[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 22 : เหนือปลายเมฆ ☆ XXI

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 379 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XXI

ในความฝันที่เลือนลางของผม มีเพียงคุณที่ชัดเจนเสมอ

 

แค่นั้นอ่ะ ง่ายๆอย่างนั้นเลย?”

แล้วจะให้มันยากไปเพื่ออะไร

เอาคืนไงวะ พูดอะไรสักอย่างให้หน้าชา เพื่อความสะใจ

ทำไมต้องร้ายขนาดนั้น แทนไท

มึงแม่ง ไม่เข้าใจหรอก

แทนไทส่ายหัวอย่างเอือมระอาหลังจากได้ฟังเรื่องเล่าจากปากเพื่อนสนิทของตัวเองว่าได้จบความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชื่อม่านฝนไปแล้วเรียบร้อยเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน แต่ที่เพิ่งมาเล่าให้กันฟังเพราะตารางงานของเขาทั้งคู่มันล้นมือจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลย

อันที่จริงแทนไทก็ดีใจอยู่หรอกที่เพื่อนรักหลุดจากผู้ชายแพศยาคนนั้นมาได้ แต่มันไม่ค่อยสะใจเท่าไรที่ปลายเมฆบอกเลิกด้วยความนุ่มนวลแบบนั้น เป็นเขาไม่ได้หรอกคงต้องมีด่าสักชุดสองชุดให้หายคับแค้นใจกับเรื่องราวที่ม่านฝนสร้างไว้จนก่อความวุ่นวายไปทั่ว

แต่ก็นั่นแหละ ปลายเมฆมันใจดีจนเกินไปที่จะทำร้ายใครได้ ส่วนมากที่มันทำไปก็ไม่รู้ตัวทั้งนั้น จะซ้ำเติมก็ไม่ใช่เรื่องเพราะตอนนี้เพื่อนของเขาก็กำลังรับผลจากการะกระทำของตัวเองอยู่

ไม่เข้าใจอะไร ในเมื่อสุดท้ายฝนก็ไม่ได้อะไรไปอยู่ดี

แทนไทอยากจะบอกเหลือเกินว่าผู้ชายคนนั้นได้ไปเยอะเลยล่ะ ได้ไปไม่พอยังฝากของไว้ให้ต่างหน้าอีกด้วย อย่างน้อยก็ความแตกหักกับมันหวานยังไงล่ะ 

แต่นั่นแหละ พูดไปก็เท่านั้นเดี๋ยวมันก็จะไม่จบสักที

เออๆช่างมัน จบได้ก็ดีแล้ว” เขาตบไหล่เพื่อนตัวเองปุๆ ลอบมองเสี้ยวหน้าของคุณหมอคนเก่งก็ได้แต่แอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงแม้เรื่องม่านฝนจะจบลงแต่เรื่องมันหวานยังคงไม่มีความคืบหน้า

แทนไทรู้ดีว่าปลายเมฆอยากจะทำอะไรๆให้มันดีขึ้น แต่ใครจะไปเข้าใจว่าอาชีพอย่างพวกเขามันไม่ได้มีเวลาไปทำอะไรอย่างที่ใจนึกได้ทุกอย่างหรอกแค่เวลานอนก็ยังแทบไม่มี และแทนไทเชื่อได้เลยว่าถ้าปลายเมฆมีเวลาเหลือเฟือเพื่อนเขาจะไม่มานั่งหงอยในห้องพักหมอแบบนี้ บางทีอาจจะพาตัวเองไปเฝ้าเด็กคนนั้นที่มหาวิทยาลัยเช้ากลางวันเย็น

คิดถึงมันหวาน” เป็นรอบที่ร้อยได้ในทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เหมือนสมองปลายเมฆถูกตั้งระบบให้มีเพียงคำๆนี้อยู่ในสมองอย่างไรอย่างนั้น แทนไทมองแววตาอ่อนล้าของเพื่อนสนิท ถึงมันจะเจือไปด้วยความเศร้าแค่ไหนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการที่ปลายเมฆคิดถึงมันหวานแทบทุกลมหายใจเข้าออกมันเป็นเรื่องจริง

โทรไปหาไหมล่ะ ให้ยืมมือถือ” เขาเสนอทางเลือกให้ เพราะถ้าให้ปลายเมฆใช้เบอร์ตัวเองโทรไปเด็กคนนั้นอาจจะไม่รับก็ได้

ไม่อยากให้มันหวานร้องไห้

...” แทนไทอยากจะบอกเหลือเกินว่าถ้าเด็กคนนั้นยังคงร้องไห้เพียงเพราะได้ยินเสียง ก็มั่นใจได้เลยว่ามันหวานยังคงมีใจให้กันเหมือนเดิมแน่ๆ แต่ที่เขายังคงเงียบปากไว้แบบนี้เพราะติดที่ว่ามันหวานมีแฟนเป็นตัวเป็นตน และนั่นแหละก้างชิ้นใหญ่ที่ทำให้ปลายเมฆขยับตัวไม่สะดวกแบบที่ใจอยาก

บางทีนะเมฆ ตอนนี้มันก็แค่ยังไม่ถึงเวลา

...

ต่อให้เป็นคนที่ใช่ แต่ถ้ามันยังไม่ถูกที่ถูกเวลาของมัน เราก็ยังคงมีเขาไม่ได้

ต้องรอไปก่อนใช่ไหม

ใช่” เขาพยักหน้าตอบ

ก็แค่ต้องรอไปก่อน

ต้องรออีกนานไหม” น้ำเสียงอ่อนแรงของปลายเมฆไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังท้อใจ แต่แทนไทสัมผัสได้ถึงความอ่อนแรง

ไม่มีใครรู้ว่าในใจของเพื่อนสนิทคนนี้แบกรับอะไรไว้บ้างเพราะปลายเมฆไม่ใช่พวกที่พูดสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดให้ได้รับรู้ บางครั้งเขาก็ต้องอ่านจากแววตาหรือการกระทำ

บางทีแทนไทก็คิดว่าถ้าปลายเมฆเป็นคนพูดมากแบบเขาสักหน่อยเรื่องอะไรๆก็อาจจะดีขึ้น

เขารู้ว่าเพื่อนเขาเป็นคนดี แต่บางครั้งความดีนั่นแหละที่ทำร้ายใครบางคนโดยที่ไม่รู้ตัว

และคนเราไม่ว่าจะฉลาดแค่ไหนพอเป็นเรื่องของตัวเองก็มักจะโง่ได้เสมอ

รอเขา ตราบที่ใจตัวเองยังไหว

และเขาที่เป็นเพียงคนนอกของความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงพวกนั้นคงบอกได้เพียงเท่านี้

 

เวลาตีสองสี่สิบห้าเป็นเวลาเลิกงานของหมอทั้งสองคน และวันนี้แทนไทมีแพลนว่าจะไปค้างที่ห้องของเพื่อนสนิทลากยาวไปถึงวันพรุ่งนี้เพราะมันถือว่าเป็นเรื่องโชคดีเป็นบ้าที่เขาทั้งสองคนได้วันหยุดวันเดียวกัน

ปลายเมฆทาบคีย์การ์ดเข้าห้องก่อนที่เพื่อนสนิทอย่างแทนไทจะเดินตามหลังมาและทิ้งตัวลงที่โซฟาเต็มแรง นิ้วเรียวกดเปิดไฟ จนทั้งห้องที่เคยมืดกลับมาสว่างจ้าอีกครั้ง

กลิ่นห้องชายโสดว่ะ” แทนไทพูดกลั้วหัวเราะพลางทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นห้องของเพื่อนตัวเอง

ปลายเมฆส่ายหน้าเบาๆเขาไม่ได้อะไรกับคำพูดนั้นของเพื่อนสนิท ก็จริงอย่างที่แทนไทว่า เขามันเป็นหนุ่มโสดนี่นะ

แต่เป็นหนุ่มโสดที่มีคนในใจแล้ว ..แค่นั้น

มีบุหรี่ป่ะ ขอตัวนึง” แทนไทหยัดตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะรับกระป๋องเบียร์เย็นเฉียบมาจากเพื่อนตัวสูง

ยังคงรู้ใจเหมือนเดิมว่าเขาชอบดื่มน้ำเมาแทนน้ำเปล่า

บุหรี่มวนสีขาวถูกยื่นให้กับเพื่อนข้างกายก่อนที่ปลายเมฆจะคาบมันไว้ในปากของตัวเองหนึ่งตัว เขารู้ว่าช่วงนี้ตัวเองสูบหนักจนต้องมีติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา แต่เร็วๆนี้เขาจะสูบมันให้น้อยลงเพราะไม่อยากให้ห้องตัวเองมีกลิ่นเหม็นๆของสารนิโคตินไปมากกว่านี้

ในเวลาตีสามเศษแบบนี้พวกเขาควรจะพากันไปนอน แต่อาจจะเพราะเขาทั้งคู่ทำงานไม่เป็นเวลากันมานานมากๆจึงทำให้เวลานี้ยังคงตาสว่างแม้ว่าเวลาอยู่โรงพยาบาลตาจะปิดคาเตียงผ่าตัดก็ตามที

นี่กระถางอะไรวะ” แทนไทเอ่ยถามเมื่อตรงระเบียงที่พวกเขามายืนสูบบุหรี่มีกระถางปลูกต้นไม้สองกระถางใหญ่ตั้งไว้

กระถางปลูกเบบี้แครอท” ปลายเมฆเอ่ยตอบ

เบบี้แครอท? มึงปลูก?”

