[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 9 : เหนือปลายเมฆ ☆ VIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 424 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ VIII

เพียงแค่น้ำหอมที่คุณฉีด ทรงผมที่แสนยุ่ง คุณทำให้ผมชอบคุณมากจริงๆ

 

5เดือนต่อมา


พ่อไม่ต้องห่วงนะหนูจะดูแลตัวเองอย่างดีเลย

ห่วงอยู่ดีนั่นแหละนะ แต่อยู่กับหมอเขาก็อย่าซนให้มากนักล่ะ

จ้าๆ งั้นหนูไปแล้วนะ

เจอหมอแล้วโทรมาบอกพ่อด้วยล่ะ

จ้า มันหวานรักพ่อนะ

เวลาผ่านไปห้าเดือนได้แล้วกับระยะเวลาแห่งการอ่านหนังสือ และการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มันหวานทำมันได้อย่างสำเร็จตามที่ตัวเองคาดหวัง ตามที่พ่อส่งกำลังใจ ตามที่ใครบางคนบอกว่าจะรอ

มันเป็นการต่อสู้กับตัวเองที่ยาวนาน

มันหวานสวมกอดพ่อที่มาส่งถึงสถานีรถ อ้อมกอดนั้นถูกกระชับแน่นเพราะไม่เคยต้องห่างไกลจากพ่อถึงขนาดนี้ แต่พ่อบอกว่ามันเป็นสัญญาณของการโตขึ้น พ่อดีใจที่ได้เห็นมันหวานเติบโตไปอีกขั้นของชีวิต

พ่อก็รักหนู เอาล่ะเราควรแยกกันได้แล้วก่อนที่หนูจะตกรถ

พ่อดูแลตัวเองเยอะๆนะจ๊ะ หนูก็จะดูแลตัวเองเยอะๆเหมือนกัน

จ้าลูก ขึ้นรถได้แล้วมันหวานและพ่อล่ำลากันอีกนิดหน่อยก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินขึ้นรถไปก่อน โบกมือให้พ่อผ่านช่องหน้าต่างจนรถเคลื่อนที่

มันหวานมองตัวหนังสือบนกระดาษใบเล็กที่เขาจดที่อยู่ของหมอปลายเมฆเอาไว้ หากถึงกรุงเทพฯเขาต้องนั่งแท็กซี่อีกต่อไปลงที่คอนโดของคุณหมอ เพราะคนตัวสูงคนนั้นไม่สามารถปลีกตัวมาจากโรงพยาบาลได้จริงๆ

มันหวานไม่โกรธหรอก ไม่น้อยใจด้วย มันหวานทำความเข้าใจมาแล้วกับการชอบคนที่ทำอาชีพเป็นหมอแบบนี้

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นมันหวานก็ถึงกรุงเทพ เขากระเตงข้าวของขนขึ้นแท็กซี่อีกต่อก่อนจะยื่นเศษกระดาษที่เป็นที่อยู่ให้ลุงคนขับดู

เมืองกรุงคราคร่ำไปด้วยตึกสูงหลายสิบชั้นแบบที่บ้านมันหวานไม่เคยมี จอยักษ์ที่ฉายโฆษณานั้นก็ยิ่งใหญ่มากๆในสายตา ไหนจะรถราที่แน่นไปซะทุกเลนของถนน แต่ที่ดูจะตื่นตาตื่นใจมากที่สุดเห็นจะเป็นรถไฟฟ้าที่มันหวานต้องเงยหน้ามอง ทุกสิ่งรอบข้างที่ผ่านสายตาช่างไม่คุ้นชินแต่มันหวานคงจะปรับตัวได้ในเร็ววัน

ไอ้หนูถึงแล้วลูก

เด็กที่เพิ่งเคยเข้ากรุงสะดุ้งเบาๆเพราะมัวแต่มองข้างทางเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถแท็กซี่จอดเทียบตึกสูงตระหง่านตาตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเป็นคอนโดที่หมอปลายเมฆบอก

ชีวิตของเขากับหมอปลายเมฆนี่ช่างต่างกันจริงๆ

นี่จ้ะค่ารถ ขอบคุณนะจ๊ะลุง

เอ้อๆ โชคดีนะลูกนะ

มันหวานยกมือไหว้ขอบคุณคุณลุงก่อนจะแบกข้าวของตัวเองลงมาจากรถ มองซ้ายมองขวากับรอบตัวที่ไม่คุ้นชินก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้งเมื่อมีฝ่ามือหนักๆวางลงบนหัวของตัวเอง

ไง หนูน้อยเข้ากรุง

หมอปลาย!

