[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 21 : เหนือปลายเมฆ ☆ XX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 429 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XX

ทั้งที่จริงผมยังคงเอาแต่มองหาคุณ เหมือนกับเด็กที่หลงทาง


คุณว่าวันนี้ท้องฟ้ามันเหงาไหม เรารู้สึกเหมือนมันเหงาเลย

ท้องฟ้ามันไม่เคยเหงาหรอก คนที่มองมันต่างหากที่เหงา

สองประโยคสั้นๆจากแอคทวิตเตอร์ที่มันหวานกดรีทวิตไปทำให้เขาต้องเงยหน้ามองท้องฟ้าในวันนี้ มันไม่ค่อยสดใสเท่าไร ออกจะครึ้มหน่อยๆด้วยซ้ำ นั่นอาจจะเพราะฝนหลงฤดูที่กำลังจะมาเยือน

และมันหวานไม่รู้ว่าจะเชื่อประโยคแรกหรือประโยคที่สองของแอคทวิตเตอร์เมื่อครู่นี้ดี ในเมื่อตอนนี้ที่มันหวานเงยหน้ามองท้องฟ้า เขากำลังรู้สึกเหงาเพราะแรงดึงดูดจากสิ่งที่กำลังมอง

ไม่รู่ว่าที่จริงท้องฟ้ามันเหงาของมันอยู่แล้วหรือเป็นเพราะมันหวานเองที่ใส่ความรู้สึกให้มันเหงาตามตัวเองทั้งที่จริงท้องฟ้าไม่เคยมีความรู้สึกใดๆเลย

ท้องฟ้าไม่เคยรู้สึก คนเราต่างหากที่รู้สึกมากมาย

มองอะไรน้องเต่า” เสียงทุ้มของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำให้มันหวานต้องละสายตาจากท้องฟ้าสีหม่นเพื่อไปมองแฟนของตัวเอง

เตวิณนั่งอยู่ตรงนั้น ตรงข้ามที่ห่างกันเพียงโต๊ะไม้กั้นแต่น่าแปลกทั้งที่แฟนนั่งอยู่ตรงหน้ามันหวานกลับรู้สึกเหงามากกว่าเดิม

ตั้งแต่คืนนั้นที่มันหวานไม่สามารถรับสัมผัสจากเตวิณได้ มันทำให้เขารู้สึกผิดมาตลอด ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงไม่สามารถจูบกับแฟนของตัวเองได้ ทำไมถึงมีภาพของอีกคนที่ไม่ควรนึกถึงแทรกมาแบบนั้น

มันหวานเอาแต่ขอโทษเตวิณในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้ว่าแฟนของตัวเองคงรู้สึกไม่ดีไม่น้อย แต่เขาก็ไม่สามารถตอบรับสัมผัสที่ไม่พร้อมได้จริงๆ แต่เตวิณก็ไม่ได้นึกโกรธ ไม่ได้เปลี่ยนไป ยังคงทำตัวเหมือนเดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

และมันหวานก็กำลังเลียนแบบเตวิณ

มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีทั้งนั้น

เรามองท้องฟ้า ฝนจะตกอีกแล้วเนอะ” ตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหลุบตามองมือของตัวเองที่อยู่บนโต๊ะที่กำลังโดนฝ่ามือใหญ่คว้าไปจับไว้

ถ้าฝนตกติณจะเป็นร่มให้มันหวานเองนะ” ถ้อยประโยคน่ารักๆนั่นทำให้มันหวานยิ้มแต่มันไม่ได้ทำให้ใจมันหวานอบอุ่นขึ้นมาได้เลยสักนิด

ทำไมกัน หรือเพราะว่าอากาศที่กำลังเย็นอยู่ตอนนี้จึงทำให้หัวใจของมันหวานเย็นชืดไปด้วย

ขอบคุณนะ” แต่ถึงอย่างนั้นมันหวานก็ยังคงบังคับปากของตัวเองให้เอ่ยบอกในสิ่งที่ควรบอกออกไป “ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้

ยินดีเสมอครับ

รอยยิ้มของเตวิณสดใส และมันหวานหวังให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน

มันหวาน อยู่นี่เอง” เสียงทุ้มใหญ่ของเพื่อนที่พอคุ้นหน้าคุ้นตาดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะหยุดอยู่ตรงโต๊ะที่มันหวานและเตวิณจับจองใช้อ่านหนังสือเพื่อจะสอบในคาบเช้า

มีอะไรหรอเจมส์

เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนที่ไม่สนิท รู้จักเพียงเพราะเคยเรียนเซคเดียวกันในวิชาเลือกเท่านั้น มันหวานมองเจมส์ที่กำลังวางขนมถุงโตลงบนโต๊ะพร้อมรอยยิ้มกว้าง

มีคนฝากขนมมาให้” เจมส์บอก “เห็นบอกว่าเป็นพี่รหัส

พี่รหัส?” มันหวานขมวดคิ้วงงไม่ต่างจากเตวิณ เพราะเท่าที่รู้คือพี่รหัสเขาไม่เคยซื้อขนมมาเลี้ยงนอกจากเอาแต่ตื๊อให้ไปกินเหล้าด้วยกัน ซึ่งมันหวานก็ปฏิเสธทุกครั้ง ยกเว้นครั้งแรกที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

อืม เห็นบอกแบบนั้น แต่นี่จำได้ว่าพี่รหัสมันหวานผิวคล้ำๆตัวใหญ่ๆหน่อยป่ะ แต่คนที่ฝากมาให้แม่งแบบขาววิ๊ง หน้าแม่งอย่างหล่อหุ่นอย่างกับนายแบบแต่งตัวก็โคตรดูดี

คำบอกเล่ายิ่งทำให้มันหวานแน่ใจว่าคนที่ฝากมาให้ไม่ใช่พี่ดิมพี่รหัสมันหวานอย่างแน่นอน เพราะพี่ดิมแตกต่างจากที่เจมส์บอกอย่างสิ้นเชิง

มันหวานคว้าถุงขนมถุงใหญ่ก่อนจะเทมันลงบนโต๊ะ ในนั้นมีขนมหลายยี่ห้อ ทั้งเครื่องดื่มและนมแต่สิ่งที่ทำให้มันหวานคว้ามันมาไว้ในมือกลับเป็นขนมธรรมดาที่ใครจะซื้อก็ได้แต่มันแตกต่างตรงที่ขนมห่อนี้มันทำให้มันหวานนึกถึงใครบางคน

ในวันนั้นมันเป็นขนมที่ถูกซื้อให้แก่เขามากที่สุด ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ใครบางคนไปร้านขายของชำ จะมีขนมยี่ห้อนี้ติดมือมาด้วยเสมอ เป็นขนมที่กลายมาเป็นขนมโปรดของมันหวาน

เจมส์” ร่างเล็กเอ่ยเรียกเพื่อนตัวเองเสียงแผ่ว ไม่ได้สนใจสายตาของแฟนตัวเองที่ส่งความสงสัยออกมาให้อย่างไม่ปิดบัง

ว่า?”