อืม” ปลายเมฆดับมวนบุหรี่ลงที่ราวระเบียงก่อนจะมองกระถางปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่อีกครั้ง

เขาเพิ่งนำมันมาเมื่อสามสี่วันก่อน แล้วก็ได้เริ่มลงมือปลูกเบบี้แครอทตามที่อ่านมาจากคู่มือ คงต้องใช้เวลาสักพักกว่ามันจะโตและสามารถเก็บเกี่ยวมากินได้

และเขาก็แอบหวังว่าถ้าถึงวันที่มันโตจะมีใครคนนั้นมาช่วยกันเก็บแครอทพวกนี้ด้วยกัน

ใครคนนั้นที่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่ไม่เคยคิดอยากปลูกอะไรเลยแบบเขา เลือกมาปลูกผักชนิดที่เอาใจยากขนาดนี้

ทำไมต้องเป็นแครอทวะ” แทนไทยังคงถามต่อเพราะในสมองเขามีหลายข้อคำถามมากๆกับการกระทำของเพื่อนตัวเอง

ปลายเมฆเคยปลูกอะไรที่ไหน ให้ปลูกถั่วงอกยังตายมาแล้วเลย นี่ถึงขั้นมาปลูกแครอทกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ไม่คงที่แบบนี้แล้วมันจะรอดไหม

วันแรกที่เจอมันหวาน” ปลาเมฆเกริ่น เขายกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มล้างรสชาติของบุหรี่ในปากก่อนจะเอ่ยปากเล่าต่อ “จำได้วันนั้นมันหวานกอดตะกร้าแครอทเอาไว้

...

หน้าก็มอมแมมเหมือนไปเล่นดินมา ก็เลยแอบตั้งชื่อให้ว่าเด็กแครอท

ปลายเมฆยิ้มบางเมื่อนึกไปถึงวันนั้นที่เขาและมันหวานได้เจอกันครั้งแรก เด็กม.ปลายที่สูงแค่ไหล่ของเขากับตะกร้าแครอทอันใหญ่ หน้าตามอมแมมแบบที่เลอะไปทั้งพวกแก้มขาวๆ ไหนจะรอยยิ้มซื่อๆกับเสียงเล็กหวานๆที่เขายังคงจำได้เสมอ

ตัวสูงชื่ออะไรหรอ

เป็นการเรียกที่หน่อมแน้มเป็นบ้า..แต่ก็น่ารักดี

เวลายิ้มเหมือนพระอาทิตย์ในเทเลทับบี้

การ์ตูนที่มึงชอบ” แทนไทเอ่ยออกมาอย่างรู้ใจ เขายิ้มออกมาเพราะเห็นว่าเพื่อนตัวเองเริ่มยิ้มบ้างแล้ว

จริงๆแล้วปลายเมฆก็ยิ้มเสมอเวลาพูดถึงเด็กคนนั้น

อืม เหมือนกัน สดใสเหมือนกัน

ตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะเปรียบรอยยิ้มของมันหวานกับสิ่งไหน แต่รู้เพียงว่าเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของมันหวานในครั้งแรกนั้นมันทำให้เขาเผลอไปนึกถึงดวงตะวันในการ์ตูนที่เขาชอบดูตอนเด็กๆ

และเพราะว่าชอบก็เลยนิยามรอยยิ้มของมันหวานให้เป็นเช่นนั้น

แล้วแครอทเนี่ยจะปลูกให้โตหรือปลูกให้ตาย” แทนไทแกล้งเอ่ยเย้าแหย่

ไม่ให้ตายหรอก

...

จะดูแล

เขาอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญกับเรื่องการปลูกผักเหมือนกับมันหวาน แต่ในเมื่อเขาเลือกแล้วว่าจะดูแลอะไรสักอย่างเขาก็จะดูแลมันให้ดี ต่อให้มันยากแค่ไหน แต่เขาสัญญาว่าจะดูแลมันให้ดีๆ ไม่ให้มันเป็นอะไรไประหว่างทาง

เขาจะรอในวันที่มันเติบโตจนถึงวันเก็บเกี่ยว และเมื่อถึงวันนั้นเขาจะนำไปมอบให้กับเจ้าของที่แท้จริง

แครอทของปลายเมฆไม่ได้เติบโตด้วยดินหรือปุ๋ยอย่างเดียวหรอก เพราะเขาจะเลี้ยงมันให้เติบโตไปพร้อมกับความรักของเขา

ถ้าแครอทต้องการเวลาในการเติบโต ความรักของเขาก็คงเช่นกัน

เติบโตและเรียนรู้ไปตามกฎของเวลา

 

 เจ็ดโมงนิดๆห้องนอนของมันหวานถูกเปิดออก เป็นห้องที่ปลายเมฆใช้หลับนอนมาเป็นอาทิตย์ได้แล้ว ส่วนห้องนอนเก่าของเขาก็เอาไว้อย่างนั้นแต่วันนี้มีแทนไทจับจองอยู่ และดูท่าว่าเพื่อนของเขาจะตื่นอีกทีบ่ายๆเหตุผลเพราะนานๆทีได้ตื่นสายแบบนี้

ส่วนเขาในวันนี้มีที่ต้องไป เป็นที่ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ไม่มีเวลาแล้ว ไหนๆวันนี้มีเวลาว่างได้หยุดตั้งหนึ่งวันก็คงต้องไปสักหน่อย

ปลายเมฆจัดการชงกาแฟดำของตัวเองกินคู่กับขนมปังปิ้งเป็นอาหารเช้าง่ายๆก่อนจะพาตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมมุ่งหน้าไปที่มหาลัยของมันหวาน

เป็นที่ที่เดียวที่เขาจะเจอมันหวานได้แม้จะต้องไปดักรอก็ตาม

แต่ก่อนจะออกจากห้องก็ไม่ลืมให้แครอทในกระถางได้กินน้ำ และจัดการที่ทางให้ได้รับแสงแดดอย่างพอดีๆ พอๆกับจัดที่ไว้ไม่ให้ฝนสาดเข้ามามากนักจนกระถางชุ่มไปด้วยน้ำ ดูความเรียบร้อยของเบบี้แครอทเสร็จถึงได้ออกจากห้อง

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นปลายเมฆจอดรถของตัวเองไว้ที่ลานจอดรถเยื้องๆกับคณะศึกษาศาสตร์เหมือนอย่างเคย เขาดับเครื่องลงแต่เปิดกระจกรถทิ้งไว้และใช้เวลาหลังจากนี้ในการเฝ้ามองอีกคนที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอไหมในวันนี้

และวันนี้ดูเหมือนจะต้องใช้สายตาหนักหน่อยเพราะดูนักศึกษาคึกคักกว่าทุกวัน อาจจะอยู่ในช่วงสอบหรืออะไรสักอย่างแต่ปลายเมฆก็หวังว่าในวันนี้เขาจะไม่คลาดสายตาจากคนที่อยากเจอ           

นาฬิกาข้อมือบ่งบอกเวลาเที่ยงนิดๆกับดวงตาที่เริ่มแห้งนิดหน่อยจากการเฝ้ามองอะไรนานๆ ปลายเมฆกระพริบตาถี่ๆเพราะเขาเอาแต่มองที่หน้าคณะของมันหวานเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่โชคดีที่เขาเตรียมนมกับขนมปังติดรถไว้จึงไม่ต้องลงไปหามื้อกลางวันกินให้คลาดกับคนที่ต้องการเจอ

ปลายเมฆจัดการกับมื้อกลางวันของตัวเองในเวลาไม่กี่นาทีก่อนจะใช้เวลาหลังจากนั้นเฝ้ามองที่คณะศึกษาศาสตร์เหมือนเก่า

จนเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็นเขาจึงเห็นคนตัวเล็กที่เดินออกมาจากคณะพร้อมกับเตวิณ ปลายเมฆไม่สามารถอ่านปากได้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน แต่สิ่งที่เขาทำได้คือพาตัวเองลงมาจากในรถพร้อมกับร่มหนึ่งคันในมือ ก่อนหน้านี้เขาเช็คพยากรณ์อากาศมาว่าจะมีฝนตก การที่เขาถือมันติดมือไว้ก็ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองไม่สบายไปตรวจคนไข้ในวันพรุ่งนี้

ปลายเมฆเลือกจะเดินตามหลังสองคนนั้นไปห่างๆ และโชคดีที่นักศึกษาพากันเดินขวักไขว่จนไม่ทำให้เขาโดนจับได้ง่ายๆ

ดูเหมือนวันนี้ที่มหาลัยจะมีงานเพราะทิศทางที่มันหวานเดินไปเป็นสนามบอลขนาดใหญ่ที่มีซุ้มมากมายตั้งอยู่ มีทั้งร้านขายของและร้านอาหารของพวกนักศึกษา เสียงที่ดังมากมายและผู้คนที่เยอะแยะเป็นตัวยืนยันได้ดีว่าปลายเมฆจะเดินตามมันหวานไปได้โดยไม่เป็นที่ผิดสังเกตแน่นอน

