[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 24 : เหนือปลายเมฆ ☆ XXIII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XXIII

ถ้าหากความรักคือการเดินทาง ผมก็หวังว่าปลายทางมันจะเป็นคุณ

 

          มันหวานแอบเช็ดน้ำตาโดยหวังจะไม่ให้ใครบางคนที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังได้ล่วงรู้ เขาจะไม่แสดงความอ่อนแอให้หมอปลายเมฆเห็น มันหวานย้ำกับตัวเองแบบนั้น

ไม่มีเสียงใดๆอีกจากใครอีกคน มันหวานจึงตัดสินใจเดินไปข้างหน้าและเลือกที่จะไม่หันกลับไปมองอีก ไม่รู้หรอกว่าหมอปลายเมฆจะแสดงสีหน้ายังไงหรือคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ แต่สิ่งที่มันหวานรู้คืออย่าหันกลับไป อย่าให้เขาได้ล่วงรู้ว่าความอ่อนแอของตัวเองกำลังจะพังทลายลงมาอย่างง่ายดายเพียงแค่ประโยคพวกนั้น

            มือบางผลักประตูใสเข้าไปในร้านก่อนจะปั้นรอยยิ้มบนใบหน้าและเดินไปยังโต๊ะอาหารของตัวเองโดยที่พ่อและแฟนหนุ่มของเขายังคงคุยกันอยู่เหมือนเดิม

คุยอะไรกันจ๊ะ น่าสนุกเชียว” เอ่ยถามหลังจากเลื่อนเก้าอี้และนั่งลงเรียบร้อย มันหวานกวาดสายตามองพ่อสลับกับแฟนของตัวเองก่อนจะเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อทั้งพ่อและเตวิณต่างยิ้มให้เขาแบบไม่มีสาเหตุ “มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ

เปล่าหรอก ก็แค่พ่อขอให้เตวิณเล่าเรื่องลูกให้ฟัง” พ่อเอ่ยตอบ

เตวิณไม่ได้เผาอะไรเราใช่ไหมเนี่ย” คนตัวเล็กหันไปถามแฟนของตัวเองที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่น่าไว้ใจ

เปล่าสักหน่อย พ่อมันหวานก็แค่อยากรู้เรื่องที่มหาลัย

จริงนะ

จริงครับ

งั้นก็แล้วไป” มันหวานยิ้มก่อนจะย่นจมูกใส่แฟนตัวเองไปหนึ่งทีถ้วน เขาได้ยินพ่อหัวเราะเบาๆตอนที่เตวิณยีผมกันจนฟูฟ่องไปหมด

คืนนี้ลุงคงต้องขอตัวลูกลุงไปนอนด้วยสักคืนสองคืนนะเตวิณ” พ่อพูดขึ้น

ได้สิครับ

เตวิณอยู่ได้ไหม” มันหวานเอ่ยถาม ไม่แน่ใจว่าร่างสูงข้างกายจะน้อยใจไหม เพราะตลอดเกือบสามเดือนที่ผ่านมาเข้าทั้งคู่ตัวติดกันตลอด

อยู่ได้สิ ก่อนจะมีมันหวานติณก็อยู่คนเดียวมาตลอด

ประโยคนั้นของเตวิณคล้ายจะเป็นประโยคธรรมดาที่ไม่มีอะไรเจือปน แต่สำหรับมันหวาน เขารู้สึกเหมือนมันเป็นสัญญาณเตือนของอะไรสักอย่างอีกแล้ว

เตวิณแปลกไป นั่นคือสิ่งที่มันหวานรู้สึกได้

ถ้างั้นเราจะโทรหานะ” 

ครับ

หลังจากนั้นพวกเขาก็ทานอาหารกันต่อโดยบทสนทนาของพ่อและเตวิณเปลี่ยนเป็นเรื่องฟุตบอลที่มันหวานเข้าไปมีส่วนร่วมไม่ได้

มันหวานเหลือบสายตาไปยังเก้าอี้ว่างที่อยู่ข้างๆพ่อของตัวเอง เก้าอี้ตัวนั้นที่เคยมีคนตัวโตๆนั่งอยู่ ตอนนี้มันว่างเปล่า เหลือทิ้งไว้เพียงจานข้าวที่พร่องไปยังไม่ถึงครึ่ง

ไหนบอกว่ามื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดไง แล้วทำไมไม่อยู่กินให้มันหมดกันนะ

แต่แล้วทำไมเขาต้องสนใจขนาดนั้นด้วย

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นมื้อเย็นของพวกเขาสามคนก็หมดเกลี้ยง มันหวานและเตวิณลุกขึ้นยืนหลังจากมื้อนี้พ่อเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด พวกเขาพากันออกมาจากนอกร้านและคงต้องแยกกับเตวิณตรงนี้

ขับรถดีๆนะเตวิณ” มันหวานบอกแฟนหนุ่มที่กำลังสวมหมวกกันน็อคอยู่

ครับ ไม่ต้องห่วงนะ ผมไปก่อนนะครับคุณลุง” ประโยคหลังหันไปบอกกับพ่อของเขาพลางยกมือไหว้

ไว้เจอกันพ่อหนุ่ม” พ่อบอกแบบนั้นก่อนจะตบไหล่เตวิณปุๆแล้วปล่อยให้คนตัวสูงขึ้นคร่อมมอไซต์คันโต

มันหวานโบกมือบ๊ายบายพลางส่งยิ้มให้ และทำมือเป็นรูปโทรศัพท์ย้ำว่าเดี๋ยวเขาจะโทรหาก่อนที่เตวิณจะพยักหน้าและขับรถออกไป มันหวานกับพ่อถึงได้เรียกแท็กซี่เพื่อกลับไปยังโรงแรม

พ่อจองห้องพักไว้แค่ห้องเดียวแต่เป็นเตียงเดี่ยวสองเตียง ดูเหมือนพ่อจะมาพักแค่สองสามวันไม่ได้อยู่ยาวเป็นอาทิตย์แบบที่มันหวานคิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะมันหวานตั้งใจจะกลับบ้านเกิดของตัวเองอยู่แล้วในช่วงปิดเทอมนี้

หนูไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าของตัวเองมาเลยจ่ะพ่อ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกเมื่อถึงเวลาอาบน้ำแล้วแต่เพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยก็พ่อเล่นมากะทันหันแบบนี้

พ่อเอาเสื้อผ้าลูกมาเผื่อแล้วสองสามชุด” พ่อบอกก่อนจะส่งเสื้อผ้าที่มันหวานคุ้นตาดีมาให้

มันหวานจึงรับของพวกนั้นแล้วเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนจะออกมาหลังจากนั้นประมาณสิบห้านาทีและพ่อก็เข้าไปอาบน้ำต่อ

คนตัวเล็กนั่งเช็ดผมอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะคว้ามือถือของตัวเองออกมาแล้วกดเข้าเบอร์ที่ได้รับปากไว้ว่าจะโทรหา รอไม่นานเสียงสัญญาณโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มที่คุ้นหูเป็นอย่างดี

[ครับ มันหวาน]

เตวิณทำอะไรอยู่ เราเพิ่งอาบน้ำเสร็จเลย

[ดูบอลอยู่ครับ พ่อล่ะ]

พ่ออาบน้ำน่ะ แล้วคืนนี้อย่านอนดึกนะรู้ไหม” มันหวานรู้ว่าเวลาเตวิณดูบอลทีไรมักจะนอนดึกทุกที

[แล้วถ้าติณแอบนอนดึก มันหวานจะรู้ได้ไง]

เรารู้เพราะเราเก่ง

[นึกว่าจะตอบว่า เรารู้เพราะเราเป็นแฟนเตวิณซะอีก]

อะไรเล่า” มันหวานยู่ปากให้กับคำพูดกลั้วหัวเราะของคนปลายสาย “แค่นี้เลย เราจะวางแล้ว

[ยังไม่หายคิดถึงเลยเนี่ย]

ห่างกันแป๊ปเดียวเองนะ

[ก็ตัวติดกันมาตลอด พอวันหนึ่งมันไม่เหมือนเดิมมันก็เลยไม่ชิน]

“…”

[การที่ได้มีมันหวานอยู่ข้างๆมันดีที่สุดแล้วรู้ไหมครับ]

มันหวานรู้สึกว่าน้ำเสียงของเตวิณแผ่วเบาลงในประโยคนั้น เขาไม่แน่ใจว่าเตวิณเป็นอะไร แต่ในวันนี้มันหวานรู้สึกเหมือนเตวิณกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้เขาได้รับรู้ล่วงหน้า

และสัญญาณบางอย่างนั้นกำลังทำให้มันหวานไม่สบายใจเลยสักนิด

เป็นอะไรหรือเปล่า

[เปล่าหรอก]

ติณ..

[นอนเถอะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ อยู่ได้]

เดี๋ยวเราก็กลับไปแล้วนะ

[ครับ แค่ขอให้กลับมา ฝันดีครับมันหวาน]

ฝันดีนะ ติณ

สายสนทนาถูกตัดลงหลังจากนั้น มันหวานวางมือถือลงข้างตัว เขาจับผ้าผืนเล็กซับเส้นผมที่ชื้นน้ำพลางคิดถึงคนที่เพิ่งได้คุยไป

มันหวานอยากรู้ว่าตอนนี้ในใจของเตวิณกำลังคิดอะไรอยู่ อะไรบางอย่างที่ทำให้ระหว่างกันไม่เหมือนเดิม ทั้งคำพูดและการกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหมือนเป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้า ว่าถ้ามันหวานไม่มีคำตอบให้เตวิณได้สักที เตวิณจะเป็นฝ่ายตอบมันเอง

บางทีเตวิณอาจจะอดทนไม่เก่งอีกต่อไปแล้ว

หลังจากที่เช็ดผมจนแห้งมันหวานจึงพาตัวเองไปยังระเบียงห้องของโรงแรม ลมเย็นๆที่โชยมาหนาวเย็นมากพอจนทำให้ต้องโอบกอดตัวเองเอาไว้ ท้องฟ้าวันนี้ก็มืดสนิทเหมือนกับความรู้สึกของเขาไม่มีผิด

มืดสนิทจนแทบจะหาอะไรไม่เจอในความรู้สึกของตัวเอง

แต่มีสิ่งหนึ่งที่มันหวานรู้ คือในวันนี้การที่ได้เจอใครบางคนอีกครั้ง มันเหมือนเป็นการกดปุ่มสวิตซ์ในความรู้สึกของตัวเองอีกห้วงหนึ่ง ให้ความรู้สึกที่เคยมีมันหลั่งไหลกลับมายังที่เดิม

มันหวานเคยคิดว่าซ่อนมันไว้ได้ดีแล้วจนกระทั่งเจอใครคนนั้นที่เป็นเจ้าของความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด มันบ่งบอกว่าสิ่งที่เคยซ่อนไว้ไม่เคยถูกซ่อนอย่างมิดชิด

มันคล้ายเป็นความรู้สึกที่แสดงความทรยศ ความรู้สึกที่พร้อมจะพังทลายออกมาได้ทุกเมื่อ

ทั้งที่ได้สบตากันเพียงไม่กี่นาที ทั้งที่มีบทสนทนาที่นับคำได้ แต่แค่นั้นมันก็ทำให้มันหวานพอได้รู้ ว่าเวลาไม่สามารถช่วยได้ทุกอย่าง

บางครั้งเวลาก็ไม่เคยช่วยอะไร

มันหวาน

อ่ะจ๋าพ่อ” มันหวานสะดุ้งเมื่ออยู่ๆพ่อก็เดินมาหา คนตัวเล็กมองท่อนแขนใหญ่ๆของพ่อที่พาดไว้ตรงที่ริมระเบียงก่อนที่จะหันมามองหน้ากัน

คิดอะไรอยู่ลูก

มันหวานไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขาขบคิดว่าควรจะบอกพ่อดีไหมว่าตอนนี้มีอะไรที่วิ่งวนอยู่ในความรู้สึกและความคิดของเขาบ้าง บางทีมันหวานก็ไม่อยากเอาเรื่องของตัวเองไปให้พ่อหนักใจไปด้วย เหมือนที่มันหวานไม่เคยบอกเรื่องของเตวิณเพราะกลัวว่าพ่อจะวิตกกับการที่เขามีแฟนคนแรกได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

มันหวานไม่ได้ต้องการจะปกปิดเรื่องของเตวิณ แต่ก็ไม่พร้อมจะเล่าว่าเพราะอะไรถึงทำให้เขาและเตวิณมาคบกันได้ ทั้งที่เขาก็เคยสารภาพกับพ่อไปว่าคนที่เขาชอบคือหมอปลายเมฆ

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่มันหวานสงสัย

พ่อรู้จักเตวิณได้ยังไงจ๊ะ หนูจำได้ว่าไม่เคยเล่าให้พ่อฟัง

ก็คือเรื่องนี้

ปลายเมฆเล่าให้พ่อฟัง

แล้วทำไมเขาต้องเล่าให้พ่อฟังด้วยล่ะจ๊ะ” ถามออกไปทันทีที่ได้รับคำตอบ

ลูกคิดว่ายังไงถ้าเตวิณเขารู้ว่าตัวเองไม่เคยถูกพูดถึงเลย แม้กระทั่งชื่อ พ่อของแฟนก็ยังไม่รู้

...

นั่นเป็นสาเหตุที่ปลายเมฆบอกพ่อ

มันหวานเงียบไป เขาไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ และใจตอนนี้ของเขากำลังรู้สึกผิดต่อเตวิณ มันก็ถูกอย่างที่พ่อว่า มันหวานไม่เคยพูดถึงเตวิณให้พ่อฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว หนำซ้ำยังโกหกว่าย้ายออกมาอยู่กับเพื่อนทั้งที่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด

พ่อชอบเตวิณไหมจ๊ะ” มันหวานเอ่ยปากถาม

เท่าที่เห็นวันนี้ ก็ถือว่าดี” พ่อยิ้มก่อนจะพูดต่อ “แล้วลูกล่ะ ชอบเขามากไหม

มันหวานนิ่งไปก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้มันกับเตวิณ ช่วงเวลากับสิ่งหลายๆอย่างที่เตวิณทำให้

หนูชอบเตวิณนะจ๊ะ เขาเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง

มันหวานไม่ได้โกหก เขากับเตวิณมีช่วงเวลาดีๆที่ใช้ร่วมกัน แม้มันจะไม่ได้นานหรือลึกซึ้งอะไรมากนัก แต่มันหวานก็รู้ว่ามันมีความรู้สึกชอบพอในความรู้สึกของเขา

แม้จะไม่ได้มากเท่ากับความรู้สึกของเตวิณก็ตามที

ตอนที่มันหวานเอากุญแจออกไปให้ปลายเมฆ พ่อขอให้เตวิณเล่าเรื่องของลูกให้ฟัง

...

เขาบอกว่าลูกเป็นคนที่น่ารัก คนที่ยิ้มแล้วทำให้เขามีความสุข ช่วงเวลาที่เขาได้ใช้กับลูกมันเป็นช่วงเวลาที่ดีต่อเขามากๆ

...

พ่อเห็นในแววตาของเด็กคนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อลูก แต่มันหวานรู้อะไรไหม ว่าดวงตาคู่นั้นมันแฝงไว้ด้วยความเศร้า และมันทำให้พ่อรู้แล้วว่า เด็กคนนั้นกำลังหลงรักลูกพ่ออยู่แค่ฝ่ายเดียว

มันหวานกำฝ่ามือลงกับราวระเบียงแน่น เพราะสิ่งที่ได้ยินมันกำลังบีบหัวใจของเขา แต่เชื่อเถอะว่ามันหวานไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้

ถ้าเลือกได้ก็ไม่ได้อยากให้เตวิณรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว

พ่อถามเขาว่ารักลูกมากไหม เขาตอบพ่อทันทีว่ารัก มันเป็นความรัก

...