            “คนที่ให้ขนมพวกนี้มาเขาอยู่ที่ไหน

หน้าคณะ เอ้าเห้ย

ไม่ทันให้เพื่อนหรือแฟนตัวเองได้สงสัยอะไรต่อมันหวานรีบลุกจากเก้าอี้ก่อนจะวิ่งออกไปจากโต๊ะที่ใช้อ่านหนังสือทันที ไม่สนใจสายตาสงสัยของคนที่เดินผ่าน ไม่สนใจลิฟต์ที่อาจจะพาตัวเองไปยังหน้าคณะได้เร็วกว่าเพราะตอนนี้มันหวานกำลังวิ่งลงบันไดขั้นแล้วขั้นเล่า

คนตัวเล็กงอตัวหอบหายใจหลังจากมาถึงหน้าคณะได้ในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ ดวงตากลมกวาดมองหาคนที่คิดว่าจะเจอ แต่กลับไม่มีใครคนนั้นที่มันหวานคิดเอาไว้เลยสักนิด

มันหวานมั่นใจว่าเจ้าของขนมพวกนี้ต้องใช่หมอปลายเมฆแน่ๆ ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงต้องทำแบบนี้แต่ที่รู้คือมันหวานอยากเจอเขาจนพาตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้โดยไร้ซึ่งการไตร่ตรองใดๆ ลืมไปหมดว่าเคยพูดอะไรกับเขาคนนั้นไว้บ้าง

มันหวาน!”

เสียงเรียกของเตวิณทำให้มันหวานต้องหันกลับไปมองก่อนจะเห็นแฟนตัวเองวิ่งลงมาจากบันไดและตรงมาหากัน แววตาของเตวิณมีความกรุ่นโกรธจนมันหวานรู้สึกได้ และก็พอเข้าใจว่าทำไมอีกคนถึงดูโกรธแบบนี้

เตวิณ..”

อยากเจอพี่รหัสขนาดนั้นเลยหรอ?” น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนเสมอเวลาคุยกันกลับกลายเป็นแข็งกร้าวแบบที่มันหวานไม่คุ้นชิน

มือเล็กจึงแตะลงที่ท่อนแขนแฟนของตัวเองแผ่วเบาก่อนจะช้อนสายตาส่งคำขอโทษออกไปแต่เหมือนเตวิณจะไม่เข้าใจเลยในวินาทีนี้

เป็นไง ได้เจอพี่รหัสที่อุส่าห์วิ่งมาหาจนลืมแฟนของตัวเองไปเลยไหม

มันหวานรู้ว่านั่นคือประโยคประชดประชัน เตวิณคงรู้จากคำบอกเล่าของเจมส์ที่บอกลักษณะของคนที่เอาขนมมาให้ เตวิณคงรู้เหมือนที่มันหวานรู้ว่านั่นไม่ใช่พี่ดิมที่เป็นพี่รหัส แต่เป็นหมอปลายเมฆ ไม่งั้นคนตรงหน้าคงไม่ดูโกรธแบบนี้

เราขอโทษ” มันหวานลูบท่อนแขนแกร่งอย่างแผ่วเบาหวังให้อีกคนใจเย็นลง และดูเหมือนมันจะได้ผล เตวิณหลับตาลงช้าๆก่อนจะถอนลมหายใจหนักๆออกมาและลืมตามองหน้ากันด้วยแววตาที่อ่อนลง

ติณขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เสียงที่เคยกรุ่นโกรธกลับเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้มันหวานใจชื้นขึ้น เขาไม่อยากให้เตวิณโกรธเลยสักนิด

ถามอะไรหรอ

ถ้าลงมาแล้วเจอเขา

...

มันหวานจะทำอะไร

คำถามของร่างสูงตรงหน้าทำให้มันหวานชะงักกึก มือที่ใช้ลูบท่อนแขนหนาของอีกคนหยุดนิ่ง นั่นสิ.. ถ้ามันหวานลงมาแล้วเจอเขามันหวานจะทำอะไร

            ในเมื่อเขาและคนคนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว

จะไปกับเขาแล้วทิ้งติณไว้หรือเปล่า

ไม่ใช่แบบนั้น” มันหวานรีบส่ายหน้าเมื่อน้ำเสียงของเตวิณแสดงออกมาถึงความน้อยใจอย่างชัดเจน

แล้วมันแบบไหนกัน ถึงทำให้มันหวานทิ้งติณไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งออกมาแบบไม่ได้สนใจอะไรขนาดนี้

...

ติณไม่ได้อยากจะโกรธหรอกนะ แต่ติณแค่ไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจเลยสักนิด

คนตัวสูงก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง มันหวานไม่ชอบที่เห็นเตวิณเป็นแบบนี้เพราะตัวเองเลยสักนิด คนตัวเล็กจึงตัดสินใจสวมกอดอีกคนก่อน ไม่ได้สนว่าตอนนี้เขาทั้งสองคนจะตกเป็นเป้าสายตาหรือไม่ มันหวานสนแต่ตอนนี้ต้องชดใช้ความรู้สึกผิดของตัวเองที่กำลังทำร้ายความรู้สึกของเตวิณไป

มันหวานขอโทษ

เราเป็นแฟนกันนะมันหวาน มันหวานช่วยแคร์ติณมากกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ข้างมันหวานอีกแล้วได้ไหม

เตวิณจะรู้ไหมว่าประโยคนั้นทำให้หัวใจของมันหวานบีบรัดมากแค่ไหน ประโยคนั้นมันเรียกสติของมันหวานให้คืนกลับมา มันบอกให้มันหวานแคร์คนในอ้อมแขนมากกว่าใครอีกคนที่มันหวานเลือกเดินจากมา

แล้วทำไมกัน เพียงแค่คิดว่าจะเป็นเขามันหวานถึงลืมไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความโกรธ ทุกความน้อยใจ ทำไมระหว่างที่วิ่งมาถึงเอาแต่คิดว่าต้องเจอหมอปลายเมฆ

ทั้งที่บอกกับใจตัวเองเอาไว้ทุกๆคืนว่าไม่ควรสนใจอีกแล้ว แต่แล้วทำไมเขาคนนั้นยังคงมีอิทธิพลต่อหัวใจมันหวานไม่เปลี่ยนไปเลย ทั้งที่เวลาก็ผ่านมาสักพักแล้ว

ติณต่างหากที่อยู่ตรงนี้ ติณต่างหากที่รักมันหวาน

เตวิณ..” คำว่ารักของอีกฝ่ายทำให้มันหวานน้ำตาไหลออกมา มันเป็นครั้งแรกที่เตวิณบอกกับเขาตรงๆแบบนี้และมันหวานไม่รู้เลยว่าควรจะพูดอะไรตอบกลับไปนอกจากปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา ปล่อยให้อ้อมกอดถูกกระชับมากขึ้น

อย่าไปไหน ถึงมีโอกาสก็อย่าไปได้ไหม

...

ตอนแรกคิดว่าคงปล่อยมันหวานไปได้หากมันหวานอยากกลับไป แต่พอวันนี้วันที่มันหวานวิ่งออกมามันทำให้ติณรู้แล้ว

...

