[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 30 : เหนือปลายเมฆ ☆ EPILOGUE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    5 ม.ค. 64


 EPILOGUE

หากการตกหลุมรักคือการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆ ความรักของผมก็คงอยู่เหนือปลายเมฆ


มันหวานคิดว่าบางทีความรักก็เปรียบเสมือนกับการปิ้งขนมปัง ขนมปังที่ต้องพึ่งพาอุณหภูมิของความร้อนที่เหมาะสม การลองผิดลองถูกจนกว่าจะได้แผ่นขนมปังที่ถูกใจสักหนึ่งแผ่น บางคนอาจจะชอบขนมปังที่กรอบไปสักหน่อยจนได้กลิ่นไหม้จางๆ บางคนอาจจะชอบแบบเหลืองกรอบพอดีแบบที่กัดไปแล้วเศษขนมปังร่วงหล่นลงมา

มันก็อาจจะเหมือนกับความรักที่ต้องอาศัยจังหวะและเวลา ไม่มีใครรู้มาก่อนหรอกว่าความรักที่ดี ที่เหมาะกับเรานั้นจะมาในเวลาที่เหมาะสมในช่วงไหน บางทีก็อาจจะต้องลองเอาหัวใจไปวัดระยะทาง วัดเวลาดู เหมือนกับที่ขนมปังหลายแผ่นที่ต้องลองต่อสู้กับเครื่องปิ้งขนมปังที่บางทีก็เอาใจไม่ถูก

สำหรับมันหวานหมอปลายคงเทียบได้กับขนมปังในอุณหภูมิความร้อนที่พอดี เป็นขนมปังที่กรอบนอกแต่นุ่มใน ระดับความร้อนที่สอง ภายนอกคล้ายแข็งกระด้างแต่ใครจะรู้ว่าภายในกลับอ่อนโยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นขนมปังปิ้งที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา

ขนมปังปิ้งในระดับความร้อนที่สอง

มันหวานชอบเวลาเหล่านั้น ตอนเช้าที่ตื่นนอนก่อนอีกคน ตอนที่พาตัวเองมาอยู่หน้าเครื่องปิ้งขนมปัง เลื่อนระดับความร้อนไปที่เลขสองและรอเวลาให้ขนมปังนั้นเด้งขึ้นมาตามเวลาที่กำหนด     

ตอนที่เอวของเขาถูกรวบไปกอดด้วยท่อนแขนแกร่งของคนที่ตื่นสายกว่ากัน ยามที่ปลายจมูกโด่งนั้นกดลงมาที่พวงแก้มและแทนที่ด้วยเสียงสูดลมหายใจเข้าที่ดังอยู่ข้างหู มันหวานชอบความเขินอายของตัวเองในตอนเช้าที่เกิดขึ้นพร้อมกับตอนที่ขนมปังเด้งขึ้นมา

อรุณสวัสดิ์ครับ

เสียงทุ้มแสนคุ้นหูที่ได้ยินอยู่ในทุกวัน ลมหายใจอุ่นๆที่รินรดอยู่ข้างแก้ม บ่งบอกถึงการมีอยู่ของเจ้าของขนมปังในจานสีขาว

อรุณสวัสดิ์จ้ะ

เสียงนมรสหวานที่ถูกรินใส่แก้วทั้งสองใบกับกลิ่นหวานของแยมสัปปะรดที่ถูกทาลงบนขนมปังทั้งสี่แผ่น ตอนเช้ากับพระอาทิตย์ที่ทอแสงอ่อนๆ กลิ่นชื้นๆของน้ำค้างจากอากาศแปรปรวนเมื่อคืน และผู้ชายผมเผ้ายุ่งเหยิงหมดมาดคุณหมอแสนสุขุม

มีการกลั่นกรองความรัก

 การตื่นนอนมาพร้อมกับใครบางคนที่โอบกอดกันไว้ทั้งคืนมันคือความรักที่เป็นส่วนประกอบหลักในอรุณสวัสดิ์ ขนมปังปิ้งและนมรสหวานก็เป็นแค่ส่วนประกอบย่อยที่จัดขึ้นมา ซึ่งพ่วงด้วยไออุ่นจากอ้อมกอด ความเขินอายที่พวงแก้ม และถ้อยคำกระซิบข้างใบหูที่ทำให้ทุกเช้าของกันและกันขับเคลื่อนไปได้อย่างน่ายินดี

บางทีก็เคยเกิดความรักที่ยังไม่กลั่นกรอง

ความรักที่ว่านั่นก็คงเหมือนอากาศที่ไม่คงที่ บางคราที่เราเห็นว่าท้องฟ้าแสนจะแจ่มใสแต่ผ่านไปไม่เท่าไรฟ้าฝนก็พากันเทลงมาจนทำให้ร่างกายของเราเปียกปอน

มันหวานก็เคยเป็นเช่นนั้น มันแย่ไปสักหน่อยที่เขาไม่ได้แม้แต่จะพกร่มไปสักคัน ทำได้เพียงแค่หยุดรอเวลาที่ฝนพวกนั้นจะพากันหยุดโหมกระหน่ำและเปิดทางให้เขาได้ก้าวไปข้างหน้า

เคยเปียกปอนไปทั้งตัวและหัวใจ เคยติดอยู่ท่ามกลางสายฝนที่รุนแรง แต่ฝนไม่มีวันที่จะตกไปได้ตลอด ฤดูกาลต้องมีผันเปลี่ยน

ท้ายที่สุดแล้วร่างกายและหัวใจที่เคยเปียกปอนนั้นแห้งสนิท ไม่ใช่จากไอแดด ไม่ใช่จากลมหนาวแต่เป็นเพียงอ้อมกอดที่เกิดจากใครบางคน ใครบางคนที่ครั้งหนึ่งทำให้เขาทั้งรักและเจ็บช้ำไปพร้อมๆกัน เขาคนนั้นที่แสนลังเล ไม่รู้ว่าควรเลือกกางร่มให้แก่กัน หรือปล่อยเขาไว้ให้เปียกฝนอยู่ตามลำพัง แต่แล้วใครคนนั้นก็เลือก

เลือกที่จะตากฝนไปด้วยกัน

เลือกการกลั่นกรองความรักครั้งใหม่

ในวันนั้นไม่มีร่ม ไม่มีใดๆ มีแต่อ้อมกอดที่แนบแน่น มีแต่คำพูดว่าขอโทษ ย้ำอยู่อย่างนั้นจนฝนที่ตกหนักกลายเป็นหยุดลง

ใครคนนั้นที่บอกว่าเป็นเขาเองที่ทำให้ฝนมันตก เป็นเขาเองที่ขอรับผิดชอบกับเม็ดฝนเหล่านั้นที่ร่วงโรยลงสู่ร่างกายและในหัวใจ

เขาขอรับผิดชอบฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนเหล่านั้น และขอเพียงแค่บอกกันว่าหลงรักฤดูไหน ขอเพียงแค่เอ่ยออกมา เขาจะทำให้มันกลายเป็นฤดูของเราตลอดกาล

เขาจะกลั่นกรองความรักที่ดีตอบแทน

 

หนาวไหมครับ เขยิบเข้ามาใกล้พี่อีกเร็ว

มันเป็นเวลาหนึ่งบนหน้าปัดนาฬิกาที่ไม่ได้รับความสนใจ มันหวานรู้แค่ว่าร่างกายของเขาอุ่นขึ้นเมื่อเขยิบเข้าสู่อ้อมแขนของคนตัวโตกว่า เขาทั้งสองที่นั่งกองกันอยู่ตรงบีนแบ็กอันใหญ่สีครีม จดจ้องอยู่ที่อนิเมะสักเรื่องที่แชร์บทสนทนาร่วมกัน

