[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 23 : เหนือปลายเมฆ ☆ XXII

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XXII

ผมแค่หวังว่าจะมีสักวันที่ดาวสักดวงจะพาคุณกลับคืนมา

 

เวลาบ่ายสองยี่สิบนาทีบนหน้าปัดนาฬิกากับเสียงเพลงจากวิทยุสักคลื่นที่ทำให้ห้องโดยสารแคบไม่เงียบมากจนเกินไป ปลายเมฆมองเส้นทางข้างหน้ากับรถราที่แน่นไปหมด เขาออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่เช้าตรู่จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่ถึงที่หมายเพราะการจราจรที่ติดขัด

วันนี้ปลายเมฆขอลางานและลารวมทั้งหมดเป็นเวลาสามวันหลังจากที่เขาใช้เวลาทั้งอาทิตย์ทำงานอย่างหนักเพื่อขอแลกวันหยุดในครั้งนี้ ตอนนี้เขากำลังขับรถออกจากกรุงเทพฯเพื่อไปยังต่างจังหวัดที่เคยไปแล้วครั้งหนึ่ง

เขากำลังจะไปบ้านของมันหวาน

มันมีเหตุผลเดียว ที่เป็นเหตุผลใหญ่ในการไปครั้งนี้

เขาอยากรู้จักมันหวานให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเหมือนเขาไม่เคยรู้จักมันหวานเลย

ไม่ใช่มันหวานที่ไม่ยอมให้เขาได้รู้จัก แต่เป็นเขาเองที่ไม่ได้ใส่ใจใครอีกคนมากพอ

มีคนเคยบอกว่าถ้าอยากจะรู้ว่าคนหนึ่งคนมีนิสัยอย่างไรให้ฟังเพลงที่เขาชอบหรืออ่านหนังสือที่เขาอ่าน แต่สำหรับปลายเมฆเขาเลือกที่จะไปยังที่คนนั้นอยู่และเรียนรู้การเป็นเขาคนนั้นผ่านเรื่องเล่าจากครอบครัว

ครั้งนั้นเขาไปเพื่อพักใจแต่ครั้งนี้เขาไปเพื่อมันหวานเพียงคนเดียว

หลายชั่วโมงหลังจากนั้นรถสีดำก็จอดลงเมื่อถึงที่หมาย ปลายเมฆยังคงจอดรถอยู่หน้าหมู่บ้านเหมือนเคยก่อนที่เขาจะขนกระเป๋าเสื้อผ้าที่บรรจุมาเพียงพอต่อสามวัน ของฝากลุงกำนัน รวมถึงอาหารแห้งของตัวเองอีกนิดหน่อย

พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วแต่ก็ยังมีแสงไฟตามทางทำให้ซอยแคบนี้ไม่น่ากลัวจนเกินไป ปลายเมฆกวาดสายตามองรอบข้างในระหว่างที่เดินไปยังบ้านของลุงกำนัน ที่นี่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรืออากาศที่เขากำลังสูดดม

มาแล้วหรอ ลุงกำลังรออยู่เลย

สวัสดีครับคุณลุง” ปลายเมฆค้อมหัวลงเพราะมือทั้งสองข้างไม่ว่าง เขาติดต่อลุงกำนันไปเมื่อสามสี่วันก่อนว่าจะมาขออาศัยอยู่สักสามวันซึ่งพ่อของมันหวานก็ยังคงใจดีเหมือนเคย

ไหว้พระเถอะหมอ มาๆขึ้นบ้านเดินทางมาเหนื่อยแย่

ปลายเมฆเดินตามผู้ใหญ่ขึ้นไปบนบ้าน ทุกอย่างยังคงถูกจัดเรียงไว้เหมือนเดิม เหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หากจะมีก็มีเพียงมันหวานที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

และมันหวานก็ไม่รู้ว่าเขามาเยี่ยมเยือนบ้านของเจ้าตัว

นี่เป็นของฝากครับ” ปลายเมฆเอ่ยปากก่อนจะยื่นของฝากที่ซื้อมาให้

ที่หลังไม่ต้องลำบากนะ แต่ก็ขอบใจมาก” ลุงกำนันว่าก่อนที่แกจะเอาของไปเก็บไว้ในครัว

ปลายเมฆวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้บนโซฟาก่อนจะหยัดตัวนั่งลงเขาพนมมือไหว้ขอบคุณเมื่อลุงกำนันเอาขันน้ำมาให้ดื่ม

ตามสบายนะเมฆ เหมือนที่เคยอยู่นั่นล่ะ” ลุงแกเอ่ย

ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มาขอรบกวนอีกแล้ว

ไม่รบกวนเลย ดีซะอีก ช่วงนี้ลุงก็ไม่ได้มีงานล้นมือเหมือนเมื่อก่อน อยู่บ้านคนเดียวมันก็เหงาๆ คิดถึงเจ้าตัวแสบมัน” ลุงกำนันหัวเราะเบาๆก่อนจะตีไหล่เขาปุๆ “เมฆก็เหมือนลูกเหมือนหลานลุงนั่นแหละนะ

ขอบคุณที่เมตตาผมนะครับ” ปลายเมฆพนมมือไหว้พร้อมยิ้มรับ ความใจดีที่มันหวานมีก็คงมาจากพ่อตัวเองไม่มีผิดเพี้ยน

แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังล่ะ ลุงมีกับข้าวอยู่นะแต่ไม่รู้เมฆจะกินได้หรือเปล่า

ผมแวะทานมาก่อนแล้วล่ะครับ

ถ้างั้นคืนนี้ก็นอนพักก่อนห้องเดิมเลยนะ ลุงทำความสะอาดให้แล้ว ยังไงก็พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

ครับ ขอบคุณมากครับลุงกำนัน”      

            หลังจากนั้นลุงกำนันแกก็ขอตัวไปนอน ตามประสาคนแก่ต่างจังหวัดที่มักจะเข้านอนเร็วเสมอแม้ว่าจะไม่ถึงสี่ทุ่มดีด้วยซ้ำ ปลายเมฆหยัดตัวลุกจากโซฟาตัวยาวก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองไปยังห้องนอนห้องเดิมที่เคยใช้อาศัย กลิ่นหอมอ่อนๆที่คล้ายจะเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยคลุ้งเต็มห้องเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป

ปลายเมฆทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อก่อนจะส่งข้อความบอกกับที่บ้านและเพื่อนสนิทอย่างแทนไทว่ามาถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยก่อนจะปิดเครื่องโทรศัพท์ เพราะสามวันที่นี่เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องติดต่อใคร

หลังจากนั้นปลายเมฆก็เข้าไปชำระล้างร่างกายหลังจากเหนื่อยจากการขับรถมาเป็นเวลานาน ก่อนจะใช้เวลาในคืนแรกเพื่อการพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้เขามีเรื่องอยากจะทำและทำความรู้จักมันหวานอีกเยอะ

 

รุ่งเช้ามาถึงกับการปลุกจากไก่ของชาวบ้านแทนนาฬิกาปลุกดิจิตอล ปลายเมฆหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงที่ไม่นุ่มเท่าไรนักก่อนจะบิดตัวซ้ายขวาไล่ความเมื่อยขบ เขาพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะออกจากห้องมาในเวลาหกโมงเช้า

ปลายเมฆจำได้ว่ามันหวานชอบใส่บาตรทุกเช้า และพระจะมาบิณฑบาตประมาณหกโมงสี่สิบ วันนี้ปลายเมฆจึงต้องลงมือทำอาหารเอง ที่จริงจะเรียกว่าทำอาหารก็คงไม่ถูกเพราะเขาจะต้มไข่และหุงข้าวสวยเพียงเท่านั้น

ตื่นเช้าจังเมฆ

อรุณสวัสดิ์ครับคุณลุง” ปลายเมฆยกมือไหว้ลุงกำนันที่นุ่งเพียงผ้าขาวม้าเท่านั้น

จะใส่บาตรหรอ” ลุงกำนันเอ่ยถามหลังจากรับไหว้เขา ดวงตาสีเข้มนั้นแสดงถึงความใจดีก่อนที่ลุงแกจะเดินเข้ามาหาและชะเง้อมองไข่หกฟองที่อยู่ในหม้อ

ครับ คุณลุงใส่ด้วยกันไหมครับ

เอาสิ ลุงก็ใส่ทุกเช้าอยู่แล้ว

หลังจากนั้นปลายเมฆก็ได้ไข่ต้มหกฟองและข้าวสวยที่หุงเองอีกสามถุง โชคดีที่ได้ลุงกำนันช่วยไม่งั้นเขาคงหุงข้าวออกมาดิบแน่ๆ นอกจากไข่ต้มและข้าวสวยที่หุงสุกก็ยังมีปลากระป๋อง นมกล่องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ปลายเมฆขนมา

หกโมงสี่สิบปลายเมฆนิมนต์พระสามรูปอยู่ตรงหน้าบ้านพร้อมกับลุงกำนันก่อนที่พวกเขาจะพากันใส่บาตรและปลายเมฆที่ใส่ปัจจัยเพิ่มอีกหนึ่งพันบาท หลังจากนั้นเขาก็เริ่มกวดน้ำตามที่มันหวานเคยทำ

ปลายเมฆจำได้มันหวานมักจะกวดน้ำให้แม่ของตัวเองเสมอและครั้งนี้เขาก็ทำแทนคนตัวเล็กที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ก่อนจะยกมือไหว้สาธุและนำน้ำที่กวดไปรดโคนต้นไม้

เดี๋ยวลุงทำอะไรให้กิน เมฆอยากกินอะไร” ลุงกำนันเอ่ยถามหลังจากที่พวกเขานำถาดไปเก็บไว้ในครัว

