[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 28 : เหนือปลายเมฆ ☆ XXVII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 400 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XXVII

ทุกในคำว่าพรุ่งนี้ผมจะใช้มันเพื่อรักเพียงแต่คุณ

 

ปลายเมฆเข้าเรียนก่อนอายุกำหนดสองปี เขาเรียนจบแพทย์ก่อนคนอายุไล่เลี่ยกันด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองและเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยแพทย์พ่วงตำแหน่งลูกชายคนเดียวของผู้อำนวยการหรือเรียกให้ยิ่งใหญ่หน่อยก็คือลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล

ปลายเมฆทำงานเหมือนกับหมอคนหนึ่งโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆจากคนเป็นพ่อ เขาต้องเข้าเวรและทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือสิทธิพิเศษใดๆแม้ว่าในอนาคตเขาต้องวางมือจากการผ่าตัดมาอยู่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกับบิดาก็ตาม

หลายปีมานี้ปลายเมฆรักษาชีวิตของคนไข้เป็นจำนวนไม่น้อยและเขาได้รับคำขอบคุณมาไม่น้อยเช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำผิดพลาด ความผิดพลาดที่ว่านั่นคือการที่รักษาชีวิตของคนไข้เอาไว้ไม่ได้

ดั่งเช่นตอนนี้

แกฆ่าลูกฉัน!”

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือหนักๆอันมาพร้อมกับเสียงที่กระทบซีกแก้มซ้าย ใบหน้าคุณหมอร่างสูงหันไปตามแรงตบจากหญิงสูงอายุตรงหน้าที่น้ำตากำลังไหลเอ่อร้นดวงตาทั้งคู่ ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างน่าสงสารกับการเสียลูกชายไป และเธอกำลังประกาศกร้าวว่าคนที่ฆ่าลูกของเธอคือปลายเมฆ หมอเจ้าของไข้ที่เพิ่งได้ทำการผ่าตัดลูกชายของเธอเมื่อครู่และออกมาบอกว่ายื้อชีวิตลูกชายของเธอเอาไว้ไม่ได้

มันไม่ใช่ความผิดของคุณหมอเลยนะคะก่อนหน้าที่จะออกมาเผชิญหน้ากับญาติคนไข้ พยาบาลและผู้ช่วยภายในห้องผ่าตัดบอกกับเขาเช่นนั้น แต่คนที่สูญเสียไม่มีทางเข้าใจ แม้ว่าแท้จริงแล้วคนไข้คนนั้นจะมาถึงมือหมอช้าเกินไปแล้วก็ตาม ต่อให้ไม่ใช่ปลายเมฆ ต่อให้เป็นอาจารย์หมอคนอื่นๆก็ไม่สามารถยื้อชีวิตคนไข้คนนั้นเอาไว้ได้

แต่คนที่สูญเสียกลับไม่รับฟัง ไม่พร้อมข้าใจ ไม่รับคำอธิบาย และเอาแต่โยนความผิดให้คนเป็นหมอ เพียงแค่คำว่าแพทย์ที่แปะประทับไว้ประจำกาย

และปลายเมฆกำลังรับมันเอาไว้

ผมขอโทษครับ” เขาบอกแม้ว่าซีกแก้มยังคงร้อนผ่าวจากแรงตบ ปลายเมฆโค้งสุดตัว ฟังเสียงด่าทอมากมายนั่นพร้องไปกับเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจ

แม่คะ.. ฮื่อ พอเถอะ” เสียงหญิงสาวอีกคนแทรกเข้ามา เธอบอกให้แม่ของเธอใจเย็นลงก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาที่โดนแม่ของเธอตบหลังจากนั้นก็พามารดาของเธอออกไปจากเขตห้องฉุกเฉิน

ปลายเมฆยังคงโค้งให้อยู่อย่างนั้นแม้ว่าร่างของหญิงสาวสองคนจะห่างออกไปแล้วแต่เสียงด่าทอของเธอยังคงอยู่ สักพักก่อนที่ปลายเมฆจะหยัดยืนเหมือนปกติ เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียดพลางเสยผมที่ชื้นเหงื่อของตัวเองขึ้นลวกๆ

ไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้ของตัวเองเสียชีวิต ปลายเมฆเองก็เช่นกัน แต่สุดท้ายร่างกายที่ฝืนความสาหัสก่อนหน้านี้ไม่ไหวก็คือคำตอบของการจะต้องลาจากไป และก็เป็นอีกครั้งที่การจากไปของคนไข้สร้างความรู้สึกผิดให้ก่อขึ้นในใจของคนเป็นหมอ

พี่หมอ

“!!” ปลายเมฆสะดุ้งเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นกลบความเงียบหน้าห้องฉุกเฉิน คุณหมอค่อยๆผินใบหน้าไปทางต้นตอของเสียงดั่งคนไม่เชื่อในการได้ยินของตัวเอง และตรงนั้นห่างจากที่เขายืนอยู่ประมาณห้าก้าวกำลังมีเด็กผู้ชายร่างเล็กคนหนึ่งกับกระเป๋าเดินทางใบโตและถุงกระดาษอีกใบกำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่

พี่หมอจ๋า

มันหวาน..” น้ำเสียงทุ้มเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปาก ก่อนที่คนตัวสูงจะขยับฝีเท้าไปหาใครอีกคน

ปลายเมฆไม่แน่ใจว่าเขากำลังฝันหรือมึนแรงตบของผู้หญิงคนนั้นหรือแปล่า แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เพราะอาการป่วยไข้เป็นแน่ เพราะปลายเมฆหายสนิทไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานเขาถึงกลับมาทำงานได้ปกติดั่งเช่นวันนี้

เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา.. ปลายเมฆจำได้ คำว่าอรุณสวัสดิ์จากมันหวาน เขานึกว่าเขาหูฝาดแต่รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นยังคงตราตึงอยู่ในม่านตา ปลายเมฆจำได้ว่ามันหวานบอกให้เขากลับกรุงเทพฯไปก่อนและบอกว่าให้รออะไรสักอย่างซึ่งตอนนั้นเขายังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะมึนทั้งพิษไข้และเบลอทั้งรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะกลับมากรุงเทพฯก่อนตามคำบอกกล่าวของอีกคน พักผ่อนให้หายสนิทและกลับมาทำงานในวันพุธซึ่งก็คือวันนี้

และเขาไม่ได้คาดคิดว่ามันหวานจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้ทั้งที่เพิ่งห่างกันมาเพียงแค่สามวัน

มาหามันหวานเร็วจ้ะคนเก่ง” คนตัวเล็กเอ่ยบอกอีกครั้งทั้งรอยยิ้มที่ยังคงไม่จืดจางไปจากริมฝีปาก ปลายเมฆเดินเข้าไปหาเหมือนคนโดนมนต์สะกดแห่งความคิดถึง ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะถูกสวมกอดจากคนที่เด็กกว่า มือเล็กกดศีรษะของเขาให้ซุกลงกับไหล่แคบของเจ้าตัวพร้อมกับฝ่ามืออีกข้างที่ตบหลังกันเบาๆคล้ายเชิงปลอบประโลม

มันหวาน..” ปลายเมฆยังคงสับสนและมึนงง เขาไม่แน่ใจว่าการที่ได้ถูกอีกคนสวมกอดอยู่แบบนี้มันคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในเวลาหนึ่งทุ่มเศษนี้หรือเปล่า

เจ็บไหม” มันหวานผละอีกฝ่ายออกจากอ้อมกอดพลางไล่ปลายนิ้วลงที่แก้มขึ้นสีของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนที่คนตัวโตจะส่ายหน้าตอบรับกลับมา แต่มันหวานรู้ว่าหมอปลายเมฆเจ็บและกำลังไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ไม่เป็นไรนะจ๊ะ

...

พี่หมอทำดีแล้ว ไม่ใช่ความผิดของพี่หมอนะ

...

มันหวานอยู่ตรงนี้ หวานอยู่ตรงนี้แล้วพี่ปลายเมฆ

น้ำเสียงปลอบใจในถ้อยคำแสนดีนั่นบ่งบอกว่ามันหวานได้เห็นและได้ยินมันทั้งหมดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ร่างสูงกระชับวงแขนโอบกอดคนเด็กกว่าอีกครั้งเมื่อคำพูดปลอบประโลมเหล่านั้นทำให้หัวใจของเขาชื่นฉ่ำขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด

บางทีนี่อาจจะไม่ใช่ความฝัน มันคงเป็นเรื่องจริงเพราะไออุ่นจากคนตัวเล็กกว่าบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าปลายเมฆกำลังอยู่ในความเป็นจริง กับเรื่องจริงที่กำลังเดินไปพร้อมกับเข็มนาฬิกา

เหมือนดั่งกับว่าการรอคอยของเขากำลังสิ้นสุดลง

มันหวานกลับมาหาพี่แล้วหรอครับ” ปลายเมฆเอ่ยเสียงแผ่ว พลางเฝ้าพิจารณาใบหน้าหวานที่ยังคงไม่จางหายซึ่งรอยยิ้มตั้งแต่ที่เจอหน้ากัน

เหมือนรอยยิ้มที่เคยหายไปนานหลายเดือนกำลังถูกทดแทนด้วยรอยยิ้มที่มากกว่าในครั้งนี้ และเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาปลายเมฆก็ไม่ได้เมาพิษไข้ไปเอง ..มันหวานยิ้มให้เขา

รอยยิ้มที่เป็นของเขาจริงๆ

ดวงอาทิตย์ที่เป็นของเขา ณ ปัจจุบันตอนนี้

 “จ้ะ กลับมาแล้ว

รอยยิ้มนั้นยังคงสดใส ปลายเมฆเหมือนเห็นพระอาทิตย์ยามเช้ากำลังขึ้นทั้งที่ในความเป็นจริงตอนนี้กำลังจะสองทุ่มแล้วก็ตาม นิ้วเรียวยาวสัมผัสแตะลงที่มุมปากของคนตรงหน้าก่อนจะเกลี่ยมันเบาๆ ปลายเมฆยิ้มออกมาเมื่อเขากำลังสัมผัสรอยยิ้มอ่อนหวานพวกนั้น

มันหวานกลับมาหาเขาแล้ว กลับมาหาเขาแล้วจริง

กลับมาทั้งร่างกายและหัวใจ

หิวไหมจ๊ะ ทานอะไรหรือยัง มันหวานซื้อข้าวมาให้ ไปทานข้าวกันนะ

กลับมาทั้งหมด ทั้งน้ำเสียง สายตา และการกระทำ

กลับมาแล้ว หัวใจของปลายเมฆ

หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันมาที่ห้องพักส่วนตัวของปลายเมฆ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกวางไว้ตรงมุมห้อง ส่วนถุงกระดาษกำลังถูกเปิดออกและนำอาหารที่คนตัวเล็กว่าออกมาเรียงรายไว้บนโต๊ะโดยมีปลายเมฆนั่งมองแบบแทบไม่ได้ละสายตา

เขานึกย้อนไปถึงเมื่อหลายเดือนก่อน ที่มันหวานจะหิ้วมื้อเย็นมาให้กันทันทีที่อีกคนเลิกเรียน การดูแลใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนั้นยังคงสร้างความประทับใจให้เขาได้เสมอ เฉกเช่นในครั้งนี้

เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ” คนที่เฝ้ามองดูมือเล็กเปิดกล่องข้าวเอ่ยถามก่อนที่คนตัวน้อยจะละสายตาจากกล่องข้าวแล้วเงยหน้าสบตากัน

ไม่จ่ะ มันหวานขึ้นเครื่องบินมาแหละ

ไหนลุงกำนันบอกว่ามันหวานกลัวเครื่องบินไง” ปลายเมฆจำได้ ลุงกำนันเคยบอกเขาเช่นนั้น

ก็มันหวานกลัวว่านั่งรถทัวร์มาแล้วจะถึงช้า

...

