[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 3 : เหนือปลายเมฆ ☆ II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 580 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ II

ในค่ำคืนนี้ผมเห็นปรอยฝนในดวงตาของคุณ

[มันหวาน Part]

หมอปลายเมฆมีพลังบางอย่าง..มันหวานคิดว่าอย่างนั้น ที่ผ่านๆ มาไม่ว่าใครมองหน้า   จับแก้ม มันหวานไม่เคยเขินเลยสักนิด แต่หมอปลายเมฆกลับทำให้มันเกิดขึ้นได้

เกิดขึ้นแบบฉับพลัน เกิดขึ้นแบบกะทันหัน

มันหวานรู้สึกว่าตอนนั้นตรงต้นพริก หน้าของเขามันร้อนจนแทบไหม้ เขาบอกกับคนโตกว่าว่าให้เอาใบหน้าถอยห่างออกไป ซึ่งโชคดีที่คุณหมอยอมทำตามคำขออย่างว่าง่าย

เด็กมอหกทิ้งหน้าที่ในการเก็บพริกให้คนเป็นหมอจัดการต่อ ส่วนตัวเองนั้นวิ่งขึ้นบ้านเพราะต้องการเอาน้ำมาดับความร้อนจากใบหน้ามากกว่าความแสบในดวงตา

แล้วมื้อเย็นของวันนี้มันหวานก็ไม่กล้าชวนหมอปลายคุยด้วยซ้ำเพราะเหตุการณ์ที่ต้นพริกมันตีรวนขึ้นมาในสมอง แต่เหมือนหมอปลายเมฆจะไม่มีอาการอะไรแบบมันหวานเลยสักนิด ผู้ชายตัวสูงคนนั้นทำเพียงกินข้าวเงียบๆ เหลือบมองกันเป็นครั้งคราวแต่ก็ไร้ซึ่งบทสนทนาใด

หนึ่งทุ่มครึ่งทั้งเขาทั้งคู่แยกย้ายกันห้องใครห้องมัน หมอปลายขอตัวไปพักผ่อนในห้อง ส่วนมันหวานนั่งรอละครอยู่ที่โซฟาตัวเดิม วันนี้มีฉากหวานซึ้งของพระเอกนางเอก และมันทำให้มันหวานหวนนึกถึงหน้าหมอตัวสูงอีกครั้ง เขาสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไปและพยายามจดจ่ออยู่กับละครตรงหน้า

แต่แปลกอีกแล้วมันหวานไม่มีสมาธิกับมันเลยสักนิด

หลังจากละครที่วันนี้แทบไม่มีสมาธิดูจบลงมันหวานจึงได้พาตัวเองกลับห้องนอน เขามองประตูห้องข้างๆที่ปิดสนิทและไร้เสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

เมื่อวานยังพอได้บอกฝันดีกับคนที่มาอาศัยอย่างกะทันหัน แต่วันนี้ความกล้าไม่มีเหมือนเมื่อวานแล้ว

วันนี้ฝนยังคงตกและพ่อยังคงไม่กลับบ้าน มันหวานคิดว่าพ่อน่าจะค้างที่บ้านลุงชลเหมือนอย่างเคย ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว อยู่ดีๆมันหวานก็เป็นห่วงคนข้างห้อง ชั่งใจว่าจะไปดูดีไหมเผื่อหมอปลายเมฆไม่คุ้นชินกับฝนของบ้านนอกแบบนี้

มันหวานตัดสินใจออกจากห้องตัวเอง เคาะเบาๆที่ประตูห้องนอนหมอปลายเมฆ แต่เกือบนาทีเลยที่ไม่มีการตอบรับ เขาชั่งใจคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะหลับ แต่ก็กลัวคุณหมอจะหนาว เพราะมันหวานไม่รู้ว่าหมอปลายนอนเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ไหม

หมอปลายจ๋า

มันหวานพยายามเรียก เสียงเล็กๆกำลังแข่งกับเสียงของสายฝน ฟ้าผ่าข้างนอกไม่ได้ทำให้กลัวแต่ยิ่งทำให้มันหวานเป็นห่วงคนข้างใน มือเล็กจับที่ลูกบิดประตูอย่างชั่งใจอีกครั้ง

เพล้ง!

หมอปลาย!

และเสียงของบางอย่างตกแตก

ไวกว่าความคิด มันหวานรีบเปิดประตูเข้าไปอย่างลืมไปหมดซึ่งเรื่องมารยาท

และตรงนั้นมีผู้ชายตัวโตที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่ข้างเตียง

หัวใจของมันหวานเกิดการกระตุกหนึ่งห้วงจังหวะ

หมอปลาย..

เขาขยับเข้าไปใกล้ มองคนตรงหน้าที่ดวงตาแดงก่ำ มองหมอปลายที่กำลังกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเหมือนกำลังอดทนต่ออะไรสักอย่าง

มันหวาน..

มันหวานไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้เอาเสียเลย สู้ฟังเสียงนิ่งๆแสนเย็นชายังดีกว่าเสียอีก

เพราะเสียงที่หมอปลายเอ่ยมันช่างสั่นพร่า มันฟังดูเจ็บปวด

และมันหวานไม่รู้ว่ามันเป็นความเจ็บปวดประเภทไหนกัน ที่ทำให้คนตัวโตๆอย่างหมอปลายเมฆ ดูตัวเล็กลงได้แบบนี้

มันหวานตั้งสติก่อนจะคว้าผ้าห่มบนเตียงรีบห่อกายคนตัวโตกว่าไว้ไม่ให้ความหนาวเล่นงาน แต่หมอปลายเมฆกลับปัดมันออกและถาโถมตัวกอดมันหวานไว้แน่น

แน่น..จนมันหวานหายใจแทบไม่ออก

มันหวาน..

เป็นอ้อมก่อนที่รัดแน่น แต่ทว่าเย็นเยียบจนน่าใจหาย

หมอปลาย เป็นอะไร..

คุณหมอกระชับกอดแน่นขึ้น ใบหน้าคมนั้นกำลังฝังไว้ที่ลาดไหล่ของคนเด็กกว่า หมอปลายเมฆกับร่างกายที่กำลังสั่นเทา

มันหวานรู้ว่านี่ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่อีกฝ่ายนั้นกำลังต่อสู้กับอะไรสักอย่างภายใต้จิตใจของตนเอง

อย่าทิ้งฉันไปนะ น้ำเสียงของหมอปลายเมฆช่างดูน่าสงสารเหลือเกินในห้วงนาทีนี้

หมอปลาย เกิดอะไรขึ้น ฝ่ามือเล็กลูบหลังคุณหมออย่างแผ่วเบา เอ่ยถามชิดใบหู แต่คุณหมอกลับเงียบไปหลายนาทีจนมันหวานใจไม่ดี

อยู่ด้วยกัน อย่าไปไหน

หมอ...

อยู่กับพี่นะม่านฝน

“...”

ชื่อบุคคลที่สามที่ถูกเอ่ยมานั้นทำให้มือของมันหวานที่กำลังลูบแผ่นหลังอีกฝ่ายชะงัก

ใครคือม่านฝนหมอปลายกำลังพูดถึงใครบางคนและมันหวานไม่รู้จัก

แย่ไปกว่านั้นคือหมอปลายกำลังมองว่ามันหวานคือใครคนนั้น 

หรอกหรือ?

หมอปลาย หมอตั้งสตินะ นี่มันหวานเอง

เจ้าของชื่อค่อยๆดันอ้อมกอดออก ดวงตาคู่คมนั้นสะท้อนไปด้วยความเจ็บปวดและมันแดงก่ำจนน่าสงสาร เหมือนกับเจ้าของดวงตาคู่นี้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

มันหวาน..

ใช่ มันหวานนะ มันหวานเอง

มันหวานเอ่ยย้ำเพราะไม่อยากให้หมอปลายเข้าใจผิด คนตัวสูงค่อยๆลดมือลงจากท่อนแขนเล็ก หมอปลายเบือนหน้าหนีก่อนจะพึมพรำออกมา

ขอโทษ

“...”

ฉันไม่เป็นอะไร เธอกลับไปเถอะ

มันหวานไม่เชื่อในคำพูดนั้นเพราะยังเห็นว่าปากหมอปลายเมฆสั่น นาทีนี้มันหวานไม่กลัวว่าจะโดนดุหรือไม่ เขารีบคว้าผ้าห่มที่ถูกสลัดออกมาห่มกายให้คนตัวโตกว่าอีกครั้ง หมอปลายเมฆหันหน้ามาหากัน แววตานั้นที่แดงก่ำกำลังแปรเปลี่ยนให้คลื่นในแววตานั้นสงบลง

แต่มันหวานกลับเห็นว่าในแววตาคู่นี้กำลังจะมีปรอยฝนมาทดแทน

ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ไม่เป็นไร.. หมอปลายเก่งแล้ว

มันหวานลูบท่อนแขนของคนตัวโตเบาๆ พูดอย่างที่พ่อเคยพูดยามที่มันหวานกำลังหวาดกลัว ปกติพ่อจะกอดมันหวานเอาไว้ แต่มันหวานไม่กล้ากอดหมอปลายก่อน ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาทั้งคู่จะเพิ่งกอดกันไป

สายฟ้าด้านนอกแลบมาให้ผวา หมอปลายเมฆไม่ได้สะดุ้ง มันทำให้มันหวานรู้ว่าที่จริงแล้วหมอปลายไม่ได้กลัวฝน ไม่ได้กลัวฟ้าร้อง แต่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามที่สายฝนโปรยปราย บางเหตุการณ์ที่ทำให้หมอปลายเมฆต้องหวนนึกถึงมันอีกครั้ง

บางเหตุการณ์ที่มีคนที่ชื่อม่านฝนอยู่ในนั้น

ฉัน..” 