ผมอยากทานของโปรดของมันหวาน ถ้าไม่รบกวนเกินไปคุณลุงช่วยสอนผมได้ไหมครับ” ปลายเมฆเอ่ยถามอย่างเกรงใจ แต่นี่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาอยากจะเข้าใกล้ความเป็นมันหวานมากขึ้น

ได้สิ งั้นเอาเป็นแกงอ่อมไก่ผักชีลาวละกัน มีของอยู่

ปลายเมฆจำได้ว่าเขาเคยกินแกงอ่อมไก่ที่ลุงกำนันว่าอยู่สองสามครั้งตอนที่อยู่ที่นี่ มันหวานเป็นคนบอกให้ลองแต่เขาไม่เคยรู้เลยว่ามันคือของโปรดของมันหวาน เพราะคิดว่าเด็กคนนั้นโปรดไปหมดซะทุกอย่าง

ลุงกำนันหันไปเตรียมของออกมาจากตู้เย็นและบอกว่าเทคนิคของแกงนี้ที่ชอบทำให้มันหวานกินคือใส่ผักชีลาวเยอะๆ ปลายเมฆจึงขอตัวไปหยิบกระดาษกับปากกาในห้องก่อนจะเดินออกมาและเริ่มจดส่วนผสมวัตถุดิบรวมถึงวิธีการทำพร้อมกับช่วยเป็นลูกมือลุงกำนันไปด้วย

แล้วเวลาอยู่กับเมฆที่กรุงเทพเจ้ามันหวานทำอะไรให้กินบ้างล่ะ” ลุงกำนันเอ่ยถามในระหว่างที่ให้ปลายเมฆโขลกกะปิพร้อมกับพริกสด ตะไคร้ ข่าและกระเทียมสด

หลายอย่างเลยครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นของโปรดผม แต่ก็ไม่บ่อยนักเพราะผมไม่ค่อยได้กลับห้อง” แต่หากเขามีเวลาได้กลับห้อง ได้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน มันหวานก็ไม่พลาดที่จะทำแต่เมนูโปรดของเขา ทั้งที่บางทีเขาก็ไม่เคยบอกเลยด้วยซ้ำว่าเขาชอบกินอะไร “บางครั้งผมไม่เคยพูดว่าชอบอะไรเป็นพิเศษแต่มันหวานก็ทำออกมาได้ถูกใจผมตลอด

รายนั้นน่ะชอบสังเกต” ลุงกำนันว่ายิ้มๆ “แต่เห็นมันหวานบอกว่าไม่ได้อยู่กับเมฆแล้วนี่ ใช่ไหม

คำถามนั้นทำให้ปลายเมฆชะงักมือที่กำลังถือสากอยู่ เขาพยักหน้าช้าๆก่อนจะเอ่ยตอบรับ

ครับ

มันหวานบอกว่าย้ายไปอยู่กับเพื่อน

ที่จริงผมกับมันหวานเรามีเรื่องไม่เข้าใจกัน และมันเป็นความผิดของผมเองครับ” ปลายเมฆเอ่ยเสียงเบาเพราะเมื่อนึกถึงวันนั้นทีไรความผิดมากมายก็มักจะอัดแน่นในใจของเขาเสมอ

มันหวานไม่ได้บอกว่ามีเรื่องกับเมฆหรอกนะ ที่จริงมันหวานไม่ได้พูดถึงเมฆเลย สักพักแล้วล่ะ

...

ทั้งที่เวลาโทรมาหาลุงก็มักจะพูดถึงเรื่องเมฆซะส่วนใหญ่ ลุงก็ไม่อยากเซ้าซี้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะลุงคิดว่าลูกลุงโตแล้วเขาก็คงมีความลับของเขาบ้าง

ผมขอโทษครับคุณลุง” ปลายเมฆละมือจากการโขลกเครื่องแกงก่อนที่จะพนมมือไหว้ผู้ใหญ่

ไม่ต้องขอโทษหรอก และลุงก็จะไม่ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น

...

แต่ที่ลุงอยากรู้ก็คือ มันหวานมีแฟนแล้วใช่ไหม

            ปลายเมฆลอบมองสีหน้าของลุงกำนันหลังจากถามคำถามนั้นจบ เขาไม่เห็นการแสดงออกทางสีหน้าใดๆของลุงกำนันเลยสักนิดจึงไม่สามารถเดาได้เลยว่าลุงแกกำลังคิดอะไรอยู่

ครับ ชื่อเตวิณ” ถึงแม้การเลือกตอบคำถามจะทำให้ใจของปลายเมฆรู้สึกเจ็บ แต่มันก็เป็นความจริงที่เขาคงต้องยอมรับ และเขาคิดว่าลุงกำนันมีสิทธิ์ที่จะรู้

เด็กคนนั้นเป็นคนดีหรือเปล่า

ผมไม่สนิทกับเขา แต่เท่าที่เห็นเตวิณเป็นคนดีครับ” อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็ดีกว่าเขา อย่างน้อยเตวิณก็ไม่เคยทำให้มันหวานเสียใจจนเสียน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าแบบที่เขาเคยทำ

แค่นั้นก็พอแล้ว” ลุงกำนันยิ้มก่อนจะหันหน้ามามองกัน “ทั้งที่ลุงก็แปลกใจนิดหน่อย

...

ลุงคิดมาตลอดว่ามันหวานชอบเมฆ

คุณลุงทราบหรอครับ” ปลายเมฆตาโตเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำนั้น

มันหวานเป็นลูกลุงนะเมฆ ลุงแอบสงสัยตั้งแต่เจ้าเด็กแสบเอาแต่มุ่งมั่นอยากจะไปกรุงเทพให้ได้

...

แล้วก็ชอบโทรมาเล่าเรื่องเมฆบ่อยๆ หัวเราะคิกคักแล้วก็บอกว่าหมอปลายใจดีแบบนั้นแบบนี้

...

และก็มีวันหนึ่งที่มันหวานถามกับลุง

อะไรหรอครับ” ปลายเมฆรู้สึกริมฝีปากของตัวเองแห้งผาก เขาเลียริมฝีปากของตัวเองเบาๆ ในใจรู้สึกวูบโหวงแปลกๆเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้เลยว่ามันหวานเอาเรื่องของเขาไปเล่าให้พ่อของตัวเองฟัง

เขาไม่เคยรู้อะไรเลยสักอย่าง

และประโยคที่ลุงกำนันกำลังจะพูดมันทำให้เขารู้สึกกลัวแปลกๆ

กลัวว่าเขาได้พลาดอะไรบางอย่างที่สำคัญไปอีกแล้ว

มันหวานถามลุง

...

เขาบอกว่า พ่อหนูขออนุญาตชอบหมอปลายได้ไหม

และเขาได้พลาดมันไปจริงๆ

ผมขอโทษครับคุณลุง

ตั้งแต่มาที่นี่เมฆขอโทษลุงไปหลายรอบแล้วนะ” ลุงกำนันหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปสนใจแกงในหม้อต่อ “มีอะไรไว้ค่อยคุยกัน คุยเรื่องเครียดตอนเช้าอาหารจะไม่ย่อย

ครับ

ลุงกำนันพูดถูกว่าตั้งแต่มาที่นี่เขาเอาแต่พูดคำว่าขอโทษไปหลายครั้ง แต่ไม่ได้พูดเพราะความชินปาก แต่ที่พูดเพราะเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ รู้สึกขอโทษและรู้สึกขอโทษมากกว่าที่ลุงกำนันคิดเสียอีก

แกงอ่อมไก่ของโปรดมันหวานเสร็จออกมาด้วยหน้าตาและรสชาติที่แตกต่างไปเสียหน่อย มันไม่เหมือนที่มันหวานเคยทำให้เขากิน แต่ถึงแบบนั้นรสมือของลุงกำนันก็อร่อยไม่ต่างกัน เขาสองคนนั่งกินมื้อเช้าด้วยกันและปลายเมฆที่ฟังเรื่องทั่วไปจากลุงกำนันและแลกเปลี่ยนเรื่องอาชีพของตัวเองรวมถึงเรื่องของพ่อจนอาหารมื้อเช้าจบลงไปแบบที่แกงหมดเกลี้ยงหม้อ

ช่วงสายๆหลังจากนั้นความตั้งใจที่สองของปลายเมฆคือการมาที่แปลงผักของมันหวานที่เขาจำได้ว่ามันหวานภูมิใจเสนอมากแค่ไหน เขาขอลุงกำนันมาช่วยทำสวนผักโดยการช่วยปลูกทั้งมะเขือเทศและกะหล่ำปีไปหลายหลุม ขุดดินไปก็คิดถึงเบบี้แครอทไป โชคดีที่เบบี้แครอทของเขาไม่ต้องรดน้ำทุกวันก็เลยไม่น่าเป็นห่วงมากนัก อย่างน้อยเขาก็จัดที่ให้เจอแสงแดดในองศาที่พอดีและหลบเลี่ยงหากฝนจะตกหนัก

แปลงผักที่ปลายเมฆช่วยลุงกำนันปลูกเสร็จในช่วงบ่ายสามโมงเย็นก่อนที่ปลายเมฆจะขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปตลาดนัดช่วงเย็นที่มันหวานเคยพาไป

เขาเดินออกจากบ้านลุงกำนันตอนสี่โมงกว่าพร้อมกับกล้องในมือ ตลาดช่วงเย็นคึกคักนิดหน่อย เต็มไปด้วยเด็กเล็กๆที่หิ้วขนมกันคนละถุงสองถุง

ปลายเมฆเดินเล่นไปเรื่อยๆและเขาตั้งใจจะซื้อของสดและผลไม้เข้าไปให้ลุงกำนันด้วย เขาเดินไปอีกสักพักก่อนจะเจอคนขายสายไหมหลากสีที่มันหวานเคยซื้อให้เขากิน

