะใช่เกมส์ที่เปิดค้างไว้ให้เปลืองไฟนั่นแน่นอน เมื่อคิดไปก็ไม่ได้คำตอบจึงเดินเข้าไปยืนดูอยู่ข้างหลัง


                 ดวงตาคมกริบหรี่ตามอง ก่อนจะรีบยื่นมือไปหยิบเอาสิ่งที่เพื่อนทั้งสามกำลังสุมหัวกันดูอยู่คืนมาทันที นิ้วเรียวยามตามแบบฉบับของผู้ชายแตะที่หน้าจอแล้วเลื่อนขึ้นลงอ่านหน้าที่เปิดค้างไว้ สักพักจึงค่อย ๆ เงยหน้ามองเพื่อนทั้งสามที่ตอนนี้หันหลังมาอย่างพร้อมเพรียง เสียงนิ่งเรียบผสมความกดดันเอ่ยขึ้นท่ามกลางใบหน้าตื่นตระหนกของบุคคลผู้ถือวิสาสะทั้งสาม


                 “ทำอะไร…”


                 เพียงแค่นั้นเหล่าผู้หวังดีพลันขนลุกขึ้นมาทันที!


                 “กูจะช่วยมึงไง” จินยองรีบเอ่ยขึ้นมาก่อน


                 มาร์คนิ่งมองเพื่อนทั้งสาม ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหันไปกดโทรศัพท์หาเบอร์และโทรออก  ซึ่งก็ไม่พ้นสายตาจินยองที่มองตามทุกกิริยา ทั้งยังเดาได้อีกว่าเพื่อนจะโทรหาใคร


                 ไม่ได้! เขาจะให้แผนล่มไม่ได้! มาถึงขนาดนี้แล้วเป็นไงเป็นกัน!


                 จินยองสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจรีบวิ่งไปตะครุบแย่งโทรศัพท์ของมาร์คที่เพิ่งคุยกับปลายสายไปได้สองสามประโยคมา โดยมีแจ็คสันที่เจ้าตัวคว้าแขนลากไปด้วย เพื่อไปเป็นกันชนห้ามไม่ให้มาร์คมาขัดขวาง


                 แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่จินยองคิดไว้ เพราะไม่เพียงมาร์คไม่มองมาด้วยสายตาเย็นเหยียบเท่านั้น อีกฝ่ายทั้งยังไม่ห้ามและกอดอกยืนมองจินยองคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางสบาย ๆ โดยด้านข้างนั้นมีแจ็คสันที่ทำหน้าเอ๋อ พร้อมกำลังคร่ำครวญในใจผ่านทางสีหน้า


                 ให้กูมายืนทำอะไรตรงนี้… นอกจากจะให้กูมาเสี่ยงตายแล้ว มึงยังไม่สนใจกูอีกแจ็คสันเศร้าใจ (ขอติดแท็ก #เพื่อนทำร้ายฉัน #ร้องไห้หนักมาก)


                 “เยส! เอ๊ย เดี๋ยวพี่ให้ไอ้มาร์คมันโทรคุยรายละเอียดอีกทีนะ” คุยเสร็จจินยองก็รีบวางก่อนทันที


                 “เล่ามา…” มาร์คเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ


                 จินยองไม่สนใจสีหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยของมาร์ค ก่อนจะเล่าแผนทุกอย่างให้ฟัง


                 “สรุป… พรุ่งนี้ให้กูไปรับแบมแบม ให้พากูไปซื้อของที่กูไม่รู้ว่าต้องไปซื้อ?” เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด มาร์คก็เลิกคิ้วถามกลับ


                 “เออ มึงก็คิดเองแล้วกันว่าจะไปไหน รุกให้เขารู้บ้างอ่ะมึง เดี๋ยวหมาคาบไปแดกก่อนแล้วจะรู้สึก” เจบีพูดไปก็ส่ายหน้าคล้ายระอาไป


                 มาร์คเงียบไปสักพักก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดสิ่งที่ทำให้เพื่อนทั้งสามเบิกตากว้างอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน


                 “โอเค ขอบใจ”


                 “มึง…มึงไม่ได้โกรธพวกกูเหรอ?” แจ็คสันที่พยายามรวบรวมสติเอ่ยถามขึ้นอย่างตะกุกตะกัก


                 “อยากให้กูโกรธ?