เขาเดินตามแผ่นหลังเล็กไปเรื่อยๆ หูไม่สามารถได้ยินว่าเตวิณและมันหวานคุยอะไรกัน แต่สายตาของเขามองเห็นว่ามันหวานกำลังยิ้มกว้างให้กับใครที่ไม่ใช่เขา

แต่ถึงแบบนั้นรอยยิ้มของมันหวานก็ยังคงทำให้เขายิ้มตามได้เสมอ ยังคงสดใสเหมือนอย่างเคย รอยยิ้มที่เขาอยากปกป้องมาตลอด

เขาเป็นเหมือนเทเลทับบี้สักตัวที่รอให้พระอาทิตย์ขึ้นเสมอ และในวันนี้พระอาทิตย์ก็อยู่ไม่ไกลจากสายตาเขา

เพียงแต่ว่าในตอนนี้พระอาทิตย์ดวงนั้นไม่ได้ขึ้นเพื่อเขาก็แค่นั้นเอง

ดอกกุหลาบไหมคะพี่” เสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังเรียกเขาไว้

ปลายเมฆหันไปหาเธอที่อยู่ในชุดนักศึกษาพร้อมกับตะกร้าดอกกุหลาบหลายสีอยู่ในนั้น เขาขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะจำได้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันวาเลนไทน์ แต่แล้วทำไมยังคงมีการขายดอกกุหลาบได้

วันนี้วันพิเศษอะไรหรอครับ” เขาเอ่ยถามออกไป

วันนี้ไม่ใช่วันพิเศษอะไรตามในหน้าปฏิทินหรอกค่ะ” เธอยิ้มพลางกระชับตะกร้าดอกกุหลาบแน่นขึ้น “แต่ดอกไม้เราสามารถมอบให้กับคนพิเศษได้ตลอดเวลาไม่ใช่หรอคะ ไม่ต้องรอวันพิเศษ ไม่ต้องรอโอกาส ให้ก็แค่เพราะอยากให้ก็ได้นี่คะ

เธออธิบายพร้อมรอยยิ้มกว้างและนั่นทำให้ปลายเมฆเข้าใจ วันนี้ไม่ใช่วันพิเศษแต่เราสามารถทำให้มันพิเศษได้โดยไม่ต้องพึ่งวันเวลาในหน้าปฏิทิน

เข้าใจแล้วครับ” เขายิ้มบางตอบก่อนจะลากสายตาสำรวจดอกกุหลาบหลายสีในตะกร้าที่เธอกอดอยู่แล้วหยิบมันขึ้นมาเอ่ยถามราคาก่อนจะให้เงินเธอไปโดยไม่รับเงินทอนแลกกับเรื่องราวดีๆที่เธอได้พูดให้ฟัง      

แต่เพราะว่ามัวแต่ซื้อดอกกุหลาบจึงทำให้เขาคลาดสายตากับคนที่เดินตามอยู่ ปลายเมฆมองซ้ายขวาเพื่อหามันหวาน แต่คนที่เต็มพื้นที่ไปหมดทำให้การมองหาคนตัวเล็กอย่างมันหวานเป็นเรื่องที่ยากไปสักหน่อย

ปลายเมฆจึงรีบเร่งฝีเท้า เขาสอดส่องสายตาหาคนตัวเล็กที่คาดว่าน่าจะไปยังไม่ไกลแต่กลับไร้วี่แวว ฉับพลันตามพยากรณ์ของสภาพอากาศ ฝนก็พากันเทลงมาอย่างหนักจนนักศึกษาพากันวิ่งวุ่นหาที่หลบฝนกันยกใหญ่

ปลายเมฆรีบกางร่มให้ตัวเอง เขานำดอกกุหลาบที่ซื้อมาหลบไว้ในร่มและรีบก้าวเท้าไปหาที่หลบฝน คนตัวสูงเดินไปตามทางเรื่อยๆตามทางที่เพิ่งเดินจากมานั่นคือที่จอดรถของเขา แต่ก่อนที่จะไปถึงรถของตัวเองสายตากลับสะดุดอยู่กับร่างเล็กที่กำลังยืนอยู่คนเดียวตรงหน้าคณะศึกษาศาสตร์

มันหวานยืนอยู่ตรงนั้นไม่มีผู้คนรอบกาย ไม่มีแม้แต่เตวิณ คนตัวเล็กยกสองแขนขึ้นกอดกันเหมือนต้องการคลายความหนาวเหน็บ ปลายเมฆมองมือเล็กที่ยื่นออกมาจากตัวตึก มันหวานกำลังใช้มือของตัวเองรองน้ำฝนที่กำลังไหลเทมาจากฟ้าก่อนจะทิ้งน้ำนั้นลงจากฝ่ามือและใช้สองแขนโอบกอดตัวเองเหมือนเก่า

ปลาเมฆบอกกับตัวเองว่าเขาเพียงต้องการมาแอบมองคนตัวเล็กอยู่ห่างๆ แต่ไม่รู้เมื่อไรกันที่เขาพาตัวเองเดินตรงไปหาคนที่อยู่ไกลกันไม่กี่ก้าวจนในที่สุดก็หยุดอยู่ตรงหน้าของคนที่เฝ้าคิดถึงมาตลอด

ทั้งที่ควรอยู่ให้ห่างๆเพราะไม่มีสิทธิ์ได้ใกล้ชิด แต่เพราะความคิดถึงจึงไม่สามารถเคารพกฎที่ตัวเองตั้งไว้ได้เลย

...” ปลายเมฆมองแววตาคนตัวเล็กที่แสดงออกถึงความตกใจ แต่ก็โชคดีที่มันหวานไม่ได้วิ่งหนีกันไปอย่างที่ใจนึกกลัว

ปลาบเมฆเผยรอยยิ้มบางออกมา เขามองใบหน้าหวานที่แสนคิดถึง ที่แสนห่วงหาจับใจ มองใบหน้าที่เหมือนแก้มจะหายไปนิดหน่อย ดวงตาที่ไม่ได้ดูสุกสกาวเหมือนเก่า ริมฝีปากสีอ่อนที่กำลังขบเม้มกันเหมือนกำลังประหม่ากับการปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้

ปลายเมฆไม่ได้พูดอะไร เขาวางร่มของตัวเองไว้ที่พื้นก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งโดยการวางดอกกุหลาบไว้ตรงที่หน้าขา

มือหนาเอื้อมไปจับยังขากางเกงของคนตัวเล็กกว่า เหมือนมันหวานจะไม่เข้าใจถึงพยายามจะถอยเท้าหนีกันแต่ปลายเมฆกลับจับมันไว้จนอีกคนยอมอยู่นิ่งๆ หลังจากนั้นเขาจึงจัดการพับขากางเกงที่เปียกชื้นของอีกคนให้ ทำแบบนั้นทั้งสองข้าง เขาเงยหน้ามองคนตัวเล็กที่ก้มมองกันด้วยสายตาไม่เข้าใจ

ก็ถูกแล้วที่มันหวานไม่เข้าใจ จะมีคนบ้าที่ไหนที่คุกเข่าลงต่อหน้าและพับขากางเกงให้กันแบบนี้

ก็แค่ไม่อยากให้ขากางเกงมันหวานสกปรก เพราะจำได้ว่ามันหวานชอบซักผ้าด้วยมือมากกว่าซักเครื่อง

และในวันนี้เขาทำสำเร็จมากกว่าการแอบมอง เขาได้ดูแลมันหวานแล้ว

ปลายเมฆลุกขึ้นยืนเหมือนเดิม เขาถือกุหลาบไว้ในมือเหมือนเก่าพร้อมกับคว้าร่มมาไว้ในมือ แต่ไม่ได้กางให้กับตัวเองแม้ว่าแผ่นหลังจะชุ่มไปด้วยเม็ดฝน เขาโน้มตัวร่มไปข้างหน้าเพื่อให้มันบดบังละอองฝนไม่ทำให้คนตัวเล็กต้องได้ไข้จนเจ็บป่วย

คราแรกปลายเมฆเพียงซื้อดอกกุหลาบมาเพื่อจะนำไปไว้ที่ห้องของเขา เพราะไม่ได้คิดว่าจะมีโอกาสเผชิญหน้ากับอีกคนแบบนี้ แต่ตอนนี้ความคิดของเขานั้นเปลี่ยนไปเพราะได้ยืนอยู่ตรงหน้าของมันหวาน

มือหนาที่สั่นเทาเพราะความประหม่าค่อยๆยื่นดอกกุหลาบสีแดงสามดอกไปให้แก่คนตรงหน้า มันยังไม่ถูกรับไว้ พวกเขามองหน้ากัน ฟังเสียงของสายฝนที่กระทบตกลงพื้นปูนและเป็นปลายเมฆเองที่เอ่ยทำลายความเงียบนั้นก่อน

คนขายบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ถึงวันสำคัญก็ให้ดอกไม้กันได้

...

ไม่ต้องรอให้เนื่องในโอกาสพิเศษอะไร

เขาค่อยๆพูดออกมาแม้ว่าอีกคนจะยังคงเงียบอยู่แบบนั้น เขาไม่ได้ขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายมากขึ้น เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กอึดอัดไปมากกว่านี้ เขารับปากว่าเขาขอแค่พูดในตอนนี้และเขาจะรีบพาตัวเองออกไปจากกรอบสายตาให้เร็วที่สุด

พี่อยากให้เรารับมันไว้

...