มันไม่ใช่แนวที่หมอปลายเมฆชอบเลยสักนิดมันหวานรู้ดี พอๆกับก่อนหน้านี้ที่เขาได้ลองฟังเพลงโปรดของคนแก่กว่า มันต่างจากแนวกามิกาเซ่ที่มันหวานแสนโปรดปรานเป็นไหนๆ แต่มันหวานเคยได้อ่านมาจากนิยายว่าการที่เราอยากรู้จักใครให้มากขึ้น ให้ลองฟังเพลงที่เขาฟัง อ่านหนังสือที่เขาอ่าน หรือแม้กระทั่งดูหนังที่เขาชอบดู

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาทั้งคู่ผลัดกันให้ความสนในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะสนใจ มันหวานลองฟังเพลงคลาสสิคที่ไม่คุ้นหูของหมอปลาย ส่วนหมอปลายก็ลองดูการ์ตูนอนิเมะที่มันหวานแสนหลงใหล

มีบางฤดูกาลที่เวียนมา

ผ่านห้วงเวลาที่ผันเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูใหม่

หยาดฝนที่เหือดแห้ง ความชื้นที่เลือนหาย ทิ้งไว้เพียงไอจางๆให้รู้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้น ครั้งที่มันผ่านไปให้เหลือเพียงไอแดดอุ่นๆที่เล็ดลอดเข้ามาผ่านจากบางมุมของช่องว่าง เพื่อกระทบสู่อากาศที่เย็นเฉียบ

มีหนึ่งเจ้าของร่างกายและหัวใจกำลังถูกโอบกอดด้วยวงแขนอุ่นของใครบางคน

มีฤดูกาลที่หอบนำบางสิ่งที่อุ่นกว่าผ้าห่มผืนใหญ่มาเยือน

มีฤดูกาลที่อุ่นยิ่งกว่านั่งอยู่หน้าเตาผิงไฟ

แม้ว่าฤดูกาลจะต้องวนเวียน และบางคราฤดูฝนก็อาจจะหวนคืนกลับมา แต่ไม่เป็นไร ประสบการณ์จากฤดูฝนที่แล้วมันสั่งสอนให้คนเราต้องรับมือหากไม่อยากเปียกปอนไปทั้งตัวและชื้นไปทั้งใจอีก

อาจจะต้องเช็คพยากรณ์อากาศ อาจจะพกร่ม อาจจะใส่เสื้อกันฝน อาจจะหาที่กำบัง

ถ้าง่วงก็หลับเลยนะ เดี๋ยวพี่ดูให้จบแล้วเล่าให้มันหวานฟังเอง

ออกไปเผชิญกับหยาดฝนเหล่านั้นหากไม่สามารถหลีกเลี่ยง

หรือไม่ เราค่อยมาดูด้วยกันอีกรอบก็ได้เนอะ

เพราะมันหวานรู้ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เขาจะไม่ต้องเผชิญกับฤดูฝนคนเดียวอีกแล้ว

บางครั้งเราก็อาจจะอยากเปียกปอนไปพร้อมกับใครสักคนอย่างเต็มใจ

หรือบางครั้ง ต่อให้ไม่มีฤดูกาลใดๆ เราก็ยังอยากรักใครบางคนไปอย่างนั้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

ในฤดูหนาวที่ท้องฟ้ามืดสนิทเร็วกว่าที่เคย ดูเหมือนพระอาทิตย์จะแอบน้อยใจไปสักหน่อยที่ต้องลาขอบฟ้าเร็วกว่าทุกวันเพราะดวงตะวันหอบนำก้อนเมฆไปเป็นเพื่อนด้วยตอนที่ตัวเองต้องเหงาสักช่วงเวลาเพื่อให้พระจันทร์ได้มาทำหน้าที่แทน

ท้องฟ้าในกรุงเทพฯนั้นไร้แสงดาว ไม่มีดาวสักดวงให้นั่งนับ มีเพียงดวงจันทร์กลมโตที่แสนสว่างไสวกับคำอธิษฐานขอพรที่หวังฝากไว้กับดวงจันทรามากกว่าดาวตก

มีใครบางคน และใครอีกคนกำลังขอพร

มันหวานขอให้พรุ่งนี้ข้อสอบไม่ยาก

พี่ขอให้พรุ่งนี้ได้กลับบ้านไวๆ

ทำไมถึงอยากกลับไวๆล่ะจ๊ะ

อยากกลับมากอดมันหวานให้นานขึ้น คำขอนี้คิดว่าพระจันทร์จะเห็นใจกันไหมครับ

ถ้าแบบนั้นไม่ต้องขอดวงจันทร์หรอกจ่ะ ขอมันหวานก็พอ

            ค่ำคืนนั้นที่ไม่มีดาวสักดวงแต่น่าแปลกที่รอยยิ้มของคนที่ขอพรจากดวงจันทร์สว่างไสวยิ่งกว่าแสงดาวดวงไหน

อาจจะเป็นดาวดวงเดียวในโลกที่ยอมให้ปลายเมฆได้ครอบครอง อาจจะเป็นดาวดวงเดียวบนฟ้าที่ยอมให้ปลายเมฆได้แตะต้อง

มันหวาน

จ๋า

หลับฝันดีนะครับ

เป็นดาวเพียงดวงเดียวที่ไม่ยอมอยู่บนท้องฟ้าแต่ยอมมาอยู่เคียงข้างกัน

ร่วงหล่นลงมาเพื่อส่งผลกระทบต่อหัวใจของเขาไปตลอดกาล

 

ปลายเมฆเคยสงสัยว่าพ่อรู้สึกอย่างไรเมื่อเหน็ดเหนื่อยกลับมาจากทำงานแล้วเจอแม่ยืนยิ้มหวานอยู่หน้าประตูบ้านเป็นการต้อนรับการกลับมา

ทำไมพ่อถึงได้พูดกับเขานักว่าการกลับบ้านมาแล้วไม่เจอแม่ก็เหมือนกับการที่กลับมาไม่ถึงบ้าน จนกระทั่งวันนี้ วันที่ปลายเมฆอ่อนล้าทางร่างกายจนแทบจะพาตัวเองกลับมาไม่ถึงห้อง ตอนที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไปและพบกับคนตัวเล็กสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลลายคุมะกับรอยยิ้มที่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งโถไหน

กลับมาแล้วหรอจ๊ะ เหนื่อยไหม มันหวานทำอาหารกำลังจะเสร็จเลย

ตอนที่อีกคนขยับฝีเท้าเข้ามาใกล้กัน รับกระเป๋าเอกสารของเขาไปถือไว้และเอื้อมมากุมมือไว้หนึ่งข้างพาไปนั่งยังโซฟาตัวใหญ่ก่อนจะหายไปในครัวและออกมาพร้อมกับน้ำผลไม้หนึ่งแก้ว

ปลายเมฆถึงเข้าใจในคำพูดของพ่อ การกลับบ้านที่ถึงบ้านจริงๆนั้นมันเป็นแบบไหน

การกลับบ้านที่ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นบ้านที่เป็นที่พักพิงทางใจ

บ้านของปลายเมฆหลังไม่ใหญ่ ขนาดเล็กพอที่เขาจะโอบกอดได้

มันหวาน

จ๋า

ขอบคุณนะครับ

บ้านที่ไม่มีที่ดิน ไม่มีโฉนด ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเนื้อปูนหรือตอกด้วยเสาเข็ม

