[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 4 : เหนือปลายเมฆ ☆ III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ III

ผมบอกให้คุณลองเสี่ยงกับการตกหลุมรักทั้งที่ผมเองก็หวาดกลัวกับมัน

 

[ปลายเมฆ Part]

ค่ำคืนนี้ฝนตกและปลายเมฆกำลังเผชิญอยู่กับฝันร้าย

มันช่างเจ็บปวดเมื่อในวันวานเราเคยได้รับอ้อมกอดแสนอุ่นจากใครบางคนเพื่อคลายหนาว แต่วันหนึ่งอ้อมกอดนั้นกลับทำร้ายเราอย่างสาหัส

หลีกหนีฝันหวานและแทรกแซงความทรงจำที่แสนเจ็บปวด

เสียงฟ้าร้องจากนอกริมหน้าต่างไม่ได้ทำให้ปลายเมฆหวาดผวาเท่ากับถ้อยประโยคบอกเลิกของคนที่ใจยังรัก ในวันนั้นฝนตกเฉกเช่นวันนี้ เสียงร้องไห้ของตัวเองที่ดังต่อหน้าใครคนนั้นมันดังกว่าเสียงสายฝนที่ตกกระทบบนพื้นถนน

ร่างกายของคนที่ทิ้งกันสั่นเทาคล้ายเจ็บปวด แต่คนที่บอกเลิกและหมดรักก่อนน่ะปลายเมฆไม่เข้าใจว่ามีสิทธิ์เจ็บปวดได้ยังไง

ในห้วงนาทีนั้นที่อ้อนวอนทำไมถึงไม่เห็นใจ? ทำไมไม่โอบกอดกันไว้ให้คลายหนาวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา?

ทำไมคนใจร้ายคนนั้นถึงใช้ช่วงเวลาของเม็ดฝนที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้ามาทำร้ายหัวใจกัน?

ทำใมถึงสร้างแผลให้แก่เขา แล้วถ้าหากฝนไม่หยุดตรง เขาจะหยุดความเจ็บปวดนี้ได้อย่างไร

            ฝน.. ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้ พี่เมฆทำอะไรผิดหรอครับ...คนดีบอกพี่สิพี่จะไม่ทำมันอีก

อ้อนวอนอีกครั้งด้วยน้ำตาที่ไหลอย่างหนักหน่วง ปลายเมฆแทบจะกอดขาคนตรงหน้า ขอร้องให้อยู่ด้วยกันเหมือนอย่างเคย แต่ใครอีกคนกลับกลายเป็นคนใจร้ายขนาดนี้ได้อย่างไร

พี่เมฆ..ฝนขอโทษ ปล่อยฝนไปนะ

ทุกครั้งที่คนรักต้องการอะไรปลายเมฆสรรหามาให้ได้ทุกอย่าง ยากเย็นแค่ไหนปลายเมฆก็คว้ามาให้ได้

แต่กับครั้งนี้ปลายเมฆไม่สามารถให้ได้จริงๆ

ให้ปล่อยหัวใจของตัวเองไป ไปแบบที่จะไม่มีวันกลับมา

เรารักกันไม่ใช่หรอฝน.

ไม่.. ฝนไม่ได้รักพี่แล้ว ฮึก

ทั้งที่บอกว่าไม่ได้รัก แต่เชื่อไหม? ถ้อยคำที่อีกฝ่ายเคยพร่ำบอกว่ารักกันมากมายมันยังฉายชัดในความรู้สึก ปลายเมฆจำได้ดีในน้ำเสียงแผ่วเบา ลมหายใจอ่อนๆ กระซิบคำว่ารักกันมากมายจากริมฝีปากสีสวย

ปลายเมฆไม่เคยลืม..

มันยังคงตราตรึง สลักลึกอยู่ในหัวใจของเขามานานนับสิบปี

ม่านฝน อย่าทำแบบนี้กับพี่ครับ ..อย่าไป

           อีกฝ่ายถอยห่างจากปลายเมฆไปทีละก้าว และปลายเมฆเหมือนร่างกายโดนตอกตะปูเมื่อประตูนั้นถูกเปิดออกโดยคนที่เขารักที่สุด และมีใครอีกคนที่เขาสามารถมอบความเกลียดให้ได้อย่างฉับพลัน มันคนนั้นที่ยืนรออยู่ตรงหน้าห้องของเขาทั้งคู่

ฝนขอโทษ..แต่ฝนขอหัวใจของฝนคืนเถอะนะ 

‘...’