มันหวานไม่รู้ว่าความดีใจของตัวเองอยู่ในระดับไหน รู้ตัวอีกทีคือตอนทิ้งกระเป๋าตัวเองลงกับพื้นและสวมกอดคนที่ตัวเองเฝ้าคิดถึงเต็มอ้อมแขน

ห้าเดือน ห้าเดือนเลยนะที่ไม่ได้เจอผู้ชายคนนี้

ไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันที่มาสอบเข้า

มันหวานคิดถึงเสียงหัวเราะเบาๆของคนที่กำลังกอดตอบเขา

คิดถึงสัมผัสมือใหญ่ๆนั่นที่กำลังลูบผมของเขาอย่างแผ่วเบา

คิดถึงทุกสิ่ง คิดถึงทุกอย่าง

มันหวานเพิ่งรู้ว่าระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านไปนั้น มันไม่ได้ทำให้มันหวานลืมสัมผัสของหมอปลายเมฆได้เลย

เขายังจดจำมันได้เสมอ

มันหวาน

จ๋าหมอปลาย มันหวานยังคงกอดคุณหมอแน่น

คนมองแล้ว

เด็กน้อยละใบหน้าออกจากแผ่นอก กวาดสายตามองไปรอบข้างจึงเห็นคนสองสามคนที่มองมาที่เขาทั้งคู่ เด็กขี้อายกระเด้งตัวออกจากคนตรงหน้า ลืมไปเสียสนิทเลยว่าเขาทั้งสองยืนกันอยู่หน้าตึกที่ผู้คนพลุ่กพล่าน

ขึ้นห้องเถอะ

หมอปลายเมฆว่าก่อนจะก้มหยิบกระเป๋าใบที่ดูหนักที่สุดของเด็กน้อยตรงหน้ามาถือเอง คนตัวสูงมองดูนาฬิกาข้อมือที่บ่งบอกว่ามีเวลาไม่มากเพราะเขาแอบใช้ช่วงเวลาที่ควรกินมือกลางวันอยู่ที่โรงพยาบาลมารับมันหวาน

ปลายเมฆกำลังมองคนข้างกายที่กำลังกอดกระเป๋าอีกใบของตัวเองไว้แนบอก ก่อนที่อดีตของห้าเดือนก่อนจะฉายกลับมา

วันแรกที่เขาทั้งคู่ได้เจอกันมันหวานก็กอดกระเป๋าของเขาไว้แนบอกแบบนี้ แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปคือเด็กน้อยแครอทกำลังยืนอยู่ในที่ของเขา และครั้งนี้ปลายเมฆคือเจ้าบ้าน

ครานี้มันเป็นคราวของเขาที่จะต้องดูมันหวานให้ดี

หนักไหม ถือไหวหรือเปล่า คนตัวสูงกว่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะกลัวเจ้าตัวจ้อยจะหน้าคะมำไปเสียก่อน

ห้าเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ตัวใหญ่ขึ้นเลยสักนิด

มันหวานก็เป็นผู้ชายนะหมอปลาย เจ้าของประโยคยิ้มกว้างพลางพยักหน้าหงึกหงักแสดงให้เห็นว่ากระเป๋ามันก็ใบแค่นี้

โอเค งั้นไปกัน

คุณหมอเดินนำคนเด็กกว่าไปตามทางด้วยความคุ้นชิน ปลายเมฆอาศัยอยู่ที่นี่เพราะมันใกล้โรงพยาบาลและโชคดีที่ไม่ได้ห่างไกลจากมหา'ลัยของมันหวานมากนัก

ก่อนที่มันหวานจะมาถึง เขายืนรออีกคนตรงหน้าคอนโดทั้งที่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมาทันก่อนที่เขาจะต้องกลับไปโรงพยาบาลไหม และเมื่อพอรถแท็กซี่คันนั้นจอดลง ทันทีที่เขาเห็นคนที่คุ้นตาลงมาจากรถ ความรู้สึกแรกที่มันเด่นชัดคงไม่พ้นคำว่าคิดถึง

แม้เขาทั้งสองจะคุยโทรศัพท์กันทุกอาทิตย์แต่ก็คุยได้ไม่นานนัก แต่ถึงแบบนั้นมันหวานก็กลายเป็นเซฟโซนให้ในระยะเวลาที่ได้คุยกัน มันเป็นความรู้สึกที่หายเหนื่อยเพราะน้ำเสียงหวานหูที่มักแสดงความเป็นห่วงกันเสมอ

มันหวานไม่เคยเปลี่ยนไป คำที่เคยบอกว่าชอบกัน ที่บอกว่าจะจีบจนกว่าเขาจะใจอ่อน มันหวานยังคงทำมันเรื่อยมาดั่งเป็นชีวิตประจำวัน และปลายเมฆเองก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเขาในระยะหลายเดือนที่ผ่านมานั้นมีมันหวานแทรกซึมเข้ามาทีละนิดๆ