ติณปล่อยมันหวานไปไม่ได้จริงๆ

น้ำเสียงสั่นเทาของเตวิณเหมือนน้ำกรดที่กำลังราดอยู่บนความเห็นแก่ตัวของมันหวาน เขาไม่เคยรู้เลยว่าเตวิณเจ็บปวดแค่ไหนกับการกระทำของตัวเองในหลายๆครั้งที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ วันที่ความรู้สึกของเตวิณมันมีมากขึ้นเรื่อยๆ

มากขึ้นจนไม่สามารถปล่อยกันไปได้แล้ว

แล้วมันหวานจะทำยังไงในเมื่อความรู้สึกของเตวิณมากขึ้นทุกวันแต่ความรู้สึกของมันหวานกลับย่ำอยู่กับที่แบบนี้

 

บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองยังคงมีแต่ความเงียบงัน ตั้งแต่ที่มหาลัยหลังสอบเสร็จจนกระทั่งถึงห้องของเตวิณ

มันหวานไม่รู้จะแก้สถานการณ์ตรงหน้ายังไงในเมื่อเตวิณไม่เคยเงียบกับเขาแบบนี้เลยสักครั้งตั้งแต่เป็นแฟนกันมา

มันทำให้มันหวานอึดอัดจนอยากจะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่สองขาก็ยังคงอยู่กับที่เพราะรู้ดีว่าครั้งนี้ตัวเองผิดแค่ไหนที่ทำร้ายความรู้สึกของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเอง

วันนี้ติณอยากกินอะไร

อะไรก็ได้

น้ำเสียงเรียบนิ่งนั่นมันหวานไม่อยากได้ยินเท่าไรนัก แต่นาทีนี้คนผิดคงไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้นอกจากพาตัวเองไปทำอาหารเย็นให้กับคนที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟากับทีวีที่เปิดเสียงดังแต่ไม่ได้รับความสนใจเลยสักนิด

มันหวานใช้เวลากับการทำอาหารเย็นไม่นานนัก ก่อนจะยกมันมาวางไว้ที่โต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟาและเขาทั้งสองก็กินข้าวด้วยกันไปพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดที่แม้แต่เสียงทีวีก็ไม่สามารถกลบมันได้เลยสักนิด

หลังจากนั้นเขาและเตวิณก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ มันหวานกะว่าจะใช้เวลาที่เหลือในการอ่านหนังสือแต่มันกลับไม่มีสมาธิเลยสักนิดในเมื่อเตวิณยังคงนิ่งเงียบแบบนี้ เขาจึงตัดสินใจเดินไปหาอีกคนที่โซฟา

เตวิณนั่งเล่นมือถือของตัวเองอยู่เงียบๆก่อนจะเหลือบสายตามองกันเมื่อเขานั่งลงข้างๆแต่คนตัวสูงก็ยังคงเงียบอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม

วันนี้ไม่มีบอลหรอ” มันหวานเป็นคนเริ่มเปิดปากพูดก่อน เขาเอาเรื่องที่อีกคนชอบขึ้นมาพูด มันหวานจำได้เตวิณชอบดูบอลตอนเวลานี้แต่ตอนนี้คนตัวสูงกลับไม่เปิดดูมันแม้แต่น้อย

วันนี้ติณไม่อยากดู” ร่างสูงเอ่ยตอบออกมานิ่งๆและเอาแต่เล่นมือถือของตัวเอง ทั้งที่ปกติเตวิณมักจะอ้อนกันเสมอ

มันหวานรู้ว่าเรื่องเมื่อเช้ามันยังไม่เคลียร์นักเพราะมันหวานไม่ได้ตอบรับอะไรเตวิณกลับไป ไม่ได้พูดให้อีกคนมั่นใจว่าเขาจะอยู่กับเตวิณไปตลอด เพราะมันหวานไม่สามารถรับปากกับอะไรก็ตามที่ไม่มีความมั่นใจให้มัน

ถ้าสอบมิดเทอมเสร็จเราไปดูหนังกันไหม มีหนังใหม่เข้าน่าดูมากๆเลย” มันหวานยังคงหยิบยกเรื่องใหม่ขึ้นมาพูด เขาพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสที่อีกคนมักบอกว่าชอบฟังเสมอ

จะได้ดูหรอ” จบคำนั้นเตวิณถึงได้หันมามองหน้ากัน และมันหวานเข้าใจได้ในความหมายแฝงของคำพูดนั้น

จะได้ดูหรอที่เตวิณหมายถึงมันคงหมายความว่าจะได้ไปดูด้วยกันหรอ

อย่าเป็นแบบนี้เลยนะติณ” มันหวานตัดสินใจเอ่ยบอกออกไปตรงๆ

แบบนี้นี่มันแบบไหน

แบบที่เราไม่เข้าใจกันแบบนี้

...

เรากลับมาเป็นแบบเดิมเถอะนะ” มันหวานคว้ามือของอีกคนมาจับ คำว่าเหมือนเดิมของมันหวานหมายถึงการที่เตวิณกลับมาอ่อนโยนและพูดมากๆเหมือนเดิม เตวิณที่ขี้อ้อนกับมุกหวานเลี่ยนไม่ใช่เตวิณที่กำลังนั่งเงียบแบบนี้

ติณเป็นให้มันหวานได้ทุกอย่างมันหวานก็รู้

งั้นเราอย่าโกรธกันเลยได้ไหม” มันหวานเอ่ยเสียงแผ่ว เขาจับฝ่ามือหนาของร่างสูงมาแนบแก้มของตัวเอง และเหมือนมันจะได้ผลเพราะเตวิณกำลังระบายรอยยิ้มให้กัน

ก็เป็นแบบนี้แล้วจะโกรธนานได้ยังไง” แก้มของมันหวานถูกลูบด้วยมืออีกข้างของเตวิณ คนตัวเล็กระบายรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนจะหลับตาลงเมื่อเตวิณเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

ใจของมันหวานไม่ได้เต้นเร็วเลยสักนิด ที่ลมหายใจอุ่นๆของเตวิณกำลังรินรดอยู่ที่แก้มของตัวเอง

ใจของมันหวานไม่ได้สั่นเลยสักนิด ถึงแม้ว่าริมฝีปากของเตวิณกำลังทาบทับลงมาที่ริมฝีปากและเริ่มขบเม้มบางเบา

ใจของมันหวานไม่สามารถสัมผัสถึงอะไรได้เลย ทั้งที่เตวิณกำลังกวาดลิ้นเข้ามาในโพรงปากได้สำเร็จและเริ่มบดจูบหนักขึ้น

มันหวานไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดกับจูบของเตวิณ

หายโกรธแล้วใช่ไหม” เอ่ยถามหลังจากจูบร่วมนาทีนั้นถูกถอนออก มันหวานมองแววตาวาววับของคนตรงหน้า มองรอยยิ้มที่กว้างขึ้นเหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความอึดอัดใส่กัน

มันก็คงดีแล้วที่เตวิณยิ้มออกมาได้สักทีแม้ว่าในอกของมันหวานจะหนักแค่ไหนก็ตาม

หายแล้วครับ” นิ้วโป้งของเตวิณเกลี่ยลงที่ริมฝีปากของมันหวานแผ่วเบาก่อนจะกดจมูกลงมาที่พวงแก้มหนักๆและละออกไป มันหวานเพียงแค่ยกยิ้มให้เหมือนเก่าก่อนจะปล่อยฝ่ามือหนานั้นออกและลุกขึ้นยืน

ถ้างั้นเราไปอ่านหนังสือในห้องนะ เตวิณก็อย่าลืมอ่านล่ะพรุ่งนี้สอบเก็บคะแนน ฝันดีนะ” คนตัวเล็กพูดรัวๆรวดเดียวและเผยรอยยิ้มปิดท้าย ก่อนจะพาตัวเองกลับไปยังห้องนอนและล็อคลูกบิดลง ปล่อยให้คำว่าฝันดีของอีกฝ่ายตามหลังมา

คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงที่ปลายเตียงยกเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาแนบอกก่อนจะฝังใบหน้าลงและปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาช้าๆ ให้มันชะล้างความรู้สึกผิดในใจออกไป แม้มันจะไม่เคยช่วยอะไรได้เลย