อยากเจอพี่หมอไวๆก็เลยนั่งเครื่องบินมา” แล้วแก้มกลมทั้งสองข้างก็ขึ้นสีแดงจนคนมองต้องยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู

แสนน่ารักตั้งขนาดไหนที่อุส่ายอมขึ้นเครื่องบินลำโตมาหาทั้งที่ตัวเองก็หวาดกลัวเพียงแค่เพราะอยากจะมาเจอกันเร็วๆ

มันหวานจะน่ารักเกินไปแล้ว

แล้ว..

เอาไว้ค่อยคุยกันนะจ๊ะ พี่หมอทานข้าวก่อนนะ

ประโยคที่อยากจะถามว่าอีกคนยอมยกโทษ ยอมให้อภัยกันแล้วหรือถึงมาหาเขาที่นี่ถูกกลืนเข้าไปในลำคอเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยดักและเลื่อนกล่องข้าวมาให้ตรงหน้า ปลายเมฆจึงยอมหยุดความค้างคาไว้เช่นนั้นและลงมือกินอาหารโปรดของเขาที่รู้ว่าไม่ได้มาจากฝีมือของคนเด็กกว่าอย่างแน่นอน

ทำไมเขาจะจำรสมือของมันหวานไม่ได้

ตอนแรกมันหวานว่าจะทำเองแต่ไม่รู้ว่าเขาให้เอาอาหารขึ้นเครื่องบินได้ไหม ก็เลยไม่ทำแล้วหาซื้อเอาดีกว่า

ปลายเมฆนั่งฟังเสียงใสว่าเจื้อยแจ้วก่อนที่เขาจะวางช้อนข้าวของตัวเองลงทั้งที่กินไปได้เพียงสองคำ พลางลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมไปหาฝั่งที่น้องนั่งอยู่

มันหวานชะงักเมื่ออยู่ดีๆปลายเมฆก็ทิ้งเข่าลงกับพื้นก่อนจะคว้าเอวบางเข้ามากอดไว้แล้วแนบใบหน้าไว้ที่หน้าขาของอีกฝ่าย

พี่หมอ...” คนตัวเล็กมองการกระทำของคนแก่กว่าด้วยดวงใจที่สั่นไหว มือบางลูบผมคนตัวโตที่กำลังเหมือนหมีขาวหงอยเหงาที่หน้าตักของตัวเองเบาๆ “เป็นอะไรจ๊ะ

เหมือนฝันเลย” ปลายเมฆพึมพำ

...

มันหวานที่อยู่กับพี่ตอนนี้ เหมือนฝันเลย

ไม่ใช่ฝันสักหน่อย ให้มันหวานหยิกดีไหมน้า เผื่อจะเชื่อ” มันหวานหัวเราะคิกคักเบาๆที่คุณหมอตัวโตกำลังทำตัวเหมือนเด็ก มีอย่างที่ไหน เขากอดซะแน่นตรงหน้าห้องฉุกเฉินแบบนั้นยังคิดว่าเขาคือความฝันอีก

ดูไม่ออกหรือไงว่าเขายอมใจอ่อน พังกำแพงบางๆในหัวใจของตัวเองทิ้งไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ในคำว่าอรุณสวัสดิ์ตั้งแต่วันนั้นไปแล้ว ไม่งั้นคงไม่หอบผ้าผ่อนมาหาถึงที่นี่หรอก

หมอปลายเมฆนี่น่าตีจริงๆเลย ซื่อบื้อไม่รู้เวลาล่ำเวลาลาเอามากๆ

หยิกเลยครับ” คุณหมอว่าพลางยกใบหน้าของตัวเองออกจากหน้าขาของคนเป็นน้องและแก้มของปลายเมฆก็กำลังยืดออกทั้งสองข้าง เพราะเมื่อสิ้นคำพูดคนตัวเล็กก็ยืดแก้มของเขาออกทันที

หยิกแล้ว เจ็บไหมจ๊ะ” ปากก็ว่ามือก็ยืดแก้มของคนตัวโตเล่นพร้อมยกยิ้มหวาน พอคนแก่กว่าพยักหน้าตอบรับจึงได้ละมือของตัวเองออกจากแก้มกร้านนั้นได้

ไม่ได้ฝันจริงๆด้วย” ปลายเมฆว่าพลางยกมือนวดแก้มตัวเองไปมา

มันคือเรื่องจริงพี่หมอ มันหวานกลับมาแล้ว

...

มันหวานให้อภัยทุกอย่าง” เสียงหวานใสนั้นเอ่ยบอกในทุกความสัจจริงที่กำลังเกิดขึ้น

มันหวานให้อภัยคนตรงหน้าในทุกเรื่องที่เคยได้เกิดขึ้น ให้อภัยต่อทุกอย่างทั้งคำพูดและการกระทำเหล่านั้นในวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่าเสียใจ

อาจจะคล้ายคนใจง่ายหรือใจอ่อนเร็วเกินไป แต่มันหวานก็แค่อยากแคร์เสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองแล้วทิ้งความเจ็บปวดพวกนั้นไว้ข้างหลังก็เท่านั้น

เพราะยิ่งเวลายืดยาวออกไปไม่ใช่เพียงแค่หมอปลายเมฆที่เจ็บปวดกับการรอคอย มันหวานก็เจ็บปวดกับการฝืนใจตัวเองเช่นกัน

มันหวาน...

พี่หมออยากเริ่มต้นใหม่กับมันหวานไหม” มือบางทั้งสองข้างประคองแก้มของคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเอาไว้ ดวงตากลมโตกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อเขาเอ่ยคำถามนั้นออกไป

คำถามที่เขาทั้งสองก็ต่างรอคอยซึ่งกันและกัน

มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินหน้าต่อแล้วทิ้งความสาหัสเหล่านั้นไว้ข้างหลัง ปล่อยให้มันเป็นเพียงซากปรักหักพังไว้เตือนใจแต่จะไม่มีทางย้อนกลับไปอีก

มันหวานแน่ใจว่าผู้ชายตรงหน้าของเขาเรียนรู้และทดสอบตัวเองมามากพอแล้วในระยะหนึ่งเดือนนี้ มันหวานเชื่อว่าหมอปลายเมฆจะไม่ทำให้เขาต้องเสียใจอีกหากว่าเขาหยิบยื่นโอกาสให้อีกครั้ง

อยากครับ.. พี่อยากเริ่มต้นใหม่กับมันหวาน” มือหนาทั้งสองข้างทาบทับลงที่หลังมือขาวของอีกฝ่าย ปลายเมฆขยับยิ้ม แววตาเป็นประกายดั่งหล่อเลี้ยงดวงดาวไว้ในนั้น

...

เรามาเริ่มใหม่ด้วยกันนะ พี่จะทำให้มันดี จะไม่ทำผิดพลาดให้มันหวานเสียใจอีก

อื้อ

พี่รักมันหวานนะ” จบประโยคบอกรักฝ่ามือนุ่มก็ถูกประทับด้วยรอยจูบที่แสนหนักแน่นก่อนจะผละออกมาเพื่อมองหน้าเจ้าของความรักของตัวเอง ปลายเมฆยิ้มกว้างเมื่อดวงตากลมโตของอีกฝ่ายหยีลงตามรอยยิ้มหวาน

เขารู้สึกหัวใจพองโตเหมือนกับว่ามันอัดแก๊สมากมายเข้าไปในนั้น เป็นแก๊สแห่งความรักที่พองโตยิ่งกว่าบอลลูนลูกใหญ่ และตอนนี้มันกำลังล่องลอยไปมาทั่วร่างกาย

ถ้าพี่หมอรักมันหวาน อย่างนั้นแล้วมันหวานขอไปอยู่ด้วยได้ไหมจ๊ะ” คนตัวเล็กยิ้มอ้อนก่อนจะเอ่ยต่อ “อยากกลับไปอยู่กับพี่หมอจะแย่แล้ว

ประโยคแสนน่ารักทำให้คุณหมอหลุดหัวเราะออกมา ปลายเมฆพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะเอ่ยตอบคำถามเพราะต่อให้อีกคนไม่เอ่ยขอเขาก็จะพามันหวานกลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมอยู่แล้ว

ได้สิครับ ไปอยู่ด้วยกันนะ กลับบ้านของเรากัน

เพราะปลายเมฆจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองกลับไปอยู่คนเดียวอีกต่อไป พื้นที่ข้างกายที่เคยขาดหายไปตอนนี้กำลังถูกเติมเต็มด้วยความรักและคนรักที่เฝ้ารอ

ตอนนี้ปลายเมฆกำลังได้กลับบ้าน บ้านที่จะมีคนยืนอยู่หลังประตูบานนั้นในทุกๆวันที่เขาจะกลับไป

สามทุ่มครึ่งปลายเมฆได้ออกจากโรงพยาบาล ขอบคุณที่วันนี้เขาเข้าเวรเร็วจึงได้กลับบ้านแต่หัวค่ำ คุณหมอเดินเคียงข้างกายเจ้าของดวงใจตรงไปยังที่จอดรถก่อนจะเปิดประตูข้างคนขับให้หนูน้อยเข้าไปนั่งส่วนตัวเองก็เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปวางไว้ตรงเบาะหลังและรีบอ้อมไปยังฝั่งคนขับ