แต่คนที่ลูกรักมันไม่ใช่เขา

แล้วน้ำตาของมันหวานก็ไหลลงมาหลังจบประโยคนั้น ความรู้สึกผิดที่มีต่อเตวิณต่อแถวกันถาโถมเข้ามาในหัวใจจนรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งแผ่นอก แค่เป็นคำบอกเล่าจากพ่อมันหวานยังรู้สึกผิดขนาดนี้ แล้วถ้าเขาได้รับรู้กับหูของตัวเอง ได้ฟังคำบอกเล่าพวกนั้นต่อหน้าของเตวิณด้วยตนเอง มันหวานไม่รู้เลยว่าตัวเองจะเป็นยังไง

จะกล้าให้อภัยตัวเองกับสิ่งที่ทำลงไปได้ไหม

หนูไม่ได้อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้” มันหวานเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะใช้หลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเอง “หนูไม่ได้อยากเริ่มความสัมพันธ์เพื่อสุดท้ายเตวิณต้องเป็นฝ่ายที่เจ็บปวด

“…”

หนู ฮึก!”

พูดมันออกมามันหวาน ทุกอย่างที่ลูกรู้สึก” ฝ่ามือใหญ่ของพ่อวางลงที่กลุ่มผมก่อนจะลูบไปมา และมันเหมือนเป็นการเรียกให้ความอ่อนแอของมันหวานทลายลง

แต่หนูก็ทำไปแล้ว พ่อรู้ไหมว่าหนูถามตัวเองทุกวันว่าเมื่อไรกันที่หนูจะรักเตวิณได้อย่างที่เตวิณรักหนู

...

หนูถามกับตัวเองทุกคืน ว่าทำไมคนที่ดีอย่างเตวิณถึงไม่ถูกรัก ทำไมหนูถึงยังคงรักแต่คนที่ดีแต่ทำให้หนูร้องไห้

คนเดิมกับที่ลูกมาขอพ่อเพื่อจะชอบเขาใช่ไหม

ใช่จ่ะ แต่ตอนนี้มันเป็นรัก หนูรักหมอปลายเมฆจ่ะพ่อ

จากการสารภาพกับพ่อในตอนนั้นว่าชอบใครอีกคนมากมาย ในวันนี้กลับเปลี่ยนแปลงเป็นคำว่ารัก

มันหวานรักผู้ชายคนนั้น รักมากเหลือเกิน ทั้งที่เขาไม่ควรจะรักใครอีกคนขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

ไม่เคยมีหรอกความเผื่อใจ เพราะมันหวานใช้หัวใจเพียงดวงเดียวที่มีเพื่อรักใครคนนั้นอย่างเต็มที่ไปแล้ว

 “เขาคือคนที่หนูรักมาตลอด

 มันหวานเงยหน้าขึ้นเมื่อน้ำตามันไหลออกมามากกว่าเดิม ฝ่ามือเล็กด้านขวาทาบลงที่ตำแหน่งก้อนเนื้อที่หัวใจ มันเต้นอย่างแรงเมื่อเขากล้าพูดออกไปได้เต็มปากเต็มคำว่าคนที่เขารักคือใครต่อหน้าพ่อ

แต่กับสิ่งที่เขาทำ มันทำให้หนูอยากเลิกรักเขา พ่อรู้ไหมว่าวันนั้นหนูเจ็บปวดมากแค่ไหน หนูเจ็บแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน สิ่งที่เขาทำมันทำให้หนูไม่กล้าเชื่อใจเขาอีกแล้ว

...

หนูถึงพยายามพาตัวเองออกมา และเตวิณเป็นนั้น คนที่รับหนูไว้ด้วยความเต็มใจ

...

แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทุกครั้งที่เขากลับมา หนูถึงเพิ่งได้รู้ ว่าตลอดระยะเวลาที่หนูวิ่งหนีหมอปลายเมฆมา มันไม่เคยไปได้ไกล เพราะหนูยังคงวิ่งวนอยู่ที่เดิม

เหมือนกับวิ่งอยู่ในเขาวงกต และมันหวานเหมือนหนูโง่ๆตัวหนึ่งที่ไม่รู้ว่าทางออกมันอยู่ตรงไหน ถึงได้วิ่งวนอยู่ในนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้ากับเตวิณมันไม่ใช่ความรัก ทำไมหนูถึงไม่พาตัวเองออกมา” พ่อเอ่ยถามพลางใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้กัน

เตวิณเป็นคนที่ดี หนูไม่กล้าพอที่จะทำร้ายเขา

“…”

หนูรู้ว่าหนูเห็นแก่ตัว แต่หนูนึกภาพตัวเองตอนไปบอกเลิกเตวิณไม่ออกเลย หนูกลัว กลัวที่จะต้องเห็นว่าเตวิณเสียใจแค่ไหนกับการกระทำของหนู

...

เตวิณไม่เคยผิด เขาไม่เคยผิดอะไรเลย

...

สุดท้ายหนูก็คงไม่ต่างจากหมอปลายเมฆ ที่ดีแต่ทำให้คนที่รักเราต้องเสียใจ

มันหวานไม่กล้าบอกหรอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เพราะมันหวานปล่อยให้เวลามันผ่านมานานขนาดนี้จนความรู้สึกของเตวิณที่จากคำว่าชอบกลายเป็นคำว่ารัก

มันหวานแค่ยังไม่พร้อมที่จะทำร้ายหัวใจของใคร แม้จะรู้ตัวว่าที่ผ่านมาการไม่กระทำ หรือการไม่พูดบางอย่างของเขาก็เป็นการทำร้ายเตวิณทางอ้อมไปแล้ว

มันหวานรู้อะไรไหม ว่าความรักถ้าเกิดขึ้นพร้อมกันสามคนต้องมีใครคนหนึ่งที่ต้องถอยห่าง

...

ใครคนนั้นที่ไม่ได้เป็นฝ่ายที่ถูกรัก

ถ้างั้น ระหว่างคนที่ดีกับคนที่รักพ่อจะเลือกใครหรอจ๊ะ

มันหวานเคยได้ยินว่าระหว่างคนที่ดีกับคนที่รักนั้นต้องมีคนใดคนหนึ่งเป็นคนที่ถูกเลือก และคนที่ไม่ได้ถูกเลือกก็ต้องเป็นฝ่ายเดินจากไป

แต่ตอนนี้มันหวานไม่แน่ใจว่าเขามีสิทธิ์เลือกใครไหม เพราะไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ดูเหมือนจะเจ็บไปหมดทุกทาง

การที่หมอปลายเมฆกลับมาก็ไม่ได้แปลว่ามันหวานยังคงมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้

พ่อจะเลือกคนที่ไม่อยากเสียเขาไป” 

...

และคนที่ดีกับคนที่รักมันสามารถเป็นคนเดียวกันได้

แล้วถ้าคนที่รักคือคนที่ดีแต่ทำให้เสียใจล่ะ เขาควรจะเลือกยังไง?

พ่อไม่สามารถบอกได้ว่าลูกต้องเลือกปลายเมฆหรือเตวิณ เพราะพ่อไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ

...