ฝนไม่สามารถฝากมันไว้ที่พี่ได้อีกแล้ว

แล้วหัวใจของพี่ล่ะฝน

ปลายเมฆมองตาของอีกฝ่าย แววตาหวานซึ้งที่ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ ครานี้ช่างเต็มไปด้วยความอ้อนวอน ม่านฝนกำลังขอร้องให้ปล่อยกันไป

เป็นการอ้อนวอนที่ปลายเมฆไม่ยินดีจะตามใจ

หัวใจพี่เมฆยังอยู่ที่เดิม ฝนไม่เหมาะกับหัวใจที่แสนดีของพี่เมฆอีกแล้ว

แสนดีหรอ? ถ้าแสนดีแบบนั้นทำไมถึงจะทิ้งกันไปล่ะม่านฝน

สักวัน..สักวันนะพี่เมฆ จะมีคนที่เหมาะกับหัวใจของพี่เมฆมากกว่าฝน

ไม่มีหรอก ไม่มี

ใช่..ไม่มีหรอก

ลาก่อนนะครับพี่ปลายเมฆ

และม่านฝนก็เดินจากไปพร้อมกับใครคนใหม่ ทิ้งปลายเมฆไว้ด้านหลังกับเสียงคำรามของสายฟ้า ทิ้งปลายเมฆไว้และ

ปล่อยให้สายฝนร้องไห้เป็นเพื่อนกัน

ทิ้งปลายเมฆไว้กับหัวใจที่แหลกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

 

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าจากบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้คำรามจนปลายเมฆสะดุ้ง เขากวาดสายตามองรอบห้องโดยที่ไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่มานั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียงแบบนี้ 

ปลายเมฆกำมือแน่นทุบลงที่ตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง พยายามทำให้ร่างกายเจ็บมากกว่าก้อนเนื้อที่กำลังเต้นอยู่ แต่มันไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด ไม่มีส่วนไหนในร่างกายที่เจ็บไปมากกว่าหัวใจอีกแล้ว

ฝนยังคงตกอย่างหนักและปลายเมฆก็เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นกัน เขาคิดถึงอ้อมกอดจากใครคนนั้น

คิดถึงม่านฝนจนใจจะขาดอยู่แล้ว

เขาต้องการม่านฝน ทำไมอีกคนไม่อยู่กับเขาเหมือนทุกหน้าฝนที่ผ่านมา

ทำไม?

เขาทั้งสองเหมาะสมกับทุกอย่างไม่ใช่หรอกหรือ ใครๆ ก็บอกว่าเขาทั้งคู่นั้นคู่ควรกันที่สุดแล้ว แม้กระทั่งชื่อยังเหมาะสมกันเลย 

ปลายเมฆ ม่านฝน 

แต่แล้วทำไม?

ทำไมถึงเลือกไปกับไอ้นั่น มันไม่ได้ดีไปมากกว่าปลายเมฆเลยสักอย่าง มันไม่มีทางทำให้ม่านฝนมีความสุข สุขสบายได้อย่างที่เขาทำ

ทำไมม่านฝนถึงเลือกมัน?

คนสารเลวที่หน้าด้านจนกล้ามาพรากคนรักของคนอื่นไป

ทำไมม่านฝนถึงเลือกคนพรรค์นั้น?

เพล้ง!

มือหนาคว้าแก้วน้ำขึ้นมาก่อนจะปามันกับผนัง ถึงจะเป็นบ้านไม้แต่ก็ทำให้เศษแก้วแตกกระจายได้เช่นกัน

หมอปลาย!

และทันทีที่สิ้นเสียงแก้วน้ำแตกก็เป็นวินาทีเดียวกันที่ประตูห้องนอนถูกเปิดออกพร้อมกับผู้ชายตัวเล็กคนนั้น

คนที่คล้ายม่านฝนไม่มีผิด

มันหวานกำลังขยับเข้าใกล้ สีหน้านั้นช่างตื่นตระหนก เด็กคนนี้กำลังตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

มันหวาน..