จำได้ตอนนั้นเขาจะเอ่ยปฏิเสธแต่เด็กแครอทก็ป้อนมันเข้าปากของเขาหน้าตาเฉย รสหวานจัดนั้นเขายังคงจำได้อย่างดี

และในวันนี้ที่คิดถึงวันนั้น จึงทำให้เขาซื้อสายไหมสีชมพูมาลองกิน วันนั้นมันหวานมากๆ หวานจนเขาไม่แน่ใจว่าสายไหมมันหวานอยู่แล้วหรือเพราะว่าเขากินไปมองหน้ามันหวานไปมันถึงหวานมากกว่าเดิม

แต่ในครั้งนี้สายไหมที่ละลายอยู่ในปากของเขามันกลับจืดสนิท ไม่ได้จืดที่รสชาติแต่จืดชืดในหัวใจของเขา

ไม่มีมันหวานอยู่ตรงนี้ และเพราะว่าไม่มี ความหวานในหัวใจของเขาจึงจางสลายหายไป

ปลายเมฆสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนที่เขาจะกินสายไหมนั้นจนหมด มือหนายกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปชาวบ้านที่ผ่านไปมา ถ่ายแผงขายของข้างทางรวมถึงท้องฟ้าในวันนี้

ปลายเมฆรู้ว่ามันหวานรักคนที่นี่ ชอบสถานที่ที่เป็นบ้านเกิดของตัวเองแต่มันหวานก็เลือกที่จะไปที่กรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเพราะเรื่องเรียนและเขารู้ว่าอีกส่วนมันเพื่อเขา

หลังจากเดินเล่นที่ตลาดจนเมื่อยขาปลายเมฆก็เดินกลับบ้านก่อนจะพบกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกแก้วน้ำทับไว้ตรงโต๊ะหน้าโซฟาความจากลุงกำนันว่าคืนนี้จะไม่กลับมานอนที่บ้านเพราะชาวบ้านมีเรื่องให้ช่วยด่วน

แบบนั้นจึงกลายเป็นว่าเรื่องที่ค่อยเอาไว้คุยกันก็คงไม่ได้คุยในคืนนี้

ปลายเมฆจึงใช้เวลาที่เจ้าของบ้านไม่อยู่สำรวจห้องของลูกชายคนเดียวของลุงกำนัน ปลายเมฆเปิดเข้าไปในห้องที่ไม่ล็อคประตูและทุกอย่างในห้องของมันหวานก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมยกเว้นกลิ่นหอมประจำกายของเด็กแครอทที่หายไปเพราะห้องนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมาหลายเดือน

เขาจำได้ว่าเคยนั่งเฝ้ามันหวานอยู่บนเตียงหลายชั่วโมงตอนที่เด็กแครอทป่วยจนงอแงไม่เลิก

จำได้ดีทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นที่นี่

ปลายเมฆเหมือนคนโรคจิต เขาเปิดตู้เสื้อผ้าของมันหวานที่มีเสื้อหลงเหลืออยู่ในนั้นสามสี่ตัวก่อนจะสุ่มหยิบออกมาหนึ่งตัวและกอดมันแนบอกพลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นเข้าปอด

เขาเคยเห็นในหนังที่เวลาพระเอกคิดถึงนางเอกมากๆ แล้วเอาหมอนของนางเอกมากอดมาดม ตอนนั้นเขาคิดว่ามันจะบรรเทาความคิดถึงลงได้อย่างไร

ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้วว่ามันไม่ได้ช่วยบรรเทาความคิดถึงได้เลย

ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว

มือหนาพับเสื้อผ้าของเจ้าของห้องเก็บไว้ในตู้เหมือนอย่างเคยก่อนจะเดินไปยังโต๊ะหนังสือที่มีกองหนังสือเตรียมสอบเข้ามหา'ลัยตั้งไว้แถวยาว แต่ที่สะดุดตามากที่สุดก็คงเป็นผ้าพันคอลูกเสื้อเก่าๆที่มีข้อความเขียนอยู่บนนั้น

ปลายเมฆหยิบมันขึ้นมาดูพร้อมกับอาการหน่วงภายในใจอีกครั้ง

ไปหาหมอปลายเมฆกันเถอะ!’

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้เลยว่ามันหวานใช้ความพยายามมากแค่ไหนเพื่อให้เขาทั้งสองได้เจอกันอีกครั้ง

แล้วนี่เขาทำอะไร เขาปล่อยให้มันหวานไปได้อย่างไร

ถ้ามีใครบางคนที่ต้องโง่เกินเยียวยาก็คงเป็นเขาแบบไร้ข้อโต้แย้งใดๆ

ปลายเมฆพับผ้าพันคอผืนเก่าที่ตัวอักษรจางลงไปบ้างแล้วเป็นทบๆก่อนที่เขาจะถือมันไว้และเดินเอาไปเก็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง

เขาไม่ได้อยากจะขโมยแต่เขาปล่อยมันไว้ที่นี่ไม่ได้

เขาปล่อยมันทิ้งไว้ที่นี่โดยไม่รู้อะไรเลยมานานมากแล้ว

นานมากเกินไปแล้ว

ตกดึกตอนช่วงสามทุ่มปลายเมฆถือตะเกียงออกมานั่งยังใต้ถุนบ้านกับเบียร์หนึ่งกระป๋องขาดก็แต่บุหรี่ที่เขากำลังเลิก เหตุผลไม่ใช่เพื่อตัวเองซะส่วนใหญ่แต่เหตุผลส่วนมากนั่นเป็นเพราะมันหวาน

มันหวานคงไม่ชอบถ้าเห็นเขาสูบบุหรี่หนักๆอีก

เดี๋ยวมันหวานจะมาบ่นว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รักตัวเอง ถึงแม้ไม่รู้ว่าจะได้ฟังอีกคนมาบ่นให้กันตอนไหนก็ตาม

ปลายเมฆกระดกเบียร์เข้าปาก เขาฟังเสียงจิ้งหรีดที่ดังระงมไปทั่วหมู่บ้านพลางเงยหน้ามองดวงดาวที่เห็นได้ชัดแบบไม่ต้องหรี่ตามอง

นึกถึงคืนนั้นก่อนที่เขาจะกลับไปกรุงเทพ เขาและมันหวานนั่งดูดาวด้วยกัน จำได้ทุกประโยคที่พวกเขาเคยคุยกัน จำได้ทุกความรู้สึกในวันนั้น

มันหวานชอบดาวเคราะห์มากกว่าดาวฤกษ์

ส่วนเขาชอบมันหวานมากกว่าดวงดาวทุกดวงที่โลกนี้มี

มันหวานบอกว่าดาวเคราะห์ทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิดสวยได้ไม่แพ้ดาวฤกษ์

ส่วนเขา มันหวานสวยงามมากกว่าอะไรทั้งหมดที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า

มันหวานเคยคว้าดวงดาวแล้วนำมาใส่ในมือของเขาไว้

ในวันนั้นเขาทำให้ดวงดาวดวงนั้นหลุดมือไป

ในวันนี้เขาจึงกลับมาเพื่อตามหาดาวดวงนั้นอีกครั้ง

มันหวานเคยขอให้เขาลืมดาวดวงเก่าและขอพื้นที่ให้ตัวเอง

เขาก็อยากจะบอกเหลือเกินว่าตอนนี้ในหัวใจของเขาไม่มีดาวดวงเก่าหรือดาวดวงไหนอีกแล้ว

มันมีเพียงแค่มันหวาน

มันหวานคนเดียวมาตลอด

มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ใต้ถุนบ้านตรงนี้และที่จำได้ดีที่สุด คือเขาทำให้มันหวานร้องไห้ครั้งแรกที่นี่

จำได้อย่างแม่นยำว่าเขาเป็นคนเอ่ยอนุญาตให้มันหวานรู้จักกับการตกหลุมรัก

และเขาเองที่ทำให้การตกหลุมรักของมันหวานกับการทิ้งตัวลงมาจากปลายเมฆนั้นเจ็บปวด

เขาเองทั้งหมด ของทุกเรื่องราวในที่ตรงนี้

ปลายเมฆยกกล้องที่นำติดมือมาด้วย เขายกมันขึ้นระดับใบหน้ากดซูมจนสุดเพื่อให้มันโฟกัสดาวที่พาดอยู่บนท้องฟ้าก่อนจะกดปุ่มถ่าย เขามองภาพของท้องฟ้าสีเข้มที่ถูกตัดด้วยแสงสีขาวของดาวหลายดวง

มันยังคงสวยงามเหมือนดั่งวันนั้นที่มีใครบางคนนั่งข้างกายและชี้นิ้วเล็กๆของตัวเองขึ้นฟ้าเพื่อถามว่าดาวดวงนั้นชื่ออะไร

ต่างกันในตอนนี้ที่เขานั่งดูมันเพียงคนเดียวและยังคงไม่รู้ว่าดวงดาวนั้นมีชื่อเรียกเฉพาะว่าอะไร แต่ปลายเมฆก็หวัง..