มันหวานยอมให้เตวิณจูบทั้งที่ไม่พร้อมจะได้รับ แต่เพราะตอนนั้นไม่ต้องการให้เตวิณโกรธกันอีกแล้วจึงยอมให้อีกคนสัมผัสทั้งที่เคยปฏิเสธไปครั้งหนึ่ง มันหวานไม่รู้ว่าที่ตัวเองทำไปนั้นมันถูกต้องกับใจตัวเองแล้วหรือยัง แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็ทำให้เตวิณกลับมาเป็นคนเดิม

มันหวานเงยหน้าจากการกอดเข่าของตัวเอง เขาเช็ดน้ำตาลวกๆก่อนจะล้มตัวลงนอนแม้ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มเองก็ตาม แต่ตอนนี้มันหวานไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้วทั้งนั้น

โทรศัพท์ที่ไร้การเคลื่อนไหวใดๆเหมือนกับทุกๆวันถูกวางไว้ข้างหมอนก่อนที่เปลือกตาบางจะปิดลง

เขาขอให้คืนนี้หลับฝันดีและไม่ต้องสะดุ้งจนตื่นมาร้องไห้เหมือนกับทุกๆคืน

 

Rrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้คนที่นอนหลับอยู่สะดุ้งตื่น ก่อนที่มือเล็กจะคว้าเครื่องมือสื่อสารที่แผดเสียงร้องขึ้นมาดู มันเป็นเบอร์แปลกที่คล้ายจะเป็นเบอร์บ้าน มันหวานขยี้ตาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกดรับและกรอกเสียงงัวเงียของตัวเองลงไปโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้วก็ตาม

สวัสดีจ้า

[…]

ฮัลโหล” มันหวานขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะมองหน้าจอมือถืออีกครั้งเมื่อไม่ได้ยินเสียงใดๆตอบรับกลับมานอกจากเสียงลมหายใจหนักๆของคนปลายสาย

[…]

นี่ใครจ๊ะ” เขาเอ่ยถามอีกครั้งแต่ผลรับก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงลมหายใจเพื่อบ่งบอกว่าคู่สนทนายังคงฟังเขาอยู่

มันหวานนิ่งเงียบเขาไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกไปอีก ทำเพียงนิ่งงันฟังเสียงลมหายใจที่เริ่มจะคุ้นชิน

เสียงลมหายใจที่เขามักจะแอบฟังเสมอเวลาที่ใครคนนั้นนอนหลับ

ปลายสายที่ยังคงเงียบงันกำลังทำให้หัวใจของมันหวานสั่นไหว ขนมในวันนี้ที่ได้มาจากคนที่อ้างว่าเป็นพี่รหัสยิ่งทำให้มันหวานมั่นใจว่ามันคือคนเดียวกันกับคนที่อยู่ในสาย

มือของมันหวานเริ่มสั่น น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลไปไม่กี่ชั่วโมงเริ่มไหลรินลงมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงสะอื้นเล็กๆที่เล็ดลอดเข้าไปในโทรศัพท์

ฮึก

[…]

หมอปลายใช่ไหม..

เขาเอ่ยถามออกไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาได้ยินเสียงลมหายใจจากปลายสายที่ขาดห้วงไปหนึ่งจังหวะก่อนจะได้ยินเสียงทุ่มพร่าที่แสนคุ้นหูดังตอบกลับมา

[โดนจับได้ซะแล้วสิ]

น้ำเสียงที่ไม่ได้ยินมาร่วมเดือนทำให้มันหวานสะอื้นหนักมากกว่าเก่าจนต้องยกมือปิดปากของตัวเองไว้ไม่ให้คนที่นอนอยู่โซฟานอกห้องนอนได้ยิน

คิดถึง แสนคิดถึงน้ำเสียงของคนที่อยู่ในสายเหลือเกิน

เผลอคิดถึงมากมายทั้งที่ไม่ควรเลยสักนิด

[อย่าร้องไห้]

ฮึก

ทำไม่ได้หรอก มันหวานทำไม่ได้ เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนที่เหมือนห่วงใยกันมากมายขนาดนั้นมันก็ทำให้น้ำตาของมันหวานยิ่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่ไหว

[สบายดีไหม]

...

[ทางนี้ไม่ค่อยดีเลย]

“…”

[ไม่ดีตั้งแต่มันหวานไม่อยู่]

ฮื่อ” มันหวานได้แต่ส่งเสียงร้องไห้โดยไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆ ได้แต่ปล่อยให้คนอีกฝากฝั่งของสายสนทนาพูดมันออกมา

แม้จะอยากถามมากแค่ไหนว่าทำไมถึงไม่ดี ในเมื่อเขายอมถอยออกมาให้ได้อยู่กับคนที่รักแล้วไง

[ไม่ต้องตอบพี่ก็ได้ แต่ขอให้พี่ได้พูดอะไรหน่อยได้ไหม]

...” มันหวานไม่ได้ตอบแต่เขากลับพยักหน้าอย่างแรงแม้ว่าอีกคนจะไม่เห็นก็ตาม

พูดอะไรก็ได้ อยากพูดอะไรก็พูดออกมา เพราะตอนนี้มันหวานอยากได้ยินเสียงอีกคนเหลือเกิน

ปล่อยมันทิ้งไว้สักพักเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดและรวดร้าวในวันนั้น

ปล่อยมันไว้ชั่วครู่กับการไม่ซื่อสัตย์ต่อแฟนของตัวเอง

[มันหวานมีความสุขดีหรือเปล่าครับ]

...

[กับเขา..มันดีใช่ไหม]

ฮ..ฮึก

[เตวิณคงดูแลมันหวานได้ดีมากๆเลยใช่ไหม เขาเป็นแฟนที่ดีใช่ไหมครับ]

มันหวานกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เขาไม่รู้เลยว่าอีกคนรู้ได้ยังไงกับเรื่องราวของเขา และเตวิณแต่ถ้ามันหวานไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เขาเหมือนสัมผัสถึงความอ่อนแรงได้จากน้ำเสียงของคนในสายสนทนา

[พี่อยากโทรหาเรามาตลอด แต่เพราะความผิดที่ทำไว้มันเยอะจนไม่กล้า ฮ่าฮ่า แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว]

...

[คิดถึงจนจะตายอยู่แล้วครับ]

มันหวานล้มตัวลงนอน เขาเอามือถือแนบหูแน่นฟังคำบอกเล่าจากประโยคเมื่อครู่กับเสียงหัวเราะที่คล้ายจะขมขื่นของอีกคน

[ขอโทษที่คิดถึงทั้งที่ไม่สิทธิ์ก็ตาม]

...

[แต่ปล่อยให้พี่ได้คิดถึงเถอะนะ]

...

[พี่คิดถึงมันหวานมากๆ ก็เลยเอานิยายมันหวานมาอ่าน อ่านจบไปแล้วเรื่องนึง ส่วนเรื่องที่เหลือจะทยอยอ่านนะครับ พี่ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรเลย]

“…”

[มันหวานพี่ถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ]

ฮึก” มันหวานยังคงพยักหน้าตอบรับ

[ถ้าพี่จับมือมันหวานไว้แน่นๆในวันที่มันหวานกำลังจะเดินจากพี่ไป ถ้าหากว่าในวันนั้นพี่ดึงมือของมันหวานเอาไว้]

...

[ในวันนี้มันหวานจะยังคงอยู่กับพี่ใช่ไหม

...

[แล้วถ้าหากในวันนี้พี่เดินกลับไปหามันหวานพร้อมกับขอจับมือมันหวานอีกครั้ง มันหวานจะกลับมาหาพี่ได้ไหมครับ]

...