คอนโดหมอปลายน่าอยู่จังเลย

และมันมากขึ้นกว่าเมื่อห้าเดือนก่อนไปเยอะเลย

ลิฟต์หยุดลงที่ชั้นเก้าและทางทอดยาวสู่ห้องของหมอปายเมฆ การตกแต่งที่ดูหรูหรานั่นทำเอามันหวานถึงกับตาโต และยิ่งตาโตมากไปอีกเมื่อประตูห้องศูนย์เก้าศูนย์สี่ถูกเปิดออก

มันหวานเหมือนกับเด็กตัวเล็กๆที่ตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งอย่าง ปลายเมฆวางกระเป๋าของเจ้าของห้องอีกคนบนโซฟาก่อนจะนั่งลงมองเด็กบางคนสำรวจห้องของเขา

ห้องฝั่งขวาห้องนอนของเธอนะ เอาของไปเก็บก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที เขาบอกอีกคนที่เพิ่งกลับมาจากการไปสำรวจห้องครัวมา

ได้เลยจ้า หมอปลายรอก่อนนะ

มันหวานเปิดประตูห้องนอนที่คุณหมอชี้ให้ดูก่อนดวงตากลมโตนั้นจะโตมากกว่าเก่า เพราะห้องที่หมอปลายเพิ่งยกให้มันสวยมากจริงๆ แถมยังมีแอร์อีกต่างหาก

คนตัวเล็กรีบเอาของกองไว้ที่พื้นเพราะต้องรีบไปคุยกับหมอปลาย เอาไว้ค่อยมาทำความรู้จักห้องนอนตัวเองอีกครั้งก็ยังไม่สาย เพรามันหวานจะอยู่ที่นี่อีกนาน

อยู่กับหมอปลายด้วยนะ

พอก้นแตะโซฟาตัวที่แสนนุ่ม น้ำส้มสีสวยในแก้วใสทรงสูงก็ถูกยื่นมาตรงหน้า มันหวานพนมมือไหว้ขอบคุณคุณหมอใจดีก่อนจะรับแก้วน้ำส้มเย็นๆมาดื่มแก้กระหาย เขาวางแก้วเปล่าลงกับโต๊ะตรงหน้าเมื่อดื่มจนหมด

มันหวานดีใจที่ในที่สุดก็มาหาหมอปลายได้ เขาเอ่ยบอกอย่างเชื่องช้า ทั้งสายตาที่มองใบหน้าคนที่คิดถึง

คิดถึงมากจริงๆ

ครับ เธอเก่งมากมันหวาน

คำว่าเก่งมากมันหวานเคยได้รับจากพ่อ ได้รับจากเพื่อนบ้านแต่ไม่มีใครพูดคำว่าเก่งมากแล้วทำให้ใจมันหวานกระตุกได้เท่าหมอปลายเลยสักคน

มีเพียงแค่หมอปลายเมฆคนเดียวจริงๆ

ใครบางคนก็มักจะเป็นข้อยกเว้นสำหรับบางอย่างเสมอ

ตอนไกลกันว่าคิดถึงมากๆแล้ว แต่ทำไมตอนเห็นหน้าถึงคิดถึงมากกว่าเดิมก็ไม่รู้

หรือบางทีก็เป็นทุกอย่าง

มันหวานกำลังมองมุมปากคนโตกว่าที่ขยับยิ้มบาง หมอปลายเมฆยังคงพูดไม่เก่งเหมือนอย่างเคยและมักใช้การกระทำคุยกับมันหวานเสมอ ฝ่ามือกร้านที่กำลังลูบผมของเขาเหมือนมันเป็นสิ่งต้นๆที่หมอปลายชอบทำ

ความพยายามในเรื่องเรียนของมันหวานไม่ทำให้ผิดหวัง และความพยายามที่จะกระเทาะเปลือกที่ห่อหุ้มใจของหมอปลายเมฆไว้ก็ดูท่าจะไม่ศูนย์เปล่าในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

เพราะมันหวานเห็นว่าแววตาของหมอปลายเมฆตอนนี้มันอ่อนลงซึ่งความโศกเศร้า

ซึ่งมันหวานมั่นใจว่าตัวเองมีส่วนที่ช่วยละลายความเศร้านั้นลง แม้อาจจะไม่ทั้งหมด

ฉันรู้ว่าเธอมีอะไรที่อยากพูดอีกเยอะ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น

ปลายเมฆละมือจากเส้นผมของใครอีกคนที่ยังคงนุ่มและหอมกลิ่นเดิมอยู่เสมอ เขาหยิบซองสีไข่ไก่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อก่อนจะส่งให้คนตรงหน้าที่รับมันไปอย่างไม่เข้าใจ

หมอปลายนี่มันเงินนี่จ๊ะ ให้มันหวานหรอ? ธนบัตรที่เต็มไปด้วยแบงค์พันหลายสิบใบถูกบรรจุอยู่ในนั้น

ใช่ ฉันอยากให้ของขวัญที่เธอสอบติดแต่ไม่รู้ว่าเธอชอบอะไร คิดว่าให้เงินไปซื้อเองน่าจะดีกว่า

