[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 29 : เหนือปลายเมฆ ☆ XXVIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XXVIII

หากหัวใจของผมถูกประกอบด้วยจิ๊กซอว์ คุณคงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ผมตามหา

 

เช้าตรู่ของวันเสาร์กับวันหยุดพักผ่อนของคนเป็นหมอ เข็มนาฬิกาบ่งบอกว่าเลยหกโมงเช้ามานิดหน่อยแต่ใครบางคนที่นอนแก้มย้อยอยู่ข้างกันก็ยังไม่ตื่นเสียทีทั้งที่ปกติเจ้าตัวเป็นคนตื่นเช้าพร้อมๆกับพระอาทิตย์ขึ้นเลยด้วยซ้ำ

ปลายเมฆนอนตะแคงข้าง เขาไล่สายตามองเครื่องหน้าของคนที่มุดหน้าผากเข้ากับแผงอกของเขาเหมือนเคยชิน ซึ่งเขารู้สาเหตุที่น้องตื่นสายไปจากทุกวัน เพราะเมื่อคืนมันหวานนอนดึกเนื่องจากวันนี้ช่วงเก้าโมงเช้าคนตัวเล็กมีไปสอบที่มหาวิทยาลัยซึ่งอาจารย์เป็นคนกำหนดเวลาสอบนอกตารางเอง คนเก่งของปลายเมฆก็เลยเล่นอ่านหนังสือซะดึกดื่นแบบที่เลิกเวรกลับมาถึงห้องตอนตีสองมันหวานก็ยังคงอ่านหนังสืออยู่บนเตียงแบบนั้น

ปลายเมฆมองหน้าคนรักอยู่สักพักก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มป่องๆนั้นสักหนึ่งฟอดใหญ่ มันหวานดูมีเนื้อมีนวลมากขึ้นหลังจากกลับมาอยู่กับเขาเกือบเดือนได้แล้ว เวลากอดก็นุ่มนิ่มไปหมด แต่ที่ปลายเมฆชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นแก้มกลมๆทั้งสองข้างที่มักจะเปลี่ยนสีเสมอเวลาเขาแตะต้อง

หกโมงสิบห้านาทีปลายเมฆลุกออกจากเตียงอย่างย่องเบาเพราะไม่อยากรบกวนเด็กตัวน้อยให้ตื่นมางอแงที่นอนไม่พอ อย่างไรเสียก็ยังเหลือเวลากว่ามันหวานจะไปเข้าสอบ ปลายเมฆจึงคิดว่าเขาควรทำอาหารเช้าให้เด็กดีเสียหน่อยเป็นการเพิ่มกำลังสมองและกำลังใจ

ในห้องครัวกับผู้ชายตัวสูงที่ดูเงอะๆเงิ่นๆ คุณหมอนั้นยังคงไม่เก่งในเรื่องทำอาหารมากนักแต่เมนูที่เขาภูมิใจมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นแกงอ่อมไก่ใส่ผักชีลาวที่มันหวานแสนโปรดปราน เพราะจำได้ดีว่าเขาทำมันบ่อยแค่ไหนเวลาที่อีกคนอ้อนจะกินมัน

แต่สำหรับมื้อเช้าในวันนี้ของนักศึกษาที่ต้องใช้พลังสมองหนักหน่อยปลายเมฆจึงเลือกจะทำข้าวผัดกุ้งใส่ข้าวโพด ถั่วลันเตาและเบบี้แครอทที่เขายังคงปลูกมาจนถึงทุกวันนี้เพราะมันเป็นผักชนิดที่มันหวานชอบมากที่สุด

และการเพาะปลูกครานี้มันเปลี่ยนไปเพราะเขาและมันหวานได้ปลูกมันไปพร้อมๆกัน ปลายเมฆไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องคอยเก็บเกี่ยวเพียงลำพังเหมือนหลายเดือนก่อนอีกแล้ว

ทั้งเครื่องครัวและวัตถุดิบถูกเตรียมพร้อมเรียงรายไว้อยู่บนโต๊ะก่อนที่คุณหมอจะเริ่มทำข้าวผัดอย่างระมัดระวัง ปลายเมฆยังคงกลัวน้ำมันกระเด็นอยู่เสมอ และเขายังคงกังวลเรื่องมีดทำครัวบาดนิ้วมากกว่าการจับมีดผ่าตัด แต่พอนึกถึงคนตัวเล็กที่นอนอุตุอยู่บนเตียงกลับทำให้เขาคลายความกังวลนั้นออกไป และหันมาทำข้าวผัดในกระทะต่อได้แม้จะทุลักทุเลไปหน่อยก็ตามที

เวลาเคลื่อนมาถึงหกโมงสี่สิบห้า ความหอมของอาหารเช้าฝีมือคุณหมอส่งกลิ่นเล็ดลอดผ่านประตูที่ปิดไม่สนิทจนปลุกเด็กน้อยขี้เซาให้ตื่นจากการหลับใหล มันหวานงัวเงียตื่นขึ้นมาพลางหรี่ตาปรับแสงในตัวห้อง คนตัวเล็กหันมองข้างกายที่ว่างเปล่า แต่เมื่อแตะฝ่ามือลงไปกลับพบไออุ่นจางๆที่ติดผืนเตียง แค่นั้นก็ทำให้รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าได้อย่างง่ายดาย

ตั้งแต่กลับมาอยู่กับหมอปลายเมฆอีกครั้ง มันหวานก็ยังเห็นคุณหมอตัวโตทำงานหนักเหมือนอย่างเคยแม้ว่าจะมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์แล้วก็ตาม แต่บางทีมันหวานว่ามันก็อาจจะไม่คุ้มที่ต้องอัดตารางชีวิตให้แน่นเอี๊ยดในวันธรรมดา

หลายคืนที่มันหวานอยู่รอคุณหมอไม่ไหวจนต้องเผลอหลับไปก่อน แต่ในทุกๆครั้งเวลาที่งัวเงียตื่นจนแยกความฝันกับความจริงไม่ออกมันหวานจะรู้สึกถึงไออุ่นที่โอบกอดเขาเสมอ คำกระซิบถ้อยคำว่าฝันดีที่เล็ดลอดผ่านความก้ำกึ่งระหว่างเรื่องจริงและความฝัน แต่สัมผัสที่คุ้นเคยเหล่านั้นมันทำมันหวานรับรู้ได้ว่าคนรักของเขาถึงบ้านแล้ว

แต่บางคราวเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังไม่พบคนที่นอนข้างกันเพราะตารางงานที่ยุ่งจนเวลาพักผ่อนของคนเป็นหมอนั้นมีจำกัด มันหวานก็จะตื่นมาพร้อมกับพื้นที่ข้างกายบนเตียงที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขาแตะฝ่ามือลงไปยังผ้าปูที่นอนที่ยับย่นนั้น มันหวานจะพบกับร่องรอยไออุ่นจางๆเพื่อบ่งบอกว่าเมื่อคืนหมอปลายเมฆก็ยังคงนอนกอดเขาเหมือนอย่างเคยแม้ว่าจะอยู่ด้วยกันในคืนนั้นๆได้ไม่นานก็ตาม

มันหวานเข้าใจในอาชีพที่อีกคนทำ หมอปลายเมฆทำงานกับชีวิตคนไข้เขาจึงไม่อยากจะงี่เง่างอแงหรือเรียกร้องใดๆ เพราะรู้ว่าการที่อีกคนยอมเพิ่มเวลาทำงานจันทร์ถึงศุกร์มากขึ้นและขอวันหยุดเสาร์อาทิตย์นั้นมันก็เพื่อเขาแต่เพียงผู้เดียว

มันหวานเรียนรู้และพร้อมจะเข้าใจ เพื่อจะได้ใช้ความรักที่มีไปกับผู้ชายที่ไม่ค่อยมีเวลาอย่างหมอปลายเมฆ

ร่างเล็กละตัวเองออกจากที่นอนหลังใหญ่ก่อนจะพาตัวเองไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ เขายังพอมีเวลาอีกเยอะกว่าจะถึงเวลาไปสอบจึงทำทุกอย่างอย่างไม่รีบเร่งนัก

คนตัวเล็กสวมสลิปเปอร์เดินออกมาจากห้องนอนก่อนจะตามกลิ่นหอมๆที่ฟุ้งไปทั่วห้อง พาร่างที่ตื่นเต็มตามาหยุดตรงโซนครัว ยืนมองคุณหมอที่เปลี่ยนร่างเป็นพ่อครัวในยามเช้า ซึ่งกำลังง่วงอยู่กับการทำอะไรสักอย่างในกระทะเสียงดังโช้งเช้งไปหมด

มันหวานยกยิ้มก่อนจะพาตัวเองไปใกล้พ่อครัวมากขึ้น สองแขนเรียวยกกอดเอวสอบกะทันหันจนพ่อครัวสุดหล่อสะดุ้ง เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคักใส่แผ่นหลังกว้างก่อนจะชะโงกมองดูสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมจนปลุกให้เขาตื่น

อาหารเช้าของมันหวานหรอจ๊ะ น่ากินจัง” มองข้าวสวยที่เปลี่ยนสีเป็นเหลืองอ่อนๆคลุกไปด้วยสีเหลืองของข้าวโพด สีเขียวของถั่วลันเตาและสีส้มของแครอท ไหนจะกุ้งตัวอวบอ้วนที่ถูกแกะเปลือกและหางจนหมดเกลี้ยง ภาพที่เห็นและกลิ่นที่ได้รับทำเอามันหวานน้ำลายเริ่มสอไปหมด คุณหมอของเขาชักจะเก่งขึ้นทุกวันๆ ล่าสุดเมื่อสามสี่วันก่อนก็ทอดไข่ดาวไม่ไหม้ไข่แดงไม่แตกได้แล้ว วันนี้ยังทำข้าวผัดได้อีก

 “ครับ หิวไหม จะเสร็จแล้ว” คุณหมอผินหน้ามามองคนที่กอดเอวตัวเองไว้อยู่ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากใสไปหนึ่งทีถ้วนแทนคำว่าอรุณสวัสดิ์