                “โน ๆ ไม่ ๆ คือมึงทำหน้าเหมือนโกรธพวกกูอ่ะ ตอนดึงโทรศัพท์คืนแล้วโทรหาแบมแบม แล้วเหมือนมึงจะโทรไปบอกว่ามึงไม่รู้เห็นเรื่องที่พวกกูคุยกันในไลน์” คนโดนดึงโทรศัพท์ออกจากมือ แถมยังดันไปแย่งโทรศัพท์จากมือเจ้าของเขาอีกจำต้องเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย


                 คนถูกเขาใจผิดเลิกคิ้วชูโทรศัพท์ในมือ “กูก็เป็นของกูแบบนี้ ที่กูโทร ก็แค่จะบอกว่ากูไม่ได้เป็นคนพิมพ์ แต่ที่ชวนไปซื้อของน่ะชวนจริง ๆ แค่นั้น” พูดเสร็จเจ้าตัวก็เดินเข้าห้องนอนเพื่อไปจัดการนัดหมายแบมแบมในวันพรุ่งนี้

                 ถ้าเพียงแต่มาร์คหันมาสนใจเพื่อนสักนิด จะเห็นว่าตอนนี้แต่ละคนนั้นทำหน้าคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่างไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นกันหมดแล้ว…


                 ไอ้มาร์คโหมดนี้ ยังไงกูก็ยังไม่ชิน! (x3)   




           

                คนถูกนัดกะทันหันเมื่อคืน ขณะนี้กำลังเร่งปั่นจักรยานเพื่อไปให้ทันเวลาที่อีกฝ่ายนัดไว้ในตอนเที่ยง และมันคงจะเป็นการปั่นที่รวดเร็วมากทีเดียว เพราะตอนนี้แบมแบมมาถึงห้องพักก่อนเวลานัด 20 นาที ทั้งที่ก่อนหน้าเจ้าตัวคำนวณว่าคงจะใช้เวลามากกว่านี้


                 แบมแบมเอาจักรยานไปจอด ก่อนจะขึ้นไปเก็บของทำธุระบนห้อง จากนั้นจึงลงมานั่งรออยู่ด้านล่าง ครั้นเมื่อยกนาฬิกาขึ้นดูก็เห็นว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาที แบมแบมจึงฆ่าเวลาโดยการหยิบหูฟังจากกระเป๋ามาต่อกับโทรศัพท์และเปิดเพลง


                 ขณะกำลังฟังเพลงเพลิน ๆ แบมแบมก็รู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้จึงเงยหน้ามอง เห็นเป็นคนที่กำลังรอ จึงกดหยุดเพลงถอดหูฟังเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนจากโต๊ะที่ใช้นั่งรอ ก่อนยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพอดี


                 “ไปกันเถอะ” มาร์คเอ่ยสั้น ๆ ก่อนหันหลังเดินกลับไป จนแบมแบมรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำให้อีกฝ่ายต้องลงจากรถลงมาตาม แต่อีกใจก็งุนงงว่าทำไมคนด้านหน้าถึงไม่โทรหรือไลน์ตาม แม้จะคิดแบบนั้นแต่แบมแบมก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป


                 มาร์คพาแบมแบมมากินข้าวที่ร้านอาหารในย่านไชน่าทาวน์ ด้วยความที่วันนี้เป็นวันหยุดคนจึงค่อนข้างเยอะ แม้ว่ามันจะเลยเวลาทานอาหารเที่ยงไปแล้วก็ตาม


                 ระหว่างรออาหารแบมแบมก็หันมองดูนั่นนี่รอบตัวไปเรื่อย ๆ แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้เลยว่าคนอายุมากกว่าจะมาซื้ออะไร และที่ไหน แบมแบมเหลือบมองคนนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยถาม  


                 “พี่มาร์คมาซื้ออะไรเหรอครับ?