ตอนนี้พ่อรู้ว่ามันหวานกำลังอยู่ในระยะการเดินทางและสิ่งที่พ่อให้ได้มีเพียงแค่เข็มทิศและแผนที่ ส่วนระยะทางหลังจากนี้เป็นลูกเพียงคนเดียวที่ต้องเดินไปให้ถึง

หนูยังต้องเดินทางต่ออย่างนั้นหรอจ๊ะ

มันหวานเกิดคำถาม เพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะต้องเดินทางไปถึงเมื่อไร เพราะระหว่างทางที่เดินผ่านมานั้นมันมีบางสิ่งที่เขาก็รับไม่ไหวแล้วเหมือนกัน และมันหวานไม่รู้เลยว่าระยะทางที่ยังไปไม่ถึงจะต้องพาใครเข้ามาเจ็บปวดกับเขาอีก

แค่เตวิณคนเดียวมันหวานก็ไม่กล้าให้อภัยต่อตัวเองแล้ว

ถ้าลูกอยากจะเดินต่อก็เดินได้ แต่ถ้าไม่ไหวอยากพักก่อนก็พัก เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ลูกจะมีพ่อระหว่างทางเสมอ”      

มันหวานถูกพ่อดึงตัวไปสวมกอด ความอบอุ่นทำให้หัวใจของมันหวานเต้นได้อย่างสงบลง เขารู้สึกผิดที่มีอะไรไม่เคยบอกพ่อเลย พอมารู้ก็เป็นตอนที่ต้องมาช่วยเขาตัดสินใจ

บางทีนอกจากมันหวานจะเป็นแฟนที่แย่ของเตวิณแล้วก็อาจจะเป็นลูกที่แย่สำหรับพ่อด้วย 

พ่อรู้ว่ามันยากมันหวาน ลูกไม่เคยรักใคร พอได้มารักก็เป็นความรักที่ไม่ง่าย แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ไว้ว่าเพราะมันไม่ง่ายมันถึงเรียกว่าความรัก

ใช่ มันไม่ง่ายเลย บางครั้งมันหวานก็คิดว่าถ้าเขาไม่อยากลองเรียนรู้ที่จะรัก เขาก็คงไม่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ ไม่ต้องมาเจ็บปวด ไม่ต้องลากคนดีๆแบบเตวิณมาเจ็บปวดไปด้วยกัน

หนูไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายความรู้สึกเตวิณ พ่อรู้ใช่ไหม

พ่อรู้มันหวาน พ่อรู้ว่าลูกของพ่อไม่อยากทำร้ายใคร

“...”

คนเรามันจะเก่งไปทุกเรื่องได้ยังไง ลูกพ่อก็ตัวแค่นี้จะก้าวผิดบ้างไม่ได้เลยหรือไงเนอะพ่อหัวเราะเบาๆข้างใบหูเหมือนกับอยากทำให้ความรู้สึกในใจของลูกชายคนนี้แผ่วเบาลงได้บ้าง “แต่ถ้าลูกรู้สึกผิดแล้วอยากแก้ไข พ่อคิดว่ามันยังไม่สายไป

หนูจะทำได้ใช่ไหมจ๊ะพ่อ

มันหวานทำได้ลูก มันหวานทำให้มันถูกต้องได้

“...”

ขอแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ให้มากๆ

มันหวานกระชับกอดพ่อแน่น เขาพยักหน้าในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ และบอกกับตัวเองว่าเขาจะต้องทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอย่างไร 

มันหวานตระหนักได้แล้วว่าไม่ใช่เพียงแค่เพราะเขารักเตวิณไม่ได้ แต่เพราะว่าเขาเองที่ไม่คู่ควรกับความรักที่แสนดีอย่างเตวิณ เพราะตอนนี้มันหวานทนรับความรู้สึกเห็นแก่ตัวของตัวเองไม่ไหวอีกแล้ว

และถ้าทุกความผิดมันจะก่อตัวขึ้น มันหวานจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว

อย่าให้ความมักง่ายของเขาทำให้ใครเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย

โดยเฉพาะผู้ชายที่มีหัวใจที่แสนดีอย่างเตวิณ

 

มันหวานคิดว่าเขาทบทวนตัวเองดีที่สุดแล้วกับการตัดสินใจในครั้งนี้ และเขารวบรวมความกล้ามามากพอที่จะตอบคำถามของเตวิณให้หมดสิ้นทุกข้อได้

ตอนนี้เวลาห้าโมงเย็นเศษมันหวานยืนอยู่หน้าประตูห้องห้องเดิมที่ใช้ร่วมอาศัยกับเจ้าของห้องมาเกือบสามเดือน มือเล็กถือคีย์การ์ดสำรองไว้ในมือก่อนจะตัดสินใจทาบลงไปและเปิดประตูเข้าไปในห้อง

ส่วนนั่งเล่นนั้นว่างเปล่ามีเพียงทีวีที่เปิดทิ้งเอาไว้กับกระป๋องเบียร์ที่น่าจะหมดไปแล้วสองกระป๋องและขี้เถ้าบุหรี่อีกเล็กน้อยมันหวานเดินผ่านส่วนนั่งเล่นหน้าทีวีก่อนจะเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาได้ยินเสียงกีต้าร์ทุ้มๆดังออกมาจากในห้องก่อนที่มันหวานจะเปิดประตูและพาตัวเองเข้าไป

เตวิณนั่งอยู่ตรงนั้นที่ปลายเตียงกับกีต้าร์ตัวใหญ่ และข้างกันนั้นเป็นดอกกุหลาบสีแดงสามดอกที่กลีบดอกแห้งกรอบไปแล้ว ดอกไม้ของหมอปลายเมฆที่มันหวานแอบเอาไว้ ตอนนี้มันถูกค้นเจอโดยคนที่มันหวานไม่อยากให้เจอมากที่สุด

กลับมาเร็วจัง เพิ่งผ่านไปสองวันเอง

...

พ่อกลับไปแล้วหรอ

มันหวานไม่ตอบ เขายืนฟังน้ำเสียงพูดทุ้มๆนั่นที่ดังคลอไปกับเสียงแปล่งๆของกีต้าร์ที่เตวิณยังคงไม่ละปลายนิ้วออกจากสาย คนตัวโตไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขา เตวิณเอาแต่จดจ้องมือของตัวเองอยู่แบบนั้น

มันหวานนั่งลงปลายเตียงข้างกายอีกคน เขาแตะหลังมือของเตวิณเบาๆและคนตัวโตกว่าก็ยอมหยุดปลายนิ้วที่กำลังดีดสายของกีต้าร์ มันหวานยกกีต้าร์ตัวโตๆนั้นออกจากตักของเตวิณก่อนจะวางไว้ข้างเตียง มือเล็กแตะที่แขนแกร่งนั้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะโถมตัวเข้าไปสวมกอดก่อน

เป็นอะไร หื้ม

ขอโทษ มันหวานขอโทษ” กระชับวงแขนที่กอดรอบคอของอีกฝ่ายเอาไว้ ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนของตัวเอง เสียงหวานสั่นพร่าเพราะก้อนสะอื้นกำลังจุกอยู่ที่ลำคอ

การจะพูดความจริงไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะความจริงเรื่องนั้นมันสามารถทำร้ายความรู้สึกของใครบางคน

ได้คำตอบแล้วหรอ

...

นึกว่าจะนานกว่านี้ซะอีก โทษทีนะมันหวานที่ยุ่งกับของส่วนตัว

...

แต่มันหวานช้า ติณเลยหาคำตอบด้วยตัวเอง

มันหวานรู้สึกถึงฝ่ามือใหญ่ที่กำลังลูบแผ่นหลังของเขาอยู่ คนตัวเล็กกระพริบตาไล่หยาดใสที่คลอเคล้าดวงตาเพราะมันบดบังการมองเห็น

มันหวานมองเลยแผ่นหลังของเตวิณไปยังกุหลาบแดงสามดอกที่แห้งกรอบบนที่นอน และนั่นคงเป็นคำตอบที่เตวิณหามาได้ เขาไม่ได้โกรธที่ข้าวของของเขาถูกค้น เพราะมันหวานรู้ว่าเตวิณคงอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

เตวิณอาจจะหมดความอดทนต่อคนที่นิสัยไม่ดีอย่างเขาแล้ว

วันนี้เรามาให้คำตอบ” มันหวานผละกอดจากอีกฝ่าย คนตัวเล็กใช้หลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเองก่อนจะสบตาของคนตรงหน้า เตวิณยังคงมีรอยยิ้มบางประดับอยู่แต่มันหวานรู้ว่ารอยยิ้มนั้นมันถูกปั้นแต่งขึ้น

เหมือนที่เขามักจะปั้นแต่งเพื่อเตวิณเสมอ

ไม่อยากจะฟังแล้วได้ไหม

...