เป็นอีกครั้งในไม่กี่ครั้งที่มันหวานได้นั่งรถของหมอปลายเมฆ คนตัวเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในขณะที่คนตัวโตเอี้ยวตัวมารัดเข็มขัดนิรภัยให้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆจากเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ใจมันหวานเต้นตึกตักเหมือนกับตัวละครในการ์ตูนตาหวานอย่างไรอย่างนั้น

ภายในตัวรถเงียบสงบก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นเพิ่มอีกหนึ่งระดับเมื่อคนขับรถรูปหล่อกำลังคว้ามือเล็กของตุ๊กตาหน้ารถไปกอบกุมเอาไว้ ผลัดกับกดจูบที่หลังมือยามที่รถติดไฟแดงจนคนที่นั่งทำหน้าตาน่ารักอยู่ถึงกลับปลูกมะเขือเทศผลโตไว้ที่ก้อนแก้ม

พี่หมอจะฆ่ามันหวานหรอจ๊ะ” เสียงหวานนั้นสั่นบางเบาตามความสั่นระริกของก้อนเนื้อทางอกด้านซ้าย มันหวานได้ยินหมอปลายเมฆหัวเราะหึๆในลำคอแต่ก็มิวายแกล้งกันโดยการกดปลายจมูกของตัวเองลงไปที่หลังมือของเขาแล้วสูดลมหายใจเข้าดังฟอด

ก็ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงคอนโดมันหวานจะอดทนไม่ให้ตัวเองละลายคาเบาะรถไปได้อีกนานแค่ไหน

พอยอมเข้าให้หน่อยก็แต๊ะอั๊งกันเกินจำเป็นไปหมดเลยผู้ชายคนนี้ แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก มันหวานก็ยอมเองทั้งนั้น

รถสีดำสนิทของคุณหมอหนุ่มจอดเข้าลาดจอดรถในสี่สิบห้านาทีต่อมาก่อนที่คนทั้งคู่จะลงมาจากรถและเดินเข้าตึกคอนโดที่มันหวานคุ้นตาเป็นอย่างดี แต่ชั้นลิฟต์ที่หมอปลายเมฆกดกลับทำให้มันหวานขมวดคิ้วงงจนต้องเอ่ยถามออกไป

พี่หมอจ๊ะ ทำไมกดชั้นยี่สิบสองล่ะจ๊ะ” ถึงจะไม่ได้กลับมานานแต่มันหวานก็จำได้ดีว่าไม่ใช่ชั้นนี้

แต่คนแก่กว่ากลับไม่ได้เอ่ยตอบในทันที เอาแต่ยิ้มและกุมมือเขาไว้ก่อนจะเดินนำออกจากลิฟต์เมื่อถึงที่หมาย โดยกระเป๋าเดินทางของมันหวานก็ยังคงถูกคุณหมอดูแลให้

หน้าห้องติดป้ายว่า2209เป็นการบอกระดับชั้นและเลขที่ห้อง มันหวานมองร่างสูงข้างกายที่ละมือจากการถือกระเป๋าของเขาก่อนจะควานหาคีย์การ์ดมาสะแกนเปิดห้อง

เสียงสัญญาณดังขึ้นก่อนที่ประตูตรงหน้าจะถูกเปิดออกและมันหวานที่เดินตามเข้าไปอย่างงงๆ ไฟถูกเปิดสว่างไปทั่วห้อง ภายในห้องที่ดูแปลกตาไปไม่เหมือนกับห้องเก่าที่เคยอาศัยอยู่ ห้องเดิมนั้นจะประกอบด้วยสีดำ เทา และขาวซะส่วนใหญ่ แต่ห้องนี้เน้นไปทางสีครีมและสีเฉดอ่อนแบบที่มันหวานชอบ

ชอบห้องนี้ไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากปล่อยให้คนตัวเล็กกวาดสายตามองรอบห้อง

ชอบจ้ะ นี่ห้องพี่หมอหรอจ๊ะ

ไม่ครับ นี่ห้องของเรา

คำตอบนั้นทำให้มันหวานต้องเงยหน้ามองคนตัวโตกว่าฉับพลัน ก่อนจะได้รับรอยยิ้มอบอุ่นนั้นกลับมาพร้อมกับฝ่ามือหนาที่ลูบผมเขาบางเบา

พี่ขายห้องนั้นไปแล้วซื้อห้องนี้” ปลายเมฆอธิบาย

ทำไมล่ะจ๊ะ

ห้องนั้นมันมีความทรงจำที่ไม่ดีนัก และพี่กลัวว่าถ้าวันหนึ่งมันหวานกลับมามันจะทำให้เรานึกถึงเรื่องในวันนั้น พี่ก็เลยตัดสินใจซื้อห้องใหม่

...

ให้เป็นห้องของเราสองคนจริงๆ

ความสัจจริงถูกเอ่ยออกไป ปลายเมฆตัดสินใจซื้อห้องใหม่ให้ห่างจากห้องเก่าอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด เพราะเขายังแอบมีหวังว่าสักวันมันหวานจะกลับมาหากัน และเขาไม่ต้องการให้มันหวานกลับไปอยู่ที่ห้องเดิม ห้องที่เคยเกิดเรื่องและความทรงจำที่ไม่ดี ปลายเมฆอยากเริ่มต้นใหม่ในห้องที่จะมีเพียงเขาและมันหวานเพียงเท่านั้น

ห้องนี้ที่เขาตั้งใจจะสร้างทุกความทรงจำกับมันหวาน

หมอปลาย.. ขอบคุณนะจ๊ะที่แคร์มันหวานขนาดนี้” คนตัวเล็กสวมกอดคนตรงหน้าแน่น แนบใบหน้าไว้ที่แผงอกแกร่ง ซึมซับความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ด้วยความแสนดี

ใครจะคิดว่าหมอปลายเมฆจะยอมทำให้เขาตั้งขนาดนี้ทั้งที่ห้องนั้นก็มีความทรงจำของตัวเองมากมายเช่นกัน

แต่มันก็น่าดีใจไม่น้อยที่อีกคนยอมทิ้งเรื่องราวเก่าๆแล้วตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันเช่นนี้

ต่อไปนี้พี่จะทำเพื่อมันหวานให้มากๆ เหมือนที่มันหวานเคยทำให้พี่นะ

ก่อนหน้าที่จะรู้ใจตัวเองเขาปล่อยให้มันหวานพยายามอย่างมากมายอยู่ฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้มันเป็นคราวของเขาบ้างแล้วที่จะดูแลอีกฝ่าย เฝ้าถนอม และมอบทุกสิ่งที่อีกคนต้องการ

เปลี่ยนเป็นเราจะทำเพื่อกันและกันดีไหมจ๊ะ” ใบหน้าหวานเงยมองคนเป็นพี่ วางคางเกยไว้ที่แผ่นอกพลางยิ้มหวานจนคนมองใจสั่นไปหมด ปลายเมฆพยักหน้ารับตามคำขอของน้องก่อนจะกดจูบลงที่หน้าผากใสอย่างใคร่รัก

ดั่งการประทับตราสัญญาว่านับจากนี้ไปเขาทั้งสองจะทำเพื่อกันและกัน จะไม่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่งพยายามอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว

แล้วห้องนอนของมันหวานอยู่ตรงไหนจ๊ะ” มันหวานละอ้อมกอดออกจากอีกฝ่าย ถามกลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อถูกประทับรอยจูบที่หน้าผาก

มันหวานไม่ชินหรอกนะที่ถูกสัมผัสตั้งขนาดนี้ เพราะว่าห่างหายไปเสียนานก็คงต้องขอเวลาตั้งหลักกันสักพัก

ที่นี่มีสองห้อง อีกห้องพี่ทำเป็นห้องทำงานไปแล้วครับ

แล้ว?”

มีห้องนอนห้องเดียว มันหวานนอนกับพี่ได้ไหม

...

กว้างนะ” พอเห็นคนเป็นน้องยังคงเงียบคุณหมอก็เลยว่าต่อ “ไม่อยากนอนกับพี่หรอครับ” พร้อมกับน้ำเสียงออดอ้อนเต็มกำลัง

แหม มันหวานเลือกได้หรอจ๊ะ” คนตัวเล็กตอบพลางยู่ปากให้กับความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

นี่ไม่ต่างจากการมัดมือชกเลยสักนิด

ปลายเมฆร้องเยส!ในใจแม้ว่าคนตัวเล็กจะแอบเบะปากคล้ายหมันไส้กันก็ตามที คุณหมอจึงเดินนำเข้าไปในห้องนอนพลางลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องด้วย และเมื่อห้องนอนถูกเปิดไฟจนสว่างจ้ามันหวานถึงกลับชะงักกึกแทบไม่ทัน

ตรงนั้น.. ตรงพนังหัวเตียงด้านบนมีกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยดาวกระดาษที่มันหวานมั่นใจว่ามันเป็นดาวกระดาษของเขาที่เคยมอบให้กับอีกคนเมื่อตอนจากกันครั้งแรก เยื้องไปตรงมุมห้องขวาติดกับตู้เสื้อผ้าหลังโตมีชั้นวางหนังสือขนาดกลางและมันหวานเห็นว่ามันถูกเติมเต็มไปด้วยนิยาย ไม่ใช่เพียงนิยายที่อีกคนเคยซื้อให้ แต่มันเต็มไปด้วยนิยายหลายสิบเล่มเรียงรายอยู่บนชั้นสีขาวนั้น

ฝาพนังอีกด้านมีกรอบไม้ขนาดใหญ่ตีฝังเอาไว้ บนแผ่นไม้นั้นเต็มไปด้วยรูปท้องฟ้า ทุ่งนา บ้านของเขา สถานที่ที่คุ้นตาหลายสิบรูปถูกแปะไว้อยู่ และที่มากไปกว่านั้นคือรูปของมันหวานที่คล้ายจะเป็นรูปที่ถูกแอบถ่าย ทั้งที่อยู่ในชุดนักศึกษาและชุดลำลองธรรมดา มากไปกว่านั้นอีกก็คือรูปเมื่อไม่นานมานี้เป็นรูปตอนที่มันหวานพาหมอปลายเมฆไปงานวัด รูปที่เขากำลังกินสายไหมสีชมพูอยู่ รูปที่เขากอดตุ๊กตาหมูชมพูเอาไว้แนบอกแบบที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าโดนแอบถ่าย