หวังว่าสักวันเขาจะได้กลับมานั่งดูดาวกับมันหวานอีกสักครั้ง พร้อมกับตอบคำถามของมันหวานได้ ว่าดาวดวงนั้นมันมีชื่อเรียกว่าอะไร

เขาก็แค่หวังว่าจะมีสักวันที่ดาวสักดวงจะพามันหวานกลับคืนมา

 

 

ค่ำคืนสุดท้ายที่ปลายเมฆจะอยู่ที่นี่ เขาไม่แน่ใจว่าได้รู้จักมันหวานเพิ่มมากขึ้นในระดับไหน รู้แต่ว่าเขาได้ใส่บาตรทุกเช้าในระหว่างสามวันมานี้แบบที่มันหวานชอบปลุกเขาและให้ใส่บาตรด้วยกัน เขาได้ฝึกทำแกงอ่อมไก่ใส่ผักชีลาวที่มันหวานชอบกิน ฝึกอยู่แบบนั้นจนลุงกำนันบอกว่ารสมือผ่าน เขาได้ไปตลาดที่มันหวานชอบไปและกินสายไหมที่จืดชืดทางความรู้สึกไปหลายไม้ เขาได้ดูดาวเพียงคนเดียวและภาวนากับดาวพวกนั้นทุกๆคืน

ขอให้มันหวานกลับมาหาเขากับความรู้สึกที่ปลอดภัยต่อกันในสักวัน

ลุงกำนันมีเรื่องอะไรจะถามผมไหมครับ” ปลายเมฆเปิดปากถามในระหว่างที่กำลังนั่งดูละครหลังข่าวอยู่กับลุงกำนัน

เขาจำได้ว่ามันหวานก็ชอบดูละครหลังข่าวในเวลาสองทุ่มครึ่งทุกๆวัน

เรียกว่ามีเรื่องอยากจะบอกจะดีกว่า

อะไรหรอครับ” ปลายเมฆเอ่ยถามเสียงเบาเขาประสานมือทั้งสองข้างไว้ตรงหน้าตักและมองแววตาลุงกำนันอย่างแน่วแน่

มันหวานไม่เคยมีความรัก ที่จริงลุงตกใจนิดหน่อยที่จับได้ว่าลูกตัวเองมีแฟนแล้วไม่ยอมบอก

ทำไมคุณลุงถึงทราบล่ะครับ

ความรู้สึกของคนเป็นพ่อล่ะมั้ง แต่มันแปลกที่มันหวานไม่เคยพูดถึงแฟนคนนั้นเลย

...

ลุงไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรมันหวานถึงเลือกจะมีแฟนเป็นคนอื่นทั้งที่เคยขอลุงเพื่อจะไปชอบเมฆ แต่ลุงก็ยอมรับการตัดสินใจของเขา

...

ที่ลุงไม่ถามเซ้าซี้เมฆ ไม่ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเมฆกับลูกของลุงก็เพราะลุงคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน และมันหวานก็ควรจะโตพอเพื่อจัดการกับปัญหาที่ก่อไว้ กับเรื่องบางเรื่องลุงก็เข้าไปมีส่วนร่วมไม่ได้มากนักหรอก เพราะถ้าลุงยุ่งย่ามทุกเรื่อง มันหวานจะไม่มีทางโตขึ้น

ผมทำให้น้องเสียใจครับ” ปลายเมฆตัดสินใจที่จะเอ่ยบอก “ผมทำให้มันหวานร้องไห้ครับลุงกำนัน

อืม ลุงฟังอยู่

ผมตัดสินใจผิดพลาดไปในเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้มันหวานเลือกที่จะไม่อยู่กับผมเหมือนเก่า ผมเป็นคนที่โง่มากที่สุดในโลกที่ปล่อยให้มันหวานเดินจากไปโดยที่รั้งไว้ไม่ได้

...

ผมโลเลกับความรู้สึกของตัวเองทั้งๆที่ใครก็มองออกตั้งนานแล้วว่าแท้ที่จริงผมรู้สึกอย่างไรกับมันหวาน มีเพียงผมเองที่ปล่อยให้อะไรที่มันสำคัญน้อยกว่ามันหวานมาบดบังหัวใจของตัวเองไว้

แล้ววันนี้มันชัดเจนแล้วหรือยัง” ลุงกำนันเอ่ยปากถามหลังจากเอื้อมมือไปหยิบรีโมทปิดทีวีที่ไม่ได้รับความสนใจลง

ครับ ชัดเจนมากกว่าครั้งไหนๆ แต่มันเป็นความชัดเจนที่สายไปแล้ว

...

ผมขอโทษครับคุณลุง ผมรักษามันหวานไว้ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่อยากเสียเขาไปแบบที่ไม่ได้พยายามทำอะไรเลย

แล้วตอนนี้เมฆคิดอะไรอยู่

ปลายเมฆก้มหน้าลง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรู้สึกถึงก้อนเหนียวหนืดที่จุกอยู่ตรงลำคอ ขอบตาของเขาร้อนผ่าวแม้มันจะไม่ถึงกับมีน้ำตารินไหล

คำถามของลุงกำนันนั้นปลายเมฆมีคำตอบให้อยู่แล้วเพราะมันเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขามาที่นี่

ผม

...

ผมขออนุญาตรักมันหวานได้ไหมครับ

จบคำถามนั้นลุงกำนันก็นิ่งไปก่อนที่คนแก่กว่าจะเอื้อมมือมาลูบไหล่ของเขาเบาๆ

คนทุกคนมีสิทธิ์จะรัก แม้ความรักนั้นมันอาจจะไม่ถูกที่ถูกทางเราก็ยังมีสิทธิ์

...

เมฆไม่จำเป็นต้องขออนุญาตลุงเหมือนกับที่มันหวานไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตเพื่อชอบเมฆ ลุงเคารพการตัดสินใจของลูกตัวเองเสมอเพราะเคยบอกเขาไปว่าสักวันมันหวานจะต้องได้เรียนรู้กับรักที่แตกต่างจากที่เขารักลุง

...

และลุงคิดว่าวันนี้มันหวานกำลังเรียนรู้อยู่กับสิ่งนั้น ถึงแม้ลุงจะไม่รู้เลยว่ามันหวานเรียนรู้ได้ถูกต้องมากน้อยแค่ไหนเพราะเด็กที่ชื่อเตวิณนั่นลุงไม่เคยได้ยินมันหวานพูดถึงเลยสักครั้งเดียว

ปลายเมฆไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือรู้สึกยังไงที่มันหวานไม่พูดถึงเรื่องเตวิณให้พ่อของตัวเองฟัง แต่ในขณะเดียวกันเรื่องของเขาก็ไม่ได้ถูกเล่ามาสักพักแล้วเช่นกัน

เมฆรักมันหวานได้” มือที่ลูบไหล่เขาเปลี่ยนเป็นตบเบาๆก่อนลุงกำนันจะลดมือของตัวเองลง “มันเป็นสิทธิ์ทางความรู้สึกของเมฆ

“…”

แต่ลุงก็มีเรื่องอยากจะขอ

อะไรหรอครับ

ไม่ว่ามันหวานจะตัดสินใจยังไงในที่สุด

...

เมฆช่วยเคารพการตัดสินใจของน้องได้ไหม

มันเป็นคำขอที่ค่อนข้างยาก หากการตัดสินใจของมันหวานมันไม่มีเขาอยู่ในนั้น

แต่ตอนนี้สำหรับคนแบบเขาก็คงมีทางเลือกไม่มากนัก หากที่ผ่านมาเขาทำร้ายมันหวานมามากพอแล้ว

ในเวลานี้ก็คงเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องชดใช้ความผิดทั้งหมด

ครับ ผมจะเคารพการตัดสินใจของน้อง

แม้ว่าความผิดที่ต้องชดใช้นั้นมันจะทรมานมากแค่ไหน

ไม่มีใครอยากสูญเสียคนที่รักไปหรอก

ไม่มี

 

ผ่านมาอาทิตย์กว่าได้แล้วกับคำถามของเตวิณที่มันหวานยังคงไม่ได้ให้คำตอบ แต่ถึงอย่างนั้นเตวิณก็ดูเหมือนคนใจเย็นที่จะรอกันได้ ซึ่งมันหวานก็ไม่รู้ว่าเตวิณจะอดทนรอกันได้ไปถึงเมื่อไร

มันหวานไม่ได้อยากให้เตวิณรอนานขนาดนั้นแต่กับเรื่องนี้เขาไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที มันมีบางอย่างที่ทำให้มันหวานไม่กล้าตัดสินใจ

บางอย่างที่กำลังทำให้มันหวานสับสนภายในหัวใจไปทั้งดวง

เขาทั้งสองคนยังพักอยู่ที่เดียวกันเหมือนอย่างเคย และเตวิณก็ทำตัวปกติเหมือนกับก่อนหน้านี้ระหว่างเขาทั้งคู่ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้เจ็บปวดต่อกันและกัน มันหวานไม่รู้ว่ามันดีแล้วหรือเปล่า แต่ที่เขารู้สึกคือยิ่งเตวิณทำตัวดีกับเขาเหมือนเดิมเท่าไรเขายิ่งรู้สึกเหมือนกับกำลังแบกรับอะไรที่หนักอึ้งไว้ในหัวใจ

มันหวานไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด เขาอยากมีความชัดเจนให้กับทุกคำถามที่ควรจะมีคำตอบ มันหวานไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นคนโลเลกับการตัดสินใจตั้งแต่เมื่อไร ทั้งที่ไม่ชอบคนไม่ชัดเจนแต่ตอนนี้เหมือนกับเขากำลังเป็นคนแบบนั้น

คนแบบที่ตัวเองไม่ชอบ

แต่งตัวเสร็จหรือยังครับเต่าน้อย” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นก่อนเจ้าของเสียงจะเปิดประตูเข้ามา มันหวานวางหวีที่ใช้สางผมเมื่อครู่ลงที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้กับแฟนของตัวเอง

เสร็จแล้ว ไปกันเลยไหม

พร้อมตั้งนานแล้วครับคุณ

            แล้วฝ่ามือที่ว่างเปล่าของมันหวานก็ถูกแทนที่ด้วยสัมผัสอุ่นๆ ก่อนที่เตวิณจะเดินนำเขาออกจากห้องไป