ปลายเมฆเอ่ยเรียกชื่อเด็กตรงหน้า มันหวานพยายามจะนำผ้าห่มมาห่มให้แต่ปลายเมฆปัดมันทิ้ง และสวมกอดอีกฝ่ายเต็มแรง

ไม่ได้สนใจว่าตัวเล็กขนาดนี้จะรับน้ำหนักจากแรงกอดได้ไหม  แต่เมื่อได้กอด.. ขนาดตัวที่จมอกนั้นทำให้ปลายเมฆนึกถึงม่านฝนมากขึ้นไปอีก

มันหวาน..

หมอปลายเป็นอะไร

น้ำเสียงหวานๆ นั้นแสดงออกมาว่าเป็นห่วงกันอย่างชัดเจน ปลายเมฆกระชับอ้อมกอดคนในอกแน่น ฝังใบหน้าไว้ที่ลาดไหล่แคบ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ยิ่งตอกย้ำว่ามันหวานช่างเหมือนม่านฝนเหลือเกิน

อย่าทิ้งฉันไปนะ

หมอปลายเกิดอะไรขึ้น

ฝ่ามือเล็กนั้นกำลังลูบหลังเพื่อปลอบประโลม สัมผัสอ่อนโยนแบบนี้ม่านฝนเคยทำให้กัน

อยู่ด้วยกัน อย่าไปไหน

หมอ..

อยู่กับพี่นะม่านฝน

คนในอ้อมกอดชะงักงัน มือบางนั้นหยุดการเคลื่อนไหวก่อนที่ปลายเมฆจะได้ยินน้ำเสียงที่แผ่วลง และมันช่วยดึงสติให้คนขี้เพ้อกลับมาเป็นคนที่อยู่ในปัจจุบัน

หมอปลาย.. หมอตั้งสตินะ นี่มันหวานเอง

ปลายเมฆดันตัวเจ้าของประโยคเมื่อครู่ออกจากอ้อมแขน แววตานั้นแสนไร้เดียงสา

และมันต่างจากม่านฝน

มันหวาน..

ไม่มีม่านฝนอยู่ตรงนี้ ไม่มีม่านฝนในวินาทีปัจจุบัน.. มีเพียงเด็กมันหวานที่อยู่ตรงหน้า

ใช่ มันหวานนะ มันหวานเอง

ปลายเมฆค่อยๆ ละแขนตัวเองออกจากแขนเล็ก เบือนหน้าหนีเพราะเผลอไปมองมันหวานเป็นม่านฝน

                ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าจะไม่มีใครเหมือนม่านฝนของเขาได้อีกแล้ว

ขอโทษ

“...”

ฉันไม่เป็นอะไร เธอกลับไปเถอะ

คงไม่มีใครชอบใจที่ถูกมองเป็นใครอีกคน ปลายเมฆรู้สึกขอโทษจากใจต่อมันหวาน และหวั่นเหลือเกินว่าเด็กตรงหน้าจะโกรธกัน แต่คนตัวเล็กกลับคว้าผ้าห่มผืนเดิมเพื่อห่มให้อีกครั้ง 

เขาทั้งคู่สบตากัน ดวงตาของมันหวานทอประกายบางอย่างที่ปลายเมฆอ่านไม่ออก และนาทีนี้หมออย่างเขาไม่มีสติมากพอที่จะถอดความหมายจากแววตาใครได้หรอก

ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ไม่เป็นไร.. หมอปลายเก่งแล้ว

คำปลอบใจที่มากับการลูบเบาๆที่ท่อนแขน ปลายเมฆรู้สึกเย็นวาบที่หัวใจอย่างแปลกประหลาด คำปลอบใจเด็กๆ นั้นมันทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างแต่ลึกๆ แล้วนั้นเขาก็ยังรู้สึกผิดต่อเด็กตรงหน้า

ฉัน..