เป็นบ้านที่สร้างโดยตัวตนของคนคนหนึ่ง ใส่ความน่ารัก ความแสนดี ความจริงใจ จนกลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ

บ้านที่ไม่ต้องเซ็นสัญญาซื้อขาย แต่ก็ยอมให้คนอย่างเขาได้ครอบครอง

บ้านที่ชื่อว่ามันหวาน

มีหัวใจเป็นแกนกลางและหยิบยื่นกุญแจที่มีเพียงดอกเดียวให้แก่กัน

และในทุกๆวันปลายเมฆไม่เคยกลับไม่ถึงบ้านเลยสักครั้ง

 

 

ปลายเมฆเคยปลูกดอกไม้ เขาเคยดูแลมันอย่างดี เฝ้าถนอม ห่วงหา และเฝ้าหมั่นเติมความรักไม่จางหายแม้เวลาของเขาจะมีไม่มากเท่าคนอื่น แต่น่าเสียดายที่ดอกไม้ดอกนั้นที่เขาเฝ้าดูแลกลับไม่ผลิบานเพื่อเขาได้อีกต่อไป

อาจจะเพราะว่าเขาเป็นคนดูแลที่ไม่ดี อาจจะเพราะว่าการแสดงออกของเขานั้นน้อยเกินไป ดอกไม้ดอกนั้นจึงหาคนดูแลคนใหม่และเลือกจะทิ้งเขาไปเหลือเพียงเศษดินให้ดูต่างหน้า

ปลายเมฆเคยเข็ดหลาบและเขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ปลูกดอกไม้ขึ้นมาอีก แต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม ในวันที่เขาเฝ้าคิดถึงดอกไม้ดอกเก่า กลับมีดอกไม้ดอกใหม่เกิดขึ้นและเติบโตข้างกายเขาอย่างเงียบงัน

ปลายเมฆไม่ได้ลงมือปลูก เขาไม่แม้แต่จะรดน้ำให้ดอกไม้ดอกใหม่ด้วยซ้ำ แต่ดอกไม้ดอกนั้นกลับเติบโตขึ้นได้อย่างสวยงาม จนทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่อยากจะปลูกดอกไม้อีกครั้ง

การห่างหายจากการปลูกดอกไม้ไปนานทำให้ปลายเมฆดูแลรักษาดอกไม้ดอกใหม่ได้อย่างทุลักทุเล มันเหี่ยวเฉา มันขาดน้ำ มันไม่สดใสเหมือนเก่า ปลายเมฆโทษตัวเอง เขาได้แต่นั่งมองดอกไม้ดอกนั้นกับกลีบดอกที่ร่วงโรยช้าๆจนวันหนึ่งมีใครคนใหม่เข้ามาและขอดูแลดอกไม้ดอกนั้นแทน

ในวันนั้นที่ทำให้ปลายเมฆได้รู้ว่าสิ่งที่เขาได้สูญเสียไปอีกครั้งไม่ใช่เพียงแค่ดอกไม้แต่เป็นหัวใจที่เขาฝากไว้ที่ดอกไม้โดยไม่รู้ตัว

เขาเคยคิดว่าดอกไม้คงจะเติบโตได้อย่างสวยงามอีกครั้งหากเปลี่ยนคนดูแลคนใหม่ แต่เปล่าเลย ดอกไม้แสนงดงามดอกนั้นกลับเหี่ยวเฉามากกว่าเดิม ฝนตกหนักจนกลีบดอกแห้งเหี่ยวและร่วงโรย ก้านที่หยัดตรงกลับโงนเงนและพร้อมจะหักทุกเมื่อ

ตอนนั้นเองที่ทำให้ปลายเมฆรู้ว่าไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ฝากใจไว้ที่ดอกไม้ เพราะดอกไม้ก็ฝากทั้งหมดของตัวเองไว้ที่เขาเช่นกัน

แล้ววันหนึ่งปลายเมฆก็ได้ดอกไม้นั้นกลับคืนมาอีกครั้ง เขาเฝ้าบอกตัวเองว่าจะทำให้ดอกไม้กลับมาสดใสและสวยงามดั่งเดิม

และในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ

ดอกไม้ที่เติบโตข้างเขามาอย่างเงียบงันได้ผลิบานและแตกกลีบดอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง บานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมแสนหวานบ่งบอกถึงการเริ่มต้นใหม่

แฮปปี้เบิดเดย์ทูยู.. สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะหมอปลาย

ดอกไม้บางดอกที่จะผลิบานในหัวใจของเขาไปอย่างนั้น ในวันเวลาที่ไม่มีวันรู้จบ

ปลายเมฆมองเค้กหน้าตาแปลกๆในมือเล็กนั่นพร้อมรอยยิ้ม สายตาของมันหวานสะท้อนกับเปลวเทียนที่ปักอยู่ เสียงร้องเพลงวันเกิดที่ดังขึ้นในห้องตรวจแคบๆ

เป็นอีกปีที่ปลายเมฆลืมวันเกิดของตัวเอง เป็นอีกครั้งที่เขาทำงานติดกันเกินสี่สิบชั่วโมงโดยไม่ได้กลับห้อง

อธิษฐานแล้วเป่าเทียนนะจ๊ะ

            แต่หลังจากนี้เขารู้ว่าเขาจะไม่มีวันลืมวันสำคัญของตัวเอง เพราะความสำคัญของเขาจะถูกย้ำเตือนความจำจากดอกไม้ดอกเดิม

 “มันหวานรักหมอปลายนะ”   

มีบางสายลมเอื่อยๆที่พัดผ่าน มีผีเสื้อหลายตัวที่รายล้อม

            “มันหวานจะฝึกทำเค้กให้พี่หมอทุกๆปีเลยนะ

องค์ประกอบทุกอย่างที่บ่งบอกว่าดอกไม้ของปลายเมฆเป็นดอกไม้ที่แสนสมบูรณ์แบบมากแค่ไหน

มันต้องมีสักปีแหละที่ออกมาดี เนอะๆ

ดอกไม้ดอกนี้

พี่เมฆจะอยู่ชิมเค้กให้หนูใช่ไหม

เพียงดอกไม้ดอกเดียวที่ปลายเมฆจะทะนุถนอมสุดหัวใจ

ครับ พี่จะอยู่ชิมเค้กของหนูทุกปีเลยนะ

            ทุกๆในวันพรุ่งนี้ดอกไม้ของเขา จะยังคงเป็นดอกไม้ของเขา

 

เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มฤดูอีกครั้ง อากาศเย็นๆที่พัดผ่านทำให้เส้นผมสีอ่อนปลิวไสว รอยยิ้มเล็กๆที่ส่งมอบให้กับคนที่ไม่รู้จักถือเป็นการผูกมิตรที่ไร้การผูกมัด มันหวานพาตัวเองไปยังชั้นลอยของชั้นที่สิบสองตามคำบอกกล่าวของพยาบาลหน้าห้องพักหมอปลายว่าคุณหมอแสนเก่งไปแอบพักผ่อนอยู่ที่นั่น

แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวคือสิ่งที่มันหวานเพ่งมองก่อนที่เขาจะพาร่างเล็กๆของตัวเองเดินตรงไปหาแฟนคนเก่ง สองแขนเล็กโอบรอบเอวหนาพลางซบใบหน้าลงไปยังแผ่นหลังที่แสนจะปลอดภัย สูดลมหายใจเข้าหอบนำกลิ่นสะอาดของเสื้อกาวน์เข้าสู่ลมหายใจ