หิวม๊ากมาก อยากกินข้าวผัดฝีมือพี่หมอจะแย่แล้ว” ว่าด้วยเสียงออดอ้อนก่อนจะยอมปล่อยเอวของคนพี่เพื่อละไปหยิบจานมาสองใบเมื่อข้าวผัดชวนหิวนั้นเสร็จพอดี

ปลายเมฆรับจานมาจากมือเล็กก่อนที่เขาจะปิดแก๊สและตักอาหารเช้าใส่จานอย่างระมัดระวัง เรื่องรสชาติอาจจะไม่สู้รสมือของมันหวาน แต่ปลายเมฆมั่นใจว่าอย่างน้อยน้องก็จะไม่ท้องเสียเพราะเขาระวังมากที่สุดแล้ว

ข้าวผัดสีสวยกับกลิ่นหอมๆสองจานถูกวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ไม่มีกาแฟดำน้ำตาลหนึ่งก้อนเพราะปลายเมฆรับปากกับเด็กน้อยเอาไว้ว่าเขาจะพยายามลดคาเฟอีนลงบ้างหากไม่ใช่ในเวลาทำงาน

ปลายเมฆจะเป็นผู้ใหญ่ที่เชื่อฟัง อะไรที่เขาสามารถทำให้อีกคนลดความกังวลลงไปได้เขาก็พร้อมที่จะทำมันทั้งนั้น เหมือนที่เขาเลือกจะตัดขาดกับบุหรี่อย่างสิ้นเชิงเมื่อมันหวานกลับมา

            “อร่อยไหมครับ” คุณหมอเอ่ยถามเมื่อเด็กน้อยตักข้าวเข้าปากเป็นคำแรก ปลายเมฆใจเต้นตุบๆเมื่อน้องยังคงเคี้ยวตุ้ยๆไม่บอกถึงรสชาติให้ได้รู้กันเสียที

อร่อยดีไหมน้า” เด็กน้อยลากเสียงยาวพลางทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตักข้าวผัดเข้าปากอีกคำพลางเคี้ยวจนแก้มตุ้ย

มันหวานกำลังแกล้งพี่อยู่หรอ” 

มันหวานไม่ได้แกล้งเสียหน่อย” เด็กน้อยว่าตาใสพลางหัวเราะคิกคักก่อนจะยอมตอบคำถามของคนแก่กว่า “อร่อยมากๆเลยจ่ะ เป็นข้าวผัดที่อร่อยที่สุดเท่าที่มันหวานเคยกินมาเลยนะ

อันนี้ก็ชมมากเกินไปแล้วครับ” ปลายเมฆส่ายหัวเบาๆกับคำยอยกใหญ่ของเด็กน่ารัก เขารู้ดีว่ามันไม่ได้อร่อยขนาดนั้นหรอก มันหวานก็แค่อยากจะพูดเอาใจ ซึ่งแค่นี้ก็ทำเขายิ้มแก้มปริไปหมดแล้ว

จริงๆนะจ๊ะ ข้าวผัดพี่หมอมันพิเศษนี่นา

               “พิเศษยังไงครับ?”

            “พิเศษใส่ใจ ข้าวผัดพี่หมอใส่ใจลงไปด้วยใช่ไหมจ๊ะเนี่ยถึงได้อร่อยตั้งขนาดนี้ หูยๆ

แต่ปลายเมฆพึ่งรู้ว่าแก้มของเขาสามารถปริเพราะรอยยิ้มได้มากกว่านั้น

ใบหูทั้งสองข้างของคนแก่กว่าขึ้นสีแดงจัดจนมันหวานหวานต้องหัวเราะคิกคักเพราะทำให้คนตัวโตขัดเขินได้ ก่อนที่ตัวเองจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันมากินข้าวผัดของตัวเองต่อ

ข้าวผัดพิเศษใส่ใจคุณหมอดวงโตๆเสียด้วย

 

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงถัดมามันหวานก็อยู่ในชุดนักศึกษาแสนถูกระเบียบในขณะที่คุณหมออยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาๆแต่กลับทำให้คุณหมอแสนเก่งดูเด็กลงไปหลายปี

รถคันหรูเคลื่อนที่ออกจากคอนโดในขณะที่ตุ๊กตาหน้ารถก็หยิบชีทเรียนขึ้นมาอ่านคร่าเวลา ส่วนคุณหมอก็ขับรถไปอย่างเงียบๆไม่รบกวนเวลาของนักศึกษาแต่อย่างใด จนกระทั่งรถจอดสนิทอยู่หน้าคณะศึกษาศาสตร์มันหวานถึงได้เก็บชีทใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะปลดเบลท์ออกและหันหน้าไปหาคนข้างกาย

มันหวานไปสอบก่อนนะจ๊ะ

ครับ ขอให้ข้อสอบใจดีกับมันหวานนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจะลูบแก้มใสอย่างแผ่วเบา

ขอบคุณนะจ๊ะ” มันหวานยิ้มแป้นพลางยกมือไหว้คนตัวโต “งั้นมันหวานไปก่อนนะ

ครับ เสร็จแล้วโทรฯหาพี่นะเดี๋ยวพี่มารับ

จ้า

หลังจากนั้นคนน้องก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจะหันมาโบกมือหยอยๆให้เมื่อปลายเมฆลดกระจกลง คุณหมอมองเด็กปีหนึ่งเดินเข้าตัวตึกไปจนลับสายตาก่อนจะปิดกระจกรถและขับรถออกไป

แต่ทิศทางที่ปลายเมฆกำลังจะไปกลับไม่ใช่คอนโดของตัวเอง เพราะเขามีที่ๆหนึ่งที่ต้องไปก่อนโดยจะให้มันหวานรู้ไม่ได้เด็ดขาด

 

สามชั่วโมงกับการสอบจบลงแบบที่นักศึกษาพากันโอดครวญออกมาจากห้องสอบกันระนาว มันหวานก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะรู้สึกว่าข้อสอบที่เพิ่งได้ทำไปเหมือนไม่เคยเรียนมาก่อน แต่มันหวานก็ปลอบใจตัวเองว่าทำเต็มที่แล้ว อย่างน้อยแค่ไม่ได้เอฟก็เป็นพอ

มันหวานแยกกับเพื่อนเมื่อถึงหน้าคณะ มือเล็กโบกลาเพื่อนในกลุ่มก่อนจะหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเป้เพื่อต่อสายหาคุณหมอตัวโตๆ แต่ยังไม่ทันจะกดโทรฯออกร่างคุ้นตากับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นจมูกดีก็ยืนอยู่ตรงหน้า มันหวานยิ้มแป้นเมื่อหมอปลายเมฆกำลังส่งยิ้มมาให้ก่อนจะจับมือเขาให้เดินไปขึ้นรถด้วยกัน

มารอนานหรือยังจ๊ะ” เอ่ยถามหลังจากคาดเบลท์เรียบร้อย

สิบห้านาทีได้ครับ พี่ไม่อยากให้เรารอนานเลยออกมาเลย” ถึงจะตอบออกไปแบบนั้นแต่ความจริงแล้วปลายเมฆทำธุระที่ว่านั้นเสร็จพอดีต่างหาก “แล้วทำข้อสอบได้ไหม

ได้ทำมากกว่าจ่ะ” ตอบเสร็จก็ยู่ปาก พอนึกถึงข้อสอบแล้วก็อยากร้องไห้ คนเด็กกว่าก็เลยงอแงโดยการพิงแก้ม­ของตัวเองไว้ที่ท่อนแขนของคนเป็นพี่คล้ายกับกำลังออดอ้อนขอความเห็นใจ

มันหวานเก่งแล้ว ไม่ต้องคิดมากนะ” ปลายเมฆละมือมาจากพวงมาลัยรถก่อนจะยีผมนุ่มของเด็กขี้อ้อนเบาๆ

ปลายเมฆก็เพิ่งมารู้ได้ไม่นานมานี้ว่ามันหวานเป็นเด็กที่แสนจะขี้อ้อนคนหนึ่ง ซึ่งมันก็ดีเพราะมันทำให้หัวใจคนแก่แบบเขากระชุ่มกระชวยทุกครั้ง

มีแต่พี่หมอแหละที่บอกว่ามันหวานเก่ง” เด็กน้อยเย้าก่อนจะเอ่ยพูดต่อ “ว่าแต่พี่หมอรู้ไหมจ๊ะว่าวันนี้วันอะไร

วันเสาร์ไงครับ” ปลายเมฆตอบแต่เมื่อเห็นคนน้องเงียบไปเขาถึงต้องละสายตาจากถนนชั่วครู่แล้วมองเด็กน้อยที่กำลังซุกแก้มอยู่ที่ท่อนแขนของเขาเหมือนเดิมแต่ริมฝีปากบางนั้นกำลังเบะออกเหมือนขัดใจกับคำตอบ

อ้อ วันเสาร์นี่เอง” เสียงใสนั้นคล้ายขุ่นเคืองจนปลายเมฆต้องแอบกลั้นยิ้ม มันหวานคงคิดว่าเขาไม่รู้ แต่คิดผิดแล้วเพราะปลายเมฆรู้มานานมากแล้วว่าวันนี้ที่มันหวานว่ามันคือวันอะไร

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ถึงคอนโด ปลายเมฆสแกนการ์ดเปิดประตูห้องแต่เขายังไม่เดินเข้าไป กลับกันคุณหมอหันหลังกลับไปหาคนตัวเล็กที่มองตาแป๋วอยู่ด้านหลัง ก่อนที่ปลายเมฆจะอ้อมไปด้านหลังมันหวานและยกสองมือปิดรอบดวงตาคู่สวยทั้งสองข้าง