ชู่วว ไม่เป็นไรนะจ๊ะ มันหวานส่งเสียงชู่วพร้อมกับปลายนิ้วที่จรดริมฝีปากของตัวเอง

มันหวานจะอยู่ตรงนี้ ถ้าหมอปลายกำลังเหนื่อย ก็ไม่จำเป็นเลยที่ต้องพูดอะไรออกมาให้มันหวานเข้าใจมันหวานกำลังปลอบประโลมดั่งเขาเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ปลายเมฆพยักหน้าและพยายามฝืนยิ้มให้เด็กตัวเล็กสบายใจ

เวลานี้มันหวานควรจะไปพักผ่อน ไม่ควรมานั่งปลอบคนอกหักเลยสักนิด มาอยู่ไม่กี่วันเขาก็สร้างปัญหาให้เจ้าบ้านเสียแล้ว

                ทั้งที่เจ้าของบ้านใจดีตั้งขนาดนี้

ไปนอนเถอะฉันอยู่ได้ แค่ฝันร้ายเขาบอกให้อีกฝ่ายไปนอน เพราะแค่นี้ก็รบกวนเวลามากพอแล้ว แต่มันหวานยังคงเป็นห่วงและจะอยู่เป็นเพื่อน จึงต้องเอ่ยย้ำอีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายข้าใจและยอมไปหลับนอนเสียที ปลายเมฆมองเด็กตัวขาวพยักหน้าเบาๆเหมือนไม่อยากกลับห้องของตัวเองแต่ก็ยอมลุกขึ้นยืน

พวกเขามองตากันท่ามกลางเสียงของสายฝน ปลายเมฆเห็นว่าแววตาใสซื่อของมันหวานยังคงปรากฏความเป็นห่วงที่มีต่อกัน เด็กคนนั้นเอ่ยประโยคบอกฝันดีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

อีกคืนที่ปลายเมฆได้รับคำฝันดีจากเด็กที่แสนใจดี แต่มันหวานคงไม่รู้ว่าเขาไม่เคยนอนหลับแล้วพบกับฝันดีอีกเลย

ตั้งแต่กลายเป็นคนถูกทิ้งแบบนี้

 

ปลายเมฆไม่สามารถข่มตานอนหลับได้เลยตลอดทั้งคืน ทำได้เพียงนอนฟังเสียงของฟ้าร้องไปอย่างนั้นจนกระทั่งถึงเวลาเช้ามืด เขาจึงคว้าเสื้อผ้าของตัวเองและไปอาบน้ำก่อนจะพาตัวเองลงมายังชั้นหนึ่ง

ทั้งบ้านยังคงเงียบสนิท มันหวานยังไม่ตื่นและลุงกำนันอาจจะยังไม่กลับมา คนตัวสูงคว้ากุญแจรถและเดินออกจากบ้านท่ามกลางความเงียบในเวลาเกือบตีห้าครึ่ง

ปลายเมฆขับรถออกไปเรื่อยๆ ตามป้ายบอกทางที่บ่งบอกเส้นทางการเข้าเมือง มาถึงก็เกือบเจ็ดโมงเช้า พอเห็นแสงตะวันปลายเมฆถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยอย่างน้อยมันก็เตือนให้รู้ว่าเขาสามารถผ่านค่ำคืนแสนทรมานนั้นมาได้โดยที่ไม่มีม่านฝน

ร่างสูงเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ซื้อข้าวของส่วนตัวก่อนจะไปที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่งซื้อผลไม้และขนมติดมือมาหลายอย่าง เดินเล่นไปสักพักก็เจอร้านขายของของพวกผู้หญิง มีทั้งกิ๊บติดผม โบว์ ที่คาดผม และหนังยางหลากขนาดหลายสี

ปลายเมฆหยุดยืนอยู่หน้าร้าน ช่างใจเพียงนิดก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปและหยิบหนังยางรัดผมหลายสีสันมาสองสามห่อและจัดการจ่ายเงิน

อันนี้ตั้งใจซื้อให้มันหวาน คงไม่ดีถ้าเด็กคนนั้นเอาแต่ใช้ยางรัดแกงจนกินผมหมดหัว 

หลังจากนั้นปลายเมฆก็กลับมาที่รถแต่โชคร้ายบ้าบออะไรสักอย่าง ยางรถแตกสองล้อหน้าจึงต้องรบกวนถามชาวบ้านที่พอจะรู้เบอร์อู่ซ่อมรถ หลังจากได้เบอร์มาก็ติดต่อให้มาลากรถไปซ่อมทันที หลังจากนั้นก็ขอติดรถกระบะชาวบ้านมาลงหน้าหมู่บ้านของลุงกำนัน

แต่ที่ทำปลายเมฆแปลกใจคือเด็กมันหวานที่ยืนเหมือนกระวนกระวายใจอะไรสักอย่างอยู่กับจักรยานของตัวเองตรงหน้าซอย

มันหวาน?