[หรือมันอาจจะสายเกินไปแล้ว]

ฮึกฮื่อออ” มันหวานกำมือลงกับผ้าปูที่นอนแน่น เขาฝังใบหน้าไว้กับผืนเตียง ปล่อยเสียงร้องไห้เพราะความเจ็บปวดออกมา มันเจ็บเหมือนกับหัวใจกับหลั่งเลือดเพราะคำพูดพวกนั้นของคนปลายสาย

มันหวานทรมานที่ได้ฟังน้ำเสียงของคนที่คล้ายจะขอร้องกัน น้ำเสียงของหมอปลายเมฆกำลังสั่นเทาแม้จะไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาแต่มันหวานกลับกำลังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจ็บปวดไม่แพ้กัน

[มันไม่ทันแล้วใช่ไหมคนดี]

มันหวานทุบกำปั้นลงที่ตำแหน่งหัวใจ เขาสำลักเสียงสะอื้นของตัวเองออกมา ขดตัวอยู่บนเตียงและปล่อยให้น้ำตามากมายหลั่งไหลกลบความเจ็บปวดจนเปียกผ้าปูที่นอนเป็นวงกว้าง พยายามกลืนก้อนสะอื้นเหนียวหนืดเพื่อจะบอกกับคนปลายสายให้ได้รับรู้

คำตอบที่แม้แต่มันหวานเองก็ไม่อยากจะได้ยิน

ฮึก.. ไม่..มันไม่ทันแล้ว

ในเมื่อวันนี้มันหวานเป็นคนของเตวิณ ไม่ใช่คนของหมอปลายเมฆได้อีกแล้ว

มันสายเกินไป ทุกอย่างมันไม่ทันแล้ว

[เข้าใจแล้วครับ]

ฮึก!”

[อย่าร้อง พี่เช็ดน้ำตาให้เราไม่ได้อีกแล้วมันหวาน

ฮื่ออ

[ดึกแล้วนะ พี่ควรปล่อยให้เรานอนได้แล้วใช่ไหม]

...

[แต่มันหวานอย่าเพิ่งวางสายได้ไหม วางโทรศัพท์ไว้ไกลๆก็ได้แต่อย่าเพิ่งวางสายได้ไหมครับ]

ฮึก” มันหวานไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับไม่วางสายอย่างที่อีกคนต้องการ มันหวานขยับตัวนอนดีๆเขาคว้าผ้าห่มมาห่มกายตัวเอง ถือโทรศัพท์แนบหูแน่นก่อนจะปิดเปลือกตาลงพร้อมน้ำตา

[นอนซะคนเก่ง ฝันดีนะครับ]

ฟังเสียงแหบพร่าในคำว่าฝันดี ฟังเสียงของหัวใจตัวเองที่เต้นไปพร้อมความปวดร้าว

ฟังเสียงลมหายใจหน่วงๆของคนปลายสายที่คิดถึงมากมายเหลือเกิน

ตอนนี้มันหวานมั่นใจแล้วว่าท้องฟ้าไม่เคยเหงา ท้องฟ้าไม่เคยเจ็บปวด มันไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ เพราะมันหวานรู้สึกแทนท้องฟ้าพวกนั้นทั้งหมดแล้ว

ทั้งความเหงา ความเจ็บปวดและหยดน้ำตาที่มาพร้อมกับปรอยฝน

            

เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงสายฝนที่เทลงมาอย่างหนักหน่วง ปลายเมฆทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาในห้องของตัวเองในเวลาเกือบตีห้า เขาเพิ่งกลับมาจากห้องของแทนไท หลังจากที่ได้คุยกับมันหวาน อันที่จริงจะเรียกว่าคุยกันก็ไม่ถูกนัก เพราะมันมีแค่เขาที่พูดพร่ำในขณะเดียวกันคนอีกฝากฝั่งสายสนทนาก็เอาแต่ส่งเสียงร้องไห้ให้กันจนปวดช้ำไปทั้งใจ

การได้คุยกับมันหวานไม่ได้ทำให้ความคิดถึงทุเลาลง ความทรมานในก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจก็เช่นกัน เสียงร้องไห้ของมันหวานยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขา พอๆกับเสียงลมหายใจที่แสนเจ็บปวดนั่น

เขาไม่รู้เลยว่านั่งฟังเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงเคล้ากับเสียงสะอื้นของอีกฝ่ายไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สายถูกตัดไปแล้ว อาจจะเพราะแบตหมดหรืออาจจะเพราะมันหวานเป็นฝ่ายวางสายไปก่อนก็ตามที แต่เขาก็ไม่ได้โทรกลับไปรบกวนอีกครั้งแต่อย่างใด

บางครั้งการทำตามหัวใจของตัวเองมันก็ไม่ง่าย ไม่มีอะไรได้อย่างใจเราไปหมดทุกอย่าง ปลายเมฆไม่สามารถคว้าทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการไว้ได้เลย ตราบใดที่เขาไม่กล้าปล่อยบางสิ่งให้หลุดลอยไป

แต่ถึงจะปล่อยสิ่งหนึ่งไปเขาก็ไม่สามารถเอาอะไรมามั่นใจได้ว่าสิ่งที่ต้องการนั้นจะกลับมาหากันได้หรือเปล่า

ในเมื่อคำนั้นเขายังคงจดจำได้ดี มันไม่ทันแล้ว

พระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นกับบุหรี่หนึ่งมวนระหว่างปลายนิ้ว ใครๆก็มักบอกว่าบุหรี่สามารถทำให้สมองคนสูบโล่งไปชั่วขณะ แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ได้โล่งหรือว่างเปล่า กลับกันมันกลับหนักอึ้งเสมือนมีเศษขี้เถ้ากองอยู่ในนั้น

ฟ้าหลังฝนกับแสงแดดที่กระจายไปทั่วฟ้าไม่มีแม้แต่สายรุ้งสักเฉดสี มีเพียงกลิ่นไอดินชื้นๆและอากาศที่ชวนระคายเคืองการหายใจ ปลายเมฆทิ้งบุหรี่ไว้ที่ริมระเบียงเหมือนเก่าก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเองที่ม่านฝนยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง

เขาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายของตัวเองเพื่อไม่ให้มีกลิ่นบุหรี่ติดตัวเพราะมันอาจจะทำร้ายม่านฝนเหมือนกับครั้งนั้น

ต่อให้ในนาทีนี้จะไม่เหลือความรักแล้วแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าความเป็นห่วงก็ยังคงมีอยู่

วันนี้ปลายเมฆดื่มกาแฟที่ทำเอง รสชาติเฝื่อนลิ้นนิดหน่อยแต่มันก็ดีกว่าจะให้ม่านฝนตื่นขึ้นมาทำให้

วันนี้จะไม่มีมื้ออาหารเช้าร่วมกัน ไม่มีการกอดลาก่อนไปทำงานหรือสัมผัสจูบที่ปลายคาง

วันนี้จะมีเพียงการตัดขาดซึ่งความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง ความผูกพันที่ผูกปมขนาดใหญ่จนไม่กล้าขยับตัวไปไหน

ทุกอย่างมันควรจะจบลงในวันนี้

ฝน พี่มีเรื่องอยากคุยด้วยครับ

ในนาทีที่สี่สิบของแปดโมงเช้า มันมากพอที่ทำให้สมองของคนเราตื่นตัว และร่างกายของเรามีปฏิกิริยาต่อทุกๆสิ่ง

ม่านฝนไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะละตัวไปรินนมใส่แก้วกระดกดื่มและวางแก้วใบสูงไว้ที่อ่างล้างจาน ก่อนจะผละตัวมานั่งยังโซฟาตรงข้ามกับคนรักของตัวเอง

มีอะไรหรอครับ หน้าเครียดเชียว” รอยยิ้มสวยยังคงปรากฏอยู่อย่างนั้น และปลายเมฆไม่เคยไม่ชอบรอยยิ้มของม่านฝน

แต่มันต่างกันที่ในตอนนี้รอยยิ้มของม่านฝนทำอะไรเขาไม่ได้อีกแล้ว

ฝนจำได้ไหม ในวันนั้น ฝนบอกพี่ว่าถ้าสุดท้ายแล้วเป็นฝนไม่ได้จริงๆ

...