พี่หมอทำอะไรจ๊ะเนี่ย” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะการโดนปิดตากะทันหันนั้นทำให้มันหวานตกใจ แต่เขาก็ไม่ได้เอามือคนพี่ออกแต่อย่างใด อยู่ดีๆมันหวานก็เริ่มใจเต้น ระบบแปรเปลี่ยนจากจังหวะปกติเป็นจังหวะเร็วรี่ เหมือนมันหวานจะเริ่มรู้แล้วว่าหลังประตูบานตรงหน้าจะต้องมีบางอย่างซ่อนเอาไว้

เดี๋ยวก็รู้ครับ มันหวานเปิดประตูเข้าไปเร็ว” เอ่ยบอก และคนน้องก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย มันหวานคลำหาบานประตูตรงหน้าก่อนจะเปิดเข้าไป เขาค่อยๆก้าวเท้าไปข้างหน้าตามคำบอกของคนด้านหลังก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อคุณหมอเอ่ยบอก

มันหวานได้กลิ่น มันไม่ใช่กลิ่นสเปรย์ปรับอากาศห้องที่เคยได้กลิ่นทุกๆวัน ตอนนี้ที่มันหวานได้กลิ่นคล้ายกับกลิ่นของดอกไม้ที่มันหวานแสนจะคุ้นเคย

มันหวานได้ยินเสียง คล้ายกับเสียงจากกล่องดนตรีที่มันหวานเคยได้ยินในการ์ตูนเจ้าหญิง

และตอนนี้มันหวานกำลังรู้ ว่าถ้าหมอปลายเมฆดึงมือออกจากการปิดตาของเขา มันหวานจะได้พบอะไรบางอย่างที่เป็นการเฉลยให้ได้รู้ว่าการที่หมอปลายเมฆบอกว่าไม่รู้ว่าวันนี้คือวันอะไรนั้นคือเรื่องโกหก

พร้อมไหมครับ

พร้อมจ้ะ

สิ้นเสียงเล็ก ฝ่ามือหนาก็ละออกจากการปิดตาน้อง ปลายเมฆมองคนรักที่ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นก่อนที่ดวงตากลมโตนั้นจะโตมากกว่าเก่า ปลายเมฆยิ้มขำเมื่อมันหวานยกมือปิดปากตัวเองทันทีที่เห็นสิ่งที่เขาเตรียมไว้ให้ ซึ่งมันเป็นไปตามคาด เซอร์ไพรส์ของเขาไม่แป็กแต่อย่างใด ปลายเมฆจึงใช้จังหวะที่คนน้องยังคงอึ้งแยกตัวไปเตรียมของชิ้นต่อไป

มันหวานกวาดสายตามองสิ่งตรงหน้าที่ไม่คาดคิดว่าชีวิตหนึ่งของเขาจะโดนเซอร์ไพรส์แบบนี้ มันเหมือนกับฉากในนิยายที่ชอบอ่านไม่มีผิด ห้องกว้างถูกฉาบด้วยสีนวลจากโคมไฟหลายตัว มีสวนกุหลาบขนาดย่อมเรียงรายอยู่บนพื้นตามทางเดิน นั่นเป็นสิ่งที่มันหวานได้กลิ่นเมื่อเปิดประตูเข้ามา เสียงเพลงเบาๆนั้นก็มาจากกล่องดนตรีที่วางไว้อยู่ตรงโต๊ะใส ลูกโปร่งอัดแก๊สหลากสีที่ลอยติดเพดาน และส่วนหนึ่งมันมีป้ายห้อยไว้ว่า สุขสันต์วันเกิดมันหวาน

วันเกิดที่มันหวานไม่คิดว่าหมอปลายเมฆจะรู้เพราะว่าอีกฝ่ายไม่เคยถามและเขาไม่เคยบอก

เมื่อก่อนนั้นวันเกิดของมันหวานสิบแปดปีที่ผ่านมาเขาใช้มันเพื่อฉลองกับพ่อแค่สองคนมาโดยตลอด และมันหวานไม่เคยคิดเลยว่าในปีที่สิบเก้ามันหวานจะมีใครคนหนึ่งเข้ามาเติมเต็มช่วงวันเกิดร่วมอีกคนจนทำให้วันเกิดธรรมดาๆที่มันหวานเคยมีกลายมาเป็นวันเกิดที่แสนวิเศษอย่างกับพาตัวเองเข้าไปอยู่ในฉากหนึ่งของหน้านิยาย

เมื่อเช้าก่อนเข้าสอบมันหวานโทรฯไปบอกรักพ่อแล้ว แต่พ่อกลับไม่พูดอะไรสักคำว่าหมอปลายเมฆรู้วันเกิดของเขา ซึ่งมันเป็นการทำเซอร์ไพรส์ที่ทำให้มันหวานประหลาดใจและดีใจไปพร้อมๆกัน

แฮปปี้เบิดเดย์ทูยู...” เสียงทุ้มต่ำดึงสายตาที่จดจ่ออยู่กับป้ายวันเกิดให้หันไปมองยังต้นเสียง ก่อนจะพบผู้ชายตัวสูงที่กำลังถือเค้กก้อนโตพร้อมเทียนที่ถูกจุดแล้วกำลังเดินมาหากัน

มันหวานน้ำตาคลอ เขากลายเป็นคนอ่อนไหวอย่างง่ายดายเพียงแค่ได้เห็นสิ่งที่หมอปลายเมฆกำลังทำให้ เสียงร้องเพลงวันเกิดทำนองแปร่งๆ ใบหน้าหล่อคมที่สะท้อนกับเทียนวันเกิดบนก้อนเค้กสีขาว รอยยิ้มอบอุ่นที่กำลังส่งมาให้กันและสายตาที่แสนจะน่าหลงใหลที่มองเขาเพียงคนเดียวจนเกิดเงาสะท้อน

สุขสันต์วันเกิดครับมันหวาน” ปลายเมฆประคองเค้กไว้ในมือ เขามองใบหน้าหวานของเด็กน้อยที่ตอนนี้จมูกขึ้นสีแดงเฉดอ่อนอย่างแสนน่ารัก คุณหมอยิ้มกว้างเมื่อร่างเล็กผินหน้าไปข้างหลังเพื่อแอบเช็ดน้ำตาของตัวเอง

มันหวานสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะขยับปลายเท้าเข้าใกล้คนตัวสูงมากขึ้น ก้มลงมองเค้กก้อนสีขาวที่ประดับไปด้วยสตรอว์เบอร์รี่ลูกโต แต่สิ่งที่ทำให้มันหวานอยากจะร้องไห้อีกรอบกลับไม่ใช่ความโตของผลไม้สีแดง แต่เป็นข้อความที่อยู่บนนั้น

ปกติแล้วนั้น เค้กวันเกิดก็ต้องเขียนว่า ‘สุขสันต์วันเกิด’ แต่เค้กของหมอปลายเมฆไม่ได้เป็นแบบนั้น

ตัวหนังสือสีชมพูจากครีมเค้กนั้นดูขยึกขยือแบบที่มันหวานรู้ได้เลยว่ามันเป็นฝีมือของคนตรงหน้าที่เป็นคนเขียนเอง ข้อความในนั้นที่ทำให้หัวใจของเขามีผีเสื้อบินว่อนอยู่เต็มไปหมด

เป็นแฟนกันนะครับ

ข้อความประโยคสั้นๆที่มันหวานไม่เคยคิดว่าจะถูกถามในวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของเขา ที่ผ่านมามันหวานพอใจกับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ แสนจะดีใจที่ได้ชื่อว่าเป็นคนพิเศษของหมอปลายเมฆและเคยคาดคิดเอาไว้ว่าการขอเป็นแฟนแบบในนิยายที่ชอบอ่านนั้นมันไม่ใช่เรื่องจำเป็นตราบใดที่เขาทั้งคู่รู้หัวใจของกันและกันนั่นก็เป็นสิ่งที่มากพอ

แต่ในวันนี้ วันที่มันเกิดขึ้นจริงๆ มันหวานปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลึกๆแล้วเขาเองก็เฝ้ารอและคาดหวัง คาดหวังว่าจะมีสถานะอย่างเป็นทางการกับอีกฝ่าย แบบที่ใครเอ่ยถามก็สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำว่าเขาเนี่ยแหละเป็นแฟนของหมอปลายเมฆ

ถ้ามันหวานยอมเป็นแฟนของพี่ ให้เป่าเทียน” เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มกวาดมองดวงหน้าคนตัวเล็กที่แดงแจ๋เพราะกำลังร้องไห้ออกมาเงียบๆแต่ริมฝีปากสีหวานนั้นกลับคลี่ยิ้มเพราะคำพูดของเขา

ปลายเมฆไม่ได้ละเลยกับสิ่งที่ควรจะทำ เขาไม่ได้ไม่อยากให้สถานะกับมันหวาน เขาก็แค่รอคอยเวลาที่เหมาะสมก็เท่านั้น ซึ่งก็คือวันนี้ วันเกิดของมันหวานที่จะกลายเป็นวันครบรอบที่ตกลงเป็นคนรักของกันอย่างจริงๆจังๆไปทุกๆปี

ไม่ได้มั่นใจเกินเหตุแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอะไรที่มันหวานจะปฏิเสธกัน

ก็ต่างรักกันตั้งขนาดนี้แล้วนะ

แล้วถ้ามันหวานไม่ตกลงล่ะจ๊ะ” เด็กน้อยถามเสียงหวานพลางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่บดบังการมองเห็นคนตรงหน้า

ไม่รู้สิครับเพราะพี่ไม่ได้คิดเอาไว้ เพราะรู้ว่ายังไงเทียนทุกเล่มที่ถูกจุดก็ต้องถูกเป่าแน่ๆ” คำพูดแสนมั่นอกมั่นใจของคนตัวสูงทำเอามันหวานแอบย่นจมูกใส่ แต่ก็ถูกของหมอปลาย เพราะยังไงเทียนพวกนั้นก็จะต้องดับลง

มันหวานหลับตาลง เขากุมมือไว้ที่หน้าอก ไม่ได้อธิษฐานขอพรใดๆเพราะเขามีทุกสิ่งทุกอย่างในสิ่งที่เรียกว่าความสุขแล้ว แต่ที่มันหวานกำลังพูดอยู่ในใจคือการขอบคุณพ่อที่ทำให้เขาเกิดมา