แต่มันดูเยอะมากๆเลย

เยอะมากเกินไปด้วยซ้ำ

เก็บเอาไว้ใช้ ถ้าเกรงใจก็ถือว่าช่วยให้พ่อเธอประหยัดมากขึ้น

คุณหมอว่าด้วยน้ำเสียงสบายๆ และเขาอยากให้มันหวานรับไปจริงๆ เขาคิดว่าคงจะดีถ้ามันหวานได้นำไปซื้อของที่อยากได้เองมากกว่าจะให้เขาสุ่มเสี่ยงซื้อของสักชิ้นมาทั้งที่ไม่รู้ว่าจะถูกใจคนรับหรือเปล่า

ขอบคุณมากๆเลยนะจ๊ะหมอปลาย

มันหวานพนมมือไหว้ขอบคุณคนโตกว่าอีกครั้ง แม้ว่าจะเกรงใจมากๆก็ตามที แต่ผู้ใหญ่เต็มใจให้เขาก็ควรจะรับมันไว้

ฉันต้องไปเข้าเวรแล้ว ขอโทษที่อยู่ด้วยไม่ได้ทั้งที่เธออุตส่าห์เหนื่อยเดินทางมา ของทุกอย่างในห้องใช้ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ในครัวมีอาหารอยู่บ้างถ้าหิวก็บริการตัวเองได้เลย ปลายเมฆเร่งพูดเมื่อเวลาบนนาฬิกาข้อมือบ่งบอกว่าเขาใช้เวลามามากพอแล้ว

แล้วหมอปลายจะกลับมาอีกทีตอนไหนหรอจ๊ะ

ไม่แน่ใจ น่าจะออกเวรเช้าเลย

โอเคจ้ะ ไม่ต้องห่วงมันหวานนะมันหวานอยู่ได้

มันหวานเห็นแววตาเป็นกังวลของอีกคน หมอปลายเมฆไม่ได้อยากทิ้งให้มันหวานอยู่คนเดียวมันหวานรู้ เพราะงั้นมันหวานต้องทำให้คุณหมอเห็นว่าเขาดูแลตัวเองได้

ขอโทษจริงๆ แต่คนเป็นหมอก็แบบนี้

มันหวานเข้าใจ มาจ่ะ มันหวานส่งหน้าประตูเนอะ

คนตัวเล็กจับมือคุณหมอก่อนจะก้าวไปยังประตูห้อง สัมผัสอุ่นๆแม้จะหยาบกร้านของมือหมอปลายเมฆกำลังทำให้มันหวานเขิน เพราะว่าไม่ได้จับมือแสนอุ่นนี้มานาน พอได้กลับมาจับอีกครั้ง ความรู้สึกก็ตีรวนขึ้นมาจนหน้าเริ่มเห่อร้อนอย่างห้ามไม่อยู่

มีอะไรก็โทรมานะ อย่าเปิดประตูให้คนแปลกหน้า จะออกไปไหนเอาคีย์การ์ดติดตัวไปด้วย ปลายเมฆกำชับอีกครั้งเพราะไม่สามารถอยู่ดูแลมันหวานได้ในเวลานี้

จ้าๆ ไม่ต้องห่วงนะมันหวานอยู่ได้ ว่าจบก็ยิ้มหวานให้คนตัวโตกว่าคลายความกังวล

มันหวานมองคุณหมอพยักหน้ารับเบาๆก่อนเปิดประตูเดินออกไป เขาเดินไปส่งอีกคนถึงหน้าลิฟต์ โบกมือบ๊ายบายและมองจนประตูลิฟต์ปิดลงถึงได้เดินกลับมาที่ห้องของตัวเองอีกครั้ง

ห้องกว้างใหญ่ขนาดนี้ มีอะไรให้สำรวจตั้งเยอะแยะ มันหวานคงไม่เหงาเหรอกมั้งเวลาที่หมอปลายไม่อยู่น่ะ

 

 

แต่มันหวานว่ามันหวานกำลังเหงาเมื่อเข้าสู่อาทิตย์ที่สองของการอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นสองอาทิตย์ที่หมอปลายไม่ค่อยได้กลับมานอนที่ห้อง หากกลับมาก็เพียงแค่อยู่กินข้าวกับมันหวานและก็รีบไปเข้าเวร

มันหวานสังเกต ว่าหมอปลายดูผอมลงไปเยอะเลย เขารู้ว่าอาชีพหมอนั้นแสนยุ่งขนาดไหน และทุกครั้งที่หมอปลายกลับห้องมา ไม่มีครั้งไหนที่ไม่ได้เห็นใบหน้าอิดโรยนั่น

มันหวานจะงอนที่คนที่แอบชอบไม่มีเวลาให้ก็ไม่กล้า ก็คุณหมอเขาเหนื่อยตั้งขนาดนั้น ไม่อยากเอาแต่ใจด้วยหรอก กลัวหมอปลายจะเหนื่อยมากกว่าเดิม