เนื่องใน ไม่มีโอกาส

เขาไม่ได้หมายถึงโอกาสในวันสำคัญในหน้าปฏิทิน แต่เขาหมายถึงคำว่าไม่มีโอกาสจริงๆ

ไม่มีโอกาสได้ยืนข้างๆในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสได้รับรอยยิ้มที่สดใสในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสได้รับสายตาที่แสนหวานในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสได้บอกไปว่าคิดถึงมากแค่ไหนในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสที่จะสวมกอดแบบที่ใจเฝ้าหวังในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยบอกอีกครั้งว่าขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมาในวินาทีนี้

ไม่มีโอกาสของเขาในเรื่องใดๆเลยในวินาทีนี้

แค่รับมันไว้ แล้วหลังจากพี่หันหลังกลับไป มันหวานจะทิ้งมันก็ได้” เขายังคงยิ้มให้อยู่แบบนั้น ยื่นดอกกุหลาบสีแดงสามดอกไปตรงหน้าพร้อมกับหัวใจที่เต้นช้าลงๆในแต่ละวินาที ก่อนที่มันจะกลับมาเต้นในจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าเดิมเมื่อมือเล็กนั้นยื่นออกมาเพื่อรับดอกกุหลาบในมือของเขาไปถือไว้

ไม่มีการแตะต้องหรือให้สัมผัสใดที่มือ ในเมื่อมันหวานเลือกจะจับมันที่ปลายก้านกุหลาบเลี่ยงการสัมผัสมือของเขาอย่างจงใจ

ไม่มีคำพูดใดๆให้ได้ยิน ยังคงมีเพียงสายฝนเหมือนอย่างเคย ปลายเมฆคิดว่าเวลาของเขาคงหมดเท่านี้ในวันนี้ เขาไม่อยากโลภจะดึงดันอยู่เพราะกลัวว่าในวันข้างหน้าจะไม่ได้รับโอกาสได้ใช้เวลากับคนตรงหน้าเหมือนในวันนี้

เพราะแบบนั้น ตามกฎของเวลาเขาก็ควรจะใช้มันอย่างประหยัด

เขาส่งที่จับของด้ามร่มไปให้คนตรงหน้าและโชคดีที่มันหวานเข้าใจว่าเขาอยากให้อีกคนรับมันไว้ เขาทั้งสองมองตากันอีกครั้ง ปลายเมฆพยายามจะยกมือลูบกลุ่มผมสีอ่อนนั้นเหมือนอย่างที่เคยชิน แต่เขากลับชะงักมันไว้ได้ทันก่อนจะลดมือให้อยู่ข้างลำตัวเหมือนเก่า

ยังไม่ถึงเวลาที่ควรสัมผัส กฎของเวลาบอกให้เขารอไปก่อน

ดูแลตัวเองดีๆ” เขาเอ่ยบอกเสียงเบา และคนตรงหน้าที่ไม่ได้ละสายตาไปจากกัน “อย่าปล่อยให้ตัวเองไม่สบาย

...

โตแล้ว หมอเขาไม่ให้วิตามินซีหรอกนะ” เขาหัวเราะออกมาเบาๆเพียงคนเดียว ก่อนจะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวทั้งที่สายตายังคงมองใบหน้าหวานของอีกคนอยู่แบบนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ยินคำพูดอะไรสักคำออกมาจากปากของคนตัวเล็กกว่า

ไม่รู้ว่าปรารถนาอยากจะได้ยินอะไรกันแน่ ก็แค่อยากได้ยินเสียงหวานใสนั้นอีกสักครั้ง

เพื่อต่อลมหายใจให้ในวันพรุ่งนี้ 

พี่ไปแล้วนะ

“…

กลับบ้านดีๆนะมันหวาน”    

บ้านที่ไม่มีเขา บ้านที่เขาไม่ได้ไปส่ง

เป็นบ้านที่ในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาควรจะอยู่ด้วยกัน

เขาหลุบสายตามองกุหลาบแดงสามดอกในมือเล็ก ยิ้มออกมาให้กับความหมายที่คนตัวเล็กกำลังครอบครองมันอยู่

ดอกกุหลาบสีแดงสามดอกที่หมายถึง ผมรักคุณมากนะ

และปลายเมฆซื่อสัตย์ต่อความหมายของมันจริงๆ

 

วันนี้เป็นวันสอบตัวสุดท้ายในภาคมิดเทอมของปีหนึ่ง มันหวานใช้เวลาร่วมอาทิตย์ในการอดหลับอดนอนเพื่ออ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงหวังให้ผลสอบในเทอมแรกออกมาดีที่สุด และวันนี้จะเป็นวันที่มันหวานได้เป็นไทหลังจากโหมอ่านหนังสือหนักจนแทบไม่ได้นอน

เสียงบอกกล่าวจากอาจารย์ผู้คุมสอบดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่คนตัวเล็กจะนำกระดาษข้อสอบไปส่งและเดินออกมาจากห้องเพื่อเจอแฟนของตัวเองที่ทำข้อสอบเสร็จตั้งแต่ชั่วโมงแรก ไม่รู้ว่าเตวิณเก่งขนาดนั้นหรือเดามั่วก็ไม่รู้ ที่แน่ๆคือมันหวานใช้เวลาในการสอบวิชานี้เต็มจำนวนสองชั่วโมงครึ่งเลยล่ะ

ลานกีฬามีตลาดนัดม.ไปเดินเล่นกันป่ะ” ท่อนแขนหนักๆพาดไว้บนไหล่เล็กแสดงถึงความเป็นเจ้าของ เตวิณไม่ได้เป็นพวกขี้หวงนัก แต่กับความน่ารักของมันหวานมักเป็นข้อยกเว้นเสมอ

ก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองจะหึงหวงได้ขนาดนี้ก็ตอนที่ผู้ชายกลุ่มนั้นจ้องมันหวานตาเป็นมัน

เอาสิ เครียดมาตั้งหลายวัน” รอยยิ้มน่ารักๆถูกส่งออกไปและมันหวานไม่ได้ว่าอะไรที่โดนเตวิณกอดคออยู่อย่างนี้

พวกเขาทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นตึกสอบก่อนจะลงมาถึงคณะชั้นหนึ่งเตวิณถึงได้เปลี่ยนมาเป็นกุมมือของมันหวานไว้แทน

ถึงจะไม่ได้เดินกอดคอเหมือนเมื่อกี้แต่การเดินกุมมือไว้ก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของได้เหมือนกัน

และเตวิณชอบให้มันเป็นเช่นนั้น

ฝนเหมือนจะตกเลยเนอะ” คนตัวเล็กกว่าเอ่ยพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สีหม่นลงเล็กน้อยพร้อมกับกลิ่นชื้นๆของอากาศ

งั้นกลับห้องเลยไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

ไปเดินเล่นแป๊ปนึงก็ได้ เรายังไม่เคยเดินเล่นตลาดนัดมอเลย

งั้นโอเคครับ เดินแป๊ปนึงก็ได้

หลังจากตกลงกันเรียบร้อยพวกเขาก็พากันออกเดินไปยังลานสนามบอลขนาดใหญ่ที่ไม่ห่างจากคณะศึกษาศาสตร์มากนัก เตวิณยังคงกระชับมือเล็กไว้เหมือนอย่างเคยและเขาก็มักจะลอบมองเสี้ยวหน้าของมันหวานมากกว่ามองทางข้างหน้า

มันหวานเหมือนเด็กประถมที่เห็นอะไรถูกใจก็ส่งยิ้มแจกให้ไปทั่ว และนั่นไม่ใช่เรื่องไม่ดีที่เตวิณต้องทักห้าม เพราะสำหรับเตวิณรอยยิ้มของมันหวานนั้นสดใสเสมอ

เป็นความสดใสที่อยากครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

เพลงนี้เพราะเนอะ เราชอบ” เสียงใสว่าพลางฮัมเพลงที่กำลังดังลั่นลานกว้างเบาๆ เตวิณไม่รู้หรอกว่ามันชื่อเพลงว่าอะไรเพราะเป็นเพลงสากลที่เขาไม่ค่อยถนัด แต่หลังจากนี้คงต้องลองหัดฟัง

เหตุผลเดียวก็คงเพราะมันหวานชอบ

มันหวานชอบท่อนไหน” เขาถามหลังจากเพลงนั้นจบไปแล้ว เตวิณคิดว่าคนเราถ้ามีเพลงที่ชอบมากๆก็มักจะมีสักท่อนของเพลงที่ซื้อใจเราได้มากกว่าท่อนอื่นๆ

และเท่าที่สมองพอแปลออกบ้างเป็นบางประโยค มันบ่งบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงเศร้า และเขาอยากรู้ว่าท่อนไหนกันของเพลงนี้ที่ทำให้ดวงตาของมันหวานดูเศร้าลงแบบนั้น

มันหวานเงียบไปสักพักก่อนที่ริมฝีปากสีอ่อนจะเอ่ยออกมา

“I hope he buys you flowers. I hope he holds your hand. Give you all his hours. When he has the chance.”

...