ทำให้เขาเกิดมาเพื่อได้เจอกับหมอปลายเมฆ

เปลือกตาบางเปิดขึ้นก่อนที่ดวงตากลมหวานจะมองผู้ชายตรงหน้าที่มีรอยยิ้มอบอุ่นไม่จางหาย มันหวานก้มหน้าก่อนที่ริมฝีปากเล็กนั่นจะยู่ลงและเป่าเทียนติดเปลวไฟนั้นจดดับลงทุกอัน

เป็นการตกลงว่ามันหวานพร้อมจะเป็นแฟนของหมอปลายเมฆอย่างสมบูรณ์แบบ

คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้างกับคำตอบของคนน้องก่อนที่ปลายเมฆจะวางเค้กนั้นไว้บนโต๊ะ รอพี่แป๊ปนึงนะครับ” เอ่ยบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องนอนอีกครั้ง

ปลายเมฆเดินตรงไปยังหัวเตียง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่ขนาดกลางสีน้ำเงินติดมือมาพร้อมกับช่อดอกไม้ ดอกไม้ที่เขาแวะไปเอาพร้อมๆกับเค้กหลังจากไปส่งมันหวานที่มหาวิทยาลัย

ส่วนการตกแต่งห้องทั้งหมดนั้น กุหลาบมากมาย ลูกโป่ง กล่องดนตรีหรือแม้กระทั่งป้ายวันเกิด เขาฝากมันไว้ที่ห้องของแทนไท และเพิ่งไปขนมาจัดหลังจากกลับมาจากร้านดอกไม้และร้านเค้กที่เขาขอแต่งหน้าเค้กเอาเองนั่นแหละ

เกือบจะทำเค้กพังแต่สุดท้ายมันก็ออกมาเป็นข้อความที่ทำให้มันหวานยอมตกลง

คุณหมอเดินออกมาจากห้องนอนก่อนจะหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าแฟนตัวน้อยของตัวเอง สถานะที่เพิ่งได้รับหมาดๆนั่นทำเอาขัดเขินไปเสียหมด

ดอกไม้ครับ” ปลายเมฆส่งช่อดอกไม้ให้กับคนตรงหน้าเป็นอย่างแรก ช่อกุหลาบที่บรรจุดอกกุหลาบแดงสามดอกเหมือนกับทุกๆวันที่ปลายเมฆให้กับคนตัวเล็กแต่ครั้งนี้มันดอกโตกว่าที่ผ่านมา มันถูกจัดเข้ากับดอกยิปโซสีฟ้า ม่วงและขาวห่อด้วยกระดาษมันวาวสีใสและฟ้าอ่อน ผูกด้วยโบว์เส้นใหญ่สีน้ำเงิน

หนึ่งร้อยหนึ่งดอก” เสียงเล็กเอ่ยพูดพลางรับช่อดอกไม้นั้นมา มันหวานละสายตาจากกลีบสีแดงสดมองไปยังแววตาคนรักของตัวเอง

ครับ หนึ่งร้อยหนึ่งดอกแล้วนะ” ปลายเมฆเอ่ยตอบพลางยิ้มกว้าง

ดอกกุหลาบแดงเหล่านี้ตั้งแต่วันนั้นที่หน้าคณะศึกษาศาสตร์ในวันที่ฝนตกจนกระทั่งถึงนาทีปัจจุบัน  รวมทั้งหมดแล้วปลายเมฆได้ให้กุหลาบแดงมันหวานไปแล้วหนึ่งร้อยหนึ่งดอก

แล้วมันหวานรู้ไหมว่าดอกกุหลาบแดงหนึ่งร้อยหนึ่งดอกมีความหมายว่าอะไร

คำถามนั้นทำให้มันหวานส่ายหน้า แต่ก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องเป็นความหมายที่มีผลกระทบกับหัวใจอย่างแน่นอน เหมือนกับความหมายของดอกกุหลาบแดงสามดอกที่ได้รับทุกวัน

มันหวานไม่เคยถามว่าหมอปลายจะให้ดอกกุหลาบเขาไปถึงเมื่อไร แต่ที่มันหวานรู้ก็คือดอกกุหลาบที่เคยได้รับในทุกๆวันนั้นมันหวานไม่เคยทิ้งเลยแม้แต่ดอกเดียว มันถูกเก็บไว้อย่างดีแม้จะแห้งกรอบและหมดความหอมไปแล้ว ซึ่งหมอปลายเองก็รู้

ดอกกุหลาบแดงหนึ่งร้อยหนึ่งดอกมีความหมายว่า

...

สำหรับผมต้องเป็นคุณ คุณคนเดียวเท่านั้น

คำเฉลยถูกเอ่ยออกไปและหัวใจของมันหวานมีอาการอย่างที่คาดคิด หัวใจของเขาเต้นแรงจนคับแน่นในอกไปหมด ความหมายพวกนั้นที่ทำให้มันหวานรู้แล้วว่าทำไมหมอปลายถึงเพียรให้ดอกกุหลาบกันทุกครั้งที่เจอหน้า ก็เพราะคนตัวสูงมีจุดประสงค์ที่จะบอกอะไรบางอย่างกับเขาผ่านจำนวนดอกกุหลาบพวกนี้

แต่ละครั้งดอกกุหลาบแดงสามดอกที่ได้รับบ่งบอกว่าหมอปลายรักเขา และในครั้งนี้ก็เช่นกัน ดอกกุหลาบแดงสามดอกในมือยังคงบอกเช่นนั้น แต่เมื่อรวมกับจำนวนทั้งหมดที่ได้รับหมอปลายก็กำลังบอกเขาอีกเช่นกันว่าคนที่หมอปลายเมฆจะรัก จะมีเพียงมันหวานคนนี้คนเดียวเท่านั้น

ไม่มีใครอื่นใด ไม่มีอีกแล้ว

หมอปลาย..” มันหวานสวมกอดคนตัวโตแน่น ท่อนแขนเรียวโอบรัดเอวแกร่ง ใบหน้าน่ารักซุกลงที่แผ่นอกหนา น้ำตาสีใสไหลออกมาเงียบๆกับสิ่งที่คนรักนั้นทำให้

มันหวานรักหมอปลายเมฆ รักจนสุดหัวใจ และมันหวานรู้ว่าเขาสามารถรักผู้ชายคนนี้ได้มากกว่าที่กำลังรัก

เด็กน้อยโอบกอดคนตัวสูงอยู่เป็นนาทีก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่ต้นคอของตัวเอง มันหวานละอ้อมกอดออกจากคุณหมอก่อนจะก้มหน้ามองสิ่งที่กระทบกับลำคอของตัวเอง และสิ่งที่มันหวานเห็นคือสร้อยคอที่คล้องกับจี้รูปดาว

ความหมายของการให้สร้อยคอคือการได้ขอเป็นผู้ดูแล มอบความรัก ความคิดถึง และความซื่อสัตย์ให้กับอีกฝ่าย

....

ส่วนจี้รูปดาว หมายถึง คุณคือสิ่งสวยงามสำหรับผม

มันหวานรู้แล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่หมอปลายเมฆทำให้และมอบให้นั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีความหมายทั้งหมด

สิ่งเหล่านั้น น้ำเสียง สายตา การกระทำ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ช่วยย้ำเตือนว่าสุดท้ายแล้วความรักที่มันหวานมีให้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นผิดคน เพราะสำหรับหัวใจของมันหวานในตอนนี้มันเอ่ยย้ำ บอกซ้ำๆว่าไม่ว่าจะยังไง คนที่มันหวานรักมาตลอดก็คือผู้ชายตรงหน้า

ผู้ชายที่ชื่อว่าปลายเมฆ

มันหวานมองคนตัวสูงที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้กันก่อนที่ริมฝีปากของหมอปลายเมฆจะจูบทับลงที่จี้รูปดาว สายตาคมเข้มนั้นไล่มายังสายตาของเขาก่อนความนุ่มหยุ่นจะสัมผัสลงที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบา กดเน้นย้ำ และละออกไปอย่างนุ่มนวล

แต่หมอปลายเมฆคงไม่รู้ว่าการกระทำแสนทะนุถนอมพวกนั้นมันช่วยเพิ่มผีเสื้อในหัวใจของเขาไม่รู้ตั้งมากมายเท่าไร

พี่หมอ

ว่าไงคะ?” ร่างสูงขานรับ เขากระชับเอวน้องเข้าหาตัวก่อนจะนำช่อดอกกุหลาบในมือเล็กนั้นออกไปวางไว้บนโต๊ะ

มันหวานขอของขวัญอีกอย่างหนึ่งได้ไหม

ได้สิ ไหน มันหวานของพี่อยากได้อะไรครับ” นิ้วแกร่งเกลี่ยปรอยผมสีอ่อนของน้องทัดหู พลางมองดวงหน้าจิ้มลิ้มอย่างรอคอยคำขอของอีกฝ่าย

พี่หมอไม่ต้องหยุดทั้งเสาร์และอาทิตย์แล้วได้ไหมจ๊ะ หยุดแค่วันใดวันหนึ่งก็พอ

ทำไมล่ะครับ” ปลายเมฆถามอย่างไม่เข้าใจ

มันหวานดีใจนะที่พี่หมออยากมีวันหยุดเยอะๆเพื่อจะเอามาใช้กับมันหวาน แต่มันหวานก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องเห็นพี่หมอไปทำงานหนักๆในวันธรรมดาแบบนั้นจนแทบไม่ได้นอน

มันหวานคิดมาดีแล้ว หมอปลายไม่จำเป็นต้องทนทำงานหนักๆห้าวันติดกันจนไม่สบายเพื่อขอวันหยุดเสาร์และอาทิตย์เพราะมันหวานไม่ได้อยู่ไกลจากหมอปลายอีกแล้ว

แล้วมันหวานอยากให้พี่ทำยังไงครับ

แบ่งเวลาเวรที่อัดกันในวันธรรมดาไปวันเสาร์อาทิตย์บ้างได้ไหมจ๊ะ อย่างน้อยพี่หมอก็จะเหนื่อยน้อยลง

แต่พี่จะไม่มีเวลาให้มันหวานนะ” นั่นคือสิ่งที่ปลายเมฆกังวลว่าน้องจะน้อยใจหากเขาไม่มีเวลาให้เหมือนคู่รักคนอื่นๆ

“…”

พี่อยากเป็นคนรักที่มีเวลาพามันหวานไปเที่ยว ไปกินข้าวนอกบ้าน นอกกลางวันด้วยกัน กินข้าวเย็นด้วยกัน และตื่นมาอรุณสวัสดิ์กันในตอนเช้า

...