ชู่วว ไม่เป็นไรนะจ๊ะนิ้วเรียวเล็กจรดแนบริมฝีปากของตัวเอง มันหวานจะอยู่ตรงนี้ ถ้าหมอปลายกำลังเหนื่อย ก็ไม่จำเป็นเลยที่ต้องพูดอะไรออกมาให้มันหวานเข้าใจ

หมอปลายเมฆหลับตาลงเพียงวิก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาใหม่ คนตัวโตกว่าพยักหน้าเบาๆและพยายามยิ้มให้มันหวานสบายใจ

แต่มันหวานรู้ว่านั่นเป็นยิ้มที่ฝืดเคืองเหลือเกิน

มันหวานน่ะอยากเห็นหมอปลายยิ้ม แต่ต้องไม่ใช่ยิ้มแบบนี้

ไปนอนเถอะฉันอยู่ได้ แค่ฝันร้าย

มันหวานอยู่กับหมอปลายได้นะ เด็กอย่างเขายังคงเป็นห่วง

ไม่รบกวนหรอก พักผ่อนเถอะ

แต่ก็คงขัดใจคุณหมอไม่ได้เลยต้องพยักหน้าตกลง มันหวานลุกขึ้นยืนและเดินเลี่ยงแก้วที่แตก นั่นคงเป็นสาเหตุของเสียงที่มันหวานได้ยิน มันหวานมองหน้าคนตัวโตกว่าอีกครั้ง เขาทั้งคู่สบตากันท่ามกลางเสียงสายฝน ก่อนที่มันหวานจะเอ่ยประโยคที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่หัวค่ำเบาๆ แต่มันหวานคิดว่าหมอปลายคงได้ยิน

ฝันดีนะจ๊ะหมอปลาย

มันหวานแค่หวังว่าหมอปลายจะฝันดีได้จริงๆ สำหรับคืนนี้ 

 

รุ่งเช้าของวันเสาร์มาถึงจากเสียงปลุกของไก่ชาวบ้าน มันหวานตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่ว่าอยากล้มตัวนอนต่อสุดๆ เมื่อคืนมันหวานนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงใครอีกคนที่อยู่ข้างห้อง ต้องยอมรับว่านอกจากพ่อแล้วหมอปลายเมฆคืออีกคนที่ทำให้เขาเป็นห่วงได้แบบนี้

ชีวิตมันหวานมีคนเข้ามาไม่มากมายนัก มันหวานจึงสนิทกับพ่อมากที่สุดแม้แต่เพื่อนในโรงเรียนก็สนิทไม่เท่า

พ่อสอนไว้เสมอว่าไม่ให้เอาตัวเองไปผูกไว้กับใครมาก เพราะถ้าเมื่อไรที่เอาตัวเองไปผูกไว้กับใครมากๆ มันจะเกิดเป็นความผูกพัน และในอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้มันเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าที่จะตัดขาดได้

มันหวานจึงใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและคิดมากเสมอกับการที่จะให้ความไว้วางใจต่อใครสักคน แต่กับหมอปลายเมฆ...มันแปลกไป มันต่างจากคนอื่น

มันหวานรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรมากมายหลายอย่างที่ทำให้มันหวานอยากรู้จัก

มันหวานเคยถามพ่อก่อนที่หมอปลายเมฆจะมาที่นี่ ว่าเราไว้ใจผู้จะมาใหม่ได้มากน้อยแค่ไหนเพราะพ่อก็บอกเองว่าไม่เคยเจออีกฝ่ายมาก่อน เป็นเพียงลูกชายของเพื่อนสนิทเท่านั้น

พ่อหยุดคิดไปสักพักก่อนจะยิ้มออกมา พ่อบอกว่าลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น ลุงสีครามพ่อหมอปลายเมฆเป็นคนที่จิตใจดีที่สุดในบรรดาเพื่อนของพ่อ พ่อจะเชื่อใจหมอปลายเมฆและไว้ใจหมอปลายเมฆเหมือนที่ไว้ใจลุงสีคราม

ตอนนั้นมันหวานก็ยังไม่เข้าใจว่าพ่อเชื่อใจคนที่ชื่อปลายเมฆได้ยังไงทั้งที่ยังไม่เคยเจอ แต่พอเมื่อถึงวันที่ได้เจอกับคุณหมอตัวสูง แค่เพียงไม่กี่ประโยคที่ได้คุยกัน เวลาสามวันรวมวันนี้ที่ได้อยู่ร่วมกันมันทำให้มันหวานเข้าใจ

มันหวานรู้ว่าสึกปลอดภัยแม้ต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังกับคนที่เพิ่งรู้จัก

มันหวานไว้ใจดวงตาแสนแห้งผาก และการแสดงออกเล็กน้อยของหมอปลายเมฆ

เรื่องเมื่อคืนมันหวานไม่รู้ว่าหมอปลายมีอะไรแบกไว้ในใจแต่อย่างน้อยในระยะเวลาที่หมอปลายอยู่ที่นี่ มันหวานคาดหวังว่ามันจะช่วยทำให้หมอปลายดีขึ้น

และมันหวานหวังว่าตัวเองจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

มันหวานมองออกไปนอกหน้าต่าง รุ่งเช้าหลังฝนตกวันนี้ไม่ได้สดใสเหมือนวันก่อนๆ เช้านี้ไม่มีรุ้งกินน้ำให้ได้เห็น สีท้องฟ้านั้นก็หม่นแปลกๆ จนมองแล้วยังรู้สึกเศร้า

แล้วหมอปลายเมฆที่ต่อสู้กับความรู้สึกเจ็บปวดที่มันหวานเห็นผ่านแววตาจะเป็นยังไงนะ?