พี่หมอ มันหวานมาแล้วนะ

ตอนที่เอ่ยบอกแบบนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับคนที่โตกว่าพลิกตัวกลับมา ใบหน้ามันหวานถูกช้อนให้เงยขึ้นก่อนที่ริมฝีปากอุ่นๆของคุณหมอจะทาบทับลงมาอย่างแผ่วเบาและผละออกไปอย่างนุ่มนวล

กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลยครับ

สายลมเย็นหยาบพัดมาอีกครั้ง มันหวานกระชับจับมือคู่ใหญ่ไว้แน่น หวังให้ความอบอุ่นของฝ่ามือกลายเป็นฮีตเตอร์ส่วนตัวเพื่อคลายหนาว ใบหน้าน่ารักประดับไปด้วยรอยยิ้มแสนหวานเพราะประโยคชวนเขินและสายตาลุ่มหลงคู่นั้น

เขาทั้งคู่ยืนพิงราวระเบียงโดยฉากหลังเป็นตึกราที่สูงชันตัดกับสีท้องฟ้าและสีขาวของเมฆก้อนอวบ มันหวานคล้องแขนแกร่งของคนรักเอาไว้ เอียงแก้มแนบกับท่อนแขนแน่น ยิ้มออกมาอย่างง่ายดายเพียงถูกลูบผมไปมา

ผ่านมาสักพักแล้วนะ กลับการเป็นคนรักของกัน มันหวานนึกไม่ออกเลยว่าในสักพักที่ผ่านมานั้น วันไหนกันที่เขามีความสุขน้อยที่สุด เพราะสิ่งที่มันหวานนึกออกคือการมีความสุขที่มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

มันเป็นความสุขตั้งแต่เขาทั้งคู่ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆ กัน

มันหวานครับ

จ๋า

บางความสุขและความรักที่สม่ำเสมอ

เปรียบเสมือนก้อนเมฆก้อนใหญ่ๆ ลอยฟุ้งอยู่บนท้องฟ้า เปลี่ยนลักษณะไปมา แต่ก็ยังคงเป็นเมฆก้อนเดิม

มันหวานชอบอะไรอย่างนั้น ชอบมองการเปลี่ยนแปลงของก้อนเมฆบนฟ้าใหญ่ จดจำว่าก่อนหน้านี้ที่จะเปลี่ยนรูปร่างก้อนเมฆก้อนนั้นเคยเป็นรูปอะไรมาก่อน

และถึงแม้จะเปลี่ยนไปกี่รูปร่าง

สุดสัปดาห์นี้ไปหาพ่อกับแม่พี่ด้วยกันไหม

ก้อนเมฆนั้นก็ยังเป็นก้อนเมฆก้อนเดิมที่มันหวานหลงรัก

เหมือนกับหมอปลายเมฆ ที่ไม่ว่าจะเคยเป็นแบบไหนมาก่อน กำลังเป็นแบบไหนในตอนนี้ หรือจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนในวันข้างหน้ามันหวานก็จะยังคงรัก

มันหวานจะรักในสิ่งที่ผู้ชายคนนี้เคยเป็น กำลังเป็นอยู่และกำลังจะเป็นในวันข้างหน้า

เพราะสำหรับมันหวาน ก้อนเมฆก้อนนั้นเป็นก้อนเมฆก้อนเดียวที่อยากจะหวงแหนเอาไว้แบบที่ไม่อนุญาตให้สายลมที่ไหนพัดพาไปได้

จะหวงแหนแม้ว่าเมฆกลุ่มนั้นจะเป็นเพียงไอน้ำที่กลั่นตัวขึ้นก็ตาม

 

ช่วงสายของวันอาทิตย์กับวันหยุดเต็มวันที่คนเป็นหมอได้รับ ปกติคงอยู่ที่คอนโดและนอนกอดมันหวานเอาไว้จนกว่าจะพอใจ แต่เพราะวันนี้แพลนที่เปลี่ยนไปจึงทำให้ปลายเมฆยืนอยู่ที่บ้านของตัวเอง

ปลายเมฆกุมมือคนรักไว้ไม่ห่างยามที่ก้าวเข้ามาในบ้านที่นานๆมาที เขารับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กข้างกายมีความประหม่าเพราะมันหวานบอกกับเขาว่าอ่านในนิยายมาเยอะว่าพ่อแม่ของแฟนจะไม่ชอบหน้านายเอกอะไรแบบนั้น ปลายเมฆเอ็นดูที่น้องอินนิยายมากมายขนาดนั้นจนเอามาปะปนกับเรื่องจริง แต่วันนี้มันหวานก็คงรับรู้ได้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ใจร้ายเหมือนในนิยายอย่างแน่นอน

พ่อครับ แม่ครับ นี่มันหวานคนรักของผม

สะ..สวัสดีนะจ๊ะ มันหวานพุ่มมือไหว้อย่างเงอะงะและเอ่ยสวัสดีเสียงสั่นเครืออย่างที่กำลังเป็น

น่ารักจังเลยค่ะลูก

ตอนที่แม่เดินเข้ามาใกล้ ปลายเมฆเห็นว่าน้องแอบสะดุ้งจนต้องบีบมือเล็กให้ผ่อนคลายลงมากกว่าเก่า แฟนของเขาในตอนนี้กำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของแม่ คำพูดของมารดาทำให้ปลายเมฆและพ่อลอบยิ้มให้กันเพราะคำเหล่านั้นบ่งบอกว่าแม่เอ็นดูแฟนคนนี้ของเขามากแค่ไหน    

ลูกกำนันเพื่อนพ่อใช่ไหมเนี่ยเมฆ น้องน่ารักมากๆเลยค่ะ

ครับแม่

ไม่แปลกที่แม่จะรู้เพราะก่อนหน้านี้ปลายเมฆได้โทรฯมาเล่าเรื่องของน้องให้ฟังบ้างนิดหน่อย ก็คิดไว้แล้วว่าถ้าได้เจอหน้าแม่จะตกหลุมรักมันหวานแบบที่เขากำลังเป็น

ไม่ต้องเกร็งนะคะตัวเล็ก เรียกแม่เรียกพ่อได้ตามสบายเลยนะ

ในตอนนั้นแหละที่แก้มของมันหวานขึ้นสีแดงจัดจนพ่อต้องประคองแม่ออกมาให้ห่างตัวน้องสักหน่อยเพราะกลัวว่าน้องจะเขินอายจนเป็นลม

แต่มันหวานเป็นเด็กน่ารัก ไม่นานคนตัวเล็กก็เข้ากับผู้ใหญ่ได้อย่างรวดเร็วจนถูกแม่เขาพาเข้าไปเล่นทำกับข้าวกันในครัว

เขาและน้องรวมถึงพ่อแม่มีมื้อเย็นที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะร่วมกัน ผ่านมาสักพักแล้วที่ปลายเมฆไม่ได้กลับมากินข้าวที่บ้าน จนพ่อชมมันหวานยกใหญ่ว่าการที่เขากลับมากินข้าวที่บ้านในรอบหลายเดือนที่ผ่านนั้นควรยกความดีความชอบให้กับมันหวานแต่เพียงผู้เดียว

ซึ่งพ่อก็พูดไม่ผิด เขาไม่ได้มีปัญหากับครอบครัวก็แค่ไม่มีเวลากลับบ้านก็เท่านั้น แต่พอมีมันหวานกลับทำให้อะไรที่เคยยากนั้นมันง่ายดายขึ้น