ตอนนั้นที่ถามก็อยากจะรู้คำตอบ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่อยากฟังเลยสักนิด

คำถามที่เคยถามว่ารักกันบ้างไหม

เคยคิดจะรักกันบ้างหรือเปล่า

และมันหวานรู้ดีกับคำตอบเหล่านั้นเพราะมันอยู่ในใจของเขามาตลอด เหลือเพียงให้พูดมันออกมาก็เท่านั้น

เราเสียใจ ที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้” มันหวานกัดริมฝีปากของตัวเองเมื่อความเสียใจกำลังตีเข้ากลางความรู้สึกของเขา

เขากำลังเริ่มเพื่อที่จะจบมัน

เหมือนมีมือใหญ่ๆของใครสักคนมาบีบเข้าที่หัวใจของเขา มันเสียดร้อนเมื่อคำพูดที่ถูกขบคิดมาทั้งคืนกำลังจะได้เอ่ยออกไปให้คนตรงหน้าได้รับรู้

คนตรงหน้าที่มันหวานกำลังจะทำร้ายหัวใจที่แสนดีดวงนั้น

เราผิดเอง กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

...

เราไม่น่าดึงเตวิณเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย

เรื่องความวุ่นวายที่ควรจะมีแค่เขากับหมอปลายเมฆ และถ้ามันหวานย้อนเวลากลับไปได้ หลังจากดูหนังเรื่องนั้นจบเขาจะทำเพียงแค่เดินออกมาเงียบๆ ไม่เอ่ยปากขออะไรที่เป็นการเห็นแก่ตัวกับเตวิณ แต่เพราะมนุษย์เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้มันหวานถึงต้องมารับผลกระทำที่ตัวเองได้ทำลงไป

แล้วเชื่อเถอะว่ามันหวานเจ็บปวดกับมันทุกนาที

มันหวานฟังติณนะ” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ๆก่อนที่เตวิณจะใช้ปลายนิ้วเชยคางของมันหวานขึ้นให้มาสบตาต่อกัน

...

ในวันนั้นติณตอบรับทุกอย่างโดยรู้ตัวเองดี รู้มาตลอดว่าถ้าตอบตกลงตัวเองจะต้องเจอกับความรู้สึกแบบไหน

...

ติณรู้ว่าต่อให้มันหวานจะให้สถานะ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันหวานจะให้ใจ ติณรู้ตั้งแต่วันนั้นว่าเป็นได้เพียงตัวแทนของใครบางคน เป็นความรู้สึกชั่วคราวที่ต้องคอยประคับประคองตอนที่มันหวานอ่อนแอ

คำบอกเล่าของเตวิณเหมือนมีดเล่มที่หนึ่งที่ปักแทงมายังหัวใจของเขา การกระทำที่ถูกไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้ว และแม้จะรู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรแต่เตวิณก็ยังเลือกที่จะทำ

รู้ว่าตัวเองจะพังแต่ก็ยอมเอาตัวเองเข้ามาข้องเกี่ยว

                เตวิณรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะไม่ถูกเลือก

                สุดท้ายของเส้นทาง เตวิณจะไม่ได้รางวัลในการถูกรัก

รู้มาตลอดนั่นแหละว่าพยายามยังไงก็เข้าไปอยู่ในใจของมันหวานไม่ได้หรอก” ใบหน้าคมนั้นไม่ได้มีรอยยิ้มประดับเหมือนเก่า มันหวานเห็นว่าดวงตาของเตวิณกำลังแดงแต่ต่างกันที่ดวงตาของเตวิณไม่ได้มีน้ำตาไหลออกมาเช่นเขา

ทั้งที่คนที่ควรจะร้องไห้ออกมาดังที่สุดควรจะเป็นเตวิณด้วยซ้ำ

แล้วทำไมยังทน” มันหวานเอ่ยถาม เขาปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นนั้นเช็ดน้ำตาออกให้กัน

เพราะการได้รักมันหวานมันคือเรื่องที่ดี และก็แอบคิดว่าสักวันหัวใจของมันหวานจะเปลี่ยนทิศทาง

...

แต่สุดท้ายติณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อหัวใจของมันหวานมีเป้าหมายและทิศทางที่แน่วแน่อยู่แล้ว

....

เป้าหมายของมันหวานไม่เคยหายไปไหน เพราะเป้าหมายเก่าไม่เคยหายไป ก็เลยไม่มีพื้นที่ว่างให้เป้าหมายใหม่ได้แทรกแซง

ทุกคำบอกกล่าวเหมือนกับเตวิณได้เข้ามานั่งในหัวใจของเขา แต่ไม่ได้เข้ามาในหัวใจในรูปแบบนั้น เหมือนเตวิณเข้ามาสำรวจ กลั่นกรอง และแจกแจงว่าที่จริงแล้วภายในหัวใจของเขามันมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง อะไรที่เขาพยายามปกปิดและซ่อนเร้น อะไรๆเหล่านั้นที่เตวิณหามันเจอทั้งหมด

และเจ็บเองทั้งหมด

แต่ถึงอย่างนั้น ขอให้เราบอกความจริงกับเตวิณสักอย่างได้ไหม

ครับ” ร่างสูงตอบรับก่อนที่มันหวานจะคว้ามือนั้นมากุมไว้ในมือของตัวเอง คนตัวเล็กสูดน้ำมูกพลางกระพริบตาไล่หยดน้ำตาที่กำลังทำให้กระบอกตาของเขาแสบร้อนเพราะร้องไห้ติดกันมาหลายนาที

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ถึงกับคำว่ารักแต่การที่เรามีความรู้สึกต่อเตวิณมันเป็นเรื่องจริง เรามีความสุขในช่วงเวลาที่มีเตวิณอยู่ข้างๆ เรายิ้มได้ หัวเราะได้ก็เพราะเตวิณ

...

การที่เราชอบเตวิณมันเคยเกิดขึ้น

...

เป็นการเกิดขึ้นที่เป็นความจริง

มันหวานมีหัวใจ หัวใจของเขาที่ประกอบไปด้วยความรู้สึก และหัวใจของคนเรามันไม่ต้องการเหตุผลมากมายมาสนับสนุนแต่ใช้เพียงความรู้สึกนำทาง

หัวใจของมันหวานทำด้วยก้อนเนื้อที่หล่อเลี้ยงด้วยเลือดสีข้นไม่ใช่ก้อนหินหรือเหล็กกล้าที่ไร้ความรู้สึกต่อให้มีอะไรมากระทบ เพราะแบบนั้นแล้วการที่เขามีความรู้สึกที่ดีต่อเตวิณมันจึงเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในห้วงเวลาหนึ่ง

เป็นความจริงที่หัวใจของเขาเคยเต้นแรงกับการกระทำและคำพูดที่อ่อนโยนของเตวิณ การได้รับความดูแลและใส่ใจพวกนั้นก็เช่นกัน

เพียงแต่มันไม่ได้มากขนาดนั้น มันไม่ได้เต้นอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับที่หมอปลายเมฆทำต่อเขา

มันก็แค่ยังไม่ถึงรัก

แค่นี้ก็พอแล้ว” เตวิณตอบกลับพลางบีบมือของเขาเบาๆ

ระหว่างเราสองคน ในระยะเวลาหนึ่งที่เกิดขึ้นด้วยกันมันเป็นช่วงเวลาที่ดีนะเตวิณ” มันหวานเอ่ยต่อเขาพยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นเทามากเกินไปจนอีกคนฟังไม่รู้เรื่อง

“…”

และเราอยากให้เตวิณรู้ว่าถ้าเลือกได้เราไม่ได้อยากจะเสียเตวิณไป

มันหวานรู้ว่ากับเหตุการณ์ในวันนี้ยังไงเขาทั้งสองคนก็ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ในเมื่อมีหัวใจของอีกฝ่ายที่กำลังเจ็บปวด และถ้าเป็นเขาเอง เขาก็คงเลือกจะเดินออกไปจากตรงนี้

และถ้าในวันนี้เตวิณจะหันหลังและเดินจากกันไปมันหวานจะไม่ว่าอะไรเลยเพราะรู้ว่ายังไงมันก็ต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในใจลึกๆของเขา เขาไม่ได้อยากเสียเตวิณไป อย่างน้อยก็ในสถานะเพื่อน

อย่าเลยมันหวาน” รอยยิ้มบางนั้นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอีกครั้ง มันหวานทอดมองมันด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด หลายครั้งที่เตวิณมักจะยิ้มให้เขาด้วยความสดใสเสมอ แต่มันหวานรู้ว่าในตอนนี้มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเจ็บปวดมากแค่ไหน

                “อย่ากลัวที่จะเสียติณไป

...