แต่เขาก็หวังว่ามันจะดีขึ้นหลังจากที่เขาส่งคำว่าฝันดีให้อีกฝ่ายไป

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยถึงคนข้างห้องไปสักพักมันหวานถึงพาตัวเองลงมาข้างล่าง เสียงกุกกักตรงครัวนั้นและแผ่นหลังที่คุ้นตาทำให้มันหวานรู้ว่าพ่อตัวเองกลับบ้านมาแล้ว

 “พ่อจ๋า

ตื่นแล้วหรอ

คนตัวเล็กเดินเข้าไปสวมกอดพ่อ อ้อมกอดของพ่ออุ่นเสมอถึงตอนนี้จะอากาศเย็นมากๆก็ตาม

จ้ะ หิวไหมหนูทำกับข้าวให้นะ

ไม่ต้องทำเผื่อพ่อ เดี๋ยวไปกินบ้านลุงชลเลย ทำเผื่อหมอเขาเถอะ พ่อของเขาน่ะอยู่ไม่ค่อยติดบ้านจริงๆนั่นแหละ

ได้จ้าๆ ดูแลตัวเองหน่อยนะ กำนันหมู่บ้านนี้ทำงานหนักเกินไปแล้ว

พ่อกำนันหัวเราะเบาๆกับประโยคนั้น ยีผมมันหวานจนฟูฟ่องไปหมดก่อนจะจุ๊บหน้าผากของมันหวานไปเต็มคำ

พ่อเป็นคนตัวใหญ่ เสียงใหญ่ แต่อบอุ่นที่สุดในโลก มันหวานไม่เคยรู้สึกขาดเลยที่ไม่มีแม่ พ่อของมันหวานเป็นให้แล้วทุกอย่าง พ่อมักจะเล่าเรื่องแม่ให้ฟังเสมอว่าแม่สวยแค่ไหน แสนดีมากเพียงใดถึงทำให้พ่อตกหลุมรักและให้กำเนิดมันหวานมา

มันหวานไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอเพียงแค่มีพ่ออยู่ในชีวิตก็ถือว่าชีวิตที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ มันหวานเคยบอกพ่อว่าไม่ต้องการความรักจากคนอื่น แต่พ่อกลับบอกว่ามันหวานต้องเจอความรักอีกหลายรูปแบบ

บางรักที่ต่างจากพ่อแต่ก็คล้ายคลึง มันหวานไม่เข้าใจนักแต่พ่อบอกไว้ว่าเมื่อถึงเวลาจะเข้าใจมันเอง

เขาก็หวังว่าความรักที่พ่อบอกว่าสักวันจะได้เจอ มันจะใจดีเหมือนความรักจากพ่อ

มันหวานยืนส่งพ่อหน้าบ้านหลังจากลุงชลเอามอ'ไซต์มารับ หลังจากนั้นก็ได้เวลาเตรียมมื้อเช้าให้หมอปลายเมฆ ใช้เวลาทำอาหารเร็วที่สุดเพราะกลัวว่าคุณหมอจะหิว พอเสร็จก็ขึ้นไปชั้นสองเตรียมจะไปปลุกคนบนห้อง

แต่ห้องหมอปลายเมฆกลับว่างเปล่า...

ไม่มีคนอยู่ในห้องแต่ที่นอนกลับถูกเก็บอย่างดี มันหวานรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนรู้สึกกระวนกระวาย เขาวิ่งวนในบ้านมือก็กำโทรศัพท์ของตัวเองไว้แน่น อยากโทรไปหาแต่กลับไม่มีเบอร์คุณหมอเลย

ใช่สิ พ่อ

มันหวานรีบต่อสายหาพ่อทันที แต่เสียงของโทรศัพท์ที่คุ้นหูบ่งบอกว่าพ่อลืมเอาโทรศัพท์ไป มันหวานจึงใช้มือถือพ่อค้นหาเบอร์หมอปลายแต่กลับไม่พบ พ่อคงจะลืมบันทึกไว้เหมือนเคย และมันหวานคงไม่มีเวลามาสุ่มเดาจากประวัติการโทรแน่นอน มันหวานวิ่งวุ่นอยู่ในบ้าน กังวลจนต้องเอาเล็บมือมากัด เรื่องเมื่อคืนมันไม่ได้ดีกับหมอปลายเมฆนัก

หมอปลายกำลังทำให้มันหวานเป็นห่วง..