เดี๋ยวมันหวานนอนห้องนี้นะคะ แม่ให้แม่บ้านทำความสะอาดไว้แล้วนะ

แม่ครับน้องนอนกับผมได้

แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นตอนช่วงสามทุ่มครึ่งที่แม่พยายามจะแยกเขากับมันหวานให้นอนคนละห้อง ซึ่งแน่นอนว่าปลายเมฆจะไม่ยอมเด็ดขาด ก็นอนกอดแทบทุกคืนอยู่ๆจะกันน้องให้ห่างจากเขาแบบนั้นได้อย่างไร

เมฆ ให้เกียรติน้องหน่อยสิคะ

แต่แม่ครับ ผมไม่เคยล่วงเกินน้อง

แม่ไม่รู้ล่ะ คืนนี้ต้องแยกห้อง

เสียงดุๆของแม่ไม่ได้ทำให้ปลายเมฆรู้สึกหงอยเท่าเสียงหัวเราะคิกคักของคนเด็กกว่า มันหวานดูไม่อะไรเลยสักนิดที่เขาทั้งสองจะไม่ได้นอนกอดกันในคืนนี้

มันน่าน้อยใจไหมล่ะเนี่ย

ฝันดีนะจ๊ะพี่หมอ แล้วความนุ่มนิ่มของปลายเมฆก็เดินเข้าห้องไปแถมยังปิดประตูใส่หน้ากันอีกต่างหาก  

คุณหมอเดินคอตกกลับห้องนอนของตัวเอง อยู่ดีๆห้องที่เคยนอนก็ดูกว้างกว่าปกติ แอร์ก็เย็นเกินความจำเป็นไปหมด หมอนสองใบก็ดูเยอะแยะจนน่ารำคาญไหนจะหมอนข้างที่ไม่จำเป็นนั่นก็อีก

ปลายเมฆเริ่มนอนนับแกะเพราะเขารู้สึกว่านอนไม่หลับเลยสักนิด จนกระทั่งเวลาเดินมาถึงห้าทุ่มที่ตาของคุณหมอก็ยังคงสว่างอยู่แบบนั้น

ปลายเมฆตัดสินใจเขาควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อการนอนหลับของตัวเอง มือหนาคว้าหมอนติดมือมาหนึ่งใบพลางย่องเท้าออกจากห้องนอนของตัวเอง มองซ้ายมองขวาอย่างแวดระวังแม้ว่าบ้านทั้งหลังจะปิดไฟหมดแล้วก็ตาม

หลังมือเคาะลงประตูบานสีขาวสามทีแบบเบาๆเพราะกลัวแม่จะจับได้ รอเพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดนต้นเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับ

ปลายเมฆยืนอยู่แบบนั้นมองใบหน้าของมันหวาน ผมสีอ่อนที่ฟูฟ่อง ดวงตากลมที่ใสแจ๋วและริมฝีปากสีสวยที่คลี่ยิ้ม

มันหวานนึกว่าจะไม่มาซะแล้ว

ตอนนั้นเองที่ปลายเมฆได้รับรู้ว่ามันหวานก็ขาดเขาไม่ได้เช่นกัน

ปลายเมฆขยับฝีเท้าไปข้างหน้าเมื่อน้องเปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อให้เขาเดินเข้าไป ก่อนที่บานประตูจะปิดลงอย่างเงียบงัน เขาก้าวขึ้นบนเตียงโดยมีคนตัวเล็กตามหลังมา

และทันทีที่มันหวานเอนแผ่นหลังกับที่นอน ร่างของเด็กน้อยก็ถูกคว้าเข้ามาในอ้อมกอด เขากดจมูกหอมกลุ่มผมนิ่มไปหนึ่งฟอดใหญ่จนฉ่ำปอดทดแทนความคิดถึงที่ถูกแม่พรากไปหลายชั่วโมง

ไม่มีมันหวานพี่นอนไม่หลับเลย” 

มันหวานก็เหมือนกัน

จริงไหมเนี่ย

จริงๆนะจ๊ะ!”

ปลายเมฆหลุดขำตอนที่น้องเอ่ยเสียงดังเหมือนลืมตัวก่อนจะใช้มือเล็กนั้นปิดปากตัวเองฉับเพราะกลัวว่าแม่จะได้ยินเข้า

ปลายเมฆลูบแก้มน้องเบาๆด้วยปลายนิ้วโป้ง ประทับรอยจูบที่หน้าผากมนหนึ่งทีถ้วนก่อนจะกระชับพาน้องเข้าสู่อ้อมกอดเหมือนกับทุกคืน

ครับ พี่เชื่อแล้ว

ที่จริงแล้วการพามันหวานมาหาพ่อและแม่หนึ่งในเหตุผลนั้นคือการบอกอย่างเป็นทางการว่าคนรักของเขาเป็นใคร ใครที่เป็นอีกเสี้ยวของหัวใจ แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่มันหวานคงไม่รู้ คือการที่เขาพามันหวานมาให้พ่อได้เห็น ให้พ่อได้รับรู้ ว่าในคำถามตอนนั้น

ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะเลือกหนังสือเล่นไหน ระหว่างเล่มที่ผูกพันหรือเล่มที่รัก

ในคำตอบของพ่อตอนนั้น ที่ปลายเมฆยังคงจำได้ขึ้นใจ

ถ้าให้พ่อเลือก พ่อก็ต้องเลือกหนังสือที่มีเล่มเดียวในโลกสิ

ปลายเมฆมาเพื่อบอกพ่อ ว่าหนังสือที่มีเล่มเดียวในโลกนั้นเขาได้หาเจอแล้ว

หนังสือเล่มนี้ที่เขาเป็นเจ้าของในทุกหน้ากระดาษ ในทุกตัวอักษร ในทุกเรื่องราวที่ถูกบันทึกลงไป

มันหวานก็เชื่อ

เชื่อว่าอะไรครับ?”

เชื่อว่าพี่หมอหลับไม่ลงหรอกถ้าไม่ได้กอดมันหวานแบบนี้

และปลายเมฆก็เชื่อ

เพราะมันหวานก็คงหลับฝันดีไม่ได้ถ้าพี่หมอไม่อยู่ตรงนี้

ว่าจะเป็นเพียงหนังสือเล่มเดียวที่เขาจะหยิบมาอ่านซ้ำๆ ไม่ว่าตัวอักษรสุดท้ายในหน้ากระดาษจะถูกเขียนตอนจบไว้ว่าอะไร

 

 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนมันหวานเรียนจบปีหนึ่งมาได้อย่างปลอดภัย พอถึงช่วงเวลาปิดเทอมที่ไม่ถึงเดือนแต่มันหวานก็เลือกจะกลับมาหาพ่อที่บ้านเกิด นี่ก็มาได้อาทิตย์กว่าแล้วโดยที่มันหวานกลับมาคนเดียวเพราะหมอปลายยังคงไม่สามารถลางานได้

อากาศที่บ้านนอกต่างจากกรุงเทพฯและถ้าจะให้มันหวานเลือกว่าชื่นชอบที่ไหนมากที่สุดมันหวานก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าชอบอากาศที่บ้านของตัวเองมากกว่า

เช้านี้หลังจากใส่บาตรและกินมื้อเช้ากับพ่อเรียบร้อยมันหวานก็พาตัวเองไปยังสวนผักหลังบ้าน เขาเก็บแครอทอวบอ้วนมาเต็มตะกร้าใหญ่ แก้มใสเลอะด้วยดินจางๆเพิ่มความมอมแมมเข้าไปอีก แต่มันหวานไม่สนใจเพราะเดี๋ยวเขาก็ต้องไปอาบน้ำอยู่แล้ว