พี่อยากเป็นเหมือนผู้ชายคนอื่นๆที่เขาจะมีเวลาให้คนรักเยอะๆ

คำบอกเล่าของคนตัวสูงทำให้มันหวานยิ้มออกมา ตอนนี้มันหวานเข้าใจแล้วว่าหมอปลายเมฆอยากจะทำหน้าที่คนรักให้ดี มีเวลาให้เขาเยอะๆ พาออกไปไหนต่อไหนด้วยกันเหมือนคู่รักอื่นๆ มันหวานก็ต้องการเช่นนั้น แต่เสียดายที่ความเป็นห่วงคนรักมันมีมากกว่าการที่ต้องมานั่งเอาแต่ใจโดยการขโมยเวลาที่ควรจะพักผ่อนของอีกฝ่ายมา

มันหวานน่ะต่อให้หมอปลายเมฆจะไม่มีวันหยุดเลยสักวัน สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะความรักของมันหวานมันไม่ได้ยึดเหนี่ยวอยู่กับแค่เรื่องตรงนั้น

พี่หมอฟังมันหวานเลยนะ” มือเล็กประคองแก้มกร้านของคุณหมอ มองลึกเข้าไปยังดวงตาคมเข้มของอีกฝ่าย บ่งบอกว่าตอนนี้มันหวานแสนจะจริงจังมากแค่ไหน

ครับ

มันหวานไม่ได้อยากมีแฟนที่มีเวลาให้เหลือเฟือ ไม่ได้อยากจะรักแต่คนที่พร้อมจะเอาเวลาทั้งหมดมากองไว้ตรงหน้า คนที่ตัวติดกันไม่ไปไหน ถ้ามันหวานต้องการแบบนั้น มันหวานคงไปรักคนอื่นนานแล้ว

...

มันหวานแค่กำลังรักคนที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่พอได้มีเขากลับนำเวลาที่มีอย่างจำกัดนั้นมาใช้กับมันหวานเพราะมันทำให้เขารู้ว่าเวลาที่มีมันมีค่ามากแค่ไหน และมันทำให้มันหวานอยากใช้เวลามีที่อย่างจำกัดนั้นไปพร้อมกับเขาให้ดีมากที่สุด

...

มันหวานรู้ดีว่าการรักคนเป็นหมอมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาเป็นผู้ใหญ่กว่า เขามีหน้าที่ที่สำคัญเทียบเท่าชีวิตของคน เขามีเวลาส่วนตัวไม่เยอะมากนักหรอกเพราะแค่เวลากินข้าวก็ยังไม่ค่อยจะมี” มันหวานรู้เพราะถ้าหากเขาไม่โทรฯไปเตือนหรือไม่ได้นำอาหารมื้อเย็นไปให้ หมอปลายเมฆก็จะทำงานจนลืมไปเลย

...

แต่มันหวานเลือกแล้ว ว่ามันหวานอยากรักคนๆนั้น คนที่ไม่ค่อยมีเวลา คนที่กลับห้องมาตีสองตีสามแต่พอเวลาเขาได้นอนเขากลับกอดมันหวานไว้ในทุกชั่วโมงการพักผ่อนที่เขามี คนที่ทิ้งสัมผัสอุ่นๆไว้ที่ริมฝีปากของมันหวานแทนคำว่าอรุณสวัสดิ์แม้ว่าตื่นมาแล้วจะไม่ได้เจอกันแต่มันหวานก็รู้ว่าเขาไม่ได้ไปไหนนอกจากว่าไปทำงาน

            ทั้งหมดคือความรักและความเชื่อใจที่มันหวานมีให้หมอปลายเมฆ เพราะมันหวานรู้ว่าในเวลาที่หมอปลายหายไปหรือติดต่อไม่ได้ คนตัวสูงก็ไม่ได้ไปไหนไกลนอกจากอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่ในห้องผ่าตัด อยู่ในห้องตรวจ หรืองีบหลับอยู่ในห้องพักหมอ มันหวานไม่ได้ระแวงใจใดๆทั้งสิ้นว่าหมอปลายเมฆจะไปอยู่ตรงไหนสักที่ ที่จะทำให้มันหวานเสียใจอีกครั้ง

มันหวานเลือกที่จะเชื่อใจหมอปลายและคำพูดของอีกคนที่บอกว่าจะไม่ทำให้มันหวานเสียใจอีก เพราะฉะนั้นกับแค่เรื่องที่จะไม่มีเวลาให้กันเหมือนคู่รักคู่อื่นๆมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับมันหวานเลยสักนิด

ก็เขาทั้งคู่ได้ผ่านพ้นเรื่องใหญ่ๆที่มากกว่าการไม่มีเวลาให้พวกนั้นกันมาแล้ว

ถึงมันหวานจะเด็กกว่าหมอปลายมาก แต่มันหวานก็คิดได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรพูด ควรทำ อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรนำไปหนักใจให้กับคนรัก ก็ในเมื่อเลือกที่จะรักแล้ว ก็ต้องเข้าใจกันให้มากพอด้วย

มันหวาน...

มันหวานรักหมอปลายยังไง มันหวานก็จะรักหมอปลายอย่างนั้น อย่ากลัวว่ามันหวานจะหมดรักเพียงแค่เพราะหมอปลายไม่มีเวลาให้ เพราะมันจะไม่มีทางเกิดขึ้น

มันหวานไม่รู้หรอกว่าจะต้องเอาอะไรมายืนยันคำพูดของตัวเอง นอกจากหัวใจในตอนนี้ที่มันรู้สึกนำคำพูดไปมากโข

มันหวานน่ะ ไม่ได้ต้องการเวลาของหมอปลาย มันหวานแค่ต้องการหมอปลายก็แค่นั้น

ครับเข้าใจแล้ว ของขวัญชิ้นนั้นพี่ให้มันหวานนะ” ปลายเมฆยิ้มกว้าง เขารู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เพียงแค่มันหวานเอ่ยบอกสิ่งเหล่านั้นออกมา มันทำให้เขาตระหนักได้อีกครั้งว่าการที่ได้รักคนตรงหน้าคือสิ่งที่วิเศษที่สุดสำหรับเขา

มันหวานคือคนรักที่แสนดี ที่นึกถึงเขามากกว่าจะนึกถึงแต่ตัวเองเสมอ

หัวใจของปลายเมฆเหมือนกับได้รับน้ำทิพย์ชโลมเพราะมันรู้สึกชื่นฉ่ำอย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า

มันยิ่งตอกย้ำ ว่าเขาจะไม่มีวันเสียใจที่เลือกหมุนวงล้อแห่งการรักใครสักคนอีกครั้ง

แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ยังเป็นวันหยุดของพี่อยู่ดี เราไปเที่ยวกันไหมครับ

ไปที่ไหนจ๊ะ

ไม่บอก ถือว่าเป็นการฉลองวันเกิดอีกรอบ

 “ทำไมมีอีกรอบล่ะเนี่ย

ก็เหมือนกับหลังแต่งงานก็ต้องไปฮันนีมูนไงครับ นี่ก็เหมือนกันแหละ ซ้อมๆไว้

พี่หมอนี่นะ จริงๆเลย

ความรักของปลายเมฆที่มีพระอาทิตย์ดวงกลมโตแสนน่ารักอย่างมันหวานเสมอที่ให้ความอบอุ่นแก่หัวใจ ไม่ว่าสภาพอากาศในตอนนั้นๆจะเป็นยังไง ไม่ว่าในตอนนั้นจะดีหรือร้ายมากแค่ไหน

 

เช้าวันอาทิตย์ มันหวานปลุกพี่หมอให้ตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงตรงเพราะตื่นเต้นเกินเหตุที่จะได้ไปเที่ยวกับแฟนของตัวเอง คนตัวเล็กรีบทำมื้อเช้า อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เร่งแฟนหนุ่มอีกตะหาก ทุกอย่างจึงเสร็จสิ้นตอนเก้าโมงตรงเป๊ะ

วันนี้มันหวานใส่เอี๊ยมยีนส์ความยาวถึงหัวเข่า เสื้อข้างในเป็นเสื้อสีเหลืองมัสตาร์ดแขนสั้นที่หมอปลายบอกว่าเหมือนกับเจ้าตัวการ์ตูนมินเนี่ยน ส่วนคุณหมอคนเก่งวันนี้ก็แสนเท่ใช่ย่อย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนเสื้อถึงศอกสีน้ำเงินเข้มคู่กับกางเกงยีนส์สีซีดขาดเข่า เสริมทัพด้วยแว่นกันแดดสีชา มันหวานเห็นแล้วก็เขินตัวสั่นไปหมด ทำไมแฟนเขาหล่อได้ตั้งขนาดนี้ นี่เตรียมหึงหวงตั้งแต่ยังไม่ก้าวพ้นออกจากคอนโดเลยด้วยซ้ำ

แล้วสถานที่ที่เป็นความลับที่หมอปลายเมฆไม่ยอมบอกว่าคือที่ไหนก็ได้รับการเฉลยหลังจากหลายชั่วโมงต่อมา เป็นสถานที่ที่มันหวานก็ไม่เคยมามาก่อน มันคือท้องฟ้าจำลองสถานที่ยอดฮิตของการทัศนศึกษา

พี่หมอไม่ซื้อบัตรหรอจ๊ะ?” มันหวานเอ่ยถามพลางรั้งมือของคนตัวโตเอาไว้ เพราะหมอปลายเมฆกำลังจะพาเขาเดินผ่านจุดขายบัตรเข้า ถึงมันหวานจะไม่เคยมาแต่ก็พอรู้ว่ามันต้องซื้อบัตรเข้านะ

พี่ซื้อไว้แล้วครับ” คนตัวโตบอกแบบนั้นมันหวานก็เลยพยักหน้าเป็นอันเข้าใจแม้จะไม่รู้ว่าซื้อไปตั้งแต่ตอนไหนก็ตาม

คุณปลายเมฆใช่ไหมคะ?” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนที่คาดว่าน่าจะเป็นพนักงานเอ่ยถามเมื่อพวกเขาทั้งคู่อยู่ตรงประตูทางเข้า และนั่นทำให้มันหวานงงอีกแล้วว่าเธอรู้จักหมอปลายได้ยังไง

มีอะไรที่มันหวานยังไม่รู้อีกไหมเนี่ย?