ตอนนี้มันหวานเริ่มคุ้นชินกับการเดินทางในระยะไม่ไกลจากคอนโด จึงแก้เหงาโดยการไปซุปเปอร์ฯ และศึกษาวิธีการไปมหาลัยแบบที่สะดวกมากที่สุด

แต่วันนี้เวลามันเหมือนเดินช้ากว่าทุกวัน มันหวานเลยเหงาเกินจะทนจนต้องพาตัวเองมายังโรงพยาลที่หมอปลายทำงานอยู่ เขาทำแซนวิชมาให้คุณหมอตัวโตๆ กินด้วย เพราะหมอปลายบอกว่ามีเวลามาเจอได้ไม่นานนักทำอะไรง่ายๆมาแทนก็พอ ตอนแรกก็โดนดุไปนิดหน่อยเพราคุณหมออยากให้เล่นอยู่ที่ห้องมากกว่า ไม่อยากให้มาโรงพยาบาลเพราะมีแต่คนเจ็บคนป่วย

แต่แล้วยังไงล่ะ มันหวานดื้อความคิดถึงจะตาย

มันหวานเลือกที่จะนั่งรอที่ร้านกาแฟที่เยื้องออกมานิดหน่อยจากจุดประชาสัมพันธ์ เขาส่งข้อความไปบอกคุณหมออีกครั้ง ก่อนจะเดินไปสั่งเครื่องดื่มแล้วนั่งเล่นมือถือรอคุณหมอไปพลางๆ หลังจากนั้นไม่ถึงยี่สิบนาทีคนตัวสูงที่คุ้นตาก็เปิดประตูร้านกาแฟเข้า

หมอปลายทางนี้จ้ะๆ เอ่ยเรียกพร้อมทั้งยกมือชูขึ้นสูงเป็นการบอกตำแหน่งของตัวเอง

สายตามันหวานมัวแต่จับจองคนที่ตัวเองชอบจนเกือบลืมเหลือบสายตาไปมองเลยว่าหมอปลายเมฆไม่ได้เดินมาคนเดียว

รอนานหรือเปล่าคนตัวสูงเอ่ยถามทันทีที่นั่งลงเก้าอี้ข้างกันกับคนเด็กกว่าก่อนจะได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบ ปลายเมฆจึงแนะนำเพื่อนของตัวเองที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันให้มันหวานได้รู้จัก นี่แทนไท เพื่อนสนิทฉัน

สวัสดีจ้ะหมอแทนไทมันหวานยกมือพนมไหว้ในทันที คนตัวเล็กยิ้มผูกมิตร และนั่นทำให้คนที่มักจะเอ็นดูคนเด็กกว่าเสมออย่างแทนไทต้องยกยิ้มตาม

ไม่เสียแรงที่ตื๊อปลายเมฆขอลงมาด้วย ไม่งั้นเขาคงไม่ได้เห็นเด็กของเพื่อนเขาหรอก แต่ก่อนจะได้ลงมาด้วยก็โดนบ่นไปหลายชุดอยู่

เข้าใจแหละ เด็กมันน่ารักน้อยซะที่ไหน

สวัสดีครับ เรียกพี่แทนหรือหมอแทนก็ได้เนอะ แทนไทกำลังเหล่มองเพื่อนสนิท และมันน่าสนใจตรงที่ปลายเมฆกำลังขมวดคิ้วเหมือนไม่ชอบใจที่เขาพูดอะไรออกไปแบบนั้น

การได้มองปลายเมฆงุ่นง่านน่ะถือเป็นสิ่งที่แทนไทชอบทำนักแหละ

งั้นมันหวานเรียกหมอแทนนะจ๊ะ

ตามนั้นเลยครับ เดี๋ยวพี่ไปสั่งเครื่องดื่มก่อนเนาะ มึงเอาแบบเดิมป่ะเมฆ?

อืม

พอเพื่อนหายไปจากกรอบสายตา ปลายเมฆถึงคลายปมคิ้วได้เสียที ก็ไม่ได้เครียดหรือคิดมากอะไร แต่คิ้วมันไปเองตอนเห็นสีหน้าเพื่อนสนิทคล้ายจะอ้อล้อมากเหลือเกินตอนที่คุยกับเด็กข้างกายเขา

 “มันหวานทำแซนวิชมาให้จ่ะ กินง่ายแล้วก็อยู่ท้องด้วยนะจ๊ะกล่องใสที่บรรจุแซวิชถูกเลื่อนมาตรงหน้าพร้อมกับฝาที่ถูกเปิดออก

ขอบคุณนะ แซนวิชทูน่าถูกหยิบขึ้นมากินพร้อมทั้งความคาดหวังทางสายตาของเด็กข้างกาย ปลายเมฆกลืนมันลงคอจนหมดก่อนจะพูดคำที่มันหวานคงรอฟัง อร่อยมาก