“Do all the things I should have done. When I was your man”

เสียงหวานหยุดลงพร้อมกับรอยยิ้มที่จางลงเช่นกัน เตวิณยังคงจับมือมันหวานเดินไปตามทางเรื่อยๆ และตีความหมายเพลงนั้นในใจของตัวเอง

มันเป็นเพลงที่โรแมนติคไม่ออกเสียเท่าไร ประโยคที่บอกว่า ตอนที่ผมเคยได้เป็นผู้ชายของคุณ มันบ่งบอกถึงอดีตที่ได้จบไปแล้ว และผู้ชายคนนั้นไม่สามารถทำอะไรให้กับคนในเนื้อเพลงได้เลย เมื่อใครคนนั้นกำลังมีรักใหม่และบางทีเขาอาจจะได้ทำในสิ่งที่ผู้ชายโง่ๆคนหนึ่งไม่เคยทำให้

มันเป็นการพูดถึงเรื่องราวในอดีต และเตวิณเข้าใจแล้วว่าทำไมมันหวานถึงได้ชอบเพลงนี้

มันหวานไม่ได้เป็น Your man ในบริบทนั้น แต่มันหวานเป็นคนที่เคยให้โอกาสกับ Your man แต่เขาเลือกที่จะไม่รับมันไว้จนปล่อยให้ Someone เข้ามามีบทบาทแทน

และเขาคือSomeoneคนนั้น

โอ๊ะ ฝนลงเม็ดแล้วนี่” มือเล็กๆของมันหวานแบออกเพื่อปล่อยให้หยดฝนปรอยเล็กกระทบลงกับฝ่ามือ เตวิณจึงเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังรวมตัวก้อนเมฆสีหม่นก่อนที่เขาจะกระชับมือเล็กของอีกฝ่ายแน่นและรีบพาเดินออกจากผู้คนที่เยอะแยะเต็มพื้นที่

เขาสองคนวิ่งกลับมาที่คณะแต่ก่อนที่จะถึงใต้ตึกฝนปรอยใหญ่ก็ร่วงลงมากระทบพื้นดินเสียก่อน เตวิณเอามือบังหน้าให้คนตัวเล็กกว่าแม้จะรู้ว่าไม่ได้ช่วยอะไรนักแต่ถึงแบบนั้นเขาทั้งสองก็ไม่ได้เปียกโชกไปทั้งตัวเพราะมาถึงคณะทันท่วงที

มันหวานรอติณที่นี่นะเดี่ยวไปขอยืมร่มใครสักคนก่อน” เตวิณว่าเร็วๆก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในตัวตึกโดยที่มันหวานยังไม่ได้เอ่ยตอบอะไรไปเลยด้วยซ้ำ

ที่จริงมันหวานก็ไม่ได้เปียกมากนักแต่เตวิณก็คงเป็นห่วงตามประสาถึงได้ลืมไปว่ายังไงพวกเขาก็ต้องรอฝนหยุดก่อนถึงจะออกไปจากตึกนี้ได้เพราะว่าเขาทั้งสองต้องอาศัยรถมอเตอร์ไซต์กลับห้อง

คนตัวเล็กยกแขนกอดตัวเองบรรเทาอากาศเย็นๆที่กระทบผิว มันหวานไม่ได้ชอบหน้าฝนนักแต่ก็ไม่ได้เกลียดไปซะทีเดียว เขาชอบละอองฝนบางๆมากกว่าปรอยฝนที่หนักหน่วง แต่พ่อก็มักบอกว่าเพียงแค่ปรอยฝนบางเบาก็ทำให้เราป่วยได้เหมือนกัน

ก็คงเหมือนกับความรัก

รักที่คล้ายจะบางเบาแต่กลับให้ผลลัพธ์ที่หนักหน่วงเสมอ

มันหวานขยับปลายเท้าไปอีกสองก้าวก่อนที่เขาจะใช้มือลองน้ำฝนเล่นๆคร่าเวลาที่เตวิณยังคงไม่มาก่อนจะเทน้ำนั้นทิ้งจากฝ่ามือและหันมากอดตัวเองอีกครั้ง มือบางลูบท่อนแขนตัวเองไปมาหวังให้คลายหนาว

แต่มันกลับไร้ซึ่งผลเมื่อความเย็นของสายฝนนำพาใครบางคนเดินข้ามาใกล้กัน

เพื่อให้อุณหภูมิติดลบลงมากกว่าเดิม

มันหวานชะงัก ตาเขาโตขึ้นจากเดิมเพราะตกใจเมื่อคนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับร่มและดอกกุหลาบในมือ

หมอปลายเมฆ

ตั้งแต่ที่โทรมาครั้งนั้นเขาทั้งสองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก มันหวานพยายามคิดว่าในวันนั้นเป็นเหมือนฝันสักหนึ่งตื่น ที่เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะไม่พบกับอะไร แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้นดวงตาที่บอบช้ำของเขากับตัวเลขชั่วโมงของสายสนทนานั้นมันเป็นเรื่องจริงที่ไม่ใช่เรื่องฝันเฟื่องไปเองคนเดียว

ในครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันมันหวานไม่รู้ว่าตัวเองกำลังฝันหรือเปล่า ที่บางคนยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มที่มักจะทำให้รู้สึกอะไรบางอย่างในใจเสมอ

แต่ถ้านี่เป็นความฝัน หมอปลายเมฆคงเป็นสิ่งเดียวที่ชัดเจนที่สุดในความเลือนลางจากทุกๆสิ่ง

มันหวานขบริมฝีปากล่างตัวเองเบาๆ เขาไม่ค่อยแน่ใจกับในสถานการณ์แบบนี้ เขาไม่มั่นใจว่าทำไมเขาไม่เดินออกไปจากตรงนี้ทั้งที่เมื่อเดือนก่อนนั้นเขาตั้งมั่นกับตัวเองไว้ว่าจะไม่ขอเจอผู้ชายตรงหน้าอีก

แต่อะไรบางอย่างที่มันมากกว่าอะไรทั้งหมดคือเขายังอยากมองใบหน้านี้อีกสักพัก

เสียงฝนที่ตกกระทบลงพื้นปูนไม่รู้ว่ามันส่งเสียงได้ดังแค่ไหน เพราะตอนนี้เสียงเต้นหัวใจของตัวเองกำลังพากันเต้นอย่างหนักหน่วง มันกระทบแผ่นอกด้านซ้ายจนเกรงว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน

มันหวานไม่ค่อยเข้าใจกับการกระทำนี้ เขาได้แต่ก้มหน้าลงมองใครบางคนที่คุกเข่าลงหนึ่งข้างและกุหลาบสีแดงที่อยู่บนหน้าตัก ใครคนนั้นที่กำลังพับขากางเกงให้แก่กันแม้ว่าเขาจะพยายามขืนข้อเท้าออกแล้วก็ตาม

มันอาจจะไม่ถึงนาที หรืออาจจะมากกว่านั้นที่เวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง เขาสองคนสบตากันในมุมที่ต่างองศา คนตัวสูงที่เงยหน้ามองตาของเขาพร้อมรอยยิ้มบางเบาก่อนจะหยัดตัวยืนเต็มความสูงเมื่อขากางเกงทั้งสองข้างของเขาถูกพับขึ้นจนเห็นข้อเท้าขาวทั้งสองข้าง

ร่มที่ถูกวางไว้เมื่อครู่ถูกกางขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้กางให้กับผู้เป็นเจ้าของเพราะร่มสีดำคันนั้นกำลังเอนเอียงมาให้มันหวานเพียงคนเดียวจนบดบังปรอยฝนเมื่อครู่ไปเสียหมด เว้นก็แต่บางคนที่ยอมเสียสละให้แผ่นหลังของตัวเองฉาบไปด้วยเม็ดฝนมากมาย

มันหวานไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะรู้สึกยังไง แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่ความรู้สึกอึดอัด มันหวานไม่แน่ใจเท่าไรนัก บางทีมันอาจจะเป็นความรู้สึกที่คับคล้ายอะไรสักอย่างที่ไม่กล้านิยาม

อาจจะไม่ใช่ความเสียใจ

อาจจะไม่ถึงคำว่าดีใจ

แต่อาจจะเป็น ความคิดถึง

มันหวานไม่ได้อยากกดดันตัวเองนักในการหาคำตอบ แต่รอยยิ้มบางเบาของคนตรงหน้านั้นเหมือนมันจะสนับสนุนการคาดเดาในข้อสุดท้าย   

คนขายบอกว่าไม่จำเป็นต้องให้ถึงวันสำคัญก็ให้ดอกไม้ได้

เสียงสายฝนถูกแทรกแซงโดยเสียงทุ้มที่คุ้นหู มันหวานมองริมฝีปากสีซีดที่กำลังขยับเอ่ย และถ้าไม่ได้คิดไปเองมันหวานเหมือนสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงนั้นมีการแกว่งไกว

ไม่ต้องรอให้เนื่องในโอกาสพิเศษอะไร”       

มือข้างซ้ายที่กำลังยื่นดอกกุหลาบนั่นมาให้เขาก็เช่นกัน

พี่อยากให้เรารับมันไว้

...