มันหวานตัดสินใจจะออกตามหา รีบก้าวลงจากบันไดบ้านคว้าจักรยานคู่ใจและรีบปั่นมันออกไปทันที ถามคนที่ผ่านไปมาว่าเห็นคุณหมอหน้าหล่อๆบ้างไหม แต่ชาวบ้านกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ

มันหวานปั่นจักรยานจนสุดหมู่บ้านแล้วแต่กลับไม่พบ แต่สิ่งที่พบคือรถของหมอปลายเมฆที่เคยจอดหน้าหมู่บ้านหายไป

มันหวานรู้ว่ารถคุณหมอคันใหญ่จะเอาเข้ามาจอดที่บ้านเราไม่ได้ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว และร่องรอยของล้อรถยนต์บ่งบอกเส้นทางว่าหมอปลายเข้าไปในเมือง

หรือว่าคุณหมอจะกลับไปแล้ว?

มันหวาน?

!!

เสียงเรียกนั่นทำให้มันหวานรีบหันกลับไปทันที และตรงนั้นมีผู้ชายตัวสูงที่ทำให้มันหวานกระวนกระวายใจในหลายนาทีที่ผ่านมา

หมอปลาย! หายไปไหนมา

มันหวานรีบวิ่งไปหาอีกฝ่าย ผู้ชายตัวสูงมีสีหน้างงงวยแต่มันหวานไม่สนใจ เงยหน้ามองคุณหมอจนปวดคอ ส่งสายตาขุ่นเคืองสุดๆ

เป็นใครกันมาทำให้มันหวานเป็นห่วงจนอยากร้องไห้แบบนี้

นี่เขาจะแกล้งกันหรือยังไง

เฮ้ ทำไมทำหน้าเหมือนโกรธกันขนาดนั้น?” คนตัวโตกว่าขมวดคิ้วถาม

จะไปไหนทำไมไม่บอก!

นี่เธอขึ้นเสียงกับฉันหรอฉันแก่กว่าเธอสิบกว่าปีนะมันหวาน

เสียงดุๆของหมอปลายเมฆทำให้มันหวานรู้สึกผิดที่ขึ้นเสียง เขาผ่อนลมหายใจพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นที่สุด

ขอโทษนะจ๊ะ คนตัวเล็กก้มหน้าลงอย่างเด็กมีความผิดก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆจากอีกฝ่าย

ฉันไปในเมืองมา ซื้อของนิดหน่อย หมอปลายเมฆเริ่มอธิบาย

แล้วรถหมออยู่ไหน?

ยางแตกเลยฝากอู่ซ่อมในเมืองแล้วก็อาศัยรถชาวบ้านมาลงที่นี่

หมอปลายว่าอย่างนั้นจึงทำให้มันหวานเข้าใจอะไรมากขึ้น หมอปลายไม่ได้อยากจะหนีไปไหน

หมอปลายไม่ได้ตั้งใจทำให้มันหวานเป็นห่วงหรอก..

แล้วทำไมมันหวานจะต้องเป็นห่วงผู้อาศัยชั่วคราวตั้งขนาดนี้ด้วย

เพราะความเป็นเจ้าบ้านที่ดีหรอ?

หมอปลายจะกลับบ้านมันหวานไหม

ก็คงจะใช่ ความเป็นห่วงนั่นเป็นสิ่งที่มันหวานควรจะทำน่ะถูกต้องแล้ว

กลับสิ ไม่กลับจะให้ฉันไปอยู่ไหน เบ๊อะจริงๆ

ประโยคย้อนๆนั่นไม่คุ้นชินเลยสักนิด แถมเหม่งมันหวานยังโดนข้อนิ้วของคนแก่กว่าเคาะลงมาอีกต่างหาก

แล้วก็แปลกอีกแล้ว ที่การกระทำนั้นทำให้มันหวานยิ้มออกมา

แล้วก็นี่ ซื้อมาให้

หือ?” มันหวานมองสิ่งที่อยู่ในมือใหญ่ของคนอีกฝ่าย มันคือถุงหนังยางรัดผมหลากสี

ใช้ยางรัดแกงมันกินผม หมอปลายอธิบายแค่นั้นก่อนจะยัดมันใส่มือให้ มันหวานอยากจะบอกหมอปลายว่าที่บ้านน่ะมีถมถืด

แต่ไม่เป็นไรมันหวานจะรับไว้กลัวคุณหมอเสียน้ำใจ

ขอบคุณนะจ๊ะ มันหวานจะใช้อย่างดีเลย” คนตัวเล็กยิ้มส่วนคุณหมอพยักหน้าเบาๆเหมือนอย่างเคย

หลังจากนั้นเขาทั้งคู่ก็พากันกลับบ้าน มันหวานปั่นจักรยานช้าๆเพราะมีคุณหมอเดินข้างๆ จักรยานมันหวานไม่มีที่ซ้อนก็เลยพาคุณหมอขึ้นมานั่งด้วยไม่ได้

ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงบ้าน มันหวานเห็นในถุงของคุณหมอมีของใช้ส่วนตัว รวมถึงขนมและผลไม้อีกด้วย คนตัวสูงนั่นเอาผลไม้บางอย่างไปแช่ตู้เย็น ก่อนจะหันมาบอกว่าให้มันหวานหยิบกินได้เลยตามสบาย

หมอปลายเมฆนี่ใจดีจริงๆ เลยเนอะ

เรื่องที่มันหวานหัวร้อนไปเมื่อครู่ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน

รอกินข้าวหรอ

คุณหมอเพยิดหน้าไปทางกับข้าวที่ตั้งไว้บนโต๊ะโดยมีฝาชีครอบไว้ มันหวานพยักหน้ารีบตอบทันที ก่อนที่คุณหมอจะเลื่อนเก้าอี้ออก และนั่งลงไปหลังจากนั้นจึงกินข้าวที่เตรียมไว้ให้ไม่พูดไม่จา

มันหวานก็เกรงใจเกินกว่าจะรบกวนและสอบถามเรื่องเมื่อคืนว่าโอเคขึ้นแล้วหรือยัง จึงทำได้เพียงนั่งเงียบๆ กินข้าวด้วยกันไปแบบนั้นจนหมด

แต่ใจก็หวังว่าหมอปลายเมฆจะดีขึ้นบ้างน่ะนะ

 

 

เวลาเกือบย่ำเย็นกับใครบางคนที่ชื่อปลายเมฆกำลังเศร้ากับอะไรบางอย่าง และมันหวานคิดว่าน่าจะเศร้ามากๆ เลยด้วย

มันหวานเห็นคุณหมอเอาแต่นั่งมองโทรศัพท์ของตัวเอง มองอยู่แบบนั้นมาหลายนาทีแต่ก็ไม่แตะมันเลยสักนิด

คุณหมอนั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน นิ้วมือข้างขวาคีบบุหรี่มวนสีขาว น่าจะยี่ห้อเดียวกับที่พ่อสูบ มันหวานไม่ได้แพ้ควันบุหรี่หรอกนะ แต่หมอปลายเมฆเป็นหมอน่าจะรู้ว่ามันไม่ดีแต่ทำไมยังจะสูบอีกล่ะ

เรื่องในใจมันหนักหนามากมายเลยหรือไง

น้ำดื่มเย็นๆจ้ะหมอปลาย

อีกฝ่ายสะดุ้งเบาๆเมื่อมันหวานมาอย่างเงียบเชียบ มือเล็กวางขันเงินที่น้ำเปล่าลอยดอกมะลิหอมๆไว้ มันหวานแค่หวังว่ามันจะช่วยให้หมอปลายอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

ขอบใจนะ แต่เธอไปอยู่ไกลๆ ดีกว่า สูดดมควันบุหรี่มันไม่ดี

หมอรู้ว่ามันไม่ดีแต่หมอก็สูบนี่จ๊ะ

หมอปลายเมฆชะงักเมื่อมันหวานพูดจบ ก่อนที่คนตัวสูงจะทิ้งมันลงและขยี้ด้วยปลายรองเท้า มันหวานมองอีกฝ่ายที่ยกขันน้ำขึ้นมาดื่มแล้วเงียบไปสักพักก่อนจะเปิดปากพูด

เธอพูดเหมือนเขา

เขา?” มันหวานถามอย่างไม่เข้าใจ

คนที่ฉันรัก

“...”

และหลังจากประโยคนั้นที่เขาพูด ฉันก็เลิกสูบมันทันที

มันหวานฟังน้ำเสียงที่คล้ายจะมีความสุขของหมอปลายเมฆแต่ในแววตากลับตรงกันข้าม

แววตาของหมอปลายสะท้อนถึงความเสียใจ

เรื่องความรักหรอกหรือที่มันกำลังทำร้ายผู้ชายคนนี้

เขาแพ้บุหรี่

“...”

มันหวานเงียบเพื่อฟังสิ่งที่คุณหมอต้องการจะระบาย ทำเพียงแค่รับฟังเพราะอย่างน้อยหมอปลายเมฆจะได้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว

อย่างน้อยก็ยังรู้ว่ามีมันหวานอยู่ตรงนี้

ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะมองว่ามันหวานเป็นคนอื่นก็ตาม

ชื่ออะไรนะ? ม่านฝนใช่หรือเปล่า

ฉันยอมหักดิบเพื่อเลิกมันทันที ทรมานแทบลงแดง แต่เพื่อเขาฉันก็ทำให้

“...”

แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว วันนี้ฉันเลยกลับมาสูบมันอีก

“...”

แปลกดีเหมือนกัน คนที่ทำให้เราหันมารักตัวเอง กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เรากลับมาทำร้ายตัวเองอีกครั้ง

ไม่ใช่หรอกหมอปลาย มันหวานที่เงียบมานานเอ่ยแย้ง

หมอปลายเมฆหันหน้ามามองกันทันทีหลังจากจบประโยคนั้น สีหน้าของคนตัวสูงมีความไม่เข้าใจ มันหวานยิ้มก่อนจะมองตรงไปยังข้างหน้า และค่อยๆพูดมันออกมา

ถูกที่เขาทำให้หมอกลับมารักตัวเองได้

“...”