วันนี้เขาทั้งสองมีแพลนที่จะไปดูหนัง ตามที่มันหวานเคยบอกไว้ถ้าสอบเสร็จจะไปดูหนังด้วยกัน ซึ่งมันก็คือวันนี้หลังจากที่พวกเขาสอบเสร็จและได้วันปิดเทอมมาประมาณเดือนกว่า

มันหวานไม่อยากเป็นคนที่ผิดคำพูดในเมื่อวันนั้นเขาได้เอ่ยชวนคนข้างกายและถึงแม้เตวิณจะเคยพูดออกมาว่าจะได้ดูหรอแล้วก็ตามที แต่ในวันนี้มันหวานกำลังทำตามที่ตัวเองเคยรับปากเอาไว้

รถมอไซต์คันโตคันเดิมแล่นไปตามท้องถนนที่โล่งตาเป็นพิเศษก่อนที่จะถูกจอดลง ณ ลานจอดรถหลังห้างในเวลายี่สิบนาทีต่อมา มันหวานจับไหล่แกร่งก่อนจะหยัดตัวเองลงมาจากรถและถอดหมวกกันน็อคส่งให้คนตัวโตกว่าเหมือนอย่างเคย

มันหวานและเตวิณเดินเข้ามายังในตัวห้างที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำโดยที่มือเล็กของมันหวานก็ถูกจับกุมไว้อยู่แบบนั้น

มันคล้ายจะปกติแต่ความคับแน่นของฝ่ามือไม่เหมือนเก่า

มันหวานอยากดูเรื่องอะไร” คนตัวสูงหันมาถามหลังจากมาถึงชั้นโรงหนังที่ผู้คนดูไม่เยอะจนเกินไป

อะไรก็ได้ เราตามใจเตวิณ

แน่ใจนะ?” เตวิณถามย้ำ

อื้อ

มันหวานตอบกลับพลางพยักหน้าเสริม เตวิณถึงได้ยิ้มบางส่งมาให้แล้วกวาดสายตามองโปรแกรมหนังที่ตัวเองอยากจะดู

ที่จริงมันไม่มีหนังแบบไหนเลยที่มันหวานอยากดู ไม่มีหนังแบบไหนเลยที่เป็นแบบที่เขาชอบ แต่วันนี้เขาจะยกให้มันเป็นวันของเตวิณ เตวิณตามใจเขามามากพอแล้ว มันคงจะไม่ผิดอะไรหากมันหวานจะลองตามใจเตวิณดูบ้าง

หนังที่เตวิณเลือกก็เป็นอย่างที่คาดคิด มันหวานไม่ชอบเลยสักนิด มันเป็นหนังเกี่ยวกับการต่อสู้ มีทั้งเสียงดังและแสงสว่างวาบบนหน้าจอยักษ์ที่ทำให้ปวดตาบ่อยๆ แต่การที่เมื่อเขาหันหน้าไปมองผู้ชายข้างกายที่กำลังจดจ้องอยู่กับหนังตาแทบไม่กระพริบและฝ่ามือที่อุ่นนั้นกำลังกุมมือกันไว้บนหน้าตักของตัวเองไม่ปล่อย มันจึงเป็นเหตุผลเดียวที่ยังทำให้มันหวานนั่งอยู่ในโรงหนังที่เจ็ดกับเก้าอี้สวีทไม่ไปไหน

กว่าสองชั่วโมงครึ่งที่หนังดำเนินไปและมันหวานที่ใช้เวลานั้นในการนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเตวิณ

ฝ่ามือของเขาทั้งคู่ที่ไม่ได้กุมกันไว้แน่นเหมือนคราก่อน ตอนนี้มันคล้ายจะเป็นความหล่ะหลวมจนแทบจะหลุดออกจากกัน

มีสัญญาณเตือนแห่งความเปลี่ยนแปลง

หนังสนุกเนอะ” เสียงเล็กเอ่ยถามเมื่อเดินออกมาจากโรงหนังที่เจ็ดทั้งที่ความเป็นจริงแม้แต่ชื่อพระเอกมันหวานยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ดูด้วยหรอ เห็นมองแต่หน้าติณ” ร่างสูงว่าก่อนจะปล่อยมือข้างที่จับกันไว้และลูบผมกันเบาๆ

รู้ตัวด้วยหรอ

ถ้าบอกว่ามันหวานอยู่ในสายตาติณตลอดจะดูเลี่ยนไปไหม

แต่เตวิณมองจอหนังตลอดเลยนะ

นั่นสิ แล้วทำไมติณถึงรู้ได้กันนะว่ามันหวานไม่ได้ดูหนังแต่ดูติณ” เสียงทุ้มเอ่ยทีเล่นทีจริงก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ “เกือบไม่มีสมาธิแหน่ะ

เราขอโทษ

อื้อ ขอโทษเหมือนกัน

...

ขอโทษที่พามันหวานมาอยู่ในสายตาติณตลอดเลย

เตวิณพูดประโยคนั้นออกมาพร้อมรอยยิ้มแต่ไม่รู้ทำไมคนที่ได้รับฟังแบบมันหวานมันถึงเกิดอาการจุกเสียดที่หน้าอก

การที่เราได้ไปอยู่ในสายตา ในความสนใจของใครสักคนมันคงเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่รู้ทำไมสำหรับมันหวานตอนนี้เขาถึงอยากให้เตวิณมองไม่เห็นกันไปสักพัก หยุดเอาเขาไปไว้ในสายตาตัวเองสักครู่

อยากให้สนใจกันให้น้อยลงกว่านี้ เพราะยิ่งเตวิณสนใจกันมากเท่าไร มันหวานยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเอาเปรียบอีกคนมากเท่านั้น

ไปกินข้าวกันเถอะ ห้าโมงกว่าแล้ว” แล้วก็เป็นเตวิณเองที่เปลี่ยนเรื่องคุย

มันหวานปล่อยให้เตวิณเดินนำไปข้างหน้าทั้งที่มือของเขาทั้งสองไม่ได้แตะต้องกันเหมือนเคย และมันหวานก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะจับมือของเตวิณก่อน

แรงสั่นจากกระเป๋ากางเกงทำให้มันหวานหยุดเดินกะทันหันก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเครื่องมือสื่อสารเครื่องบางออกมาและกวาดสายตามองเบอร์ที่โทรเข้า นิ้วเล็กกดสัมผัสเพื่อรับสายแล้วนำมือถือแนบหูพร้อมกับกรอกเสียงลงไป

สวัสดีจ้ะพ่อ

เสียงคุยโทรศัพท์ของมันหวานทำให้เตวิณหันกลับมามองก่อนที่คนตัวโตจะพยักหน้าส่งให้เหมือนเป็นการบอกให้คุยได้ตามสบายก่อนจะค่อยๆก้าวเดินต่อไปโดยผ่อนจังหวะฝีเท้าลง

อะไรนะจ๊ะ? เอ้า ไม่เห็นบอกหนูล่วงหน้าเลย ได้จ่ะๆ เดี๋ยวหนูไปหาพ่อเอง รออยู่ที่โรงแรมนะ จ้าๆ

มีอะไรหรือเปล่า” เตวิณเอ่ยถามเมื่อคนตัวเล็กคุยสายกับพ่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อย

พ่อมาหาเราที่กรุงเทพ ตอนนี้อยู่ที่โรงแรมไม่ไกลจากที่นี่ เตวิณพาเราไปหาพ่อได้ไหม” มันหวานเอ่ยอธิบายพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่ได้เจอพ่อเลยตั้งแต่ย้ายมาที่กรุงเทพฯ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าพ่อจะมาหากันแบบนี้ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปหาพ่อเองตอนช่วงปิดเทอมแท้ๆ

ได้ดิ ไปกันเลยเนอะ

อื้อ

แล้วเขาทั้งสองก็พากันออกจากห้างทั้งที่ตกลงกันว่าจะหาอะไรกินก่อนกลับหอด้วยกัน แต่ตอนนี้คนที่อยากเจอพ่อมากๆอย่างมันหวานเอาอะไรมารั้งก็คงไม่อยู่

รถมอไซต์คันโตสีดำคันเดิมแล่นไปตามทางที่ถอดยาวสู่โรงแรมตามที่พ่อได้บอกเอาไว้ มันไม่ไกลจากตัวห้างเท่าไรไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึง

เตวิณจอดรถไว้หน้าโรงแรมก่อนจะรับหมวกกันน็อคจากมันหวานมาเก็บเหมือนอย่างเคยและเดินตามคนตัวเล็กที่ยิ้มร่าเดินเข้าไปในโรงแรมเหมือนเด็กตัวน้อยไม่มีผิด

พ่อจ๋า!” เสียงเล็กเอ่ยเรียกพ่อของตัวเองดังไปหน่อยจนเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้แทบไม่ทัน มันหวานได้ยินเสียงเตวิณหัวเราะนิดหน่อยแต่ตอนนี้มันหวานไม่ได้สนใจมากนักเพราะเขากำลังวิ่งไปกอดพ่อตัวเองที่กำลังอ้าแขนรออยู่ตรงล็อบบี้ของโรงแรม

ไง ตัวแสบ

หนูคิดถึงพ่อจัง” มันหวานกอดพ่อของตัวแน่นพลางออกแรงโยกไปมาจนคนเป็นพ่อหัวเราะไม่หยุดข้างๆใบหูพร้อมกับฝ่ามือที่ยีผมกันจนยุ่งไปหมด

พ่อก็คิดถึง” แล้วกอดก็ถูกคลายออกหลังจากกอดพ่อจนหนำใจ มันหวานยิ้มแป้นให้พ่อของตัวเองก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะสะดุดลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังพ่อ

หมอปลายเมฆ

สวัสดีครับคุณลุง” แม้ว่าเสียงของเตวิณกำลังทักทายพ่อของตัวเองแต่มันหวานก็เหมือนจะไม่ได้ยิน เมื่อใครบางคนกำลังขโมยทุกความสนใจของเขาไปหมด

ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้อยู่ที่นี่

สวัสดี เตวิณใช่ไหม

ครับ คุณลุงรู้จักผมด้วยหรอ

เป็นแฟนของลูกลุงไม่ใช่หรือไง

อ่ะ..” แล้วประโยคนั้นของพ่อก็ทำให้มันหวานหลุดความคิดออกมาจากผู้ชายตัวสูงคนนั้น

มันหวานละสายตามามองหน้าพ่อของตัวเองพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

พ่อรู้ได้ยังไงว่าเตวิณคือแฟนของเขา เพราะเขาไม่เคยบอกเลยสักนิด

เรื่องของเตวิณไม่เคยถึงหูพ่อเลย ไม่แม้แต่นิดเดียว

อ่า ใช่ครับ” มันหวานเงยหน้ามองเตวิณที่ขยับมายืนข้างกันก่อนจะคว้ามือของเขาไปกุมเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาทั้งสองไม่ได้จับมือกันสักนิด แต่ตอนนี้เหมือนเตวิณกำลังอยากแสดงความเป็นเจ้าของ

อาจจะไม่ใช่ต่อหน้าพ่อของเขา แต่เป็นกับใครบางคนที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีที่มือของเขาถูกแตะต้อง

แล้วพ่อมาได้ยังไงจ๊ะ ทำไมไม่บอกหนูจะได้ไปรับที่สถานีรถ” มันหวานเอ่ยถามและเขาพยายามจะไม่ให้ความสนใจกับใครบางคนมากเกินไป

พ่อมากับปลายเมฆ” พ่อบอกแบบนั้นก่อนจะหันไปมองหมอปลายแว๊บนึงแล้วกลับมาพูดต่อ “หมอเขาไปเยี่ยมพ่อ พ่อก็เลยอาศัยรถหมอเขามาหาหนูนั่นแหละ

ไม่เห็นจะต้องรบกวนเขาเลยนี่จ๊ะ” ถึงแม้จะแอบตกใจที่ใครบางคนไปที่บ้านเกิดของเขาแต่มันหวานก็เลือกที่จะมองข้ามกับจุดๆนั้น

เขาไม่ควรให้ความสนใจกับทุกการกระทำของใครคนนั้นต่อหน้าเตวิณแบบนี้

เอาเป็นว่ายังไงพ่อก็มาถึงกรุงเทพแล้ว เอางี้ดีกว่าเราไปกินข้าวกันดีไหม พ่อกับหมอยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย ใช่ไหมเมฆ” แล้วพ่อก็หันกลับไปถามคนตัวสูงด้านหลังอีกครั้ง

ครับ แต่คุณลุงไปทานข้าวกับมันหวานก็ได้ครับเดี๋ยวผมกลับไปทานที่โรงพยาบาล

เอ้า ไหนบอกลุงว่าเหลืออีกสองชั่วโมงถึงจะกลับไปทำงานไง ไปกินข้าวด้วยกันนี่แหละ

มันหวานเห็นสีหน้าคล้ายจะลำบากใจของร่างสูงตรงหน้า มันหวานไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่เหมือนคุณหมอจะไม่อยากไปกินข้าวด้วยกันอย่างไรก็ไม่รู้

อ่า ถ้างั้น รบกวนด้วยนะครับ” แต่คนที่ดูเหมือนเกรงใจผู้ใหญ่จะปฏิเสธไม่ลงถึงได้ยอมตอบรับแต่โดยดี

ดีๆ เตวิณก็ด้วยนะ ไปกินข้าวกับลุง

ครับ คุณลุง” แล้วมือของมันหวานก็ถูกกระชับให้แน่นขึ้นกว่าเก่า

ซึ่งตอนนี้เตวิณกำลังเป็นอีกคนที่มันหวานไม่รู้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ตามคำชวนของพ่อจึงกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งสี่คนพากันมากินมื้อเย็นที่ร้านอาหารที่ไม่ไกลจากโรงแรมนัก เป็นร้านอาหารไทยที่พ่อบอกว่าหมอปลายเมฆแนะนำว่าอร่อยในระหว่างทางที่ขับรถพาพ่อมาเช็คอินที่โรงแรม โดยที่มันหวานมาถึงร้านอาหารนี้ด้วยการนั่งรถของเตวิณเหมือนอย่างเคยส่วนพ่อก็นั่งรถของหมอปลายเมฆ

ตอนนี้มันหวานกำลังนั่งอยู่ข้างเตวิณและตรงข้ามกับพ่อ ซึ่งแน่นอนว่าเยื้องกับใครบางที่กำลังมองเมนูในมืออยู่เงียบๆ

มันหวานไม่ได้อยากให้ความสนใจกับใครคนนั้นมากกว่าแฟนของตัวเอง เขาจึงพยายามเก็บสายตาให้มองเพียงเมนูที่อยู่ในมือเท่านั้น

แม้ว่าทุกครั้งที่ใครบางคนพลิกหน้ากระดาษเมนู สายตาของเขาก็มักจะไม่รักดีอยู่ตลอดเวลาก็ตาม

จำได้ว่าติณชอบปลากะพงนึ่งมะนาวใช่ไหม เอาไหมเราสั่งให้” มันหวานหันไปถามแฟนข้างกายที่กำลังพลิกหน้าเมนูไปมา ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเขาไม่ได้สนใจเท่าที่เตวิณสนใจเขา แต่ระยะเวลาที่คบกันมามันหวานก็พอจะรู้ว่าอะไรที่เตวิณชอบหรือไม่ชอบ

มันหวานกำลังเข้าข้างตัวเองว่าเขาก็ไม่ได้เป็นแฟนที่แย่ขนาดนั้น

และที่เอ่ยถามเตวิณก็ไม่ได้เพื่อประชดหรืออยากจะเอาชนะใคร

จำได้ด้วย ดีใจจัง” เตวิณยิ้มก่อนจะละมือจากเมนูที่ถือมาลูบแก้มเขาเบาๆ โดยเหมือนกับว่าจะไม่เกรงใจสายตาพ่อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยสักนิด

อื้อ จำได้

ถ้างั้นมันหวานสั่งเลย ติณกินได้หมด” แล้วเตวิณก็พับเล่มเมนูลงก่อนจะส่งให้พนักงานที่รอจดเมนูแล้วก็โยนหน้าที่เลือกอาหารมื้อนี้ให้เขาแทน

เรากินเผ็ดได้หรือเปล่าล่ะ เตวิณ” พ่อเอ่ยถามหลังจากเงียบมองเมนูอยู่นาน

ครับ ผมทานได้

เตวิณกินเผ็ดเก่งจ่ะพ่อ” มันหวานเสริม เวลากินข้าวกับเตวิณไม่เคยเกิดปัญหาเลยเพราะเขาทั้งสองกินรสชาติเดียวกันตลอด

ถ้างั้นมันหวานก็สั่งให้แฟน เดี๋ยวพ่อสั่งของพ่อเอง แล้วเมฆกินอะไรดี” ประโยคสุดท้ายพ่อหันไปพูดกับคนที่นั่งเงียบๆอยู่คนเดียว ก่อนที่หมอปลายเมฆจะวางเล่มเมนูลงและส่งยิ้มให้พ่อพร้อมกับเอ่ยตอบคำถาม

ผมทานอะไรก็ได้ครับ

โอเค งั้นลุงสั่งให้

แล้วพ่อก็เอ่ยสั่งเมนูไปสามสี่อย่างส่วนมันหวานก็เลือกเมนูที่ตัวเองอยากกินพร้อมกับสั่งของโปรดของเตวิณไปอีกสองอย่าง มันหวานส่งเมนูทั้งหมดคืนให้กับพนักงานและฟังรายการอาหารที่กำลังถูกทวน แต่ก่อนที่พนักงานจะเดินไปเขากลับนึกอะไรได้บางอย่าง

เดี๋ยวครับพี่

คะ?”

ขอเมนูอีกสักครู่นะครับ” มันหวานเอ่ยบอกเธอก่อนจะรับเมนูมาเปิดดู

ที่สั่งก็เยอะแล้วนะ” เตวิณเอ่ยถามเบาๆ ก็จริงอย่างที่เตวิณบอกว่าที่สั่งมามันก็เยอะแล้ว

แต่ที่สั่งมามีแต่ของเผ็ดๆ ซึ่งใครบางคนไม่กินเผ็ด

เรานึกได้ว่าอยากกินอะไรเพิ่มนิดหน่อย ..ขอเพิ่มแกงจืดปลาหมึกยัดไส้สาหร่ายทะเลกับผัดบล็อคโคลี่กุ้งครับ” ประโยคแรกหันไปพูดกับแฟนของตัวเองส่วนประโยคหลังเอ่ยบอกเมนูที่เลือกมาอย่างดีแล้วกับพนักงาน

ได้ค่ะ ทวนรายการอาหารอีกครั้งนะคะ

หลังจากนั้นพนักงานก็ทวนเมนูทั้งหมดมันหวานถึงได้ส่งเมนูคืนให้กับเธอ เขาเหลือบสายตามองเยื้องไปยังคนที่นั่งข้างๆพ่อก่อนจะได้รับรอยยิ้มบางกลับมา

เหมือนหมอปลายเมฆจะมองกันก่อนอยู่แล้ว และมันหวานหวังว่าเขาจะไม่รู้ว่าอาหารสองอย่างสุดท้ายมันเป็นสิ่งที่มันหวานต้องการสั่งให้

มันหวานไม่อยากให้หมอปลายเมฆรู้ว่าเขายังคงจำเรื่องของอีกคนได้เป็นอย่างดี

อย่ารู้อะไรไปมากกว่านี้เลย เพราะมันยิ่งตอกย้ำว่าที่ผ่านมาไม่มีสิ่งไหนของผู้ชายคนนี้เลยที่ห่างหายไปจากความทรงจำของเขา