เพราะมันหวานไม่ได้อยากมีติณตั้งแต่แรก

มีดเล่มที่สองปักเข้ายังที่หัวใจของเขาแม้ว่าเล่มแรกจะยังไม่ถูกดึงออกก็ตาม มันหวานไม่รู้เลยว่าเตวิณจะต้องเป็นคนที่เข้มแข็งมากแค่ไหนถึงพูดประโยคที่ทำร้ายความรู้สึกของตัวเองออกมาได้

แต่สำหรับคนฟังอย่างมันหวาน เขาอยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเจ็บปวด

เจ็บปวดที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแบบนั้น

อย่ารู้สึกผิด อย่าโทษตัวเองที่รักกันไม่ได้” คนตรงหน้าเอ่ยบอก มือที่เคยจับไว้แปรเปลี่ยนมาลูบแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา

...

รักไม่ได้ก็คือรักไม่ได้

มันหวานไม่ได้อยากไม่รักเตวิณ แต่ก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า รักไม่ได้ก็คือรักไม่ได้ ต่อให้มีใครมากมายมาบังคับบีบเค้นหัวใจของเขาให้รัก แต่ถ้ามันไม่มีความรักที่อยากจะมอบให้กับอีกฝ่าย มันหวานก็ไม่สามารถฝืนใจของตัวเองได้

ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใด ไม่ใช่เพราะเป็นเตวิณเขาถึงรักไม่ได้ แต่ต่อให้เป็นคนอื่นอีกร้อยคนพันคนที่แสนดีเหลือเกิน มันหวานก็รักไม่ได้

เพราะมันหวานมีความรักเป็นของตัวเองอยู่กับหัวใจมาตลอด

ความรัก คือความรู้สึกที่อยากจะใช้มันไปกับใครสักคน ใครบางคนที่ทำให้เราอยากสลักชื่อของเขาไว้ในหัวใจ

...

ไม่ใช่ใครบางคนที่ทำดีแค่ไหนก็ไม่ถูกรักจนดูน่าสงสาร จนต้องฝืนตัวเองให้มารักกันทั้งที่หัวใจไม่เคยเต้นเป็นชื่อของคนๆนั้น

ปลายนิ้วที่ยังคงอุ่นละเลียดเช็ดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล มันหวานสะอื้นออกมาเบาๆ เขารู้ว่าเตวิณเจ็บเพราะแววตาของอีกฝ่ายสื่อถึงความปวดร้าวออกมาเช่นนั้น แต่เตวิณก็คือเตวิณ คนที่เข้าใจทุกความเป็นไปของทุกอย่างและกำลังใช้คำพูดพวกนั้นปลอบประโลมกันไม่ให้เขาโทษตัวเองไปมากกว่านี้

และติณ อยากเป็นคนที่ถูกรักโดยใช้ความรัก ไม่ใช่เพราะความสงสาร

“…”

ถ้ามันหวานบอกว่าตัวเองผิด ติณก็ผิด ผิดที่รู้ทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังคงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป

...

ที่จริงความรู้สึกของมันหวานชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่ามันเป็นของใคร และยังคงเป็นของใคร

เตวิณคือคนที่รู้มาตลอด และเพราะรู้มาตลอดความผิดในใจของมันหวานถึงทวีมากขึ้น มันทับถมจนเป็นเขาเองที่แทบจะกระอักความเห็นแก่ตัวนั้นออกมา

 “มันหวานยังใจดีกับติณด้วยซ้ำที่ยังคงแบ่งช่วงหนึ่งของความรู้สึกมาให้กัน

...

แม้จะเศษเสี้ยว แต่อย่างน้อยมันก็มาจากเสี้ยวส่วนหนึ่งของหัวใจมันหวานไม่ใช่หรอครับ

ฮึกฮืออ ติณ มันหวานขอโทษ

เป็นอีกครั้งที่มันหวานโผลกอดร่างสูงตรงหน้าแน่น เขาสะอื้นออกมาจนตัวโยน ฝังรอยน้ำตาไว้กับบ่าแกร่งของอีกฝ่าย

บ่าทั้งสองข้างที่แบกรับความรู้สึกของเขาเอาไว้ทั้งที่ไม่จำเป็น อ้อมกอดอุ่นที่รองรับน้ำตาของเขาซ้ำแล้วซ้ำทั้งที่สามารถผลักใสได้ตลอดเวลา

เตวิณทำทุกอย่างที่ผ่านมาได้โดยไม่ได้เรียกร้องสิ่งอื่นใดนอกจากหัวใจของเขา แต่มันกลับเป็นเรื่องที่น่าใจหายที่สิ่งที่เตวิณต้องการดันเป็นสิ่งเดียวที่มันหวานให้ไม่ได้

ไม่ใช่ไม่อยากลองให้ แต่เพราะว่าเคยอยากลองแล้ว แต่มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ

อย่าฝืนเลย

ฮึก

ติณจะไม่รั้งมันหวานไว้อีกแล้วนะ พอแล้ว รู้แล้วว่ายัดเยียดตัวเองให้มากแค่ไหนก็แทนที่คนในใจไม่เคยได้

ไม่ได้อยากให้เจ็บ ฮึก ไม่ได้อยากให้ติณเสียความรู้สึก เราไม่..” มันหวานว่า น้ำเสียงสะท้านไม่ต่างจากความรู้สึก

ชู่ว... เงียบก่อนสะอื้นจนตัวโยนไปหมดแล้ว” ฝ่ามือใหญ่ตบลงที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ และมันหวานก็ยังคงปล่อยน้ำตาให้ซึมไหลผ่านเนื้อผ้าของอีกฝ่าย

มันหวานไม่ได้อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่มาทำร้ายหัวใจของเขาแล้วก็ยังมานั่งให้เขาปลอบแบบนี้ แต่ตอนนี้เหมือนกับมีพายุก่อตัวในหัวใจของมันหวาน และนาทีนี้คงมีแต่เตวิณที่ทำให้มันสงบลงได้

เราผิดเอง ให้ทุกความผิดเป็นของเรา ไม่ขอให้เตวิณเจ็บไปมากกว่านี้แล้วได้ไหม

...