ครับ จองรอบเที่ยงยี่สิบถึงบ่ายสองเอาไว้” หมอปลายตอบพลางดึงแว่นกันแดดออกจากใบหน้าของตัวเอง ซึ่งนั้นทำเอาเธอหน้าแดงขึ้นมากะทันหัน

เอาล่ะ มันหวานว่าอาการคันยุบยิบในใจเริ่มขึ้นละ

ค่ะ เชิญด้านในเลยนะคะ” เธอยิ้มคล้ายขัดเขินก่อนจะผายมือและเดินนำเข้าไป มันหวานเงยหน้ามองแฟนตัวเองที่ยิ้มตอบก่อนจะแสดงความเป็นเจ้าของโดยการควงแขนคนตัวสูงไว้มั่น

ให้มันรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นของใคร!

อีกห้านาทีเริ่มนะคะคุณปลายเมฆ” เธอบอกก่อนจะขอตัวออกจากห้องไปเมื่อเขาทั้งคู่ได้ที่นั่งแล้ว

ห้องดูดาวขนาดใหญ่ที่ไร้คนอื่นทำให้มันหวานรู้สึกแปลกๆเข้าไปใหญ่ มันไม่มีใครเลยสักคน ไม่มีจริงๆ และการต้อนรับที่ดูเป็นส่วนตัวนั่นก็อีก ไหนจะโต๊ะใสข้างหน้าเก้าอี้ที่คล้ายจะถูกเสริมเข้ามากะทันหันก็เต็มไปด้วยกาน้ำชา แก้วเล็กสองใบแล้วก็มาการองกับสโคนนั่นก็ด้วย

นี่มันอะไรกันเนี่ย จิบน้ำชายามบ่ายหรอ?

พี่หมอจ๊ะ ทำไมถึงไม่มีคนอื่นมาดูเลยล่ะ” ความสงสัยถูกเอ่ยถามไป แต่คนข้างกายกลับยังไม่ตอบ หมอปลายเมฆกำลังรินน้ำชาใส่แก้วทั้งสองใบก่อนจะยื่นมาให้กัน

ดื่มชาก่อนครับ มันจะคลายอาการตื่นเต้นได้นะ” คุณหมอยิ้มขำ มองสีหน้าตื่นๆของแฟนเด็กก็รู้สึกอยากหัวเราะออกมาดังๆ อะไรจะน่าเอ็นดูขนาดนั้นกันล่ะ

พี่หมอ เหมาที่นี่หรอจ๊ะ” ความสงสัยข้อที่สองถูกเอ่ยถามออกไปหลังจากจิบชาหอมๆนั้นเสร็จ มันหวานวางแก้วชาในมือลงพลางมองพี่หมอของตัวเองจิบชาเงียบๆ ก่อนที่มือหนาจะวางแก้วชาลงตามและตอบคำถามกัน

ครับ พี่เหมาหนึ่งรอบการแสดง” และคำตอบนั้นก็ทำเอาเด็กแครอทตาโตกว่าเดิม “เซอร์ไพรส์ไหมครับ?”

โอโห..” มันหวานกระพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าแฟนของตัวเองจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ นี่มันเหมือนกับฉากในนิยายไม่มีผิดที่พระเอกชอบทำตัวเว่อๆ มันหวานว่าหมอปลายก็เข้าข่ายพระเอกประเภทนั้นแล้วแหละ

มันหวานจะต้องชอบ” ปลายเมฆว่าเช่นนั้น เขายกยิ้มก่อนจะกุมมือเล็กไว้บนหน้าตักของตัวเอง

ปลายเมฆรู้ดีว่าเขาจะไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ พอเมื่อมีโอกาสเขาถึงอยากจะทำมันให้กับมันหวาน มันหวานเป็นแฟนของเขา เป็นคนรักของเขา ซึ่งปลายเมฆไม่อยากจะทำให้เด็กน้อยรู้สึกขาดหรือต้องไปอิจฉาคู่รักคู่อื่นเพียงเพราะเขาไม่สามารถทำให้ได้ เพราะแบบนั้นแล้ว อะไรที่ปลายเมฆทำให้ได้ เขาก็เลือกที่จะทำโดยไร้ซึ่งความลังเล

หลังจากนั้นห้านาทีตามที่คุณพนักงานได้บอกไป ห้องทั้งห้องก็มืดลงก่อนที่ภาพกลุ่มดาวต่างๆจะถูกฉายขึ้นบนจอกว้างขนาดใหญ่ มันหวานตาวาววับเมื่อเห็นดวงดาวที่ใกล้ขนาดนี้ มันทั้งสวยและน่าตื่นตาตื่นใจไปพร้อมๆกัน

แอร์เย็นๆที่กระทบท่อนแขนทำให้มันหวานต้องกอดแขนแกร่งของคนข้างกายเอาไว้พลางมองกลุ่มดาวมากมายที่พากันเวียนวนอวดโฉมของตัวเอง เด็กน้อยยิ้มหวานจนทำให้คนข้างกายยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้

ปลายเมฆเคยมาดูดาวพวกนี้แล้วตอนช่วงมัธยมแต่ความรู้สึกของตอนนี้และตอนนั้นต่างกันลิบลับ อาจจะเพราะว่าคนที่อยู่ข้างกายนั้นที่ทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

เป็นความไม่เหมือนเดิมที่ทำให้ปลายเมฆรู้แล้วว่าเขาชอบการเปลี่ยนแปลง

ภาพดาวพวกนั้นสะท้อนอยู่ในแววตาของมันหวาน มันทำให้ปลายเมฆตระหนักรู้ว่าดวงตาของคนรักเขานั้นสวยมากแค่ไหน ดวงตากลมโตหวานฉ่ำที่ทำให้เขาตกหลุมรักทุกครั้งที่จ้องมอง

โห สวยจังเลยจ่ะพี่หมอ

น้ำเสียงเล็กๆปนความหวานที่เขาชอบฟัง เขาก็ตกหลุมรัก

นั่นๆ อันนั้นดาวเสาร์จ่ะหมอปลาย

นิ้วมือเล็กเรียวที่เขาชอบพรมจูบ เขาก็ตกหลุมรัก

ดาวพลูโตนี่นา สวัสดีนะ เราดาวมันหวาน

ริมฝีปากสีสวยที่เขาชอบลิ้มลองและช่วงชิงความหวานล้ำพวกนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ตกหลุมรัก

อันนั้นดาวอะไรน้า

ปลายเมฆมองคนข้างกายที่แสนจะขี้สงสัย สิ่งนี้เขาก็ตกหลุมรัก

เขาเรียกว่าดาวลูกไก่ครับ

ดาวลูกไก่หรอจ๊ะ ชื่อน่ารักจังเลย

ไม่หรอก มันหวานน่ารักกว่า

หืม” 

ตกหลุมในรักทุกสิ่ง

พี่หมอพูดอะไรเนี่ยยยย

ตกหลุมรักในทุกอย่าง

ส่วนตรงนั้นเรียกว่าดาวปลา” ปลายเมฆชี้นิ้วไปยังดาวอีกกลุ่ม มองศีรษะทุยๆที่ผงกขึ้นลงก่อนจะพูดต่อ “ปรากฏว่าแฟนพี่น่ารักจัง

โอย หมอปลายยย” 

ส่วนตรงนู้นดาวคนคู่ คู่กับพี่แล้ว ห้ามไปไหนแล้วนะคะ

โหๆ ลุงมาก!!”

ฮ่าๆ” มันหวานส่ายหน้าเบาๆ เมื่ออีกคนหัวเราะเหมือนชอบอกชอบใจ และเขากำลังพยายามซ่อนแก้มที่แดงแจ๋เป็นลูกมะเขือเทศของตัวเอง

บางทีมันหวานก็คิดนะว่าผู้ชายเย็นชาพูดน้อยที่มันหวานเคยเจอเมื่อครั้งที่อยู่บ้านนอกนั้นหายไปไหน ทำไมเหลือทดแทนไว้เป็นผู้ชายปากหวานมุกเลี่ยนขนาดนี้

แต่นั่นแหละ..หมอปลายเมฆลุคไหนมันหวานก็ชอบมันทั้งนั้น

การแสดงของดาวต่างๆจบลง ก่อนที่ห้องจะถูกเปิดไฟจนสว่าง ผู้หญิงคนเดิมที่เดินเข้ามาพร้อมกับช่อกุหลาบแดงในมือสามดอกเหมือนอย่างที่มันหวานได้รับมาเป็นเดือนๆ

ขอบคุณครับ” คุณหมอเอ่ยขอบคุณเธอก่อนจะยื่นช่อกุหลาบให้กับคนข้างกาย

พี่หมอจะให้ดอกกุหลาบมันหวานไปถึงเมื่อไรหรอจ๊ะ” มือเล็กรับช่อดอกกุหลาบนั้นมาและเอ่ยถามเมื่อพนักงานเดินออกไปจนเหลือแค่เขาสองคนอีกครั้ง

ไม่ชอบหรอ” 