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีอาหารทุกอย่างก็เรียงรายอยู่ตรงหน้า มันหวานตักของโปรดพ่อใส่จานให้พ่อตัวเองเป็นคนแรกก่อนจะหันมาตักปลากะพงให้กับเตวิณ มันคล้ายจะเป็นเรื่องที่เคยชินเพราะเวลาที่กินข้าวด้วยกันเตวิณและเขามักจะตักอาหารให้กันเสมอ และมันหวานไม่ได้ลืมหรอกว่ามีใครบางคนที่ไม่ได้รับการตักอาหารให้เลยสักนิด

ใครบางคนที่ตักแต่ต้มจืดและผัดผักโดยไม่แตะของอย่างอื่นเลย

ปูผัดพริกไหมครับคุณลุง ผมตักให้

เอาสิ

มันหวานมองแฟนของตัวเองที่กำลังตักเนื้อปูชิ้นโตใส่จานให้พ่อ ดูเหมือนเตวิณจะรู้วิธีเอาใจผู้ใหญ่เพราะตอนนี้พ่อของเขาและเตวิณดูเหมือนจะคุยกันถูกคอไปแล้วภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

เรานี่เป็นคนดีเหมือนที่มันหวานบอกจริงๆ” พ่อเอ่ยบอกกับเตวิณด้วยรอยยิ้ม

แต่มันหวานกลับยิ้มไม่ออกเพราะเขาไม่เคยบอกพ่อแบบนั้น เรื่องของเตวิณมันหวานไม่เคยได้พูดถึงเลยสักนิด 

แล้วทำไมพ่อถึงรู้

ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะครับว่ามันหวานจะเล่าเรื่องผมให้คุณลุงฟังด้วย

เล่าสิ เราเป็นแฟนลูกลุง ทำไมมันหวานจะไม่เล่า

ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะครับ” เตวิณเอ่ยก่อนจะหันหน้ามายิ้มให้กันซึ่งมันหวานก็ส่งรอยยิ้มตอบกลับได้ทันท่วงที แม้ว่าตอนนี้ความสงสัยทั้งหมดกับเรื่องที่พ่อรู้กำลังถูกเทไปที่ใครอีกคนที่กำลังนั่งกินข้าวเงียบๆและไม่มีบทสนทนาอะไรเลยในโต๊ะอาหารโต๊ะนี้

ทำไมถึงทนได้ ทำไมถึงทนนั่งเงียบๆแบบนั้นแล้วฟังพ่อเอ่ยย้ำว่าเขาเป็นแฟนของคนอื่น

ทำไมยังทนได้กันนะ ทั้งที่เขาเองยังรู้สึกทนไม่ได้เลยที่ต้องให้ใครบางคนมารับรู้ความจริงตรงนี้

ทำไมเขาต้องทนฟังไม่ได้แทนหมอปลายเมฆทั้งที่มันคือความจริงทั้งนั้น

ทำไมยังคงเป็นเขาคนเดิม เป็นมันหวานคนนี้ที่รู้สึกแทนใครบางคนอยู่เสมอ

ทำไมถึงเป็นเขา ที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

Rrrrrrrrrrrrr

สักพักเสียงมือถือของคนที่เงียบอยู่คนเดียวในโต๊ะก็ดังขึ้นก่อนที่หมอปลายเมฆจะกดรับสายพร้อมกับน้ำเสียงที่ตึงเครียดกะทันหัน และความจากคนปลายสายก็คงไม่พ้นคนจากที่โรงพยาบาลเหมือนอย่างเคย

มันหวานยังคงจำได้เพราะอีกคนมักจะเป็นแบบนี้เสมอ ห่วงเรื่องงานของตัวเองยิ่งกว่าอะไรทั้งที่บางทีก็ยังกินข้าวไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

เหมือนกับตอนนี้

คุณลุงครับ ผมมีเคสด่วน คงต้องขอตัวก่อน

แต่เมฆยังกินข้าวไม่หมดเลยนะ ขับรถมาเหนื่อยๆด้วยพักก่อนไม่ได้หรอ” พ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แน่ล่ะเพราะพ่อเดินทางมากับหมอปลายเมฆและระยะทางจากบ้านเกิดเขามายังกรุงเทพฯไม่ใช่ระยะกิโลน้อยๆ มาถึงกรุงเทพยังไม่ทันได้กินข้าวหมดจานก็ต้องไปทำงานต่ออีกแล้ว

ใช้ชีวิตแบบนี้ได้ยังไงกันนะ

ไม่ได้จริงๆครับคุณลุง ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมติดต่อกลับมา ถ้าคุณลุงจะกลับก็โทรหาผมได้เลย ถ้าผมว่างจะขับรถไปส่ง

เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก ถ้าลุงกลับเดี๋ยวนั่งรถทัวร์ไปก็ได้ งั้นเมฆไปทำงานเถอะ เสร็จแล้วก็หาข้าวหาปลากิน

ครับคุณลุง สวัสดีครับ” มันหวานมองคนที่ดูรีบร้อนทั้งคำพูดและการกระทำ แต่ก่อนที่หมอปลายเมฆจะเดินออกไปจากโต๊ะอาหาร เขาเห็นว่าสายตาคมเข้มคู่นั้นหันมาสบตากันเพียงนิดก่อนจะรีบวิ่งออกไป

ไร้คำพูดใดมีแต่สายตาที่จับความหมายอะไรไม่ได้เลย

เอ้า รีบจนลืมกุญแจรถ มันหวานเอาไปให้หมอเขาหน่อยไป” มันหวานมองพ่อที่คว้ากุญแจรถสีดำที่วางอยู่หลังแก้วน้ำของคนที่เพิ่งรีบร้อนออกไปก่อนจะส่งมันให้กับเขา

มันหวานลังเลนิดหน่อยก่อนจะหันไปหาเตวิณ ซึ่งร่างสูงข้างกายเพียงยิ้มบางให้เท่านั้นไม่มีคำพูดใดๆออกมา มันหวานจึงรับกุญแจมาจากพ่อและหยัดตัวลุกแล้วรีบสาวเท้าตามใครบางคนออกไป

มันหวานวิ่งออกมาจากนอกร้านและตรงไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังร้าน ก่อนจะเจอใครบางคนที่ดูเหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่าลืมกุญแจรถของตัวเอง เพราะหมอปลายเมฆกำลังหมุนตัวกลับมาเพื่อจะเดินกลับไปยังในร้านอีกครั้ง

มันหวาน” เสียงทุ้มนั้นแผ่วลง แต่เพราะลานจอดรถตรงนี้ไม่มีใครนอกจากเขาทั้งสองคนมันหวานถึงได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นได้อย่างชัดเจน

คุณ..ลืมกุญแจรถ” มันหวานยื่นสิ่งที่อยู่ในมือนั้นให้ก่อนที่มือหนาของคนตรงหน้าจะรับมันไว้

น่าแปลกที่คนที่ดูรีบร้อนเมื่อครู่กลับยืนนิ่งเฉยเพื่อมองหน้ากันโดยไม่ละสายตา และที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือมันหวานไม่ได้หันหลังกลับเพื่อกลับไปยังโต๊ะอาหารของตัวเองทั้งที่กุญแจก็ถูกส่งให้กับเจ้าของเรียบร้อยแล้ว

พวกเขามองหน้ากันอยู่แบบนั้นจนเวลาผ่านไปร่วมนาที ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ มีเพียงเสียงของรถข้างถนนกับเสียงลมที่หวีดหวิวไปมาก่อนที่ใครบางคนจะเป็นคนทำลายความเงียบระหว่างกันลง

กลับไปข้างในเถอะครับ เตวิณคงกำลังรออยู่

“…”

มันคงจะไม่ดี ถ้าความมีตัวตนของพี่ทำให้เตวิณต้องเข้าใจมันหวานผิด

เพราะแบบนั้นถึงไม่อยากมากินข้าวด้วยกันใช่ไหม

เพราะแบบนั้นถึงเลือกจะนั่งเงียบๆมาตลอดเลยใช่หรือเปล่า

เพราะแบบนั้นใช่ไหมถึงพยายามไม่มองหน้ากันเลย

เพราะกำลังทำตัวเป็นคนไม่มีตัวตนเพื่อรักษาระยะห่างของกันอย่างนั้นหรอหมอปลายเมฆ

ขอบคุณสำหรับกุญแจนะครับ

เพราะกำลังทำเพื่อเขาอย่างนั้นใช่หรือเปล่า

มันหวานมองแววตาคมเข้มคู่นั้นที่คล้ายมีเปลวคลื่นที่กำลังสั่นไหว เขามองร่างสูงโปร่งตรงหน้าที่คล้ายจะขยับเข้ามาหากัน

เขามองใครบางคนที่เหมือนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง

            และก็หยุดตัวเองไว้ตรงที่เดิม

            มันหวานไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรอหรือคาดหวังถึงอะไรถึงยังได้หยุดนิ่งตัวเองไว้อยู่แบบนี้ แต่เหมือนจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรอีกแล้วจากคนตรงหน้ามันจึงทำให้เขาต้องหันหลังกลับเพื่อเข้าไปในร้านที่ควรจะรีบกลับไปตั้งแต่แรก

มันหวานก้าวเท้าไปยังข้างหน้า และเขารู้ว่ามันเป็นก้าวที่เชื่องช้า

และมันหวานก็รู้ว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องที่แผ่นหลังของเขาอยู่ในวินาทีนี้

มันหวานครับ

แล้วปลายเท้าของเขาก็หยุดลงแม้ว่าจะไม่ได้หันหลังกลับไปหาเจ้าของเสียงเลยสักนิด

ขอบคุณนะครับสำหรับอาหารมื้อนี้

...