เนื่องใน ไม่มีโอกาส

            อยู่ดีๆเพลงนั้นที่ตลาดนัดก็ดังก้องอยู่ในหูอีกครั้ง มันหวานเห็นภาพของตัวเองและบางคนตรงหน้าในเนื้อเพลงที่จำได้แม่นเสมอ

That I should have bought you flowers

When I had the chance

มันหวานไม่รู้ว่าเพราะอะไรคนตรงหน้าถึงเลือกจะยื่นดอกไม้ให้กันทั้งที่ผ่านมาในคราวที่มีโอกาสไม่เคยซื้อมันให้แก่เขาแม้แต่ดอกเดียว

ในวันที่มีโอกาสมากมายกลับไม่เคยได้รับ แต่ในวันที่เขาเคยบอกออกไปว่าไม่ทันแล้วทำไมถึงนำมันมาให้แก่กัน

ทำไมถึงเป็นคนที่ทำอะไรได้ช้าเสมอ

แค่รับมันไว้แล้วหลังจากที่พี่หันหลังกลับไปมันหวานจะทิ้งมันก็ได้

คนตัวเล็กกว่ามองดอกกุหลาบแดงสามดอกในมือหนาที่ยังคงถูกยื่นมาให้อย่างไม่ละถอย ดวงตากลมมองมันก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังแววตาคมเข้มของคนตรงหน้า

มันหวานเห็นสายตาแห่งความคาดหวัง มันไม่ใช่การยัดเยียดเพื่อให้รับมันไปเสียทีแต่มันเป็นการขอร้อง

และมันหวานตอบรับสายตานั้นด้วยการรับดอกกุหลาบแดงทั้งสามดอกมาไว้ในมือ

ตรงก้านกุหลาบนั้นถูกแตะต้อง มันเป็นส่วนที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เขาทั้งสองได้สัมผัสกัน มันหวานไม่ได้รังเกียจแต่หากเป็นเพียงการระวังตัวเอง

นอกจากเสียงของสายฝน เสียงฟ้าร้องเบาๆและเสียงของใครบางคนตรงหน้ามันหวานก็ยังไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลยในวินาทีแล้ววินาทีเล่าที่ผ่านมา

ไม่ใช่ไม่อยากพูดเพียงแค่ไม่รู้ว่าในนาทีนี้ควรจะพูดว่าอะไร

ในเมื่อสถานะระหว่างพวกเขาไม่ได้อยู่ในจุดที่คุยกันได้ราบรื่นเหมือนเก่า

ดูแลตัวเองดีๆ” เขาบอก “อย่าปล่อยให้ตัวเองไม่สบาย

ถ้อยคำคล้ายความเป็นห่วงถูกหยิบยื่นให้พร้อมกับร่ม มันหวานรับไว้โดยไร้ซึ่งการขัดน้ำใจใดๆ เขาเพียงรับมันไว้เพราะรู้ว่าถ้าหากไม่รับคนตรงหน้าคงดื้อรั้นให้เขารับมันไปอยู่ดี

โตแล้วหมอเขาไม่ให้วิตามินซีหรอกนะ

มันหวานมองคนตรงหน้าที่หัวเราะออกมาเบาๆ และมันเบามากพอจนเกือบจะไม่ได้ยิน

สักพักแล้วสินะที่ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะทุ่มต่ำแบบนี้ สักพักแล้วเหมือนกันที่อะไรหลายๆอย่างที่เคยมีนั้นหายไป

พี่ไปแล้วนะ

            “...

กลับบ้านดีๆนะมันหวาน

สักพักแล้วเหมือนกันที่เกือบกลั้นหายใจตอนที่ใครบางคนพยายามจะยกฝ่ามือเพื่อลูบผมแต่กลับชะงักไป

สักพักแล้วเหมือนกันที่หัวใจของเขาเกือบเต้นสะดุดจังหวะตอนที่ใครบางคนเดินถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว

สักพักแล้วเหมือนกันที่ปลายเท้าของเขาขยับเมื่อรอยยิ้มบางเบานั้นกำลังหายไปพร้อมกับแผ่นหลังกว้างที่กำลังชุ่มไปด้วยเม็ดฝนนับล้านที่ร่วงหล่นใส่ใครคนนั้นที่กำลังเดินหันหลังให้เขาอีกครั้ง

มันหวานมองคนตัวสูงที่เดินตากฝนออกไปจนฝาห่าใหญ่นั้นบดบังการมองเห็น เขามองแผ่นหลังกว้างที่ไกลออกไปจนลับสายตาเหลือทิ้งไว้เพียงสัมผัสในมือกับดอกกุหลาบสีแดงสดสามดอก

มันหวานไม่แน่ใจว่าความหมายของมันหมายถึงอะไร และมันหวานไม่เก่งพอที่จะหาคำตอบในตอนนี้

เพราะอย่างที่เคยรู้สึก เขาไม่ไว้ใจตัวเอง

มันหวานดึงสายตาตัวเองออกจากดอกกุหลาบสีสดในมือ เขาเอี้ยวตัวคว้าเป้บนไหล่ของตัวเองมารูดซิปเปิดออกก่อนจะหุบร่มคันเล็กใส่เข้าไปในนั้นพร้อมกับดอกกุหลาบทั้งสามดอกที่คงต้องอยู่ในความอึดอัดชั่วคราว

เพราะมันคงไม่ดีหากเขามีคำตอบให้เตวิณไม่ได้ว่าทำไมถึงได้มีร่มในมือ และกุหลาบแดงสามดอกนั้นใครเป็นคนให้มา

เขาไม่ได้อยากมีความลับกับเตวิณนัก เพราะแบบนั้นถ้าหากไม่ได้เห็นก็คงไม่ต้องโกหก

และนั่นเป็นวิธีที่มันหวานเลือกจะทำ

มาแล้วๆ” เสียงของเตวิณดังขึ้นพร้อมกับการรูดซิปปิดกระเป๋าเป้ได้อย่างฉิวเฉียด มันหวานหมุนตัวไปหาแฟนของตัวเองที่อยู่ด้านหลังกับร่มคันใหญ่ในมือ เขาปั้นรอยยิ้มขึ้นเหมือนกับเมื่อครู่เขาไม่ได้เจอกับอะไรๆมาก่อน

อะไรๆที่ยังคงส่งผลให้ใจของเขาเต้นอย่างสงบไม่ได้ในวินาทีนี้

เราว่ารอให้ฝนหยุดตกก่อนดีไหม ขับรถตอนนี้อันตรายนะ” มันหวานว่าพลางหันกลับไปมองฝนด้านนอกตัวตึก มันยังคงตกอย่างหนักหน่วง

แล้วใครบางคนคนนั้นเดินตากฝนไปได้ยังไง

เอางั้นก็ได้ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ โดนละอองฝนจะไม่สบายเอา” ร่างสูงว่าก่อนจะจับข้อมือคนตัวเล็กให้เดินเข้าไปนั่งข้างในคณะด้วยกัน

จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงฝนที่ตกอย่างหนักถึงได้หยุดลง เตวิณจึงพาคนตัวเล็กไปยังลานจอดรถซึ่งร่มที่เขาไปหามากำลังเป็นหมันเพราะไม่ได้ถูกใช้งาน

สี่สิบนาทีหลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงห้องพักในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม มันหวานเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองออก เขาหยิบดอกกุหลาบแดงสามดอกขึ้นมาดู ลูบแผ่นกลีบมันอย่างบางเบาก่อนจะจรดจมูกสูดดมกลิ่นจางๆของมัน

ตอนเด็กๆพ่อมักบอกว่าอย่าดมดอกไม้เพราะจมูกจะบาน เมื่อก่อนมันหวานก็เคยเชื่อคำของพ่อ แต่กับดอกกุหลาบพวกนี้มันหวานเลือกที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง

กลิ่นดอกไม้สีแดงสดที่ผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆมันไม่ได้ชัดเจนเท่ากับสัมผัสบางเบาที่ก้านกุหลาบจากใครบางคน

มันหวานเปิดกระเป๋าของตัวเองอีกครั้ง เขาหยิบหนังสือเรียนเล่มใหญ่ที่คงไม่ได้ใช้แล้วมาเปิดกางออกก่อนจะวางดอกกุหลาบสีสดทั้งสามดอกลงไปและปิดหน้าหนังสือลง

มันหวานไม่ได้เลือกที่จะทิ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็เลือกที่จะนำมาดูอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้

คนตัวเล็กเดินออกมาจากห้องก่อนจะพบว่าแฟนหนุ่มของตัวเองกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดบอลที่ใช้ในการใส่นอนและผ้าเช็ดผมผืนเล็กที่พาดอยู่ที่คอ

เราเช็ดผมให้ไหม” เขาเอ่ยถามก่อนจะได้รับรอยยิ้มกว้างๆตอบรับ พร้อมกับร่างโตๆที่รีบมานั่งอยู่ข้างล่างโซฟาเพื่อให้เขาเช็ดผมให้

มันหวานรับผ้าผืนบางมาก่อนจะซับเส้นผมสีเข้มนั้นให้อย่างเบามือในขณะเดียวกันที่เตวิณก็นั่งเล่นมือถือของตัวเองไปพลางๆ

สิบนาทีหลังจากนั้นเส้นผมสีเข้มเส้นหนาก็แห้งสนิท มันหวานใช้มือสางเส้นผมของแฟนหนุ่มเบาๆก่อนที่เตวิณจะหมุนตัวหันหน้าเข้ามาหากันโดยที่ตัวเองยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าโซฟา

หิวไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมกับคางแหลมที่เกยอยู่บนหน้าขาของคนตัวเล็กกว่า

นิดหน่อย แต่เดี๋ยวมันหวานขอไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยไปกินใต้ตึกเนอะ