                 คนที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ หันมาสบตาคนถาม ก่อนจะคิ้วเข้มจะเริ่มขมวดเล็กน้อยกับคำถาม นั่นเพราะเจ้าตัวไม่ได้คิดไว้ และเมื่อคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องซื้ออะไรนั้นนิ่งเงียบอยู่เพียงอึดใจ สุดท้ายจึงเอ่ยในสิ่งที่ทำให้แบมแบมต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจทันที


                 “ว่าจะไปเดินดูแถว Union Square น่ะ”


                 จะไม่ให้แปลกใจได้ยังไง ก็ Union Square น่ะคนเยอะมหาศาลมาก เรียกได้ว่าเป็นสถานที่รวบรวมขาช็อปเลยก็ว่าได้ แล้วพี่มาร์คจะไปที่นั่น…


                 แบมแบมกำลังอ้าปากจะถามเพื่อความแน่นอน หากแต่คิดอีกทีมันก็ต้องแล้วแต่คนจะซื้อ สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือท้วงอะไรออกไป


                 กินเสร็จ แน่นอนว่ามาร์คเป็นคนจ่าย แม้ว่าแบมแบมอยากจะแชร์ด้วยมากแค่ไหนตาม แต่สุดท้ายเมื่อถูกมาร์คหรี่ตามองแบบดุ ๆ เจ้าตัวก็ไม่สามารถแย้งอะไรได้


                 มาร์คที่เห็นคนตัวเล็กทำหน้าหงอย จึงยกมือขึ้นลูบหัวคนตรงหน้าเบา ๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “ไม่ต้องรู้สึกผิด พี่เต็มใจ …ถ้าวันไหนพี่ไม่เต็มใจเราค่อยรู้สึกผิด” กล่าวจบใบหน้าคมก็ยกยิ้มบางอย่างเอ็นดู


                 แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาทันเห็นรอยยิ้มนั่น เจ้าตัวรู้สึกเหมือนโดนจู่โจมด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า ทั้ง ๆ ที่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยิ้ม แต่ทำไมเหมือนมันหัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แบมแบมสะบัดหัวเบา ๆ


                 “งั้นคราวหน้าให้แบมเลี้ยงพี่มาร์คบ้างนะครับ”


                 มาร์คเลิกคิ้ว มือก็ขยี้ผมนุ่มเบา ๆ และตอบไป “โอเค” ปากตอบไปแบบนั้นแต่ก็ไม่วายคิด …ดื้อจริง ๆ

 

 





                  ก็อย่างที่แบมแบมว่าไว้ …คนเยอะจริง ๆ


                 ตอนนี้มาร์คและแบมแบมอยู่ที่ Union Square สวรรค์ของนักช็อป มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด

 

                 สำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไรนั้น ดูเหมือนดวงตากลมโตจะพยายามสอดส่องไปทั่วทุกสารทิศอย่างตื่นเต้น ส่วนคนที่บอกว่าจะมาซื้อ ได้แต่เดินเอื่อย ๆ ไม่สนใจอะไรนอกจากคนข้างกายที่ตอนนี้กำลังทำท่าเหมือนจะเดินแยกไปอย่างไม่บอกกล่าว มาร์ครีบดึงแขนแบมแบมไว้ก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินออกไปจริง ๆ เพราะดูแล้วถ้าละลายตาปุบ คงได้หลงกันแน่นอน


                 คนที่ตั้งท่าจะเดินแยกไปเพราะเห็นร้านเครื่องประดับพลันชะงัก ก่อนจะหันไปยิ้มแหย ๆ ให้คนที่ส่งสายตาดุมาให้ พร้อมพูดขึ้นเสียงอ่อย


                 “ขอโทษครับ เพลินไปหน่อย …ร้านนั้นน่าสนใจดีนะครับ” ขอโทษแล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจทันที และเจ้าตัวมั่นใจมากว่าต้องได้ผลเพราะเคยลองกับยูคยอมมาแล้ว (มั่นใจมาก)


                 มาร์คหรี่ตามองคนตัวเล็กเหมือนรู้ทัน ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ แล้วบอกให้แบมแบมเดินนำไป ทั้ง ๆ ที่มือก็ยังจับแขนอีกฝ่ายอยู่


                 เมื่อได้รับอนุญาต แบมแบมยิ้มกว้างแล้วรีบเดินนำไปทันที


                 ร้านที่แบมแบมเล็งไว้ เป็นร้านขายเครื่องประดับที่ดูค่อนข้างมีราคา เจ้าตัวนั้นตั้งใจแค่มาเดินดูเท่านั้น เพราะความจริงราคามันก็เกินตัวไปหน่อยถึงแม้ว่าจะมีเงินและสามารถซื้อได้ก็ตาม นาน ๆ ทีแบมแบมถึงจะควักเงินซื้อ ถึงราคาจะแพงไปหน่อยแต่ด้วยคุณภาพก็ทำให้สามารถจ่ายได้โดยไม่ลังเล อาจจะด้วยความที่ถ้าเป็นอะไรที่ถูกใจหรือชอบจริง ๆ จะรู้สึกว่าต้องดูแลและทะนุถนอมให้มันอยู่กับเราไปนาน ๆ