งั้นกินให้หมดเลยนะจ๊ะๆ

"แล้วเธอกินข้าวหรือยังก่อนมา"

เรียบร้อยจ่ะ ไม่ต้องห่วงมันหวานนะมันหวานเก่ง

อืม เธอเก่ง

โอ๊ย เขินนะจ๊ะเนี่ย ปลายเมฆมองเด็กขี้เขิน เขาหลุดหัวเราะพลางส่ายหน้าเบาๆ กับการกระทำที่แสนจะน่าเอ็นดูนั่น

หลายการกระทำของมันหวานสำหรับคนมองเช่นเขา มันช่างสบายตาจนน่าแปลกประหลาด

 

เมฆนี่กาแฟมึง

ปลายเมฆเกือบจะลืมไปแล้วว่าแทนไทหายไปสั่งกาแฟมา เพราะเขามัวแต่สนคนข้างกายกับแซนวิชทูน่าในกล่อง ปลายเมฆมองแก้วกาแฟที่ถูกวางบนโต๊ะพร้อมกับเพื่อนของเขาที่กำลังร่ายยาวบางอย่างให้ฟัง

กูต้องไปก่อนนะมีเคสด่วนว่ะ อีกสองชั่วโมงมีประชุมด้วย ฉิบหายเอ๋ยเวลาดื่มกาแฟสักแก้วยังไม่มีเขาพยักหน้าเข้าใจ คนเป็นหมอก็แบบนี้

อืมไปเถอะ เจอกันตอนประชุม

เออ พี่ไปก่อนนะครับมันหวาน ไว้เจอกันอีกเนอะ ประโยคแรกพูดกับเพื่อน ส่วนประโยคหลังพูดกับเด็กของเพื่อนก่อนที่จะพาตัวเองรีบออกจากร้านกาแฟไป

มองตามขนาดนั้น ชอบเพื่อนฉันหรือไง คุณหมอตัวสูงเอ่ยถามเมื่อเห็นคนข้างกายเอาแต่มองเพื่อนเขาอยู่แบบนั้น

ไม่ใช่สักหน่อยนึง มันหวานแค่สงสัยว่าทำไมหมอปลายไม่ใส่เสื้อกาวน์มาให้มันหวานกร๊าวใจบ้าง

ปลายเมฆแทบสำลักกาแฟเมื่อจบคำพูดของเด็กอายุสิบแปด กร๊าวใจนี่มันมีความหมายว่าแบบไหนได้บ้างนะ?

อยากเห็นฉันใส่เสื้อกาวน์ว่างั้น?”

ใช่เลยจ้ะ ต้องหล่อมากๆแน่เลยเนาะ ดวงตาคนพูดเป็นประกาย สองแก้มนั้นกำลังแต้มสีอ่อน ปลายเมฆไม่รู้ว่ามันหวานกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่รู้ๆเขากำลังเอ็นดูเด็กคนนี้

อีกแล้ว.. และมันเอ็นดูมากๆเลยด้วย

ไว้วันหลังจะใส่ ที่จริงปลายเมฆมักจะใส่เสื้อกาวน์ตอนในอยู่ห้องตรวจเท่านั้น แต่ถ้ามีใครบางคนอยากเห็น เขาก็จะลองใส่ให้ดู

ขอบคุณนะจ๊ะ

แค่นี้เขาทำให้ได้ มันก็ไม่ได้มายมายอะไรนักหรอก

ไม่นานนักแซนวิชในกล่องและกาแฟในแก้วก็หมดลง ปลายเมฆรับทิชชูจากมันหวานมาซับปาก

อีกสิบนาทีช่วยปลุกหน่อยนะเขาบอกแค่นั้นก่อนจะเอนศีรษะพิงกับหลังเก้าอี้ ปิดเปลือกตาลงเพราะความเหนื่อยล้าและการอดนอนมาหลายชั่วโมง

มันหวานมองคนที่คล้ายจะหลับไปแล้วด้วยความรู้สึกที่หนึบในใจ หมอปลายเมฆของเขาในตอนนี้ช่างดูอ้อนล้าเหลือเกิน ใต้ตาดำคล้ำ แก้มที่เคยมีเยอะกว่านี้ก็ดูเหมือนจะลดลงไป ไม่รู้ว่าต้องเหนื่อยสักแค่ไหน ทั้งที่ร้านกาแฟก็จอแจไปด้วยผู้คนแต่หมอปลายก็สามารถหลับได้ลง

มันหวานเขยิบเก้าอี้ของตัวเองให้ชิดกับเก้าอี้ของหมอปลายเมฆ เขาค่อยๆประคองศีรษะคนโตกว่าให้มาพิงที่ไหล่เขาแทนพิงเก้าอี้ที่แสนแข็งนั่น

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร ไม่รู้ว่าเกินสิบนาทีตามที่คุณหมอบอกไว้ไหม แต่มันหวานกำลังใช้ทุกนาทีนั้นในการมองเสี้ยวหน้าของคนที่ตัวเองชอบมากมายตั้งขนาดนี้