ได้ครับ” เตวิณตอบรับพลางปล่อยให้แฟนตัวเล็กเล่นผมของเขาอยู่แบบนั้น ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่มีรอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้ากับสายตาที่ไม่ปรากฏเขาในแววตา

เตวิณได้แต่ถามตัวเองว่าเมื่อไรกัน การที่เขาทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนจะทำให้สายตาของมันหวานปรากฏภาพของเขาอยู่ในนั้นบ้าง เขาเคยคิดปลอบใจตัวเองว่าอาจจะมีสักคราที่มันเคยปรากฏอยู่ในแววตาหวานๆคู่นั้นแต่เขาแค่ไม่รู้ตัว

แต่เหตุการณ์เมื่อในตอนเย็นมันทำให้เขารู้ว่าเขาไม่เคยอยู่ในสายตามันหวานเลย ไม่ว่าจะใกล้กันเพียงไหน

เพราะยังคงมีใครบางคนที่อยู่ในสายตาของมันหวานมาตลอด และไม่มีช่องว่างให้เขาได้แทรกแซงเข้าไปได้เลย

เขาจะไม่เอ่ยถามว่าเพราะอะไรมันหวานถึงอยู่กับผู้ชายคนนั้น เพราะอะไรถึงได้รับดอกกุหลาบมาจากผู้ชายคนที่ดีแต่ทำให้ร้องไห้

เพราะอะไรถึงได้เลือกปิดบังกันไว้ไม่ให้เขาได้ล่วงรู้เลยสักนิด ว่าคนทั้งสองได้เจอกัน

เตวิณเห็นทั้งหมดแม้จะไม่ได้ยินสักประโยคเพราะเขาแอบมองอยู่ไกลๆ ไม่รู้ว่าทำไมปลายเท้าถึงได้หนักอึ้งตอนที่ผู้ชายคนนั้นก้มลงพับขากางเกงให้แก่แฟนของเขา  

ไม่รู้ว่าอะไรถึงทำให้เขาเลือกที่จะปิดหูปิดตาอยู่แบบนี้

เตวิณ

หื้ม

อาจจะเพราะว่ารัก      

เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไป

มันหวาน

หรืออาจจะเพราะไม่อยากเสียคนตรงหน้าไป

ว่าไง

ติณมีเรื่องจะถาม” เขาเอ่ยปากออกไป เลียริมฝีปากที่กำลังแห้งผาก ก่อนจะกระชับมือบางไว้ที่หน้าขาของอีกคน มองแววตาหวานซื่อที่หลงใหลมาตลอด จวบจนนาทีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น

แววตาหวานฉ่ำที่แห้งผากซึ่งภาพของเขา

วันนี้มีความสุขไหมครับ” เขาถามออกไปก่อนจะมองปฏิกิริยาของร่างเล็กบนโซฟา มันหวานขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงถามอะไรแบบนี้ ก่อนที่ปมคิ้วนั้นจะคลายลงและเปลี่ยนเป็นสายตาที่หม่นลงเล็กน้อย

มีความสุขสิ” เสียงหวานดังออกมาเช่นนั้น

เตวิณไม่รู้ว่ามันหวานมีความสุขในเรื่องไหน เรื่องสอบตัวสุดท้าย เรื่องที่ได้เดินเล่นในตลาดนัดมอครั้งแรก หรือเรื่องที่ได้เจอกับปลายเมฆ

ในความสุขนั้นมีติณบ้างไหม”          

แต่สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุด คือในความสุขนั้นมีเขาอยู่บ้างไหม

มีสิ” ร่างเล็กเอ่ย

ตอนไหนหรอ” และเขาก็เก่งพอที่จะถามต่อ

ทุกตอนเลย” คำตอบที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานจนตาหยีลง

และเตวิณจับคนโกหกได้หนึ่งคน

ติณก็มีความสุข มีความสุขทุกวันที่ได้มีมันหวานแบบนี้” เตวิณส่งยิ้มพลางกระชับมือบางมั่นขึ้น “ติณมีคำถามอีก

ทำข้อสอบไม่พอหรือไง ถึงยังมีคำถามอีก” น้ำเสียงเล็กที่มาพร้อมกับการกลั้วหัวเราะบางเบา เตวิณยิ้มพลางพยักหน้าลงช้าๆ

เขายังคงหลงเหลือคำถามอยู่อีกเป็นบางข้อ และรอเพื่อให้คนตรงหน้าเติมคำตอบลงไป

มันหวานรักติณไหม

...

เป็นการทำข้อสอบครั้งสุดท้าย

รักติณบ้างไหม หรือความรู้สึกของมันหวานมันยังคงหยุดอยู่ที่คำว่าเพื่อน ทั้งที่เรากำลังเป็นคนรักกัน

เตวิณ..

ติณรักมันหวาน” 

...

แล้วมันหวานล่ะ เคยคิดจะรักติณบ้างหรือเปล่า

เพื่อเดิมพันว่ากระดาษข้อสอบในครั้งนี้จะได้รับคะแนน

หรือทำได้เพียงแค่ฉีกมันทิ้ง

เรา..

อยากรักกันบ้างไหมครับ เขาถามอีกครั้งพร้อมกับกดจูบลงที่หัวเข่าของอีกฝ่ายผ่านกางเกงนักศึกษา ย้ำสัมผัสลงไปบางเบา

อาจจะเพราะหวังให้สัมผัสพวกนี้ส่งไปยังหัวใจของอีกฝ่าย

เขาจูบลงที่หลังมือขาว

อาจจะเพราะหวังให้หัวใจของคนตรงหน้าเต้นเปลี่ยนจังหวะ

ให้เป็นจังหวะเพื่อเขาบ้างเสียที

ติณจะให้มันหวานได้ลองทบทวนกับตัวเอง

...

อีกครั้ง

ไม่บ่อยนักหรอกที่ข้อสอบจะถูกเปลี่ยนคำถามให้ง่ายแก่ผู้ทำข้อสอบ

หากมันหวานไม่อาจจะรักกันได้ ติณจะยอมให้มันหวานไป แต่ถ้ามันหวานมีบางความรู้สึกว่าจะรักติณได้บ้างติณก็อยากให้มันหวานอยู่

...

และติณอยากให้มันหวานรู้ว่าถ้าเลือกที่จะอยู่

...

ติณจะไม่ปล่อยให้มันหวานไปไหนได้อีก

ไม่บ่อยนักหรอกที่คนตรวจข้อสอบจะต้องกลัวการเผชิญกับคำตอบที่ได้รับ

เพราะสำหรับติณ”  

“…”

ความรักคือการที่ต้องได้ครอบครอง

และคงไม่บ่อยอีกเหมือนกันที่ต้องยอมให้คะแนนกับคำตอบนั้น แม้ว่าคำตอบที่ได้รับมันจะผิดไปจากที่หวังก็ตาม

 


#มันหวานปลายเมฆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 379 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1047 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 16:44
    ติณณณ ติณไม่ควรเจอไรแบบนี้อ่ะ ฮือออออ ม่ายยย
    #1,047
    0
  2. #1015 Nantha_one (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:16
    ไม่รู้จะสงสารใครดี
    #1,015
    0
  3. #1006 yainid (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:48
    สงสารติน
    #1,006
    0
  4. #1003 nawatwop (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 09:11
    นิยายของคุณดีมาก ๆ ทำให้เราสามารถอินได้มากจริง ๆ แต่ในความคิดเราไม่อยากให้ปลายเมฆพลาดมีอะไรกับม่านฝนในคืนนั้นเลย ขอเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำอื่นได้ไหม เรื่องพลาดมันร้ายแรงมากเกินไป ,____,
    #1,003
    0
  5. #988 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:32
    ติณทำดีแล้วแหละนะ มันหวานอย่าทำร้ายติณแบบที่หมอเคยทำกับมันหวานเลยนะ
    #988
    0
  6. #959 pcy921 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 07:09
    มันหวานกำลังทำกับติณเหมือนที่หมอปลายเคยทำกับมันหวานนะคะ เจ่บผวด
    #959
    0
  7. #910 Miiwxx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:23
    หมออ เฮ้ออ
    #910
    0
  8. #885 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 08:38
    เราชอบไรท์มากเลยนะ ความสัมพันธ์ของตัวละครคือดีมากกกกก บางครั้งความรักมันก็เป็นเเบบนี้เเหละเนอะ ขนาดเรื่องเเรกนะ อินมาก ภาษาดีมาก อยากอ่านเรื่องที่ไรท์เเต่งอีกเยอะๆเลยค่ะ รอเรื่องต่อไปนะ รักค่ะ
    #885
    0
  9. #876 PAM_17 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:45
    คนที่น่าสงสารที่สุดคือติณ
    #876
    0
  10. #864 areenachesani (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 05:19
    นั่นสิน้าา ทำไมตอนมีโอกาสถึงไม่ทำอะไรแบบนั้นบ้าง ทำไมถึงเลือกมาทำเอาตอนที่มันสายไปแล้ว สงสารติณมากจริงๆ ไม่ได้ผิดอะไรเลยซักนิด แต่สุดท้ายแล้วต้องเป็นคนที่เสียใจที่สุด มันหวานก็ทำหน้าที่แฟนได้ดีในการกระทำนะ แต่ความรู้สึกคือไม่เคยสื่อถึงติณเลย เศร้าอ่ะ จะเชียร์ให้ติณเป็นพระเอกก็ไม่ได้ ก็พระเอกนายเอกตัวจริงเค้ารักกันอ่ะะ แงง anyway ก็ขอให้ติณเสียใจแป๊ปเดียวนะ // ถึงแม้ว่าจะเพิ่งมาอ่านตอนนี้ ตอนที่ไรท์เขียนจบไปแล้วแต่เราก็อยากให้กำลังใจนะคะ อยากจะบอกว่าเรากดเฟบตั้งแต่อ่านอินโทรแน่ะ พออ่านมาเรื่อยๆแม้จะต้องสู้กับดราม่าแค่ไหนก็จะไม่อันด้วยยย สู้ๆนะค้าาา
    #864
    0
  11. #840 Jibangrin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 08:46
    โอ้ยยยย สงสารติณ ฮืออออ ปวดใจจ
    #840
    0
  12. #828 OHMeMEII (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:07
    ว่าจะทำตัวนิสัยเสียเป็นนักอ่านเงาแล้วอวยรวดเดียวตอนจบ แต่พอมาอ่านไร้ท์ทอล์คแล้วทนไม่ไหว ต้องมากอดด้วยตัวอักษรเสียหน่อย