ดูเหมือนว่าเขาจะถูกแอบบันทึกผ่านเลนส์กล้องของใครบางคนมาเนิ่นนาน

รูปนี้มัน..” มันหวานเดินเข้าไปใกล้รูปพวกนั้น พลางแตะนิ้วมือลงที่รูปถ่ายสองใบ มันเป็นรูปที่เขาอยู่ในร้านขนมร้านหนึ่ง มันหวานจำได้ดี เขาไปร้านนี้กับเตวิณ และมันหวานนึกออกแล้วว่ารถสีดำคันนั้นที่เคยสงสัยเป็นรถของหมอปลายเมฆจริงๆ

ขอโทษที่แอบถ่ายนะครับ แต่ตอนนั้นมันทำได้แค่นี้จริงๆ” ปลายเมฆสวมกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง เขาไล่มองภาพเหล่านั้นที่เป็นฝ่ายถ่ายเองและล้างรูปมาแปะเอาไว้เองทั้งหมด ยามที่คิดถึงจนทำอะไรไม่ได้เขาก็ได้แต่เฝ้ามองภาพพวกนี้แทนตัวจริงที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัส

มันหวานไม่เคยรู้เลย” ใช่..มันหวานไม่เคยรู้เลยว่าเขาได้ปล่อยให้ใครคนหนึ่งเป็นได้ตั้งมากมายขนาดนี้ ไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นความคิดถึงสำหรับใครบางคนได้มากมายตั้งเท่านี้

มันหวานคือความสุขของพี่นะครับรู้ไหม” คุณหมอเอ่ยบอกกระซิบข้างใบหู

ขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณมากจริงๆ” มันหวานพลิกตัวเข้ากอดอีกฝ่ายก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นผ้าบางอย่างที่วางไว้ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง “นั่นมันผ้าพันคอลูกเสือของมันหวานนี่

เมื่อได้คำตอบว่าผ้าพันคอลูกเสือของตัวเองหายไปไหน จึงละอ้อมกอดของคนตัวโตไปหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาดู และก็ใช่ไม่มีผิดเพี้ยน เป็นผ้าพันคอลูกเสือของมันหวานจริงๆด้วย

หมอปลายเมฆขโมยมานี่เอง

ทำไมมันมาอยู่กับพี่หมอได้จ๊ะ” เอียงคอถามเสียงใสพลางมองคนแก่กว่าเกาหลังท้ายทอยตัวเองแกรกๆ

พี่แอบเอามาเองครับ วันนั้นที่ไปเยี่ยมลุงกำนัน พี่เข้าไปในห้องมันหวานแล้วเจอมัน ก็เลยเอามา” โจรขโมยเอ่ยตอบอ้อมแอ้ม

ขโมยนี่หน่า” คนเป็นน้องเอ่ยล้อ ไม่ได้ถือสาอะไรที่ของของตัวเองถูกขโมยมาแบบนี้

ตอนนั้นอะไรที่เอามาแทนความคิดถึงได้พี่ก็เอาหมดแหละ” ปลายเมฆบอกไป และเขาก็รู้สึกเขินอายหน่อยๆที่ถูกจับได้แบบนี้ แต่จะให้ทำไงได้ ตอนนั้นเขาไม่สามารถเข้าใกล้มันหวานได้เหมือนตอนนี้ ก็เลยหาอะไรมาทดแทนความคิดถึงไปก่อน

แต่ตอนนี้มันหวานอยู่ตรงนี้แล้วนะ หมอปลายไม่ต้องหาอะไรมาแทนมันหวานอีกแล้ว

เพราะมันหวานจะไม่ไปไหนอีกแล้ว มันหวานจะอยู่ตรงนี้ ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ คนที่มันหวานรักไปทั้งหัวใจ

ไม่ต้องหาอะไรมาเป็นตัวแทนของกันอีกแล้ว เพราะการที่มันหวานมาอยู่ตรงนี้ต่อหน้าอีกฝ่าย ก็บ่งบอกได้แล้วว่ามันหวานตัดสินใจด้วยหัวใจทั้งดวงว่าจะอยู่ข้างกายผู้ชายคนนี้ไม่ไปไหน

ครับ พี่ก็จะไม่ยอมให้ไปไหนอีกแล้ว

สำหรับปลายเมฆการปล่อยมืออีกคนไปในครั้งนั้นมันก็จะเป็นครั้งแรก และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะไม่มีทางให้มันเกิดซ้ำได้อีก

เขาให้สัญญา

 

ช่วงเวลาห้าทุ่มกว่า ปลายเมฆนั่งยิ้มอยู่บนเตียงเหมือนกับคนบ้าโดยอ้อมแขนกอดตุ๊กตาหมูชมพูที่คนตัวเล็กเอามาด้วย เวลานี้ห้องที่เคยเงียบเมื่อเคยอยู่ตัวคนเดียว ตอนนี้มันได้เปลี่ยนไปกลายเป็นถูกเติมเต็มด้วยใครอีกคนจนกลายเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบ คุณหมอนั่งเอนแผ่นหลังพิงหัวเตียง ฟังเสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นกระเบื้องในห้องน้ำเมื่อคนเป็นน้องกำลังอาบน้ำอยู่

ตู้เสื้อผ้าของเขาอีกฝั่งหนึ่งก็ถูกเติมเต็มด้วยเสื้อผ้าที่มีไซส์เล็กกว่า โต๊ะเครื่องแป้งที่ว่างเปล่าก็ถูกเติมเต็มด้วยข้าวของของคนตัวเล็ก และหมอนอีกใบที่อยู่เคียงข้างหมอนของเขาก็กำลังจะถูกจับจองด้วยใครอีกคน

ยังไม่นอนอีกหรอจ๊ะ” เสียงหวานใสมาพร้อมกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนลายก้อนเมฆสีฟ้า มันหวานขยับตัวขึ้นมานั่งบนเตียงเมื่อคนตัวโตตบที่นอนเรียกปุๆ

พี่รอเราครับ อยากนอนพร้อมกัน” คุณหมอว่า

แล้วพรุ่งนี้พี่หมอเข้าเวรกี่โมง” เอ่ยถามพลางขยับตัวนอนดีๆก่อนจะถูกคนแก่กว่าคว้าเข้าไปไว้ในอ้อมกอดแทนตุ๊กตาหมูชมพูเมื่อครู่ หลังจากนั้นไฟทั้งห้องก็ถูกปิดลงเหลือไว้เพียงโคมไฟตรงหัวเตียง

ตอนนี้มันหวานเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองตีกลองอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้นอนกอดหมอปลายเมฆแบบนี้

อ้อมกอดยังคงอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

พรุ่งนี้เข้าสายครับ เก้าโมง

มันหวานก็เข้าเรียนแปดโมง

มันหวานเปิดเรียนพรุ่งนี้เป็นวันแรกแต่มันหวานได้ลงทะเบียนเรียนทางอินเทอร์เน็ตไปแล้วเมื่อวาน ที่จริงก็แอบคิดอยู่ว่าถ้าหากว่าเขาทั้งคู่ไม่ได้เข้าใจกันเร็วเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้มันหวานเองก็คงต้องไปเช่าหออยู่เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ

พี่ไปส่งที่มอได้ไหม

หื้ม? พี่หมอจะไปส่งหรอจ๊ะ” คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหู ก็หมอปลายไม่เคยไปส่งกันเลยสักครั้ง

ครับ ได้ไหม” เอ่ยถามย้ำเมื่อคนตัวเล็กยังคงไม่เลิกทำตาโตเหมือนกับว่าเขาพูดเรื่องอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากเกินไปอย่างนั้น

ก็แค่ไปส่งที่มหาลัยเอง ก็รู้แหละว่าไม่เคย แต่ตอนนี้ก็จะเริ่มทำให้มันเคยๆแล้วไง แม้ว่าอาจจะไม่ได้ไปส่งบ่อยๆก็ตามที แต่รับปากในใจเลยถ้ามีโอกาสเขาจะขับรถส่งมันหวานไปเรียนให้บ่อยขึ้น

ได้สิจ๊ะ ดีใจจัง” ว่าจบก็ซุกแก้มแดงๆของตัวเองเข้าไปไว้ในอ้อมอกของอีกฝ่าย ซึมซับสัมผัสอุ่นๆที่ข้างขมับก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ

ถ้างั้น ฝันดีนะครับ

จ้ะ ฝันดีนะจ๊ะคนดีของหนู

คำแทนของคนในอ้อมกอดทำให้ปลายเมฆยิ้มกว้างออกมาเหมือนคนบ้า ใจเต้นรัวเร็วไปหมดจนเกรงว่าคนที่ซุกแก้มอยู่ในอ้อมกอดจะได้ยินเสียก่อน

            แต่ไม่เป็นไรหรอก ได้ยินก็ได้ยินไปเพราะหัวใจดวงนี้ของเขาเต้นเพื่อมันหวานอยู่แล้ว

 

            ช่วงเช้าของวันใหม่ที่มาพร้อมกับนาฬิกาปลุกจากมือถือ ปลายเมฆควานมือหาเครื่องมือสื่อสารก่อนจะสไลด์ปิดมัน เปลือกตาที่หนักอึ้งเพราะความง่วงค่อยๆเปิดขึ้นมา ก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นจากผืนเตียงเมื่อเขารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่หายไป

ปลายเมฆหันมองข้างกายที่ว่างเปล่า เขาทาบมือลงกับผืนที่นอนฝั่งที่จำได้ว่ามันหวานนอนกอดเขาอยู่ทั้งคืนเ และพบว่าตอนนี้มันเย็นชืดแทนที่จะอุ่นจากการมีคนใช้งาน

คุณหมอถึงกลับตื่นเต็มตาเพราะกำลังคิดว่าเรื่องที่ผ่านมาเมื่อคืนคือความฝัน ปลายเมฆลนลานลงจากเตียงก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำและพบเจอกับความว่างเปล่า หัวใจเริ่มสั่นระรัวอย่างหวั่นเกรงเมื่อพาตัวเองไปยังห้องทำงาน ห้องครัวและห้องนั่งเล่นแต่ก็ไม่พบคนที่เมื่อคืนยังคงนอนกอดกัน

หรืออาจจะเป็นเพียงฝัน?... ไม่จริงหรอก ปลายเมฆบอกกับตัวเองเช่นนั้น

มันหวาน!” ร่างสูงตะโกนลั่นเรียกหาคนรักของตัวเองด้วยความหวั่นกลัว ปลายเมฆกลัว เขากำลังกลัวว่าจะถูกมันหวานทิ้งไปอีกครั้ง

แผลในใจของเขายังคงไม่หายดีและเพราะเขามักจะฝันร้ายเสมอยามที่นอนหลับสนิท พอเมื่อตื่นมาแล้วไม่พบอีกคน หัวใจของเขาจึงหวาดกลัวเหมือนคนบ้าแบบนี้

มันหวานอยู่ไหน!!”