ฝนจะเดินออกไปจากชีวิตของพี่เอง

พี่เมฆพูดอะไร”  

ม่านฝนเสียงแข็งขึ้นทันใดเมื่อปลายเมฆเอ่ยประโยคนั้นจบ ร่างบางตรงหน้าส่ายหน้าช้าๆเหมือนไม่คุ้นชินกับประโยคที่เขาได้เอ่ยพูดออกไป

ทั้งที่ม่านฝนเป็นคนพูดมันออกมาเอง

            “พี่ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ” 

ก่อนหน้านี้ปลายเมฆคิดว่าเขาจะบอกกับม่านฝนยังไงให้ทำร้ายอีกคนน้อยที่สุด แต่เขากลับฉุกคิดได้ว่า การทำร้าย

ความรู้สึกไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมยังไงมันก็เจ็บทั้งนั้น

และทางที่ดีเขาควรบอกม่านฝนไปตามตรงมากกว่าอ้อมค้อมในเมื่อปลายทางมันก็จะยังคงเหมือนเดิม

เขาเลือกจะไม่รักม่านฝนอีกแล้ว

พี่ขอโทษนะ แต่พี่หมดรักฝนแล้ว..

“…”

เราเลิก--

ห้ามพูดออกมานะ!”

ปลายเมฆสบตาร่างบางตรงหน้าเขาเห็นว่าดวงตาเรียวคู่นั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมายก่อนที่มันจะรินไหลลงมาช้าๆทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบ พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ตอกย้ำความผิดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกทำสิ่งไหนก็ดูเหมือนว่าทุกความผิดจะเป็นของเขาทั้งหมด

แม้กระทั่งการทำสิ่งที่ถูกต้องกับหัวใจของตัวเอง                   

แม้กระทั่งในวินาทีที่เขายอมเคารพเสียงเรียกร้องของหัวใจ

ฝนไม่เลิก!” ม่านฝนตะโกนลั่นก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นแล้วก้าวเท้ามายังตรงหน้าของเขา “พี่เมฆอย่ามาทำแบบนี้กับฝนนะ

...” ปลายเมฆนิ่งเงียบ เขาปล่อยให้อีกคนพูดมันออกมาทั้งน้ำตา

ฮึก ฝนรักพี่เมฆ พี่เมฆจะไม่รักฝนได้ยังไง เรารักกันมาตั้งนาน อยู่ดีๆจะมาบอกว่าไม่รักแล้วได้ยังไง!”

แล้วในวันนั้นใครกันที่บอกว่าไม่ใช่อ้อมกอดจากพี่อีกแล้วที่ต้องการ

...

ใครกันที่เดินจากกันไปก่อน ในวันนั้นพี่ก็รักฝนมากๆไม่ใช่หรอ แล้วฝนทิ้งพี่ไปได้ยังไง

มันไม่เหมือนกัน ฮึก!”

...

ฝนไม่ให้พี่เมฆไปไหน ฝนไม่ยอม!”

ม่านฝนคุกเข่าลงตรงหน้า มือบางกระชากเสื้อนอนของตัวเองออกอย่างแรงจนกระดุมทั้งแผงหลุดออกหมด

ม่านฝนสะอื้นไห้ โผลเข้ากอดผู้ชายตรงหน้า พยายามพรมจูบไปทั่วใบหน้าคมแม้ว่าร่างสูงจะเบี่ยงหลบมากแค่ไหน

ฝนอย่าทำแบบนี้!” ปลายเมฆใช้แรงที่มีดันตัวอีกคนออก มองม่านฝนที่หอบหนักเพราะแรงสะอื้น

พี่เมฆไม่ชอบหรอครับ ฮื่ออ พี่เมฆเคยบอกนี่ว่าร่างกายฝนสวยมากๆเลย ฮึกแล้วไม่เอาหรอครับ พี่เมฆไม่เอาหรอ

ม่านฝน” ปลายเมฆเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าที่พื้นมาคุมตัวให้อีกคนไว้ เขาหลับตาลงเพียงนิดก่อนจะมองแววตาสะท้านของคนตรงหน้า “ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้

...

            “ม่านฝนที่พี่รู้จักเคยมีค่ามากกว่านี้ไม่ใช่หรอ

...

อย่าทำแบบนี้ เพราะพี่กำลังรู้สึกว่าไม่เคยรู้จักฝนเลย

ฮื่อออ!!”

เราอยู่กันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วฝน ไม่ได้อีกแล้วรู้ไหมครับ

ทั้งที่คิดไว้ว่าจะไม่สัมผัสตัวอีกคนแต่เพราะร่างที่สะท้านอย่างน่าสงสารนั่นทำให้ปลายเมฆต้องดึงอีกคนมากอดปลอบพร้อมกับลูบผมไปมาอย่างแผ่วเบา

ทำไม..ฮึก

ฝนบอกพี่สิ ว่าฝนไม่ได้รู้สึกว่าพี่เปลี่ยนไป

ฮึก

ฝนรู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ได้เหมือนเดิมแล้วตั้งแต่เรากลับมาคบกัน พี่ไม่เหมือนพี่ปลายเมฆคนนั้นของฝนอีกแล้วใช่ไหมครับ

ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ ฮื่อ ฝนทนได้

แต่พี่ทนไม่ได้แล้วฝน พี่ไม่อยากเห็นแก่ตัวไปมากกว่านี้อีกแล้ว พี่ไม่สามารถกอดฝนได้เหมือนเก่า พี่บอกรักฝนไม่ได้อีกแล้ว

เพราะความรักนอกจากจะไม่ใช่เพราะความสงสาร มันก็ยังไม่ใช่ซึ่งความอดทนหรือฝืนความรู้สึกเช่นกัน

พี่ขอโทษ ให้ทุกความผิดเป็นของพี่เอง

            “...

อย่าให้ความรู้สึกที่ไม่เท่ากันทำร้ายเราสองคนไปมากกว่านี้เลย

เขาละตัวอีกคนจากอ้อมกอด เช็ดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลให้ด้วยปลายนิ้ว มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำแบบนี้ให้อีกคน

เราเจ็บกันมามากพอแล้ว

“…”

แตกสลายกันมามากพอแล้ว

            และมันไม่ควรจะมีใครแตกสลายไปมากกว่านี้ แต่ถ้าหากว่ามันต้องมีก็ขอให้เป็นเขาเพียงคนเดียว

พี่เมฆรักเด็กคนนั้นใช่ไหม” ปลายเมฆมองร่างบางตรงหน้ากับคำถามที่ทำให้เขายิ้มบางออกมาแม้ในสถานการณ์นี้มันไม่ควรยิ้มเลยสักนิด

ครับ” เขาตอบรับพร้อมกับพยักหน้าบางเบา

มันเป็นเรื่องจริงที่เขายอมรับโดยดุษฎี

เป็นเรื่องจริงที่ม่านฝนมีสิทธิ์ที่จะรู้

และกว่าพี่จะรู้ตัว พี่ก็เสียเขาไปแล้ว

และนี่ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน

ฝนกลับไปยืนข้างพี่เมฆไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม ต่อให้ฝนอ้อนวอนแค่ไหนก็เป็นฝนไม่ได้แล้วใช่ไหม

พี่ขอโทษ

ขอโทษที่ต้องบอกว่ามันเป็นเช่นนั้น

ข้างกายเขาเป็นม่านฝนไม่ได้อีกแล้ว

ทำไมพี่เมฆเอาแต่ขอโทษ ทั้งที่ฝนก็ผิด

...