ไม่ใช่ไม่ชอบจ้ะ แต่ว่ามันเยอะจนมันหวานไม่มีที่เก็บแล้ว” เด็กน้อยยู่ปากก่อนจะเอ่ยต่อ “มันหวานรู้แล้วว่าพี่หมอรักมันหวานทุกวัน แต่เอาไว้ให้ดอกกุหลาบมันหวานเฉพาะวันสำคัญๆก็ได้นะจ๊ะ

จริงๆแล้ว การมีมันหวานอยู่มันก็สำคัญทุกวันประโยคนั้นทำให้ใครบางคนหน้าแดงแจ๋ แต่ถ้ามันหวานอยากได้แบบนั้นก็ได้ครับ พี่ตามใจมันหวานอยู่แล้ว” 

ปลายเมฆน่ะไม่ได้เกรงใจแฟนเด็กหรอกนะแต่อีกนิดก็ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้แล้ว

น่ารักจังเลย” คนตัวเล็กเอ่ยชมพลางบีบปลายจมูกโด่งของแฟนตัวโตเบา

น่ารักแล้วรักไหม

ยังจะถามอีกเนอะคนเรา ปลายเมฆหัวเราะเมื่อน้องเอ่ยตอบออกมาเช่นนั้น คนแก่กว่ายกแก้วน้ำชาจิบก่อนจะหยิบมาการองสีชมพูส่งให้คนข้างกาย

แล้วสรุปว่ารักไหม” 

มันหวานบอกบ่อยๆพี่หมอเบื่อก่อนพอดี” 

งั้นลองบอกรักพี่ภาษาอีสานดูบ้างสิ

หื้ม? ภาษาอีสานหรอจ๊ะ

ครับ” ปลายเมฆพยักหน้าพลางเท้าข้อศอกไว้ที่หัวเข่า มองมือเล็กกว่ามือของเขาปัดเปาะแปะเมื่อกินมาการองหมดชิ้น

ที่จริงปลายเมฆไม่เบื่อหรอกนะหากต้องฟังคำว่ารักจากปากมันหวานซ้ำๆทุกวี่ทุกวัน แต่เขาก็อยากจะรู้ว่าถ้ามันหวานบอกรักเขาภาษาอื่นมันจะใจเต้นเหมือนภาษากลางที่เขาใช้บอกรักทุกวันไหม

มันหวานจะบอกครั้งเดียวตั้งใจฟังนะจ๊ะ

ครับ

ข้อยมักอ้ายเด้อ!” พูดจบก็มุดหน้าเขาใส่อกคนพี่ แก้มย้อยๆปลูกมะเขือเทศผลเบ้อเร่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่พอบอกรักภาษาบ้านเกิดของตัวเองกลับเขินมากกว่าภาษากลาง ก็มันหวานน่ะไม่เคยพูดภาษาอีสานให้หมอปลายได้ยินเลยสักครั้ง พ่อก็เหมือนกันเวลาเขาสามคนอยู่ด้วยกันก็ใช้ภาษากลางเพื่อไม่ให้หมอปลายเมฆรู้สึกอึดอัดที่ฟังไม่ออก

ข่อย...ข้อย อะไรนะครับ?” ปลายเมฆลูบผมคนขี้เขิน ก่อนจะค่อยๆประคองหน้าเด็กน้อยให้ออกจากการมุดอกเพราะเขาฟังไม่ค่อยชัดหูนัก

ข้อย-มัก-อ้าย-เด้อ” มันหวานพูดย้ำช้าๆ แม้สายตาจะแทบไม่โฟกัสคนตรงหน้าก็ตาม ก็เขินจนสายตาหลุกหลิกไปหมดแล้วเนี่ย

ข้อยมักอ้ายเด้อ?”

อื้อๆ” มันหวานพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะดึงมือหนาออกจากใบหน้าตัวเองพลางอธิบายต่อ “ข้อยก็คือฉันหรือผม มักแปลว่าชอบหรือรัก รักเชิงหนุ่มสาวอะไรแบบนี้จ่ะ แต่ถ้ารักพ่อรักแม่แบบครอบครัวจะใช้คำว่าฮัก ส่วนอ้ายก็แปลว่าพี่ เด้อแปลว่านะ

ขอฟังอีกทีๆ

โธ่ พี่หมออ่ะ!” มือเล็กตีเพี๊ยะเข้าที่ท่อนแขนขาว ก็รู้ว่าเขาเขินจะยังมาขออีกทีอยู่นั่น

นะครับ นะ

ข้อยมักอ้ายเด้อ!” พูดอย่างเร็วรี่ก่อนจะก้มหน้าเอามือปิดบังความร้อนจากพวงแก้มของตัวเอง มันหวานได้ยินหมอปลายหัวเราะเบาๆอยู่ข้างหูอย่างน่าหมันไส้ ชอบใจเข้าไปเถอะ!

แล้วถ้าจะบอกว่าพี่ก็รักน้องเหมือนกันนี่ต้องพูดยังไงครับ

ยัง ยังไม่จบ

อ้ายก็มักเจ้าเด้อ” แต่มันหวานก็ยอมเอ่ยบอกอย่างโดยดี ไม่ไหวหรอกน้ำเสียงอ้อนตั้งขนาดนั้น แพ้ใจสั่นไปหมด

อ้าย..อ้ายก็มักเจ้าเด้อ” ปลายเมฆเอ่ยพูดช้าๆ ก่อนจะเชยคางน้องให้หันมาสบตากันและเอ่ยบอกอีกครั้ง “อ้ายก็มักเจ้าเด้อ

ฮื่อเขินไปหมด

ฮ่าๆ” คุณหมอหัวเราะลั่นเมื่อน้องโผลกอดเข้าเต็มอ้อมแขนพลางฟึดฟัดใส่อกของเขาเหมือนลูกหมาตัวน้อย

อีหลีบ่

หื้ม?” ปลายเมฆร้องหื้มในลำคอเมื่ออยู่ดีๆเจ้าคนขี้เขินก็โผล่หน้าออกมาจากอกเขาแล้วเอ่ยถามกันด้วยภาษาบ้านเกิดของตัวเองทั้งที่หน้าแดงแจ๋

ที่อ้ายบอกว่ามักข้อยน่ะ อีหลีบ่

ปลายเมฆมองแก้มกลมที่ขึ้นสีหนักกว่าเก่า แววตาของเขาขบขันนึกเอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้า คำว่าอีหลีบ่เขาพอจะรู้ว่าความหมายคืออะไรเพราะเคยได้ยินพวกคุณพยาบาลเขาพูดกัน

อีหลีครับ

หมอปลายรู้อะไรไหม” มันหวานหน้าแดงลามถึงใบหูไปหมดจนต้องยกมือพัดใบหน้าของตัวเองทั้งๆที่ห้องดูดาวก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำตั้งขนาดนี้

อะไรครับ?

เหมือนเพื่อนเลย” มันหวานละมือจากการพัดใบหน้าของตัวเองก่อนจะกุมมือหนาทั้งสองข้างเอาไว้ มือหยาบกร้านที่ไม่เนียนนุ่มเลยสักนิดเพราะจับมีดผ่าตัดมาตลอด แต่กลับเป็นมือที่อบอุ่นเสมอยามที่สัมผัส

และมันหวานชอบอุณหภูมิมือของหมอปลายเมฆที่สุดแล้ว

เพื่อน?” คุณหมอเอ่ยทวนเมื่อคนตัวเล็กพูดออกมาเช่นนั้น

จ้ะ เหมือนเพื่อน หมอปลายเหมือนเป็นทุกอย่างให้มันหวานแล้ว

...

เป็นทั้งเพื่อนที่คอยเล่นตามมันหวาน เป็นพี่ชายที่คอยปกป้อง เป็นคนรักที่คอยดูแล ที่มันหวานต้องการ

...

หมอปลายเป็นทุกอย่างของมันหวานเลยนะ

คำพูดน่ารักๆที่ทำให้เจ้าของคำพูดมีน้ำตาเอ่อคลอรอบดวงโตกลมของตัวเอง ปลายเมฆละมือออกจากมือเล็กข้างหนึ่ง เขาลูบแก้มกลมใสนั้นเบาๆก่อนจะกดจูบลงไปอย่างนุ่มนวลโดยที่คนน้องก็หลับตารับสัมผัสแต่โดยดี         

พี่เป็นได้ทุกอย่างสำหรับมันหวาน” 

...”     

เป็นพ่อยังได้เลยนะรู้ไหม

พ่อหรอจ๊ะ?” ศีรษะเล็กเอียงไปข้างเมื่อคำพูดของแฟนตัวโตมีความน่างุนงง

ครับ เป็นพ่อ

พ่ออะไรจ๊ะ

พ่อทูนหัวใง

“…”

เรียกแด๊ดดี้สิคะ

มันหวานรู้อีกหนึ่งข้อ หมอปลายไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ชายปากหวาน แต่ยังเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์อีกตะหากล่ะ!

พี่หมอพอเลยนะ!” คนตัวเล็กฟึดฟัด หน้าแดงปลั่งจนเกือบจะเป็นลูกตำลึงสุก

ทำไมครับ ไม่ชอบคนแก่หรือไง” คุณหมอแกล้งถามพลางกระเซ้าเย้าแหย่เป่าปากพ่นลมใส่หูคนเด็กกว่าจนมันหวานต้องหดคอหนี

ไม่ใช่สักหน่อย

งั้นเรียกแด๊ดดี้ก่อนเร็ว” ปลายเมฆยังคงไม่เลิกแกล้ง เขาคว้าตัวแฟนเด็กมานั่งบนหน้าตักจนน้องร้องเหวอคว้าต้นคอของเขาเอาไว้แทบไม่ทัน

พี่หมอนี่มันประเจิดประเจ้อป่ะจ๊ะ!”

เขาไม่เข้ามาหรอกยังไม่หมดรอบที่พี่เหมา” คุณหมอเอ่ยเถียงพลางฟัดแก้มนุ่มด้วยปลายจมูกของตัวเอง

โอ๊ะขี้แกล้งแถมเอาแต่ใจ!”