ยิ่งใกล้ชิด ความรู้สึกยิ่งมากขึ้น จนบางทีมันอาจจะท่วมท้นอยู่ในใจของมันหวานไปแล้วก็ได้

ไม่รู้จะชอบอะไรตั้งขนาดนั้น เวลาก็ไม่ค่อยมีให้กันด้วยซ้ำ

มันหวานเสียงของคนข้างกายดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เพราะใกล้กันถึงเพียงนี้มันจึงทำให้มันหวานได้ยินอย่างชัดเจน

จ๋า เขาขานรับแต่ไม่กล้าขยับ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิม ศีรษะของหมอปลายเมฆขยับเพียงนิดเหมือนจะหามุมที่เหมาะสม และมันหวานกำลังรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่เฉียดผิวเนื้อลำคอ ซึ่งมันกำลังสร้างเฉดสีบนแก้มของเขา

หมอปลายเงียบไปเกือบนาทีหลังจากเรียกชื่อกัน แต่ก่อนที่มันหวานจะเอ่ยทักถามอะไรอีกครั้ง คนที่กำลังซบไหล่กันกลับเอ่ยขึ้นมาก่อน มันเป็นเพียงประโยคธรรมดา ..ธรรมดาจริงๆ แต่แปลกที่หัวใจมันหวานเหมือนมีดอกไม้ผลิบานได้อย่างน่าประหลาด

ขอบคุณนะครับเด็กดี

และมันอาจจะเป็นดอกไม้ที่มันหวานชอบที่สุด

 

 

มันหวานกลับมายังคอนโดอีกครั้งในเวลาหกโมงเศษ เขาใช้เวลาทำใบหน้าตัวเองให้หายร้อนนานพอสมควรที่ร้านกาแฟหลังจากได้ยินคำขอบคุณแสนใจเต้นจากหมอปลาย หลังจากนั้นคนตัวสูงก็ขอตัวไปทำงานของตัวเองต่อ มันหวานรู้ว่าวันนี้หมอปลายจะไม่กลับห้องเพราะมีเวรดึกดื่นเหมือนอย่างเคย ตอนนี้ที่ห้องจึงมีเพียงมันหวานเพียงคนเดียวอีกแล้ว

มันหวานมองกรอบรูปอันใหญ่บนพนังห้องนั่งเล่น มันเป็นรูปของหมอปลายคู่กับผู้ชายอีกหนึ่งคน มันหวานเห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่มาที่ห้องแห่งนี้แต่มันหวานไม่เอ่ยถามเพราะรู้คำตอบดีว่าคนนี้คงจะเป็นคนรักของหมอปลายที่ชื่อม่านฝน คนรักเก่าของหมอปลายดูสะสวยแม้จะเป็นผู้ชาย และในขณะเดียวกันก็ดูน่ารักมีเสน่ห์จนน่าอิจฉา

มันจึงไม่แปลกเลยที่หมอปลายจะรักมาเนิ่นนานและเจ็บช้ำตอนที่เลิกกัน

หมอปลายไม่นำรูปนี้ออกไปนั่นแสดงว่าคนตัวสูงก็ยังคงไม่ลืมคนในรูปได้อย่างหมดหัวใจ มันหวานไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรเพื่อลบคนเก่าออกจากใจใครอีกคน แต่มันหวานบอกตัวเองไว้เสมอว่าห้ามท้อ มันหวานได้ขยับเข้าใกล้หมอปลายขนาดนี้แล้วเพราะแบบนั้นมันหวานห้ามถอยเด็ดขาด

การที่ยืนอยู่บนปลายเมฆมันช่างเสี่ยงแต่มันหวานเลือกที่จะเสี่ยง มันหวานรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับของสูง แต่ถ้ามันหวานไม่ปีนป่ายมันหวานก็จะไม่มีวันได้มา

ปลายเมฆที่อยู่สูงๆนั่นน่ะมันหวานเลือกแล้วว่าจะเสี่ยง

มันหวานเดิมพันหัวใจดวงเดียวของตัวเองกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ชื่อปลายเมฆที่ร้ายกาจเหลือเกิน เก่งมากมายที่ทำให้มันหวานรู้สึกตกหลุมรักได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ เก่งเหลือเกินที่ทำให้มันหวานอยากรู้ว่าความหมายของคำว่ารักที่ว่านอกจากรักพ่อแล้วมันจะมีรูปร่างแบบไหน มันจะรู้สึกยังไง แต่มันหวานขอเพียงอย่างเดียวกับการเสี่ยงครั้งนี้ 

มันหวานขอให้หัวใจของตัวเองพองโตมากกว่าฟีบลง

มันหวานขอให้ดอกไม้ผลิบานและเติบโตในใจของเขาอย่างมั่นคงเสียที 

 