คนตัวเล็กเดินย่ำเท้าออกมาจากสวนหลังบ้าน ก่อนที่ฝีเท้าจะหยุดลงอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเองเมื่อเจอคนตัวโย่งยืนยิ้มกว้างให้อยู่ตรงนั้น

ดูเหมือนว่าหนึ่งอาทิตย์กว่าที่ไม่ได้เจอกันจะจางหายไปได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ได้เห็นหมอปลายเมฆอยู่ตรงหน้า

มันหวานยิ้มตาหยี เขากอดตะกร้าแครอทไว้อยู่อย่างนั้น ทอดสายตามองผู้ชายตัวโตที่ทำให้นึกหวนถึงครั้งแรกที่เจอกัน หมอปลายเมฆเปลี่ยนไปจากตอนนั้น ครานั้นเป็นใบหน้าเรียบเฉยและสายตาแห้งผากที่ใช้มองกัน แต่ตอนนี้ดวงตาคมคู่นั้นทอไปด้วยความอบอุ่นไม่ต่างจากรอยยิ้มที่ชวนให้ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากถามว่าที่ผ่านมามันหวานตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ไปมากเท่าไร เขาก็คงตอบไม่ได้เพราะมันมากมายเกินไป

มาหาพ่อกำนันหรอจ๊ะ

ประโยคแรกระหว่างกันที่เกิดขึ้น ยังจำได้ไหม

ปลายเมฆพยักหน้ารับ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่ที่ริมฝีปากไม่จางหาย มองคนตัวน้อยที่วางตะกร้าแครอทลงที่แคร่หน้าบ้านก่อนจะสาวเท้ามาใกล้กันมากกว่าเดิม

ตัวสูงชื่ออะไรหรอจ๊ะ

ประโยคนี้ก็เช่นกันที่จำได้เสมอ รอยยิ้มสดใสที่ทำให้ปลายเมฆตาพร่าและโทษว่าแดดของที่นี่แรงเกินจำเป็น

แต่ที่จริงมันไม่ใช่แดด ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งกลมๆบนท้องฟ้าเลยสักนิด

มันเป็นเพียงรอยยิ้มของมันหวานที่ทำให้ใจของเขาเกิดอาการจนโทษนั่นนี่มั่วซั่วไปหมด

ปลายเมฆ

เขาเอ่ยตอบเช่นนั้นและสิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมของเด็กตรงหน้า

รอยยิ้มที่ปลายเมฆให้คำนิยามว่ามันเหมือนพระอาทิตย์ในการ์ตูนเทเลทับบี้ที่เขาชอบดูเมื่อวัยเด็ก     

สวัสดีจ้าหมอปลายเมฆ ทางนี้ชื่อมันหวานนะจ๊ะ

วันนี้ความคิดของเขาก็ยังคงย้ำเตือนว่ารอยยิ้มของคนตรงหน้าไม่ได้ต่างไปเลยสักนิดกับพระอาทิตย์ในการ์ตูนเรื่องนั้น มันสดใส มันส่องสว่าง เจิดจ้าและน่ามองเกินคำนิยามใด

            ปลายเมฆไม่เคยมีพระอาทิตย์เป็นของตัวเอง เขาใช้พระอาทิตย์ร่วมกับมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้

แต่เมื่อได้มาเจอกับมันหวาน

ชื่อเหมือนแฟนพี่เลยนะครับ

พี่ก็หน้าเหมือนแฟนหนูเหมือนกัน” 

ปลายเมฆถึงได้รู้ว่าเขามีพระอาทิตย์เป็นของตัวเองมานานมากแล้ว

มันหวานขยับตัว เขาเดินไปหาอ้อมกอดของผู้ชายตรงหน้า อ้าแขนออกกว้างและโอบกระชับร่างกายที่ให้ความอบอุ่นอยู่เสมอ    

มันหวานได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของหมอปลายเมฆ และเขาก็ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังจนคับแผ่นอกเช่นกัน

ที่ตรงนี้ที่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวระหว่างกัน

กว่าจะมาถึงวันที่รักกันได้ตั้งขนาดนี้มันหวานไม่เคยลืมว่าเขาทั้งสองผ่านความเจ็บช้ำอะไรกันมาบ้าง มันหวานไม่เคยลืมในวันที่ตัวเองเอ่ยบอกความรู้สึกกับคนตรงหน้าเป็นครั้งแรกในวันนั้น

ถ้อยประโยคที่เคยได้เอ่ยถามว่าการตกหลุมรักคืออะไรก็ยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ความเดียงสาที่ไม่เคยตกหลุมรักใครมาก่อนทำให้มันหวานเลือกที่จะเชื่อในคำพูดของคนที่ไม่ได้รู้จักดีเลยสักนิด

การตกหลุมรักก็เหมือนกับการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆ

แล้วในวันนั้นมันหวานก็เลือกที่จะลองเสี่ยงดู เขาพาตัวเองดิ่งจากความสูงของปลายเมฆลงมาทั้งตัวโดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าจะตกลงมาเจอกับอะไรบ้าง

เป็นการลองเสี่ยงโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะรับกับผลที่ตามมาได้มากน้อยแค่ไหน และพอถึงวันที่ตกลงมาทั้งตัว มันหวานถึงได้รู้ว่าการตกลงมาจากที่สูงไม่มีทางที่จะไม่เจ็บ

มันหวานมอมแมม มันหวานเปียกปอน โซซัดโซเซจากแรงกระแทกเหล่านั้น มันหวานเคยสาหัส

แต่รู้อะไรไหม ถ้ามันหวานเลือกได้อีกครั้ง มันหวานก็จะยอมตกลงมาจากปลายเมฆซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขอบคุณที่อยู่กับพี่ตรงนี้

ไม่ใช่เพราะอยากลองดีกับความเจ็บปวด ไม่ใช่เพราะไม่หลาบจำ

แต่เป็นเพราะ

ขอบคุณที่เลือกจะโดดลงมาจากปลายเมฆด้วยกัน

ไม่ใช่มันหวานที่โดดลงมาจากปลายเมฆก้อนนั้นเพียงคนเดียว ในวันที่ไม่แน่ใจ มันหวานไม่เคยรู้เลยว่ามีใครบางคนพยายามพาตัวเองโดดลงมาจากความสูงของก้อนเมฆเหล่านั้น พาตัวเองลงมาแม้ว่าหัวใจของคนที่ลองเสี้ยงยังมีบาดแผล

ใครบางคนที่เสี่ยงไม่แพ้กัน

มันหวานไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่กลัว เพราะใครบางคนก็เลือกที่จะตกหลุมรักใหม่อีกครั้ง

ตกหลุมรักเด๋กที่ไม่ประสีประสากับความรัก

หมอปลายจำได้ไหม ว่าเคยถามมันหวานว่าความรักสำหรับมันหวานคืออะไร

จำได้ครับ

วันนี้มันหวานจะให้คำตอบนะ

มันหวานผละออกจากอ้อมกอดของคนตัวโต เขาคล้องแขนไว้ที่ต้นคอของคนตรงหน้า เขย่งปลายเท้าและจุมพิตบางเบาที่ริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่าย

ความรักของมันหวานคือหมอปลาย

พี่หรอครับ?”

ใช่ เพราะหมอปลายทั้งนั้นถึงทำให้มันหวานรู้ว่าความรักคืออะไร

....