ถ้าฝนไม่กลับมา ถ้าฝนไม่ทำเรื่องบ้าๆเพื่อรั้งพี่เมฆเอาไว้ ถ้า..

ถ้าพี่มั่นคงมากพอ พี่จะไม่มีทางเดินตามเกมของฝน

...

และตอนนี้พี่กำลังรับบทลงโทษกับความโลเลของตัวเอง ต่อให้ฝนทำอะไรกับพี่มากมายแต่ถ้าพี่มั่นคงพอเรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้

เพราะต่อให้พายุรุนแรงมากแค่ไหนแต่ถ้าเรากอดความมั่นคงไว้แน่นมากพอ มันคงไม่ปลิวหายไปจนเหลือแต่ความว่างเปล่า

ไม่มีใครบังคับพี่ได้ ไม่มี ทุกอย่างพี่เลือกเองทั้งนั้น

...

และมันสมควรแล้วที่เป็นแบบนี้

สมควรแล้วที่กอดทุกผลลัพธ์แห่งความโลเลของตัวเองเอาไว้คนเดียว

ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่พี่อยากขอร้องจากฝน

...

ช่วยปล่อยพี่ไปได้ไหม

ปลายเมฆหยัดตัวลุกออกจากโซฟาก่อนจะทิ้งเข่าลงตรงหน้าของอีกฝ่ายและก้มศีรษะให้

ครั้งหนึ่งปลายเมฆเคยทำแบบนี้ต่อม่านฝนเพื่อให้อีกคนอย่าทิ้งกันไป แต่ในวันนี้เขาต้องการให้อีกคนปล่อยเขาไป

ปล่อยพวกเขาให้ออกจากความผูกพันนี้เสียที

พี่เมฆอย่าทำแบบนี้” ม่านฝนรีบจับไหล่คนตัวสูงเอาไว้เพื่อให้เลิกทำแบบนี้ต่อกัน “ฝนยอมแล้ว.. ฝนยอมแล้วครับ

เพราะต่อให้หลงเหลือความรักมากแค่ไหน แต่การที่ใครอีกคนยอมก้มหัวให้แก่กันเพื่อขอให้ปล่อยกันไป มันก็บ่งบอกได้อย่างดีแล้วว่าเขาไม่ต้องการเราอีกต่อไป

มันถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดทุกเชือกที่รัดพวกเขาไว้อย่างแน่นให้มันขาดออกก่อนที่มันจะทำให้พวกเขาเกิดบาดแผลไปมากกว่านี้

ในวันนั้นปลายเมฆปล่อยให้ม่านฝนเป็นคนตัดความสัมพันธ์กว่าสิบปีของพวกเขาลง และเพราะว่าในครั้งนั้นที่ปลายเมฆยังคงโลเลและไม่มั่นใจว่ายังคงรักหรือไม่ถึงยอมปล่อยให้อีกคนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง

แต่ในครั้งนี้ปลายเมฆจะไม่ทำให้มันซ้ำรอยเก่า จะไม่มีการปล่อยให้อีกคนกลับเข้ามาในชีวิตอีกไม่ว่าจะในสถานะใดเพราะเขาจะยอมเป็นคนใจร้ายในครั้งนี้เพื่อตัดความผูกพันเส้นสุดท้ายออก

เหมือนกับในวันนั้น วันที่ฝนตกหนักพร้อมกับคำบอกเลิกที่แสนปวดร้าว

ต่างแค่ในตอนนี้ไม่มีปรอยฝนสักหยาดหยด

ผมหมดรักพี่แล้ว ผมขอโทษที่เวลาตื่นขึ้นมาไม่ใช่อ้อมกอดจากพี่อีกแล้วที่ผมต้องการ

พี่ขอโทษที่ตื่นมาแล้วกอดฝนเหมือนเดิมไม่ได้

ไม่มีหยดน้ำตาที่เปียกปอนไปทั่วใบหน้า

ไม่มีการคุกเข่ากอดขาเพื่อให้คนที่หมดรักอยู่ด้วยกันต่อไป

มีเพียงการก้มศีรษะเพื่อขอร้องให้เขาทั้งสองเป็นอิสระซึ่งกันและกัน

ไม่ ผมไม่ได้รักพี่แล้ว

พี่รักฝนไม่ได้อีกแล้ว”           

ไม่มีฝันร้ายในตอนที่ฝนตกหนัก มีเพียงความทรงจำที่เปียกปอนที่รอให้มันแห้งสนิท

ผมขอโทษแต่ผมขอหัวใจของผมคืนเถอะนะ สักวันนะพี่เมฆ จะมีคนที่เหมาะกับหัวใจของพี่เมฆมากกว่าฝน

พี่ขอโทษ แต่พี่ขอใช้หัวใจของพี่รักคนอื่นเถอะนะครับ

เพื่อให้เส้นทางที่ย้อนกลับไปมันบอกเราว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้นอีกแล้วนอกจากซากปรักหักพัง

เลิกกันเถอะนะ

'ลาก่อนนะครับพี่เมฆ

ลาก่อนครับ ม่านฝน

ในวันนั้นใครหนึ่งคนถอยห่างไปหนึ่งก้าว และใครอีกคนที่เขยิบเข้าไปหาอีกสองก้าว แต่ในนาทีนี้ จะไม่มีการขยับเข้าไปหา จะมีเพียงสายตาที่ทิ้งไว้เพื่อให้เรามองว่าที่ผ่านมาร่องรอยแตกร้าวทำเราเจ็บปวดแสนสาหัสกันมามากแค่ไหน

ให้มันสั่งสอนว่าที่ผ่านมาเราได้พลาดอะไรไป และอย่าได้ปล่อยให้มันพลาดได้อีก

 

เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับการจากไปของใครบางคนที่เพิ่งได้เลิกลาจากกัน ปลายเมฆเดินกลับมายังห้องนอนโล่งๆ กับตู้เสื้อผ้าที่เหลือเพียงเสื้อผ้าของเขา ความแหว่งจากด้านที่เหลือบ่งบอกว่าม่านฝนได้เดินออกไปจากชีวิตของเขาแล้วจริงๆ

ไม่มีการกอดลาจากตรงประตู ไม่มีถ้อยคำว่าโชคดีจากคนใดคนหนึ่ง ไม่มีการอวยพรใดๆ ไม่มีสิ่งอื่นใดเพื่อจะเป็นการเหนี่ยวรั้งไว้ได้อีกในวันข้างหน้า

เขาเดินออกมาจากห้องนอนก่อนจะตรงไปยังด้านหนึ่งของพนังห้อง กรอบรูปบานใหญ่ที่ไม่เคยถูกเคลื่อนที่ไปไหนกำลังถูกปลดลงจนเหลือพื้นที่โล่งๆก่อนจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของ

ปลายเมฆหยิบกรอบรูปเปล่าขนาดใหญ่บานใหม่ติดมือมาก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปยังห้องของตัวเองเพื่อหยิบของสำคัญออกมาจากระเป๋าทำงาน ก่อนจะพาตัวเองไปยังห้องของมันหวาน เขาวางกรอบรูปบานเปล่านั้นไว้บนที่นอนมองสิ่งที่อยู่ในมือก่อนจะยิ้มออกมาให้กับตัวเอง

มันเป็นเพียงของธรรมดาสำหรับคนอื่นแต่สำหรับปลายเมฆมันมีค่ามากกว่านั้นแม้จะเป็นเพียงดาวกระดาษที่ถูกอัดแน่นอยู่ในโหลแก้วก็ตามที 

ดาวกระดาษหลายร้อยดวงถูกเทลงบนที่นอนก่อนจะถูกเรียงร้อยอยู่บนแผ่นกระจกใสของกรอบรูป ปลายเมฆวางเรียงมันช้าๆสลับสี สลับขนาดจนเต็มแผ่นกระจกใสขนาดใหญ่ก่อนที่เขาจะนำตัวแผ่นไม้ทาบลงไปและเคลื่อนตัวล็อคให้ล็อคแผ่นกระจกนั้นไว้

กรอบรูปขนาดใหญ่ถูกเติมเต็มไปด้วยดาวกระดาษอยู่ในนั้น ปลายเมฆลูบมันด้วยปลายนิ้วพร้อมรอยยิ้มก่อนจะนำมันไปแขวนไว้ยังกำแพงตรงหัวเตียง

กรุงเทพฯอาจจะมองไม่เห็นดวงดาว แต่ตอนนี้ในแววตาของเขากำลังสะท้อนแสงจากดาวกระดาษนับร้อยดวง          

ไม่ต้องส่องแสงระยิบระยับเหมือนดาวบนฟากฟ้า ไม่ต้องเป็นถึงดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์

ถึงจะเป็นเพียงแค่ดาวกระดาษแต่ก็เป็นดาวกระดาษที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเขา

มันหวานอาจจะไม่ได้ส่องแสงระยิบระยับเหมือนกับใครคนนั้น แต่ถ้าหมอปลายมองมาจะเห็นว่ามันหวานยังคงอยู่ที่เดิม

ถึงแม้ว่าดาวดวงนั้นจะไม่อยู่ที่เดิมอีกแล้ว

มันหวานรอเก่ง ขอแค่ปลายทางคือหมอปลาย มันหวานจะยอมทุกอย่าง

และถึงแม้ว่าดาวดวงนั้นจะไม่รอกันแล้วก็ตาม

แต่เขาจะรออยู่ที่เดิมเพื่อรอการคลาดเคลื่อนของดาวดวงนั้นอีกครั้ง

           

 

#มันหวานปลายเมฆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 429 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1135 eannysrr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 03:51

    ติณน่าสงสารที่สุด

    #1,135
    0
  2. #1118 khodpher (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:38
    สงสารติณและมันหวานที่สุด อห.!! ร้องไห้จนใจเจ็บ
    #1,118
    0
  3. #1046 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 07:49
    สงสารติณอ่ะ คนดีฮือออ สงสารรรรรรร แบบ สงสารรรรรร ติณณณ ฮ​ือออ
    #1,046
    0
  4. #987 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 01:18
    ติณก็ต้องทำใจแล้วอะตอนนี้ ถึงยังไงมันหวานก็ไม่รัก ;____; สงสารนะ แต่ตอนนี้กลับมาทีมหมอละ แหะ เปงคนใจง่าย เพราะหมอก็เจ็บ หวานก็เจ็บ ทุกคนเจ็บหมด และมันคลจะดีถ้าในคนเจ็บสี่คน หวาน หมอ ติณ ฝน มีอีกสองคนที่ช่วยเยียวยากันได้
    #987
    0
  5. #958 pcy921 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:29
    สงสารติณมากแม่ ติณจะไหวไหมใจพังแน่
    #958
    0
  6. #909 Miiwxx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:15
    น้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลย
    #909
    0
  7. #863 areenachesani (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 17:46
    สงสารติณล่วงหน้าเลยย
    #863
    0
  8. #839 Jibangrin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:25
    โอ้ยใจจจจจ เลิกกันซะที //สงสารติณมาก ฮือออออออ
    #839
    0
  9. #739 blugarxx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    ว่าแล้วว่าติณต้องถลำลึก เห้อ พอได้เลื่อนสถานะมันก็ต้องมีความต้องการมากขึ้นอ่ะเนอะ T_T สงสารทั้งน้องทั้งติณ
    #739
    0
  10. #733 PINKLAND (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:31
    ฮืออออ ถ้ามันหวานกลับมาหาหมอปลาย เราจะดามใจเตวิณเอง
    #733
    0
  11. #698 PpalmPpalm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
    หาคู่ให้เตวิณได้ไหมมมม.
    #698
    0
  12. #697 PpalmPpalm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
    หาคู่ให้เตวิณได้ไหมมมม
    #697
    0
  13. #618 ppvs_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:18
    สงสารเตวิณ;-;
    #618
    0
  14. #617 ppvs_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:18
    ใจบางมาก ร้องไห้แรงมาก
    #617
    0
  15. #553 winterwinddd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:51
    คุณไรท์เก่งมาก ทำเราร้องไห้มาไม่รู้กี่ตอนแล้ว แงงงงงง
    #553
    0
  16. #454 JongjitSriyan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 10:58

    เมื่อไหร่จะสุขสักที
    #454
    0
  17. #402 Sebaek9404 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 17:21
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.pngแงงงงงงงงงเหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สุดง่าาสู้ๆนะหมอปลายงือออสงสารทั้งสองคนรอนะคะสู้ๆจ้าา
    #402
    0
  18. #401 paarat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:01
    มันก็จะมีบทสรุปของตัวเองทุกคนแต่จะออกมาแบบไหนเจ็บขนาดไหนก็ต้องผ่านไปให้ได้
    #401
    0
  19. #400 ♡9404♡ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:43
    หมอปลายเคยพลาด แต่มันหวานก็พลาดเหมือนกันอ่ะ คบคนที่ตัวเองไม่รัก / พี่หมอว่างแล้วนะ! แต่มันหวานไม่ว่าง ฮืออออออออ
    #400
    0
  20. #399 PoonPunNonnpat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:40
    เจ็บสุด
    #399
    0
  21. #398 Miki_milky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:20
    สงสารทั้งคู่เลย มันหวานจะจัดการพี่หมอแบบไหนนะ เมื่อรู้ว่าพี่หมอเลิกกะม่านฝนแล้ว
    #398
    0
  22. #397 Pin_pinnyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:50

    เรื่องนี้เจ็บสุดก็คงเป็นเตวิณ ส่วนหมอปลายก็ได้รับบทเรียนมากที่สุด สงสารเตวิณอ่ะ หาคู่ให้พระรองของเราเถอะนะ
    #397
    0
  23. #396 Pin_pinnyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:48
    มันหวานบอกว่าไม่ทันแล้ว แล้วปลายเมฆจะใช้วิธีไหนให้ตัวเองเข้าไปใกล้เค้าล่ะ
    #396
    0
  24. #395 Palmy Ewl (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:24
    สมน้ำหน้าทั้งคู่ ม่านฝนโดนแค่นี้ยังน้อยไป
    #395
    0
  25. #394 MyOxygen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:16
    โอ๊ยยยยยย ร้องให้มันทุกตอนค่ะ
    #394
    0