แต่ผิดที่หมอบอกว่าเขาทำให้หมอกลับมาทำร้ายตัวเอง

เธอจะรู้อะไร เธอยังเด็ก

น้ำเสียงนั้นมีความขุ่นเคือง หมอปลายเมฆอาจจะไม่ชอบที่ถูกก้าวก่าย แต่มันหวานไม่อยากให้หมอปลายโยนความผิดให้ใครคนนั้น

มันหวานโตแล้วและบุหรี่นั่นพ่อเคยให้มันหวานลอง เขาว่าตามความจริง

แล้วเป็นยังไง

รสชาติห่วยแตกเป็นบ้า

มันหวานยังจำความทรมานตอนสำลักควันบุหรี่ได้อย่างดี ไม่เข้าใจว่าพ่อสูบไปได้ยังไง มันหวานอยากรู้ก็เลยขอพ่อลองและพ่อไม่ห้าม พอได้ลองก็รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้ จำได้ว่าสำลักจนแทบอ้วกหลังจากนั้นเขาก็ไม่คิดจะแตะมันอีกเลย 

หลังจากนั้นมันทำให้มันหวานรู้ว่าถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องสูบ ไม่มีใครมาบังคับเราได้

“...”

หมอปลายก็เหมือนกัน ถามตัวเองดีๆที่กลับมาสูบอีกเพราะเขาบอกให้สูบ

“...”

หรือหมอปลายเลือกจะทำร้ายตัวหมอปลายเอง

          จบประโยคนั้นก็มีแต่ความเงียบล้อมรอบตัวของเขาทั้งคู่ คุณหมอกำลังมองออกไปยังข้างหน้ากับสีของท้องฟ้าที่หม่นลงมากกว่าเดิม คืนนี้ฝนคงจะตก และมันหวานไม่แน่ใจว่าหมอปลายจะผ่านคืนนี้ไปได้ไหม

อย่ามีความรักเลยนะมันหวาน คนตัวสูงพูดแผ่วเบา

ส่วนมันหวานกำลังรับฟัง

รับฟังอย่างตั้งใจ

บางทีการที่เธอเป็นเธอแบบนี้ เป็นเจ้าของความรู้สึกตัวเองแบบนี้มันคงจะดีกว่า

“...”

ไม่ต้องทนเจ็บปวด

หมอปลายหันมาสบตากัน และตอนนี้ดวงตานั้นไม่ได้ว่างเปล่า มันเหมือนกับเมื่อคืน แววตาแห้งผากนั้นกำลังมีสายฝนโปรยปรายอยู่ข้างใน

เป็นฝนที่หลงฤดู เพราะมันหวานคิดว่าฝนพวกนั้นไม่ควรจะปรากฏอยู่ในดวงตาแสนมีเสน่ห์ของคนตรงหน้าเลย

ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะจ๊ะหมอปลาย มันหวานยิ้มให้กับอีกคน ยิ้มให้กับความหวังดีที่มอบให้

“...”

แต่ถ้าสักวันมันหวานต้องเจอกับมัน กับความรักที่หมอปลายว่า

“...”

มันหวานขอเลือกเองว่าจะวิ่งหนี หรือเผชิญกับมัน

แววตาของเขาทั้งคู่กำลังสะท้อนภาพกันและกัน มันหวานเห็นว่าแววตาที่เต็มไปด้วยปรอยฝนของหมอปลายเมฆกำลังสั่นไหว และมันทำให้มันหวานรู้ว่าผู้ชายตัวโตคนนี้กำลังอยู่ในภาวะที่ฝืนเพื่อที่จะเข้มแข็ง

ภาวะที่พยายามจะหยุดฝนในดวงตาของตัวเอง

 “แต่ถ้าเธอต้องเจ็บปวดเพราะมันล่ะ คำถามนั้นทำให้มันหวานหัวเราะออกมาเบาๆ เจ็บปวดงั้นหรอไม่รู้สิก็มันหวานไม่รู้จักความรักในแบบที่หมอปลายเมฆกำลังเผชิญ

เลยสักนิด

แล้วถ้าวันนั้นมันหวานเจ็บ

“...”

หมอปลายจะอยู่ข้างๆ มันหวานเหมือนในวันนี้ที่มันหวานอยู่ข้างๆ หมอปลายไหม?”

มันหวานมองลึกเข้าไปยังแววตาของอีกฝ่าย แววตาเหมือนคนเจ็บหนักจากการแบกความรู้สึกที่เรียกว่าอาการอกหัก

อาการสูญเสียความรัก

แววตาของหมอปลายเมฆตอนนี้กำลังทำให้มันหวานไม่ชอบใจ มันหวานไม่อยากเห็นแววตาของความเศร้าหมอง

แววตาที่เต็มไปด้วยปรอยฝนที่มันหวานไม่รู้ว่าหมอปลายเมฆจะเก่งในวันไหนที่จะทำให้ปรอยฝนพวกนี้เหือดแห้งไปเสียที

                เพราะมันหวานกำลังรู้สึก...