                 แบมแบมเดินดูจนมาสะดุดที่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่ง ที่ตัวสร้อยเป็นหนังเส้น 3 เส้น ปลายสายเป็นตะขอคล้ายตะขอเบ็ดตกปลา ดูเรียบแต่ก็สวยถูกใจ กำลังจะยื่นมือไปหยิบแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้พกเงินมาเยอะขนาดนั้น มองอย่างเสียดายอยู่ชั่วครู่ก็เดินไปดูอย่างอื่นต่อ สุดท้ายก็ได้สร้อยคอหนังเส้นเล็กราคาเบา ๆ มาเส้นหนึ่ง หันไปมองคนที่เดินตามอยู่ด้านหลังเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นอีกคนมีท่าทีสนใจอะไรก็ชวนออกจากร้านไปเดินต่อ


                 เดินจนเหนื่อยคนที่บอกว่าจะมาซื้อของก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะซื้ออะไรสักอย่าง แม้จะบ่นเช่นนั้นแต่ความจริงทั้งสองคนไม่ค่อยได้เดินดูอะไรสักเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้เดินอยู่ดี ๆ มาร์คก็ลากแบมแบมเข้าร้านกาแฟ นั่งแช่อยู่ในนั้นเกือบชั่วโมง จากนั้นก็ออกมาเดินต่อ จนขณะนี้เริ่มมืด ไฟจากร้านค้า และไฟจากข้างทางเริ่มเปิด ทำให้ถนนบริเวณนี้สว่างไสว อากาศเย็น ๆ กับแสงสวย ๆ ทำให้บรรยากาศดูจะโรแมนติกขึ้นมาทันที


                 แบมแบมมองไปรอบตัวด้วยสายตาเป็นประกาย ได้แต่คิดเสียดายที่ไม่ได้พกกล้องมาด้วย ตอนนี้จึงได้แต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทำหน้าที่แทน


                 มาร์คมองคนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง ก่อนจะก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายบ้าง เพียงแต่เขาไม่ได้ถ่ายบรรยากาศเหมือนคนตัวเล็ก


                 ภาพที่ปรากฏบนโทรศัพท์หลังจากกดปุ่มถ่ายแล้วของมาร์ค คือภาพของคนที่กำลังเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปตรงหน้าต่างหาก


                 เหมือนว่าการกระทำเช่นนี้ การแอบถ่ายแบมแบมในอิริยาบถต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่มาร์คควรเพิ่มเข้าไปในลิสต์ความชอบส่วนตัวที่มีอยู่น้อยนิดได้แล้ว


                 ใครจะรู้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ไปนั่งอยู่ร้าน นอกจากอยากเห็นหน้าคนบางคนแล้ว มาร์คยังแอบถ่ายรูปแบมแบมด้วย


                 คิดไปคิดมาบางครั้งมาร์คก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นเอามากจริง ๆ


                 เมื่อเริ่มค่ำมาร์คและแบมแบมจึงตัดสินใจกลับ และท้ายที่สุดแล้วมาร์คก็ไม่ได้ซื้ออะไร ต่างจากแบมแบมที่ในมือมีถุงขนมเยอะแยะเต็มไปหมด


                 “ชอบกินขนมเหรอ” มาร์คเหล่มองถุงขนมที่อยู่เบาะหลังแล้วเอ่ยถาม


                 “ก็ชอบนะครับ กินแล้วทำให้อารมณ์ดี แต่แบมก็ไม่ได้กินเยอะนะ” ตอบแล้วแบมแบมก็หันไปหยิบขนมในถุงบนตักเข้าปากต่อ


                 เห็นแบบนั้นใบหน้าหล่อเหลาพลันยกยิ้มขึ้นนิด …กินไม่ขาดปากแบบนั้นแล้วบอกว่ากินไม่เยอะ…เชื่อเขาเลย