พี่หมอ?”

“!!” เสียงตอบรับนั้นทำให้ปลายเมฆสะดุ้งสุดตัว เขารีบพาตัวเองไปยังต้นตอของเสียงก่อนจะพบว่าคนตัวเล็กยืนอยู่ที่ริมระเบียงและในมือกำลังถือฝักบัวรดน้ำอันเล็กไว้อยู่

เป็นอะไรจ๊ะ” มันหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นดวงตาของคนโตกว่าสั่นไหว มือเล็กวางที่รดน้ำลงไว้ริมระเบียงก่อนจะประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ด้วยสองมือ

มันหวาน..” ปลายเมฆยังคงพึมพำ ความหวาดกลัวของเขายังคงหลงเหลือ มันกัดกร่อนจนก่อนหน้านี้เขาแยกไม่ออกระหว่างความจริงหรือความฝัน

เขารู้เพียงอย่างเดียวคือกลัวการที่จะเสียคนตรงหน้าไปอีกครั้ง

เขาจะเสียมันหวานไปไม่ได้อีกแล้ว

มันหวานออกมารดน้ำเบบี้แครอท ไม่ได้ไปไหนไกลเลย” คนตัวเล็กอธิบายเมื่อพอจะเข้าใจแล้วว่าคนรักของตัวเองเป็นอะไร มันหวานแค่ตื่นก่อนและพบว่ามันเพิ่งจะหกโมงเศษๆจึงไม่ได้ปลุกคนตัวโตเพราะหวังอยากให้นอนเต็มอิ่มมากกว่านี้และไม่ได้คิดว่าการปล่อยให้หมอปลายเมฆตื่นขึ้นมาคนเดียวจะทำอีกฝ่ายมีท่าทางตื่นตระหนกเช่นนี้

พี่ขอโทษ.. พี่ขอโทษมันหวาน

หมอปลาย

พี่ขอโทษ” ร่างทั้งร่างโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้พลางฝังใบหน้าไว้ที่ไหล่แคบ ร่างกายของปลายเมฆสั่นเทากะทันหัน พ่นคำว่าขอโทษออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้ เพราะปลายเมฆกำลังกลัวว่าถ้าหากเอ่ยคำว่าขอโทษได้ไม่มากพอมันหวานจะทิ้งกันไปอีก

ตอนนี้อะไรๆก็ทำให้ปลายเมฆหวาดกลัวทั้งนั้น เหมือนกับเด็กๆไม่มีผิด เหมือนกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายและมองไปทางไหนก็ไม่มีใครอยู่ข้างกายเพื่อปลอบประโลม ปลายเมฆเป็นแบบนั้น เขาหวาดกลัวเมื่อลืมตาตื่นมาแล้วไม่เจอมันหวาน ทั้งที่หลายเดือนที่ผ่านไปนั้นเขาสามารถหลับและตื่นขึ้นมาคนเดียวได้

แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไป เพราะการได้กลับมามีอีกครั้งจึงส่งผลให้เกิดการหวาดกลัวว่าจะสูญเสียอีกหน

หมอปลายฟังมันหวานนะ” คนเด็กกว่าค่อยๆเอ่ยพูดพลางลูบแผ่นหลังกว้างของคนขี้กลัวเบาๆ

มันหวานเข้าใจ เขาทั้งสองต่างมีแผลอยู่ในใจที่รอให้มันหายสนิท ไม่ผิดที่หมอปลายจะยังรู้สึกผิดต่อเขาเช่นนี้

มันหวานให้อภัยหมอปลายแล้ว ให้อภัยทุกอย่าง

...

มันหวานจะไม่ไปไหน จะไม่ทิ้งหมอปลายอีกแล้ว

....”

อย่ากลัวไปเลยนะจ๊ะ มันหวานอยู่ตรงนี้แล้วนะ

คำปลอบโยนนั้นปลายเมฆกำลังซึมซับลงสู่หัวใจของตัวเองช้าๆ เขากระชับอ้อมแขนกอดคนเป็นน้องเอาไว้แน่นกว่าเดิม ยอมรับความหวาดกลัวอย่างไม่ขลาดอายเพราะสำหรับปลายเมฆในตอนนี้ถ้าถามว่าเขากลัวอะไรมากที่สุด คำตอบเดียวก็คือกลัวว่ามันหวานจะหายไปอีก กลัวว่าการมีอยู่ของกันและกันในตอนนี้จะเป็นเพียงความฝันที่หลับและตื่นขึ้นมาก็จะไม่สามารถจับต้องได้อีกแล้ว

กลัวการแตกสลายเหมือนที่ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้น

พี่กลัวว่าจะเสียมันหวานไป ตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอ..” ปลายเมฆว่าเสียงสั่น

...

มันโหวงไปทั้งใจ กลัวไปหมด กลัวว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาพี่ฝันไป พี่คิดไปเองคนเดียว

ไม่ใช่เลย ฟังนะ พี่ปลายเมฆฟังหนูนะ” มันหวานค่อยๆละอ้อมกอดของอีกฝ่ายออกอย่างนุ่มนวล นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาของคนตัวสูงออกจากใบหน้าอย่างเชื่องช้า เพราะดูเหมือนคุณหมอคนเก่งจะไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองร้องไห้ออกมาจากความหวาดกลัวของตัวเอง

...

ต่อไปนี้ระหว่างเราทั้งคู่คือเรื่องจริง

...

ต่อไปนี้พี่จะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหนูในทุกๆวัน หนูจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว

...

หนูรักพี่นะ มันหวานรักพี่ปลายเมฆมากๆเลย

คำว่ารักที่ได้ฟังจากปากอีกฝ่ายครั้งแรกทำให้ปลายเมฆต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองและหลั่งไหลน้ำตาออกมา ไหล่แกร่งทั้งสองข้างสั่นเทิ้มพลางทรุดตัวนั่งลงกับพื้นจนคนเป็นน้องต้องรีบคว้ามากอดเอาไว้แน่นและกระซิบข้างใบหูซ้ำไปซ้ำมา

คนดีของหนู” รอยยิ้มเล็กๆเผยออกมาเมื่อคนตรงหน้ากำลังกลายเป็นหมีตัวน้อยที่แสนน่าเอ็นดู ร้องไห้ออกมาเพียงแค่ได้ยินคำว่ารักจากกัน มันอาจจะต้องใช้เวลากว่าแผลที่เคยหลั่งเลือดสีสดจะหายสนิท แต่ไม่เป็นไรตราบใดที่เขาทั้งคู่ยังคงมีความรักหล่อเลี้ยงซึ่งกันและกัน บาดแผลพวกนั้นก็จะจางหายไปในไม่ช้า

มันหวานกดริมฝีปากลงที่กลุ่มผมของคนแก่กว่า เขายิ้มออกมาเต็มแก้มเมื่อหมอปลายเมฆยอมเงยหน้าเพื่อสบตากันทั้งน้ำตา และมันหวานเห็นว่าในดวงตาคู่นั้นที่เคยมีเศษเสี้ยวของดวงดาวที่แตกสลายกำลังกลับคืนมาเป็นดวงดาวที่เต็มดวงอีกครั้ง

พี่ก็รักหนูครับคนดี

มันหวานยิ้ม พยักหน้าขึ้นลงเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแสนรัก เพราะเขาก็รัก.. รักหมอปลายเมฆอย่างสุดหัวใจ’’

...มากมายไม่ต่างกัน

หลังจากปลอบประโลมกันอยู่หลายนาทีก็ได้เวลาเตรียมตัวไปทำงานและไปเรียน มันหวานเป็นฝ่ายให้คุณหมอไปอาบน้ำก่อนส่วนเขาก็ทำอาหารเช้าง่ายๆอย่างขนมปังปิ้งคนละสองแผ่นและเครื่องดื่มยามเช้าคนละแก้ว ของมันหวานเป็นนมอุ่นๆส่วนของหมอปลายเมฆเป็นกาแฟดำใส่น้ำตาลหนึ่งก้อนที่มันหวานยังคงจำได้ดีเสมอ

หลังจากนั้นที่มื้อเช้าหมดเกลี้ยงมันหวานก็พาตัวเองไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน แต่งตัวให้ถูกระเบียบ หวีผมให้เขาทรงและผละตัวมาช่วยคุณหมอตัวสูงใส่เนคไทอยู่หน้ากระจก

วันนี้วันสำคัญอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” คนตัวเล็กเอ่ยถามเมื่อเหลือบไปเห็นสูทสีดำสนิทพาดไว้บนที่นอน ไหนจะที่หมอปลายเมฆใส่เนคไทแบบนี้ก็อีกทั้งที่ปกติจะใส่เพียงเชิ๊ตสีสุภาพแขนยาวเพียงเท่านั้น

พี่มีธุระต้องไปทำนิดหน่อยครับ อยากไปกับพี่ไหม

มันหวานไปได้หรอจ๊ะ

ครับไปได้ พี่แลกเวรกับแทนไทวันนี้ ออกเวรประมาณหกโมงครึ่ง

โอเคจ้ะ

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พากันไปที่ลานจอดรถ มันหวานสอดตัวเข้าไปในรถพลางคว้าเบลท์มาคาดดักหน้าคุณหมอตัวโตเอาไว้ เพราะถ้าจะให้ใจสั่นตั้งแต่เช้าขนาดนี้ก็คงจะไม่ไหวเดี๋ยวไม่มีสมาธิเรียนหนังสือกันพอดี

รถคันหรูแล่นไปตามทางเรื่อยๆในขณะที่มันหวานก็ฮึมฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี ก็ในเมื่อนี่คือครั้งแรกที่หมอปลายเมฆไปส่งถึงที่เรียนกันแบบนี้ แต่สิบนาทีหลังจากนั้นรถก็หยุดลงจอดข้างทางแทนที่จะเป็นสถานศึกษาของเขา มันหวานหันไปทางสารถีรูปหล่อ แต่หมอปลายเมฆกลับยิ้มให้และบอกให้เขารอสักครู่ก่อนที่ตัวเองจะลงจากรถไป

มันหวานก็ถึงกับร้องอ๋อในใจเมื่อร้านที่คนตัวโตเดินเข้าไปคือร้านดอกไม้ที่มันหวานรู้ดีเลยว่าหมอปลายเมฆจะออกมาพร้อมกับอะไร