    เราก็เป็นรี๊ดส์ทั่วๆไปที่มีความย้อนแย้งในตัวพอสมควร เลยอยากจะขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ไร้ท์ได้เข้าใจบ้างเนอะ

    เราชอบนะดราม่าเนี่ย แต่บางทีพอดราม่ามันเผ็จช์แบบที่เราขัดใจ (เชียร์พระรองไง ดีเกิ๊นนนนพ่อคุณ) แล้วมันทำใจไม่ได้ที่อิพระเอกแสนชั่วจะมาคว้าพุงปลาไปกิน ย้อนแย้งไปอีกคืออดรับไม่ได้ว่าเห็นใจเข้าใจในเหตุผลพอตัว เราเลยไม่กล้าที่จะอ่านต่อ ไม่อยากจะยอมรับว่ารับได้ที่พระเอกจะมาทวงและพระรองแสนดีต้องพ่ายความเลว(ไหนบอกเข้าใจพระเอก?) เราเลยหยุดอ่านหยุดตามไปพักใจ เพื่อรักษาความมโนว่าพระรองยังจะนั่งบนบัลลังก์ต่อไป แล้วพอทำใจได้ค่อยกลับมาอ่านต่อ รึถ้าความแย่ส่วนตัวมีมากดั๊นไปอ่านเรื่องอื่นจนลืมก็มี

    แต่ในกรณีนี้เราบีบใจตามอ่านทุกตอนเลยนะ แม้จะมีช่วงย้อนแย้งกับตัวเองเลยถือโอกาสไปทำอาหารกินคั่นเวลา แต่อยากอวยว่าไร้ท์สร้างตัวละครและเหตุผลได้สมจริง เพราะไม่มีใครนางเอ๊กนางเอกทนได้ถึงที่สุดจริงๆ และบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ฉลาดผิดซ้ำผิดซากอยู่อย่างนั้นจนมันสายไปจริงๆ ไร้ท์เล่นกับสันดานคนโดยเฉพาะผู้ชายได้ถูกจุด (รักพี่เสียดายน้อง) ความคล้ายที่จริงๆแล้วแตกต่างของความผูกพันและความรัก แถมชี้ให้ตระหนักว่าสิ่งที่จะพาความรักให้รอดไม่ใช่ว่าเรารักกันแค่ไหน แต่มันคือเรามั่นคงต่อกันพอไหม พอที่จะต้านทานมายายั่วยุ พอที่จะให้อภัยในความผิดพลาดที่เจ็บปวดได้ไหม ในเรื่องนี้เรามองว่าคนเดียวที่มั่นคงจริงๆคือติณนะ แต่ที่มันไปไม่รอดเพราะมีแต่ติณที่รักและมั่นคงไง มันหวานอาจจะมั่นคงในหน้าที่แต่ไม่ได้รักติณ ในขณะที่มันหวานและพี่หมอรักกันแต่ไม่มั่นคงต่อกันพอ พี่หมอทนมายายั่วยุไม่ไหว มันหวานยังข้ามความเจ็บปวดของความผิดพลาดแล้วให้อภัยไม่ได้ แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าความรักคือจุดเริ่มต้น แล้วความมั่นคงจะทำให้ความรักแข็งแกร่งงอกงาม ถึงจะมีความมั่นคงแต่ถ้าความรักไม่ได้ก่อเกิดก็เหมือนว่าเรามีดินมีกระถางแต่ไร้ต้นกุหลาบ การที่เราจะมีดอกกุหลาบคงเกิดขึ้นไม่ได้ เหมือนกัน ถ้าเรามีช่อกุหลาบแต่เราไม่มีดินไม่มีกระถางเราคงปักเพาะต้นกุหลาบให้งอกเงยไม่ได้ เราแย้งไร้ท์นิดนึงนะที่ว่า "ความรักเกิดง่ายตัดยาก" เราว่า ความรักเกิดง่าย ตัดก็ง่าย แต่จะให้งอกเงยมั่นคง นั่นแหละไม่ง่ายเลย
    #828
    0
  13. #797 taloeyteay (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 08:56

    สงสารติณมากเลย ไม่อยากให้น้องต้องเจ็บเลย แงงง กอดน้องง
    #797
    0
  14. #740 blugarxx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:05
    ร้องไห้เลยอ่ะ ติณณณณ แง T______T
    #740
    0
  15. #734 PINKLAND (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:36
    ติณ ฮื่อออออ
    #734
    0
  16. #712 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:17
    ติณมาเดี๋ยวปลอมเองㅠㅡㅠ
    #712
    0
  17. #704 xxxpc2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:33
    ปวดใจมากเลยอ่ะไรท์
    #704
    0
  18. #682 15magnitude (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:11
    เราเข้าใจไรท์ เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละคร บางทีความสัมพันธ์มันก็แบบนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ เราก็จะเอาใจช่วยทุกตัวละครต่อไป
    #682
    0
  19. #661 withfluffyp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 10:13
    ถ้ารักแบบเพื่อน มันหวานมีให้ติณเสมออ่ะ ตัดสินใจดีๆนะมันหวาน
    #661
    0
  20. #632 $yrup (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 17:10
    โหห นี่ขนาดเรื่องแรกอ่ะ แต่งดีมากๆเลย อินสุด ภาษาดีมาก ชอบ
    #632
    0
  21. #628 pkmcn_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:50
    เราพึ่งได้มาเริ่มอ่าน เราว่าคุณแต่งออกมาได้ดีมากๆเลยนะ บางคนที่เขากดอันเฟบออกไปคงเพราะอินจนทนไม่ไหว ตอนนี้มันแย่มากเลย ไม่ใช่การแต่งของคุณนะ แต่หมายถึงความรู้สึกน่ะ เราอินไปกับเนื้อเรื่องของคุณจนอินไปกับตัวละคร แล้วก็เศร้าไปกับเขา อยากบอกว่าชอบภาษาที่สื่อและการอธิบายความรู้สึกของตัวละครมากๆเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ :)
    #628
    0
  22. #619 ppvs_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:31
    ขอโทษที่มาอ่านช้าน้า เราน่าจะมาอ่านเร็วกว่านี้ ไม่ใช่ความผิดของไรท์ที่แต่งออกมาแบบนี้หรอก ทุกๆตัวละครมีเหตุผลของมันเอง เราทำได้แค่พยายามทำความเข้าใจความคิดของแต่ละตัวละครแค่นั้น ฮือ สงสารทุกคนเลยอะ ต่างคนต่างเจ็บ ผ่านไปให้ได้
    #619
    0
  23. #527 chutimasP (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 04:35
    ไรท์ใช้ภาษาได้ดีจังเลย เราอ่านทุกตัวอักษรและอดที่ซาบซึ้งกับทบบาทของตัวละคร อย่างมันหวานที่จิตใจงดงามมากแต่ต้องตรมตรอมอย่างสุดท่ามกลางสังคมที่สับสน

    ชอบนะชอบมาก ๆ สร้างความสะเทือนในตวามรู้สึกที่ไม่เพียงพื้น



    ทั่วไปได้อย่างดี

    ขอให้มีผลงานอีกนะจะขอตามไปอ่านด้วย
    #527
    0
  24. #467 ♡9404♡ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:28
    อินได้ แต่บางคนอินเกิ้นนน! เกินเหตุ เข้าใจไรท์เลยอ่ะ สู้ๆนะ ติดตามเสมอ ภาษาดีมาก ไรท์ควรไปเป็นนักแปลเน้อเอาจิง เวลาอ่านนิยายเรื่องอื่นคือเราจะอ่านผ่านๆบ้างถ้าเนื้อหามันแน่นๆ แต่นิยายไรท์นี่เราอ่านทุกตัวอ่ะ ง่ออวววววว// เอาจิง หมอปลายก็ไม่ได้เลวขนาดนั้นป่ะ ฮ่าๆ
    #467
    0
  25. #455 JongjitSriyan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 15:01
    ไรท์สู้ๆนะ เราชอบนะ เราเข้าถึงความรู้สึกทั้งหมดเลย มันเศร้าเหมือนกันนะ อย่ายอมแพ้นะงับ
    #455
    0