เรียกก่อนเร็ว อยากจะรู้ความรู้สึกเวลาแฟนเรียกว่าแด๊ดดี้

แต่พี่หมอไม่ใช่ไงงงง

เดี๋ยวมันหวานโตกว่านี้พี่ก็ได้เป็นแล้วไง

หื้ม?”

ไม่หื้มหรอกครับ

คนแก่แสนเจ้าเล่ห์กัดไหล่น้องผ่านเสื้อยืดสีเหลืองเบาๆจนคนบนตักสะดุ้งไปหมด ปลายเมฆยิ้มขำก่อนจะลูบหลังน้องเป็นการปลอบโยนที่ทำลูกกระต่ายตื่นตูม

แด๊ด..

หื้ม? อะไรนะครับไม่ค่อยได้ยินเลย แก่แล้วหูไม่ค่อยดี” คนตัวโตแสร้งยื่นหูไปใกล้น้องก่อนจะกระชับเอวเล็กมั่นขึ้นเพื่อไม่ให้คนขี้เขินดิ้นจนตกจากตัก

แด๊ดดี้..

...

แด๊ดดี้จ๋า

สิ้นเสียงใสกับประโยคที่ชวนคิดดีไม่ได้ ริมฝีปากหวานก็ถูกปลายเมฆครอบครอง ความนุ่มและหวานดุจเยลลี่ถูกริมฝีปากของคนแก่กว่าลิ้มลองคำแล้วคำเล่าจนเกิดเสียงก้องอยู่ในหู ความหวานจากปลายลิ้นติดรสชาติของชานั้นถูกกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากจนคนเด็กกว่าหายใจแทบไม่ทัน

มันหวานกำมือทุบลงที่ไหล่คนพี่เบาๆเพื่อขออากาศหายใจก่อนที่ลมหายใจจะถูกพรากไปจนหมด ใบหน้าเล็กแดงซ่านยิ่งกว่าสีของเก้าอี้ที่นั่ง คนตัวเล็กหอบลมหายใจพลางปล่อยให้ปลายนิ้วกร้านนั้นเช็ดน้ำสีใสออกจากริมฝีปากให้กัน

มันหวานซบหน้าลงที่ลาดไหล่กว้าง ร้องงิ๊งๆเหมือนลูกหมาที่โดนเจ้าของแกล้ง โดนที่เจ้าของก็แสนจะเอ็นดูตามจูบเรือนผมคำแล้วคำเล่า

แด๊ดดี้ชื่นใจจังเลยค่ะ

            สิ้นเสียงทุ้มนั้นปลายเมฆก็โดนตีเข้าอกด้วยกำปั้นน้อยๆไปอีกหนึ่งทีถ้วน คนตัวสูงหัวเราะข้างใบหูอีกคนพลางลูบหลังเรียกขวัญคนขี้เขิน

มันหวานละมือข้างหนึ่งมาทาบไว้ที่แผ่นอกด้านซ้ายของตัวเอง และพบว่ามันพากันโหมกระหน่ำ  ผีเสื้อพากันบินว่อนไปหมด จนมันหวานไม่รู้เลยว่าตอนนี้ในหัวใจของเขามีผีเสื้อกำลังบินอยู่นับกี่ร้อยกี่พันตัว รู้แค่ว่าผีเสื้อนั้นเริ่มตัวใหญ่ขึ้นทุกวันๆ

สำหรับมันหวานกับหมอปลายเมฆเขาทั้งคู่ห่างกันเป็นสิบปี บางคนอาจจะคิดว่าเป็นช่วงอายุที่ไม่สมควรจะเป็นคนรักกัน มันหวานอาจจะต้องเจอผู้คนอีกมากมาย หมอปลายเมฆอาจจะทนไม่ได้กับความเป็นเด็กที่เขามีในตัว แต่นั่นมันหวานไม่ได้เก็บมาใส่ใจเพราะสำหรับมันหวานแล้วต่อให้หมอปลายเมฆจะแก่แค่ไหนจะอายุห่างกับเขามากเพียงใด หมอปลายเมฆก็จะเป็นคนที่เขารักอย่างที่กำลังรัก

มันหวานจำได้ว่าหมอแทนไทเคยบอกเอาไว้ว่าหมอปลายเมฆเคยคบกับคนก่อนมากสุดถึงขั้นสิบปี มันหวานก็นิ่งนอนใจได้แล้วว่าอย่างน้อยที่สุดเขาทั้งคู่จะรักกันไปสิบปี แค่นั้นก็ทำให้อายุของหมอปลายเข้าเลขสี่ คงเป็นช่วงอายุที่ไม่อยากเริ่มใหม่กับใครแล้ว เพราะงั้นความรักของเขาทั้งสองจะลอยตัวแน่นอนมันหวานมั่นใจ คนที่ควรจะเป็นฝ่ายกลัวการหมดรักก่อนอาจจะต้องเป็นหมอปลายเมฆด้วยซ้ำไป

แต่ที่จริงแล้วมันหวานไม่ได้รักหมอปลายเมฆที่อายุ แต่มันหวานรักตัวตนของผู้ชายคนนี้ทั้งดีและไม่ดี มันหวานจะรักหมอปลายเมฆทุกๆวัน ทุกๆวันพรุ่งนี้ ต่อให้ผีเสื้อจะล้นหัวใจจนต้องออกมาโบยบินข้างนอกมันหวานก็จะยังรัก

เพราะสำหรับมันหวานแล้วต่อให้หมอปลายเมฆไม่ใช่คนที่ดีพอหรือพอดีสำหรับใคร แต่กับมันหวาน หมอปลายเมฆเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ขนาดพอดีที่มันหวานเฝ้าตามหามาใส่ในช่องหัวใจจนเกิดเป็นหัวใจที่เต็มดวงและเต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มันหวานได้เริ่มต้นใหม่กับหมอปลายเมฆแล้ว และมันหวานก็ไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใครอีก

เพราะคนที่ได้รักในตอนนี้ก็แสนดีมากพอจนไม่ต้องตามหาจิ๊กซอว์ตัวอื่น มันหวานรู้ดี ว่าจิ๊กซอว์ชิ้นที่พอดีกับหัวใจของเรานั้นมันมีเพียงชิ้นเดียว

และตอนนี้มันอยู่ในหัวใจของมันหวานได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยมีจิ๊กซอว์ชิ้นไหนเคยทำได้ 

                มันหวานอาจจะเป็นแค่เด็กอายุสิบเก้า แต่กับรักครั้งแรกที่เขากำลังมี เขาก็คาดหวังให้เป็นรักอีกนานแสนนาน

                นานเท่าที่ตราบใด..โลกยังมีวันพรุ่งนี้

 

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1054 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 17:46
    อ๊ากกก ตายแล้วค่ะ ตายแล้ววววว ตายยยย เขินมาก แหมมม5555555
    #1,054
    0
  2. #1017 Nantha_one (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 07:37
    ความคิดของเด็กอายุ 19 นะน่ะ โคตรดีเลย
    #1,017
    0
  3. #985 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 08:25
    พี่หมอนี่สายเปย์จริงๆค่ะ แด๊ดดี้ขา
    #985
    0
  4. #927 godxmeii (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    ตายไปเรยค่ะ แบบตายไปเล้ยยยยย
    #927
    0
  5. #872 areenachesani (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 11:33
    แงงงง เขินมากกก
    #872
    0
  6. #854 Jibangrin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 01:41
    งึยยยย น้องน่ารักมากกกกก
    #854
    0
  7. #798 Neno.jann (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 11:21

    รอเล่มนะคะะะะ สนุกมากกกก

    #798
    0
  8. #765 PINKLAND (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 08:35
    แด๊ดดี้!!
    #765
    0
  9. #746 blugarxx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:48
    อีตาพี่ ㅠㅠㅠㅠㅠ ฮือบ้าบอคอแตกมาก ขยันหยอดน้อง ตั้งแต่รู้ใจตัวเองนี่ยังกะคนละคน
    #746
    0
  10. #685 15magnitude (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:41

    คุณหมอขี้อ้อน
    #685
    0
  11. #626 Sebaek9404 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 10:08

    น่ารักมากๆโคตรเขินโคตรดีอ่ะชอบมากๆเลยค่ะ

    #626
    0
  12. #580 JongjitSriyan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 10:46
    น่ารักมากๆ เขินไปหมด
    ปล. ที่บ้านก็เป็นอีสาน ที่พ่อแม่ไม่พูดอีสานกับเราเลย 5555
    #580
    0
  13. #579 ปอออออ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 00:27
    ทุลักทุเลรึเปล่าคะ
    #579
    1
    • #579-1 SeMisoo(จากตอนที่ 29)
      28 ธันวาคม 2561 / 00:29

      แหะ จริงด้วย ขอบคุณที่แจ้งนะคะ
      #579-1
  14. #578 winterwinddd (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:09
    โอ้ยยยยย มดขึ้นยุบยิบไปหมด หมอปลาย จัดชุดใหญ่เลยนะ เขินมากๆค่า
    #578
    0
  15. #577 10.58a.m (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:33
    น่ารักจังเลยยย
    #577
    0
  16. #576 Martin Bamnis (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 02:29
    โอ๊ยมีความสุข

    มันทั้งฟินและซึ้ง

    น้ำตาเราจะไหลแล้ว

    ฮือออออ
    #576
    0
  17. #575 ♡9404♡ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 00:39
    แด๊ดดดดดดดดดดดี้!!!!!!!!!! ใครเคยพิมด่าพี่หมอออ ตีมือตัวเองเด้ยวนี้!!!5555555 แง ตอนหน้าจบแล้ววว ร้องงง ขอตอนพิเศษใส่ไข่เพิ่มด้วยจ้ะ
    #575
    0
  18. #574 Miki_milky (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 23:45
    หวานไปอีก พี่หมอปลายโคตรโรแมนติกเลย มันหวานเขินแล้วเขินอีก
    #574
    0
  19. #573 paarat (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:11
    มีความสุข หวานสุดๆ
    #573
    0