ห้านาทีหลังจากนั้นสิ่งที่มันหวานคาดเดาก็ไม่มีผิดเพี้ยน ประตูรถถูกเปิดออกและปิดลงเมื่อหมอปลายเมฆกลับเข้ามาพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้กัน ซึ่งครานี้มันต่างไปจากเดิม เพราะเป็นดอกกุหลาบแดงหกดอกถูกจัดเข้าช่อแซมด้วยดอกยิปโซสีขาวและผูกริบบิ้นเส้นใหญ่สีฟ้า

ทำไมครั้งนี้หกดอกล่ะจ๊ะ” มันหวานเอ่ยถามเมื่อรับช่อกุหลาบสวยนั้นมาไว้ในมือพลางกดปลายจมูกลงกลีบดอกอย่างแผ่วเบา

เมื่อวานเจอกันแล้วพี่ไม่ได้ให้ ก็เลยรวบยอดของวันนี้ครับ” คุณหมอเอ่ยตอบคำถามก่อนจะหันไปขับรถต่อ

โรแมนติคจังเลยน้า” คนตัวเล็กเอ่ยหยอกล้อพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อคนข้างกายละมือจากพวงมาลัยรถมาเกลี่ยแก้มกันเบาๆ

แล้วมันหวานรู้ไหมว่าดอกกุหลาบแดงหกดอกมีความหมายว่าอะไร” ปลายเมฆเอ่ยถาม

อืม... ไม่รู้เลยจ่ะ” เด็กน้อยส่ายหัวไปมาจนหน้าม้าปรกตาไปหมด

ดอกกุหลาบแดงหกดอกมีความหมายว่า ฉันรักและคิดถึงเธอ

อ๋อ..” มันหวานตอบรับพลางผินหน้าไปมองข้างหน้าแทนใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยกยิ้มให้กัน อยู่ดีๆความร้อนก็เล่นงานไปทั้งพวงแก้ม อุส่าคิดเอาไว้ว่าสามารถควบคุมหัวใจของตัวเองได้หากได้ยินคำหวานแต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะมันหวานก็มักจะแพ้ให้กับหมอปลายเมฆอยู่เสมอ

แล้วรู้ไหมว่าทุกครั้งที่พี่ให้ดอกกุหลาบแดงสามดอกมันมีความหมายว่าอะไร” คุณหมอถามอีกครั้ง พลางหันใบหน้ามาหาคนข้างกายเมื่อรถติดไฟแดง

รู้จ่ะ” ดวงตากลมโตละออกจากสายตาหวานๆของคนแก่กว่ามามองช่อกุหลาบในมือก่อนจะเอ่ยบอกความหมายที่ตัวเองรู้เป็นอย่างดีด้วยน้ำเสียงปนความขลาดเขิน

รู้ว่าอะไรครับ

ดอกกุหลาบแดงสามดอกมีความหมายว่าผมรักคุณ

...

แปลว่าพี่หมอรักมันหวาน” 

และครั้งนี้แต้มคะแนนก็เป็นของมันหวานเมื่อคนตัวโตหูแดงไปหมดเมื่อได้ยินประโยคนั้น

แต่อย่าว่าแต่คนฟังเลยเพราะคนพูดก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำเช่นกัน

หลังจากนั้นประมาณยี่สิบนาทีต่อมารถคันหรูก็จอดเยื้องกับคณะศึกษาศาสตร์ก่อนที่คนทั้งคู่จะพากันลงมาจากรถ ปลายเมฆมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองและพบว่าตอนนี้เขายังพอมีเวลาเหลือพอที่จะส่งมันหวานถึงตึกได้

ส่งมันหวานแค่นี้ก็ได้นะจ๊ะ” คนตัวเล็กที่กอดช่อดอกไม้ไว้แนบอกบอกเสียงหวานเมื่อคุณหมอคนเก่งมาส่งกันถึงในคณะแบบที่นักศึกษาผู้หญิงพากันเหลียวหลังมองเป็นแถบกับความหล่อสุขุมนี้

เกรงใจก็ส่วนหนึ่งแต่ตัวเองหึงเนี่ยส่วนใหญ่

ครับ ตั้งใจเรียนนะคนเก่ง” ฝ่ามือหนาวางลงกลุ่มผมนุ่มของน้องเบาๆก่อนจะลูบไปมา

จ้ะ พี่หมอก็ตั้งใจทำงานนะ เลิกเรียนแล้วมันหวานจะรีบไปหา” เด็กน้อยยิ้มแป้น

ครับ แล้วเจอกัน

เอ้า พี่คนนั้นนี่?” แต่ก่อนที่ปลายเมฆจะเดินออกจากคณะเด็กหนุ่มที่ดูคุ้นตาก็เอ่ยเรียกทักเอาไว้เสียก่อน และปลายเมฆพอจะนึกออกแล้วว่าเป็นคนเดียวกันกลับที่เขาเคยซื้อขนมแล้วฝากไปให้มันหวาน

เจมส์? รู้จักหรอ” มันหวานถามเพื่อนร่วมคลาสอย่างสงสัยเมื่ออีกคนดูเหมือนจะรู้จักหมอปลายเมฆของเขา

ก็พี่คนนี้ไงที่บอกว่าเป็นพี่รหัสแล้วฝากขนมมาให้มันหวานอ่ะ” ชายหนุ่มตอบก่อนที่มันหวานจะร้องอ๋อขึ้นมาเบาๆ พลางยิ้มหยอกล้อมองคนตัวสูงที่โดนล้มความลับไปเสียแล้ว

นึกไว้ไม่มีผิดว่าขนมในวันนั้นต้องเป็นของหมอปลายเมฆแน่ๆ

ครับ ตามนั้นเลย” คุณหมอเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อก่อนจะยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่ชื่อเจมส์พลางเอ่ย “ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

อ้อ ไม่เป็นไรครับ งั้นผมไปก่อน ไว้เจอกันมันหวาน” แล้วเพื่อนร่วมคลาสก็เดินจากไป มันหวานถึงได้ส่งยิ้มล้อเลียนคนตัวสูงได้เต็มที่จนคุณหมอถึงกลับบีบจมูกเขาแก้ความมันเขี้ยว

ไปเรียนได้แล้วครับ

จ้าๆ พี่รหัส” แล้วเด็กน้อยก็ยิ้มแป้นแล้นให้พี่รหัสจำเป็นก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กขึ้นบันไดไป ปล่อยให้คุณหมอยืนส่ายหน้าเอ็นดูเจ้าตัวอยู่คนเดียว

 

มันหวานเตรียมใจเอาไว้แล้วว่ามาเรียนยังไงก็ต้องได้เจอเตวิณอีกครั้งเพราะเขาทั้งคู่เรียนเอกเดียวกันแล้วก็เตรียมใจมาแล้วกับความไม่เหมือนเดิมที่จะได้รับ

ตรงนั้น ตรงที่นั่งที่เคยเป็นของเขาคู่กับเตวิณถูกแทนที่ด้วยนักศึกษาผู้หญิงคนอื่น มันหวานมองใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายซึ่งเตวิณก็มองมาเช่นเดียวกัน มันหวานยิ้มบางดั่งเป็นคำทักทายแต่ก็ไม่คิดว่าเตวิณก็จะยิ้มตอบกลับมา

ไม่ได้มีคำพูดใดหลังจากนั้นเพราะมันหวานต้องพาตัวเองไปนั่งที่อื่น และนับตั้งแต่วันนี้เขาคงต้องหากลุ่มเพื่อนใหม่แบบที่เตวิณกำลังทำอยู่ มันหวานไม่มีหน้ากลับไปหาอีกแล้วไม่ว่าจะในสถานะไหนก็ตาม เขายังคงจำได้ดีแผลในใจที่สร้างไว้ให้กับคนที่แสนดีแบบนั้น

บางทีก็แอบหวังว่าในสักวันเขาทั้งสองจะลืมเลือนมันไปซึ่งเรื่องราวของความเจ็บปวดพวกนั้นและทักทายกันได้ในสักครา แต่ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเวลาที่มีหน้าที่เยียวยาในทุกๆสิ่ง

 

สี่โมงครึ่งมันหวานเลิกเรียน เขารีบพาตัวเองออกจากห้องเรียนและเตรียมกลับคอนโดในทันที อย่างน้อยในวันนี้เขาก็ได้มีเพื่อนกลุ่มใหม่ให้อุ่นใจแล้วแม้ว่าจะเกร็งนิดหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่มีใครคบเลยไม่งั้นคงจะมีปัญหาเรื่องเรียนแน่ๆ

แต่กว่าจะได้เพื่อนมาเขาก็ต้องทนกระอักกระอ่วนกับการตอบคำถามว่าทำไมไม่ไปนั่งกับเตวิณเหมือนเคย เพราะมีบางส่วนที่รู้ว่าเขาทั้งคู่คบกัน ซึ่งมันหวานก็ได้เอ่ยบอกไปตามความจริงว่าเลิกกันไปแล้ว เพื่อนกลุ่มใหม่จึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก นอกจากแซวเรื่องดอกกุหลาบของเขาเป็นการเปลี่ยนเรื่องก็เท่านั้น

มันหวานกลับมาถึงที่คอนโดก่อนจะเข้าไปล้างหน้าล้างตาและเตรียมทำอาหารง่ายๆไปฝากหมอปลายเมฆเหมือนดั่งที่เคยทำ หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาตัวเองไปยังโรงพยาบาลทันทีเพราะในตอนนี้โรคคิดถึงคุณหมอตัวสูงกำลังกำเริบ

สวัสดีจ้ะพี่ตาล” เด็กน้อยพุ่มมือไหว้พี่พยาบาลที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

น้องมันหวานตายแล้วไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะเนี่ย

จ้า แต่ต่อไปนี้จะมาให้พี่ตาลเบื่อหน้าเลยนะ นี่ขนมจ่ะมันหวานซื้อมาฝากนะ” มันหวานแย้มยิ้มก่อนจะส่งถุงขนมที่ซื้อจากหน้าโรงพยาบาลให้พี่สาวคนสวยก่อนที่เธอจะรับไป

ขอบใจมากนะจ๊ะ ตอนนี้คุณหมอไม่มีคนไข้นะ เราไปหาได้เลย” และเหมือนเธอจะยังคงจำได้ว่ามันหวานมาที่นี่เพื่ออะไรเลยบอกกันแบบที่ไม่ต้องเอ่ยถามเลยสักนิด