พอแล้ว ฮึก.. ให้เตวิณเจ็บกับเราแค่นี้พอแล้ว เพราะถ้าเตวิณเจ็บไปมากกว่าที่เป็นมันหวานคงไม่รู้วิธีที่จะให้อภัยตัวเองได้อีกเลย

อ้อมกอดถูกคลายออกและในครั้งนี้มันหวานเห็นดวงตาที่แดงก่ำของอีกฝ่ายคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา เหลือเพียงแค่ให้มันไหลรินออกมาก็เท่านั้น

แต่มันหวานขอ อย่าหลั่งน้ำตาเพื่อเขา เพราะน้ำตาของเตวิณก็มีค่าไม่ต่างจากหัวใจและมันไม่ควรมาเสียเพื่อคนอย่างมันหวานหรอก

เราทุกคนต่างมีความเจ็บเป็นของตัวเองรู้ไหม” เสียงทุ้มที่เริ่มแหบพร่าเอ่ยบอก มันหวานมองอีกฝ่ายที่เงยหน้าขึ้นก่อนจะพยายามกระพริบตาถี่ๆ มันหวานรู้ เตวิณไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา

ผู้ชายคนนี้มักจะเข้มแข็งให้เห็นเสมอแม้ว่าในใจจะแบกรับความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ก็ตาม

ความเจ็บของติณที่มันหวานเห็นอาจจะใหญ่เท่าหนึ่งกำปั้นมือ ความเจ็บของมันหวานที่ติณเห็นอาจจะใหญ่เท่าสองกำปั้น และความเจ็บของใครบางคนอาจจะใหญ่มากกว่าความเจ็บของเราสองคนรวมกัน

ใครบางคน” มันหวานพึมพำออกมาเบาๆ เขาไม่อยากจะคิดหรอกว่าใครบางคนที่เตวิณว่าจะมีความเจ็บใหญ่แค่ไหน

เพราะตอนนี้สำหรับมันหวานความเจ็บปวดของเตวิณใหญ่ที่สุดสำหรับเขา เพราะเขาเป็นคนสร้างความเจ็บปวดนี้ให้กับเตวิณด้วยมือของเขาเอง

ใครบางคนที่รักมันหวานไม่น้อยไปกว่าติณ

...

ใครบางคนที่เป็นเจ้าของดอกกุหลาบแดงสามดอกนั้นที่มันหวานเก็บมันไว้ไม่ทิ้งไปไหน

มันหวานสบแววตาของเตวิณ เขาไม่เข้าใจว่าเตวิณจะพูดถึงใครอีกคนทำไม ในเมื่อตอนนี้มันเป็นเรื่องที่ควรจะมีแค่เขาสองคนไม่ใช่หรอกหรือ

ติณจะบอกอะไรเราหรอ

ผู้ชายคนนั้นเขารักมันหวานมากนะ” เตวิณเอ่ยก่อนที่ฝ่ามือหนานั้นจะลูบกลุ่มผมของเขาเบาๆ

อย่าพูดถึงเขา

ยังไม่พร้อมจะให้อภัยเขาหรอ” เตวิณเอ่ยถามอีกครั้ง

มันหวานขบคิดกับคำถามนั้น มันไม่ได้ยากหรอก มันเกิดขึ้นกับใจตัวเองทุกครั้งยามที่นึกถึงหน้าใครคนนั้น แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้คำตอบของเขาอาจจะไม่สมบูรณ์

เราพร้อมจะให้อภัยเขา

...

แต่สิ่งที่ยากกว่าการให้อภัยคือการกลับไปเชื่อใจเหมือนเดิม

ซึ่งความเชื่อใจที่สูญสลายไป มันเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้งตัวเขาไว้ให้ไม่กล้าเดินไปหาใครคนนั้นได้อย่างเต็มก้าวเดิน

ไม่ใช่ไม่อยากกลับไป แต่มันหวานแค่ยังไม่มั่นใจกับใครคนนั้น

ติณไม่ได้อยากพูดแบบนี้หรอกนะ เพราะพูดเองมันก็จะเจ็บเอง” ร่างสูงยิ้มบางก่อนจะจ้องมองมาในแววตาของกัน หมอปลายเมฆเขารักมันหวานมาตลอด

ไม่จริงหรอก” มันหวานแย้งในทันที เขาเช็ดคราบน้ำตาตัวเองด้วยหลังมืออีกครั้ง “ถ้ารักมาตลอดจะไม่ทำกันแบบนั้น

เชื่อติณเถอะ เพราะสายตาที่เขาใช้มองมันหวานเป็นสายตาเดียวกันกับที่ติณใช้

...

เขารักมันหวานมากนั่นคือสิ่งที่ติณรู้

...

และอีกสิ่งที่ติณรู้ก็คือหมอปลายเมฆกำลังสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยทำ

สำนึกผิดอย่างนั้นน่ะหรอ มันหวานไม่แน่ใจหรอกว่ามันจะจริงอย่างที่เตวิณบอกไหม เพราะแผลเป็นขนาดใหญ่ในวันนั้นยังคงติดอยู่ที่ใจของมันหวานมากระทั่งวินาทีนี้ มันยากที่จะเชื่อว่าคนที่ทำร้ายหัวใจของเราอย่างปวดร้าวจะเป็นคนที่รักเรามาตลอดแบบนั้น

เขาเจ็บปวดเหมือนกันนั่นแหละที่ต้องมาทนเห็นมันหวานกับติณอยู่ด้วยกัน” เตวิณยังคงเอ่ยถึงใครคนนั้นต่อ “หมอปลายเมฆก็กำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดเช่นกัน มันหวานก็รู้ดี

ไม่อยากรู้ ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้นในตอนนี้

ไม่ต้องห่วงติณนะ ติณไหว

...

มันหวานไม่ใช่คนแรกที่ทำติณอกหักหรอก” ร่างสูงว่าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

ซึ่งสำหรับมันหวานมันไม่ได้น่าตลกเลยสักนิด เพราะเขากำลังเป็นอีกคนที่ทำให้เตวิณอกหัก

แต่อย่างน้อยติณก็ได้เป็นแฟนคนแรกของมันหวานนี่นะ จริงไหมครับ

อื้อ แฟนคนแรกของเราก็คือเตวิณ” มันหวานพยักหน้าเบาๆ เขายิ้มออกมาเป็นครั้งแรกหลังจากร้องไห้มาหลายนาทีก่อนจะโดนดึงตัวเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นๆของคนตัวโตกว่าอีกครั้ง

ติณดีใจนะ ที่ในที่สุดมันหวานก็ยอมรับหัวใจของตัวเองสักที

...

มันหวานเก่งมากนะ เก่งแล้ว และอย่าเอาความผิดไปแบกไว้คนเดียวเลย กับเรื่องความรักคนเราก็มักพลาดได้เสมอ มันไม่มีระบบขั้นตอนหรือกระบวนการทางความคิดเหมือนกับการใช้สมอง

...

มันใช้แค่หัวใจกับความรู้สึก ส่วนที่เหลือก็ต้องลองเสี่ยงว่ามันจะดีหรือร้าย และตอนนี้มันหวานเสี่ยงกับติณมามากพอแล้ว

....” 

ถึงเวลาแล้วที่มันหวานจะต้องเดินตามทางหัวใจของตัวเองสักที อย่าฝืนเดินสวนทางอีกเลย

มันหวานคิดว่าคนแบบไหนกันนะที่จะเหมาะกับคนแสนดีอย่างเตวิณ และมันหวานรู้ว่าคนๆนั้นไม่มีทางเป็นเขาได้ แต่เขาก็หวังว่าในสักวันจะมีใครสักคนเดินทางมาเพื่อหัวใจของเตวิณอย่างแท้จริง

ขอบคุณนะติณ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง” มันหวานกระชับแขนกอดอีกฝ่ายมากขึ้น เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่คงจะได้สัมผัสเป็นครั้งสุดท้าย

ความอบอุ่นที่มันหวานหวังว่าจะมีใครสักคนที่เหมาะสมกว่าเขาได้มาครอบครองอ้อมกอดที่แสนดีนี้ในความรู้สึกที่เท่ากันกับเตวิณเสียที

ขอบคุณเหมือนกันครับที่เข้ามาในชีวิต ที่ทำให้หัวใจได้ใช้งานบ้างแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ

อื้อ

ตอนนี้คงต้องจบจริงๆแล้วนะ เตวิณคลายอ้อมกอดออกและดวงตาของเขาทั้งคู่ที่หล่อเลี้ยงหยาดน้ำสีใสไว้ในดวงตาทั้งสองข้าง

เตวิณจบมันได้ไหม ให้เป็นเตวิณได้ไหมในครั้งนี้

เพราะว่ามันหวานไม่เก่งพอในขั้นตอนสุดท้ายของความสัมพันธ์แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มมันขึ้นมาเองก็ตาม

ครับ

...