ถ้าหากการตกหลุมรักของหมอปลายหมายถึงการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆ

....”

ความรักของมันหวานก็คงอยู่เหนือปลายเมฆ

เพราะว่ามันอยู่เหนือการคาดหวังใดๆ มันหวานถึงได้เรียนรู้กับการตกหลุมรัก และในวันนี้เขากำลังได้เผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก

เคยนึกคิดว่ารักแรกไม่มีทางได้สมหวัง แต่มันหวานกลับทำลายกฎพวกนั้นโดยการได้รักกับรักแรกของตัวเอง แม้ว่ามันจะทุลักทุเลแต่อย่างน้อยมันหวานก็ได้รักแรกมาครอบครอง

พี่รักมันหวานที่สุดเลย

มันหวานก็รักพี่ปลายเมฆที่สุดเหมือนกัน” 

ตอนที่ฤดูกาลผันเปลี่ยน แสงดาวพากันส่องสว่าง

ตอนที่ดวงจันทร์หอบนำคำอธิษฐานและโปรยปราย

ตอนที่เวลาเคลื่อนที่ พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนไหว ก้อนเมฆที่กำลังเปลี่ยนรูปร่าง

ในตอนนั้นที่พวกเขาพากันทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆอีกครั้งและกลับหอบนำความรักขึ้นไปยังเหนือปลายเมฆก้อนเดิม

พวกเขาตกหลุมรักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วันนี้อาจจะจบลงแล้ว และพวกเขาจะเริ่มต้นรักกันใหม่อีกครั้ง

ทุกพรุ่งนี้

 

 

 

ending - beginning

#มันหวานปลายเมฆ



MOODTOSLEEP : ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่านิยายเรื่องนี้ดำเนินมาถึงตอนจบแล้วนะคะ เป็นนิยายที่กินเวลานานเกือบแปดเดือนเลยทีเดียว เราไม่แน่ใจเลยว่างานเขียนของเราถูกใจคนอ่านมากน้อยแค่ไหนแต่เราก็อยากขอบคุณคนอ่านทุกคนที่อยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ เราสารภาพเลยว่าเราหวั่นกลัวตลอดว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีและทำให้หลายคนผิดหวังจนถึงตอนจบก็ไม่มั่นใจเลยว่ามันดีพอแล้วหรือยัง มีหลายครั้งเลยที่เราท้อมากๆจนไม่รู้ว่าควรแต่งต่อไปดีไหม แต่สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจสู้ต่อไม่ใช่เพียงแค่เพราะว่านิยายถูกเซ็นสัญญาแต่เป็นเพราะว่าเราไม่สามารถมองข้ามกำลังใจจากหลายๆคนได้ นั่นเป็นแรงกำลังใจที่ดีเลยที่ทำให้นิยายเรื่องนี้ดำเนินมาถึงตอนจบ เราขอขอบคุณมากๆ เราไม่รู้ว่ามีคำไหนที่ให้ความหมายได้มากกว่าคำว่าขอบคุณอีกไหม ถ้ามีเราจะไม่รีรอเลยค่ะที่จะนำมามอบให้กับทุกคน 

ตอนนี้เรามีแต่คำว่าขอบคุณที่ทำให้เรามาถึงตรงจุดนี้ได้ ขอบคุณหลายๆคนที่ตามอ่านนิยายเราทุกเรื่อง ขอบคุณคนที่เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้ของเราเรื่องแรกและยอมเปิดใจให้กันนะคะ ขอบคุณสำหรับคำติชมเราจะนำมันไปปรับปรุงให้ดีขึ้นในเรื่องต่อๆไป ขอโทษที่เคยทำให้มีน้ำตาเพราะเนื้อเรื่องหนักหน่วงนะคะ แต่ทุกคนเก่งมากๆเลยนะที่ผ่านมาได้ เรารู้สึกใจหายเลยค่ะที่จะไม่ได้อัพตอนต่อไปอีกแล้ว แต่ว่าๆ นิยายเหนือปลายเมฆได้ตีพิมพ์กับสนพ.เฮอร์มิทนะคะ มีตอนพิเศษที่เราจะมาแจ้งให้ทราบที่หลังเนอะว่ามีกี่ตอนตอนอะไรบ้าง แต่แอบกระซิบก็ได้ว่ามีตอนของเตวิณด้วยน้าาาา แล้วก็ๆๆ หน้าปกน่ารักมากๆเลยค่ะ ไว้เดี๋ยวเราจะมาอวดเนาะ สุดท้ายนี้หวังว่าจะมีคนอยากรับน้องมันหวานและหมอปลายไปดูแลนะคะ นิยายเล่มแรกของเราเลยยังไงก็ฝากด้วยน้าาา แล้วจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบนะคะ 

ด้วยรักและขอบคุณ : MOODTOSLEEP




     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1129 Jiana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 22:57
    น่ารักมากๆ เขียนดีมากๆเลย
    #1,129
    0
  2. #1116 Wipawee Sadteetanyahan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 00:01
    อยากบอกว่าเรื่องนี้ทัชใจเรามากๆเราไม่เคยอ่านเรื่องไหนแล่วเราร้องไห้ตามไปกับเนื้อเรื่องนั่นเลย แต่มีเรื่องนี้ที่ไม่ว่าเรากลับมาอ่านกี่รอบ ความรู้สึกเราเหมือนเดิมเลย เราร้องไห้ทุกรอบที่กลับมาอ่าน ยิ้มตาม อบอุ่นใจตามเหมือนเราไปอยู่ในตัวละครนั้นเลย ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะ เรากลับมาอ่านรอบที่3แล้วไม่มีโอกาศได้บอกครส.เลย ครั้งนี้เลยมาบอกสักหน่อย😂จะติดตามไปเรื่อยๆนะค่า
    #1,116
    0
  3. #1113 •SAI (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 09:17
    อบอุ่นหัวใจมากๆเลย ความรู้สึกฟูไปหมด บรรยายดีมากๆเลยค่ะ รักมากๆ ขอบคุณนะคะที่ทำให้มีมันหวานกับหมอปลายเมฆ จะเป็นอีกตัวละครที่เรารักเลยค่ะ
    #1,113
    0
  4. #1111 MonsterNatsu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:10
    เป็นเรื่องที่ทัชใจมากกและก็ทำให้เราอินมากด้วย

    อีกอย่างหนึ่ง ที่ชอบและชื่นชมไรท์มากเลยคือภาษาที่ใช้เขียน การเขียนบรรยายตั่งต่างนานา เปรียบเทียบเอยอะไรเอยคือดี แบบดีมากกกอะะ สุดท้ายนีก็ รักนะคะ <3
    #1,111
    0
  5. #1110 hello_gik (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 18:12
    สนุกมากเลย อ่านแล้วร้องตามเลยอะ ขอบคุณที่เขียนขึ้นมานะคะ
    #1,110
    0
  6. #1107 Kimmyongsoo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 12:35
    ละมุนไปหมดเลย
    เราชอบมากเลยนะคะ
    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่านกันฟรีๆ
    #1,107
    0
  7. #1106 pooued (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 16:47
    เขียนได้ดี เวอร์วัง เหมือนกับได้เข้าไปเป็นตัวละครนั้นเอง
    #1,106
    0
  8. #1105 leew123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:53
    อ่านแล้วร้องไห้เลย
    #1,105
    0
  9. #1103 ploybamak (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 08:16

    ติดตามอ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ไม่ได้มาเม้นท์เลย ขอโทษไรท์นะคะ (เค้าผิดไปแล้วววว) ไรท์เขียนดีมากมันน่ารักละมุน มันหน่วงมันเจ็บมันจุกช่วงดราม่านี่เสียน้ำตาไปหลายปี๊บเลย