ทันทีเมื่อเสียงส่งไปถึงอีกคน เด็กหน้าขาวนั้นก็รีบหันมาด้วยความตกใจ ดวงตากลมนั้นเบิกกว้าง ก่อนจะรีบวิ่งมาหากัน

หมอปลาย! หายไปไหนมา

ปลายเมฆสะดุ้งเล็กน้อยที่เด็กตรงหน้าเสียงดังใส่ มันหวานที่กำลังหน้าแดงเหมือนโกรธอะไรสักอย่าง

เฮ้ ทำไมทำหน้าเหมือนโกรธกันขนาดนั้น?

จะไปไหนทำไมไม่บอก! เด็กตรงหน้าขึ้นเสียงใส่กัน และนั่นกำลังทำให้ปลายเมฆไม่ชอบใจ

นี่เธอขึ้นเสียงกับฉันหรอ? ฉันแก่กว่าเธอสิบกว่าปีนะมันหวานคนตัวโตกว่าเอ่ยดุเสียงเข้ม เขามองมันหวานที่หน้าจ๋อยสนิท ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่จริงปลายเมฆเองก็มีส่วนผิดที่ไปไหนไม่บอกเจ้าของบ้านไว้ก่อน

เด็กแครอทคนนี้ก็คงจะเป็นห่วงกันเป็นธรรมดา

ปลายเมฆจึงอธิบายให้มันหวานฟังว่าไปไหนมา ทั้งยังตอบคำถามเรื่องรถ แล้วมันหวานยังถามแปลกๆ อีกต่างหากว่าจะกลับบ้านเจ้าตัวไหม กลับสิ ไม่กลับแล้วเขาจะไปนอนที่ไหนล่ะ บื้อจริงๆ เลยเด็กคนนี้

 หลังจากนั้นปลายเมฆก็หยิบถุงหนังยางรัดผมยื่นไปตรงหน้า มันหวานดูงงๆและไม่ยอมรับไป จนเขาต้องอธิบายอีกครั้งและยัดถุงยางรัดผมใส่ในมือของเด็กหน้าขาว หลังจากนั้นคนตัวเล็กกว่าก็ยิ้มแก้มอูมไปหมด

นี่แหละนะเด็ก

พอเคลียร์กันเรียบร้อยเขาทั้งคู่ก็พากันกลับบ้าน มันหวานค่อยๆ ปั่นจักรยานช้าๆ ในขณะที่ปลายเมฆก็เดินไปเรื่อยๆ ครั้งนี้ไม่ได้มีเสียงเจื้อยแจ้วให้ได้ฟัง มีเพียงความเงียบแต่ไม่ได้น่าอึดอัด พอถึงบ้านก็เจออาหารที่อีกฝ่ายคงทำรอไว้

ที่จริงไม่ได้หิวและไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด แต่ก็กลัวว่าจะเสียน้ำใจเลยนั่งกินเป็นเพื่อนเด็กตัวเล็กจนหมด

และปลายเมฆนึกขอบคุณที่มันหวานไม่เอ่ยเรื่องเมื่อคืนขึ้นออกมาอีกเพราะเขาก็ไม่พร้อมจะเล่าอะไรในเวลาแบบนี้

 

คืนนี้ฝนคงจะตกอีกวัน และปลายเมฆกำลังทำลายสุขภาพของตัวเองทั้งที่เป็นหมอ สารนิโคตินถูกอัดเข้าปอดของเขามวนแล้วมวนเล่าทั้งที่ห่างหายจากมันมาถึงสิบปี วันนี้อากาศช่างหม่นหมองจนต้องพึ่งพวกมันเผื่อบรรยากาศในใจจะดีขึ้นบ้าง

แต่เหมือนเป็นการหลอกตัวเอง เพราะยิ่งสูบเขาก็ยิ่งคิดถึงม่านฝน

ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากมายแค่ไหนกับการทำใจในครั้งนี้ ระยะเวลาที่ได้รักกันถึงสิบปีไม่ใช่น้อยๆ และปลายเมฆไม่เคยจินตนาการในช่วงเวลาที่ไม่มีม่านฝนเคียงข้าง