...ว่าเขาอยากเปลี่ยนฤดูในแววตาของหมอปลายเมฆเหลือเกิน

 


#มันหวานปลายเมฆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 580 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1095 HaeMay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 22:00
    ความคิดน้องแบบดีมากๆ
    #1,095
    0
  2. #1084 +++DOUBLE B++++ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 10:29
    พ่อน้องสอนมาดีมากอ่ะะะะะ หมอค่ะ ขอน้องได้ไหม 555
    #1,084
    0
  3. #1067 loveseriesY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 07:09
    น้องงงงง
    #1,067
    0
  4. #1028 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 21:31
    โถมันหวานนนนนน
    #1,028
    0
  5. #1024 YYEE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 04:26
    มันหวานรู้กแม่ ความคิดความอ่านชั่งน่าเอ็นดู
    #1,024
    0
  6. #963 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 14:01
    น้องเป็นเด็กซื่อๆที่พอสอนมาดีอะ คูมหมออย่าปิดกลั้นตัวเองเยย
    #963
    0
  7. #940 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:37
    น้องคิดได้น้องโตแล้ว
    #940
    0
  8. #916 นุ้งโด (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 15:17
    เห็นแววมาม่ามาริบๆแล้วจ้ะแม่จ้าา
    #916
    0
  9. #891 Miiwxx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:17
    น้องจะเจ็บหรอเนี่ย แง
    #891
    0
  10. #816 Jibangrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:22
    ฮรุกกกก เห็นแววน้องเจ็บปวดมาแต่ไกล
    #816
    0
  11. #784 orangepie, (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 13:50
    แงง ต้องเจ็บปวดขนาดไหนถึงขนาดบอกอย่ามีความรักเลย ฮือ ;-;
    #784
    0
  12. #781 dwyouveme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 12:32
    อย่ามีความรักเลยนะ...
    มันเจ็บปวดมากเลยใช่ไหมหมอ ความรักครั้งเก่าก่อนนั้น ผ่านมันไปให้ได้น้าาา
    #781
    0
  13. #780 dwyouveme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 12:30
    รักมันหวาน <3
    หมอปลายก็สู้ ๆ นะคะ
    ขอให้ตัดใจได้ในเร็ววันนะ
    #780
    0
  14. #775 Yesmyboy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 15:45
    ไม่อยากให้มันหวานชอบหมอเลย แบบเค้ายังตัดขาดคนเก่าไม่ได้อ่ะ กลัวมันหวานจะต้องเสียใจ
    #775
    0
  15. #715 PINKLAND (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:22
    น้องงงงง พูดดีมากลูก
    #715
    0
  16. #670 สีน้ำ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:19
    น้องงงงงง น่ารักอ่ะ คำพูดก็ดีงื้ออ
    #670
    0
  17. #669 Dyo.Milan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 16:24
    น้องน่ารักจังเลยอะ คำพูดคำจาก็น่ารัก คุณหมอต้องเข็มแข็งขึ้นแน่ๆถ้ามีน้องมันหวานอยู่ข้างๆ
    #669
    0
  18. #644 withfluffyp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:24
    ในอนาคตก็หมอปลายนั่นแหละะะ แฟนมันหวาน (?) อิอิ น้องมันหวานน่ารักจริงๆ
    #644
    0
  19. #599 ppvs_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:10
    มันหวานค้าบㅠㅡㅡㅡㅡㅠ
    #599
    0
  20. #436 JongjitSriyan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:00
    คือแบบ ทำไมน้ำตาคลอ
    #436
    0
  21. #328 Miki_milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:13
    โอ้ยหมอปลายอย่าทำร้ายตัวเองเลย
    #328
    0
  22. #11 bogartttttt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 01:44
    สงสารน้องมันหวาน;-;
    #11
    0
  23. #9 Aunchiree (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 17:31
    จะร้องไห้เเล้ว
    #9
    0
  24. #7 SiriTian. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 10:25
    ดราม่า อันนี้ชัวร์มาก ยิ่งถ้ามันหวานบอกหมอปลายให้อยู่ข้างๆ ยิ่งแล้วใหญ่ น้ำตาไหลแน่ๆถ้าน้องถลำลึกมากกว่านี้อ่ะ
    #7
    0
  25. #6 chimpleesky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 01:47
    นว้องงงฟวอมดสหสอทกม กลัวดราม่าจังค่ะแงงง ถึงเรื่องจะดูฟีลกู๊ดผสมหม่นๆนิดนึงก็เหอะ เพราะมันหวานนี่แหละค่ะทำให้เนื้อเรื่องสดใส ถ้ามีแต่หมอปลายเราน่าจะกัดลิ้นตายไปเลย บรรยากาศมันต้องอึนต้องอึดอีดมากแน่ๆ5555555
    #6
    0