มันหวานเอ่ยขอบคุณพี่พยาบาลคนใจดีก่อนจะหิ้วถุงอาหารที่ตัวเองทำมาไปยังห้องตรวจของคุณหมอปลายเมฆ หลังมือเล็กเคาะลงที่หน้าประตูก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อมีเสียงเอ่ยอนุญาต

มาแล้วหรอครับ” ปลายเมฆวางแฟ้มประวัติคนไข้ลงที่โต๊ะก่อนจะเดินอ้อมมาหาคนตัวเล็กที่ยิ้มหวานให้กันจนแก้มอูมไปหมด

จ้ะ พี่หมอหิวไหมมันหวานทำมื้อเย็นมาให้นะ” เอ่ยจบก็วางถุงอาหารไว้บนโต๊ะของคุณหมอก่อนจะเดินเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นๆเมื่อหมอปลายเมฆกำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออก

คิดถึงเรามากกว่าครับ” คำพูดน่ารักๆมาพร้อมกับการจูบลงที่กลุ่มผมหอม ปลายเมฆกอดโยกตัวน้องเบาๆก่อนจะคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย ก้มมองใบหน้าเล็กที่กำลังเงยหน้ามองกันทั้งที่แขนเรียวทั้งสองข้างนั้นเปลี่ยนมาเป็นคล้องคอของเขาเอาไว้

หนูก็คิดถึง” คำพูดคำจาน่ารักๆถูกประกบปิดด้วยริมฝีปากนุ่มหยุ่นของคนแก่กว่า ปลายเมฆกระชับเอวบางเข้าหาตัวพลางละเลียดชิมกลีบปากหวานของคนในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นๆรินรดข้างแก้มที่กำลังบ่มสีแดงเฉดเข้มยามผละออกก่อนจะช่วงชิงลมหายใจอีกครั้ง

มันหวานแทบละลายคาอ้อมกอดของอีกฝ่ายเมื่อจูบนุ่มนวลอ่อนหวานเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงมากขึ้นจนมือเล็กต้องสอดใต้กลุ่มผมสีเข้มของร่างสูงและนวดคลึงเบาๆ 

อื้อ.. พอก่อนนะจ๊ะ” เสียงหวานพร่าเอ่ยห้ามเมื่อคนตัวโตจะช่วงชิงรสจูบกันอีกครั้ง มันหวานหอบหายใจเข้าออกถี่รัวผสานไปกับจังหวะในหัวใจ ดวงหน้าหวานแดงซ่านและแผ่ไอความร้อนไปหมดที่ถูกจูบอย่างดุจากคนแก่กว่าเช่นนั้น

อีกนิดก็จะกลืนกลีบปากของเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

น่ารัก

...

โคตรน่ารักเลยครับเด็กคนนี้” ปลายเมฆหยอดคำหวาน เขากระชับกอดเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน เกยคางไว้ที่หัวทุยๆของอีกฝ่ายพลางยิ้มออกมาเหมือนคนบ้าเมื่อความสุขกำลังเอ่อล้นท้วมท้นเต็มอกไปหมด

แล้วที่บอกว่าจะไปธุระนี่จะไปกี่โมงหรอจ๊ะ” มันหวานชวนเปลี่ยนเรื่องหลีกเลี่ยงความเขินอายของตัวเอง

ไม่ไหวหรอก จมเจ่ามากไปกว่านี้ตัวคงระเบิดแหงๆ

ทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปก็ได้ครับ

โอเคจ่ะ

มื้อเย็นของเขาทั้งคู่เริ่มกันแบบเรียบง่ายภายในห้องตรวจของคุณหมอคนเก่ง ยี่สิบนาทีหลังจากนั้นมื้อเย็นที่ปลายเมฆแสนถูกใจก็หมดลง ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อกาวน์ของตัวเองออกแล้วสวมสูทสีดำสนิททับโดยมีคนตัวเล็กช่วยขยับปกเสื้อ ขยับปมเนคไทให้

 

 “ถึงแล้วครับ” ความสงสัยถูกเฉลยเมื่อหนึ่งชั่วโมงครึ่งถัดมารถของคุณหมอจอดลงที่หน้าวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

มันหวานพาตัวเองลงมาจากรถเช่นเดียวกันกับหมอปลายเมฆ คนตัวสูงก้มมองการแต่งตัวของตัวเองอีกนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเขา

คนไข้ที่พี่รักษาชีวิตเขาไว้ไม่ได้ เขาอยู่วัดนี้” คุณหมอเอ่ยตอบข้อสงสัยของคนตัวเล็กก่อนจะหันไปมองยังศาลาที่มีผู้คนจำนวนหนึ่งแต่งกายชุดดำยืนออกันอยู่ตรงนั้น

ถ้างั้น มันหวานรอตรงนี้นะจ๊ะ มันหวานแต่งตัวไม่เรียบร้อย” เด็กน้อยก้มลงมองชุดของตัวเอง มันหวานสวมฮู้ดแขนยาวสีมิ้นท์กับกางเกงสีดำยาวเหนือเข่ามาเล็กน้อย คงไม่สุภาพหากจะเดินเข้าไปในพิธีแบบนั้น

ครับ เดี๋ยวพี่รีบมานะ

หลังจากนั้นปลายเมฆก็เดินไปยังศาลาที่ใช้ทำพิธี เขามองหาหญิงสาวสองคนที่เขาจำหน้าได้อย่างดี เขาตั้งใจจะมาขอโทษและขออโหสิกรรมกับคนที่เสียไป เพราะอย่างน้อยเขาก็คือคนสุดท้ายที่อยู่กับคนไข้

ปกติเวลาที่เกิดเรื่องแบบนี้ เรื่องที่ปลายเมฆไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น เขาจะมาร่วมพิธีงานศพของคนไข้ของตัวเอง แม้ว่าจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยแต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นเขาก็จะทำเช่นนี้ ไม่ใช่เพียงเขา เพราะแทนไทและพ่อของเขาก็ทำแบบนี้เช่นกัน แสดงให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตรู้ว่าหมอแบบพวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะรักษาชีวิตของคนไข้เอาไว้ไม่ได้

แต่เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่พระเจ้า และปลายเมฆทำอย่างเต็มที่ที่สุดให้สมกับจรรยาบรรณของเขาแล้ว

คุณหมอ” เสียงเล็กคนหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเรียกเขาไว้ ปลายเมฆจึงหันไปมองและพบว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้นที่พาตัวแม่ของเธอออกไปไม่ให้ตบเขาเพิ่ม

สวัสดีครับ ผมมาร่วมพิธี ขอเข้าไปเคารพศพได้ไหมครับ” ปลายเมฆพนมมือรับไหว้ของเธอก่อนจะเดินตามหลังเธอไปเมื่อเธอพยักหน้าตอบรับ

แม่คะ คุณหมอมา” เธอหยุดเดินเมื่อพามาถึงตรงส่วนที่ให้เคารพศพ ปลายเมฆคุกเข่าลงตรงหน้าโรงศพก่อนจะไหว้หญิงสูงอายุตรงหน้าที่ดวงตาบวมไปหมดจากการร้องไห้อย่างหนัก

คุณหมอ” เธอค่อยๆเดินเข่ามาหาเขา ก่อนจะคว้ามือของเขาไปกุมไว้และเริ่มร้องไห้ออกมา คราแรกปลายเมฆเกรงว่าจะถูกตบอีกแต่ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะใจเย็นลงมากแล้วกับการเจอหน้าเขาอีกหน

ครับ

ป้าขอโทษนะที่ทำร้ายคุณหมอเมื่อวาน” เธอบอกเสียงอ่อนเคล้ากับเสียงสะอื้น “ป้ารู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น

ไม่เป็นไรเลยครับ ผมไม่ได้ถือโทษหรือโกรธคุณป้าเลย” ปลายเมฆยิ้มบางพลางลูบหลังมือที่สั่นเทาของเธอเบาๆ

ขอบใจมากนะจ๊ะ และขอบคุณมากๆเลยที่มา

ครับ ผมเสียใจด้วยอีกครั้งนะครับ

หลังจากนั้นปลายเมฆก็เคารพศพพลางขออโหสิกรรม อยู่ปลอบแม่และน้องสาวของผู้ตายอีกสักพักก่อนที่เขาจะขอตัวออกมาก่อน คุณหมอเดินไปหาคนตัวเล็กที่นั่งรออยู่ตรงม้านั่ง ก่อนที่มันหวานจะส่งมือมาให้เขาและจับจูงกันไปที่รถ

มันหวานอยากไปไหนไหมครับ” ร่างสูงเอ่ยถามหลังจากขับรถออกมาจากวัดได้สักพัก ไหนๆวันนี้เขาก็มีเวลาเหลือเฟือบางทีคนตัวเล็กอาจจะอยากไปไหนก่อนที่จะกลับห้อง

มันหวานได้ยินเพื่อนบอกว่ามีหนังเข้าใหม่” มันหวานเกริ่นพลางแอบเหลือบมองคนขับรถข้างกายเหมือนเป็นการดูท่าทีว่าหมอปลายเมฆจะตามใจกันไหมหากเขาเอ่ยความต้องการของตัวเองออกไป

อยากไปดูหนังหรอครับ เอาสิ พี่ไม่ได้ไปดูหนังในโรงมานานแล้ว

แล้วเพราะความใจดีของคนตัวโตจึงทำให้เขาทั้งคู่อยู่กันหน้าโรงหนังในเวลาต่อมา มันหวานกวาดสายตามองรอบของหนังที่อยากดูก่อนจะดึงมือของคนตัวสูงไปซื้อตั๋ว โดยปลายเมฆเองก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูคนเด็กกว่า พลางคิดว่าในครั้งนั้นที่เขาและมันหวานอยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยพามันหวานมาเที่ยวเล่นแบบนี้เลยสักครั้ง แต่หลังจากนี้เขาจะหาเวลาว่างมาอยู่กับคนตัวเล็กให้มากขึ้นเพราะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เคยทำเรื่องขอไปเขายังคงไม่ยกเลิก

โรงหนังที่สองกับที่นั่งอีเก้าและอีสิบถูกจับจองกับหนังเรื่อง Christopher Robin ที่มันหวานเป็นคนเลือก ป๊อปคอนรสหวานและชีสกล่องใหญ่อยู่ในอ้อมแขนของคนแก่กว่าในขณะที่เด็กน้อยมีหน้าที่อ้าปากเล็กๆนั่นเพื่อให้คุณหมอป้อนป๊อปคอนรสอร่อยเข้าปาก