มันเป็นมื้ออาหารในรอบหลายเดือนที่อร่อยที่สุดสำหรับพี่เลย

“…”

แม้ว่าเราจะไม่ได้นั่งข้างกันเหมือนเดิมแล้วก็ตาม

และใครบางคนก็คงไม่รู้ว่ามีน้ำตาบางหยดที่กำลังตกกระทบลงกับพื้น

ใครบางคนที่คงไม่รู้ว่าเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

 

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1136 eannysrr (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 04:06

    มันหวานเลิกกับติณเถอะ ทำแบบนี้ไม่ต่างจาก-หมอปลายเลย

    #1,136
    0
  2. #1127 eeeerrreeedffhn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 16:07
    ตลกเหมือนกัน นี่คิดเหมือนคนอื่นๆนะ เรื่องของ2คน ไม่มีปัญญาแก้หรอไง มันหวาน ดึงคนอื่นมาเจ็บทำไม ในชีวิตจริงมีคนอย่างมันหวานเยอะซะด้วย เฮ้อ
    #1,127
    0
  3. #1112 awaa2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 02:35
    บางมีทุกคนอาจจะลืมไปว่าพระเอกกับนางเอกไม่ต้องจบแบบคู่กันเสมอไปเช่นเดียวกับพระเอกกับนายเอกที่ไม่ต้องจบแบบสมหวังเสมอไปแม้จะรู้สึกแต่สิ่งที่อีกคนทำผิดมากมายไม่สมควรให้อภัยและตัวเองควรเปิดใจเดินไปข้างหน้า แต่ตัวละครนายเอกเรื่องนี้กับเดินย้ำซ้ำๆอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนแสดงให้เห็นถึงการอ่อนแอที่ไม่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในอนาคตข้างหน้าปล่อยอดีตไว้สุดท้ายคนที่รู้สึกมากกว่าก็คือมันหวานนั่นหมายถึงความขี้แพ้ไงล่ะ

    อึดอัดมากทำไมต้องอึดอัดขนาดนี้ไม่รู้ว่าทำไมมันหวานไม่เลือกที่จะมูฟออนแต่กลับไปยืนที่เดิมซ้ำๆทั้งๆที่รู้ว่าหมอปลายเคยทำให้เจ็บปวดขนาดไหนโลเลไม่พอแถมยังไปเอาหับแฟนเก่า สุดท้ายความรู้สึกที่หมอปลายมีก็ไม่เท่ากับที่มันหวานมีขนาดตอนที่จะจบเรื่องกับม่านฝนยังรู้เลยว่าหมอปลายก็ยังคงห่วงและมีความโลเลอยู่เลยถ้าเกิดไม่ไปปรึกษาเพื่อนหมอก็ยังคงอยูกับม่านฝนสินะนี่แหล่ะนะที่เค้าบอกว่าใครรู้สึกมากว่าย่อมเจ็บกว่าคนนั้นก็คือมันหวานไงล่ะ
    #1,112
    0
  4. #1102 favmme (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 01:21
    มันหวานผิดที่ดึงติณมาจริงๆ เห้อ ต่างฝ่ายต่างผิด อึดอัดๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,102
    0
  5. #1048 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:53
    อ่านเจอก็หลายเรื่องที่มีตัวละครแบบติณ แต่ทำไมก็ไม่รู้เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ร้องไห้ให้ แล้วหนักมากด้วย อินมาก สงสารมาก ติณณณ
    #1,048
    0
  6. #1013 。ikz♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 01:18
    เหอะ ไม่ได้นึกถึงคนอื่นเลยอ่ะมันหวาน ถ้าปลายเมฆทำกับมันหวานแบบที่มันหวานทำกับติณบ้าง จะมีความสุขไหม คือแบบ อะไรรรร
    #1,013
    0
  7. #989 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:50
    เจ้าหวานรีบตัดสินใจได้เร็วๆนะ เพราะติณกำลังแสดงความรู้สึกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้ว
    #989
    0
  8. #962 pcy921 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 13:26
    สงสารติณณณณณ
    #962
    0
  9. #932 Hibiki10 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 08:54
    เลิกดึงคนอื่นมาเจ็บด้วยเสียที เลิกหลอกตัวเองว่ามีความสุข นานไปจะเริ่มลำไยหนูละนะมันหวาน
    #932
    0
  10. #911 Miiwxx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:46
    เลิกกัยติณซะนะมันหวาน
    #911
    0
  11. #865 areenachesani (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 20:39
    มันหวาน ขนาดนี้แล้วว ปล่อยติณเถอะนะ ติณจะได้หายเจ็บไวๆ มันหวานจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดด้วย แต่จะไม่เชียร์ให้กลับไปหาหมอเร็วๆหรอกนะ
    #865
    0
  12. #841 Jibangrin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 09:22
    ฮรุกกก เจ็บเจ็บจุกจุก TT
    #841
    0
  13. #829 OHMeMEII (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:39
    "พูดถึงพี่หมอตลอดแต่ไม่เคยพูดถึงติณเลย" ถ้าแค่นี้พี่-ังเคียงเอื้องกับฟางแก่ๆอยู่ล่ะก็ เราก็จะขอย้ายฝั่งไปหาติณแล้วนะ ตามรูปการณ์มันอาจจะเลวและชั่วไปหน่อยที่เหมือนจะไปแย่งแฟนใคร แต่ถ้ามันเป็นเพียงความสัมพันธ์ในนามพระเอกก็ต้องแปลงร่างเป็นตัวร้ายที่รักเธอแล้วไหม จะมารอให้นายเอกสวมรูปนายร้ายอีกเหรอทั้งๆที่ตัวเองปัดสวะใส่ให้แต่แรกเนี่ยะนะ ใจๆหน่อยค่ะคุณ #ถ้าอ่อนถ้าไก่ก็แพ้ไปนะ
    #829
    1
    • #829-1 OHMeMEII(จากตอนที่ 23)
      26 มีนาคม 2562 / 22:41
      พี่หมอเคี้ยวเอื้อง*
      #829-1
  14. #748 PINKLAND (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:33
    มันหวานนน หนูไม่รักติณก็เลิกเถอะลูก แบบนี้มันเจ็บไปหมด
    #748
    0
  15. #741 blugarxx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12
    น้อง.. ทำไมเป็นงี้ล่ะหนู ;__; อึดอัดไปหมดเลยไอความรักเราสองสามคนเนี่ย
    #741
    0
  16. #662 withfluffyp (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 10:42
    ไปๆมาๆมันหวานกับหมอปลายคล้ายกันแล้ว55555 หลงทางในเรื่องความรักเหมือนกัน หมอปลายโตแล้ว แต่เรื่องความรักยังเด็กมากเลย ไงล่ะหมอ ความโลเลของคุณ มันหวานก็ไม่ควรจะดึงติณเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เหมือนกัน
    #662
    0
  17. #620 ppvs_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 07:20
    เม้นนึงอินหนักมากกกก ;-;
    #620
    0
  18. #504 Sebaek9404 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 14:16

    แงงงงงงงงสงสารทุกๆคนเลยรอนะคะสู้ๆ

    #504
    0
  19. #489 vanusnunter (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:12

    ปากบอกถ้าตัวตนของพี่ทำให้เตวิณเข้าใจผิด -ก็ไม่ควรเอาตัวตนเข้าไปหาพ่อมันหวานตั้งแต่แรกป่ะวะ การกระทำย้อนแย้งชิบหาย ส่วนมันหวานนอกจากไม่รักตัวเอง -ดึงคนอื่นมาทำให้เขาเจ็บปวดอีก เป็นความรักที่ทุเรศดี จริงๆไม่ควรเรียกว่าพระเอกนายเอกเลยสักนิด ผีเน่ากับโลงผุของแท้ พอๆกับอิแฟนเก่าหมอเลย เลวทั้งหมอทั้งมันหวาน ถ้ามีในชีวิตจริงแบบนี้นี่จะแช่งให้แม่งพังพินาศ อวยเข้าไป ก่ะอิแค่คำว่าพระเอกของเรื่อง

    #489
    0
  20. #469 Pin_pinnyyy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:23

    สงสารทุกคน ทุกคนก็มีความผิดทั้งนั้นเลยย
    #469
    0
  21. #468 ♡9404♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:23
    พี่หมอขี้โกงอ่ะ!! เข้าทางพ่อ ฮ่าๆๆๆๆ/ รีบมาต่อนะ อยากให้ผ่านช่วงมรสุมไปไวๆ
    #468
    0
  22. #466 Jazmine Jasmin (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 14:58
    เฮ้อผิดที่มันหวานเลยรู้อยู่แก่ใจแต่ก้ยังดึงเตวิณเข้ามาวังวน คนเจ็บสุดคงเป็นเตวิณทั้งที่ไม่สมควรจะมาเจ็บแบบนี้เลย เตวิณผิดที่รับปากมันหวานทั้งที่เห็นอยู่ว่ามันหวานอ่อนแอ ยอมคบแม้จะเจ็บ แม้จะไม่มีหวังว่ามันหวานจะลืมหมอได้ เจ็บให้ได้รู้ รู้แม้จะเจ็บ มันยอกใจดี
    #466
    0
  23. #465 Nan0231 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 14:19
    เรารู้สึกไม่สงสารมันหวานกับหมอเลย.!!!

    เราสงสารเตวิณ
    #465
    0
  24. #464 JongjitSriyan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 13:31
    เมื่อไหร่มันจะผ่านพ้นไปนะ เจ็บจัง
    #464
    0
  25. #462 yuki5555 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 12:27
    ปล่อยติณไปเถ๊อะะะ
    #462
    0