แต่ในขณะเดียวกันใครคนนั้นกลับจินตนาการถึงใครคนอื่นเพื่อจะมายืนแทนที่ปลายเมฆคนนี้มานานมากแล้ว

น้ำดื่มเย็นๆ จ้ะหมอปลาย

ร่างสูงสะดุ้งกับเสียงหวานใสของใครอีกคน มันหวานในเสื้อสีชมพูและกางเกงเลยเข่าเพียงนิดสีดำ มันดูสดใสเข้ากับเด็กคนนี้ คงจะดีกว่านี้ถ้าแบล็คกาวน์เป็นพระอาทิตย์กลมโตไม่ใช่เมฆเทาทึบแบบที่เป็นอยู่

คนแก่กว่าเอ่ยขอบคุณเบาๆ และบอกให้คนตัวขาวถอยห่างออกไปจากระยะของควันบุหรี่แต่มันหวานกลับเอ่ยประโยคที่ทำให้ปลายเมฆหยุดชะงัก

หมอรู้ว่ามันไม่ดีแต่หมอก็สูบนี่จ๊ะ

พี่รู้ว่ามันไม่ดีแต่พี่ก็สูบเนอะ

ประโยคคล้ายกันและต่างที่คำใช้เรียก ปลายเมฆทิ้งบุหรี่นั้นทันทีและดับมันด้วยปลายรองเท้า ยกน้ำขึ้นมาดื่มล้างปากและเริ่มระบายความในใจที่แสนอัดอั้นนั้นออกไปทีละประโยค

มันหวานนั้นเพียงแค่ฟังเงียบๆ ไม่ได้แย้งอะไรออกมา ยิ่งเขาเล่าเรื่องของตัวเองมันยิ่งทำให้เขาคิดถึงม่านฝน มีหลายอย่างมากมายเหลือเกินที่เขาทั้งคู่ทำร่วมกัน

ม่านฝนกลายมาเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเขา ปลายเมฆเลิกบุหรี่ได้อย่างตัดขาดก็เพราะม่านฝน และก็กลับมาสูบมันอีกเพราะม่านฝน แต่เหมือนมันหวานจะไม่เห็นด้วย เด็กข้างๆ แย้งและเริ่มเอ่ยสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา

เธอจะรู้อะไร เธอยังเด็กปลายเมฆบอกออกไปเช่นนั้น แต่มันหวานก็เถียงว่าตัวเองก็เคยลองสูบเช่นกัน เขาจึงฟังมันหวานเล่ามุมความคิดของตัวเองแม้จะไม่ได้เห็นด้วยแต่ก็เริ่มคล้อยตาม

ถูกที่มันหวานบอกว่าม่านฝนไม่ได้บังคับให้กลับมาสูบ แต่ปลายเมฆเลือกที่จะทำร้ายตัวเองอีกครั้งโดยยึดว่าม่านฝนคือสาเหตุ

อย่ามีความรักเลยนะมันหวาน

เขาเริ่มพูดมันออกไปกับสิ่งที่กำลังคิดอยู่ตอนนี้ เด็กอย่างมันหวานไม่ควรจะมาพบกับความรักที่อาจจะทำให้สูญเสียความสดใสอย่างที่เป็นอยู่

ปลายเมฆมองแววตาของเด็กข้างกาย มันยังคงเต็มไปด้วยความใสซื่อไม่เปลี่ยนไปเลยจากวันแรกที่ได้เจอกัน มันหวานมีแต่ความสดใส และนั่นกำลังทำให้ปลายเมฆรู้สึกผิดที่มาเล่าเรื่องทุกข์ทมของตัวเองให้เด็กคนนี้ฟัง

ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะจ๊ะหมอปลาย

“...”

แต่ถ้าสักวันมันหวานต้องเจอกับมัน กับความรักที่หมอปลายว่า

“...”