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ...จะติดตามงานเขียนเรื่องต่อไปเรื่อยๆเลยจ้า

    #1,103
    0
  10. #1092 sunisa_su26 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 22:30
    เขียนโครตดีถึงจะทำเราเสียน้ำตาก็เถอะอ่านตอนแรกมาถึงตอนจบถึงจะไม่ค่อยได้เม้นสักเท่าไรแต่ไรท์อย่างเจ๋งทำให้เราอินอะเป็นกำลังใจในการเขียนต่อไปนะอยากจะบอกอีกว่านี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่เรามาอ่านของไรท์เราผ่านการอ่านมาเยอะถ้าไม่ดีจริงๆเราจะไม่ค่อยเม้นสักเท่าไรแต่ก็ให้กำลังใจนะนักเขียนทุกๆครั้งที่อ่านเลย มันจะมีเรื่องต่อๆไปที่เราจะอ่านของไรท์แน่นอนแต่ตอนนี้ขอไปอ่านนส.สอบก่อนค้าบ.. ฮิ้ๆ
    #1,092
    0
  11. #1083 Wannapathip (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 12:49
    ดีต่อใจที่สุดดดด
    #1,083
    0
  12. #1073 loveseriesY (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:45
    ขอบคุณมากๆๆค่ะ นิยายไรท์ดีมากจริงๆๆ เขียนบรรยายได้ดี ภาษาสวย เรียกน้ำตาคนอ่านได้แบบบสุดๆๆๆบทจะหวานก็หวานๆๆๆๆบทจะเศร้าก็โคตรเศร้าคนอ่านๆหน่วงใจไปหมดแต่มันดีมากจริงๆๆๆ นิยายเรื่องนี้คือเกอะเบสมากๆๆๆค่ะ เลิฟๆๆ
    #1,073
    0
  13. #1064 isgnt9397 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:16
    อ่านมาเกือบอาทิตย์ได้ เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วไม่อยากให้จบเลย ยิ่งพอถึงตอน20อัพยิ่งอ่านไปช้าๆ อ่านเรื่อยๆไม่เร่งรีบเพราะกลัวจะจบไว ขอบคุณไรท์มากที่เขียนบรรยายความรู้สึกของตัวพระนายได้ดีขนาดนี้ ขอบคุณตัวเองที่ได้มาเจอนิยายเรื่องนี้ ดีมากๆค่ะ อิ่มเอมมากๆ
    ปล. ไม่อยากมีความรักเลย ถ้ามีก็ต้องให้ได้ครึ่งค่อนของหมอปลายเมฆ❤😭😭😭
    #1,064
    0
  14. #1062 LforeverB (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 10:06
    พึ่งได้อ่านนิยายเรื่องนี้ทีเดียวจบ ขอบคุณไรท์ที่เขียนเรื่องราวต่างๆ ได้ดีมากๆ การเล่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เรียนรู้ที่จะสุข ทุกข์ สมหวังอย่างมีเหตุและผลของมัน ทุกอย่างลงตัว ภาษาที่ใช้ก็เหมาะกับเรื่อง ขอบคุณอีกครั้งที่รังสรรค์ผลงานการเขียนที่น่าอ่านได้ขนาดนี้ คุณเป็นนักเรียนที่เขียนได้ภาษาสวยอีกหนึ่งท่านที่เราอ่าน เราจะติดตามงานเขียนของคุณเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #1,062
    0
  15. #1060 337178 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 23:19
    พึ่งมาอ่านสนุกมากเลยค่ะ เขียนดีมากเลย ลุ้นไปกับตัวละคร อยากซื้อเล่มเก็บไว้มากเลยค่ะ ไม่ทราบตอนนี้ ยังมีเล่มขายอีกไหม อยากกกได้มากรู้สึกผูกพันกับตัวละครจนอยากเก็บเล่มไว้ เสียดายพึ่งมาอ่านเจอ
    #1,060
    0
  16. #1058 janejyjyjy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 12:00
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ชอบมากเลย ร้องไห้จนเจ็บตา อินมากกก รักตัวละครทุกตัวเลย เป็นนิยายเรื่องโปรดอีกเรื่องเลยค่ะ แงงงงงงง
    #1,058
    0
  17. #1055 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 18:00
    ขอบคุณนะคะสำหรับนิยายดีๆแบบนี้ ดีจริงๆค่ะ ภาษาก็สวย บรรยายได้ดีมากๆประทับใจ ดีใจที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี่นะคะ ดีใจที่ไรท์ทำมันออกมาให้อ่าน ขอบคุณค้าบ
    #1,055
    0
  18. #1026 AI.tang (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 20:42
    เราเพิ่งอ่านจบชอบการดำเนินของเรื่องและอารมของตัวละครที่ส่งมามาก มันได้ทุกอารมจริงๆ
    #1,026
    0
  19. #1018 Nantha_one (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:44
    เขียนดีมากเลย ไม่จำเป็นต้องมีเลิฟซีนยังน่าติดตามเลย ประทับใจสุดๆ
    #1,018
    0
  20. #998 littlebyunnie (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 19:13
    ฟิคดีมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะไรท์ที่เขียนเรื่องราวดีๆแบบนี้ออกมา รักนะคะ????🏼????🏼
    #998
    0
  21. #991 pcy921 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 16:57
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ สนุกมากค่ะ อินมาก5555
    #991
    0
  22. #936 noang76 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 09:51
    ซื้อแน่นอนค่ะ ทั้งเนื้อหาการเขียนไม่มีอะไรที่มากหรือน้อยไปกำลังพอดี เป็นนิยายฟิลกู้ดที่น่ารัก น่ารักมากๆ น่ารักที่1 ตั้งแต่เริ่มอ่านนิยายวายมาเลยค่ะ
    #936
    0
  23. #928 godxmeii (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:39
    รักนะคะ จะรอซื้อหนังสือนะคะ ดีมากๆๆๆๆๆๆ
    #928
    0
  24. #873 areenachesani (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 18:53
    ขอบคุณเช่นกันนะคะ สำหรับเรื่องราวของมันหวานและหมอปลายเมฆ เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่าง ทุกเส้นทางไม่ได้สวยหรูที่แท้จริงอ่ะ คือหลายๆอย่างมันต้องใช้เวลาเป็นตัวแปร ทั้งในเรื่องความรักเก่าของหมอและการเริ่มต้นที่จะรักของมันหวาน และทุกสิ่งอย่างที่ไรท์ได้เขียนขึ้นมันเมคเซ้นส์มากๆค่ะ ถึงอาจจะต้องรู้สึกหน่วงถึงขั้นต้องหยุดอ่านสักช่วงเวลานึงเพื่อที่จะทำใจ แต่เราก็กลับมาอ่าน และมันก็ดีมากจริงๆค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะไรท์เตอร์
    #873
    0
  25. #855 Jibangrin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 02:17
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ชอบมากกกก ภาษาสวยมากๆๆ ชอบการบรรยาย เปรียบเทียบต่างๆ คือดีมากๆ งึยย ถึงจะโกรธพระเอกมากกก แต่ก็โอเคแล้ว?55555 ถ้าเป็นเราคงอดทนไม่เก่งเหมือนน้อง55 เอ็นดูน้องมากๆ เจ้าแก้มสีพระอาทิตย์ตกดิน ติดตามเรื่องต่อๆไปน้าาา รักก
    #855
    0