                 แบมแบมเอียงคอมองคนขับที่อยู่ ๆ ก็ยิ้ม ตากลมโตก้มลงมองถุงขนมตัวเองแล้วมองคนข้าง ๆ อีกครั้ง และเอ่ย “พี่มาร์คกินไหม อร่อยนะ” ไม่ว่าเปล่ามือก็หยิบชิ้นขนมขึ้นมาระดับใบหน้าของตัวเองเป็นการเชิญชวน


                 ปกติมาร์คไม่ชอบกินของหวาน แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมรู้สึกอยากได้ของหวาน ๆ มาเติมเต็มกระเพาะ ฉับพลันนั้นใบหน้าคมก็ฉายแววประหลาดขึ้นมาเพี้ยงเสี้ยววินาที โดยที่คนตัวเล็กไม่ทันสังเกตเห็น  


                 มาร์คไม่ตอบอะไรแต่ศีรษะไปด้านข้างนิด ๆ และอ้าปากน้อยๆ เป็นการตอบคำถาม


                 แบมแบมเห็นแบบนั้นก็ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปป้อน และจังหวะที่ยื่นมือไปใกล้จวนจะถึงปลายทาง กลับกลายเป็นว่าปากเรียวของคนจะถูกป้อนนั้นพลันยื่นเข้ามางับขนมไปซะก่อน เป็นเหตุให้ปลายนิ้วแบมแบมถูกริมฝีปากอีกฝ่ายขบเบา ๆ ไปด้วย


                 เจ้าของนิ้วที่รู้สึกถึงความอุ่นร้อนชะงักกึก ก่อนจะรีบดึงมือกลับมาทันที แบมแบมได้แต่เม้มปากแน่น กุมมือข้างที่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนบางอย่าง และมันอาจจะไม่ใช่แค่ความร้อนที่เกิดขึ้นที่ปลายนิ้วเพียงอย่างเดียว มันอาจรวมถึงความร้อนที่ค่อย ๆ ลามไปทั่วใบหน้าเล็ก หลังจากได้ยินคนที่เจ้าตัวเพิ่งป้อนขนมเอ่ยบางอย่างขึ้น พร้อมดวงตาคมกริบนั้นก็มีประกายพราวระยับชวนให้คนถูกมองรู้สึกปั่นป่วนได้อย่างง่ายดาย


                 “ขนม…หวานดีนะ”   




____________________________________________________________________________________________

Talk (Rewrite Ver.)

          กีฬาสีไอดอลวันนี้มันดีกับใจจริงๆ นะคะทุกคน #ปาดน้ำตา ไรท์นี่นั่งกัดหมอนกัดผ้าห่มฟินไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ตามอ่านแฟนแอคแล้วก็อยากจะมอบแท็ก #ความคุมเด็กน้อยของพี่มาร์คนั้น ให้พี่เขามากค่ะ 5555 ขอให้มีโมเมนท์แบบนี้มาเรื่อย ๆ นะคะ ฮิ้ววว~ 

          กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อค่ะ เห็นมีรีดเดอร์บางท่าน (อาจจะเพิ่งเคยเข้ามาอ่านครั้งแรก) อยากให้เปิดตอนที่เหลือ แต่เพราะตอนนี้ฟิคกำลังอยู่ในช่วงรีไรท์เลยอยากให้รออ่านฉบับรีไรท์ไปเลยค่ะ 

          ความจริงก็เข้าใจนะคะ เพราะถ้าเป็นไรท์ไปอ่านเรื่องที่เห็นอยู่ตำตาว่าแต่งจบแล้วแต่ปิดตอนไว้ ซ้ำยังมาเปิดนานน๊าน~ ที ทีละตอน ๆ นี่มันขัดใจมาก 5555 (อารมณ์แบบ ทำไมไม่เปิดๆ ไปย๊ะ!) อะไรแบบนี้ 555 

          ยังไงก็ขอบคุณที่ให้ความสนใจฟิคเรื่องนี้นะคะ :)