มันหวานขอเลือกเองว่าจะวิ่งหนี หรือเผชิญกับมัน

น้ำเสียงในประโยคที่แสนหนักแน่นของเด็กตรงหน้าบ่งบอกได้อย่างดีว่ามันหวานก็มีมุมดื้อรั้น แต่ปลายเมฆไม่เห็นด้วยนักหากจะดื้อรั้นในเรื่องแบบนี้

หากเด็กคนนี้เจ็บ เขาไม่มั่นใจว่าเด็กคนนี้จะแบกรับมันไหวไหม เพราะขนาดคนที่แก่กว่าเช่นเขายังแทบจะผ่านมันไปไม่ได้

แต่ถ้าเธอต้องเจ็บปวดเพราะมันล่ะ” 

ปลายเมฆเอ่ยถาม มองคนตรงหน้าที่ไม่หลบสายตาก่อนที่คำพูดจะหลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูนั่น

แล้วถ้าวันนั้นมันหวานเจ็บ

“...”

หมอปลายจะอยู่ข้างๆ มันหวานเหมือนในวันนี้ที่มันหวานอยู่ข้างๆ หมอปลายไหม?”

ในนาทีนี้ที่สายลมเย็นๆ กำลังพัดผ่านเขาทั้งคู่ ปลายเมฆเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเด็กตรงหน้า มันหวานไม่เลี่ยงสายตากันเหมือนในวันนั้นที่ต้นพริก สายตาที่แสนใสซื่อนั้นบ่งบอกว่าคำถามก่อนหน้านี้ต้องการคำตอบอย่างแน่ชัด

มือหนาเลื่อนมือไปวางไว้บนกลุ่มผมของอีกฝ่าย ลูบมันอย่างแผ่วเบาในขณะที่สายตายังคงผสานกัน

ปลายเมฆไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเองที่กำลังมี เพราะในอนาคตอาจจะไม่ได้เจอกัน มานั่งคุยกันในแบบตอนนี้อีก หากหลุดพ้นจากสถานที่ตรงนี้ไปพวกเขาอาจจะกลับไปเป็นเพียงคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน

แต่ถึงแบบนั้นปลายเมฆก็ต้องมีคำตอบให้แก่มันหวาน แม้มันจะไม่ตรงกับคำถามเท่าไรก็ตาม

ก่อนที่เธอจะเจ็บจากความรัก เธอต้องได้รักก่อน มือหนาลูบผมนุ่มของเด็กข้างกาย บรรจงเกี่ยวปอยผมสีอ่อนเพื่อทัดหูเมื่อวันนี้ไม่มีจุกแอปเปิ้ลให้เห็น

แล้วความรักมันเป็นยังไงหรอจ๊ะ เสียงหวานใสนั่นช่างเหมาะกับคำถามไร้เดียงสาจากเด็กอายุสิบแปด

ปลายเมฆลดมือลง มองความวูบไหวบางเบาในดวงตาคนตัวเล็กตรงหน้า

ความรักจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้ตกหลุมรัก

แล้วการตกหลุมรักมันเป็นยังไงหรอจ๊ะ

มันหวานกลายเป็นเจ้าหนูจำไม เด็กน้อยป้อนคำถามที่อาจจะเกินตัวไปหน่อยที่จะเรียนรู้ตอนนี้ แต่ถึงแบบนั้นปลายเมฆก็มีคำตอบให้

เขาพยายามจะมีคำตอบให้

การตกหลุมรักก็เหมือนกับการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆ

มัน..จะเจ็บไหม ปลายเมฆหัวเราะอย่างแผ่วเบา มันค่อนข้างเงียบเชียบแบบที่คนข้างกายก็อาจจะไม่ได้ยิน

ปลายเมฆรู้ว่ามันหวานเองก็กลัว เด็กคนนี้คงไม่เคยมีความรักนอกจากรักในแบบครอบครัว

ลองดู

...

ลองรักใครสักคนดูนะ

และนั่นคือคำตอบ

ปลายเมฆเห็นว่ามันหวานขมวดคิ้ว ริมฝีปากบางนั้นเม้มกันแน่นก่อนที่จะช้อนตามองเขา

ร่างสูงเห็นความลังเลในแววตาใสคู่นั้น และปลายเมฆเข้าใจมันอย่างดีเพราะเขาก็เคยตกอยู่ในอารมณ์สับสนเช่นเด็กตรงหน้า

สับสน หวั่นไหว ลังเล

มันหวานจะลอง..