เวลาตีสามยี่สิบสี่นาที ปลายเมฆกลับห้องพักด้วยสภาพเหมือนพัดลมไม่เสียบปลั๊ก เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะคว้าขวดน้ำมาดื่มแก้กระหายจนหมดก่อนจะปาขวดเปล่าลงถังขยะ 

ความเงียบของห้องพักบ่งบอกว่าเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเสียที ปลายเมฆหยิบมือถือออกมาจากลิ้นชัก กดเช็คข้อความที่มักจะส่งมาให้ทุกวันในยามที่มืดค่ำ ข้อความตรงหน้าที่เพิ่มรอยยิ้มของปลายเมฆได้ทันทีหลังจากเสร็จจากการผ่าตัดมาเหนื่อยๆ

เด็กแครอท : ไม่รู้หมอปลายจะได้นอนไหม แต่ว่าฝันหวานนะจ๊ะหมอปลายของมันหวาน

เป็นแบบนี้ในทุกๆวัน ปลายเมฆจะได้รับข้อความฝันดีจากมันหวานเสมอ และถึงแม้ว่าบางวันเขาจะไม่ได้นอนเลยแต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันดี

ขวดโหลแก้วที่มีดวงดาวกระดาษหลายร้อยดวงถูกหยิบออกมาจากลิ้นชักอีกด้าน ปลายเมฆไม่ได้ทิ้ง ไม่ได้ลืมไว้ที่คอนโดแต่เขานำมาไว้ในห้องพักของตัวเองเพราะใช้เวลาอยู่ที่นี่มากกว่าที่ไหน 

มันหวานเคยบอกให้เขามองท้องฟ้าเผื่อเรากำลังมองดาวดวงเดียวกัน แต่เพราะกรุงเทพฯไม่เห็นดวงดาว ดาวกระดาษหลากสีในโหลแก้วจึงเป็นสิ่งที่เขามองแทนดาวบนท้องฟ้าที่มืดสนิท 

ปลายเมฆรู้ว่าดวงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้ามันสวยงามมากแค่ไหน แต่เพราะมันหวานเลือกเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่นิ่งไร้แสงทอประกาย เพราะแบบนั้นในยามที่เขามองดาวกระดาษในโหลแก้วมันจึงทำให้เขานึกถึงมันหวาน

โหลดาวที่เคยอยู่ในลิ้นชักถูกตั้งไว้บนโต๊ะแทนที่กรอบรูปอันเดิม

มันเป็นอีกวันที่เขากล้าจะลบม่านฝนออกจากใจ กรอบรูปกรอบนั้นที่เขาเลือกจะเก็บมันไว้ที่ลิ้นชัก

        มันเป็นอีกวัน ที่ถึงเขาจะไม่เคยพูด ถึงเขาอาจจะไม่แสดงออกมากมายให้ใครบางคนเห็น

        แต่มันเป็นอีกวันที่เขาไม่ได้ปล่อยให้มันหวานพยายามอยู่ฝ่ายเดียว

 

 

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 424 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1034 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:10
    น้องงง เก่งจังเลย
    #1,034
    0
  2. #973 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 18:18
    คูมหมอเปิดใจทีละนิด แบบนิดจริมๆ
    #973
    0
  3. #946 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 11:07
    น้องงงง
    #946
    0
  4. #897 Miiwxx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:25
    มันหวานเก่งมากลูก
    #897
    0
  5. #849 areenachesani (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:17
    น้องมันหวานเต็มที่แล้ว ส่วนผลจะเป็นสังไงคงขึ้นอยู่กับหมอปลายแล้วล่ะ สู้ๆนะมันหวาน
    #849
    0
  6. #823 Jibangrin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 17:41
    น้องลูกกกกกก
    #823
    0
  7. #787 orangepie, (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 18:22
    น้องน่ารักอะไรขนาดน้านนน แง
    #787
    0
  8. #721 PINKLAND (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:55
    มันหวานสู้ลูกกกก
    #721
    0
  9. #649 withfluffyp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 20:08
    มันหวานนนน เด็กดี
    #649
    0
  10. #442 JongjitSriyan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:50
    มันหวานสู้ๆ
    #442
    0
  11. #335 Miki_milky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:12
    ขอให้มันหวานจรบหมอปลายติด
    #335
    0
  12. #56 chimpleesky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 00:45
    ไปค่ะลูกรุกให้เต็มที่ค่ะลูกกกกก
    #56
    0
  13. #55 _oshnnnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:38
    มันหวานสู้ๆนะลูกกกกก
    #55
    0
  14. #53 NapatsornSotana (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:43
    สักวัน หัวใจของหมอปลายจะเป็นของมันหวาน หนูอดทนหน่อยนะ ชอบเค้าขนาดนี้แล้ว แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็ถอยออกมานะลูก
    #53
    0
  15. #52 sweet lady (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:39
    รอต่อนะ~
    #52
    0