ไฟโรงหนังดับลงและหนังที่เลือกดูเริ่มฉายขึ้น ดวงตากลมทั้งสองข้างจ้องหนังบนหน้าจอยักษ์ไม่ลดละในขณะที่คนข้างกายก็ป้อนป๊อปคอนไม่ขาดปาก มันหวานเอนศีรษะพิงลงที่ไหล่กว้างของคนข้างกายก่อนจะยิ้มออกมาให้กับความน่ารักของหมีพูห์มีชีวิต

สักพักที่หนังดำเนินไป ความเย็นของแอร์กำลังเล่นงานคนตัวเล็กจนคุณหมอข้างกายรู้สึกได้ ปลายเมฆจึงส่งกล่องป๊อปคอนให้กับคนเป็นน้องก่อนจะถอดสูทสีดำของตัวเองออกและห่มกายให้คนขี้หนาวอย่างนุ่มนวล

มันหวานยิ้มออกมากับความแสนดีของคนตัวโตก่อนจะกอดแขนข้างขวาของคนใจดีเอาไว้และอิงแอบแก้มของตัวเองไว้ที่กล้ามแขนแน่นๆ ต่อมาเขาทั้งคู่ก็เทความสนใจไปที่หนังตรงหน้าจนกระทั่งหนังจบ

มันหวานจำได้ ในวันนั้นกับเตวิณโรงหนังที่หนึ่งที่นั่งเอฟสองและเอฟสาม มันหวานดูหนังพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเต็มนองหน้า แต่ครั้งนี้โรงหนังที่สองที่นั่งอีเก้าและอีสิบมันหวานดูหนังพร้อมกับรอยยิ้มเต็มริมฝีปากและหัวใจที่พองโตอย่างอิ่มเอม

กลิ่นน้ำหอมจางๆของคนตัวโตข้างกายบ่งบอกว่าคนที่มันหวานนั่งกอดแขนดูหนังตลอดสองชั่วโมงกว่านั่นคือความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เขาเพ้อภพไปเอง คนที่ไม่เคยมีเวลาให้กันเลยสักนิดยามที่เคยอยู่ด้วยกัน กำลังสละเวลาพักผ่อนของตัวเองเพื่อมาตามใจเขา

การที่มีหมอปลายเมฆอยู่ข้างๆกันในตอนนี้ทั้งที่แอร์โรงหนังเย็นฉ่ำยิ่งกว่าอะไรกำลังทำให้มันหวานอบอุ่นได้อย่างน่าประหลาด สูทสีดำบนตัวเขาก็ส่วนหนึ่งแต่มือหนาที่กุมมือเขาไว้ในทันทีที่ป๊อปคอนหมดกล่องนั้นคือส่วนเติมเต็มความอบอุ่นที่สำคัญมากกว่า

มันหวานตระหนักแล้ว ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ขอเพียงแค่มีคนที่รักอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ช่วงเวลาเหล่านั้น ทั้งหมดนั่นก็คือความสุขที่หล่อเลี้ยงไปทั้งหัวใจที่เคยร้อนผ่าวเพราะความเจ็บปวดของเขา ซึ่งมันแทนที่กันได้อย่างน่าประหลาดเหมือนกับความเจ็บปวดพวกนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

เหมือนกับได้รับยาอย่างดีในการเยียวยา มันหวานมีความสุขจนปกปิดรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้เลยสักนิด การที่ได้ใช้เวลาไปกับหมอปลายเมฆคือสิ่งที่มันหวานเคยวาดฝันเอาไว้ และตอนนี้เวลานั้นกำลังเดินไปแบบที่พวกเขายังคงอยู่ด้วยกัน

ในความรักที่เท่ากันเสียที

พี่หมอว่าคริสโตเฟอร์กับพูห์จะอยู่ด้วยกันถึงร้อยปีไหมจ๊ะ” เสียงใสเอ่ยถามหลังจากผู้คนเริ่มทยอยออกจากโรงหนังแต่เขาทั้งคู่ยังคงนั่งดูเอ็นเครดิตกันอยู่

ก็ถ้าคริสโตเฟอร์อายุยืนนะครับ” คุณหมอเอ่ยตอบพลางหัวเราะเบาๆ ก้มมองซีกหน้าของคนเด็กกว่าที่ดูเหมือนจะอินกับหนังที่เพิ่งจบไป

พี่หมอว่าคำว่าตลอดไปมันมีจริงไหม แล้วมันนานแค่ไหน” ครานี้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบตากันทั้งที่ยังคงจับมือกันเอาไว้

พี่ไม่เชื่อในคำว่าตลอดไป เพราะตลอดไปไม่เคยมีจริง” ปลายเมฆเอ่ยตอบช้าๆ เขาตอบตามความรู้สึกที่เคยเจอ เพราะเขาพิสูจน์มาแล้วว่าคำว่าตลอดไปไม่เคยมีจริง

แล้วพี่หมอเชื่อในอะไร” เด็กน้อยถามอีกครั้ง

พี่เชื่อในคำว่าพรุ่งนี้

...

พี่จะไม่พูดว่าจะรักมันหวานตลอดไปแต่พี่จะบอกว่าพี่จะรักมันหวานในทุกวันพรุ่งนี้

...

และในทุกพรุ่งนี้มันหวานจะมีพี่เสมอ

ปลายเมฆยิ้ม พลางยกนิ้วเกลี่ยแก้มใสของคนเด็กกว่า เขาเชื่อในคำว่าพรุ่งนี้เสมอ เพราะคำว่าพรุ่งนี้จะเกิดขึ้นเรื่อยๆไม่มีทางสิ้นสุด จะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอไม่เหมือนกับคำว่าตลอดไปที่พิสูจน์ไม่ได้

ตราบใดที่เวลายังคงเดินหน้า เมื่อใดที่วันนี้ผลัดเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็คือเมื่อนั้นที่เขาจะรักเด็กตรงหน้าเหมือนดั่งเคย เหมือนกับในวันพรุ่งนี้ที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่มีทางสิ้นสุด

ดั่งเช่นวันนี้ที่คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน และวันพรุ่งนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งซ้ำไปซ้ำมา

เพราะสำหรับปลายเมฆคำว่าพรุ่งนี้ก็คือคำว่าทุกวันสำหรับเขา

นั่นคือความรักที่เขาจะมีให้กับมันหวาน

รักทุกวันพรุ่งนี้

 

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 400 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1053 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:50
    ♡♡♡♡♡♡
    #1,053
    0
  2. #1023 PeachieKim (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:00
    พี่ติณ~ เราอยุ่นี่นะ
    #1,023
    0
  3. #975 pcy921 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:04
    น้องมันหวานเข้มแข็งแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผาจ่ะ
    #975
    0
  4. #888 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 19:29
    ในที่สุดก็มีความสุขสักทีลูก
    #888
    0
  5. #871 areenachesani (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 10:11
    พอรักเราเท่ากันแล้วก็ดีไปหมดเลยยย
    #871
    0
  6. #836 OHMeMEII (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 00:58
    ปกติคำว่า 'พรุ่งนี้' มักสื่อถึงอนัตตา ความไม่เที่ยงที่ไม่มีอยู่จริง เพราะทุกวันคือวันนี้และเมื่อผ่านวันนี้ไปวันนี้จะกลายเป็นเมื่อวานเสมอ ไม่เคยมองคำว่าพรุ่งนี้ในบริยทนี้เลยอ่ะ เพราะงั้นเราเลยเชื่อในวันนี้ ำวันนี้ให้มีความสุขจะได้ไม่เสียดายกัยเมื่อวาน เราไม่แน่ใจว่าเราจะตื่นมาพบวันพรุ่งนี้รึเปล่า แต่ไร้ท์ก่อกิเลสให้เราอยากเชื่อในวันพรุ่งนี้เลยนะเนี่ย ได้ๆๆๆ
    #836
    0
  7. #812 Kyunggi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 15:32
    น่ารักกกกกก
    #812
    0
  8. #801 taloeyteay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 08:16

    แสนน่ารัก ทุกประโยคที่พี่หมอพูด ทุกคำที่มันหวานบอก มันจั๊กจี้ใจเรามากๆ แสนรักกกก
    #801
    0
  9. #764 PINKLAND (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 16:20
    ดีต่อใจมากก
    #764
    0
  10. #745 blugarxx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:42
    แงงงงงงงงงง อยากกรี้ด รักความหนูความจ๊ะจ๋าที่สุด TT_______TT อ่านแล้วจั๊กจี้ เอนดูๆๆๆ
    #745
    0
  11. #667 withfluffyp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 13:26
    ความรักลอยฟุ้งมาก ดีจัง
    #667
    0
  12. #633 $yrup (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 18:39
    อ่า หัวใจพองโต
    #633
    0
  13. #581 Sebaek9404 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:38

    น่ารักอบอุ่นเป็นที่สุดหัวใจพองโตมากเลยค่ะอรุ่มมม

    #581
    0
  14. #572 winterwinddd (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 11:34
    น่ารัก อบอุ่นใจมากค่ะ ในที่สุด ฮือๆๆ
    #572
    0
  15. #571 ♡9404♡ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:31
    มาหามันหวาน มาหามันหวาน มาหามันหวาน มาหามันหวานน กรี้ดดดดดด
    #571
    0
  16. #569 JongjitSriyan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:48
    คือแบบ รู้สึกอบอุ่นอ่ะ พี่หมอดูแลน้องดีๆนะจ้ะ
    #569
    0
  17. #568 Pin_pinnyyy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:55
    น่ารัก
    #568
    0
  18. #567 Oraya S. (PWz) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:29

    มีความสุขจริงๆแล้วนะ ทั้งหมอทั้งมันหวานเลย


    #567
    0
  19. #566 paarat (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 06:35
    ทุกอย่างลงตัว
    #566
    0
  20. #565 Palmy Ewl (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 05:56
    ดีใจกับมันหวาน
    #565
    0
  21. #564 10.58a.m (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 01:19
    ในที่สุดดด แงงง น่ารักมากก
    #564
    0
  22. #563 gerrad_8 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 00:51
    ลุ้นมานานในที่สุดก็สมหวังจริงๆ
    #563
    0
  23. #562 LemonSoda-227 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 00:34

    ดีไปหมด ทั้งเขินทั้งน้ำตาไหล
    #562
    0
  24. #561 Miki_milky (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 00:26
    โอ้ยหวานกันจัง
    #561
    0
  25. #560 Martin Bamnis (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 23:33
    ในที่สุดดด

    น้ำตาไหลจนแทบจะออกมาเป็นสายเลือดเลยตอนห่างกัน

    พอมาตอนนี้ชอบมาก ฮือออออ
    #560
    0