ผ่านขั้นตอนเหล่านั้น ก่อนที่จะได้เรียนรู้การรักอย่างมั่นใจและกล้าหาญ

การตกหลุมรักที่เหมือนกับการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆแบบที่หมอบอก

เขาเคยกล้าหาญกับความรัก ปลายเมฆน่ะ

มันหวานจะลองดู

ก่อนที่มันจะพังทลายลงมา จนเศษเสี้ยวของมันทำให้ใครบางคนเช่นเขาไม่อยากเรียนรู้จะรักใครอีกแล้ว

ปลายเมฆเพียงแค่ยิ้มกับคำตอบของคนข้างกาย เขาแตะกลุ่มผมหน้าม้าของมันหวานก่อนจะขยี้มันเล่น

มันหวานหัวเราะก่อนจะจัดผมหน้าม้าของตัวเองดีๆ เมื่อมือของเขาละออก

แต่ปลายเมฆกำลังคิด เขากำลังภาวนาให้การลองรักของมันหวานมันเป็นไปด้วยดี

และปลายเมฆได้แต่หวังว่าเมื่อมันหวานตกลงมาจากปลายเมฆก้อนนั้นมันจะไม่เจ็บ

ปลายเมฆแค่หวังว่าเมื่อมันหวานทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆที่สูงลิ่บลิ่วนั้น จะมีความรักที่ดี ที่เหมาะสมกับเด็กคนนี้รออยู่เบื้องล่าง

อย่าได้เหมือนกับเขาที่เมื่อตกลงมาแล้วไม่ได้เจอกับความสุขที่ยั่งยืน ไม่ได้เจอกับฝันหวานที่จะมีให้กันตลอดกาล

แต่เป็นการบรรดาลความสาหัสจากการทิ้งตัวลงมาเพื่อพบกับความรักที่ผิดคน

 



 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1085 +++DOUBLE B++++ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 10:39
    ฮืออออ สงสารหมออ่ะ สู้ๆนะหมอ
    #1,085
    0
  2. #1068 loveseriesY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:04
    แต่งยังไงถึงอ่านแล้วเศร้าาแบบนี้อ่ะ งื้อๆๆเจ็บหัวใจ :(
    #1,068
    0
  3. #1029 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 21:38
    น้องงงงง
    #1,029
    0
  4. #1010 mojifeafea (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 18:34
    ใจเราตอนนี้ไม่อยากให้น้องรักหมอปลายเมฆอะ เรากลัวน้องเจ็บTT
    #1,010
    0
  5. #966 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:18
    ถ้าน้องตกหลุมรักก่อน น้องจะเจ็บไหมงะ แงงงง น้องไม่ค่อยเจอใคร เจอแต่หมอ งี้ก็ง่ายต่อการตกหลุมรักไปอีก ;3;
    #966
    0
  6. #941 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:05
    น้องงง อย่าลองรูกวิ่งหนีปายยย
    #941
    0
  7. #892 Miiwxx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:24
    หมอออ หม่นได้อีก
    #892
    0
  8. #818 Jibangrin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 16:31
    งือออ หมออออออ
    #818
    0
  9. #716 PINKLAND (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:32
    หมอปลายย
    #716
    0
  10. #600 ppvs_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:27
    เง้อออออ
    #600
    0
  11. #437 JongjitSriyan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:33
    ปลายเมฆมันหวานวู้ๆ
    #437
    0
  12. #329 Miki_milky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:20
    เศร้าจัง
    #329
    0
  13. #21 chimpleesky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 01:07
    คือพาร์ทมันหวานจะออกแนวใสๆร่าเริงอะค่ะ มาพาร์ทหมอปลายเข้าไปแทบจุก มันหน่วงๆอะค่ะบั่บบบ ไม่อยากให้ดราม่าเลยค่ะ ไม่อยากร้องไห้ กลัวเจ็บตาม 😂
    #21
    0
  14. #17 Aunchiree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 04:02
    มันละมุนนะ เเต่ก็หน่วง
    #17
    0
  15. #13 oshbbh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 10:21
    แงงงง ชอบบบ
    #13
    0
  16. #12 jmzz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 09:33
    หมอน่าสงสาร;-; /แต่มันหวานน่าเอ็นดูมากเลย ฮือ
    #12
    0