มันหวาน

อื้ม

เราเลิกกันเถอะนะ

มันหวานรู้ว่าเขากับเตวิณไม่สามารถกลับมาเป็นอะไรต่อกันได้อีกแม้แต่คำว่าเพื่อนในตอนนี้ ไม่มีใครอยากมาเป็นเพื่อนกับคนที่ตัวเองเคยรักและเจ็บช้ำจนมากมาย

มันหวานและเตวิณเหมือนกับเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบแม้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งเขาทั้งสองจะเคยเดินทางในเส้นทางเดียวกัน แต่สุดท้ายเมื่อถึงแยกของการเลี้ยว พวกเขาที่ใจไม่เคยตรงต่อกันก็ต้องไปคนละทิศละทาง

เหมือนกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้

คนที่น้ำหนักของหัวใจไม่เคยเท่ากันจึงไม่มาสามารถออกเดินทางไปยังเส้นชัยด้วยกันได้อีกต่อไป

คงเป็นตรงนี้ ตรงแยกกลางทางที่ต้องเดินทางต่อในทางใครทางมัน

อื้อ เลิกกันนะ

อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เขาทั้งคู่หลงเหลือไว้ก็คือความเข้าใจและเหตุผลในการจบความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ยืดยาว ไม่ใช่ความเกลียดชังต่อกัน

และมันหวานขอภาวนาให้เตวิณได้เจอกับความรักที่ดี

ขอบคุณที่สอนบทเรียนที่แสนมีค่าให้แก่เขา

แม้เตวิณจะไม่ได้อยู่ในหัวใจ แต่เตวิณจะอยู่ในความรู้สึกดีๆของเขาเสมอ

มันจะเป็นแบบนั้น แฟนคนแรกของเขา ผู้ชายที่แสนดีที่สุดของมันหวาน

    

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1128 eeeerrreeedffhn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 16:15
    มันหวาน ขอให้เจ็บปวดกว่าเดิม
    #1,128
    0
  2. #1126 BbAm_๑ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 22:02
    อยากให้ติณมีคู่เลยอ่ะค่ะไรท์ อยากเห็นเค้ามีความรักดีๆ เศร้าไม่ไหว
    #1,126
    0
  3. #1120 Chonticha9652 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 12:29
    ฮื่ออ ร้องไห้เลย สงสารติณ
    #1,120
    0
  4. #1119 khodpher (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 12:44
    เหมือนลากเอาตัวละคร และความรู้สึกแบบติณมาล้อเล่นอ่ะ อห.!!!! ไม่ไหวแล้วหัวใจ ติณรู้ทั้งรู้ว่าจะต้องเจ็บแต่ก็ยอมเพื่อให้ตัวเองได้มีความสุขสักครั้ง
    #1,119
    0
  5. #1096 HisunoaHanikoa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:06
    ฮืออออนายแบบเป็นพระเอกในใจเราเลยอ่ะจิงแม่งเง้ย
    #1,096
    0
  6. #1082 Wannapathip (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 06:22
    ฮืออ บ่อน้ำตาเเตก
    #1,082
    0
  7. #1081 Wannapathip (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 06:13
    ฮือออ ติณ นายเป็นคนดีมากๆเลยอ่า เศร้าาาา
    #1,081
    0
  8. #1049 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 17:04
    นี่ร้องไห้ทุกตอนที่มีติณ เมื่อคืนร้องหนักจนตื่นมาปวดหัวปวดตา จนถึงตอนนี้ก็ยังปวดอยู่55555555 สงสารจริงๆ ทำใจยากมากๆกว่าจะกดอ่านในแต่ละตอน *ไรท์แต่งได้ดีมาก บรรยายโคตรจะลึกซึ้ง ฮือออออ
    #1,049
    0
  9. #1025 AI.tang (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:28
    อ่านมาถึงตอนนี้เราร้องไห้หนักมากเราแอบเชียรให้ติณเปนพระเอกเลยนะ
    #1,025
    0
  10. #1022 PeachieKim (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 23:02
    ขอมอบตัวเองให้ติณ
    #1,022
    0
  11. #990 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 02:03
    เอาซะอยากให้ติณมีคู่เลย ;3; หลังจากนี้ก็ต้องดูละ คูมหมอต้องซื้อความเชื่อใจกลับมาให้ได้นะคะ
    #990
    0
  12. #964 pcy921 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 14:15
    แงงงงงงติณพ่อคนดี
    #964
    0
  13. #926 นุ้งโด (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:33
    ฮือออ นักพี่ติณอ่ะแงงงง
    #926
    0
  14. #912 Miiwxx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:56
    เรื่องนี้ดีอ่ะ ฮือ
    #912
    0
  15. #886 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:50
    ความรักเรื่องนี้มันสมจริงมากอ่ะ ไม่ไหวเเล้วพ่อ ดีเกินอ่ะ ดีเกินไป รักไรท์มรกๆค่ะ บรรยายาควาใรู้สึกผ่านตัวอักษรไม่ได้เลย ฮื่ออออ
    #886
    0
  16. #867 areenachesani (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 10:13
    ฮึกก ชั้นจะคู่กับเตวิณเองงงง
    #867
    0
  17. #842 Jibangrin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:46
    แงงงงงเตวิณ บีบใจมาก เข้มแข็งสุดๆ ฮื่อออออออ
    #842
    0
  18. #831 OHMeMEII (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:04
    ทำให้คิดถึงตอนเลิกกับแฟนเก่าเลย เราเป็นสาวสองแฟนเก่าเป็นมุสลิมปากีสถาน เราคบกันโดยรู้ว่าวันนึงคงต้องเลิก แม้มันจะมีดราม่ามาตลอดหลายอย่างทั้งจากเราและเขา แต่ที่เหมือนกันคือตอนนั้นต่างฝ่ายไม่ได้อยากจะเลิกและนึกไม่ออกว่าจะไปต่อยังไงโดยไม่มีกัน จำได้ว่าเช้านั้นทางบ้านแฟนเก่าโทรมาคุยรบเร้าเรื่องแต่งงานมีลูกแบบจริงจัง ทางบ้านเขามีสิทธิที่จะจับคลุมถุงแต่แฟนเก่าบอกปัดมาตลอดเพื่อยื้อเวลาให้กัน จนวันนั้นคงเจอคำขาดว่าถ้าไม่แต่งงานมีลูกเองทางบ้านจะสั่งให้กลับแล้วคลุมถุงชน จำได้ว่านั่งหันหน้าซ้อนกันกอดกันร้องไห้ตัวโยนกันทั้งคู่ ในขณะที่เราถกเถียงกันว่ามีรักหรือเลิกรักอะไรยากกว่ากัน แต่ความจริงที่เรามักจะลืมคือ สานต่อความรักให้ยั่งยืนต่างหากที่ยากที่สุด
    #831
    0
  19. #807 Kyunggi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 11:37
    นับถือหัวใจติณ ขอให้เจอคนที่ดีนะ
    #807
    0
  20. #799 taloeyteay (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:42
    รู้ว่าต้องออกมาเป็นแบบนี้ ติณต้องเข้มแข็งแค่ไหนกันนะ ขอให้ติณได้เจอกับความรักดีๆ ที่เหมาะกับติณและไม่ต้องมีวันที่เสียใจ กอดดดดด :)
    #799
    0
  21. #772 _name12 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:57
    ขอบคุณคุณนะที่เข้มแข็งขนาดนี้ เตวิณ
    #772
    0
  22. #771 kk_40 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 15:27
    จะรักใครได้เท่าติณมั้ย ฮื่ออออ โอ๋ๆนะติณ
    #771
    0
  23. #760 gobgab77 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:06
    พ่อพระ...
    #760
    0
  24. #752 NNHYENA (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:54
    จุกมากแม่ หาคู่ให้ติณๆ ที
    #752
    0
  25. #742 blugarxx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:17
    รักไม่ได้ก็คือรักไม่ได้จริงๆนั่นแหละ ความรู้สึกมันฝืนกันไม่ได้หรอก สงสารทั้งคู่
    #742
    0