  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

2,838 ความคิดเห็น

  1. #2820 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:44
    เพื่อนดีๆๆๆๆๆๆๆๆ
    แต่พี่มาร์คคะ ช้านะเราาาาา
    #2820
    0
  2. #2801 MarkBam1n1a (@Notetoaki) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 18:25
    หวานจิจิงให้ตายเถอะ
    #2801
    0
  3. #2787 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 17:19
    เมื่อไหร่จะบอกน้องเล่า
    #2787
    0
  4. #2756 BowLoveBaByBam (@BowLoveBaByBam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 15:17
    กี๊ดดดดดดดกดดดกกกกกกกกกกกกกกกดดดดดด
    #2756
    0
  5. #2724 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:03
    กรี้ดดดดดดด บ้าาาาาหยุดยิ้มไม่ได้
    #2724
    0
  6. #2699 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 10:47
    เอาแล้วเว่ยๆ555 นิ้วหวาน เอ้ย! ขนมหวานดีนะ 555555555+
    #2699
    0
  7. #2692 D_dayWM (@D_dayWM) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 02:12
    หึหึ ต้วนนี้รุกแล้วใช่ไหม ขอเยอะกว่านี้อีกได้ปะอย่าให้เสียเที่ยวนะจร้า เพื่อนๆช่วยขนาดนี้แล้ว
    #2692
    0
  8. #2672 mylove2BB (@dutchmill_007) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 15:47
    ร้ายยยย
    #2672
    0
  9. #2624 annjae (@annjae) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 17:22
    ชอบในความพยายามช่วยเพื่อนจีบแบมของแจ๊คสัน จินยอง แจบอมมากกกกกก 555
    #2624
    0
  10. #2586 0923641430 (@0923641430) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 21:29
    อิลุงมันร้าย5555
    #2586
    0
  11. #2449 Miewchu (@Miewchu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 03:55
    ละมุนมากกกก
    #2449
    0
  12. #2427 Vagabond Picha (@vagabondnue) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 13:07
    ละมุนเหมือนเดิม
    #2427
    0
  13. #2426 P-ENT (@pentsy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 11:45
    ตอนนี้ก็ดีกับใจนะ
    #2426
    0
  14. #2425 ไม่บอกกก1 (@30267) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 11:25
    มาร์คต้วนธรรมดาที่ไหนนน ><
    #2425
    0
  15. #2422 Gjorjeab (@Gjorjeab) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 07:57
    กลับมาอ่านซ้ำอีกรอบค่ะ ก็ยังละมุนเหมือนเดิม พี่มาร์ครุกได้อีกๆ
    #2422
    0
  16. #2421 wanwan p (@pa_vi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 07:26
    กลับมาอ่านกี่ทีก็รู้สึกดี ความรู้สึกรักตัวละครในเรื่องจริงๆ เหมือนมีอยู่จริงๆอ่ะ
    #2421
    0
  17. #2342 Iris_bella (@Iris_bella) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 01:20
    กรี๊ดด เขินแรงงงง แบมแบมหวานมากมั๊ยพี่มาร์ค 5555555
    #2342
    0
  18. #2340 Dodobyun (@Dodobyun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:13
    พี่มัครุกเเรงงงงงงมากกก โอยยยตัวจะเเตกกกก ฮืออน่ารักมากก 
    #2340
    0
  19. #2308 donstop_canstop (@donstop_canstop) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:11
    มั่นใจนะว่าขนมอะพี่มาร์ค ไหนๆก็ไหนๆละจัดไปหนักๆเน้นๆเลยพี่มาร์ค
    #2308
    0
  20. #2278 Tangthaii (@naveeganza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 23:48
    รุกหนักมาก!
    #2278
    0
  21. #2254 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:37
    มาร์ครุกแรงค่ะะะะ
    #2254
    0
  22. #2186 เป็นติ่ง³ (@sasikanr_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 23:35
    โง้ยย3แสบเพื่อนพระเอกชั่งแสบ6555น่ารีกกะนมากเลยอ่ะ>\\\\\<
    #2186
    0
  23. #2038 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 01:41
    กรี๊ดดดดดด เขินมากกกกก
    #2038
    0
  24. #2018 Bam Yien (@aunjung14872) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 16:45
    เขิน x10 แม่เจ้าาาา มาร์ค นี่มันมาร์คจริงๆ ฟินอ่าาาา
    #2018
    0
  25. #1992 Ondine (@lilfluffy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:11
    เขินระดับสิบ เอร๊ยยยเขินแทนตะหนู พี่มาร์คดีอะไรแบบนี้ เพื่อนก็ดี๊ดีรู้งาน5555
    #1992
    0